sukhawadee
08-30-2005, 05:31 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=467&stc=1&d=1128064072
กฏแห่งกรรม : ตอน...พิฆาตแมว
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 6 พฤษภาคม 2548 11:04 น.
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่อำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา แม่ชีจันทิมา เทพรักษา ซึ่งจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าธรรมสุข อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี เป็นผู้เล่าให้ฟังว่า ในหมู่บ้านของแม่ชี มีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง ชื่อนางเรียบ ประกอบอาชีพเป็นร่างทรงอยู่ใน หมู่บ้าน
นอกจากการเข้าทรงโดยปกติทั่วไปแล้ว ชาวบ้าน ยังมาให้เธอเข้าทรงทำพิธี แห่นางแมว เพื่อขอฝนใน ยามที่แล้งผิดปกติหรือยามที่ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล ดังนั้น เธอจึงต้องเลี้ยงแมวตัวเมียเอาไว้ที่บ้าน หลายตัว เพื่อนำมาทำพิธีนี้ แมวแต่ละตัวจะสวยงาม อ้วนพีเพื่อให้ทนรับการทำพิธีนี้ได้ตลอด
สำหรับพิธีแห่นางแมวขอฝนนี้ เป็นความเชื่อที่มีมา ตั้งแต่โบราณกาลแล้ว มักจะทำกันมากที่ภาคอีสาน เนื่องจากเป็นถิ่นที่ฝนแล้ง ส่วนภาคอื่นก็นำมาทำบ้างเหมือนกัน เขาจะจับแมวตัวเมียนำใส่เข่งโปร่งๆ แล้วเอาไม้คานสอดเข้าไปในเข่ง หามกัน 2 คน เดินเข้าขบวนแห่ที่ตกแต่งสวยงาม มีทั้งดนตรีพื้นเมือง การฟ้อนรำ เป็นที่สนุกสนาน โดยร้องเป็นเพลงว่า นางแมวเอย ร้องแกวๆ ขอข้าวขอฝน ขอน้ำมนต์มารดข้าที แมวข้าดีมีแก้วในตา ฯลฯ ร้องวนไปวนมา เมื่อแห่ ผ่านที่ใดทั้งสองข้างทางจะมีผู้ที่ถือขันหรือถังน้ำสาดเข้าไปที่แมว แมวซึ่งเป็นสัตว์ที่เกลียดกลัวน้ำอยู่แล้ว เมื่อโดนน้ำสาดมากๆก็ตกใจ ร้องเหมียวๆดังลั่น และดิ้นจนสุดแรง บางตัวที่มีอาการหนาวสั่นมากๆถึงกับตายก็มี และตัวใดตายก็จะมีการจับนางแมวตัวใหม่มาเปลี่ยน เพื่อให้พิธีดำเนินไปจนจบ
หลังจากที่แห่ถึงที่หมาย นางเรียบก็จะเข้าทรงทำ พิธีขอฝน ด้วยการนุ่งผ้าไหมอย่างดี สะไบเฉียง แต่งแบบไทยโบราณ ไม่นานภายในวันนั้นหรือวันรุ่งขึ้นฝน ก็ตกลงมาจำนวนมาก (อาจเป็นความบังเอิญ?-ผู้เขียน) หรือบางครั้งก็ไม่มีฝนตกลงมาเลย แต่ชาวบ้านก็ยังคง ศรัทธานางเรียบประดุจดังเทพเจ้าที่สามารถเรียกฟ้าฝนได้
นางเรียบจึงได้รับอามิสรางวัลเป็นสิ่งของมีค่ามาก มาย ทั้งแก้วแหวนเงินทอง เครื่องประดับ โดยเฉพาะผ้าไหมดีๆ ราคาแพงให้ใช้ใส่เวลาทำพิธีแห่นางแมวขอ ฝน ฐานะของนางเรียบจึงดีกว่าเพื่อนบ้านทุกคนในละแวกนั้น จากกระต็อบเล็กๆก็กลายเป็นบ้านหลังโต กว่าใครเพื่อน มีเครื่องใช้ไฟฟ้าอำนวยความสะดวกสบาย โก้เก๋ นางเรียบ พร้อมทั้งสามี และลูกๆ ต่างก็มีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย
แต่ความสุขสบายที่เกิดจากอาชีพเข้าทรง หลอกลวงชาวบ้าน ทำให้นางเรียบเกิดความประมาท ไม่ได้สร้างกรรมดี หรือทำบุญทำทานเพิ่มบารมี ตรงกันข้าม กลับละโมบโลภมาก และสร้างแต่บาปซ้ำซากด้วยการ จับนางแมวมาแห่ให้ผู้คนสาดน้ำจนหนาวสั่นตายไปหลายตัว
วันหนึ่งนางแมวท้องแก่ตัวหนึ่งที่เลี้ยงไว้เกิดปีนขึ้น ไปบนกองผ้าไหมสวยๆที่เธอใช้นุ่งทำพิธี แล้วไปออก ลูก 4-5 ตัวบนนั้น นางเรียบมาพบเข้าก็โกรธจัด ด้วยอารมณ์โมโหสุดขีด เธอจึงหอบผ้าไหมผืนนั้น พร้อมกับแม่แมวและลูกๆ โยนใส่กองไฟที่ลุกโชติช่วง ซึ่งสามีเธอก่อเผาขยะและกิ่งไม้แห้งอยู่หลังบ้าน ปรากฏว่าทั้งแม่แมวทั้งลูกแมวร้องเหมียวๆโหยหวนสักพักก็ สิ้นใจ หลังไฟมอดลงก็พบว่าแม่แมวกับลูกๆ อยู่ในสภาพไหม้เกรียมตัวงอก่องอขิง
อนิจจา..ผลกรรมไม่ดีที่นางเรียบทำสะสมไว้มาก ให้ผลเร็วกว่าที่คาด เพราะจากนั้นไม่นานฐานะของนาง เรียบก็เริ่มทรุดหนัก คนที่มาขอให้เข้าทรงก็ทยอยหาย ไปด้วยเพราะถูกหลอกลวงกันมาก จนกระทั่งไม่มีผู้มา ให้เข้าทรง ไม่มีใครมาให้ทำพิธีแห่นางแมวอีกต่อไป เงินทองที่เก็บสะสมเอาไว้ก็ต้องเอาออกมาใช้เพื่อการยังชีพจนเกือบหมด ชะตากรรมของนางเรียบจากผู้มีฐานะกลายมาเป็นยาจก
แล้ววันหนึ่งบ้านของเธอก็เกิดไฟไหม้หมดทั้งหลัง ทุกคนหนีเอาตัวรอดได้หมด ยกเว้นนางเรียบที่ถูกไฟ ลวกดำเป็นตอตะโก งอก่องอขิง ดังเช่นแมวที่จับโยน ใส่ไฟ นอนมือหงิก ขาหงิกงอ ร้องโอดโอยดังลั่น แต่่ก็ไม่มีใครสามารถเข้าไปช่วยเธอได้ แค่เอาน้ำมาช่วยกันดับไฟให้เร็วที่สุดเท่านั้น แต่เป็นเพราะนางเรียบยังไม่ถึงฆาตในช่วงเวลานั้น จึงทำให้เธอไม่ตายในกอง เพลิง
สภาพของนางเรียบที่ถูกไฟไหม้นั้นดูแทบไม่ได้ บรรดาลูกๆ และสามีจึงต่างทอดทิ้งให้เธอนอนจมอยู่ กับซากปรักหักพังของบ้าน เพื่อนบ้านเห็นแล้วก็เวทนา สงสารจึงนำมานอนพักรักษาตัวตามมีตามเกิดที่ใต้ถุน บ้าน ตลอดเวลานางเรียบได้รับทุกข์ทรมาน เจ็บปวดสาหัส เนื้อตัวพุพองและมีน้ำเหลืองไหลออกมา พอ ย่างเข้าวันที่ 3 ก็มีน้ำเหลืองไหลออกมาจากร่างกายตาม ทวารทั้ง 6 เป็นจำนวนมาก จนกระทั่งขาดใจตาย เสียงร้องสุดท้ายของเธอดังเหมือนเสียงแมวที่ร้องเหมียวๆ
ตามผลกรรม 12 ระบุไว้ว่ากรรมนี้เป็นกรรมที่ให้ ผลตามคราว เป็นทิฏฐธรรมเวทนียกรรม คือกรรมให้ ผลในภพนี้ อธิบายความว่า กรรมนี้จัดเป็นกรรมแรงให้ผลทันตาเห็น ผู้ทำย่อมเสวยผลกรรมที่ตนทำใน อัตภาพนี้
นางเรียบกับแมวๆทั้งหลายที่ตายด้วยน้ำมือของเธอ ถือเป็นผู้ร่วมบุพกรรมกันมาทุกภพทุกชาตินั่นเอง
กฏแห่งกรรม : ตอน...พิฆาตแมว
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 6 พฤษภาคม 2548 11:04 น.
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่อำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา แม่ชีจันทิมา เทพรักษา ซึ่งจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าธรรมสุข อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี เป็นผู้เล่าให้ฟังว่า ในหมู่บ้านของแม่ชี มีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง ชื่อนางเรียบ ประกอบอาชีพเป็นร่างทรงอยู่ใน หมู่บ้าน
นอกจากการเข้าทรงโดยปกติทั่วไปแล้ว ชาวบ้าน ยังมาให้เธอเข้าทรงทำพิธี แห่นางแมว เพื่อขอฝนใน ยามที่แล้งผิดปกติหรือยามที่ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล ดังนั้น เธอจึงต้องเลี้ยงแมวตัวเมียเอาไว้ที่บ้าน หลายตัว เพื่อนำมาทำพิธีนี้ แมวแต่ละตัวจะสวยงาม อ้วนพีเพื่อให้ทนรับการทำพิธีนี้ได้ตลอด
สำหรับพิธีแห่นางแมวขอฝนนี้ เป็นความเชื่อที่มีมา ตั้งแต่โบราณกาลแล้ว มักจะทำกันมากที่ภาคอีสาน เนื่องจากเป็นถิ่นที่ฝนแล้ง ส่วนภาคอื่นก็นำมาทำบ้างเหมือนกัน เขาจะจับแมวตัวเมียนำใส่เข่งโปร่งๆ แล้วเอาไม้คานสอดเข้าไปในเข่ง หามกัน 2 คน เดินเข้าขบวนแห่ที่ตกแต่งสวยงาม มีทั้งดนตรีพื้นเมือง การฟ้อนรำ เป็นที่สนุกสนาน โดยร้องเป็นเพลงว่า นางแมวเอย ร้องแกวๆ ขอข้าวขอฝน ขอน้ำมนต์มารดข้าที แมวข้าดีมีแก้วในตา ฯลฯ ร้องวนไปวนมา เมื่อแห่ ผ่านที่ใดทั้งสองข้างทางจะมีผู้ที่ถือขันหรือถังน้ำสาดเข้าไปที่แมว แมวซึ่งเป็นสัตว์ที่เกลียดกลัวน้ำอยู่แล้ว เมื่อโดนน้ำสาดมากๆก็ตกใจ ร้องเหมียวๆดังลั่น และดิ้นจนสุดแรง บางตัวที่มีอาการหนาวสั่นมากๆถึงกับตายก็มี และตัวใดตายก็จะมีการจับนางแมวตัวใหม่มาเปลี่ยน เพื่อให้พิธีดำเนินไปจนจบ
หลังจากที่แห่ถึงที่หมาย นางเรียบก็จะเข้าทรงทำ พิธีขอฝน ด้วยการนุ่งผ้าไหมอย่างดี สะไบเฉียง แต่งแบบไทยโบราณ ไม่นานภายในวันนั้นหรือวันรุ่งขึ้นฝน ก็ตกลงมาจำนวนมาก (อาจเป็นความบังเอิญ?-ผู้เขียน) หรือบางครั้งก็ไม่มีฝนตกลงมาเลย แต่ชาวบ้านก็ยังคง ศรัทธานางเรียบประดุจดังเทพเจ้าที่สามารถเรียกฟ้าฝนได้
นางเรียบจึงได้รับอามิสรางวัลเป็นสิ่งของมีค่ามาก มาย ทั้งแก้วแหวนเงินทอง เครื่องประดับ โดยเฉพาะผ้าไหมดีๆ ราคาแพงให้ใช้ใส่เวลาทำพิธีแห่นางแมวขอ ฝน ฐานะของนางเรียบจึงดีกว่าเพื่อนบ้านทุกคนในละแวกนั้น จากกระต็อบเล็กๆก็กลายเป็นบ้านหลังโต กว่าใครเพื่อน มีเครื่องใช้ไฟฟ้าอำนวยความสะดวกสบาย โก้เก๋ นางเรียบ พร้อมทั้งสามี และลูกๆ ต่างก็มีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย
แต่ความสุขสบายที่เกิดจากอาชีพเข้าทรง หลอกลวงชาวบ้าน ทำให้นางเรียบเกิดความประมาท ไม่ได้สร้างกรรมดี หรือทำบุญทำทานเพิ่มบารมี ตรงกันข้าม กลับละโมบโลภมาก และสร้างแต่บาปซ้ำซากด้วยการ จับนางแมวมาแห่ให้ผู้คนสาดน้ำจนหนาวสั่นตายไปหลายตัว
วันหนึ่งนางแมวท้องแก่ตัวหนึ่งที่เลี้ยงไว้เกิดปีนขึ้น ไปบนกองผ้าไหมสวยๆที่เธอใช้นุ่งทำพิธี แล้วไปออก ลูก 4-5 ตัวบนนั้น นางเรียบมาพบเข้าก็โกรธจัด ด้วยอารมณ์โมโหสุดขีด เธอจึงหอบผ้าไหมผืนนั้น พร้อมกับแม่แมวและลูกๆ โยนใส่กองไฟที่ลุกโชติช่วง ซึ่งสามีเธอก่อเผาขยะและกิ่งไม้แห้งอยู่หลังบ้าน ปรากฏว่าทั้งแม่แมวทั้งลูกแมวร้องเหมียวๆโหยหวนสักพักก็ สิ้นใจ หลังไฟมอดลงก็พบว่าแม่แมวกับลูกๆ อยู่ในสภาพไหม้เกรียมตัวงอก่องอขิง
อนิจจา..ผลกรรมไม่ดีที่นางเรียบทำสะสมไว้มาก ให้ผลเร็วกว่าที่คาด เพราะจากนั้นไม่นานฐานะของนาง เรียบก็เริ่มทรุดหนัก คนที่มาขอให้เข้าทรงก็ทยอยหาย ไปด้วยเพราะถูกหลอกลวงกันมาก จนกระทั่งไม่มีผู้มา ให้เข้าทรง ไม่มีใครมาให้ทำพิธีแห่นางแมวอีกต่อไป เงินทองที่เก็บสะสมเอาไว้ก็ต้องเอาออกมาใช้เพื่อการยังชีพจนเกือบหมด ชะตากรรมของนางเรียบจากผู้มีฐานะกลายมาเป็นยาจก
แล้ววันหนึ่งบ้านของเธอก็เกิดไฟไหม้หมดทั้งหลัง ทุกคนหนีเอาตัวรอดได้หมด ยกเว้นนางเรียบที่ถูกไฟ ลวกดำเป็นตอตะโก งอก่องอขิง ดังเช่นแมวที่จับโยน ใส่ไฟ นอนมือหงิก ขาหงิกงอ ร้องโอดโอยดังลั่น แต่่ก็ไม่มีใครสามารถเข้าไปช่วยเธอได้ แค่เอาน้ำมาช่วยกันดับไฟให้เร็วที่สุดเท่านั้น แต่เป็นเพราะนางเรียบยังไม่ถึงฆาตในช่วงเวลานั้น จึงทำให้เธอไม่ตายในกอง เพลิง
สภาพของนางเรียบที่ถูกไฟไหม้นั้นดูแทบไม่ได้ บรรดาลูกๆ และสามีจึงต่างทอดทิ้งให้เธอนอนจมอยู่ กับซากปรักหักพังของบ้าน เพื่อนบ้านเห็นแล้วก็เวทนา สงสารจึงนำมานอนพักรักษาตัวตามมีตามเกิดที่ใต้ถุน บ้าน ตลอดเวลานางเรียบได้รับทุกข์ทรมาน เจ็บปวดสาหัส เนื้อตัวพุพองและมีน้ำเหลืองไหลออกมา พอ ย่างเข้าวันที่ 3 ก็มีน้ำเหลืองไหลออกมาจากร่างกายตาม ทวารทั้ง 6 เป็นจำนวนมาก จนกระทั่งขาดใจตาย เสียงร้องสุดท้ายของเธอดังเหมือนเสียงแมวที่ร้องเหมียวๆ
ตามผลกรรม 12 ระบุไว้ว่ากรรมนี้เป็นกรรมที่ให้ ผลตามคราว เป็นทิฏฐธรรมเวทนียกรรม คือกรรมให้ ผลในภพนี้ อธิบายความว่า กรรมนี้จัดเป็นกรรมแรงให้ผลทันตาเห็น ผู้ทำย่อมเสวยผลกรรมที่ตนทำใน อัตภาพนี้
นางเรียบกับแมวๆทั้งหลายที่ตายด้วยน้ำมือของเธอ ถือเป็นผู้ร่วมบุพกรรมกันมาทุกภพทุกชาตินั่นเอง