วงล้อ
09-20-2005, 10:14 PM
<!--emo&:60:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/60.gif<!--endemo--> เพชฌฆาตความเครียด <!--emo&:60:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/60.gif<!--endemo-->
เดี๋ยวนี้ไปไหนๆ ก้ได้ยินคนบ่นกันว่า เครียด... รู้สึกเครียดเหลือเกิน... เมื่อคืนนอนไม่หลับ เครียดมากต้องกินยานอนหลับ ยากล่อมอารมณ์ คนเข้าโรงพยาบาลปประสาทมากเพราะ เครียด...
ความเครียดเป็นอาการผิดปกติ เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวเมื่อมีความผิดปรกติ แต่ถ้าปล่อยให้ความเครียดกลุ้มรุ่มครอบงำติดต่อกันหลายๆ วัน อาจทำให้เกิดอาการโรคประสาท โรคจิตต่อไปได้
ดังนั้นเรามาศึกษาเรื่องของความเครียด สาเหตุตลอดจนวิธีแก้ไขกันอย่างละเอียด เพื่อแก้ปัญยหาของมนุษย์ ให้ได้ โดยเราจะแยกแยะออกดังนี้
๑. เครียดทางร่างกาย เกิดจากการใช้พลังงานทางกายมาก ขาดการพักผ่อน หรือบำรุงรักษา หรือว่าอยู่ในสถานที่ที่ไม่เหมาะสม สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ
ประสบอุบัติเหตุต่างๆ ทำให้ร่างกายผิดปรกติ
<!--emo&:32:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/32.gif<!--endemo--> วิธีแก้ไข ก็แก้ด้วยการผักผ่อน การอยู่ในสถานที่ที่เหมาะสม มีปัจจัยเพียงพอ อำนวยความสะดวกพื้นฐาน ออกกำลังกายแต่พอดี ไม่เสพสิ่งเสพติด เป็นต้น
๒.เครียดทางสมอง สมองมีหน้าที่จำกับคิด แต่ถ้าคิดมากแม้การคิดนั้นไม่ดำริไปในฝ่ายอกุศลต่างๆก็ตามแต่เมื่อใช้ความคิดมาก หรือมีความฟุ้งซ่านบังคับไม่ได้ แม้เพียงบังคับให้นอนหลับก็ไม่ได้
<!--emo&:32:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/32.gif<!--endemo--> ถ้าเป็นการเครียดทางสมองอย่างนี้ ควรแก้ด้วย สมาธิ จิตมีคุสมบัติ บริสุทธิ์ ตั้งมั่น ว่องไว โดยวิธีใดก็ได้ เพราะเมื่อจิตเป็นสมาธิแล้วก็จดจ่ออยู่กับสิ่งใด
สิ่งหนึ่งเพียงสิ่งเดียว หรือหยุดการใช้สมองไปชั่วคราว ก็ผ่อนคลาย
ความเครียดทางสมองได้
<!--emo&:55:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/55.gif<!--endemo--> การมีจิตเป็นสมาธิ อาจจะมีได้ดังนี้ <!--emo&:55:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/55.gif<!--endemo-->
๒.1) จิตเป็นสมาธิเพราะมีศีลดี เมื่อมีศีลย่อมมีปิติปราโมทย์ เคารพตัวเอง เมื่อไม่ทำอะไรผิดพลาดจิตย่อมไม่ว้าวุ่น อยู่ในสังคมได้อย่างปรกติสุข
๒.๒) จิตเป็นสมาธิเพราะมีปิติปราโมทย์ในชีวิต มีความสันโดษในความเป็นอยู่ มีความสุขในการทำหน้าที่การงาน มีความแจ่มใสอยู่เสมอ
๒.๓) จิตมีสมาธิตามธรรมชาติ เช่น เมื่อจะทำอะไร ต้องอาศัยจิตเป็นสมาธิ พยายามประคับประคอง อย่าทำลายจิตที่เป็นธรรมชาติเสีย ด้วยการชอยเฮฮา เล่นหัว ฟุ้งซ่าน ดดยไม่มีเหตุผล เป็นต้น
๒.๔) จิตเป็นสมาธิได้เพราะการเจริญเมตตา มองเห็นสัตว์ทั้งหลายเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย จนไม่มีความโกรธ เกลียด อาฆาต พยาบาทผู้ใดจิตใจมีแต่ความสุข
๒.๕) จิตเป็นสมาธิได้เพราะการฟังธรรม เมื่อฟังสิ่งที่เป็นสาระประโยชน์ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการอ่าน การฟัง ในขณะนั้นต้องรวมจิตใจให้เป็นสมาธิ
๒.๖) จิตเป็นสมาธิได้เพราะการแสดงธรรม กล่าวธรรมมะ คือเรื่องเป็นสาระ ประโยชน์ให้ผู่อื่นฟัง ก้ต้องรวบรวมจิตใจให้เป็นสมาธิ
๒.๗) จิตเป็นสมาธิได้เพราะการสาธยายธรรม คือนำบทธรรมะมากล่าวซ้ำจนจำได้ ทำให้ต้องรวมจิตให้ป็นสมิเช่นเดียวกัน
๒.๘) จิตเป็นสมาธิได้เพราะการพิจาราณาใคร่ครวญธรรม ที่เรียนมาแล้ว เมื่อนำมาใคร่ครวญอยู่ จะเกิดปัญญา และมีการจดจ่อต่อสิ่งที่นำมาใคราครวญนั้น ทำให้จิตเป็นสมาธิ
๒.๙) จิตเป็นสมาธิได้เพราะการฝึกจิตภาวนา ตามระบบใดระบบหนึ่ง เช่น อานาปานสติ ด้วยการเพ่งตามดูตามเห็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดอยู่ทุกครั้งที่หายใจเข้า- ออก จิตย่อมมีสมาธิ วิปัสนาได้ดยอัตโนมัติ
๒.๑๐) จิตเป็นสมาธิได้เพราะเจริญปัญญาก่อน เมื่อมีปัญญารู้แจ้ง ไม่ว่าปัญญา ที่เกิดจากการได้ยินได้ฟัง จากการคิดพิจาราณา หรือจากความรู้สึกต่อภาวะของจิตทั้งที่เป็นทุกข์ ละไม่เป็นทุกข์ ย่อมทำให้จิตเป็นสมาธิได้เอง
**** นี่เป็นตัวอย่าง การกระทำจิตให้เป็นสมาธิ อันจะเป็นการแก้ไขความเครียดทางสมองหรือระบบประสาท ซึ่งทุกคนมีโอกาสทำได้
๓. เครียดทางจิตใจ จิตใจเครียดเป็นครั้งคราว เพราะจิตตามปรกติประภัสสร ไม่มีกิเลส ไม่มีปัญญาจิตมีความเครียดเพราะมีกิเลสและความทุกข์
<!--emo&:32:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/32.gif<!--endemo--> วิธีแก้ไข เมื่อจิตมีความทุกข์ภาวะนั้นๆจะค่อยๆจางหายไปเราทำอะไรไม่ได้ มีแต่ให้สติปัญญามาตามทัน ตามเห็นความทุกข์ ความทุกข์จะไม่เพิ่มขึ้นหรือยืดระยะเวลาออกไป
ถ้าสติตามดูตามเห็นจิดที่เป็นทุกข์นั้น จะเห็นความเหน็ดเหนื่อย กระวนกระวาย ไม่สงบ ( ทุกฺขํ ) ภาวะนั้นจะค่อยๆ จางหายไป ( อนิจฺจํ ) ภาวะนั้นเกิดแล้วจางหายไปไม่มีตัวตนที่เที่ยงแท้ถาวร ( อนตฺตา ) แล้วมีสติปัญญาไม่เพลินในเวทนาอีก ความทุกข์ก้ไม่เกิดขึ้น
ถ้าเผลอให้เกิดมีสติรู้ทัน ตามดูตามเห็นสภาพจิตที่ปรุงแต่งนั้นๆ ก็จะเห็นพระไตรลักษณ์ ( อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา )อีกแล้วคอยระมัดระวังไม่เพลินในเวทนาต่างๆอีก ด้วยการปฏิบัติอยู่ในมรรคมีองค์ ๘จะเป็นการแก้เครียดทางจิตใจได้
<!--emo&:57:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/57.gif<!--endemo--> <!--emo&:58:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/58.gif<!--endemo--> <!--emo&:59:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/59.gif<!--endemo--> พุทธศาสนาเป็นการแก้เครียดทางจิตใจ ด้วยการศึกษารู้เท่าทันว่า จิตนี้ประภัสสร มัวหมองแล้วเพราะกิเลสจรมา จึงระมัดระวังไม่ให้กิเลสลงไป
ผสมในจิตใจ จะมีแต่ความสุขสงบเย็น ไม่มีความเครียด <!--emo&:57:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/57.gif<!--endemo--> <!--emo&:58:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/58.gif<!--endemo--> <!--emo&:59:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/59.gif<!--endemo-->
ทั้งหมดถ้าศึกษาให้เข้าใจ และปฏิบัติตามได้ ก็จะเป็นการแก้ความเครียด อันเป็นปัญหาใหญ่ของมนุษย์ ในยุคที่คนกำลังหลงใหลในวัตถุ จนลืมเรื่องรางทางจิตใจหมดสิ้น
<!--emo&:60:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/60.gif<!--endemo--> <!--emo&:61:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/61.gif<!--endemo--> <!--emo&:62:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/62.gif<!--endemo-->
อารมณ์เกิดก่อขึ้น ปัจจุบัน
กระทบอายตนะเกิน แกร่งกล้า
สติ ติดตามทัน ทุกที่
ประชิดกระชับทัพหน้า เนื่องเข้าโรมรัน
ปัญญา เปรยเปรียบได้ ทัพหลวง
สติ สกัดอารมณ์ รับสู้
โปร่งปรุทะลุทะลวง ศึกล่า ถอยแล
ทิฏฐิ เท่าทันรู้ กิเลสร้าย หายสูญ .
" พระวรศักดิ์ วรธัมโม"
<!--emo&:74:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/74.gif
เดี๋ยวนี้ไปไหนๆ ก้ได้ยินคนบ่นกันว่า เครียด... รู้สึกเครียดเหลือเกิน... เมื่อคืนนอนไม่หลับ เครียดมากต้องกินยานอนหลับ ยากล่อมอารมณ์ คนเข้าโรงพยาบาลปประสาทมากเพราะ เครียด...
ความเครียดเป็นอาการผิดปกติ เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวเมื่อมีความผิดปรกติ แต่ถ้าปล่อยให้ความเครียดกลุ้มรุ่มครอบงำติดต่อกันหลายๆ วัน อาจทำให้เกิดอาการโรคประสาท โรคจิตต่อไปได้
ดังนั้นเรามาศึกษาเรื่องของความเครียด สาเหตุตลอดจนวิธีแก้ไขกันอย่างละเอียด เพื่อแก้ปัญยหาของมนุษย์ ให้ได้ โดยเราจะแยกแยะออกดังนี้
๑. เครียดทางร่างกาย เกิดจากการใช้พลังงานทางกายมาก ขาดการพักผ่อน หรือบำรุงรักษา หรือว่าอยู่ในสถานที่ที่ไม่เหมาะสม สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ
ประสบอุบัติเหตุต่างๆ ทำให้ร่างกายผิดปรกติ
<!--emo&:32:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/32.gif<!--endemo--> วิธีแก้ไข ก็แก้ด้วยการผักผ่อน การอยู่ในสถานที่ที่เหมาะสม มีปัจจัยเพียงพอ อำนวยความสะดวกพื้นฐาน ออกกำลังกายแต่พอดี ไม่เสพสิ่งเสพติด เป็นต้น
๒.เครียดทางสมอง สมองมีหน้าที่จำกับคิด แต่ถ้าคิดมากแม้การคิดนั้นไม่ดำริไปในฝ่ายอกุศลต่างๆก็ตามแต่เมื่อใช้ความคิดมาก หรือมีความฟุ้งซ่านบังคับไม่ได้ แม้เพียงบังคับให้นอนหลับก็ไม่ได้
<!--emo&:32:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/32.gif<!--endemo--> ถ้าเป็นการเครียดทางสมองอย่างนี้ ควรแก้ด้วย สมาธิ จิตมีคุสมบัติ บริสุทธิ์ ตั้งมั่น ว่องไว โดยวิธีใดก็ได้ เพราะเมื่อจิตเป็นสมาธิแล้วก็จดจ่ออยู่กับสิ่งใด
สิ่งหนึ่งเพียงสิ่งเดียว หรือหยุดการใช้สมองไปชั่วคราว ก็ผ่อนคลาย
ความเครียดทางสมองได้
<!--emo&:55:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/55.gif<!--endemo--> การมีจิตเป็นสมาธิ อาจจะมีได้ดังนี้ <!--emo&:55:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/55.gif<!--endemo-->
๒.1) จิตเป็นสมาธิเพราะมีศีลดี เมื่อมีศีลย่อมมีปิติปราโมทย์ เคารพตัวเอง เมื่อไม่ทำอะไรผิดพลาดจิตย่อมไม่ว้าวุ่น อยู่ในสังคมได้อย่างปรกติสุข
๒.๒) จิตเป็นสมาธิเพราะมีปิติปราโมทย์ในชีวิต มีความสันโดษในความเป็นอยู่ มีความสุขในการทำหน้าที่การงาน มีความแจ่มใสอยู่เสมอ
๒.๓) จิตมีสมาธิตามธรรมชาติ เช่น เมื่อจะทำอะไร ต้องอาศัยจิตเป็นสมาธิ พยายามประคับประคอง อย่าทำลายจิตที่เป็นธรรมชาติเสีย ด้วยการชอยเฮฮา เล่นหัว ฟุ้งซ่าน ดดยไม่มีเหตุผล เป็นต้น
๒.๔) จิตเป็นสมาธิได้เพราะการเจริญเมตตา มองเห็นสัตว์ทั้งหลายเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย จนไม่มีความโกรธ เกลียด อาฆาต พยาบาทผู้ใดจิตใจมีแต่ความสุข
๒.๕) จิตเป็นสมาธิได้เพราะการฟังธรรม เมื่อฟังสิ่งที่เป็นสาระประโยชน์ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการอ่าน การฟัง ในขณะนั้นต้องรวมจิตใจให้เป็นสมาธิ
๒.๖) จิตเป็นสมาธิได้เพราะการแสดงธรรม กล่าวธรรมมะ คือเรื่องเป็นสาระ ประโยชน์ให้ผู่อื่นฟัง ก้ต้องรวบรวมจิตใจให้เป็นสมาธิ
๒.๗) จิตเป็นสมาธิได้เพราะการสาธยายธรรม คือนำบทธรรมะมากล่าวซ้ำจนจำได้ ทำให้ต้องรวมจิตให้ป็นสมิเช่นเดียวกัน
๒.๘) จิตเป็นสมาธิได้เพราะการพิจาราณาใคร่ครวญธรรม ที่เรียนมาแล้ว เมื่อนำมาใคร่ครวญอยู่ จะเกิดปัญญา และมีการจดจ่อต่อสิ่งที่นำมาใคราครวญนั้น ทำให้จิตเป็นสมาธิ
๒.๙) จิตเป็นสมาธิได้เพราะการฝึกจิตภาวนา ตามระบบใดระบบหนึ่ง เช่น อานาปานสติ ด้วยการเพ่งตามดูตามเห็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดอยู่ทุกครั้งที่หายใจเข้า- ออก จิตย่อมมีสมาธิ วิปัสนาได้ดยอัตโนมัติ
๒.๑๐) จิตเป็นสมาธิได้เพราะเจริญปัญญาก่อน เมื่อมีปัญญารู้แจ้ง ไม่ว่าปัญญา ที่เกิดจากการได้ยินได้ฟัง จากการคิดพิจาราณา หรือจากความรู้สึกต่อภาวะของจิตทั้งที่เป็นทุกข์ ละไม่เป็นทุกข์ ย่อมทำให้จิตเป็นสมาธิได้เอง
**** นี่เป็นตัวอย่าง การกระทำจิตให้เป็นสมาธิ อันจะเป็นการแก้ไขความเครียดทางสมองหรือระบบประสาท ซึ่งทุกคนมีโอกาสทำได้
๓. เครียดทางจิตใจ จิตใจเครียดเป็นครั้งคราว เพราะจิตตามปรกติประภัสสร ไม่มีกิเลส ไม่มีปัญญาจิตมีความเครียดเพราะมีกิเลสและความทุกข์
<!--emo&:32:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/32.gif<!--endemo--> วิธีแก้ไข เมื่อจิตมีความทุกข์ภาวะนั้นๆจะค่อยๆจางหายไปเราทำอะไรไม่ได้ มีแต่ให้สติปัญญามาตามทัน ตามเห็นความทุกข์ ความทุกข์จะไม่เพิ่มขึ้นหรือยืดระยะเวลาออกไป
ถ้าสติตามดูตามเห็นจิดที่เป็นทุกข์นั้น จะเห็นความเหน็ดเหนื่อย กระวนกระวาย ไม่สงบ ( ทุกฺขํ ) ภาวะนั้นจะค่อยๆ จางหายไป ( อนิจฺจํ ) ภาวะนั้นเกิดแล้วจางหายไปไม่มีตัวตนที่เที่ยงแท้ถาวร ( อนตฺตา ) แล้วมีสติปัญญาไม่เพลินในเวทนาอีก ความทุกข์ก้ไม่เกิดขึ้น
ถ้าเผลอให้เกิดมีสติรู้ทัน ตามดูตามเห็นสภาพจิตที่ปรุงแต่งนั้นๆ ก็จะเห็นพระไตรลักษณ์ ( อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา )อีกแล้วคอยระมัดระวังไม่เพลินในเวทนาต่างๆอีก ด้วยการปฏิบัติอยู่ในมรรคมีองค์ ๘จะเป็นการแก้เครียดทางจิตใจได้
<!--emo&:57:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/57.gif<!--endemo--> <!--emo&:58:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/58.gif<!--endemo--> <!--emo&:59:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/59.gif<!--endemo--> พุทธศาสนาเป็นการแก้เครียดทางจิตใจ ด้วยการศึกษารู้เท่าทันว่า จิตนี้ประภัสสร มัวหมองแล้วเพราะกิเลสจรมา จึงระมัดระวังไม่ให้กิเลสลงไป
ผสมในจิตใจ จะมีแต่ความสุขสงบเย็น ไม่มีความเครียด <!--emo&:57:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/57.gif<!--endemo--> <!--emo&:58:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/58.gif<!--endemo--> <!--emo&:59:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/59.gif<!--endemo-->
ทั้งหมดถ้าศึกษาให้เข้าใจ และปฏิบัติตามได้ ก็จะเป็นการแก้ความเครียด อันเป็นปัญหาใหญ่ของมนุษย์ ในยุคที่คนกำลังหลงใหลในวัตถุ จนลืมเรื่องรางทางจิตใจหมดสิ้น
<!--emo&:60:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/60.gif<!--endemo--> <!--emo&:61:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/61.gif<!--endemo--> <!--emo&:62:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/62.gif<!--endemo-->
อารมณ์เกิดก่อขึ้น ปัจจุบัน
กระทบอายตนะเกิน แกร่งกล้า
สติ ติดตามทัน ทุกที่
ประชิดกระชับทัพหน้า เนื่องเข้าโรมรัน
ปัญญา เปรยเปรียบได้ ทัพหลวง
สติ สกัดอารมณ์ รับสู้
โปร่งปรุทะลุทะลวง ศึกล่า ถอยแล
ทิฏฐิ เท่าทันรู้ กิเลสร้าย หายสูญ .
" พระวรศักดิ์ วรธัมโม"
<!--emo&:74:-->http://larndham.net/forum/html/emoticons/74.gif