มดเอ๊ก
06-21-2008, 05:15 PM
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=344045&thumb=1&d=1213969525 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=344045&d=1213969525)
"สมเด็จ พักชก ริมโปเช" เปิดบรรยายธรรมในไทย 16-22 มิ.ย.นี้ ผู้สนใจร่วมฟังคับคั่ง
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : วานนี้ (19 มิ.ย.) ที่ห้องประชุมพุทธคยา สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี ตึกอัมรินทร์พลาซ่า มีการจัดประกอบพิธีมนตราพิเษกพระวัชรสัตว์ และบรรยายธรรมเป็นภาษาอังกฤษในหัวข้อ "จะสั่งสมบุญได้อย่างไร" โดยสมเด็จ พักชก ริมโปเช พระสงฆ์พุทธศาสนาวัชรยาน ประเทศเนปาล โดยพิธีดังกล่าว เป็นการรับอนุญาตให้ปฏิบัติพระวัชรสัตว์ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไม่เข้ารวมพิธี สามารถรับพรเพื่อความเป็นสิริมงคล
นายโจแอล โฮ ชาวไทยสัญชาติอเมริกัน ในฐานะผู้ช่วยส่วนตัว สมเด็จ พักชก ริมโปเช กล่าวว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา สมเด็จ พักชก ริมโปเช ได้เดินทางมาจัดกิจกรรมทางศาสนาในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยในครั้งแรก เป็นการจัดบรรยายธรรมภายในบ้านพัก โดยมีผู้ร่วมฟังเพียงไม่กี่คน ในปีต่อๆ มา จำนวนผู้เข้าร่วมเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ จึงได้มีการจัดในสถานที่ที่ใหญ่ขึ้น เพื่อให้เพียงพอรองรับผู้ฟังธรรมจำนวนมาก
ทั้งนี้ ตลอดทั้งปี สมเด็จ พักชก ริมโปเช มีกำหนดการเดินทางเพื่อบรรยายธรรมในประเทศต่างๆ โดยหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมในประเทศไทยในปีนี้ ระหว่างวันที่ 16-22 มิถุนายน คณะของสมเด็จ พักชก ริมโปเช จะเดินทางต่อไปยังประเทศสหรัฐ และแคนาดา ก่อนจะเดินทางไปยังประเทศแถบยุโรป
นายโจแอล ให้ความเห็นเกี่ยวกับความสนใจในพุทธศาสนาวัชรยาน ที่ขยายตัวในหลายประเทศว่า น่าจะมาจากเหตุที่หลักธรรมในพุทธศาสนาเป็นคำสอนที่ลึกซึ้ง มีเหตุมีผล ซึ่งสอดรับกับวิธีคิดของคนยุคใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนในยุคปัจจุบัน ที่มีความทุกข์ทางใจ ความเครียด และความกดดันรอบด้าน จึงพยายามหาทางออก และพบว่าพุทธศาสนาเป็นคำตอบสำหรับชีวิต
"ความแตกต่างระหว่างความสนใจพุทธศาสนาของชาวตะวันตกและแถบเอเชีย น่าจะอยู่ตรงที่ฝรั่งต้องการคำอธิบายที่มีเหตุผล ต้องการความเข้าใจ ใน
ขณะที่ในเอเชียส่วนใหญ่ รวมทั้งประเทศไทย มักเริ่มจากการขอพร ขอพลัง ซึ่งเราถือว่าเป็นกุศโลบายที่ให้คนเริ่มสนใจ เพื่อจะบอกต่อไปว่า พุทธศาสนาไม่ได้มีแต่พิธีกรรม แต่แก่นแท้คือหลักธรรม"
ในส่วนของชาวไทยที่นับถือพุทธศาสนา แบบเถรวาท และหันมาให้ความสนใจวัชรยานกันมากขึ้นนั้น นายโจแอล กล่าวว่า แก่นพระพุทธศาสนาไม่มีการเปลี่ยนแปลงไม่ว่านิกายใด หัวใจยังคงอยู่ที่หลักไตรลักษณ์ มรรค 8 อริยสัจจะ 4 ฯลฯ ซึ่งทำให้พุทธศาสนาวัชรญาณ กลมกลืนในสังคมไทยได้เป็นอย่างดี
ทั้งนี้ ครอบครัวของสมเด็จ พักชก ริมโปเช ย้ายถิ่นฐานจากประเทศธิเบต ไปพำนักในประเทศเนปาล โดยพุทธศานาวัชรยานเชื่อในเรื่องการกลับชาติมาเกิด และเชื่อว่าสมเด็จ พักชก ริมโปเช เป็นผู้ที่กลับมาเกิดเป็นชาติที่ 7
สมเด็จ พักชก ริมโปเช กล่าวในการบรรยายเรื่อง "จะสั่งสมบุญอย่างไร" ว่า "เรามักคิดกันว่าการทุกบุญมีเพียงการให้ทรัพย์สิน หรือวัตถุเป็นทางเท่านั้น แต่พระพุทธเจ้าทรงสอนว่ามีวิธีการมากมายในการทำบุญ และการทำการอันเป็นกุศลนั้นก็มีหลายระดับ
"การกระทำทุกอย่างเริ่มจากจิตใจและการให้ก็เช่นเดียวกัน คือเริ่มจากจิตอันเป็นกุศล ดังนั้น เราควรจะเรียนรู้ว่าอะไรเป็นจิตอันเป็นกุศลและจะทำให้จิตแบบนี้เพิ่มพูนได้อย่างไร
"จิตหรือความคิดอันเป็นกุศลเป็นพลังทางบวก เนื่องจากเกิดจากเจตนาอันเป็นไปในทางดี ดังนั้น เราควรจะเรียนรู้ว่าอะไรคือเจตนาอันเป็นกุศล และปลูกฝังสิ่งนี้ให้มากขึ้น
ท้ายที่สุด ด้วยเจตนาอันเป็นไปในทางดีและด้วยปณิธานสูงส่ง เราจะเรียกประเด็นสำคัญห้าประการ ที่ครอบคลุมการทำบุญทั้งหมด เมื่อเป็นเช่นนี้ เราก็จะสามารถสั่งสมบุญกุศลมหาศาลในชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องลงทุนลงแรงเสียเวลา หรือเหนื่อยยากมากนัก"
:yociexp29:http://www.bangkokbiznews.com/2008/06/20/news_268940.php
"สมเด็จ พักชก ริมโปเช" เปิดบรรยายธรรมในไทย 16-22 มิ.ย.นี้ ผู้สนใจร่วมฟังคับคั่ง
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : วานนี้ (19 มิ.ย.) ที่ห้องประชุมพุทธคยา สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี ตึกอัมรินทร์พลาซ่า มีการจัดประกอบพิธีมนตราพิเษกพระวัชรสัตว์ และบรรยายธรรมเป็นภาษาอังกฤษในหัวข้อ "จะสั่งสมบุญได้อย่างไร" โดยสมเด็จ พักชก ริมโปเช พระสงฆ์พุทธศาสนาวัชรยาน ประเทศเนปาล โดยพิธีดังกล่าว เป็นการรับอนุญาตให้ปฏิบัติพระวัชรสัตว์ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไม่เข้ารวมพิธี สามารถรับพรเพื่อความเป็นสิริมงคล
นายโจแอล โฮ ชาวไทยสัญชาติอเมริกัน ในฐานะผู้ช่วยส่วนตัว สมเด็จ พักชก ริมโปเช กล่าวว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา สมเด็จ พักชก ริมโปเช ได้เดินทางมาจัดกิจกรรมทางศาสนาในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยในครั้งแรก เป็นการจัดบรรยายธรรมภายในบ้านพัก โดยมีผู้ร่วมฟังเพียงไม่กี่คน ในปีต่อๆ มา จำนวนผู้เข้าร่วมเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ จึงได้มีการจัดในสถานที่ที่ใหญ่ขึ้น เพื่อให้เพียงพอรองรับผู้ฟังธรรมจำนวนมาก
ทั้งนี้ ตลอดทั้งปี สมเด็จ พักชก ริมโปเช มีกำหนดการเดินทางเพื่อบรรยายธรรมในประเทศต่างๆ โดยหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมในประเทศไทยในปีนี้ ระหว่างวันที่ 16-22 มิถุนายน คณะของสมเด็จ พักชก ริมโปเช จะเดินทางต่อไปยังประเทศสหรัฐ และแคนาดา ก่อนจะเดินทางไปยังประเทศแถบยุโรป
นายโจแอล ให้ความเห็นเกี่ยวกับความสนใจในพุทธศาสนาวัชรยาน ที่ขยายตัวในหลายประเทศว่า น่าจะมาจากเหตุที่หลักธรรมในพุทธศาสนาเป็นคำสอนที่ลึกซึ้ง มีเหตุมีผล ซึ่งสอดรับกับวิธีคิดของคนยุคใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนในยุคปัจจุบัน ที่มีความทุกข์ทางใจ ความเครียด และความกดดันรอบด้าน จึงพยายามหาทางออก และพบว่าพุทธศาสนาเป็นคำตอบสำหรับชีวิต
"ความแตกต่างระหว่างความสนใจพุทธศาสนาของชาวตะวันตกและแถบเอเชีย น่าจะอยู่ตรงที่ฝรั่งต้องการคำอธิบายที่มีเหตุผล ต้องการความเข้าใจ ใน
ขณะที่ในเอเชียส่วนใหญ่ รวมทั้งประเทศไทย มักเริ่มจากการขอพร ขอพลัง ซึ่งเราถือว่าเป็นกุศโลบายที่ให้คนเริ่มสนใจ เพื่อจะบอกต่อไปว่า พุทธศาสนาไม่ได้มีแต่พิธีกรรม แต่แก่นแท้คือหลักธรรม"
ในส่วนของชาวไทยที่นับถือพุทธศาสนา แบบเถรวาท และหันมาให้ความสนใจวัชรยานกันมากขึ้นนั้น นายโจแอล กล่าวว่า แก่นพระพุทธศาสนาไม่มีการเปลี่ยนแปลงไม่ว่านิกายใด หัวใจยังคงอยู่ที่หลักไตรลักษณ์ มรรค 8 อริยสัจจะ 4 ฯลฯ ซึ่งทำให้พุทธศาสนาวัชรญาณ กลมกลืนในสังคมไทยได้เป็นอย่างดี
ทั้งนี้ ครอบครัวของสมเด็จ พักชก ริมโปเช ย้ายถิ่นฐานจากประเทศธิเบต ไปพำนักในประเทศเนปาล โดยพุทธศานาวัชรยานเชื่อในเรื่องการกลับชาติมาเกิด และเชื่อว่าสมเด็จ พักชก ริมโปเช เป็นผู้ที่กลับมาเกิดเป็นชาติที่ 7
สมเด็จ พักชก ริมโปเช กล่าวในการบรรยายเรื่อง "จะสั่งสมบุญอย่างไร" ว่า "เรามักคิดกันว่าการทุกบุญมีเพียงการให้ทรัพย์สิน หรือวัตถุเป็นทางเท่านั้น แต่พระพุทธเจ้าทรงสอนว่ามีวิธีการมากมายในการทำบุญ และการทำการอันเป็นกุศลนั้นก็มีหลายระดับ
"การกระทำทุกอย่างเริ่มจากจิตใจและการให้ก็เช่นเดียวกัน คือเริ่มจากจิตอันเป็นกุศล ดังนั้น เราควรจะเรียนรู้ว่าอะไรเป็นจิตอันเป็นกุศลและจะทำให้จิตแบบนี้เพิ่มพูนได้อย่างไร
"จิตหรือความคิดอันเป็นกุศลเป็นพลังทางบวก เนื่องจากเกิดจากเจตนาอันเป็นไปในทางดี ดังนั้น เราควรจะเรียนรู้ว่าอะไรคือเจตนาอันเป็นกุศล และปลูกฝังสิ่งนี้ให้มากขึ้น
ท้ายที่สุด ด้วยเจตนาอันเป็นไปในทางดีและด้วยปณิธานสูงส่ง เราจะเรียกประเด็นสำคัญห้าประการ ที่ครอบคลุมการทำบุญทั้งหมด เมื่อเป็นเช่นนี้ เราก็จะสามารถสั่งสมบุญกุศลมหาศาลในชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องลงทุนลงแรงเสียเวลา หรือเหนื่อยยากมากนัก"
:yociexp29:http://www.bangkokbiznews.com/2008/06/20/news_268940.php