Paang
01-02-2006, 09:09 AM
http://www.dhammathai.org/gallery/lotus/lotus6.jpg
ณ วัดป่าบ้านตาด อุดรธานี วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2505 โดย พระธรรมวิสุทธิมงคล (ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสมฺปนฺโน)
การไปศึกษาจากท่าน ไม่เพียงจะศึกษาข้ออรรถข้อธรรมโดยถ่ายเดียว ยังต้องพยายามทำตนให้เชื่องชินต่อข้อวัตรปฏิบัติ คือทางดำเนินที่ท่านพา ดำเนินจนเป็นที่เชื่องชินติดจิตติดใจ และติดกาย วาจาของเรา การอยู่กับ ท่านเป็นเวลานานเป็นทางกลมกลืนนิสัยและข้อวัตรปฏิบ ัติ ตลอดคุณงาม ความดี ความรู้ ความเห็น เป็นการ ถ่ายทอดจากท่านวันละเล็กละน้อยจน กลายเป็นความมั่นคงขึ้นได้ใน ตัวของเรา เพราะการอยู่กับท่าน ความปลอด ภัยมีมาก โดยมากผู้เข้าไปหาและศึกษากับท่านย่อมได้รับ ความเชื่อถือและ เลื่อมใสเพราะท่านเป็นธรรมอยู่แล้ว ผู้เข้าไปอาศัยก็ย่อมเป็นธรรมตามฐานะ ของตน นอกจากนั้น ยังเป็นความเคยชิน ต่อการระวังสำรวมอีกด้วย หากว่า ได้จากท่าน ไป เราเป็นผู้สนใจต่อธรรมอยู่ก็พอจะ พยุงตัวได้ด้วยอุบายต่างๆ ที่ได้รับจากท่านมา
เวลาเราอยู่กับอาจารย์ มรรค ผล นิพ-พาน ดูเหมือนจะเอื้อมมือถึง ทำ อะไรก็เป็นชิ้นเป็นอัน ปรากฏผลขึ้นมาเป็นลำดับ เมื่อจากท่านไปแล้วไม่เป็น อย่างนั้น กล ับกลายเป็นคนละมุมโลก ถ้าจิตไม่มีหลักฐานโดยมาก ต้องเป็น อย่างว่านี้ แต่ถ้าจิตมีหลักฐานคือมีสมาธิและมีปัญญารักษาตัว อยู่ที่ไหนก็ดี และเป็นประโยชน์ ถ้ามีข้อข้องใจเกิดขึ้น ซึ่งตนไม่สามารถแก้ไขได้ ต้องรี บไป หาท่านเพื่อ รับการศึกษา เมื่อได้รับแก้ไขแล้ว โดยมาก ปัญหาข้อข้องใจย่อม ขาดสะบั้นลงทันทีประหนึ่งท่านช่วยตัดช่วยฟันให้ สำหรับผมเองเป็น อย่าง นั้น บางทีจากท่านไปเพียง 5-6 วัน เกิด ข้องใจขึ้นมา จะร อไปอีกสัก 2-3 วันไม่ได้ ถ้า เราแก้ปัญหาข้องใจนี้ไม่ได้จากขณะปัญหาเกิดขึ้น สว่างของวัน รุ่งขึ้นตอนเช้าต้องรีบไปหาท่าน เพราะข้อข้องใจบางอย่างสำคัญมาก เมื่อเกิด ขึ้นแล้วตนเองแก้ไขไม่ได้ต้องรีบไปศึกษา กับท่าน แต่ข้อข้องใจบางอย่างไม่ ค่อยสำคัญนัก แม้เกิดขึ้นแล้วเราจะรอๆ ไปก็ยังได้ ปัญหาทั้งนี้เทียบกับโรค บางชนิด แม้เกิดขึ้นแล้วจะไม่รีบด่วนในการตามหมอก็ได้ แต่โรคบางชนิดลง ได้เกิดขึ้นแล้ว ถ้าตามหมอ ไม่มาเราต้องไปหาหมอ ไม่เช่นนั้นจะเป็นอันตราย ต่อชีวิต
ข้อข้องใจชนิดสำคัญนี้ เมื่อปรากฏขึ้น ถ้าเราไม่สามารถแก้ไข ตนเองได้ ต้องรีบไปหาครูบาอาจารย์ จะปล่อยให้หายโดยลำพังย่อม เป็นไปไม่ได้ ผล ปราก ฏจากข้อข้องใจซึ่งไม่ยอมแก้ไขจากอาจารย์ อย่างน้อยก็เป็นคนเผอเรอ หลงๆ ลืมๆ กลายเป็นคนบอๆ ไป อย่าง มากถึงเป็นบ้าไปเลย ที่โลกให้นาม ว่าธรรมแตก โดยมากเกิดจากปัญหาข้อข้องใจ ซึ่งตนไม่รู้วิธีแก้ไขและไม่ยอม แก้ไข ปล่อยไว้นาน ไปก็ปรากฏผลสองอย่างขึ้นมา ปัญหาดังกล่าวนี้ผมเคย เป็นในจิตของผมมาแล้ว จึงเรียนให้บรรดาท่านนักปฏิบัติทราบไว้พอเป็นแนวทาง
วันท่านอาจารย์มั่นมรณภาพได้เกิดความสลดสังเวชอย่างเต็มที่ จาก ความรู้สึกว่าหมดที่พึ่งทางใจแล้ว เพราะเวลานั้นใจก็ยังมีอะไรๆ อยู่และเป็น ความรู้ที่ไม่ยอมจะเชื่ออุบายของใครง่ายๆ ด้วย เมื่อชี้ไม่ถูก จุดสำคัญที่เรา กำลังติดและพิจารณาอยู่ได้อย่างท่านอาจารย์มั่ นเคยชี้ ซึ่ง เคยได้รับผลจาก ท่านมาแล้ว ทั้งเป็นเวลาเร่งความเพียรอย่างเต็มที่ด้วย ฉะนั้น เมื่อท่าน อาจารย์มั่นมรณภาพแล้วจึงอยู่กับหมู่คณะไม่ติด คิดแต่จะอยู่คนเดียวเท่านั้น จึง พยายามหาที่อยู่โดยลำพั งตนเอง และได้ตัดสินใจว่าจะอยู่คนเดียวจนกว่า ปัญหาของหัวใจทุกชนิดจะสิ้นสุดลงจากใจโดยสิ้นเชิง จึงจะยอมรับและอยู่กับ หมู่เพื่อนต่อไป ตามโอกาสอันสมควร
เมื่อการมรณภาพของท่านอาจารย์มั่นผ่านไป เข้าไปก ราบเท้าท่าน นั่ง รำพึงรำพัน ปลงความสลดใจสังเวชน้ำตาไหลนองอยู่ปลายเท้าท่าน เกือบ 2 ชั่วโมง พร้อมทั้งพิจารณาธรรมในใจของตน กับโอวาทที่ท่านอาจารย์ให้ความ เมตตาอุตส่าห์สั่งสอนเรามาเป็นเวลา 8 ปี ที่อาศั ยอยู่กับท่าน การอยู่เป็น เวลานานถึงเพียงนี้ แม้คู่สามีภรรยาซึ่งเป็นที่รักยิ่ง หรือลูกๆ ผู้เป็นที่รักของ พ่อแม่อยู่ด้วยกันก็จะต้องมีข้อข้องใจต่อกันเป็น บางกาล แต่ท่านอาจารย์กับ ศิษย์ที่มาพึ่งร่มเงาข องท่านเป็นเวลานานถึง เพียงนี้ไม่เคยมีเรื่องใดๆ เกิดขึ้น ยิ่งอยู่นานก็ยิ่งเป็นที่เคารพรักและเลื่อมใสหาประมาณมิได้ ท่านก็ได้จากเรา และหมู่เพื่อนผู้หวังดีทั้งหลายไปเสียแล้วในวันนั้น อนิจฺจา วต- สงฺขาร า เรือนร่างของท่านนอนสงบนิ่งอยู่ด้วย อาการอันน่าเลื่อมใสและอาลัยยิ่งกว่า ชีวิตจิต ใจ ซึ่งสามารถสละแทนได้ด้วยความรักในท่านกับเรือนร่างของเราที่ นั่งสงบกายแต่ใจหวั่นไหวอยู่ด้วยความหมดหวังและหมดที่พึ ่ง ต่อท่าน ผู้จะ ให้ความร่มเย็นต่อไป ทั้งสองเรือนร่างนี้รวมลงในหลักธรรม คือ อนิจฺจา อัน เดียวกันต่างก็เดินไปตามหลักธรรม คือ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ เกิดแล้วต้อง ตายจะ ให้เป็นอื่นไปไม่ได้
ส่วนท่านอาจารย์มั่นท่านเดินแยกทาง สมมติทั้งหลายไปตามหลักธรรม บทว่า เตสํ วูปสโม สุโข ท่านตายในชาติที่นอนสงบให้ศิษย์ทั้งหลายปลง ธรรมสังเวชชั่วขณะเท่านั้น ต่อไปท่านจะไม่มาเป็นบ่อแห่งน้ำตาของลูกศิษย์เหมือน สมมติทั่วๆ ไป เพราะจิตของท่าน ที่ขาดจากภพชาติเช่นเดียวกับหินที่หักขาด จากกันคนละชิ้นจะต่อให้ติดกันสนิทอีกไม่ได้ ฉะนั้นผมนั่งรำพึงอยู่ด้วยความ หมดหวัง และปัญหาทั้งหมดภายใน ใจที่เคยปลดเปลื้องกับท่าน บัดนี้เราจะ ไปปลดเปลื้องกับใคร และใครจะมารับปลดเปลื้องปัญหาของเราให้สิ้นซากไป ได้เหมือนอย่างท่านอาจารย์มั่นไม่มีแล้ว เป็นกับตายก็มีเราคนเดียวเท่านั้น เช่นเดียว กับหมอที่เคยรักษาโรคเราให้หายไม่รู้ กี่ครั้ง ชีวิตเราอยู่กับหมอคน เดียวเท่านั้น แต่หมอผู้ให้ชีวิตเรามาประจำวันก็ได้สิ้นไปเสียแล้วใน วันนี้ เรา จึงกลายเป็นสัตว์ป่าเพราะหมดยารักษาโรคภายใน
เมื่อนั่งอาลัยอาวรณ์ถึงท่านด้วยความเคารพรั กและเลื่อมใส พร้อมทั้ง ความหมดหวังในท่าน ก็ได้อุบายต่างๆ ขึ้นมาในขณะนั้นว่า วิธีการสั่งสอน ของท่านเวลามีชีวิตอยู่ ท่านสั่งสอนอย่างไร ต้องจับเงื่อนนั้นแลมาเป็นครูสอน และท่านเคยย้ำว่าอย่างไร อย่าหนี จาก รากฐานคือผู้รู้ภายในใจ เมื่อจิตมี ความรู้แปลกๆ ซึ่งจะเกิดความเสียหาย ถ้าเราไม่สามารถพิจารณาความรู้ประเภท นั้นได้ ให้ย้อนจิตเข้าสู่ภายในเสีย อย่างไรก็ไม่เสียหาย ท่านสอนอย่างนี้ก็จับ เอาเงื่อนนั้ นไว้ แล้วนำไปปฏิบัติต่อตนเองจนเต็มความสามารถ
ที่มา http://www2.manager.co.th/Dhamma/ViewNews.aspx?NewsID=1881367933749
ณ วัดป่าบ้านตาด อุดรธานี วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2505 โดย พระธรรมวิสุทธิมงคล (ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสมฺปนฺโน)
การไปศึกษาจากท่าน ไม่เพียงจะศึกษาข้ออรรถข้อธรรมโดยถ่ายเดียว ยังต้องพยายามทำตนให้เชื่องชินต่อข้อวัตรปฏิบัติ คือทางดำเนินที่ท่านพา ดำเนินจนเป็นที่เชื่องชินติดจิตติดใจ และติดกาย วาจาของเรา การอยู่กับ ท่านเป็นเวลานานเป็นทางกลมกลืนนิสัยและข้อวัตรปฏิบ ัติ ตลอดคุณงาม ความดี ความรู้ ความเห็น เป็นการ ถ่ายทอดจากท่านวันละเล็กละน้อยจน กลายเป็นความมั่นคงขึ้นได้ใน ตัวของเรา เพราะการอยู่กับท่าน ความปลอด ภัยมีมาก โดยมากผู้เข้าไปหาและศึกษากับท่านย่อมได้รับ ความเชื่อถือและ เลื่อมใสเพราะท่านเป็นธรรมอยู่แล้ว ผู้เข้าไปอาศัยก็ย่อมเป็นธรรมตามฐานะ ของตน นอกจากนั้น ยังเป็นความเคยชิน ต่อการระวังสำรวมอีกด้วย หากว่า ได้จากท่าน ไป เราเป็นผู้สนใจต่อธรรมอยู่ก็พอจะ พยุงตัวได้ด้วยอุบายต่างๆ ที่ได้รับจากท่านมา
เวลาเราอยู่กับอาจารย์ มรรค ผล นิพ-พาน ดูเหมือนจะเอื้อมมือถึง ทำ อะไรก็เป็นชิ้นเป็นอัน ปรากฏผลขึ้นมาเป็นลำดับ เมื่อจากท่านไปแล้วไม่เป็น อย่างนั้น กล ับกลายเป็นคนละมุมโลก ถ้าจิตไม่มีหลักฐานโดยมาก ต้องเป็น อย่างว่านี้ แต่ถ้าจิตมีหลักฐานคือมีสมาธิและมีปัญญารักษาตัว อยู่ที่ไหนก็ดี และเป็นประโยชน์ ถ้ามีข้อข้องใจเกิดขึ้น ซึ่งตนไม่สามารถแก้ไขได้ ต้องรี บไป หาท่านเพื่อ รับการศึกษา เมื่อได้รับแก้ไขแล้ว โดยมาก ปัญหาข้อข้องใจย่อม ขาดสะบั้นลงทันทีประหนึ่งท่านช่วยตัดช่วยฟันให้ สำหรับผมเองเป็น อย่าง นั้น บางทีจากท่านไปเพียง 5-6 วัน เกิด ข้องใจขึ้นมา จะร อไปอีกสัก 2-3 วันไม่ได้ ถ้า เราแก้ปัญหาข้องใจนี้ไม่ได้จากขณะปัญหาเกิดขึ้น สว่างของวัน รุ่งขึ้นตอนเช้าต้องรีบไปหาท่าน เพราะข้อข้องใจบางอย่างสำคัญมาก เมื่อเกิด ขึ้นแล้วตนเองแก้ไขไม่ได้ต้องรีบไปศึกษา กับท่าน แต่ข้อข้องใจบางอย่างไม่ ค่อยสำคัญนัก แม้เกิดขึ้นแล้วเราจะรอๆ ไปก็ยังได้ ปัญหาทั้งนี้เทียบกับโรค บางชนิด แม้เกิดขึ้นแล้วจะไม่รีบด่วนในการตามหมอก็ได้ แต่โรคบางชนิดลง ได้เกิดขึ้นแล้ว ถ้าตามหมอ ไม่มาเราต้องไปหาหมอ ไม่เช่นนั้นจะเป็นอันตราย ต่อชีวิต
ข้อข้องใจชนิดสำคัญนี้ เมื่อปรากฏขึ้น ถ้าเราไม่สามารถแก้ไข ตนเองได้ ต้องรีบไปหาครูบาอาจารย์ จะปล่อยให้หายโดยลำพังย่อม เป็นไปไม่ได้ ผล ปราก ฏจากข้อข้องใจซึ่งไม่ยอมแก้ไขจากอาจารย์ อย่างน้อยก็เป็นคนเผอเรอ หลงๆ ลืมๆ กลายเป็นคนบอๆ ไป อย่าง มากถึงเป็นบ้าไปเลย ที่โลกให้นาม ว่าธรรมแตก โดยมากเกิดจากปัญหาข้อข้องใจ ซึ่งตนไม่รู้วิธีแก้ไขและไม่ยอม แก้ไข ปล่อยไว้นาน ไปก็ปรากฏผลสองอย่างขึ้นมา ปัญหาดังกล่าวนี้ผมเคย เป็นในจิตของผมมาแล้ว จึงเรียนให้บรรดาท่านนักปฏิบัติทราบไว้พอเป็นแนวทาง
วันท่านอาจารย์มั่นมรณภาพได้เกิดความสลดสังเวชอย่างเต็มที่ จาก ความรู้สึกว่าหมดที่พึ่งทางใจแล้ว เพราะเวลานั้นใจก็ยังมีอะไรๆ อยู่และเป็น ความรู้ที่ไม่ยอมจะเชื่ออุบายของใครง่ายๆ ด้วย เมื่อชี้ไม่ถูก จุดสำคัญที่เรา กำลังติดและพิจารณาอยู่ได้อย่างท่านอาจารย์มั่ นเคยชี้ ซึ่ง เคยได้รับผลจาก ท่านมาแล้ว ทั้งเป็นเวลาเร่งความเพียรอย่างเต็มที่ด้วย ฉะนั้น เมื่อท่าน อาจารย์มั่นมรณภาพแล้วจึงอยู่กับหมู่คณะไม่ติด คิดแต่จะอยู่คนเดียวเท่านั้น จึง พยายามหาที่อยู่โดยลำพั งตนเอง และได้ตัดสินใจว่าจะอยู่คนเดียวจนกว่า ปัญหาของหัวใจทุกชนิดจะสิ้นสุดลงจากใจโดยสิ้นเชิง จึงจะยอมรับและอยู่กับ หมู่เพื่อนต่อไป ตามโอกาสอันสมควร
เมื่อการมรณภาพของท่านอาจารย์มั่นผ่านไป เข้าไปก ราบเท้าท่าน นั่ง รำพึงรำพัน ปลงความสลดใจสังเวชน้ำตาไหลนองอยู่ปลายเท้าท่าน เกือบ 2 ชั่วโมง พร้อมทั้งพิจารณาธรรมในใจของตน กับโอวาทที่ท่านอาจารย์ให้ความ เมตตาอุตส่าห์สั่งสอนเรามาเป็นเวลา 8 ปี ที่อาศั ยอยู่กับท่าน การอยู่เป็น เวลานานถึงเพียงนี้ แม้คู่สามีภรรยาซึ่งเป็นที่รักยิ่ง หรือลูกๆ ผู้เป็นที่รักของ พ่อแม่อยู่ด้วยกันก็จะต้องมีข้อข้องใจต่อกันเป็น บางกาล แต่ท่านอาจารย์กับ ศิษย์ที่มาพึ่งร่มเงาข องท่านเป็นเวลานานถึง เพียงนี้ไม่เคยมีเรื่องใดๆ เกิดขึ้น ยิ่งอยู่นานก็ยิ่งเป็นที่เคารพรักและเลื่อมใสหาประมาณมิได้ ท่านก็ได้จากเรา และหมู่เพื่อนผู้หวังดีทั้งหลายไปเสียแล้วในวันนั้น อนิจฺจา วต- สงฺขาร า เรือนร่างของท่านนอนสงบนิ่งอยู่ด้วย อาการอันน่าเลื่อมใสและอาลัยยิ่งกว่า ชีวิตจิต ใจ ซึ่งสามารถสละแทนได้ด้วยความรักในท่านกับเรือนร่างของเราที่ นั่งสงบกายแต่ใจหวั่นไหวอยู่ด้วยความหมดหวังและหมดที่พึ ่ง ต่อท่าน ผู้จะ ให้ความร่มเย็นต่อไป ทั้งสองเรือนร่างนี้รวมลงในหลักธรรม คือ อนิจฺจา อัน เดียวกันต่างก็เดินไปตามหลักธรรม คือ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ เกิดแล้วต้อง ตายจะ ให้เป็นอื่นไปไม่ได้
ส่วนท่านอาจารย์มั่นท่านเดินแยกทาง สมมติทั้งหลายไปตามหลักธรรม บทว่า เตสํ วูปสโม สุโข ท่านตายในชาติที่นอนสงบให้ศิษย์ทั้งหลายปลง ธรรมสังเวชชั่วขณะเท่านั้น ต่อไปท่านจะไม่มาเป็นบ่อแห่งน้ำตาของลูกศิษย์เหมือน สมมติทั่วๆ ไป เพราะจิตของท่าน ที่ขาดจากภพชาติเช่นเดียวกับหินที่หักขาด จากกันคนละชิ้นจะต่อให้ติดกันสนิทอีกไม่ได้ ฉะนั้นผมนั่งรำพึงอยู่ด้วยความ หมดหวัง และปัญหาทั้งหมดภายใน ใจที่เคยปลดเปลื้องกับท่าน บัดนี้เราจะ ไปปลดเปลื้องกับใคร และใครจะมารับปลดเปลื้องปัญหาของเราให้สิ้นซากไป ได้เหมือนอย่างท่านอาจารย์มั่นไม่มีแล้ว เป็นกับตายก็มีเราคนเดียวเท่านั้น เช่นเดียว กับหมอที่เคยรักษาโรคเราให้หายไม่รู้ กี่ครั้ง ชีวิตเราอยู่กับหมอคน เดียวเท่านั้น แต่หมอผู้ให้ชีวิตเรามาประจำวันก็ได้สิ้นไปเสียแล้วใน วันนี้ เรา จึงกลายเป็นสัตว์ป่าเพราะหมดยารักษาโรคภายใน
เมื่อนั่งอาลัยอาวรณ์ถึงท่านด้วยความเคารพรั กและเลื่อมใส พร้อมทั้ง ความหมดหวังในท่าน ก็ได้อุบายต่างๆ ขึ้นมาในขณะนั้นว่า วิธีการสั่งสอน ของท่านเวลามีชีวิตอยู่ ท่านสั่งสอนอย่างไร ต้องจับเงื่อนนั้นแลมาเป็นครูสอน และท่านเคยย้ำว่าอย่างไร อย่าหนี จาก รากฐานคือผู้รู้ภายในใจ เมื่อจิตมี ความรู้แปลกๆ ซึ่งจะเกิดความเสียหาย ถ้าเราไม่สามารถพิจารณาความรู้ประเภท นั้นได้ ให้ย้อนจิตเข้าสู่ภายในเสีย อย่างไรก็ไม่เสียหาย ท่านสอนอย่างนี้ก็จับ เอาเงื่อนนั้ นไว้ แล้วนำไปปฏิบัติต่อตนเองจนเต็มความสามารถ
ที่มา http://www2.manager.co.th/Dhamma/ViewNews.aspx?NewsID=1881367933749