PDA

View Full Version : ทำอย่างไรจึงจะได้แฟนกลับคืนมาโดยไม่ก่อบาป...


sukhawadee
09-06-2008, 10:38 PM
ทำอย่างไรจึงจะได้แฟนกลับคืนมาโดยไม่ก่อบาป

ถาม – แฟนดิฉันเคยชวนให้มั่นใจว่าเราเป็นคู่แท้แต่ปางก่อนพูดอย่างโน้นพูดอย่างนี้จนกระทั่งดิฉันปักใจเชื่อตามกัน และยอมให้เขาทุกอย่างแต่ในที่สุดหลังจากคบกันมาระยะหนึ่งเขาก็จะขอแยกจากไป ดิฉันรักเขามากอยากได้เป็นคู่ชีวิตจริงๆ จะมีวิธีทำบุญแบบใดไปดลใจให้เขากลับมาหาเราได้ไหมคะ?

sukhawadee
09-06-2008, 10:43 PM
ผมว่าทำบุญอธิษฐานขอให้ตาสว่างเถอะครับ เวลาโดนความพิศวาสครอบงำเราจะนึกว่านี่แหละใช่ที่สุด รักเขาไม่มีทางถอน ฉะนั้นความลุ่มหลงพิศวาสจึงเปรียบเหมือนเมฆหมอกมืดมัว ทำให้เราไม่สามารถเห็นถนัดว่าเขาดีเลวอย่างไร ต่อเมื่อมีแสงสว่างฉายสาดมาชำแรกเมฆหมอกจึงสลายตัวไป เปิดให้เห็นทัศนวิสัยปกติ ซึ่งคุณอาจรู้สึกไปอีกแบบหนึ่งอย่างสิ้นเชิง ที่สุดแล้วเขาคือคนแปลกหน้าคนหนึ่งดีตรงไหน เลวประมาณใด คุ้มหรือไม่คุ้มกับการเสียเวลาลงทุนลงแรงให้


หากทำบุญแล้วคิดอยากให้เขากลับมา ก็เหมือนใช้บุญแทนเสน่ห์ยาแฝดอันนั้นแหละจะยิ่งผูกจิตของคุณให้แนบกับความหลงอย่างแน่นหนา ในที่สุดจะแก้ยากเข้าไปอีกครับ เพราะบุญเปรียบเหมือนยา หรืออาหารบำรุงกำลังคุณกินเข้าไปก็เพิ่มเรี่ยวแรงทุกครั้ง แต่หากตั้งเข็มไว้ผิด แทนที่จะใช้กำลังวังชาหาทางออกจากป่า กลับวิ่งหลงเข้าป่ารก คุณก็จะพบความทึบตันหนักขึ้นเรื่อย ๆ คราวนี้พอหมดกำลังงานจากยาอาหารก็จอดสนิทเลยครับ กระดุกกระดิกออกจากป่าไม่ไหวแน่แล้ว


เรื่องภพ ๆ ชาติ ๆ นี้นะครับ พอเราโดนใครกล่อม แล้วยอมร่วมสะกดจิตตัวเองไปกับเขาเฝ้าบอกตัวเองย้ำ ๆ อยู่ทุกวัน ว่าเราเป็นคู่แท้ เป็นเนื้อคู่ เป็นคู่บุญที่ร่วมกันมาหอบหิ้วกันมานับชาติไม่ถ้วน ในที่สุดจะเกิดพลังโมหะบีบให้ปักใจเชื่อตามนั้น เป็นจริงเป็นจัง แล้วคนเราพอหลงยึดหลงเชื่อด้วยอำนาจความพิศวาสก็ยากมากที่จะปล่อยวางลงด้วยอำนาจปัญญา การจะเชื่อว่าใครเป็นคู่ของเราจริง ๆ หรือเปล่า ก็น่าจะถามตัวเองได้ครับว่า โดยรวมทั้งหมดการคบหากันระหว่างเรากับเขาเป็นสุข หรือเป็นทุกข์ และที่สำคัญคือคบแล้วชวนกันมีจิตเป็นบุญหรือเป็นบาปโดยมากเพราะถ้าเคยร่วมบุญกันมาจริงบุญเก่าย่อมนำคู่บุญมาต่อยอดความสุขความเจริญยิ่งๆขึ้นไปไม่ใช่เพื่อให้ฝ่ายหนึ่งแหนงหน่าย และอีกฝ่ายหนึ่งทนทุกข์อยู่อย่างเดียวดาย




หากอยู่กับเขา เพื่อเป็นสุขในเชิงกามแป๊บ ๆ แล้ว โดนเบื่อไม่เกิดความเจริญก้าวหน้าอันเป็นบุญกุศล ไม่มีความสว่างทางจิตเอาเลยก็ขอให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเขาไม่ใช่ ‘คู่บุญ’หรอกครับ แค่เป็นคู่เวรที่ตามมาเอาคืนมากกว่าการถามว่าใช่เนื้อคู่หรือไม่นั้น รังแต่จะทำให้สับสน และไม่ยอมรับความจริงประสบการณ์เทือกนี้ น่าจะชวนให้คุณเห็นเสียทีครับว่า ปุถุชนคนหนึ่งพูดอะไรอย่างที่ใจอยาก ไม่ได้พูดอย่างที่ใจรู้ ตอนเขาอยากได้เราเขาก็บอกว่าคงเคยร่วมพนมมือต่อหน้าเจดีย์ทอง อธิษฐานขอเป็นคู่ชีวิตร่วมกันไปทุกภพทุกชาติ แต่ตอนโกรธกัน หรือเวลาเขาอยากจากไป ก็อาจหาว่าเราเคยจงเกลียดจงชัง สาปแช่ง และขอผูกเวรกันต่อหน้าจอมปลวก ขอจองล้างจองผลาญเป็นคู่อาฆาตไปชั่วกัปชั่วกัลป์


นี่แหละ อำนาจความไม่รู้ของมนุษย์ ผลักดันให้พูดอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น ความเชื่อเรื่องผูกใจข้ามภพข้ามชาติ กลายเป็นเพียงเครื่องมือสนองราคะ หรือโทสะเป็นคราว ๆ เท่านั้นภพชาติ และกรรมสัมพันธ์ถึงได้เป็นเรื่องฟั่นเฝือเห็นจริงเห็นเท็จคละกันมั่วไปหมด สำหรับการทำบุญเพื่อให้ตาสว่าง ผมขอแนะแนวทางง่าย ๆ ไม่ต้องเสียเงินเสียทอง คุณแค่ไปนั่งหน้าพระปฏิมาที่ไหนสักแห่ง ในบ้านหรือที่วัดก็ได้พนมมือแล้วคิดในใจ หรือเอ่ยปากเปล่งเสียงชัดถ้อยชัดคำ อ้างความจริงอันประเสริฐ เช่น พระพุทธเจ้าทรงทำลายความหลงผิดได้เด็ดขาดแล้ว ทรงเป็นผู้บริสุทธิ์เป็นพระอรหันต์แล้ว ข้าพระพุทธเจ้าขอนอบน้อมด้วยความเลื่อมใสและขออำนาจความเลื่อมใสนี้ จงเป็นแสงสว่างทำให้ข้าพระพุทธเจ้าตาสว่างในทุกเรื่องที่ยังหลงผิดมัวเมาอยู่ด้วยเถิด


เอาประมาณนี้ หรือจำคำสำคัญ ๆ ด้วยความเข้าใจไว้ก็พอครับนั่นคือ พระพุทธเจ้าไม่ทรงหลงผิดแล้ว เมื่อเราเลื่อมใสในท่านก็ย่อมเกิดโสมนัสขึ้นมาปรุงแต่งจิตเป็นมหากุศลชั่วขณะหนึ่ง มหากุศลจิตมีความสามารถซึมซับพลังของผู้ที่คุณศรัทธา หมายความว่าเมื่อคุณศรัทธาพระปัญญาของพระพุทธเจ้า ก็เท่ากับได้ส่วนแห่งแสงปัญญาของท่านมาฟรี ๆ ยิ่งถ้าอธิษฐานแบบจำเพาะเจาะจงสำทับลงไปว่าขอให้เลิกหลงเลิกงมงายอะไรผิด ๆ ในที่สุดก็ต้องได้ผลตามแรงอธิษฐาน



พระพุทธคุณเป็นของไม่มีโทษ ตื่นเช้า และก่อนนอนลอง ‘ทำบุญ’ ตามวิธีที่ผมว่านี้ขอรับรองผลภายในสามวัน เจ็ดวันครับ อย่างช้าวันที่เจ็ดความงมงายในรักจะคลายฤทธิ์ หรือถึงขั้นหมดพิษสงลงสนิท คุณจะตื่นเช้าขึ้นมาด้วยจิตใจที่โปร่งโล่ง หูตาสว่าง และถามตัวเองว่าที่ผ่านมาทำไมต้องไปมัวหลงเขาไม่เลิกคำตอบก็คือ เพราะอำนาจมนต์ดำแห่งความพิศวาสเสื่อมลงแล้ว <STRONG><FONT color=magenta>ปล่อยให้ใจของคุณเป็นอิสระแล้ว!

sukhawadee
09-06-2008, 10:49 PM
http://dungtrin.com/mag/?21.prepare (http://dungtrin.com/mag/?21.prepare)
http://board.palungjit.com/showthread.php?t=147310

facehot
09-06-2008, 10:59 PM
http://www.phototrunk.net/main/images/0n1y18umh56tlkf33yco.gif ขอคาราวะ เป็นกระทู้ที่ทำให้ผมช๊อคที่สุด แต่..ปรากฏว่า...ซาบซึ้งดีแฮะ
ซาบซึ้งในหลักธรรมะและควบคุมจิตของเราเอง อย่าคิดมาก เดี๋ยวจาผิดไปซะทุกอย่าง
นิ่ง และใช้สติดีที่สุดครับผม เดี๋ยวมีทางออกเอง สู้ๆครับ
ขอบคุณครับผม

ธรรมะอวยพรความดีคุ้มครองครับ

*8q*
09-07-2008, 02:21 PM
ครับเยี่ยมครับเพราะก่อนอื่นเราต้อง
พูดเรื่องกรรมก่อนแล้วค่อยว่าเรื่องอื่น:yociexp38:

แฮมชีสคัตสึ
09-07-2008, 08:38 PM
กลับมาแล้ว ก็ตายจากกัน
ต่างคนต่างมา ต่างคนต่างไป
คนจากไป แต่พันธนาการยังจารึก โหยหา
ปล่อยไห้ไปดังสายน้ำไม่หวนกลับจะดีกว่า




ให้แฟนในอดีตชาติกลับมาหาพร้อมๆกันทีเดียวสักสิบคน เอาไหมคับ
ไปเดินเปลี่ยวๆ แล้วอธิฐานไป ได้เจอแน่
แต่ไม่ขอแนะนำ อ่ะคับ

ladypig
09-07-2008, 08:46 PM
ปู่แฮมเป็นหนึ่งในสิบอ๊ะป่าว แว๊กกกกกกกกก!

แฮมชีสคัตสึ
09-07-2008, 09:35 PM
ผมเคยเป็นแฟนกะคนทั้งโลกมาแล้ว

จะอธิษฐานขอก็ไม่ไปหรอกคับ คริๆ