malila
02-15-2006, 08:33 AM
<CENTER>ราชาโยคะ </CENTER><CENTER></CENTER><CENTER>http://pirun.ku.ac.th/~fagisvtc/buddhism/nanasara/rajayoka/brahma.jpg</CENTER>
<CENTER>ท่านประชาบิดา บราห์มา
ผู้ก่อตั้งสถาบัน The Brahma Kumaris World Spiritual University</CENTER><CENTER> </CENTER><CENTER></CENTER><HR>
http://pirun.ku.ac.th/~fagisvtc/buddhism/nanasara/rajayoka/raja.gif จิตหรือดวงวิญญาณคือพลังงานที่มีชีวิต ไม่มีตัวตน
เป็นจุดแสงเล็กๆ ที่คงที่อยู่ตลอดไป
พื้นฐานธรรมชาติของดวงวิญญาณ คือ ความสงบ
โดยดวงวิญญาณใช้ร่างกายเป็นเครื่องมือ
ตำแหน่งของดวงวิญญาณของมนุษย์อยู่ที่กึ่งกลางหน้าผาก
เหนือคิ้วเล็กน้อย หรือที่เรียกว่า ตาที่สาม และมี 3 องค์ประกอบคือ
http://pirun.ku.ac.th/~fagisvtc/buddhism/nanasara/rajayoka/atomspin.gifจิตใจ ทำหน้าที่สร้างความคิด
http://pirun.ku.ac.th/~fagisvtc/buddhism/nanasara/rajayoka/atomspin.gifสติปัญญา ทำหน้าที่แยกแยะตัดสินด้วยความรู้
http://pirun.ku.ac.th/~fagisvtc/buddhism/nanasara/rajayoka/atomspin.gifสันสการ์หรือรอยกรรม ทำหน้าที่เป็นผู้บันทึกรอยกรรม ไว้เป็นนิสัย บุคลิกภาพ
ที่ทำให้เกิดความคิด การกระทำต่อเนื่องไปไม่มีที่สิ้นสุด ตราบเท่าที่ดวงวิญญาณยังคงอยู่ในร่างกาย
<HR ridth="50%">
http://pirun.ku.ac.th/~fagisvtc/buddhism/nanasara/rajayoka/atomspin.gifการสำนึกกว่าตนเป็นร่างกาย จะทำให้เกิดการแบ่งแยก ...เป็นตัวกู..ของกู
เพราะดวงวิญญาณจะตกเป็นทาสของร่างกาย ทำให้เกิดการหลงทะนงตนหรือการยอมจำนน (http://pirun.ku.ac.th/~fagisvtc/buddhism/nanasara/rajayoka/raja.htm#1) สำนึกที่เป็นร่าง คือสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดกิเลส เปรียบประดุจคุกมืดที่ทำให้ไม่สามารถมองเห็นความดีงามดั้งเดิมของดวงวิญญาณ
http://pirun.ku.ac.th/~fagisvtc/buddhism/nanasara/rajayoka/atomspin.gifการสำนึกกว่าตนเป็น ดวงวิญญาณ
จะทำให้มองผู้อื่นอย่างไม่มีขีดจำกัดทางร่างกาย
โดยจะเห็นเพียงแต่ดวงวิญญาณกลางหน้าผากเท่านั้น
ดังนั้นดวงวิญญาณจึงเป็นนายเหนือร่างกาย
ดวงวิญญาณจึงสามารถคงคุณสมบัติ ดีงาม ดั้งเดิมเอาไว้ได้
ทำให้เกิดการถ่อมตนและเคารพทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่น
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=1 align=center border=1 color="white"><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=739 colSpan=2>ความเคารพตนเองและความหลงทะนงตนเป็นคุณสมบัติที่ตรงกันข้ามดังนี้
</TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle width=369>การเคารพตนเอง
</TD><TD vAlign=top align=middle width=369>ความหลงทะนงตน
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>1. พิจารณาตนเอง แก้ไขข้อบกพร่อง ให้อภัย
</TD><TD vAlign=top width=369>1. มองความผิดของผู้อื่น หวังให้ผู้อื่นแก้ไขข้อก่อนไม่ให้อภัย คิดแก้แค้น
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>2. มีความสุข พอใจในตนเอง สร้างบรรยากาศรอบตัวให้ดีขึ้น
</TD><TD vAlign=top width=369>2. มองหาสิ่งภายนอกและผู้อื่นเพื่อให้ความพอใจแก่ตนเองทำลายบรรยากาศที่ดี
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>3. เรียนรู้จากสถานการณ์ได้รวดเร็วไม่ยึดมั่นผู้ใดสิ่งใด มีอิสระที่จะพัฒนา
</TD><TD vAlign=top width=369>3. พัฒนาอย่างมีขีดจำกัดยึดมั่นในความคิดของตน รวมทั้งบุคคล สิ่งของ ด้วยสำนึกที่ครอบครองเป็นเจ้าของ
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>4. อ่อนน้อมถ่อมตนเห็นประโยชน์ของการแนะนำตักเตือน
</TD><TD vAlign=top width=369>4. หลงในความรู้ความสามารถของตนเอง ชอบแนะนำตักเตือนผู้อื่น แต่ปฏิเสธที่จะรับฟัง
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>5. ยอมรับและปรับตัวได้ ไม่หวั่นไหวมีความอดทนอดกลั้น
</TD><TD vAlign=top width=369>5. ไม่อดทนอดกลั้น ไม่ยอมรับปรับตัว ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ความรู้สึก
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>6. มีทัศนคติที่ดีต่อผู้อื่น จึงไม่มีศัตรู แต่รู้ค่าและพร้อมจะให้ความรัก-เคารพ
</TD><TD vAlign=top width=369>6. ดูหมิ่นผู้อื่น จึงรู้สึกโดดเดี่ยวและปฎิเสธความสัมพันธ์ที่ต้องเป็นฝ่ายให้ความเคารัก-เคารพ แต่กลับเรียกร้องต้องการ
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>7. ไม่ต้องการพิสูจน์ว่าตัวเองถูกต้อง ไม่ประนามเปรียบเทียบ แข่งขัน ว่าร้ายใคร</SPAN>
</TD><TD vAlign=top width=369>7. ต้องการเกียรติยศ ชื่อเสียงพยายามพิสูจน์ตัวเองว่าถูกต้องทนการดูถูกดูหมิ่นมิได้ ชอบประนาม
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>8. ช่วยเหลือให้ความร่วมมือกับทุกคนอย่างบริสุทธิ์ใจ
</TD><TD vAlign=top width=369>8. ช่วยเหลือให้ความร่วมมืออย่างผิวเผินเพราะคาดหวังไม่จริงจัง
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>9. รักษาสมดุลของการกระทำอย่างสม่ำเสมอเป็นธรรมชาติด้วยสำนึกของการเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี
</TD><TD vAlign=top width=369>9. ทำอะไรเกินเหตุหรือน้อยไป ไม่สม่ำเสมอไม่เป็นธรรมชาติ จากการมีทั้งปมเด่นและปมด้อย
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>10. เผชิญอุปสรรคอย่างมั่นใจ มั่นคงสงบเยือกเย็น กล้าแสดงออกในทางที่ดี
</TD><TD vAlign=top width=369>10. ไม่กล้าเผชิญอุปสรรค ความล้มเหลวปกปิดความอ่อนแอ ความไม่มั่นคงภายในตนเองด้วยการใช้อำนาจและความสามารถในทางที่ก้าวร้าว ไม่ถูกต้อง
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>11.มีความรู้ที่ถูกต้อง มองโลกในแง่ดี ไม่คาดหวังผิดหวังจึงอยู่อย่างผู้ชนะ
</TD><TD vAlign=top width=369>11. ขาดความรู้ที่ถูกต้อง-สมบูรณ์มองโลกในแง่ร้ายคาดหวัง ผิดหวัง ไม่พอใจ จึงอยู่อย่างผู้พ่ายแพ้
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>
12. ซื่อสัตย์ จริงใจ ต่อตนเองและต่อผู้อื่น
</TD><TD vAlign=top width=369>12. ไม่ยอมรับความจริง อยู่อย่างหลอกลวงด้วยการอวดอ้าง โกหก ปกปิด
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>13. เข้าใจธรรมชาติดั้งเดิม ที่ดีงามของตนเองมีกำลังใจเสริมสร้างความดีและขจัดข้อบกพร่องอ่อนแอในเวลาเดียวกัน
</TD><TD vAlign=top width=369>13. ไม่มีศรัทธาในสิ่งที่ดีงามตามธรรมชาติแต่สำคัญตนผิด จึงเป็นไปไม่ได้อย่างที่คิด หรือแม้แต่จะแก้ไขข้อบกพร่อง อ่อนแอภายใน
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>14. รับผิดชอบ รอบคอบตอบสนองวัตถุประสงค์เป็นอย่างดี
</TD><TD vAlign=top width=369>14. พลาดพลั้ง ไม่ระมัดระวังไม่ตั้งใจจริงที่จะให้ทุกสิ่งสำเร็จตามวัตถุประสงค์
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>15.มีศรัทธาในสิ่งสูงสุดจึงมีพลังในการปฏิบัติตามหนทางที่ทำให้ตนสูงส่งและก้าวหน้าจนถึงที่สุด
</TD><TD vAlign=top width=369>15. ไม่ยอมรับ ไม่ศรัทธาในสิ่งสูงสุดและยึดติดในสิ่งที่มีขีดจำกัด ไม่สามารถปฏิบัติตนได้ตามที่คิดการดำเนินชีวิต จึงผิดพลาด
</TD></TR></TBODY></TABLE>
<CENTER>
พลังสมาธิที่แท้จริง เกิดขึ้นเมื่ออยู่เหนือความผูกพันยึดมั่น
เหนือสภาพที่เป็นคู่ตรงกันข้าม เช่น สุข-ทุกข์ การยกย่อง-การประนาม
เหนือสิ่งล่อใจที่ทำให้เกิดความรู้สึกที่บวกหรือลบมากเกินไป
เมื่อนั้นเราจะยกระดับจิตสำนึกให้สูงส่งและอยู่เหนือการถูกดึงรั้งใดๆ
ขณะเดียวกันที่ยังสามารถมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลง
ของตนเองและผู้อื่นในทางที่ดีงาม
ความสมบูรณ์ในการเกิดเป็นมนุษย์ เกิดจากจิตใจที่ใฝ่หาคุณธรรมความดี
มีความปรารถนาที่จะพัฒนาศิลปะในการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับ
ความสัมพันธ์ในบทบาทหน้าที่โดยไม่มีความก้าวร้าวรุนแรงใด ๆ </CENTER><CENTER></CENTER><CENTER>ทั้งภายในและภายนอก
ภควคีตะ ได้กล่าวถึงการฝึกฝนจิตทางขั้นสุดท้าย </CENTER><CENTER> </CENTER><CENTER></CENTER><CENTER>ว่าเป็นสภาวะของ "การละวาง" ได้สำเร็จ</CENTER><CENTER>
นั่นคือ "การไม่ผูกพันยึดมั่น" และมีจิตสำนึกที่กระจ่างชัด</CENTER><CENTER>
"การละวาง" จึงเป็นการปล่อยทุกสิ่งให้เป็นไป </CENTER><CENTER> </CENTER><CENTER></CENTER><CENTER>ไม่เก็บเอาไว้แม้ในความคิด</CENTER><CENTER>
หรือความฝัน</CENTER><CENTER>
</CENTER><CENTER><HR></CENTER><CENTER> </CENTER><CENTER>
การยอมจำนนคือการต้องการเป็นที่รักของทุกคนจึงต้องทนทุกสิ่งทุกอย่าง โดยไม่ได้มองดูความรู้สึกภายในของตัวเองเพราะตีค่าตัวเองว่าเป็นเพียงผู้ร้องขอการหลงทะนงคือการสำคัญว่าตนเองเป็นผู้ยิ่งใหญ่ เป็นคนสำคัญ จึงเรียกร้องหาความเคารพจากคนอื่น?
</PRE></CENTER><CENTER>
http://pirun.ku.ac.th/~fagisvtc/buddhism/nanasara/tien/up.gif (http://pirun.ku.ac.th/~fagisvtc/buddhism/nanasara/rajayoka/raja.htm#11)</CENTER><CENTER>
</CENTER><CENTER><HR></CENTER><CENTER>
จากหนังสือ รวมชุดของราชาโยคะ:</CENTER><CENTER>ฉันคือใคร :ฉันต้องการอะไร :คุณค่าเพื่อศรัทธา
จัดทำโดย สาวิตรี</CENTER>
<!-- / message --><!-- sig -->
<CENTER>ท่านประชาบิดา บราห์มา
ผู้ก่อตั้งสถาบัน The Brahma Kumaris World Spiritual University</CENTER><CENTER> </CENTER><CENTER></CENTER><HR>
http://pirun.ku.ac.th/~fagisvtc/buddhism/nanasara/rajayoka/raja.gif จิตหรือดวงวิญญาณคือพลังงานที่มีชีวิต ไม่มีตัวตน
เป็นจุดแสงเล็กๆ ที่คงที่อยู่ตลอดไป
พื้นฐานธรรมชาติของดวงวิญญาณ คือ ความสงบ
โดยดวงวิญญาณใช้ร่างกายเป็นเครื่องมือ
ตำแหน่งของดวงวิญญาณของมนุษย์อยู่ที่กึ่งกลางหน้าผาก
เหนือคิ้วเล็กน้อย หรือที่เรียกว่า ตาที่สาม และมี 3 องค์ประกอบคือ
http://pirun.ku.ac.th/~fagisvtc/buddhism/nanasara/rajayoka/atomspin.gifจิตใจ ทำหน้าที่สร้างความคิด
http://pirun.ku.ac.th/~fagisvtc/buddhism/nanasara/rajayoka/atomspin.gifสติปัญญา ทำหน้าที่แยกแยะตัดสินด้วยความรู้
http://pirun.ku.ac.th/~fagisvtc/buddhism/nanasara/rajayoka/atomspin.gifสันสการ์หรือรอยกรรม ทำหน้าที่เป็นผู้บันทึกรอยกรรม ไว้เป็นนิสัย บุคลิกภาพ
ที่ทำให้เกิดความคิด การกระทำต่อเนื่องไปไม่มีที่สิ้นสุด ตราบเท่าที่ดวงวิญญาณยังคงอยู่ในร่างกาย
<HR ridth="50%">
http://pirun.ku.ac.th/~fagisvtc/buddhism/nanasara/rajayoka/atomspin.gifการสำนึกกว่าตนเป็นร่างกาย จะทำให้เกิดการแบ่งแยก ...เป็นตัวกู..ของกู
เพราะดวงวิญญาณจะตกเป็นทาสของร่างกาย ทำให้เกิดการหลงทะนงตนหรือการยอมจำนน (http://pirun.ku.ac.th/~fagisvtc/buddhism/nanasara/rajayoka/raja.htm#1) สำนึกที่เป็นร่าง คือสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดกิเลส เปรียบประดุจคุกมืดที่ทำให้ไม่สามารถมองเห็นความดีงามดั้งเดิมของดวงวิญญาณ
http://pirun.ku.ac.th/~fagisvtc/buddhism/nanasara/rajayoka/atomspin.gifการสำนึกกว่าตนเป็น ดวงวิญญาณ
จะทำให้มองผู้อื่นอย่างไม่มีขีดจำกัดทางร่างกาย
โดยจะเห็นเพียงแต่ดวงวิญญาณกลางหน้าผากเท่านั้น
ดังนั้นดวงวิญญาณจึงเป็นนายเหนือร่างกาย
ดวงวิญญาณจึงสามารถคงคุณสมบัติ ดีงาม ดั้งเดิมเอาไว้ได้
ทำให้เกิดการถ่อมตนและเคารพทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่น
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=1 align=center border=1 color="white"><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=739 colSpan=2>ความเคารพตนเองและความหลงทะนงตนเป็นคุณสมบัติที่ตรงกันข้ามดังนี้
</TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle width=369>การเคารพตนเอง
</TD><TD vAlign=top align=middle width=369>ความหลงทะนงตน
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>1. พิจารณาตนเอง แก้ไขข้อบกพร่อง ให้อภัย
</TD><TD vAlign=top width=369>1. มองความผิดของผู้อื่น หวังให้ผู้อื่นแก้ไขข้อก่อนไม่ให้อภัย คิดแก้แค้น
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>2. มีความสุข พอใจในตนเอง สร้างบรรยากาศรอบตัวให้ดีขึ้น
</TD><TD vAlign=top width=369>2. มองหาสิ่งภายนอกและผู้อื่นเพื่อให้ความพอใจแก่ตนเองทำลายบรรยากาศที่ดี
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>3. เรียนรู้จากสถานการณ์ได้รวดเร็วไม่ยึดมั่นผู้ใดสิ่งใด มีอิสระที่จะพัฒนา
</TD><TD vAlign=top width=369>3. พัฒนาอย่างมีขีดจำกัดยึดมั่นในความคิดของตน รวมทั้งบุคคล สิ่งของ ด้วยสำนึกที่ครอบครองเป็นเจ้าของ
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>4. อ่อนน้อมถ่อมตนเห็นประโยชน์ของการแนะนำตักเตือน
</TD><TD vAlign=top width=369>4. หลงในความรู้ความสามารถของตนเอง ชอบแนะนำตักเตือนผู้อื่น แต่ปฏิเสธที่จะรับฟัง
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>5. ยอมรับและปรับตัวได้ ไม่หวั่นไหวมีความอดทนอดกลั้น
</TD><TD vAlign=top width=369>5. ไม่อดทนอดกลั้น ไม่ยอมรับปรับตัว ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ความรู้สึก
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>6. มีทัศนคติที่ดีต่อผู้อื่น จึงไม่มีศัตรู แต่รู้ค่าและพร้อมจะให้ความรัก-เคารพ
</TD><TD vAlign=top width=369>6. ดูหมิ่นผู้อื่น จึงรู้สึกโดดเดี่ยวและปฎิเสธความสัมพันธ์ที่ต้องเป็นฝ่ายให้ความเคารัก-เคารพ แต่กลับเรียกร้องต้องการ
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>7. ไม่ต้องการพิสูจน์ว่าตัวเองถูกต้อง ไม่ประนามเปรียบเทียบ แข่งขัน ว่าร้ายใคร</SPAN>
</TD><TD vAlign=top width=369>7. ต้องการเกียรติยศ ชื่อเสียงพยายามพิสูจน์ตัวเองว่าถูกต้องทนการดูถูกดูหมิ่นมิได้ ชอบประนาม
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>8. ช่วยเหลือให้ความร่วมมือกับทุกคนอย่างบริสุทธิ์ใจ
</TD><TD vAlign=top width=369>8. ช่วยเหลือให้ความร่วมมืออย่างผิวเผินเพราะคาดหวังไม่จริงจัง
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>9. รักษาสมดุลของการกระทำอย่างสม่ำเสมอเป็นธรรมชาติด้วยสำนึกของการเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี
</TD><TD vAlign=top width=369>9. ทำอะไรเกินเหตุหรือน้อยไป ไม่สม่ำเสมอไม่เป็นธรรมชาติ จากการมีทั้งปมเด่นและปมด้อย
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>10. เผชิญอุปสรรคอย่างมั่นใจ มั่นคงสงบเยือกเย็น กล้าแสดงออกในทางที่ดี
</TD><TD vAlign=top width=369>10. ไม่กล้าเผชิญอุปสรรค ความล้มเหลวปกปิดความอ่อนแอ ความไม่มั่นคงภายในตนเองด้วยการใช้อำนาจและความสามารถในทางที่ก้าวร้าว ไม่ถูกต้อง
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>11.มีความรู้ที่ถูกต้อง มองโลกในแง่ดี ไม่คาดหวังผิดหวังจึงอยู่อย่างผู้ชนะ
</TD><TD vAlign=top width=369>11. ขาดความรู้ที่ถูกต้อง-สมบูรณ์มองโลกในแง่ร้ายคาดหวัง ผิดหวัง ไม่พอใจ จึงอยู่อย่างผู้พ่ายแพ้
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>
12. ซื่อสัตย์ จริงใจ ต่อตนเองและต่อผู้อื่น
</TD><TD vAlign=top width=369>12. ไม่ยอมรับความจริง อยู่อย่างหลอกลวงด้วยการอวดอ้าง โกหก ปกปิด
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>13. เข้าใจธรรมชาติดั้งเดิม ที่ดีงามของตนเองมีกำลังใจเสริมสร้างความดีและขจัดข้อบกพร่องอ่อนแอในเวลาเดียวกัน
</TD><TD vAlign=top width=369>13. ไม่มีศรัทธาในสิ่งที่ดีงามตามธรรมชาติแต่สำคัญตนผิด จึงเป็นไปไม่ได้อย่างที่คิด หรือแม้แต่จะแก้ไขข้อบกพร่อง อ่อนแอภายใน
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>14. รับผิดชอบ รอบคอบตอบสนองวัตถุประสงค์เป็นอย่างดี
</TD><TD vAlign=top width=369>14. พลาดพลั้ง ไม่ระมัดระวังไม่ตั้งใจจริงที่จะให้ทุกสิ่งสำเร็จตามวัตถุประสงค์
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=369>15.มีศรัทธาในสิ่งสูงสุดจึงมีพลังในการปฏิบัติตามหนทางที่ทำให้ตนสูงส่งและก้าวหน้าจนถึงที่สุด
</TD><TD vAlign=top width=369>15. ไม่ยอมรับ ไม่ศรัทธาในสิ่งสูงสุดและยึดติดในสิ่งที่มีขีดจำกัด ไม่สามารถปฏิบัติตนได้ตามที่คิดการดำเนินชีวิต จึงผิดพลาด
</TD></TR></TBODY></TABLE>
<CENTER>
พลังสมาธิที่แท้จริง เกิดขึ้นเมื่ออยู่เหนือความผูกพันยึดมั่น
เหนือสภาพที่เป็นคู่ตรงกันข้าม เช่น สุข-ทุกข์ การยกย่อง-การประนาม
เหนือสิ่งล่อใจที่ทำให้เกิดความรู้สึกที่บวกหรือลบมากเกินไป
เมื่อนั้นเราจะยกระดับจิตสำนึกให้สูงส่งและอยู่เหนือการถูกดึงรั้งใดๆ
ขณะเดียวกันที่ยังสามารถมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลง
ของตนเองและผู้อื่นในทางที่ดีงาม
ความสมบูรณ์ในการเกิดเป็นมนุษย์ เกิดจากจิตใจที่ใฝ่หาคุณธรรมความดี
มีความปรารถนาที่จะพัฒนาศิลปะในการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับ
ความสัมพันธ์ในบทบาทหน้าที่โดยไม่มีความก้าวร้าวรุนแรงใด ๆ </CENTER><CENTER></CENTER><CENTER>ทั้งภายในและภายนอก
ภควคีตะ ได้กล่าวถึงการฝึกฝนจิตทางขั้นสุดท้าย </CENTER><CENTER> </CENTER><CENTER></CENTER><CENTER>ว่าเป็นสภาวะของ "การละวาง" ได้สำเร็จ</CENTER><CENTER>
นั่นคือ "การไม่ผูกพันยึดมั่น" และมีจิตสำนึกที่กระจ่างชัด</CENTER><CENTER>
"การละวาง" จึงเป็นการปล่อยทุกสิ่งให้เป็นไป </CENTER><CENTER> </CENTER><CENTER></CENTER><CENTER>ไม่เก็บเอาไว้แม้ในความคิด</CENTER><CENTER>
หรือความฝัน</CENTER><CENTER>
</CENTER><CENTER><HR></CENTER><CENTER> </CENTER><CENTER>
การยอมจำนนคือการต้องการเป็นที่รักของทุกคนจึงต้องทนทุกสิ่งทุกอย่าง โดยไม่ได้มองดูความรู้สึกภายในของตัวเองเพราะตีค่าตัวเองว่าเป็นเพียงผู้ร้องขอการหลงทะนงคือการสำคัญว่าตนเองเป็นผู้ยิ่งใหญ่ เป็นคนสำคัญ จึงเรียกร้องหาความเคารพจากคนอื่น?
</PRE></CENTER><CENTER>
http://pirun.ku.ac.th/~fagisvtc/buddhism/nanasara/tien/up.gif (http://pirun.ku.ac.th/~fagisvtc/buddhism/nanasara/rajayoka/raja.htm#11)</CENTER><CENTER>
</CENTER><CENTER><HR></CENTER><CENTER>
จากหนังสือ รวมชุดของราชาโยคะ:</CENTER><CENTER>ฉันคือใคร :ฉันต้องการอะไร :คุณค่าเพื่อศรัทธา
จัดทำโดย สาวิตรี</CENTER>
<!-- / message --><!-- sig -->