Paang
06-12-2008, 10:45 AM
<CENTER>http://www.komchadluek.net/2008/06/12/images/thumbFilename2_mother_copy4.jpg (javascript:MM_openBrWindow('view_photoNews.php?section=soc&img=mother_copy4.jpg','','width=285,height=223'))</CENTER>
เมื่อวันที่ 4-5 มิถุนายนที่ผ่านมา จากการประสานของ พล.อ.วิชิตยาทิพย์ รอง ผบ.ทบ. ไปยังดร.คินฉ่วย นักธุรกิจผู้กว้างขวางของประเทศพม่า และผู้เป็นศิษย์ของพระมหาเถระ Upadipa
ซึ่งเดินทางมารักษาตัวที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า คณะพระภิกษุสงฆ์จากประเทศไทยนำโดยพระธรรมโกศาจารย์แห่งมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พร้อมเจ้าคณะภาคต่างๆตลอดจนแม่ชีจากเสถียรธรรมสถาน และองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์โลกและยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย
จึงเดินทางไปประเทศพม่า เพื่อนำเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นไปมอบให้แก่ผู้ประสบภัย รวมทั้งจีวรจำนวน1 หมื่นชุด ของคณะสงฆ์ และชุดแม่ชีอี3,000 ชุดพร้อมทั้งถุงยังชีพที่จำเป็นและเครื่องกรองน้ำอีก 130 กว่าเครื่องโดยมีน้ำหนักทั้งหมดกว่า 20 ตันรวมมูลค่ากว่า 7 ล้านบาท ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์ในการขนย้ายโดยเครื่องบินทหารจำนวน 3 เที่ยวที่มุ่งตรงไปยังพื้นที่ที่ประสบภัย ทั้งนี้พระมหาเถระ Upadipa ได้ร่วมเดินทางลงพื้นที่จริงเป็นครั้งแรกด้วย
และทันทีที่ถึงเมืองย่างกุ้ง คณะของเราได้เดินทางไปยังวัดพระเขี้ยวแก้ว เพื่อฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งก็มีญาติโยมและคณะสงฆ์และแม่ชีจาก 2 ประเทศมารวมตัวกัน
พระมหาเถระUpadipa กล่าวไว้อย่างน่าประทับใจว่า
"...ขอให้เราเปิดใจกว้างและลืมความบาดหมาง และขอให้เราทำงานเหมือนพี่น้องอีกครั้งหนึ่ง ที่จะเข้าไปเยียวยาในฐานะเพื่อนร่วมทุกข์..."
จากนั้นเดินทางไปเมืองพยาโปน (pyapon) ซึ่งมีพระสงฆ์และแม่ชีอีกจำนวนหลายวัด เป็นศูนย์กลางการกระจายสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย
การเดินทางจากย่างกุ้ง ถึงศูนย์กลางการกระจายสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย กินเวลากว่า5 ชั่วโมงเป็นการเดินทางที่สมบุกสมบัน เพราะต้องผ่านพื้นที่ที่ประสบภัยอย่างรุนแรง ทว่าเมื่อเดินทางไปถึงก็ได้พบกับพี่น้องชาวพม่าที่รออยู่ ความอ่อนล้าทั้งหมดจากการเดินทาง กลับมลายหายไป
แม้จะมีโอกาสได้พบปะและสนทนากับพี่น้องชาวพม่าได้ไม่นานนักด้วยว่าคณะของเราต้องรีบเดินทางกลับออกมาเพราะถึงเวลาย่ำค่ำแล้ว แต่สายตาที่มองกลับมานั้น ราวกับจะบอกพวกเราว่า พวกเขาจะไม่ยอมแพ้และพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
พี่น้องชาวพม่าใช้เวลาไม่ถึง 1 เดือนในการปรับตัวกับการเผชิญหน้ากับความสูญเสียในครั้งนี้...และด้วยวิถีชีวิตเรียบง่ายพร้อมหัวใจที่เป็นชาวพุทธการตั้งรับกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตจึงเป็นการเรียนรู้ที่จะเริ่มต้นด้วยความเข้าใจในกฎของธรรมชาติ และสามารถพัฒนาความสามารถที่จะอยู่อย่างพึ่งตัวเองได้ไม่ยากนัก
ไม่ว่าอะไรจะเป็นเหตุปัจจัยแห่งการเกิดถ้าการเรียนรู้อย่างพัฒนายังงอกงามอยู่ ชีวิตที่มีอยู่จึงยังดำเนินต่อไปได้ เพื่อที่จะเรียนรู้ว่า การเกิดครั้งนี้จะเป็นการเกิดที่ไม่เกิดอีกแห่งทุกข์ได้
และนี่คือบทเรียนอันสำคัญของชีวิตของมนุษยชาติ
ธรรมสวัสดี
เมื่อวันที่ 4-5 มิถุนายนที่ผ่านมา จากการประสานของ พล.อ.วิชิตยาทิพย์ รอง ผบ.ทบ. ไปยังดร.คินฉ่วย นักธุรกิจผู้กว้างขวางของประเทศพม่า และผู้เป็นศิษย์ของพระมหาเถระ Upadipa
ซึ่งเดินทางมารักษาตัวที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า คณะพระภิกษุสงฆ์จากประเทศไทยนำโดยพระธรรมโกศาจารย์แห่งมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พร้อมเจ้าคณะภาคต่างๆตลอดจนแม่ชีจากเสถียรธรรมสถาน และองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์โลกและยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย
จึงเดินทางไปประเทศพม่า เพื่อนำเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นไปมอบให้แก่ผู้ประสบภัย รวมทั้งจีวรจำนวน1 หมื่นชุด ของคณะสงฆ์ และชุดแม่ชีอี3,000 ชุดพร้อมทั้งถุงยังชีพที่จำเป็นและเครื่องกรองน้ำอีก 130 กว่าเครื่องโดยมีน้ำหนักทั้งหมดกว่า 20 ตันรวมมูลค่ากว่า 7 ล้านบาท ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์ในการขนย้ายโดยเครื่องบินทหารจำนวน 3 เที่ยวที่มุ่งตรงไปยังพื้นที่ที่ประสบภัย ทั้งนี้พระมหาเถระ Upadipa ได้ร่วมเดินทางลงพื้นที่จริงเป็นครั้งแรกด้วย
และทันทีที่ถึงเมืองย่างกุ้ง คณะของเราได้เดินทางไปยังวัดพระเขี้ยวแก้ว เพื่อฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งก็มีญาติโยมและคณะสงฆ์และแม่ชีจาก 2 ประเทศมารวมตัวกัน
พระมหาเถระUpadipa กล่าวไว้อย่างน่าประทับใจว่า
"...ขอให้เราเปิดใจกว้างและลืมความบาดหมาง และขอให้เราทำงานเหมือนพี่น้องอีกครั้งหนึ่ง ที่จะเข้าไปเยียวยาในฐานะเพื่อนร่วมทุกข์..."
จากนั้นเดินทางไปเมืองพยาโปน (pyapon) ซึ่งมีพระสงฆ์และแม่ชีอีกจำนวนหลายวัด เป็นศูนย์กลางการกระจายสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย
การเดินทางจากย่างกุ้ง ถึงศูนย์กลางการกระจายสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย กินเวลากว่า5 ชั่วโมงเป็นการเดินทางที่สมบุกสมบัน เพราะต้องผ่านพื้นที่ที่ประสบภัยอย่างรุนแรง ทว่าเมื่อเดินทางไปถึงก็ได้พบกับพี่น้องชาวพม่าที่รออยู่ ความอ่อนล้าทั้งหมดจากการเดินทาง กลับมลายหายไป
แม้จะมีโอกาสได้พบปะและสนทนากับพี่น้องชาวพม่าได้ไม่นานนักด้วยว่าคณะของเราต้องรีบเดินทางกลับออกมาเพราะถึงเวลาย่ำค่ำแล้ว แต่สายตาที่มองกลับมานั้น ราวกับจะบอกพวกเราว่า พวกเขาจะไม่ยอมแพ้และพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
พี่น้องชาวพม่าใช้เวลาไม่ถึง 1 เดือนในการปรับตัวกับการเผชิญหน้ากับความสูญเสียในครั้งนี้...และด้วยวิถีชีวิตเรียบง่ายพร้อมหัวใจที่เป็นชาวพุทธการตั้งรับกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตจึงเป็นการเรียนรู้ที่จะเริ่มต้นด้วยความเข้าใจในกฎของธรรมชาติ และสามารถพัฒนาความสามารถที่จะอยู่อย่างพึ่งตัวเองได้ไม่ยากนัก
ไม่ว่าอะไรจะเป็นเหตุปัจจัยแห่งการเกิดถ้าการเรียนรู้อย่างพัฒนายังงอกงามอยู่ ชีวิตที่มีอยู่จึงยังดำเนินต่อไปได้ เพื่อที่จะเรียนรู้ว่า การเกิดครั้งนี้จะเป็นการเกิดที่ไม่เกิดอีกแห่งทุกข์ได้
และนี่คือบทเรียนอันสำคัญของชีวิตของมนุษยชาติ
ธรรมสวัสดี