PDA

View Full Version : นิมิต....หลวงปู่บุดดา


ปมิตา
01-13-2006, 09:05 AM
นิมิต
(ถอดความจากพระธรรมเทศนาโดย หลวงปู่บุดดา)


โพสท์ในพันธุ์ทิพย์ กระทู้ที่ K1741901 [ศาสนา-ปรัชญา] โดยคุณ : เรรวน - [ 8 ก.ย. 45]


<TABLE style="BORDER-RIGHT: 2px; BORDER-TOP: 2px; BACKGROUND: #ffffe9; BORDER-LEFT: 2px; WIDTH: 100%; BORDER-BOTTOM: 2px; BORDER-COLLAPSE: collapse" borderColor=#800000 cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" bgColor=#ffffe9 border=1><TBODY><TR><TD style="BORDER-RIGHT: 0.5pt solid; PADDING-RIGHT: 5.4pt; BORDER-TOP: 0.5pt solid; PADDING-LEFT: 5.4pt; PADDING-BOTTOM: 0cm; BORDER-LEFT: 0.5pt solid; WIDTH: 100%; PADDING-TOP: 0cm; BORDER-BOTTOM: 0.5pt solid" vAlign=top width="100%">(ผม rewrite อีกทีตามความเข้าใจของผมจากการอ่านเพื่อให้กระชับอ่านง่ายขึ้น เพราะหลวงปู่ท่านเทศน์เป็นภาษาพูด พอถอดเป็นภาษาอ่านจะทำอ่านเข้าใจได้ยาก ซึ่งตัวผมพยายามรักษาใจความให้มากที่สุด แต่อย่างไรก็ดีตัวเองอาจเข้าใจผิดได้ ยังไงลองไปหาอ่านฉบับหลวงปู่อีกทีนะครับ)

</TD></TR></TBODY></TABLE>


เมื่อครั้งพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ มีพระภิกษุ 500 รูป ปฏิบัติธรรมจนเข้าใจว่าตนบรรลุธรรม จึงเดินทางกลับมาเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้า ก็ให้พระอานนท์ออกไปแจ้งกับพระภิกษุเหล่านั้นก่อนว่า“ตถาคตยังไม่ว่าง ให้ท่านทั้งหลายไปรอที่ป่าช้าก่อน” เมื่อภิกษุเหล่านั้นไปรอพระผู้มีพระภาคเจ้าที่ป่าช้า เห็นซากศพที่เพิ่งตายใหม่ๆ ไม่มีเสื้อผ้าปกปิด พอราคะสังโยชน์ปรากฏขึ้น ปฏิฆะสังโยชน์ปรากฏขึ้น ภิกษุทั้งหลายเหล่านั้น จึงทราบว่าตนนั้นยังไม่บรรลุธรรม ในขณะนั้นแล ก็บังเกิดพุทธนิมิต แสดงธรรมเทศนาแก่ ภิกษุทั้ง 500 รูปนั้น โดยแสดงเหตุแห่ง ราคะสังโยชน์ที่เกิดขึ้น๑ ปฏิฆะสังโยชน์ที่เกิดขึ้น๑ เมื่อสดับพระธรรมเทศนาแล้วภิกษุทั้ง 500 รูปนั้นก็สำเร็จพระอรหันต์ แล้วจึงเดินทางมาเฝ้าพระพุทธเจ้าที่คันธกุฎีก็นี่ละ พุทธนิมิต ทั้งที่พระพุทธองค์ประทับอยู่ ณ คันธกุฎี แต่กลับสามารถเทศนา ให้ภิกษุที่ป่าช้าได้

และเมื่อครั้งพระพุทธองค์เทศนาโปรดพุทธมารดา และเทวดา ทั้งหลาย ตอนเช้าลงมารับบิณฑบาตพระสารีบุตร ก็เทวดาน่ะ นั่งฟังไม่ลุกจากที่ ตาไม่กระพริบ ตลอด ๓ เดือนน่ะ จะเอาหม้อข้าวหม้อแกงที่ไหนมาถวายล่ะ ก็ต้องมารับบิณฑบาตรพระสารีบุตรนี่ล่ะ แล้วทางโน้นใครจะแสดงธรรมล่ะ ก็ พุทธนิมิต น่ะซิ พุทธนิมิต นี่ไม่ใช่ไม่มี พุทธนิมิต ธรรมนิมิต สังฆนิมิต จึงอยู่ใน อัปมาโนพุทธโธ อัปมาโนธัมโม อัปมาโนสังโฆ ใครอยากรู้ก็ไปอ่านพระไตรปิฏก ไปสนามหลวงเขาแปลไม่ถึง อัปมาโนพุทธโธ อัปมาโนธัมโม อัปมาโนสังโฆ สวดแล้วก็เททิ้งหมด
มาบัดนี้ คนเขาไม่เคยเห็น พุทธนิมิต ธรรมนิมิต สังฆนิมิต แค่กสิณ ๑๐ เขาก็เห็นแต่ภายนอก กรรมฐาน ๔๐ เขาก็เห็นแต่ภายนอก เห็นแต่ใบลานในกระดาษโน่น มันยังมีอยู่ในจิตนี่อีก ๔๐ ภายนอก ๔๐ ภายใน ๔๐ รวม ๘๐ มันจึงจะลงกันได้กรรมฐาน ๔๐ มันอยู่ตรงไหน ไปอ้างใบลาน อ้างกระดาษโน่น มันมีแต่ข้างนอกมันไม่มีข้างใน มันก็จะไม่ลงกันหรอก เดี๋ยวมันก็จะทะเลากัน ถ้าไปพูดในสนามหลวงอย่างนี้เขาไม่ให้กินน้ำแข็งเขาหรอก เขาไล่หนีก็เท่านั้นแหละ ก็อ่านธัมมานุปัสนา สติปัฏฐาน ภายในก็ดี ภายนอกก็ดี ให้รู้ว่าเกิดขึ้น ให้รู้ว่าตั้งอยู่ ให้รู้ว่าเสื่อมไป นี้เป็นกรรมฐาน ทำไมจึงอ้างแต่ภายนอกล่ะ ก็ภายในมันมีอยู่แล้วนี่ พุทธภายนอกก็มี พุทธภายในก็มี ทำไมไม่อ้างเป็นยมก เป็น คู่ๆ ล่ะ ก็เพราะไม่รู้ภาษาใจ รู้แต่ภาษาหนังสือก็เถียงกันตายโหง ทุกประเทศนั่นล่ะ พูดกับคนพูดยาก พูดกับธรรมะง่ายกว่า เอาภาษาคนไปข้ามภาษาธรรมตกนรกอเวจีวันละ ๑๐๐ ครั้ง ๑๐๐๐ ครั้ง ไปค้านธรรมะพระพุทธเจ้าได้หรือ มันอวดดีว่าเรามีธรรมะ มันอวดรู้กว่าพุทธเจ้านั่นแหละ มันไปอเวจีแล้วล่ะ กายกรรมยังอยู่ วจีกรรม มโนกรรมน่ะ ไปแล้ว
จากคุณ : เรรวน - [ 8 ก.ย. 45 ]


http://www.dharma-gateway.com/image/bar-red-lotus-small.jpg
ทีมา http://www.dharma-gateway.com/monk/preach/lp_budda/lp-budda-16.htm