ปมิตา
02-20-2006, 06:09 AM
http://www.luangta.com/images/bar_thamma_people.jpg
<TABLE cellSpacing=1 cellPadding=0 width="95%" align=center border=0><TBODY><TR align=right><TD>[/URL] <TABLE borderColor=#993300 cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" align=center bgColor=#ffcc99 border=0><TBODY><TR><TD>ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win) (http://www.luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=3807&CatID=2#)ข้อมูลเสียงแบบ(MP3) (http://www.luangta.com/archive3/mp3/y49/feb/m16-02-49pm.mp3)
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE cellSpacing=1 cellPadding=0 width="95%" align=center border=0><TBODY><TR><TD><O:pเทศน์อบรมฆราวาส
ณ กุฏิหลวงตา สวนแสงธรรม กรุงเทพฯ
เมื่อค่ำวันที่๑๖กุมภาพันธ์พุทธศักราช๒๕๔๙<O:p</O:p
ตกแต่งแก้ไขจิตใจบ้าง
แต่ก่อนเขาไม่อยากเข้าไปละวัดป่าบ้านตาดวิ่งไปหาครูบาอาจารย์ที่พูดนิ่มนวลอ่อนหวานชอบวิ่งไปนู้นวัดป่าบ้านตาดไม่ค่อยมีใครไปก็สมกับเจตนาของวัดป่าบ้านตาดด้วยไม่ชอบยุ่งกับใครถ้ามาก็เก้งๆก้างๆขวางหูขวางตาจากนั้นมาแล้วมันก็ทนไม่ได้เดี๋ยวก็ใส่เปรี้ยงเข้าไปเขาก็กลัววิ่งป่าราบไปเลยเข้าใจไหมพอดีเขาได้รับคำแนะนำจากท่านอาจารย์ฝั้นนะต้นเหตุนะเขาก็หลั่งไหลไปหาท่านอาจารย์ฝั้นท่านก็เลยถามละแล้ววัดป่าบ้านตาดล่ะท่านมหาบัวได้มีใครไปไหมโอ๋ยท่านดุไม่กล้าไปท่านดุท่านเลยให้วิชาอะไรมาไม่รู้เลยได้วิชานั้นมาท่าท่านเลยเหอๆขึ้นเลย
<O:p</O:p
ท่านอาจารย์ฝั้นท่านนิ่มนวลมากนะนิ่มนวลทุกอย่างเลยท่านก็ถามว่าไม่ได้ไปเพราะกลัวท่านดุว่าอย่างนั้นท่านก็เหอขึ้นมาเลยเหอๆท่านดุเหรอท่านมหาบัวดุเหรอเอาละทีนี้ใครดุอย่างท่านมหาบัวมีไหมไปหนาๆนี่ละสำคัญอันนี้มีใครดุอย่างนั้นมีไหมไปหนาๆทีนี้มันก็ค่อยด้อมไปละซีทีนี้วิชาดุเราก็ค่อยถูกลบลายลงไปดุเท่าไรก็ค่อยเข้ามาเรื่อยเวลานี้วิชาตัวนั้นวิชาดุนั้นน่ะที่เป็นวิชาลายพาดกลอนเหมือนเสือโคร่งเสือดาวหมดเลยไม่มีเหลือเหลือก็ตัวเหลืองๆมีแต่ผ้าแก่นขนุนเหลืองๆนั่นละลายเขาลบหมดดุเท่าไรมันยิ่งมาๆหนักเข้าๆวิชานั้นเลยหมดเลยเดี๋ยวนี้จะทำอะไรมันยิ่งชอบดุเท่าไรมันยิ่งหมุนเข้ามามันเป็นอย่างนั้นนะเดี๋ยวนี้นะ
<O:pนี่ก็สอนวิชาหมาให้นี่ไม่ทราบมันจะกลัวไม่กลัวยิ่งวันหลังมันจะซ่อมให้หนักกว่านี้เข้าไปอีกมันเป็นอย่างนั้นนะเอ้อมันก็แปลกอยู่นะที่แปลกเพราะอะไรอันนี้ก็เพราะเราเป็นต้นเหตุอันหนึ่งเราเอามาพิจารณาไปหาท่านอาจารย์มั่นเพราะตั้งใจจะไปหาท่านแล้วพอออกพรรษาแล้วจะรีบมามาจากโคราชออกจากกรุงเทพฯก็ไปจำพรรษาที่จักราช-โคราชนะไปจำพรรษาที่นั่นพอออกพรรษาแล้วจะรีบไปให้ทันท่านท่านอยู่อุดรตอนนั้นพอดีพวกกฐินเขาก็มาพัวพันยุ่งไปหมดเลย
<O:p</O:p
ทีแรกเราก็เด็ดแต่เรามันเป็นอย่างไรนะส่วนมากมักจะแพ้ผู้หญิงนะมันชอบกลอยู่นะเราก็เด็ดมีแต่จะไปท่าเดียวเขาก็มาขอให้รับกฐินเสียก่อนค่อยกลับเราบอกเราไม่รับเราจะรีบไปมาเถียงกันกับเราตาดำตาแดงเราก็เฉยเราจะไปท่าเดียวเราไม่รู้กลของเราซีพอเราเผลอเขามาฉวยเอาห่อผ้าสังฆาฏิเรานี้เข้าบ้านเลยร้องไห้อยู่ต่อหน้านั่นแหละเราก็เฉยเราไม่สนใจจากนั้นเราเผลอทีเดียวมันด้อมมาเอาผู้หญิงน่ะด้อมมาเอาห่อผ้าสังฆาเรานี่ไปเลยพอลงบันไดแล้วท่านจะไปอุดรก็ไปเสียนะหันหน้ามาก็ร้องไห้อยู่ตะกี้นี้ลงไปท่านจะไปอุดรก็ไปเสียนะแล้วมีลักษณะยิ้มๆ
<O:p</O:p
เราก็ยังไม่รู้ตัวนะไม่ต้องบอกก็ได้ความหมายก็ว่าอย่างนั้นพอลงไปบันไดมันได้สังฆาฏิแล้วมันหอบไปแล้วนั่นเราไม่เห็นสังฆาฏิอยู่ข้างหลังเผลอมันปั๊บมาเอาสังฆาฏิไปเลยพอลงไปบันไดหันหน้ามาท่านจะไปอุดรก็ไปเสียนะมียิ้มๆเอ๊ร้องไห้ตะกี้นี้ลงไปแล้วทำไมมันยิ้มน้าเรานึกเท่านั้นเองพอเขาลงไปแล้วมีพระองค์หนึ่งมาสะกิดนี่เขาลงไปาเขายิ้มๆนั่นน่ะเขายิ้มอะไรยิ้มอะไรช่างใครเถอะเราว่าอย่างนั้นนะไม่ใช่เขามาขโมยเอาผ้าสังฆาฏิท่านไปแล้วเหรอเหอมองดูไม่เห็นเอาไปแล้วเอาไปนู้นเอาเข้าในบ้านเลยนะโถมันเก่งนะ
<O:p</O:p
ไปแล้วเขาก็มาถามพระเอาผ้าสังฆาฏิท่านเข้าไปในบ้านผิดพระวินัยของท่านอย่างไรๆบ้างเขามาถามกับพระพระท่านก็เล่าให้ฟังตามความสัตย์ความจริงคือออกพรรษาแล้วการอยู่ปราศจากจีวรผืนใดผืนหนึ่งก็อยู่ได้ท่านว่าอย่างนั้นนะในพระวินัยมีเขาก็ได้นั่นแล้วเขาก็ไม่ยอมเอาออกมาผ้าสังฆาฏิไม่ยอมเอาออกมาเพราะว่าอยู่ปราศจากจีวรสบงสังฆาฏิผืนใดก็ได้เมื่อออกพรรษาแล้วไม่เป็นอาบัติถ้าธรรมดาปราศจากไม่ได้ปรับอาบัติ
<O:p</O:p
เขาก็มาถามพระพระก็เล่าให้ฟังเขาก็เลยกักไว้นั้นเลยเขาไม่ออกมามาซัดกับเราจนกระทั่งเราสุดท้ายยอมเขายอมเขาจึงเอาผ้าสังฆาฏิมาให้นะไม่อย่างนั้นเขาไม่ยอมโธ่มันเอาขนาดนั้นนะนี่ละพูดถึงเรื่องเขาเก่งๆนี้เราก็ว่าเราเก่งทีไหนได้ร้องไห้ต่อหน้าสักครู่เดียวกลับลงไปแล้วพอลงบันไดแล้วหันหน้าท่านอยากไปอุดรก็ไปเสียนะยิ้มๆเรายังไม่รู้นะวิชายิ้มเขาได้ทีแล้วนั่นไปแล้วเรายังเซ่ออยู่จนกระทั่งยอมเขารับกฐินเสียก่อนถึงจะไปเขาก็เอาสังฆาฏิกลับคืนมานั่นเป็นอย่างนั้นละอยู่โคราชจำพรรษาจักราช
<O:p</O:p
นี่ละที่ช้าไม่ทันพ่อแม่ครูอาจารย์มั่นเพราะอันนี้เองเราจะรีบไปให้ทันท่านจะไปกับท่านท่านอยู่ไหนก็อยู่ไปไปด้วยเลยไม่ทันก็เพราะเขาเอาสังฆาฏิเข้าไปให้รับกฐินเสียก่อนพอรับกฐินแล้วไปมันก็ไม่ทันท่านท่านก็ไปถูกเขามานิมนต์ด้วยแล้วก็รับไปด้วยที่สกลนครได้สองวันเราก็ไปถึงไม่ทันท่านจึงเลยไปพักอยู่ที่หนองคายก่อนแต่จะไปหากยังไม่กำหนดวันนี่ก็พอดีมีพระองค์หนึ่งวัดทุ่งสว่างหนองคายด้วยกันท่านก็เล่าเรื่องให้ฟังท่านมาจากบ้านนามนมากจากท่านอาจารย์มั่นเหอๆขึ้นทันทีก็สนใจอยู่แล้ว
<O:p</O:p
แล้วก็ถามเป็นอย่างไรว่าอีกทีนะมาจากท่านอาจารย์มั่นเหรอถามให้ชัดเจนเลยบอกมาจากท่านอาจารย์มั่นเวลาท่านมาท่านยังอยู่นั้นเหรอยังอยู่นั้นแหละจากนั้นก็จ้อเข้าไปเลยไหนทราบว่าท่านอาจารย์มั่นนี้ดุเก่งว่าอย่างนั้นใช่ไหมโอ๋ยไม่ต้องบอกว่าดุเก่งควรขับท่านขับเลยว่าอย่างนั้นนะควรขับท่านขับเลยอย่าว่าแต่เพียงดุแทนที่จะเป็นผลลบจะกลัวท่านไม่นะมันกึ๊กถึงจิตเลยองค์นี้แหละจะเป็นอาจารย์ของเราท่านอาจารย์มั่นนี่ท่านมีชื่อเสียงโด่งดังอยู่ตั้งแต่เราเป็นเด็กชื่อเสียงกระเทือนทั่วเมืองอุดรท่านจำพรรษาอยู่ที่หนองผือแล้วท่านจะดุสุ่มสี่สุ่มห้านี้เป็นไปไม่ได้เพราะท่านชื่อเสียงกระเทือนทั่วประเทศไทยเฉพาะเมืองอุดรอำเภอบ้านผือนี้มานาน
<O:p</O:p
ท่านจะดุจะขับไล่ไสส่งใครเฉยๆนี้เป็นไปไม่ได้เราจะต้องไปหาอาจารย์องค์นี้ให้เอาเราเป็นพยานเลยจะไม่เอาใครเป็นพยานท่านดุท่านดุเพราะเหตุผลกลไกอะไรหรือท่านขับไล่ก็ให้ถูกเราว่าถูกขับไล่เพราะเหตุผลกลไกอะไรท่านดุแบบไหนให้เราเป็นคนได้ยินได้ฟังเองว่าท่านดุแบบไหนตัดสินใจเลยทันทีสามวันเท่านั้นนะไปพักอยู่ที่นั่นที่หนองคายเป็นเวลานานพอสมควรแต่พอได้ทราบข่าวสามวันเท่านั้นละท่านดุท่านเคร่งครัดมากทีเดียวควรดุท่านดุท่านไม่ไว้หน้าใครควรขับไล่ท่านขับไล่เลยพระ
<O:p</O:p
นี่แทนที่จะเป็นผลลบไม่ได้เป็นนะกลับเข้าถึงใจๆเออองค์นี้ละจะเป็นอาจารย์ของเราท่านดุคำไหนเราจะไปฟังด้วยหูของเราเองท่านขับไล่ก็เอาขับไล่แบบไหนถ้าหากว่าท่านจะขับไล่เราก็ให้เราเป็นคนถูกขับไล่ท่านขับไล่เพราะเหตุผลกลไกนี่ละเป็นอาจารย์ของเราครูบาอาจารย์ชื่อเสียงโด่งดั่งขนาดนี้ท่านจะดุด่าว่ากล่าวหรือขับไล่ไสส่งไปไหนโดยหาเหตุผลไม่ได้นี้เป็นไปไม่ได้ตรงจุดนั้นนะเป็นผลบวกทันทีอยู่ได้สามวันลาไปเลย
<O:p</O:p
พอไปถึงอุดรเราจะไปสกลนครตอนนั้นค่ารถจากอุดรไปสกลนครเขาเก็บค่ารถสิบสลึงสองบาทสองสลึงเป็นสิบสลึงแล้วเรามีเงินบาทเดียวจะทำอย่างไรนี่อาตมามีเงินบาทเดียวอาตมาจะขอขึ้นรถไปด้วยได้ไหมให้อาตมาลงที่ไหนอาตมาก็ลงอาตมามีเงินบาทเดียวขอขึ้นไปชั่วระยะเพียงกำหนดของเงินนี้เท่านั้นอาตมาก็พอใจพอว่าอย่างนั้นคนขับรถเขาก็ถึงใจเหมือนกันนะเพราะฉะนั้นจึงถึงใจเรานะท่านว่าขนาดนั้นแล้วเอาเถอะรถคันนี้จะไปถึงนครพนมท่านจะไปถึงไหนถึงกันถึงนครพนมได้รถคันนี้เงินบาทเดียวก็ตามเถอะนิมนต์ขึ้นเลยบาทเดียวก็บาทเดียวแหละท่านจะไปนครพนมก็ไปได้ถึงนครพนมเลยว่าอย่างนั้นแล้วก็ขึ้นรถ
<O:p</O:p
พอไปถึงสกลนครแล้วรถจอดลาเขาลงท่านไม่ไปนครพนมหรือนี่รถนี่จะไปนครพนมโอ้ยไม่ไปล่ะขอบบุญขอบคุณนะเรามีเงินบาทเดียวให้ลงที่ไหนเราก็ลงถ้าท่านว่าอย่างนั้นแล้วไปถึงไหนถึงกันนครพนมก็ไปเงินบาทเดียวเท่านี้แหละไปสำคัญอะไรกับเงินเราก็ไม่ลืมนี่มีเงินบาทเดียวขอขึ้นรถไปกับเขาเพราะเรามีเงินบาทเดียวนี่เราก็ไม่ลืมพอถึงนั้นไปพักวัดสุทธาวาสแต่ก่อนมันเป็นป่าเป็นดงจริงๆนะที่ตลาดลาดเลในวัดสุทธาวาสเต็มไปหมดนั้นไม่มีบ้านคนเลยเป็นดงล้วนๆ
<O:p</O:p
เพราะฉะนั้นจึงว่าวัดป่าสุทธาวาสห่างจากสกลนครไปสองกิโลไปบิณฑบาตที่สกลนครในแถวนั้นไม่มีหมู่บ้านคนแม้แต่หลังคาเรือนเดียวไม่มีเป็นดงล้วนๆปีเราไปปี๒๔๘๔เดี๋ยวนี้ก็อยู่กลางบ้านแล้ววัดสุทธาวาสจากนั้นเราก็ไปหาท่านเลยไปก็ซ่วมซ่ามๆอย่างว่านั่นแหละก็เราไม่เคยเดินทางไปเรื่องรถเรื่องราอยาไปถามหามันแม้แต่ทางถนนทางรถก็ไม่มีเป็นทางล้อทางเกวียนไปนี่ละที่เล่าให้ฟังไปกลางคืนมืดๆไปถามชาวบ้านเขาเขาบอกทางให้ไปทางนี้เขาตามไปส่งทางนี้ตรงแน่วไปถึงเวลานี้ท่านย้ายมานามนมาสร้างวัดใหม่อยู่บ้านโคกเราก็ไปตรงนั้นละท่านอยู่บ้านโคกเวลานี้
<O:p</O:p
เดินซ่วมซ่ามๆไปจึงได้ไปเห็นศาลาท่านท่านเดินจงกรมอยู่ข้างๆเราไม่เห็นนะท่านพักอยู่ที่ศาลาศาลาหลังนี้ท่านกั้นห้องอยู่ท่านสบายมากนะท่านอาจารย์มั่นสบายมากที่สุดนั่นเป็นหลักธรรมชาติจริงๆเป็นธรรมล้วนๆเลยไปยืนดูศาลาไปคำนึงคำนวณเอ๊ศาลาหลังนี้ถ้าหากว่าเป็นศาลาครูบาอาจารย์ขนาดนี้ก็รู้สึกจะเล็กไปหน่อยถ้าเป็นกุฏิเป็นกุฏิกรรมฐานก็จะใหญ่ไปสักหน่อยมานี่ปั๊บใครมานี่ท่านเดินจงกรมท่านยืนอยู่มืดๆเราก็ซ่วมซ่ามๆไปคนเดียวมืดๆ
<O:p</O:p
ใครมานี่ทางนี้ก็บอกว่ากระผมบอกกลางๆว่ากระผมท่านก็แผดออกมาเลยไอ้ผมๆตั้งแต่คนหัวล้านมันก็มีตรงที่มันไม่ล้านฟังซิน่ะค้านที่ไหนผมๆนี่ตั้งแต่คนหัวล้านมันก็มีผมตรงที่มันไม่ล้านเราก็ปุ๊บแก้ไขใหม่กระผมชื่อพระมหาบัวว่าอย่างนั้นเอ้อก็ว่าอย่างนั้นซีเสียงดังเลยนะไม่ใช่ธรรมดาพระเดินจงกรมเงียบๆตื่นเต้นวิ่งออกมาก็ว่าอย่างนั้นซีมันถึงจะรู้เรื่องรู้ราวอันนี้ผมๆท่านแหย่แล้วนะทีนี้นะผมๆแม้แต่เด็กมันก็มีผมเอาอีกแหละอู๊ยทำไมท่านพูดถูกเอานักหนาคนหัวล้านมันก็มีผมหาที่ค้านไม่ได้ทำไมถึงพูดถูกต้องเอานักหนา
<O:p</O:p
พอพลิกคำใหม่ว่ากระผมชื่อพระมหาบัวเอ้อก็ว่าอย่างนั้นซิอันนี้ผมๆท่านแหย่เอานะตั้งแต่เด็กมันก็มีผมยิ่งลงใหญ่เลยนะเราแหมทำไมท่านพูดถูกต้องเอานักหนานั่นแหละขึ้นไปหาท่านท่านถึงใส่เปรี้ยงๆเลยเอาเป็นอย่างไรก็ให้เห็นท่านจะดุขนาดไหนเราจะฟังเองด้วยเหตุด้วยผลทุกอย่างขับไล่ไสส่งให้ถูกเราเองเราถูกขับไล่เพราะเหตุผลกลไกอะไรอยู่กับท่านท่านก็ไม่ได้ดุดุเราท่านก็พูดตามอัธยาศัยของท่านแต่กลัวนะกลัวมากทีเดียวแต่เหตุผลเหนือมันจะกลัวขนาดไหนไม่ยอมไปไหนเพราะมันลงใจแล้วตั้งแต่ได้ยินทีแรกว่าท่านดุท่านด่าเก่ง
<O:p</O:p
นี่ละอาจารย์ของเรามันจับไว้แล้วพอไปอยู่กับท่านก็อย่างว่าแหละนิสัยท่านเป็นอย่างนั้นท่านพูดอย่างตรงไปตรงมาเลยเรื่องกลัวน่ะกลัวมากแต่จะไปไหนไม่ได้เราบอกว่านี่อาจารย์ของเราหากว่าท่านยังมีชีวิตอยูนี้เราจะอยู่กับท่านตลอดไปแต่การไปเที่ยวที่นั่นที่นี่ถือเป็นธรรมดาแต่ถือว่าสถานที่อยู่ของท่านเหมือนว่าเป็นบ้านอยู่ของเราด้วยเราจะต้องกลับมาก็อยู่ของท่านอย่างนี้ละอยู่ไปฟังไปท่านดุไปคอยฟังไปปรับใจเข้าไปเรื่อยภาวนาเข้าไปเรื่อยปรับใจเข้าไปเรื่อย
<O:p</O:p
ความดุของท่านดุเผ็ดร้อนเท่าไรยิ่งมีแต่อรรถแต่ธรรมหาความเป็นโลกเป็นสงสารกิเลสตัณหาไม่มีเลยมีแต่ความดุด้วยความเป็นธรรมๆๆฟังไปๆปรับตัวไปเรื่อยๆสรุปความลงแล้วความดุนั้นเป็นธรรมทั้งนั้นได้ยินเสียงท่านเวิ้กว้ากนั่นละธรรมจะออกแล้วเหมือนกับฟ้ากระหึ่มบนเมฆนี่ฝนจะตกแล้วนะนี่นะหาอะไรมารองเป็นลักษณะนั้นพอท่านกระหึ่มขึ้นมาดุขึ้นมานี่ละธรรมะจออกยอดธรรมจะออกจริงๆเลยดุเท่าไรธรรมยิ่งไหลออกมันอยู่ไปปรับไปๆหาคำที่ว่าท่านดุมีที่ตรงไหนสุดท้ายไม่มี
<O:p</O:p
ดุเท่าไรเด็ดเท่าไรธรรมะประเภทนั้นยิ่งถึงใจๆจนลงใจหาที่ต้องติไม่ได้เลยคำดุดุขนาดไหนเป็นอรรถเป็นธรรมล้วนๆเลยลงใจทุกอย่างคือท่านไม่ได้ดุเพราะเราไปหาเหตุหาผลจริงๆว่าดุอะไรท่านตำหนิตรงไหนถูกหมดควรจะเด็ดจะเดี่ยวขนาดไหนถูกต้องหมดเลยผู้ที่ถูกตำหนิเป็นผู้ผิดท่านไม่ได้ผิดครั้นอยู่ไปนานไปๆนี้เวลาฟังเทศน์ประชุมฟังเทศน์นี้พระเณรเตรียมพร้อมเหมือนกับเด็กหิวนมจะได้ดื่มนมกับแม่นั่นเองนี่ท่านจะประชุมเทศน์เหมือนกับได้ดื่มนมกระหยิ่มยิ้มย่อง
<O:p</O:p
ทีนี้เวลาท่านเทศน์ธรรมดาเมื่อฟังไปๆท่านเทศน์ธรรมดาๆนี้ธรรมะนี้ถึงนิพพานความบริสุทธิ์หลุดพ้นแต่ถ้ามีผู้ใดมีขัดข้องขึ้นหรือท่านเอะขึ้นมาในเวลานั้นธรรมะจะท่านจะพุ่งเลยนะพุ่งเลยเต็มเม็ดเต็มหน่วยจนเข้าใจได้ว่าถ้าวันไหนมีเหตุการณ์อะไรแล้วเราจะได้ฟังธรรมะอย่างถึงใจถ้าธรรมดาท่านเทศน์ถึงนิพพานก็ตามแต่รู้สึกจะขาดอะไรๆอยู่เช่นอย่างเรารับประทานเหมือนจะขาดน้ำปลาอยู่ถ้าท่านดุเปรี้ยงขึ้นมาหรือไม่ใช่อย่างนี้เอาละพุ่งๆทีนี้หาว่าคำดุไม่มีเลยยอมรับร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่มีเด็ดเท่าไรดุเท่าไรมีแต่เรื่องธรรมออกล้วนๆ
<O:p</O:p
ถ้าฟังธรรมดาไม่อยากฟังไอ้เราก็นิสัยอย่างนี้ด้วยอยู่กับท่านนานๆเข้าฟังธรรมะประเภทธรรมดานี้ก็ดีแต่ยังไม่สนิทใจนักถ้าได้รับฟังแบบเอะอะนั่นละถึงใจก่อนฟังจึงต้องมีแง่ละทีนี้เรานั่นละตัวดื้อๆมาอยู่กับท่านนานเข้าไปๆหากมีเงื่อนอะไรอันหนึ่งให้ท่านเอะใจหรือดุเรานั่นละได้ฟังธรรมะถึงใจๆตอนนั้นสรุปจนกระทั่งท่านมรณภาพหาคำว่าดุไม่มีดุแบบโลกไม่มีมีแต่เรื่องธรรมล้วนๆเด็ดเท่าไรยิ่งเป็นธรรมถึงใจๆ
<O:p</O:p
แล้วก็มาพิจารณาถึงบรรดาลูกศิษย์ลูกหาทั้งหลายมันก็คงจะเรียนวิชาแบบนั้นมาลบลวดลายอาจารย์มันละท่าพวกนี้แต่ก่อนดุกลัวนะเดี๋ยวนี้มันไม่ได้กลัวดุเท่าไรมันยิ่งคลานเข้ามาๆบอกให้ไปเรียนวิชาหมานะนี่ไปเรียนวิชาหมาหมามันยังไม่แรงให้เรียนให้เด็ดกว่านั้นฟาดให้มันเหยียบกันลั่นมาล้มระนาวข้ามกันมาวิชานี้น่ะมันก็ต้องได้ใช้วิชานี้อีกสอนลูกศิษย์ลูกหาดุหรือไม่ดุมันไม่ได้สนใจมันเป็นอย่างนั้น
<O:p</O:p
นี่พูดถึงเรื่องธรรมถ้าเป็นผู้มุ่งธรรมล้วนๆแล้วไปหาพ่อแม่ครูอาจารย์มั่นหาที่ต้องติไม่ได้เลยไม่มีเด็ดเท่าไรธรรมะยิ่งเด็ดออกมานั่นละรสแห่งธรรมที่ออกมาเด็ดๆถึงใจๆเลยเราตั้งใจจะแก้กิเลสอยู่แล้วมันยิ่งพุ่งๆเลยหลักธรรมชาติท่านก็สิ้นกิเลสแล้วจะเอาอะไรมาดุคำว่าดุเป็นกิเลสเมื่อสิ้นแล้วจะเอาอะไรมาเป็นกิเลสดุคนมันก็มีแต่ธรรมล้วนๆใจที่บริสุทธิ์แล้วจะทำอะไรให้โมโหก็ไม่มีโมโหเป็นกิเลสก็สิ้นไปจากใจเอาอะไรมาโมโหก็มีแต่ฤทธิ์ของธรรมอำนาจของธรรมพุ่งออกมาแทนกิเลสเท่านั้นเองเด็ดเดี่ยวเฉียบขาดเท่าไรยิ่งมีแต่ธรรมล้วนๆออกมาฟังแล้วมันถึงใจๆนะ
<O:p</O:p
นี่เราก็พูดเราไม่ได้วัดรอยใจดวงนั้นที่ท่านสอนด้วยความบริสุทธิ์ใจจนกระทั่งท่านนิพพานจากไปก็คือท่านเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งนั้นแลไม่สงสัยหายสงสัยแล้วก็เดินตามรอยกันไปตามรอยกันไปธรรมะก็เป็นเข้าสู่ใจๆฟาดเสียจนกระทั่งกิเลสขาดสะบั้นไปจากใจไหมดแล้วจะเอาอะไรมาโกรธก็ความโกรธเป็นกิเลสมันสิ้นไปแล้วเอาอะไรมาดุความดุความโกรธเหล่านี้เป็นกิเลสสิ้นแล้วจากหัวใจอะไรจะออกแทนมันก็มีแต่ธรรมดุเด็ดขนาดไหนมีแต่ธรรมออกกิเลสหมดไปแล้วมันก็เป็นแบบเดียวกัน
<O:p</O:p
เราพูดชัดๆเราสอนใครก็ตามเราไม่มีคำว่ากิเลสมาแฝงเลยจะดุด่าว่ากล่าวหนักเบามากน้อยเพียงไรจะเป็นธรรมล้วนๆมันก็เลยมาเข้ากันได้กับเรื่องนี้แหละเพราะฉะนั้นพวกนี้มันถึงได้มาลบลายเราลบลายก็ลบลายนะนี่แม้ตั้งแต่เสือมันตายแล้วลายมันยังมีนะระวังให้ดีพวกนี้อย่ามาลบลายนะเสือมันตายแล้วลายมันยังมีอยู่นะอันนี้คนนี้ไม่ตายอย่ามาลบลายนะเดี๋ยวหลงทิศไปนะจะว่าไปบอกเข้าใจหรือเปล่าละพวกนี้น่ะฟังเสียงตูมตามๆมันแย่งกันมามันอะไรกันถึงต้องให้ไปเพิ่มวิชามาอีกเอาให้เหยียบกันล้มระนาวมาข้ามหัวกันมามันจะถึงพริกถึงขิงเข้าใจไหมวิชายังไม่ถึงขั้นนั้นสอนให้ไปถึงขั้นนะต่อไปให้ถึงขั้นเหยียบกันระเนระนาดวิ่งไปล้มลุกคลุกคลานมาแล้วขี้แตกเยี่ยวราดตามถนนมาจะถึงใจเข้าใจไหมละพวกนี้มันอะไรกันฟังเสียงพอได้เสียงว่ามาแล้วเสียงมันลั่นมาเลยมันวิ่งแข่งกันมา
<O:p</O:p
นี่เรียกว่าธรรมกับใจกิเลสนี้เป็นเจ้าอำนาจอยู่ในใจออกไปอะไรกิเลสจะออกหน้าๆเพราะมันมีอำนาจเหนือธรรมเวลาธรรมยังไม่มีในใจจะมีแต่กิเลสออกอยู่เฉยๆจะสุขุมคัมภีรภาพขนาดไหนส่วนกิเลสมันจะหมุนอยู่ภายในมันเรียกว่าอะไรมันสุมอยู่ภายในพอได้โอกาสมันออกมันก็เป็นกิเลสล้วนๆไปเลยว่าดุดุจริงๆโกรธจริงๆเพราะอำนาจของกิเลสเพราะกิเลสมันออกทีนี้เวลาชำระไปจนกระทั่งกิเลสสิ้นไปจากใจแล้วตัวไหนที่จะมาให้โกรธในใจไม่มีถึงจะเป็นขนาดไหนก็ไม่มีเพราะเหตุใดเพราะมันหมดแล้วจะเอาอะไรมามี
<O:p</O:p
ทีนี้อะไรที่มีที่แทนกันก็มีแต่ธรรมออกเพราะธรรมมีอำนาจเต็มที่แล้วมีแต่ธรรมจะดุจะเด็ดเฉียบขาดขนาดไหนเป็นเรื่องของธรรมล้วนๆออกมาๆเพราะกิเลสไม่มีจะออกแล้วครูบาอาจารย์ท่านผู้บริสุทธิ์ถึงจะแผดขนาดไหนมันก็มีแต่เสียงอรรถเสียงธรรมรสของอรรถของธรรมเท่านั้นรสของกิเลสไม่มีเพราะมันสิ้นไปแล้วจากจิตใจท่านนี่ละธรรมเราบำเพ็ญลงไปบำเพ็ญลงไปเวลากิเลสหนาแน่นอยู่ที่ไหนมีแต่ความทุกข์ความทรมานนะจะอยู่แบบสุขุมคัมภีรภาพก็มีแต่กิริยาภายนอกเฉยๆส่วนภายในเป็นฟืนเป็นไฟเผาหัวอกอยู่นั้นแหละ
<O:p</O:p
ทีนี้พอเอาอันนี้ออกเอาอันนี้ออกค่อยจางไปๆธรรมค่อยสง่าผ่าเผยขึ้นมาภายในใจความชุ่มเย็นของใจก็มีอยู่ที่ไหนก็มีซุกหัวนอนที่ไหนก็ได้สบายไปเลยเมื่อธรรมมีในใจแต่ถ้ากิเลสมีในใจไม่ได้นะมันเหมือนกับหมาขี้เรื้อนหมาเป็นแผลที่หลังมันคอมันหมาเป็นแผลเป็นอย่างไรถูกหนอนเจาะหนอนไชบนหลังไปอยู่ที่ไหนก็ไม่สบายไปอยู่บนบกก็หนอนเจาะหนอนไชอยู่ในนั้นไปอยู่ในน้ำก็ไม่สบายอยู่บนบกก็ไม่สบายนอนอยู่ก็ไม่สบายนั่งก็ไม่สบายไปที่ไหนหนอนเจาะหนอนไชให้เจ็บปวดแสบร้อนหรือรำคาญอยู่ตลอดเวลาเลย
<O:p</O:p
ทีนี้พอเอาหนอนนี้ออกหมดแล้วหมาตัวนั้นก็หายจากแผลที่หนอนเจาะหนอนไชนอนอยู่ที่ไหนสบายหมดหนอนตรงนี้หมายถึงกิเลสมันเจาะมันไชอยู่ในหัวใจเราเราเหมือนกับหมาตัวหนึ่งกิเลสเจาะไชอยู่ในนั้นอยู่ที่ไหนก็หาความสะดวกสบายอันนี้มีในพระไตรปิฎกนะอยู่ที่ไหนไม่สบายลงน้ำไม่สบายไปบนบกไปนอนที่ลับที่แจ้งที่ไหนก็ไม่สบายแต่พอรักษาแผลที่หนอนเจาะหนอนไชนั้นหนอนออกหมดแล้วทีนี้หายอยู่ที่ไหนสบายหมดพอกิเลสประเภทต่างๆที่มันเจาะมันไชอยู่ในหัวใจของเราค่อยหมดไปๆหมดโดยสิ้นเชิงอยู่ไหนสบายหมดเลย
<O:p</O:p
นั่นละหมาตัวนั้นละใจดวงนั้นแหละที่เป็นแผลเอาแผลออกหมดคือกิเลสนั่นน่ะเป็นแผลเจาะไชอยู่ในนั้นออกหมดแล้วอยู่ไหนสบายหมดเลยนี่ละท่านถึงเรียกว่าผู้หายจากโรคคือกิเลสทั้งหลายแล้วอยู่ไหนท่านสบายหมดไม่มีคำว่าที่นั่นไม่สะดวกอันนี้ไม่สะดวกไม่ว่าที่อยู่ที่หลับที่นอนที่ไหนสบายหมดเพราะใจสบายแล้วเรื่องเหล่านั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยแล้วก็เข้ากันได้ด้วยร่างกายนี่ไม่ใช่วิเศษวิโสอะไรก็ธาตุสี่ดินน้ำลมไฟบรรจุไว้ซึ่งของสกปรกเต็มเนื้อเต็มตัวแล้วจะไปหาปลูกสร้างอะไรหาสิ่งใดมาประดับประดาให้มันสดสวยงดงามขึ้นอีกในศพคนเป็นนั้นน่ะ
<O:p</O:p
มันก็เป็นศพคนเป็นอยู่นั้นเต็มตัวยกขึ้นไปอยู่หอปราสาทราชมณเฑียรก็คือเอาศพคนเป็นขึ้นไปไว้จะสวยงามที่ตรงไหนเป็นที่ส่งเสริมให้ศพคนเป็นนี้ดีขึ้นได้ที่ตรงไหนมันไม่ดีเพราะมันเป็นสภาพนี้จะตกแต่งให้สวยงามขนาดไหนสวยงามแต่สิ่งภายนอกตัวของเราผู้จะไปบรรจุหรือจะไปอยู่ที่นั่นก็หาความสวยงามไม่ได้ก็คือศพคนเป็นนั้นเองนี่ละท่านผู้ที่รู้เท่าทันทุกอย่างบรรดากิเลสทั้งหลายที่พาให้ตกแต่งอันนั้นไม่ดีอันนี้ไม่ดีนี่คือกิเลสนะอันนั้นไม่สวยอันนี้ไม่งามตกแต่งให้สวยให้งามไม่ได้ดูตัวของเราผู้เป็นตัวการนี้มันงามหรือไม่งามถ้าดูตัวนี้มันเป็นสภาพเช่นนี้แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็สร้างขึ้นพออยู่พอไปพอหลับพอนอนจะกินอะไรก็กินไปเพราะสภาพนี้ไม่ได้เลิศเลอกว่าสิ่งเหล่านั้น
<O:p</O:p
ทีนี้ต่างอันต่างเสมอกันแล้วเหมือนกันแล้วมันก็อยู่ได้สบายท่านนอนได้สบายร่มไม้ก็ได้ที่ไหนก็ได้การอยู่การกินท่านกินได้สบายเพราะสภาพมันเป็นเหมือนกันเข้ากันได้กับธาตุขันธ์ซึ่งเป็นศพคนเป็นนี้ท่านจึงสบายๆท่านไม่ไปหาสร้างนู้นสร้างนี้หรูหราฟู่ฟ่าเป็นบ้าทั้งเป็นอยู่อย่างนี้เหมือนพวกเราสร้างอะไรขึ้นมาก็ศพคนเป็นนี้ละขึ้นไปอยู่แล้วมันสวยงามที่ไหนนี่ละกิเลสหลอกคนให้ตกให้แต่งให้สดสวยงดงามทุกสิ่งทุกอย่างอะไรมาประดับประดาก็เพราะสิ่งเหล่านี้มันสกปรกจึงต้องได้หาสิ่งมาลบล้างมากลบมันไว้มาปิดมันไว้ไม่ให้มันแสดงอุจาดบาดตาจนเกินไป
<O:p</O:p
ทีนี้เราทำมันเลยเถิดไปซีว่าให้สวยให้งามไอ้เราก็เป็นตัวอสุภะอสุภังทุกฺขํอนิจฺจํอนตฺตาเป็นตัวศพมันจะเป็นเทวดามาจากไหนมันก็แบบเดียวกันทีนี้โลกไม่รู้จึงตกแต่งกันเป็นบ้าไปหมดเลยบ้านหลังหนึ่งๆตกแต่งขนาดไหนให้สวยให้งามทั้งตกแต่งในนั้นทั้งตกแต่งภายนอกตกแต่งทุกแห่งทุกหนบรรดาที่ศพทั้งเป็นนี้จะไปเกี่ยวข้องกับอะไรต้องตกแต่งนั้นให้เรียบร้อยให้พอดูได้ๆสวยงามๆแต่อันนี้มันเป็นอย่างนั้นแหละนี่มันต่างกันอย่างนั้นนะ
<O:p</O:p
เพราะงั้นท่านผู้ที่มีธรรมในใจท่านจึงไม่ยุ่งกับสิ่งภายนอกมากยิ่งกว่าที่จะปรับปรุงภายในใจชำระสิ่งสกปรกภายในจิตใจคือกิเลสนี้ออกโดยลำดับลำดาแล้วใจก็ค่อยสบายๆไม่กังวลกับความเป็นอยู่ปูวายอยู่ที่ไหนท่านอยู่ได้กินอะไรท่านกินได้ไปเรื่อยๆจนกระทั่งกิเลสขาดสะบั้นไปหมดอยู่ได้หมดอยู่ไหนอยู่ได้อาหารประเภทใดกินได้ทั้งนั้นๆเพราะมันเป็นสิ่งที่ควรแก่กันอยู่แล้วที่จะอยู่จะกินจะหลับจะนอนกับสิ่งเหล่านี้ไม่มีอะไรปีนเกลียวกันพอดี
<O:p</O:p
นั่นละท่านวางสภาพลงให้สู่อันเดียวกันร่างกายนี้กับสิ่งภายนอกก็เป็นสภาพอันเดียวกันอยู่ด้วยกันได้ทั้งนั้นอยู่ไหนอยู่ได้นั่นจิตใจถึงขั้นพอตัวแล้วเป็นอย่างไรวางสภาพไว้ตามหลักความเป็นจริงอยู่ได้หมดอะไรๆสบายหมดๆท่านจึงไม่ยุ่งเหมือนหมาเกาหมัดดังพวกเราพวกเรามันเหมือนหมาเกาหมัดไปที่ไหนเกาอันนั้นไม่ดีอันนี้ไม่ดีหาตกแต่งตั้งแต่สิ่งภายนอกจิตใจที่มันเป็นฟืนเป็นไฟเป็นส้วมเป็นถานนั้นแทนที่จะชำระล้างหรือดับมันไม่ยอมดับให้มันหลอกไปหาแก้ไขที่นั้นไม่ดีที่นี้ไม่ดีหัวใจที่มันเลวที่สุดไม่ดูเลย
<O:p</O:p
โลกจึงหาที่ยึดที่เกาะไม่ได้ในโลกอันนี้มันกว้างขนาดไหนสามแดนโลกธาตุมันเป็นแบบเดียวกันหมดแต่ไม่มีใครที่จะมาชำระล้างมันเพราะไม่มีธรรมก็มีแต่กิเลสพาก้าวพาเดินมันก็เดินไปแบบนี้ละอะไรก็ไม่พออะไรก็ไม่พอตายทิ้งเปล่าๆก็ไม่พอนั่นลองธรรมเข้าไปปั๊บนี้พอๆอยู่ไหนอยู่ได้สบายไปหมดแล้วก็ไม่ยุ่งกวนในสิ่งที่ไม่จำเป็นอ่านได้หมดนี่ละพากันจำเอานะ
<O:p</O:p
อย่างที่หลวงปู่มั่นท่านไปอยู่ที่ไหนอ่านได้หมดทันทีเลยท่านไปกั้นห้องศาลาอยู่เท่านั้นจะมาปลูกกุฏิปลูกหาอะไรอันนี้มันก็ดีอยู่แล้วเท่านั้นพอเท่านั้นพอตลอดเพราะท่านวางตัวกับสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดธาตุขันธ์กับสิ่งเหล่านี้พอเหมาะกันแล้วจะไปวิเศษวิโสจากไหนมาอีกให้มันอยู่น่ะให้มันไปอยู่ไหนมันก็แบบเก่าท่านก็ให้อยู่ตามสภาพที่เหมาะสมกันภายนอกกับภายในก็เป็นธาตุเป็นสมมุติด้วยกันให้อยู่ด้วยกันจิตใจสง่างามแล้วอยู่ไหนสบายหมด
<O:p</O:p
จิตใจที่สง่างามไปอยู่ที่ไหนไม่มีความเศร้าหมองนะจ้าอยู่ตลอดเวลาเอาเข้ากองมูตรกองคูถก็ไปจ้าอยู่ในกองมูตรกองคูถจิตใจที่สง่างามเลิศเลอแล้วอย่าเข้าใจว่ามัวหมองไปตามมูตรตามคูถนะไม่มีจ้าอยู่นั้นเอาเข้าในกองมูตรกองคูถอยู่ใต้ดินก็สง่างามเอาขึ้นบนบกบนฟ้าอากาศสง่างามไปหมดจิตที่สง่างามเต็มตัวแล้วแม้ที่สุดจับซุกเข้าไปในกองมูตรกองคูถก็สง่างามอยู่ในกองมูตรกองคูถนั่นเป็นอย่างนั้นมันต่างกันอย่างนี้นะจิตจึงขอให้พากันเหลียวแลดูจิตใจบ้างซิ
<O:p</O:p
โลกอันนี้โลกไขว่คว้าไม่มีหลักมีเกณฑ์ทั่วแดนโลกธาตุดูแล้วน่าสลดสังเวชนะมันสลดสังเวชจริงๆคือไม่มีที่เกาะคว้านั้นคว้านี้อะไรก็ว่าดีอะไรก็ดีคว้าแล้วพังทั้งนั้นสิ่งที่ได้ก็มีแต่ความหมดหวังอย่างนั้นละโลกหาเรื่องหาอะไรหาได้มาสักเท่าไรก็ได้มาถ้าไม่ใช่ทางแล้วหาเท่าไรก็ตายทิ้งเปล่าๆต้องหาธรรมศาสนาพุทธของเราเป็นศาสนาที่เลิศเลอควรแก่จิตใจของเราที่เป็นนักรู้แล้วให้นำมาประดับจิตใจของเราจะได้สง่างามขึ้นมาสง่างามขึ้นมาแล้วจะได้เห็นจิตใจของตัวว่าเป็นของสำคัญเป็นของเลิศของเลอดีเป็นลำดับลำดาไป
<O:p</O:p
ไม่เหมือนคนที่ไม่เสาะแสวงหาอรรถหาธรรมเลยหาแต่ด้านวัตถุตายทิ้งเปล่าๆไม่มีใครสมหวังผิดหวังกันทั้งนั้นแหละถ้าลงเสาะแสวงหาอรรถหาธรรมความดีงามให้จิตใจได้อยู่ได้อาศัยกับอรรถกับธรรมแล้วสบายไปโดยลำดับลำดาจนกระทั่งสบายสุดยอดไม่มีอะไรเข้ามาเกี่ยวข้องพัวพันเลยนั่นท่านผู้บริสุทธิ์เพราะฉะนั้นท่านอยู่ที่ไหนท่านอยู่ได้สบายๆก็หัวใจพอแล้วอยู่ได้ทั้งนั้นแหละให้พากันจดจำเอานะให้ฝึกจิตใจเป็นของสำคัญ
<O:p</O:p
โลกนี้ไม่มีที่ปล่อยที่วางละนอกจากปล่อยวางลงกับอรรถกับธรรมนี้จะเป็นที่ร่มเย็นเป็นสุขพอซุกหัวนอนได้เป็นอย่างน้อยมากกว่านั้นก็สง่างามเป็นลำดับแล้วจะเห็นใจของเรานี้ว่าเป็นของสำคัญทีเดียวถ้ามีธรรมแทรกเข้าไปปั๊บใจจะสำคัญขึ้นมาทันที ถ้ามีแต่กิเลสพันอยู่ตลอดเวลาแล้วจะไม่มีอะไรดีในโลก หาอะไรมาประดับประดาตกแต่งกิเลสตัวที่ไม่ดีมันก็จะตำหนินั้นว่าไม่ดีๆ วิ่งไปตามมัน ตายทิ้งเปล่าๆ ไม่เกิดประโยชน์อะไรนะ หาที่ยึดที่เกาะไม่ได้นะ โลกนี้เป็นโลกไขว่คว้ามากที่สุดเลยเอาธรรมจับมันเห็นหมดนี่ถึงกาลเวลาพูดพูดก็มันเห็นอยู่จริงๆจะให้ว่าอย่างไรแล้วมันจะเชื่อใครง่ายๆล่ะถ้าลงได้ประจักษ์กับหัวใจดวงนี้แล้วไม่ต้องไปหาใครมาเป็นพยานมันจ้าอยู่นั้นใครจะมาลบล้างแบบไหนๆก็เห็นกลมายาของกิเลสที่มาลบล้างธรรมไปเสียทั้งนั้นๆแล้วจะไปหลงกลของกิเลสได้อย่างไรท่านจึงไม่หลง
<O:p</O:p
ให้พากันอดทนนะให้สั่งสมความดีงามการทำบุญให้ทานเมื่อมีอยู่แล้วอย่าตระหนี่ถี่เหนียวนี้คือทางเดินเพื่อความพ้นทุกข์อนาคตของเราไปข้างหน้าความเป็นผู้มีศีลมีธรรมมีการทำบุญให้ทานนี้จะไม่อดอยากขาดแคลนเหลือเฟือไปตลอดๆจนกระทั่งส่งเราถึงที่สุดวิมุตติพระนิพพานการบุญการกุศลที่เราให้ทานไปนี้จะเป็นเครื่องสนับสนุนเครื่องเสวยต่อไปให้ทานนะอันนี้เป็นสำคัญส่งเราตามสายทางๆไปตลอดให้สงบร่มเย็นสมบูรณ์พูนผลไปตลอดจากนั้นก็ส่งให้ถึงพระนิพพานก้าวเข้าสุดท้ายก็คือจิตตภาวนาเป็นทำนบใหญ่ที่จะรวมแห่งธรรมทั้งหลายเข้าสู่ใจนั้นแล้วดีดผึงเลย
<O:p</O:p
ให้ประดับประดาตกแต่งแก้ไขจิตใจนี้บ้างซึ่งเวลานี้กำลังขุ่นมัวมากทีเดียวจนมืดตื้อผู้ที่มืดตื้อที่สุดมันมีมากต่อมากเวลานี้ในโลกเราเป็นผู้ใหญ่โตที่กิเลสเสกสรรปั้นยอว่าให้เป็นเจ้าเป็นนายเป็นผู้มีอำนาจบาตรหลวงยิ่งส่งเสริมกิเลสให้มันพองตัวขึ้นไปแล้วสุดท้ายเจ้าของก็พังจะให้กิเลสพาขึ้นสวรรค์ชั้นพรหมไม่มีทางพาให้จมนั้นไม่ผิดให้พากันจำเอาละเทศน์เพียงเท่านี้พอ
<O:p</O:p
<O:p</O:p
รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่<O:p</O:p
[U]www.Luangta.com (http://www.luangta.com/)หรือwww.Luangta.or.th (http://www.luangta.or.th/)<O:p</O:p
และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร <O:p</O:p
FM 103.25 MHz<O:p</O:p
<O:p</O:p
</TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE cellSpacing=1 cellPadding=0 width="95%" align=center border=0><TBODY><TR align=right><TD>[/URL] <TABLE borderColor=#993300 cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" align=center bgColor=#ffcc99 border=0><TBODY><TR><TD>ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win) (http://www.luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=3807&CatID=2#)ข้อมูลเสียงแบบ(MP3) (http://www.luangta.com/archive3/mp3/y49/feb/m16-02-49pm.mp3)
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE cellSpacing=1 cellPadding=0 width="95%" align=center border=0><TBODY><TR><TD><O:pเทศน์อบรมฆราวาส
ณ กุฏิหลวงตา สวนแสงธรรม กรุงเทพฯ
เมื่อค่ำวันที่๑๖กุมภาพันธ์พุทธศักราช๒๕๔๙<O:p</O:p
ตกแต่งแก้ไขจิตใจบ้าง
แต่ก่อนเขาไม่อยากเข้าไปละวัดป่าบ้านตาดวิ่งไปหาครูบาอาจารย์ที่พูดนิ่มนวลอ่อนหวานชอบวิ่งไปนู้นวัดป่าบ้านตาดไม่ค่อยมีใครไปก็สมกับเจตนาของวัดป่าบ้านตาดด้วยไม่ชอบยุ่งกับใครถ้ามาก็เก้งๆก้างๆขวางหูขวางตาจากนั้นมาแล้วมันก็ทนไม่ได้เดี๋ยวก็ใส่เปรี้ยงเข้าไปเขาก็กลัววิ่งป่าราบไปเลยเข้าใจไหมพอดีเขาได้รับคำแนะนำจากท่านอาจารย์ฝั้นนะต้นเหตุนะเขาก็หลั่งไหลไปหาท่านอาจารย์ฝั้นท่านก็เลยถามละแล้ววัดป่าบ้านตาดล่ะท่านมหาบัวได้มีใครไปไหมโอ๋ยท่านดุไม่กล้าไปท่านดุท่านเลยให้วิชาอะไรมาไม่รู้เลยได้วิชานั้นมาท่าท่านเลยเหอๆขึ้นเลย
<O:p</O:p
ท่านอาจารย์ฝั้นท่านนิ่มนวลมากนะนิ่มนวลทุกอย่างเลยท่านก็ถามว่าไม่ได้ไปเพราะกลัวท่านดุว่าอย่างนั้นท่านก็เหอขึ้นมาเลยเหอๆท่านดุเหรอท่านมหาบัวดุเหรอเอาละทีนี้ใครดุอย่างท่านมหาบัวมีไหมไปหนาๆนี่ละสำคัญอันนี้มีใครดุอย่างนั้นมีไหมไปหนาๆทีนี้มันก็ค่อยด้อมไปละซีทีนี้วิชาดุเราก็ค่อยถูกลบลายลงไปดุเท่าไรก็ค่อยเข้ามาเรื่อยเวลานี้วิชาตัวนั้นวิชาดุนั้นน่ะที่เป็นวิชาลายพาดกลอนเหมือนเสือโคร่งเสือดาวหมดเลยไม่มีเหลือเหลือก็ตัวเหลืองๆมีแต่ผ้าแก่นขนุนเหลืองๆนั่นละลายเขาลบหมดดุเท่าไรมันยิ่งมาๆหนักเข้าๆวิชานั้นเลยหมดเลยเดี๋ยวนี้จะทำอะไรมันยิ่งชอบดุเท่าไรมันยิ่งหมุนเข้ามามันเป็นอย่างนั้นนะเดี๋ยวนี้นะ
<O:pนี่ก็สอนวิชาหมาให้นี่ไม่ทราบมันจะกลัวไม่กลัวยิ่งวันหลังมันจะซ่อมให้หนักกว่านี้เข้าไปอีกมันเป็นอย่างนั้นนะเอ้อมันก็แปลกอยู่นะที่แปลกเพราะอะไรอันนี้ก็เพราะเราเป็นต้นเหตุอันหนึ่งเราเอามาพิจารณาไปหาท่านอาจารย์มั่นเพราะตั้งใจจะไปหาท่านแล้วพอออกพรรษาแล้วจะรีบมามาจากโคราชออกจากกรุงเทพฯก็ไปจำพรรษาที่จักราช-โคราชนะไปจำพรรษาที่นั่นพอออกพรรษาแล้วจะรีบไปให้ทันท่านท่านอยู่อุดรตอนนั้นพอดีพวกกฐินเขาก็มาพัวพันยุ่งไปหมดเลย
<O:p</O:p
ทีแรกเราก็เด็ดแต่เรามันเป็นอย่างไรนะส่วนมากมักจะแพ้ผู้หญิงนะมันชอบกลอยู่นะเราก็เด็ดมีแต่จะไปท่าเดียวเขาก็มาขอให้รับกฐินเสียก่อนค่อยกลับเราบอกเราไม่รับเราจะรีบไปมาเถียงกันกับเราตาดำตาแดงเราก็เฉยเราจะไปท่าเดียวเราไม่รู้กลของเราซีพอเราเผลอเขามาฉวยเอาห่อผ้าสังฆาฏิเรานี้เข้าบ้านเลยร้องไห้อยู่ต่อหน้านั่นแหละเราก็เฉยเราไม่สนใจจากนั้นเราเผลอทีเดียวมันด้อมมาเอาผู้หญิงน่ะด้อมมาเอาห่อผ้าสังฆาเรานี่ไปเลยพอลงบันไดแล้วท่านจะไปอุดรก็ไปเสียนะหันหน้ามาก็ร้องไห้อยู่ตะกี้นี้ลงไปท่านจะไปอุดรก็ไปเสียนะแล้วมีลักษณะยิ้มๆ
<O:p</O:p
เราก็ยังไม่รู้ตัวนะไม่ต้องบอกก็ได้ความหมายก็ว่าอย่างนั้นพอลงไปบันไดมันได้สังฆาฏิแล้วมันหอบไปแล้วนั่นเราไม่เห็นสังฆาฏิอยู่ข้างหลังเผลอมันปั๊บมาเอาสังฆาฏิไปเลยพอลงไปบันไดหันหน้ามาท่านจะไปอุดรก็ไปเสียนะมียิ้มๆเอ๊ร้องไห้ตะกี้นี้ลงไปแล้วทำไมมันยิ้มน้าเรานึกเท่านั้นเองพอเขาลงไปแล้วมีพระองค์หนึ่งมาสะกิดนี่เขาลงไปาเขายิ้มๆนั่นน่ะเขายิ้มอะไรยิ้มอะไรช่างใครเถอะเราว่าอย่างนั้นนะไม่ใช่เขามาขโมยเอาผ้าสังฆาฏิท่านไปแล้วเหรอเหอมองดูไม่เห็นเอาไปแล้วเอาไปนู้นเอาเข้าในบ้านเลยนะโถมันเก่งนะ
<O:p</O:p
ไปแล้วเขาก็มาถามพระเอาผ้าสังฆาฏิท่านเข้าไปในบ้านผิดพระวินัยของท่านอย่างไรๆบ้างเขามาถามกับพระพระท่านก็เล่าให้ฟังตามความสัตย์ความจริงคือออกพรรษาแล้วการอยู่ปราศจากจีวรผืนใดผืนหนึ่งก็อยู่ได้ท่านว่าอย่างนั้นนะในพระวินัยมีเขาก็ได้นั่นแล้วเขาก็ไม่ยอมเอาออกมาผ้าสังฆาฏิไม่ยอมเอาออกมาเพราะว่าอยู่ปราศจากจีวรสบงสังฆาฏิผืนใดก็ได้เมื่อออกพรรษาแล้วไม่เป็นอาบัติถ้าธรรมดาปราศจากไม่ได้ปรับอาบัติ
<O:p</O:p
เขาก็มาถามพระพระก็เล่าให้ฟังเขาก็เลยกักไว้นั้นเลยเขาไม่ออกมามาซัดกับเราจนกระทั่งเราสุดท้ายยอมเขายอมเขาจึงเอาผ้าสังฆาฏิมาให้นะไม่อย่างนั้นเขาไม่ยอมโธ่มันเอาขนาดนั้นนะนี่ละพูดถึงเรื่องเขาเก่งๆนี้เราก็ว่าเราเก่งทีไหนได้ร้องไห้ต่อหน้าสักครู่เดียวกลับลงไปแล้วพอลงบันไดแล้วหันหน้าท่านอยากไปอุดรก็ไปเสียนะยิ้มๆเรายังไม่รู้นะวิชายิ้มเขาได้ทีแล้วนั่นไปแล้วเรายังเซ่ออยู่จนกระทั่งยอมเขารับกฐินเสียก่อนถึงจะไปเขาก็เอาสังฆาฏิกลับคืนมานั่นเป็นอย่างนั้นละอยู่โคราชจำพรรษาจักราช
<O:p</O:p
นี่ละที่ช้าไม่ทันพ่อแม่ครูอาจารย์มั่นเพราะอันนี้เองเราจะรีบไปให้ทันท่านจะไปกับท่านท่านอยู่ไหนก็อยู่ไปไปด้วยเลยไม่ทันก็เพราะเขาเอาสังฆาฏิเข้าไปให้รับกฐินเสียก่อนพอรับกฐินแล้วไปมันก็ไม่ทันท่านท่านก็ไปถูกเขามานิมนต์ด้วยแล้วก็รับไปด้วยที่สกลนครได้สองวันเราก็ไปถึงไม่ทันท่านจึงเลยไปพักอยู่ที่หนองคายก่อนแต่จะไปหากยังไม่กำหนดวันนี่ก็พอดีมีพระองค์หนึ่งวัดทุ่งสว่างหนองคายด้วยกันท่านก็เล่าเรื่องให้ฟังท่านมาจากบ้านนามนมากจากท่านอาจารย์มั่นเหอๆขึ้นทันทีก็สนใจอยู่แล้ว
<O:p</O:p
แล้วก็ถามเป็นอย่างไรว่าอีกทีนะมาจากท่านอาจารย์มั่นเหรอถามให้ชัดเจนเลยบอกมาจากท่านอาจารย์มั่นเวลาท่านมาท่านยังอยู่นั้นเหรอยังอยู่นั้นแหละจากนั้นก็จ้อเข้าไปเลยไหนทราบว่าท่านอาจารย์มั่นนี้ดุเก่งว่าอย่างนั้นใช่ไหมโอ๋ยไม่ต้องบอกว่าดุเก่งควรขับท่านขับเลยว่าอย่างนั้นนะควรขับท่านขับเลยอย่าว่าแต่เพียงดุแทนที่จะเป็นผลลบจะกลัวท่านไม่นะมันกึ๊กถึงจิตเลยองค์นี้แหละจะเป็นอาจารย์ของเราท่านอาจารย์มั่นนี่ท่านมีชื่อเสียงโด่งดังอยู่ตั้งแต่เราเป็นเด็กชื่อเสียงกระเทือนทั่วเมืองอุดรท่านจำพรรษาอยู่ที่หนองผือแล้วท่านจะดุสุ่มสี่สุ่มห้านี้เป็นไปไม่ได้เพราะท่านชื่อเสียงกระเทือนทั่วประเทศไทยเฉพาะเมืองอุดรอำเภอบ้านผือนี้มานาน
<O:p</O:p
ท่านจะดุจะขับไล่ไสส่งใครเฉยๆนี้เป็นไปไม่ได้เราจะต้องไปหาอาจารย์องค์นี้ให้เอาเราเป็นพยานเลยจะไม่เอาใครเป็นพยานท่านดุท่านดุเพราะเหตุผลกลไกอะไรหรือท่านขับไล่ก็ให้ถูกเราว่าถูกขับไล่เพราะเหตุผลกลไกอะไรท่านดุแบบไหนให้เราเป็นคนได้ยินได้ฟังเองว่าท่านดุแบบไหนตัดสินใจเลยทันทีสามวันเท่านั้นนะไปพักอยู่ที่นั่นที่หนองคายเป็นเวลานานพอสมควรแต่พอได้ทราบข่าวสามวันเท่านั้นละท่านดุท่านเคร่งครัดมากทีเดียวควรดุท่านดุท่านไม่ไว้หน้าใครควรขับไล่ท่านขับไล่เลยพระ
<O:p</O:p
นี่แทนที่จะเป็นผลลบไม่ได้เป็นนะกลับเข้าถึงใจๆเออองค์นี้ละจะเป็นอาจารย์ของเราท่านดุคำไหนเราจะไปฟังด้วยหูของเราเองท่านขับไล่ก็เอาขับไล่แบบไหนถ้าหากว่าท่านจะขับไล่เราก็ให้เราเป็นคนถูกขับไล่ท่านขับไล่เพราะเหตุผลกลไกนี่ละเป็นอาจารย์ของเราครูบาอาจารย์ชื่อเสียงโด่งดั่งขนาดนี้ท่านจะดุด่าว่ากล่าวหรือขับไล่ไสส่งไปไหนโดยหาเหตุผลไม่ได้นี้เป็นไปไม่ได้ตรงจุดนั้นนะเป็นผลบวกทันทีอยู่ได้สามวันลาไปเลย
<O:p</O:p
พอไปถึงอุดรเราจะไปสกลนครตอนนั้นค่ารถจากอุดรไปสกลนครเขาเก็บค่ารถสิบสลึงสองบาทสองสลึงเป็นสิบสลึงแล้วเรามีเงินบาทเดียวจะทำอย่างไรนี่อาตมามีเงินบาทเดียวอาตมาจะขอขึ้นรถไปด้วยได้ไหมให้อาตมาลงที่ไหนอาตมาก็ลงอาตมามีเงินบาทเดียวขอขึ้นไปชั่วระยะเพียงกำหนดของเงินนี้เท่านั้นอาตมาก็พอใจพอว่าอย่างนั้นคนขับรถเขาก็ถึงใจเหมือนกันนะเพราะฉะนั้นจึงถึงใจเรานะท่านว่าขนาดนั้นแล้วเอาเถอะรถคันนี้จะไปถึงนครพนมท่านจะไปถึงไหนถึงกันถึงนครพนมได้รถคันนี้เงินบาทเดียวก็ตามเถอะนิมนต์ขึ้นเลยบาทเดียวก็บาทเดียวแหละท่านจะไปนครพนมก็ไปได้ถึงนครพนมเลยว่าอย่างนั้นแล้วก็ขึ้นรถ
<O:p</O:p
พอไปถึงสกลนครแล้วรถจอดลาเขาลงท่านไม่ไปนครพนมหรือนี่รถนี่จะไปนครพนมโอ้ยไม่ไปล่ะขอบบุญขอบคุณนะเรามีเงินบาทเดียวให้ลงที่ไหนเราก็ลงถ้าท่านว่าอย่างนั้นแล้วไปถึงไหนถึงกันนครพนมก็ไปเงินบาทเดียวเท่านี้แหละไปสำคัญอะไรกับเงินเราก็ไม่ลืมนี่มีเงินบาทเดียวขอขึ้นรถไปกับเขาเพราะเรามีเงินบาทเดียวนี่เราก็ไม่ลืมพอถึงนั้นไปพักวัดสุทธาวาสแต่ก่อนมันเป็นป่าเป็นดงจริงๆนะที่ตลาดลาดเลในวัดสุทธาวาสเต็มไปหมดนั้นไม่มีบ้านคนเลยเป็นดงล้วนๆ
<O:p</O:p
เพราะฉะนั้นจึงว่าวัดป่าสุทธาวาสห่างจากสกลนครไปสองกิโลไปบิณฑบาตที่สกลนครในแถวนั้นไม่มีหมู่บ้านคนแม้แต่หลังคาเรือนเดียวไม่มีเป็นดงล้วนๆปีเราไปปี๒๔๘๔เดี๋ยวนี้ก็อยู่กลางบ้านแล้ววัดสุทธาวาสจากนั้นเราก็ไปหาท่านเลยไปก็ซ่วมซ่ามๆอย่างว่านั่นแหละก็เราไม่เคยเดินทางไปเรื่องรถเรื่องราอยาไปถามหามันแม้แต่ทางถนนทางรถก็ไม่มีเป็นทางล้อทางเกวียนไปนี่ละที่เล่าให้ฟังไปกลางคืนมืดๆไปถามชาวบ้านเขาเขาบอกทางให้ไปทางนี้เขาตามไปส่งทางนี้ตรงแน่วไปถึงเวลานี้ท่านย้ายมานามนมาสร้างวัดใหม่อยู่บ้านโคกเราก็ไปตรงนั้นละท่านอยู่บ้านโคกเวลานี้
<O:p</O:p
เดินซ่วมซ่ามๆไปจึงได้ไปเห็นศาลาท่านท่านเดินจงกรมอยู่ข้างๆเราไม่เห็นนะท่านพักอยู่ที่ศาลาศาลาหลังนี้ท่านกั้นห้องอยู่ท่านสบายมากนะท่านอาจารย์มั่นสบายมากที่สุดนั่นเป็นหลักธรรมชาติจริงๆเป็นธรรมล้วนๆเลยไปยืนดูศาลาไปคำนึงคำนวณเอ๊ศาลาหลังนี้ถ้าหากว่าเป็นศาลาครูบาอาจารย์ขนาดนี้ก็รู้สึกจะเล็กไปหน่อยถ้าเป็นกุฏิเป็นกุฏิกรรมฐานก็จะใหญ่ไปสักหน่อยมานี่ปั๊บใครมานี่ท่านเดินจงกรมท่านยืนอยู่มืดๆเราก็ซ่วมซ่ามๆไปคนเดียวมืดๆ
<O:p</O:p
ใครมานี่ทางนี้ก็บอกว่ากระผมบอกกลางๆว่ากระผมท่านก็แผดออกมาเลยไอ้ผมๆตั้งแต่คนหัวล้านมันก็มีตรงที่มันไม่ล้านฟังซิน่ะค้านที่ไหนผมๆนี่ตั้งแต่คนหัวล้านมันก็มีผมตรงที่มันไม่ล้านเราก็ปุ๊บแก้ไขใหม่กระผมชื่อพระมหาบัวว่าอย่างนั้นเอ้อก็ว่าอย่างนั้นซีเสียงดังเลยนะไม่ใช่ธรรมดาพระเดินจงกรมเงียบๆตื่นเต้นวิ่งออกมาก็ว่าอย่างนั้นซีมันถึงจะรู้เรื่องรู้ราวอันนี้ผมๆท่านแหย่แล้วนะทีนี้นะผมๆแม้แต่เด็กมันก็มีผมเอาอีกแหละอู๊ยทำไมท่านพูดถูกเอานักหนาคนหัวล้านมันก็มีผมหาที่ค้านไม่ได้ทำไมถึงพูดถูกต้องเอานักหนา
<O:p</O:p
พอพลิกคำใหม่ว่ากระผมชื่อพระมหาบัวเอ้อก็ว่าอย่างนั้นซิอันนี้ผมๆท่านแหย่เอานะตั้งแต่เด็กมันก็มีผมยิ่งลงใหญ่เลยนะเราแหมทำไมท่านพูดถูกต้องเอานักหนานั่นแหละขึ้นไปหาท่านท่านถึงใส่เปรี้ยงๆเลยเอาเป็นอย่างไรก็ให้เห็นท่านจะดุขนาดไหนเราจะฟังเองด้วยเหตุด้วยผลทุกอย่างขับไล่ไสส่งให้ถูกเราเองเราถูกขับไล่เพราะเหตุผลกลไกอะไรอยู่กับท่านท่านก็ไม่ได้ดุดุเราท่านก็พูดตามอัธยาศัยของท่านแต่กลัวนะกลัวมากทีเดียวแต่เหตุผลเหนือมันจะกลัวขนาดไหนไม่ยอมไปไหนเพราะมันลงใจแล้วตั้งแต่ได้ยินทีแรกว่าท่านดุท่านด่าเก่ง
<O:p</O:p
นี่ละอาจารย์ของเรามันจับไว้แล้วพอไปอยู่กับท่านก็อย่างว่าแหละนิสัยท่านเป็นอย่างนั้นท่านพูดอย่างตรงไปตรงมาเลยเรื่องกลัวน่ะกลัวมากแต่จะไปไหนไม่ได้เราบอกว่านี่อาจารย์ของเราหากว่าท่านยังมีชีวิตอยูนี้เราจะอยู่กับท่านตลอดไปแต่การไปเที่ยวที่นั่นที่นี่ถือเป็นธรรมดาแต่ถือว่าสถานที่อยู่ของท่านเหมือนว่าเป็นบ้านอยู่ของเราด้วยเราจะต้องกลับมาก็อยู่ของท่านอย่างนี้ละอยู่ไปฟังไปท่านดุไปคอยฟังไปปรับใจเข้าไปเรื่อยภาวนาเข้าไปเรื่อยปรับใจเข้าไปเรื่อย
<O:p</O:p
ความดุของท่านดุเผ็ดร้อนเท่าไรยิ่งมีแต่อรรถแต่ธรรมหาความเป็นโลกเป็นสงสารกิเลสตัณหาไม่มีเลยมีแต่ความดุด้วยความเป็นธรรมๆๆฟังไปๆปรับตัวไปเรื่อยๆสรุปความลงแล้วความดุนั้นเป็นธรรมทั้งนั้นได้ยินเสียงท่านเวิ้กว้ากนั่นละธรรมจะออกแล้วเหมือนกับฟ้ากระหึ่มบนเมฆนี่ฝนจะตกแล้วนะนี่นะหาอะไรมารองเป็นลักษณะนั้นพอท่านกระหึ่มขึ้นมาดุขึ้นมานี่ละธรรมะจออกยอดธรรมจะออกจริงๆเลยดุเท่าไรธรรมยิ่งไหลออกมันอยู่ไปปรับไปๆหาคำที่ว่าท่านดุมีที่ตรงไหนสุดท้ายไม่มี
<O:p</O:p
ดุเท่าไรเด็ดเท่าไรธรรมะประเภทนั้นยิ่งถึงใจๆจนลงใจหาที่ต้องติไม่ได้เลยคำดุดุขนาดไหนเป็นอรรถเป็นธรรมล้วนๆเลยลงใจทุกอย่างคือท่านไม่ได้ดุเพราะเราไปหาเหตุหาผลจริงๆว่าดุอะไรท่านตำหนิตรงไหนถูกหมดควรจะเด็ดจะเดี่ยวขนาดไหนถูกต้องหมดเลยผู้ที่ถูกตำหนิเป็นผู้ผิดท่านไม่ได้ผิดครั้นอยู่ไปนานไปๆนี้เวลาฟังเทศน์ประชุมฟังเทศน์นี้พระเณรเตรียมพร้อมเหมือนกับเด็กหิวนมจะได้ดื่มนมกับแม่นั่นเองนี่ท่านจะประชุมเทศน์เหมือนกับได้ดื่มนมกระหยิ่มยิ้มย่อง
<O:p</O:p
ทีนี้เวลาท่านเทศน์ธรรมดาเมื่อฟังไปๆท่านเทศน์ธรรมดาๆนี้ธรรมะนี้ถึงนิพพานความบริสุทธิ์หลุดพ้นแต่ถ้ามีผู้ใดมีขัดข้องขึ้นหรือท่านเอะขึ้นมาในเวลานั้นธรรมะจะท่านจะพุ่งเลยนะพุ่งเลยเต็มเม็ดเต็มหน่วยจนเข้าใจได้ว่าถ้าวันไหนมีเหตุการณ์อะไรแล้วเราจะได้ฟังธรรมะอย่างถึงใจถ้าธรรมดาท่านเทศน์ถึงนิพพานก็ตามแต่รู้สึกจะขาดอะไรๆอยู่เช่นอย่างเรารับประทานเหมือนจะขาดน้ำปลาอยู่ถ้าท่านดุเปรี้ยงขึ้นมาหรือไม่ใช่อย่างนี้เอาละพุ่งๆทีนี้หาว่าคำดุไม่มีเลยยอมรับร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่มีเด็ดเท่าไรดุเท่าไรมีแต่เรื่องธรรมออกล้วนๆ
<O:p</O:p
ถ้าฟังธรรมดาไม่อยากฟังไอ้เราก็นิสัยอย่างนี้ด้วยอยู่กับท่านนานๆเข้าฟังธรรมะประเภทธรรมดานี้ก็ดีแต่ยังไม่สนิทใจนักถ้าได้รับฟังแบบเอะอะนั่นละถึงใจก่อนฟังจึงต้องมีแง่ละทีนี้เรานั่นละตัวดื้อๆมาอยู่กับท่านนานเข้าไปๆหากมีเงื่อนอะไรอันหนึ่งให้ท่านเอะใจหรือดุเรานั่นละได้ฟังธรรมะถึงใจๆตอนนั้นสรุปจนกระทั่งท่านมรณภาพหาคำว่าดุไม่มีดุแบบโลกไม่มีมีแต่เรื่องธรรมล้วนๆเด็ดเท่าไรยิ่งเป็นธรรมถึงใจๆ
<O:p</O:p
แล้วก็มาพิจารณาถึงบรรดาลูกศิษย์ลูกหาทั้งหลายมันก็คงจะเรียนวิชาแบบนั้นมาลบลวดลายอาจารย์มันละท่าพวกนี้แต่ก่อนดุกลัวนะเดี๋ยวนี้มันไม่ได้กลัวดุเท่าไรมันยิ่งคลานเข้ามาๆบอกให้ไปเรียนวิชาหมานะนี่ไปเรียนวิชาหมาหมามันยังไม่แรงให้เรียนให้เด็ดกว่านั้นฟาดให้มันเหยียบกันลั่นมาล้มระนาวข้ามกันมาวิชานี้น่ะมันก็ต้องได้ใช้วิชานี้อีกสอนลูกศิษย์ลูกหาดุหรือไม่ดุมันไม่ได้สนใจมันเป็นอย่างนั้น
<O:p</O:p
นี่พูดถึงเรื่องธรรมถ้าเป็นผู้มุ่งธรรมล้วนๆแล้วไปหาพ่อแม่ครูอาจารย์มั่นหาที่ต้องติไม่ได้เลยไม่มีเด็ดเท่าไรธรรมะยิ่งเด็ดออกมานั่นละรสแห่งธรรมที่ออกมาเด็ดๆถึงใจๆเลยเราตั้งใจจะแก้กิเลสอยู่แล้วมันยิ่งพุ่งๆเลยหลักธรรมชาติท่านก็สิ้นกิเลสแล้วจะเอาอะไรมาดุคำว่าดุเป็นกิเลสเมื่อสิ้นแล้วจะเอาอะไรมาเป็นกิเลสดุคนมันก็มีแต่ธรรมล้วนๆใจที่บริสุทธิ์แล้วจะทำอะไรให้โมโหก็ไม่มีโมโหเป็นกิเลสก็สิ้นไปจากใจเอาอะไรมาโมโหก็มีแต่ฤทธิ์ของธรรมอำนาจของธรรมพุ่งออกมาแทนกิเลสเท่านั้นเองเด็ดเดี่ยวเฉียบขาดเท่าไรยิ่งมีแต่ธรรมล้วนๆออกมาฟังแล้วมันถึงใจๆนะ
<O:p</O:p
นี่เราก็พูดเราไม่ได้วัดรอยใจดวงนั้นที่ท่านสอนด้วยความบริสุทธิ์ใจจนกระทั่งท่านนิพพานจากไปก็คือท่านเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งนั้นแลไม่สงสัยหายสงสัยแล้วก็เดินตามรอยกันไปตามรอยกันไปธรรมะก็เป็นเข้าสู่ใจๆฟาดเสียจนกระทั่งกิเลสขาดสะบั้นไปจากใจไหมดแล้วจะเอาอะไรมาโกรธก็ความโกรธเป็นกิเลสมันสิ้นไปแล้วเอาอะไรมาดุความดุความโกรธเหล่านี้เป็นกิเลสสิ้นแล้วจากหัวใจอะไรจะออกแทนมันก็มีแต่ธรรมดุเด็ดขนาดไหนมีแต่ธรรมออกกิเลสหมดไปแล้วมันก็เป็นแบบเดียวกัน
<O:p</O:p
เราพูดชัดๆเราสอนใครก็ตามเราไม่มีคำว่ากิเลสมาแฝงเลยจะดุด่าว่ากล่าวหนักเบามากน้อยเพียงไรจะเป็นธรรมล้วนๆมันก็เลยมาเข้ากันได้กับเรื่องนี้แหละเพราะฉะนั้นพวกนี้มันถึงได้มาลบลายเราลบลายก็ลบลายนะนี่แม้ตั้งแต่เสือมันตายแล้วลายมันยังมีนะระวังให้ดีพวกนี้อย่ามาลบลายนะเสือมันตายแล้วลายมันยังมีอยู่นะอันนี้คนนี้ไม่ตายอย่ามาลบลายนะเดี๋ยวหลงทิศไปนะจะว่าไปบอกเข้าใจหรือเปล่าละพวกนี้น่ะฟังเสียงตูมตามๆมันแย่งกันมามันอะไรกันถึงต้องให้ไปเพิ่มวิชามาอีกเอาให้เหยียบกันล้มระนาวมาข้ามหัวกันมามันจะถึงพริกถึงขิงเข้าใจไหมวิชายังไม่ถึงขั้นนั้นสอนให้ไปถึงขั้นนะต่อไปให้ถึงขั้นเหยียบกันระเนระนาดวิ่งไปล้มลุกคลุกคลานมาแล้วขี้แตกเยี่ยวราดตามถนนมาจะถึงใจเข้าใจไหมละพวกนี้มันอะไรกันฟังเสียงพอได้เสียงว่ามาแล้วเสียงมันลั่นมาเลยมันวิ่งแข่งกันมา
<O:p</O:p
นี่เรียกว่าธรรมกับใจกิเลสนี้เป็นเจ้าอำนาจอยู่ในใจออกไปอะไรกิเลสจะออกหน้าๆเพราะมันมีอำนาจเหนือธรรมเวลาธรรมยังไม่มีในใจจะมีแต่กิเลสออกอยู่เฉยๆจะสุขุมคัมภีรภาพขนาดไหนส่วนกิเลสมันจะหมุนอยู่ภายในมันเรียกว่าอะไรมันสุมอยู่ภายในพอได้โอกาสมันออกมันก็เป็นกิเลสล้วนๆไปเลยว่าดุดุจริงๆโกรธจริงๆเพราะอำนาจของกิเลสเพราะกิเลสมันออกทีนี้เวลาชำระไปจนกระทั่งกิเลสสิ้นไปจากใจแล้วตัวไหนที่จะมาให้โกรธในใจไม่มีถึงจะเป็นขนาดไหนก็ไม่มีเพราะเหตุใดเพราะมันหมดแล้วจะเอาอะไรมามี
<O:p</O:p
ทีนี้อะไรที่มีที่แทนกันก็มีแต่ธรรมออกเพราะธรรมมีอำนาจเต็มที่แล้วมีแต่ธรรมจะดุจะเด็ดเฉียบขาดขนาดไหนเป็นเรื่องของธรรมล้วนๆออกมาๆเพราะกิเลสไม่มีจะออกแล้วครูบาอาจารย์ท่านผู้บริสุทธิ์ถึงจะแผดขนาดไหนมันก็มีแต่เสียงอรรถเสียงธรรมรสของอรรถของธรรมเท่านั้นรสของกิเลสไม่มีเพราะมันสิ้นไปแล้วจากจิตใจท่านนี่ละธรรมเราบำเพ็ญลงไปบำเพ็ญลงไปเวลากิเลสหนาแน่นอยู่ที่ไหนมีแต่ความทุกข์ความทรมานนะจะอยู่แบบสุขุมคัมภีรภาพก็มีแต่กิริยาภายนอกเฉยๆส่วนภายในเป็นฟืนเป็นไฟเผาหัวอกอยู่นั้นแหละ
<O:p</O:p
ทีนี้พอเอาอันนี้ออกเอาอันนี้ออกค่อยจางไปๆธรรมค่อยสง่าผ่าเผยขึ้นมาภายในใจความชุ่มเย็นของใจก็มีอยู่ที่ไหนก็มีซุกหัวนอนที่ไหนก็ได้สบายไปเลยเมื่อธรรมมีในใจแต่ถ้ากิเลสมีในใจไม่ได้นะมันเหมือนกับหมาขี้เรื้อนหมาเป็นแผลที่หลังมันคอมันหมาเป็นแผลเป็นอย่างไรถูกหนอนเจาะหนอนไชบนหลังไปอยู่ที่ไหนก็ไม่สบายไปอยู่บนบกก็หนอนเจาะหนอนไชอยู่ในนั้นไปอยู่ในน้ำก็ไม่สบายอยู่บนบกก็ไม่สบายนอนอยู่ก็ไม่สบายนั่งก็ไม่สบายไปที่ไหนหนอนเจาะหนอนไชให้เจ็บปวดแสบร้อนหรือรำคาญอยู่ตลอดเวลาเลย
<O:p</O:p
ทีนี้พอเอาหนอนนี้ออกหมดแล้วหมาตัวนั้นก็หายจากแผลที่หนอนเจาะหนอนไชนอนอยู่ที่ไหนสบายหมดหนอนตรงนี้หมายถึงกิเลสมันเจาะมันไชอยู่ในหัวใจเราเราเหมือนกับหมาตัวหนึ่งกิเลสเจาะไชอยู่ในนั้นอยู่ที่ไหนก็หาความสะดวกสบายอันนี้มีในพระไตรปิฎกนะอยู่ที่ไหนไม่สบายลงน้ำไม่สบายไปบนบกไปนอนที่ลับที่แจ้งที่ไหนก็ไม่สบายแต่พอรักษาแผลที่หนอนเจาะหนอนไชนั้นหนอนออกหมดแล้วทีนี้หายอยู่ที่ไหนสบายหมดพอกิเลสประเภทต่างๆที่มันเจาะมันไชอยู่ในหัวใจของเราค่อยหมดไปๆหมดโดยสิ้นเชิงอยู่ไหนสบายหมดเลย
<O:p</O:p
นั่นละหมาตัวนั้นละใจดวงนั้นแหละที่เป็นแผลเอาแผลออกหมดคือกิเลสนั่นน่ะเป็นแผลเจาะไชอยู่ในนั้นออกหมดแล้วอยู่ไหนสบายหมดเลยนี่ละท่านถึงเรียกว่าผู้หายจากโรคคือกิเลสทั้งหลายแล้วอยู่ไหนท่านสบายหมดไม่มีคำว่าที่นั่นไม่สะดวกอันนี้ไม่สะดวกไม่ว่าที่อยู่ที่หลับที่นอนที่ไหนสบายหมดเพราะใจสบายแล้วเรื่องเหล่านั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยแล้วก็เข้ากันได้ด้วยร่างกายนี่ไม่ใช่วิเศษวิโสอะไรก็ธาตุสี่ดินน้ำลมไฟบรรจุไว้ซึ่งของสกปรกเต็มเนื้อเต็มตัวแล้วจะไปหาปลูกสร้างอะไรหาสิ่งใดมาประดับประดาให้มันสดสวยงดงามขึ้นอีกในศพคนเป็นนั้นน่ะ
<O:p</O:p
มันก็เป็นศพคนเป็นอยู่นั้นเต็มตัวยกขึ้นไปอยู่หอปราสาทราชมณเฑียรก็คือเอาศพคนเป็นขึ้นไปไว้จะสวยงามที่ตรงไหนเป็นที่ส่งเสริมให้ศพคนเป็นนี้ดีขึ้นได้ที่ตรงไหนมันไม่ดีเพราะมันเป็นสภาพนี้จะตกแต่งให้สวยงามขนาดไหนสวยงามแต่สิ่งภายนอกตัวของเราผู้จะไปบรรจุหรือจะไปอยู่ที่นั่นก็หาความสวยงามไม่ได้ก็คือศพคนเป็นนั้นเองนี่ละท่านผู้ที่รู้เท่าทันทุกอย่างบรรดากิเลสทั้งหลายที่พาให้ตกแต่งอันนั้นไม่ดีอันนี้ไม่ดีนี่คือกิเลสนะอันนั้นไม่สวยอันนี้ไม่งามตกแต่งให้สวยให้งามไม่ได้ดูตัวของเราผู้เป็นตัวการนี้มันงามหรือไม่งามถ้าดูตัวนี้มันเป็นสภาพเช่นนี้แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็สร้างขึ้นพออยู่พอไปพอหลับพอนอนจะกินอะไรก็กินไปเพราะสภาพนี้ไม่ได้เลิศเลอกว่าสิ่งเหล่านั้น
<O:p</O:p
ทีนี้ต่างอันต่างเสมอกันแล้วเหมือนกันแล้วมันก็อยู่ได้สบายท่านนอนได้สบายร่มไม้ก็ได้ที่ไหนก็ได้การอยู่การกินท่านกินได้สบายเพราะสภาพมันเป็นเหมือนกันเข้ากันได้กับธาตุขันธ์ซึ่งเป็นศพคนเป็นนี้ท่านจึงสบายๆท่านไม่ไปหาสร้างนู้นสร้างนี้หรูหราฟู่ฟ่าเป็นบ้าทั้งเป็นอยู่อย่างนี้เหมือนพวกเราสร้างอะไรขึ้นมาก็ศพคนเป็นนี้ละขึ้นไปอยู่แล้วมันสวยงามที่ไหนนี่ละกิเลสหลอกคนให้ตกให้แต่งให้สดสวยงดงามทุกสิ่งทุกอย่างอะไรมาประดับประดาก็เพราะสิ่งเหล่านี้มันสกปรกจึงต้องได้หาสิ่งมาลบล้างมากลบมันไว้มาปิดมันไว้ไม่ให้มันแสดงอุจาดบาดตาจนเกินไป
<O:p</O:p
ทีนี้เราทำมันเลยเถิดไปซีว่าให้สวยให้งามไอ้เราก็เป็นตัวอสุภะอสุภังทุกฺขํอนิจฺจํอนตฺตาเป็นตัวศพมันจะเป็นเทวดามาจากไหนมันก็แบบเดียวกันทีนี้โลกไม่รู้จึงตกแต่งกันเป็นบ้าไปหมดเลยบ้านหลังหนึ่งๆตกแต่งขนาดไหนให้สวยให้งามทั้งตกแต่งในนั้นทั้งตกแต่งภายนอกตกแต่งทุกแห่งทุกหนบรรดาที่ศพทั้งเป็นนี้จะไปเกี่ยวข้องกับอะไรต้องตกแต่งนั้นให้เรียบร้อยให้พอดูได้ๆสวยงามๆแต่อันนี้มันเป็นอย่างนั้นแหละนี่มันต่างกันอย่างนั้นนะ
<O:p</O:p
เพราะงั้นท่านผู้ที่มีธรรมในใจท่านจึงไม่ยุ่งกับสิ่งภายนอกมากยิ่งกว่าที่จะปรับปรุงภายในใจชำระสิ่งสกปรกภายในจิตใจคือกิเลสนี้ออกโดยลำดับลำดาแล้วใจก็ค่อยสบายๆไม่กังวลกับความเป็นอยู่ปูวายอยู่ที่ไหนท่านอยู่ได้กินอะไรท่านกินได้ไปเรื่อยๆจนกระทั่งกิเลสขาดสะบั้นไปหมดอยู่ได้หมดอยู่ไหนอยู่ได้อาหารประเภทใดกินได้ทั้งนั้นๆเพราะมันเป็นสิ่งที่ควรแก่กันอยู่แล้วที่จะอยู่จะกินจะหลับจะนอนกับสิ่งเหล่านี้ไม่มีอะไรปีนเกลียวกันพอดี
<O:p</O:p
นั่นละท่านวางสภาพลงให้สู่อันเดียวกันร่างกายนี้กับสิ่งภายนอกก็เป็นสภาพอันเดียวกันอยู่ด้วยกันได้ทั้งนั้นอยู่ไหนอยู่ได้นั่นจิตใจถึงขั้นพอตัวแล้วเป็นอย่างไรวางสภาพไว้ตามหลักความเป็นจริงอยู่ได้หมดอะไรๆสบายหมดๆท่านจึงไม่ยุ่งเหมือนหมาเกาหมัดดังพวกเราพวกเรามันเหมือนหมาเกาหมัดไปที่ไหนเกาอันนั้นไม่ดีอันนี้ไม่ดีหาตกแต่งตั้งแต่สิ่งภายนอกจิตใจที่มันเป็นฟืนเป็นไฟเป็นส้วมเป็นถานนั้นแทนที่จะชำระล้างหรือดับมันไม่ยอมดับให้มันหลอกไปหาแก้ไขที่นั้นไม่ดีที่นี้ไม่ดีหัวใจที่มันเลวที่สุดไม่ดูเลย
<O:p</O:p
โลกจึงหาที่ยึดที่เกาะไม่ได้ในโลกอันนี้มันกว้างขนาดไหนสามแดนโลกธาตุมันเป็นแบบเดียวกันหมดแต่ไม่มีใครที่จะมาชำระล้างมันเพราะไม่มีธรรมก็มีแต่กิเลสพาก้าวพาเดินมันก็เดินไปแบบนี้ละอะไรก็ไม่พออะไรก็ไม่พอตายทิ้งเปล่าๆก็ไม่พอนั่นลองธรรมเข้าไปปั๊บนี้พอๆอยู่ไหนอยู่ได้สบายไปหมดแล้วก็ไม่ยุ่งกวนในสิ่งที่ไม่จำเป็นอ่านได้หมดนี่ละพากันจำเอานะ
<O:p</O:p
อย่างที่หลวงปู่มั่นท่านไปอยู่ที่ไหนอ่านได้หมดทันทีเลยท่านไปกั้นห้องศาลาอยู่เท่านั้นจะมาปลูกกุฏิปลูกหาอะไรอันนี้มันก็ดีอยู่แล้วเท่านั้นพอเท่านั้นพอตลอดเพราะท่านวางตัวกับสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดธาตุขันธ์กับสิ่งเหล่านี้พอเหมาะกันแล้วจะไปวิเศษวิโสจากไหนมาอีกให้มันอยู่น่ะให้มันไปอยู่ไหนมันก็แบบเก่าท่านก็ให้อยู่ตามสภาพที่เหมาะสมกันภายนอกกับภายในก็เป็นธาตุเป็นสมมุติด้วยกันให้อยู่ด้วยกันจิตใจสง่างามแล้วอยู่ไหนสบายหมด
<O:p</O:p
จิตใจที่สง่างามไปอยู่ที่ไหนไม่มีความเศร้าหมองนะจ้าอยู่ตลอดเวลาเอาเข้ากองมูตรกองคูถก็ไปจ้าอยู่ในกองมูตรกองคูถจิตใจที่สง่างามเลิศเลอแล้วอย่าเข้าใจว่ามัวหมองไปตามมูตรตามคูถนะไม่มีจ้าอยู่นั้นเอาเข้าในกองมูตรกองคูถอยู่ใต้ดินก็สง่างามเอาขึ้นบนบกบนฟ้าอากาศสง่างามไปหมดจิตที่สง่างามเต็มตัวแล้วแม้ที่สุดจับซุกเข้าไปในกองมูตรกองคูถก็สง่างามอยู่ในกองมูตรกองคูถนั่นเป็นอย่างนั้นมันต่างกันอย่างนี้นะจิตจึงขอให้พากันเหลียวแลดูจิตใจบ้างซิ
<O:p</O:p
โลกอันนี้โลกไขว่คว้าไม่มีหลักมีเกณฑ์ทั่วแดนโลกธาตุดูแล้วน่าสลดสังเวชนะมันสลดสังเวชจริงๆคือไม่มีที่เกาะคว้านั้นคว้านี้อะไรก็ว่าดีอะไรก็ดีคว้าแล้วพังทั้งนั้นสิ่งที่ได้ก็มีแต่ความหมดหวังอย่างนั้นละโลกหาเรื่องหาอะไรหาได้มาสักเท่าไรก็ได้มาถ้าไม่ใช่ทางแล้วหาเท่าไรก็ตายทิ้งเปล่าๆต้องหาธรรมศาสนาพุทธของเราเป็นศาสนาที่เลิศเลอควรแก่จิตใจของเราที่เป็นนักรู้แล้วให้นำมาประดับจิตใจของเราจะได้สง่างามขึ้นมาสง่างามขึ้นมาแล้วจะได้เห็นจิตใจของตัวว่าเป็นของสำคัญเป็นของเลิศของเลอดีเป็นลำดับลำดาไป
<O:p</O:p
ไม่เหมือนคนที่ไม่เสาะแสวงหาอรรถหาธรรมเลยหาแต่ด้านวัตถุตายทิ้งเปล่าๆไม่มีใครสมหวังผิดหวังกันทั้งนั้นแหละถ้าลงเสาะแสวงหาอรรถหาธรรมความดีงามให้จิตใจได้อยู่ได้อาศัยกับอรรถกับธรรมแล้วสบายไปโดยลำดับลำดาจนกระทั่งสบายสุดยอดไม่มีอะไรเข้ามาเกี่ยวข้องพัวพันเลยนั่นท่านผู้บริสุทธิ์เพราะฉะนั้นท่านอยู่ที่ไหนท่านอยู่ได้สบายๆก็หัวใจพอแล้วอยู่ได้ทั้งนั้นแหละให้พากันจดจำเอานะให้ฝึกจิตใจเป็นของสำคัญ
<O:p</O:p
โลกนี้ไม่มีที่ปล่อยที่วางละนอกจากปล่อยวางลงกับอรรถกับธรรมนี้จะเป็นที่ร่มเย็นเป็นสุขพอซุกหัวนอนได้เป็นอย่างน้อยมากกว่านั้นก็สง่างามเป็นลำดับแล้วจะเห็นใจของเรานี้ว่าเป็นของสำคัญทีเดียวถ้ามีธรรมแทรกเข้าไปปั๊บใจจะสำคัญขึ้นมาทันที ถ้ามีแต่กิเลสพันอยู่ตลอดเวลาแล้วจะไม่มีอะไรดีในโลก หาอะไรมาประดับประดาตกแต่งกิเลสตัวที่ไม่ดีมันก็จะตำหนินั้นว่าไม่ดีๆ วิ่งไปตามมัน ตายทิ้งเปล่าๆ ไม่เกิดประโยชน์อะไรนะ หาที่ยึดที่เกาะไม่ได้นะ โลกนี้เป็นโลกไขว่คว้ามากที่สุดเลยเอาธรรมจับมันเห็นหมดนี่ถึงกาลเวลาพูดพูดก็มันเห็นอยู่จริงๆจะให้ว่าอย่างไรแล้วมันจะเชื่อใครง่ายๆล่ะถ้าลงได้ประจักษ์กับหัวใจดวงนี้แล้วไม่ต้องไปหาใครมาเป็นพยานมันจ้าอยู่นั้นใครจะมาลบล้างแบบไหนๆก็เห็นกลมายาของกิเลสที่มาลบล้างธรรมไปเสียทั้งนั้นๆแล้วจะไปหลงกลของกิเลสได้อย่างไรท่านจึงไม่หลง
<O:p</O:p
ให้พากันอดทนนะให้สั่งสมความดีงามการทำบุญให้ทานเมื่อมีอยู่แล้วอย่าตระหนี่ถี่เหนียวนี้คือทางเดินเพื่อความพ้นทุกข์อนาคตของเราไปข้างหน้าความเป็นผู้มีศีลมีธรรมมีการทำบุญให้ทานนี้จะไม่อดอยากขาดแคลนเหลือเฟือไปตลอดๆจนกระทั่งส่งเราถึงที่สุดวิมุตติพระนิพพานการบุญการกุศลที่เราให้ทานไปนี้จะเป็นเครื่องสนับสนุนเครื่องเสวยต่อไปให้ทานนะอันนี้เป็นสำคัญส่งเราตามสายทางๆไปตลอดให้สงบร่มเย็นสมบูรณ์พูนผลไปตลอดจากนั้นก็ส่งให้ถึงพระนิพพานก้าวเข้าสุดท้ายก็คือจิตตภาวนาเป็นทำนบใหญ่ที่จะรวมแห่งธรรมทั้งหลายเข้าสู่ใจนั้นแล้วดีดผึงเลย
<O:p</O:p
ให้ประดับประดาตกแต่งแก้ไขจิตใจนี้บ้างซึ่งเวลานี้กำลังขุ่นมัวมากทีเดียวจนมืดตื้อผู้ที่มืดตื้อที่สุดมันมีมากต่อมากเวลานี้ในโลกเราเป็นผู้ใหญ่โตที่กิเลสเสกสรรปั้นยอว่าให้เป็นเจ้าเป็นนายเป็นผู้มีอำนาจบาตรหลวงยิ่งส่งเสริมกิเลสให้มันพองตัวขึ้นไปแล้วสุดท้ายเจ้าของก็พังจะให้กิเลสพาขึ้นสวรรค์ชั้นพรหมไม่มีทางพาให้จมนั้นไม่ผิดให้พากันจำเอาละเทศน์เพียงเท่านี้พอ
<O:p</O:p
<O:p</O:p
รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่<O:p</O:p
[U]www.Luangta.com (http://www.luangta.com/)หรือwww.Luangta.or.th (http://www.luangta.or.th/)<O:p</O:p
และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร <O:p</O:p
FM 103.25 MHz<O:p</O:p
<O:p</O:p
</TD></TR></TBODY></TABLE>