PDA

View Full Version : เที่ยวเมืองนรก...ตอน ท่องแดนตัดลิ้นร้อยแก้มนรกน้อย


กาลเวลา
12-19-2005, 12:01 PM
เที่ยวเมืองนรก
ครั้งที่ 47 วันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2521
ตอน ท่องแดนตัดลิ้นร้อยแก้มนรกน้อย


ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จตรัสเป็นกลอนมีความว่า :

โลกมนุษย์ วุ่นวายหนอ มิควรยุ่ง
เนื้อนาบุญ ปลอดภาษี หว่านไถนา
ถูกคลื่นหลัง ซัดคลื่นหน้า ในคงคา
ชั่วพริบตา ใบไม้ร่วง อีกคราเอย


อรหันต์จี้กง : อ่านตามคำกลอนนี้แล้ว อาจมีคนพูดว่าอาตมานั้นเป็นผู้ที่หมดความมานะ เป็นผู้สิ้นหวัง ก็แล้วแต่คนจะพูดไป อาตมาก็ไม่มีปัญญาที่จะไปห้ามปรามได้ ความมีมานะบากบั่น คล้ายกับการไต่บันได หากคิดแต่จะมุ่งก้าวหน้าไปเรื่อยๆ เมื่อบรรลุถึงขั้นสุดแล้ว ไม่รู้จักยับยั้งฝีเท้าก็จะต้องร่วงหล่นลง ร่างกายก็จะย่อยยับแหลกลาญไม่มีชิ้นดี ดังนั้นชาวโลกควรจะสำนึกรู้ตัว ชีวิตของผู้คนในชาติหนึ่งมิได้ยืนอยู่ยงยาวนานอะไรนักหนา ห้องหอ บ้านช่อง ตึกรามนั้นเพียงให้ท่านได้ยืมอาศัยอยู่ได้ไม่กี่สิบปีเท่านั้นเอง ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่มีวิธีใดที่จะยึดอยู่ได้ตลอดกาล เมื่อเหยียดแข้งเหยียดขานอนแผ่เมื่อใด ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะสูญสิ้น พวกลูกหลานก็จะเชิญให้ท่านย้ายไปอยู่ยังแหล่งอื่น ลูกคลื่นในแม่น้ำคลื่นลูกหลังซัดไล่คลื่นลุกหน้า คนรุ่นใหม่เข้ามาแทนคนรุ่นเก่า หากไม่สำนึกรู้ตัวโดยเร็ว รอคอยจนฝุ่นไอ(ผืนดิน) เต็มตัว(กลบหน้า) มองไม่เห็นวี่แววหน้าตาแห่งความสดใสใหม่แล้ว เวลานั้นก็จะกลายเป็นบุคคลในอดีตกาลเสียแล้ว วันนี้เตรียมท่องนรก เจ้าหยางเซิงจงขึ้นดอกบัวเสีย

หยางเซิง : ขอรับคำบัญชา คำสวดมนต์หน้าศาลเจ้าได้ดังกังวานขึ้น คือเสียงดนตรีที่สวดส่งผู้คนกลับขึ้นไปสู่แดนตะวันตก

อรหันต์จี้กง : เสียงสวดเร่าให้คนตื่นขึ้น คนตายแล้วไม่มีวันกลับ เราไปนรกกันเถิด...ถึงแล้วละ เจ้าหยางเซิงลงจากดอกบัวเสีย

พัศดี : ยินดีต้อนรับท่านอาจารย์และท่านหยางเซิงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งมาเยี่ยมชมคุกนี้ และคุกนี้คือ “แดนตัดลิ้นร้อยแก้มนรกน้อย” อยู่ในความปกครองของขุมที่เจ็ด ท่านทั้งสองแต่งหนังสือตามเทวโองการ มีความดีใหญ่หลวง น่าสรรเสริญเทิดทูนเป็นอย่างยิ่ง

หยางเซิง : ที่ท่านพัศดียกย่องนั้น ข้าพเจ้าไม่สามารถจะรับไว้ได้ การท่องนรกเพื่อแต่งหนังสือก็ได้รับการดูแลคุ้มครองอุ้มชูจากท่านอาจารย์และ จากการแนะนำชี้แจงของพวกท่านอีกด้วย ต้องขอขอบคุณจากขั้วหัวใจโดยแท้ วันนี้ได้มาถึงคุกของท่าน ขอให้จงเปิดประตูแป่งความสะดวกให้ด้วย

พัศดี : ต้องเปิดประตูแห่งความสะดวกให้แน่นอน ท่านทั้งสองเชิญตามข้าพเจ้าเข้าไปภายในคุกตรวจชมให้ละเอียดถ้วนถี่ได้

หยางเซิง : ขอบคุณมาก...ถึงหน้าประตูคุกแล้วยามรักษาการณ์ตั้งแถวแสดงความเคารพอยู่ ภายในคุกส่งเสียงขรมระงมไปด้วยเสียงคร่ำครวญทรมาน ยมทูตใช้ตะขอเหล็กงัดปากของพวกวิญญาณโทษออก แล้วก็สับเกี่ยวดึงเอาลิ้นออกมา เห็นวิญญาณโทษร้องตะโกนขึ้นทันที แล้วก็ใช้มีดที่คมกริบตัดเอาลิ้นให้ขาด เลือดสดๆ เปรอะเปื้อนเต็มหน้าอก ถึงขนาดนี้แล้ว พวกยมทูตยังไม่ยอมหยุด ยังหย่อนเอาเหล็กเจาะๆ เอาแก้มของวิญญาณโทษทั้งสองข้าง แล้วจึงใช้เส้นลวดร้อยไว้ ล่ามให้ติดกับเสาหลัก วิญญาณโทษก็ร้องครวญครางแล้วก็สลบเหมือดไป การลงโทษ แบบนี้สยดสยอง และรุนแรงเหลือหลาย

พัศดี : ลิ้นติดเนื่องถึงขั้วหัวใจ ผู้ที่โดนตัดเข้าล้วนมีความเจ็บปวด แสนจะทรมาน บรรดาที่ถูกทำโทษแบบนี้ มือไม้เท้าตีนสั่นเทาไปหมด อุจจาระ-ปัสสาวะเรี่ยราดลงพร้อมกันในทันที

หยางเซิง : ยมโลกทำเครื่องมือทำโทษผู้คน ล้วนเป็นยาขนานที่ตรงต่อโรคทั้งนั้น เป็นที่น่าทึ่งน่าประหลาดใจมาก มิทราบว่าวิญญาณโทษเหล่านี้มันทำผิดโทษฐานอะไรบ้าง?

พัศดี : บรรดาที่มารับโทษในคุกนี้ ล้วนมีความผิดทางวาจา การสูญเสียศีลธรรมในการพูด ข้าพเจ้าจะสั่งให้วิญญาณโทษมาบอกเล่าถึงความผิดในตอนที่มันมีชีวิตอยู่ เพื่อลงพิมพ์ “เที่ยวเมืองนรก” ปลอบเตือนชาวโลก

กาลเวลา
12-19-2005, 12:06 PM
หยางเซิง : ขอบคุณมากที่พัศดีให้ความร่วมมือ

พัศดี : วิญญาณโทษออกมาแล้ว ท่านหยางเซิงจงสอบถามได้ทุกประการ

หยางเซิง : ขอถามคุณยายผู้นี้ว่า ท่านมารับโทษยังที่นี่ด้วยเหตุใดมิทราบ?

วิญญาณโทษ : ฉันเพียงแต่พูดพล่อยไปเท่านั้น มิได้ทำความผิดอะไรเลยนี่!

อรหันต์จี้กง : ฆ่าคนด้วยคำพูดมิใช่ความผิดดอกหรือ? เธอไม่พูดความจริงต้องถูกลงโทษให้หนักกว่านี้อีก

วิญญาณโทษ : เอาล่ะค่ะ! อีฉันจะพูดความจริงก็แล้วกัน ตอนมีชีวิตอยู่อีฉันชอบอิจฉาริษยาคนอื่นมาก มักจะยุยงให้แตกกันเสมอๆ เคยใช้วาจากล่าวร้ายให้โทษผู้อื่น ทำให้เกิดความบาดหมางปั่นป่วนในครอบครัว พี่น้องต้องแตกแยกออกจากกัน ทำให้พ่อแม่ที่แก่เฒ่าขาดจากการเลี้ยงดูสงเคราะห์ นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรที่ให้ทำผู้อื่นต้องรับเคราะห์กรรมนี่

พัศดี : เธอเป็นหญิงประเภท “ปากหมา” (ปากเสีย) ที่ชาวโลกชอบกล่าวถึงนั่นแหละ ตัวเป็นผู้หญิง ไม่มีศีลธรรมในทางวาจา ใช้คำพุดยุยงปลิ้นปล้อน ทำลายครอบครัวที่มีสุขอย่างกลมกลืนสมบูรณ์ และก็เคี้ยวหมาก ดื่มเหล่า มายาไม่ขาดปาก ยามปกติคำพูดคำจาก็ไม่มีการยับยั้ง บางครั้งก็ตะเบงเสียงเอ็ดตะโรลั่นบ้าน บางครั้งก็พูดแนบหูผู้ชายกระซิบสั่ง ที่กระทำไปล้วนคำพูดที่ไม่สุจริตหรือเป็นเรื่องไม่ดีไร้สาระ ลิ้นของเธอนั้นมีพิษสงจำต้องตัดให้ขาดลง จึงจะทำให้เธอนิ่งเฉย พูดไม่ออก เพื่อจะได้ ให้ไปบำเพ็ญทางวจีธรรมอีก

อรหันต์จี้กง : ลิ้นนั้นคมดังมีดดาบ “นรกตัดลิ้น” มีพวกผู้หญิงเป็นส่วนมาก เพราะว่าผู้หญิงนั้นพูดมากแล้วใจคอคับแคบ ทำให้เกิดคลื่นลมปั่นป่วนได้ง่ายที่สุด บ้างก็ตัวนั้นเป็นหญิง แต่ไม่มีคุณสมบัติที่อ่อนหวานแม้แต่น้อย พูดจาทีไรเสียงดังยังกับฟ้าร้อง โดยวาจานั้นไปทำให้ผู้อื่นเกิดความโกรธเคืองก็ยังไม่รู้สึกตัว เมื่อตายลงต้องให้หัวควายหน้าม้า ตัดซ่อมลิ้นของมัน เพื่อทำให้สุ้มเสียงนั้นได้ลดต่ำลง ตึงหวังว่า บรรดาผู้หญิงในโลกมนุษย์ จงใช้วาจานุ่มนิ่มจะดีกว่า เพื่อไม่ต้องไปขัดใจขัดคอใครให้เสียน้ำใจกัน

หยางเซิง : ขอถามสุภาพบุรุษผู้นี้ ว่าท่านทำผิดฐานอะไรบ้าง จึงต้องมารับโทษชนิดนี้ยังที่นี้เล่า?

วิญญาณโทษ : ตอนมีชีวิตอยู่นั้น ผมมีนิสัยร้อนรุนแรงมาก พอพบเห็นเรื่องที่ไม่สบอารมณ์หรือได้ยินคำพูดที่ขัดหูเข้า ก็จะแหกปาดแผนเสียง ด่าทอ เป็นการใหญ่ โดยไม่เกรงกลัวผู้หลักผู้ใหญ่ หรือโคตรเหง้า บรรพบุรุษของผู้อื่น ล้วนด่าเปิงไปหมด นอกจากนี้แล้วก็มิทำอะไรชั่วร้ายเลย เมื่อตายลงแล้วท่านยมบาลไม่ลดละจะเล่นงานผม กล่าวหาว่าผมปากเสีย ชอบด่าคน ทำสกปรกให้อภัยไม่ได้ ตัดสินให้ตกเข้ามาอยู่ในคุกนี้รับการลงโทษให้ตัดลิ้นร้อยแก้ม แสนที่จะทรมาน จึงขอเตือนชาวโลกจงอย่าได้เรียนแบบผม เที่ยวไปด่าทอผู้อื่น มิเช่นนั้นเมื่อตกถึงนรกแล้ว ทุกข์นั้นจะไม่สามารถบรรยายได้ถูก

พัศดี : ภาษิตท่านว่า “ใจร้ายนั้นคนมองไม่เห็น ปากร้ายทุกคนต่างได้ยิน” ปากที่ร้ายกาจนั้นจะทำให้ผู้อื่นเจ็บใจได้ง่ายที่สุด ก่อเรื่องก่อราวเสมอๆ ทำให้กินแหนงแคลงใจกัน ไร้ความสมัครสมาน ที่เรียกว่า “บาดแผลจากคมมีดหายได้ง่าย แต่เจ็บช้ำจากคำกล่าวร้าย ยากที่จะลบเลือน” เวลาด่าทอนัยน์ตาไม่ยอมมองคนเลย หยาบช้าสามานย์สิ้นดี เหยียดหยามฉีกหน้าผู้คนสารพัด เรียกได้ว่า “ไม่เว้นแม้แต่โคตรเหง้า” ก็เป็นความผิดที่หนักหนาชนิดหนึ่ง เฉพาะอย่างยิ่งกับผู้บำเพ็ญธรรม คำพูดคำจายิ่งต้องตั้งอยู่ในหลักธรรม ห้ามใช้คำพูดที่มีสิ่งสกปรกปะปนเคลือบแฝงเป็นอันขาด มิเช่นนั้นศีลธรรมทางปากเสื่อมคลาย ผลธรรมก็เน่าเปื่อย หมดสิ้นความหวังที่จะบรรลุธรรม แต่ตายลงแล้ว “นรกตัดลิ้นร้อยแก้ม” จะมีส่วนให้รับ

หยางเซิง : ขอถามครูบาผู้นี้ ท่านมาสวดมนต์ที่นี่ด้วยหรือ

วิญญาณโทษ : นะโมพุทโธ มนต์ช่างสวดยากหนักหนา หวนนึกถึงปางก่อน เลื่อมใสในอิทธิฤทธิ์ของพระพุทธอันใหญ่ยิ่งมโหฬาร จึงได้ออกบวชรับศีลเป็นภิกษุสงฆ์ขยันท่องอ่าน ค้นคว้าในทางพระธรรมคัมภีร์จนรู้ซึ้งแตกฉาน ได้แต่งตำราประกาศธรรมหรือขึ้นธรรมมาสน์บรรยายธัมมะ มักจะวิจารณ์ติเตียนศาสนาอื่นๆเขา โดยถือเอาพระพุทธเป็นใหญ่แต่องค์เดียว ว่านอกนั้นแล้วเช่นเทพเจ้า เจ้าชั้นกษัตริย์ เจ้าแม่ต่างๆล้วนเป็นเจ้ากระจอก ว่าเป็นภูตเป็นมารนอกศาสน์ มิใช่ศาสนาของพระพุทธท่านที่เป็นศาสน์แท้เพียงองค์เดียว ไม่ต้องไปเคารพนับถือ ผู้ที่รับการกล่อมเกลาอบรมจากผมก็มีไม่น้อย จากนั้นมาก็ดูหมิ่นดูแคลนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นินทาให้ร้ายศาสนาอื่น ทั้งนี้ผมได้ทำตามพูดตามคำจดบันทึกของคัมภีร์พระธรรม จึงไม่รู้ว่ามีความผิด เมื่อตายลงแล้ว ดวงวิญญาณโดนผูกมัดไม่สามารถเอาตัวรอด ที่แท้นั้น คือโดนควบคุมตัวจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งสากลโลก โดยโทษที่กล่าวร้ายเสียดสีผู้อื่นไม่เบาเลย จึงทำให้ผมต้องตกเข้ามาอยู่ในนรก ไม่สามารถไปยังแดนตะวันตก ขอท่านอาจารย์ได้โปรด ช่วยเหลือกอบกู้ผมด้วย

อรหันต์จี้กง : ไอ้ศิษย์เวร ทางพุทธไม่มีศิษย์เลวๆ เหมือนอย่างเองนี้น่ะ ธรรมแห่งพระพุทธให้ความเสมอภาคสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจะสามารถบำเพ็ญสำเร็จธรรมได้ ภายใต้กาลสมัยและสถานที่ต่างๆกันได้ เว้นแต่วาจาที่ยกขานขนานนามต่างกัน เท่านั้นเอง เทพยดาเจ้าแม่ต่างๆที่ช่วยชาวโลกกอบกู้ผู้คนล้วนแล้วแต่เป็นผู้บำเพ็ญธรรม ฝึกอบรมจนบรรลุสำเร็จเป็นสิ่งสูงศักดิ์ สลายเรือนร่างแล้วขึ้นสู่สวรรค์เสพสุขยังแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งนั้น ซึ่งไม่ต่างกับพุทธได้กล่าวไว้ว่า โลกแห่งความสุดยอด เนื่องจากผู้บำเพ็ญธรรมยังห่างไกลจากการบรรลุผลธรรมนั้น มีอยู่จำนวนมาก มักอวดถือว่าจนฉลาด เก่งมากแล้ว เพื่อที่จะรวบรวมสมัครพรรคพวกลูกศิษย์สาวก ทำการตัดทอนต่อเติมคัมภีร์ตำรา หรือแต่งหนังสือขึ้นโดยเอาความเห็นส่วนตัวเป็นที่ตั้ง เลยทำให้เกิดความพิพาทวุ่นวายทางศาสนา ทำให้ผู้เลื่อมใสในทางาบำเพ็ญธรรมเชื่อถือทำตามอย่างงมงายจนเกิดคติในการดูหมิ่นศาสนาอื่น ตัวเป็นมนุษย์เช่นเดียวกัน แต่จิตใจต่างกัน การกระทำของมนุษย์จึงทำให้คลื่นลมโหมแรงจัดมาก โทษฐานนั้นจะให้อภัยมิได้ จึงขอเตือนพวกพระพวกนักบวชในโลกมนุษย์ว่า การบำเพ็ญธรรมสำคัญที่จิตใจต้องบรรลุ มิได้อยู่กับการก่อเรื่องทำเหตุ บรรดาที่ประกาศธรรมบิดเบือนสกปรก แต่งหนังสือด้วยใจอคตินั้น หากไม่เผาหนังสือโยนพู่กันทิ้ง (คือสำนึกผิด) โดยด่วน แล้วประกาศธรรมที่ถูกต้องถ่องแท้โดยปากที่สะอาดหมดจด เมื่อตายลงแล้วล้วนจะโดนลงโทษจาก นรกตัดลิ้นร้อยแก้ม ให้ไปถ่องบน “ตำราทุกข์” ทุกวันคืนจะได้รู้รสแห่งการที่ใช้ปากทำลายคน วันนี้ได้เวลาแล้ว เจ้าหยางเซิง เตรียมตัวกลับสำนัก

พัศดี : สิ่งที่ขาดตกบกพร่องประการใด ขอได้โปรดอภัยด้วย ให้นายทหารตั้งแถวนมัสการส่งท่านอาจารย์

หยางเซิง : ขอขอบคุณท่านพัศดีและนายทหารทั้งหลาย เราศิษย์ขอลาล่ะ ท่านอาจารย์ครับกระผมนั่งลงเรียบร้อยแล้ว เชิญออกเดินทางได้...

อรหันต์จี้กง : ถึงแล้วสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง

หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม
************
ขอบคุณที่มาค่ะ หนังสือ พระอรหันตเจ้าจี้กง ... เที่ยวเมืองนรก:Smiley090