PDA

View Full Version : [รูป] ช็อก!ภาพมือถือถ่ายติดวิญญาณ พระนั่งทางในระบุเป็นหญิงโดนฆ่าข่มขืน


มดเอ๊ก
06-03-2008, 10:17 AM
http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/newimg/other/7618-245_400_1.jpg


ฮือฮาภาพถ่ายติดวิญญาณ เขย่าขวัญสั่นประสาททั่วเมืองปัตตานี หลังมีเจ้าของร้านอาหาร เอามือถือรุ่นถ่ายภาพได้ ถ่ายภาพลูกหลานในห้องพัก ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา พอนำมาเปิดดู แทบช็อกมีภาพลาง ๆ เป็นผู้หญิง ไว้ผมยาว และแขนขายาวกว่าคนปกติทั่วไป นุ่งกางเกงในตัวเดียว ยืนแอ๊กท่าอยู่ในรูปด้วย เอาไปให้พระที่เชี่ยวชาญทางด้านนั่งทางในดู ระบุเป็นหญิงวัยรุ่นที่ถูกฆาตกรข่มขืนฆ่าตายไปเมื่อ 14-15 ปีก่อน พร้อมระบุชื่อนามสกุลให้เสร็จ ขนลุกซ้ำพอไปตรวจสอบประวัติ พบมีผู้หญิงชื่อนามสกุลนี้ และโดนฆ่าตายไปแล้วจริง ด้าน "ป๋องผี" ดีเจผีชื่อดังถึงกับอุทาน ไม่ฟันธงจริงหรือไม่ แต่เชื่อถ่ายจากโทรศัพท์ตัดต่อยาก

ฮือฮาภาพถ่ายติดวิญญาณครั้งนี้ เปิด เผยขึ้นเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ได้รับภาพทางโทรศัพท์มือถือจากเพื่อนสนิทคนหนึ่ง เป็นภาพเด็กผู้หญิงอายุราว 10 ขวบเศษ ยืนอยู่ในห้องพัก โดยข้างซ้ายมือของเด็กคนในรูป มีภาพราง ๆ ของผู้หญิงคนหนึ่ง ไว้ผมยาว แขน ขายาวกว่าคนปกติทั่วไป นุ่งกางเกงในสีฟ้าตัวเดียว โดยเพื่อนคนดังกล่าวที่ส่งภาพมาให้อ้างว่า เจ้าของกล้องซึ่งเป็นเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งใน จ.ปัตตานี ได้ถ่ายภาพลูกหลานไว้ดูเล่น ภายในห้องพักเมื่อวันจันทร์ที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยวันดังกล่าวเป็นวันวิสาขบูชาพอดี

หลังจากได้ถ่ายไปหลายรูป เลยเปิดภาพที่ถ่ายดู ปรากฏว่าทุกภาพไม่มีอะไรผิดปกติ มีอยู่เพียงภาพเดียว คือภาพที่ถ่ายหลานสาว โดยซ้ายมือของหลาน มีภาพราง ๆ สีดำคล้ายผู้หญิงไว้ผมยาว นุ่งกางเกงในตัวเดียว ยืนแอ๊คท่าอยู่ข้าง ๆ แต่ผู้หญิงคนดังกล่าวไม่เหมือนคนทั่วไป เนื่องจากมีแขนขายาวกว่าปกติ ทั้งที่เวลาถ่าย ขณะนั้นได้ถ่ายภาพหลานคนเดียว ไม่มีใครยืนถ่ายรูปร่วมด้วย อีกทั้งญาติพี่น้องที่อยู่ในห้อง ไม่มีผู้หญิงที่มีรูปร่าง หรือแต่งกายเหมือนผู้หญิงในภาพแต่อย่างใดสักคน

ทำให้เป็นที่แปลกประหลาดใจ ให้กับเจ้าของกล้องและญาติ ที่อยู่ในห้องเป็นอย่างมาก บางคนเมื่อดูภาพแล้ว ถึงกับมีอาการขนลุกซู่ขึ้นมาทันที จากนั้นได้มีการส่งภาพดังกล่าวไปให้คนรู้จักหรือเพื่อนสนิทดู เพื่อช่วยกันวิเคราะห์ว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพวิญญาณ หรือเกิดจากอะไรกันแน่ กระทั่งเป็นที่โจษขานกันทั่วเมืองปัตตานี ขณะเดียวกันเจ้าของร้านอาหารที่ใช้มือถือถ่ายรูป ได้นำภาพปริศนาไปให้พระภิกษุสงฆ์ ที่เชี่ยวชาญการนั่งทำสมาธิหรือดูทางในดู โดยพระรูปดังกล่าว หลังจากนั่งหลับตาเพ่งสมาธิดูแล้ว

สักพักได้หยิบปากกาที่วางอยู่ข้างหน้า ขึ้นมาเขียนบนกระดาษ เป็นชื่อนามสกุลผู้หญิงคนหนึ่ง พอออกจากสมาธิแล้ว พระรูปดังกล่าวบอกว่า ผู้หญิงที่อยู่ในภาพถ่าย เป็นผู้หญิงวัยรุ่นคนหนึ่ง ที่ถูกข่มขืนและฆ่าทิ้ง นำศพไปหมกพงหญ้าเมื่อ 14-15 ปีก่อน ซึ่งพงหญ้าจุดที่ทิ้งศพ คือบริเวณที่เดียวกับร้านอาหาร จากนั้นเจ้าของร้านอาหารได้ไปตรวจสอบประวัติ พบว่ามีชื่อนามสกุลผู้หญิงคนนั้นจริง ที่สำคัญได้ถูกคนร้ายข่มขืนและฆ่าตายไปแล้ว ซึ่งตรงกับคำบอกเล่าของพระรูป ดังกล่าว

ด้าน ป๋อง-กพล ทองพลับ หรือฉายา "ป๋องผี" พิธีกรรายการเกี่ยวกับผีชื่อดัง ถึงกับอุทานเมื่อผู้สื่อข่าวให้ดูภาพชวนขนหัวลุก ว่า"ไอ้หยา" ภาพชัดมาก ตนเคยเห็นภาพในลักษณะแบบนี้มาบ้างแล้ว ดูแล้วก็เกิดความรู้สึกขัดแย้งกับความจริงว่า ภาพที่เห็นจะจริงหรือไม่จริง ต้องดูจุดประสงค์ และเจตนาของผู้นำภาพนี้ออกมา ภาพที่เห็นน่าจะเป็นอะไรสักอย่าง คล้ายคนรูปร่างผิดสัดส่วนจากคนปกติ หัวยุ่ง ๆ ฟู ๆ มองเห็นไม่ชัดเจนนัก บริเวณลำตัวแขนกับขายาวมาก ภาพน่าจะเป็นเด็กผู้ชาย ไม่ใส่เสื้อ ใส่ขาสั้นสีฟ้าจาง ๆ ลักษณะที่ยืนตั้งใจมาอยู่ในเฟรมให้ได้เห็น

ดีเจชื่อดังบอกต่อว่า อย่างไรก็ตามคงต้องนำภาพดังกล่าวไปพิสูจน์ อยู่ที่ความเชื่อของบุคคลด้วยว่าจะเชื่อรึเปล่า แต่บอกตรง ๆ ตนเห็นภาพนี้ตกใจ ขนลุก ที่มาของรูปมาจากต่างจังหวัด ที่ถ่ายรูปจากโทรศัพท์มือถือ ตนคิดว่าไม่น่าจะมีการดัดแปลงแต่อย่างใด ก่อนหน้านี้เคยมีตากล้องเก่ง ๆ พูดกับตนว่ากล้องป๊อกแป๊ก หรือกล้องจากโทรศัพท์มือถือสามารถถ่ายติดภาพวิญญาณ ได้ดีกว่ากล้องระดับโปร มีคนนำภาพติดวิญญาณที่ถ่ายจากมือถือมาให้ตนดูเยอะมาก ที่สำคัญภาพที่ถ่ายจากมือถือน่าจะตัดต่อยาก

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ เจ้าของมือถือถ่ายรูปสยอง ทราบชื่อ นางรุ่งตะวัน ศฤง คาร์นันท์ อายุ 34 ปี หลานสาวนางศรีนิจ อินทกุล เจ้าของร้านอาหารเพิ่มลาภ หมู่ 6 ต.รูสะ มีแล อ.เมืองปัตตานี พอนางรุ่งตะวันทราบจุดประสงค์ จึงเล่าเรื่องเหตุเกิดที่เจอกับตัวเองให้ฟังว่า เมื่อตอนเช้าวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันวิสาขบูชา ลูกสาวตนชื่อน้องบัว ได้ขอให้ตนช่วยถ่ายรูปให้ด้วย ตนเลยเอามือถือยี่ห้อไอโมบาย รุ่น 611 ถ่ายรูปลูกสาว จากนั้นออกไปทำธุระ พอค่ำกลับเข้ามาจึงเปิดดูภาพในมือถือทันทีที่เห็นภาพตนขนลุกซู่ขึ้นมาทันที จากนั้นวิ่งออกไปให้คนอื่นดู บางคนเห็นถึงกับปิดตาไม่กล้ามอง โดยขอยืนยันว่าตนไม่ได้ตกแต่งภาพ อย่างแน่นอน

นางรุ่งตะวันเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นต่อว่า จากนั้นรุ่งเช้าตนไปหาพระ ที่เคารพนับถือรูปหนึ่ง ให้ช่วยนั่งดูทางในให้ด้วย สักพักพระรูปดังกล่าว หยิบปากกาขึ้นมาเขียนบนกระดาษ โดยจับใจความได้ว่า ผู้หญิงในภาพเป็นสาว จ.ร้อยเอ็ด อายุ 16 ปี (อายุขณะนั้น) มาทำงานใน จ.ปัตตานี และถูกคนร้ายหลอกพาไปข่มขืนและฆ่าทิ้ง โดยตายมาแล้วเกือบ 20 ปี อยากให้เจ้าของร้าน ช่วยทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ด้วย เพื่อที่จะได้ไปเกิดใหม่ เมื่อตนทราบดังนั้น เลยไปทำบุญตามที่ดวงวิญญาณบอก และตั้งแต่นั้นมาตนกับเจ้าของร้าน รู้สึกสบายใจเป็นอย่างมาก


จากกรณีมีเรื่องฮือฮาเป็นภาพถ่ายเด็กผู้หญิง อายุราว 10 ขวบเศษ ยืนอยู่ภายในห้องพัก ส่วนข้างซ้ายมือ มีภาพราง ๆ ของหญิงสาวคนหนึ่ง ไว้ผมยาว นุ่งกางเกงในสีฟ้าตัวเดียว มีแขนขายาวกว่าคนปกติทั่วไป โดยเจ้าของภาพเป็นเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งใน จ.ปัตตานี ได้ถ่ายภาพลูกหลาน ภายในห้องพักเพื่อไว้ดูเล่น แต่หลังจากถ่ายภาพไปแล้วหลายรูป พอเปิดภาพถ่ายดู ปรากฏว่าทุกภาพไม่มีอะไรผิดปกติ แต่มีอยู่เพียงภาพเดียวมีภาพชวนสยองขวัญติดมาในภาพถ่ายด้วย ขณะที่มีพระสงฆ์รูปหนึ่ง อ้างว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการนั่งทำสมาธิหรือดูทางใน ก่อนหยิบปากกาขึ้นมาเขียนใส่กระดาษเป็นชื่อหญิงสาวรายหนึ่ง ใน จ.ร้อยเอ็ด ถูกฆ่าข่มขืนแล้วนำศพไปหมกในพงหญ้า เมื่อ 14-15 ปีที่แล้ว ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับนางรุ่งตะวัน ศฤง คาร์นันท์ อายุ 34 ปี หลานสาวนางศรีนิจ อินท กูล ผู้ถ่ายภาพด.ญ.รินรดา หรือน้องบัว เหมมณี ลูกสาว แล้วพอมาเปิดภาพดูปรากฏว่ามีภาพคล้ายวิญญาณปรากฏอยู่ในภาพด้วยนั้น โดยนางรุ่งตะวัน เปิดเผยว่า หลังจากปรากฏเรื่องราวไปแล้วทำให้ประชาชนให้ความสนใจมาขอดูรูปภาพเป็นจำนวนมาก จนต้องไปซื้อหนังสือพิมพ์เดลินิวส์เพิ่มอีก 20 ฉบับ เพื่อนำมาให้ผู้ที่สนใจได้ชมกัน ตั้งประจำ เพราะมีทั้งภาพและเนื้อหารายละเอียดอยู่ในหนังสือพิมพ์แล้ว

นางรุ่งตะวัน กล่าวต่อว่า ปกติทุก ๆ วันศุกร์ จะนำอาหาร ธูป น้ำชา ขนม มาตั้งไว้ที่โคนต้นไม้ ใกล้กับห้องพักเป็นประจำอยู่แล้ว แต่พอปรากฏรูปในภาพ และให้พระช่วยนั่งสมาธิ ดูแล้ว จึงได้ทำบุญ สวดมาติกา ถวายผ้าไตร ถวายสังฆทาน ถวายพระเพล 5 รูป ให้กับผู้เสียชีวิต ดังในภาพที่ปรากฏ จึงทำให้มีความรู้สึกอบอุ่นมากขึ้น ส่วนลูกสาวมีความกลัวบ้างและไม่กล้านอนในห้องคนเดียว ต้องให้ตนไปนอนเป็นเพื่อนจึงรู้สึกดีขึ้น แต่ไม่ปรากฏหรือฝันอะไร

ด้าน นางศรีนิจ อินทกูล เปิดเผยด้วยว่า ตนไม่ได้สร้างเรื่องหรือกุข่าวแต่อย่างใด และไม่ได้บอกนักข่าว แต่นักข่าวรู้เองและมาคุยกับตนปกติ แต่พอมาให้พระช่วยถึงทราบเรื่อง จึงรู้สึกสงสารและเป็นห่วงคนที่ตาย เพราะวิญญาณยังไป ๆ มา ๆ ไม่ได้ไปผุดไปเกิด จึงทำบุญตามที่ผู้ตายขอด้วยความบริสุทธิ์ใจ และไม่ได้หวังผลอะไรทั้งสิ้น ส่วนเรื่องที่ว่าใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็สุดแล้วแต่และใครจะว่าอย่างไรก็ไม่ได้สนใจส่วนชื่อของผู้ตายไม่ต้องการให้ออกทางสื่อ เพราะตามชื่อที่พระสื่อให้นั้น ไม่ทราบว่ามีตัวตนจริงหรือไม่ แต่ก็ขอฝากให้ช่วยติดตามชื่อด้วย เพื่อให้ญาติพี่น้องเขาได้รู้บ้าง สำหรับพระรูปนั้นบอก ว่าเป็นการช่วยเป็นสื่อกลางให้เท่านั้น ไม่ต้องการ ให้แพร่กระจายออกไป เพราะผิดวินัยสงฆ์

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าว จ.ร้อยเอ็ด ได้ตรวจสอบรายชื่อ "เพ็ญศรี กล่ำนก" ตามที่มีกระแสข่าวว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับที่ถูกฆาตกรรม ที่ จ.ปัตตานี เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ว่า จะมีรายชื่ออยู่ใน จ.ร้อยเอ็ดหรือไม่ รวมทั้งจะตรวจสอบด้วยว่าจะเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมในครั้งนั้นหรือไม่ แต่ปรากฏว่าไม่มีรายชื่อนี้ปรากฏอยู่ใน จ.ร้อยเอ็ด แต่อย่างใด


ข้อมูลและภาพประกอบจาก

http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/logo/dailynews.jpg (http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=165849&NewsType=1&Template=1)

<!-- / message --><!-- sig -->


:yoyo_0051:http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=165849&NewsType=1&Template=1

มดเอ๊ก
06-03-2008, 10:27 AM
<TABLE class=contentpaneopen><TBODY><TR><TD class=createdate vAlign=top colSpan=2>http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/70/18070/images/q034938.jpg



</TD></TR><TR><TD vAlign=top colSpan=2>
สัมภเวสี แปลว่า ผู้แสวงหาที่เกิดอยู่ คือผู้ยังเวียนว่ายตายเกิดอยู่




สัมภเวสี หมายถึงพระเสขะและปุถุชนที่แสวงหาที่เกิดต่อไปเพราะยังไม่สิ้นภพสิ้นชาติและสังโยชน์ และหมายถึงสัตว์ที่เกิดในครรภ์ เช่น มนุษย์และสัตว์ที่เกิดในไข่เช่นไก่หรือนกเป็นต้นขณะยังอยู่ในครรภ์และในไข่ ยังไม่คลอดและยังไม่ออกจากเปลือกไข่ แม้พวกสังเสทชกำเนิดและโอปปาติกกำเนิด ที่เกิดในขณะจิตแรกหรือยังอยู่ในอิริยาบถแรกก็เรียกว่า สัมภเวสี




สัมภเวสี ในความหมายทั่วไปหมายถึงผู้ที่ตายจากมนุษย์ไปแล้วแต่ยังไม่ได้เกิดในกำเนิดอื่นยังล่องลอยวนเวียนหาที่เกิดอยู่



:yoyo_0107:http://www.kalyanamitra.org/daily/dhamma/index.php?option=com_content&task=view&id=2772&Itemid=99999999

</TD></TR></TBODY></TABLE>

มดเอ๊ก
06-03-2008, 10:28 AM
ภาพในเว็บ เล็กไป ไปดูได้ที่ เดลินิวส์ฉบับ วันนี้เลย 2 มิ.ย. ภาพใหญ่

มดเอ๊ก
06-03-2008, 10:29 AM
<TABLE cellSpacing=1 cellPadding=5 width=600 border=0><TBODY><TR><TD align=middle>สัมภเวสี : หลักฐานยืนยันตายแล้วเกิด</TD></TR><TR><TD><TABLE width=590 align=center border=0><TBODY><TR><TD><CENTER>http://www.tamdee.org/note/dat/imagefiles/48.jpg</CENTER>

สัมภเวสี เป็นเรื่องที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งในพระพุทธศาสนา เพราะเป็นหลักยืนยันว่า คนเราตายแล้วเกิดใหม่จริง แต่มีชาวพุทธจำนวนไม่น้อย ไม่เข้าใจสภาพอันแท้จริงของสัมภเวสี และยังมีความเข้าใจแตกต่างกันในกลุ่มชาวพุทธบางนิกาย ฉะนั้น เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าศึกษาเรื่องหนึ่ง เพราะเกิดขึ้นกับทุกชีวิต

สัมภเวสี หมายถึงสัตว์โลกที่ยังแสวงหาที่เกิด คือยังต้องเวียนว่ายตายเกิดในภพน้อยใหญ่อยู่ เมื่อยังไม่สำเร็จพระอรหันต์ตราบใด ก็ยังเป็นสัมภเวสีอยู่ตราบนั้น แต่สัมภเวสีนี้ ยังมีชาวพุทธอยู่จำนวนไม่น้อยที่เข้าใจว่า ได้แก่สัตว์ที่ยังท่องเที่ยวแสวงหาที่เกิดอยู่ คือ ยังไม่ทันเกิดในภพใดภพหนึ่ง หลังจากที่ตายไปแล้ว โดยเฉพาะชาวพุทธฝ่ายมหายานบางนิกาย เชื่อว่าผู้ที่ตายแล้วจะต้องอยู่ในอันตรภพ (ระหว่างภพ) เป็นเวลา ๗ วันบ้าง ๑๕ วันบ้าง ๑ เดือนบ้าง เพื่อรอคอยปฏิสนธิ จึงจะไปเกิดในกำเนิดทั้ง ๔ กำเนิดใดกำเนิดหนึ่งได้ สัตว์ที่อยู่ในอันตรภพนี้ คือสัมภเวสี เพราะยังแสวงหาภพที่เกิดอยู่ ความเชื่อเรื่องอันตรภพนี้ก็ยังมีอยู่ แม้ในหมู่ชาวพุทธไทยบางท่าน ทั้งนี้เพราะได้รับอิทธิพลจากพระพุทธศาสนามหายานนิกายมนตรยาน ซึ่งเคยรุ่งเรืองอยู่ในประเทศไทย ในระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๒ ถึงพุทธศตวรรษที่ ๑๗

แต่ตามหลักความจริงในพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทแล้ว สัตว์ที่อยู่ในอันตรภพนี้ไม่มีเลย เพราะเมื่อความตายบังเกิดขึ้น จิตเคลื่อนไปปฏิสนธิจิตก็ปรากฏในทันที จิตหรือวิญญาณจะเที่ยวเร่ร่อนอยู่โดยไม่มีรูปร่างหรือไม่มีภพที่เกิดนั้น ไม่มีเลย เพราะจิต*นั้นจะต้องอาศัยร่างเป็นที่อยู่ ( * นี้หมายถึงจิตของผู้ที่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในกามภพ และรูปภพเท่านั้น ส่วนผู้ที่ไปเกิดในอรูปภพหรืออรูปพรหมนั้น ไม่มีรูป มีแต่นามคือ เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ)ดังคำบาลีว่า "คูหาสยํ จิตนี้มีถ้ำคือกายเป็นที่อาศัย" เช่นเดียวกับกระแสไฟฟ้า ซึ่งจะต้องอาศัยวัตถุอันเป็นแหล่งที่อยู่ที่เกิดของมัน จะอยู่โดยตัวของมันเองโดยไม่อาศัยสสารชนิดใดชนิดหนึ่งไม่ได้ ถ้าหากว่าผู้ตายแล้วจะต้องไปรออยู่ในอันตรภพ ก็เท่ากับว่าภพหรือภูมิที่เกิดของสัตว์ มีเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่ง ซึ่งเดิมมีอยู่ ๓๑ ภูมิ ก็จะต้องเป็น ๓๒ ภูมิ แต่ความจริงไม่เป็นอย่างนั้น ภูมิที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้มี ๓๑ คือ อบาย ๔ สวรรค์ชั้นกามาพจร ๖ รูปพรหม ๑๖ อรูปพรหม ๔ และมนุษย์โลก ๑ เท่านั้น ฉะนั้น ผู้ที่ตายแล้ว ถ้ายังมีกิเลสก็ต้องเกิดในภูมิใดภูมิหนึ่งทันที ดังพระบาลีว่า "สุตฺตปฺปพุทฺโธ วิย เหมือนหลับแล้วตื่นขึ้น" ไม่มีการรอหาที่เกิด แต่การที่จะไปเกิดในภพใดในที่ใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับแรงเหวี่ยงของกรรมที่ส่งไป ฉะนั้น การที่คนบางคนพบเห็นว่า ญาติคนนั้นคนนี้ตายไปแล้ว มาปรากฏตัวให้เห็นอย่างนั้นอย่างนี้ ก็หมายถึงว่า เขาได้ไปเกิดแล้วในภพใหม่ แต่เป็นกำเนิดของโอปปาติกะ คือ อาจจะเกิดเป็นเปรต เป็นอสุรกาย หรือเป็นเทวดาจำพวกใดจำพวกหนึ่งก็ได้ ซึ่งกำเนิดพวกนี้เป็นอทิสสมานกาย มองดูด้วยตาเนื้อไม่เห็น จะปรากฏแก่เราได้ ก็เมื่อเขาทำกายให้หยาบด้วยประสงค์จะแสดงหรือบอกให้ผู้ที่เขาต้องการจะให้รู้ได้ทราบเท่านั้น

เพื่อความเข้าใจในเรื่องนี้ จะขอนำเรื่องที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๕ เรื่องหนึ่งมาเป็นหลักฐานยืนยันประกอบ เพื่อสนับสนุนหลักธรรมในพระพุทธศาสนาข้อนี้

เรื่องมีอยู่ว่า ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งอายุประมาณ ๒๑ ปี ขอสมมติชื่อว่า ชุลีนาถ บ้านอยู่กรุงเทพฯ ได้ไปทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งที่อ้อมน้อย สมุทรปราการ วันหนึ่งในเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ขณะที่เธอทำงานอยู่ที่โรงงานแห่งนั้น เวลาพักกลางวัน เธอได้ออกจากโรงงานไปทานอาหาร ได้เดินข้ามถนนสายหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กับโรงงาน และได้ถูกรถยนต์ชนขณะข้ามถนน มีอาการสาหัส แล้วมีคนนำส่งโรงพยาบาลศิริราช แต่เธอได้ขาดใจตายที่โรงพยาบาลศิริราชนั่นเอง เพราะมีอาการสาหัสมาก แต่ทางบ้านก็ยังไม่ทราบถึงการจากไปของเธอ

ในวันนั้น พอตกตอนเย็นครั้นสิ้นแสงตะวัน วิญญาณของเธอก็กลับมาที่บ้าน อาจจะเป็นเพราะห่วงแม่ โดยมาปรากฏในรูปร่างเดิมของนางสาวชุลีนาถนั่นเองและได้ไปนั่งถ่ายปัสสาวะอยู่ในที่ไม่สมควรจะถ่ายปัสสาวะ อาหญิงของเธอเห็นเข้าจึงได้ดุว่า ที่นั้นไม่สมควรถ่ายปัสสาวะ วิญญาณนี้ก็ไม่พูดอะไร เมื่อลุกขึ้นแล้วก็เดินขึ้นบนบ้าน เดินสวนกับมารดาของเธอเอง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร แล้วผ่านเข้าห้องนอน มารดาเข้าใจว่าเธอเข้าไปเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว หลังจากกลับมาจากที่ทำงาน แล้วมารดาของเธอก็ได้ลงมาข้างล่าง


อีกสักครู่หนึ่งต่อมา ก็มีคนจากโรงพยาบาลศิริราชมาบอกข่าวเรื่องการตายของนางสาวชุลีนาถให้มารดาของเธอทราบ แต่มารดาของเธอไม่เชื่อ และได้กล่าวยืนยันว่าลูกสาวของตนได้กลับมาบ้านแล้ว อาหญิงเขาก็ดุเอาเมื่อก่อนจะขึ้นบ้าน และได้เดินสวนทางกับตนไปเข้าห้องเมื่อครู่นี้เอง เข้าใจว่ามาเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวในห้อง ชายผู้มากับข่าวก็กล่าวยืนยันเช่นกันว่า "ผมมาจากโรงพยาบาลศิริราชที่เก็บศพของนางสาวชุลีนาถ เพื่อมาบอกข่าวให้ทางบ้านทราบ"
มารดาของนางสาวชุลีนาถก็ยังไม่เชื่อ แต่เพื่อให้แน่ใจจึงได้ตามขึ้นไปดูในห้อง และได้เห็น น.ส.ชุลีนาถลูกสาวนอนคลุมโปงอยู่ในห้อง โดยที่ยังไม่ได้เปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเลย ด้วยความแปลกใจนางจึงได้เรียกลูกสาวออกมา และเมื่อ น.ส. ชุลีนาถลุกขึ้นออกมายืนอยู่ตรงหน้ามารดาก็ไม่พูดอะไร แต่ปรากฏว่ามีเลือดไหลอาบหน้า และเปื้อนไปทั่วทั้งร่าง เมื่อมารดาของเธอเห็นเข้าเช่นนั้น ก็ตกใจเป็นลมล้มลงสลบไป ภาพนั้นก็หายไปทันที

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งอาหญิงของนางสาวชุลีนาถได้เล่าให้ท่านเจ้าคุณรูปหนึ่ง ในวัดโสมนัสวิหารทราบ และขณะนี้กระดูกของนางสาวชุลีนาถ ก็ถูกนำมาบรรจุไว้ที่พระวิหารวัดโสมนัสวิหาร แม้ในวันทำบุญบรรจุกระดูกนั้น มารดาของเธอก็ยังเศร้าโศกเสียใจถึงกับเป็นลมไปอีก เพราะมีความรักและอาลัยในลูกสาวของตนคนนี้มาก

เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่ตายไปแล้วและสามารถมาปรากฏตัวให้ทราบเช่นนี้ คนโดยทั่วไปเรียกกันว่า สัมภเวสี แท้ที่จริงเขาเกิดในภพใหม่แล้ว แต่เกิดในกำเนิดแห่งโอปปาติกะ คือ เกิดผุดขึ้น มีรูปร่างสมบูรณ์ในทันที ถึงจะเกิดอยู่ไม่นานแล้วต้องเคลื่อนไปเกิดในภูมิใหม่อีกต่อไป ก็ชื่อว่าเกิดแล้ว และเขาสามารถแสดงร่างเก่าให้ปรากฏแก่ญาติพี่น้องมิตรสหายเป็นต้นได้ เรื่องทำนองเดียวกันนี้ หรือมีลักษณะคล้ายเรื่องนี้ ปรากฏว่ามีเกิดขึ้นบ่อยในประเทศไทย แม้ในประเทศตะวันตกก็มีเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นเหมือนกัน แต่รูปร่างที่แท้จริงของเขาเป็น อทิสสมานกาย คือ มีร่างกายไม่ปรากฏให้เห็นได้ด้วยตาเนื้อ ท่านผู้ได้ทิพยจักษุเท่านั้นจึงสามารถมองเห็นกายของผู้ที่เกิดอยู่ในโอปปาติกะกำเนิดได้ แต่บางคนไปเกิดในโอปปาติกะกำเนิดไม่นานเพียง ๗ วันเท่านั้น แล้วก็เคลื่อนไปเกิดในภูมิใหม่อีก เช่น ไปเกิดเป็นมนุษย์ เป็นสัตว์หรือเทวดาชั้นสูง เป็นไปตามอำนาจพลังของกรรมที่ตนได้ทำเองไว้ส่งให้ไปเกิด

เพื่อความเข้าใจชัดในเรื่องสัมภเวสีตามหลักพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท จึงขอนำคำอธิบายของพระอรรถกถาจารย์มากล่าวไว้ในที่นี้ คือ พระอรรถกถาจารย์ได้อธิบายถึงความแตกต่างระหว่างสัตว์ที่มีชื่อว่า สัมภเวสี และสัตว์ที่ชื่อว่า ภูตะ ไว้ในอรรถกถาคัมภีร์ขุททกนิกาย ชื่อปรมัตถโชติกา หน้า ๒๗๗ ตอนอธิบายบาลี เมตตสูตร ข้อที่ว่า ภูตา วา สมฺภเวสี วา สพฺเพ สตฺตา ภวนฺตุ สุขิตตฺตา ขอสัตว์ทุกจำพวกทั้งที่เป็นภูตะ ทั้งที่เป็นสัมภเวสี จงถึงความสุขเถิด" โดยแยกอธิบายออกเป็น ๓ นัย ดังนี้

๑. คำว่า ภูตะ หมายถึงสัตว์ที่เกิดแล้ว คือเกิดเสร็จเรียบร้อยแล้ว คำว่า ภูตะ นี้ เป็นชื่อของพระขีณาสพทั้งหลาย ผู้ที่เกิดเสร็จแล้วนั่นเอง จึงไม่มีการนับว่าจักเกิดต่อไปอีก ส่วนเหล่าสัตว์ที่ยังแสวงหาภพอยู่ชื่อว่า สัมภเวสี คำว่า สัภเวสี นี้ เป็นชื่อของพระเสขะและปุถุชนทั้งหลาย ผู้ยังแสวงหาภพที่เกิดอยู่อีกต่อไป (คือผู้ที่ต้องเกิดอีกต่อไป)

๒. อีกประการหนึ่ง ในบรรดากำเนิดทั้ง ๔ (คือพวกที่เกิดในไข่หนึ่ง พวกที่เกิดในครรภ์หนึ่ง พวกที่เกิดในเถ้าไคลหนึ่ง พวกที่เกิดผุดขึ้นหนึ่ง) พวกสัตว์ที่เกิดในไข่และสัตว์ที่เกิดในครรภ์ชื่อว่า สัมภเวสี ตราบเท่าที่ยังไม่ทำลายกระเปาะไข่และยังไม่ทำลายรกออกมา ต่อเมื่อสัตว์เหล่านั้นทำลายกระเปาะไข่หรือทำลายรกออกมาข้างนอกได้แล้ว จึงชื่อว่า ภูตะ ส่วนพวกสัตว์ที่เกิดในเถ้าไคลและพวกสัตว์ที่เกิดผุดขึ้น (โอปปาติกะ) ชื่อว่า สัมภเวสี ในขณะแห่งปฐมจิต (คือจิตดวงแรกที่มาปรากฏในภพนั้น) ชื่อว่า ภูตะ นับตั้งแต่จิตดวงที่ ๒ เป็นต้นไป

๓. อีกประการหนึ่ง จำพวกสังเสทชสัตว์ (สัตว์ที่เกิดในเถ้าไคล) และจำพวกโอปปาติกสัตว์ (พวกที่เกิดผุดขึ้น) ก็ชื่อว่า สัมภเวสี ตราบเท่าที่ตนยังไม่เคลื่อนไปจากอิริยาบทที่ตนเกิดสู่อิริยาบทอื่น ต่อจากนั้นไป (คือเมื่อเปลี่ยนไปสู่อิริยาบทอื่นแล้ว) จึงชื่อ ภูตะ
ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ผู้ที่ยังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ จัดเป็นสัมภเวสีทั้งสิ้น และเป็นเครื่องยืนยันว่า คนเราตายแล้วเกิดใหม่จริง.

</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>:yociexp11:http://www.tamdee.org/note/view.php?No=48

arlu
06-03-2008, 11:45 AM
โอ้ว..พระเจ้าช่วย..ไปสร้างบ้านทับที่ๆเขาตายพอดีละมั้ง
เขาก็เลยมาปรากฏตัวให้เห็นเพราะเขาอยู่ตรงนั้นนี่นาา...
หลอ นน

แฮมชีสคัตสึ
06-03-2008, 12:53 PM
บรื๋อออ น่กลัว
เคยเจอเหมือนกันเลย
เคยซื้อโทรศัพท์มือสองมา เจอรูปสาวเจ้าของเก่าถ่ายวิวตัวเองด้วยล่ะ อ่ะๆตากุ้งยิงไปเลย

malila
06-03-2008, 01:24 PM
สัมภเวสี ทำไมไม่ค่อยใส่เสื้อผ้านะ ตากุ้งยิงหมด

facehot
06-03-2008, 04:35 PM
เรื่องวิญญาณนี่
เกิดมาไม่เคยเห็นครับ..ถ้าถามว่าอยากเจอไหม คงไม่อยากเจอครับ อิอิ
ก็เป็นโชคดีนะครับที่ผมไม่เคยเห็น..ขอบคุณครับผม

*8q*
06-04-2008, 08:30 PM
โปรดใช่พิจารนาญาณครับ

มดเอ๊ก
06-05-2008, 05:12 PM
<TABLE borderColor=#728dac cellPadding=0 width=725 align=center bgColor=#e2e2e2 border=5><TBODY><TR><TD bgColor=#ecfae0>เจ้าของยันไม่กุเรื่องถ่ายติดวิญญาณ </TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE borderColor=#728dac cellPadding=0 width=725 align=center border=5><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=3 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR bgColor=#cccccc><TD vAlign=center></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=2 cellPadding=2 width="95%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top><TABLE cellSpacing=2 cellPadding=2 align=center bgColor=#f5f5f5 border=0><TBODY><TR><TD>http://tnews.teenee.com/weird/img6/97481.jpg</TD></TR><TR><TD align=middle></TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=2 cellPadding=2 width="95%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top>จากกรณีมีเรื่องฮือฮาเป็นภาพถ่ายเด็กผู้หญิง อายุราว 10 ขวบเศษ

ยืนอยู่ภายในห้องพัก ส่วนข้างซ้ายมือ มีภาพราง ๆ ของหญิงสาวคนหนึ่ง ไว้ผมยาว นุ่งกางเกงในสีฟ้าตัวเดียว มีแขนขายาวกว่าคนปกติทั่วไป โดยเจ้าของภาพเป็นเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งใน จ.ปัตตานี ได้ถ่ายภาพลูกหลาน ภายในห้องพักเพื่อไว้ดูเล่น แต่หลังจากถ่ายภาพไปแล้วหลายรูป พอเปิดภาพถ่ายดู ปรากฏว่าทุกภาพไม่มีอะไรผิดปกติ แต่มีอยู่เพียงภาพเดียวมีภาพชวนสยองขวัญติดมาในภาพถ่ายด้วย ขณะที่มีพระสงฆ์รูปหนึ่ง อ้างว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการนั่งทำสมาธิหรือดูทางใน ก่อนหยิบปากกาขึ้นมาเขียนใส่กระดาษเป็นชื่อหญิงสาวรายหนึ่ง ใน จ.ร้อยเอ็ด ถูกฆ่าข่มขืนแล้วนำศพไปหมกในพงหญ้า เมื่อ 14-15 ปีที่แล้ว ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับนางรุ่งตะวัน ศฤง คาร์นันท์ อายุ 34 ปี

หลานสาวนางศรีนิจ อินทกูล ผู้ถ่ายภาพด.ญ.รินรดา หรือน้องบัว เหมมณี ลูกสาว แล้วพอมาเปิดภาพดูปรากฏว่ามีภาพคล้ายวิญญาณปรากฏอยู่ในภาพด้วยนั้น โดยนางรุ่งตะวัน เปิดเผยว่า หลังจากปรากฏเรื่องราวไปแล้วทำให้ประชาชนให้ความสนใจมาขอดูรูปภาพเป็นจำนวนมาก จนต้องไปซื้อหนังสือพิมพ์เดลินิวส์เพิ่มอีก 20 ฉบับ เพื่อนำมาให้ผู้ที่สนใจได้ชมกัน ตั้งประจำ เพราะมีทั้งภาพและเนื้อหารายละเอียดอยู่ในหนังสือพิมพ์แล้ว

นางรุ่งตะวัน กล่าวต่อว่า ปกติทุก ๆ วันศุกร์ จะนำอาหาร ธูป น้ำชา ขนม มาตั้งไว้ที่โคนต้นไม้ ใกล้กับห้องพักเป็นประจำอยู่แล้ว

แต่พอปรากฏรูปในภาพ และให้พระช่วยนั่งสมาธิ ดูแล้ว จึงได้ทำบุญ สวดมาติกา ถวายผ้าไตร ถวายสังฆทาน ถวายพระเพล 5 รูป ให้กับผู้เสียชีวิต ดังในภาพที่ปรากฏ จึงทำให้มีความรู้สึกอบอุ่นมากขึ้น ส่วนลูกสาวมีความกลัวบ้างและไม่กล้านอนในห้องคนเดียว ต้องให้ตนไปนอนเป็นเพื่อนจึงรู้สึกดีขึ้น แต่ไม่ปรากฏหรือฝันอะไร

ด้าน นางศรีนิจ อินทกูล เปิดเผยด้วยว่า ตนไม่ได้สร้างเรื่องหรือกุข่าวแต่อย่างใด

และไม่ได้บอกนักข่าว แต่นักข่าวรู้เองและมาคุยกับตนปกติ แต่พอมาให้พระช่วยถึงทราบเรื่อง จึงรู้สึกสงสารและเป็นห่วงคนที่ตาย เพราะวิญญาณยังไป ๆ มา ๆ ไม่ได้ไปผุดไปเกิด จึงทำบุญตามที่ผู้ตายขอด้วยความบริสุทธิ์ใจ และไม่ได้หวังผลอะไรทั้งสิ้น ส่วนเรื่องที่ว่าใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็สุดแล้วแต่และใครจะว่าอย่างไรก็ไม่ได้สนใจส่วนชื่อของผู้ตายไม่ต้องการให้ออกทางสื่อ เพราะตามชื่อที่พระสื่อให้นั้น ไม่ทราบว่ามีตัวตนจริงหรือไม่ แต่ก็ขอฝากให้ช่วยติดตามชื่อด้วย เพื่อให้ญาติพี่น้องเขาได้รู้บ้าง สำหรับพระรูปนั้นบอก ว่าเป็นการช่วยเป็นสื่อกลางให้เท่านั้น ไม่ต้องการ ให้แพร่กระจายออกไป เพราะผิดวินัยสงฆ์

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าว จ.ร้อยเอ็ด ได้ตรวจสอบรายชื่อ “เพ็ญศรี กล่ำนก” ตามที่มีกระแสข่าวว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับที่ถูกฆาตกรรม ที่ จ.ปัตตานี เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ว่า จะมีรายชื่ออยู่ใน จ.ร้อยเอ็ดหรือไม่ รวมทั้งจะตรวจสอบด้วยว่าจะเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมในครั้งนั้นหรือไม่ แต่ปรากฏว่าไม่มีรายชื่อนี้ปรากฏอยู่ใน จ.ร้อยเอ็ด แต่อย่างใด.

</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD><CENTER>ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
http://www.teenee.com/main/dnd.jpg</CENTER></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>

Credit : http://tnews.teenee.com/weird/23816.html
<!-- / message --><!-- sig -->__________________

มดเอ๊ก
06-07-2008, 03:28 PM
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=335985&stc=1&d=1212689261

ขยายให้ดูกันชัดๆ

มดเอ๊ก
06-07-2008, 03:28 PM
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=335986&stc=1&d=1212689756

สังเกตุในภาพว่าวิญญาณในภาพมีลักษณะโปร่งแสง
กล่าวคือสามารถมองเห็นประตูข้างหลังผ่านลำตัว
ของวิญญานได้ ซึ่งหากจะเป็นการใช้โปรแกรม
ตัดต่อก็จะมีร่องรอยให้เห็น

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=335987&stc=1&d=1212689756

สังเกตุว่าเท้าของเด็กน้อยในภาพจะมีเงา
ของเท้าให้เห็นอยู่และไม่โปร่งแสง
แต่ตรงกันข้ามกับวิญญาณในภาพ
ที่โปร่งแสงและไม่มีเงา
<!-- / message --><!-- attachments -->

มดเอ๊ก
06-07-2008, 03:28 PM
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=335990&stc=1&d=1212690222http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=335993&stc=1&d=1212690303

เมื่อเปรียบเทียบสรีระของร่างกายมนุษย์เพศหญิงปกติที่น่าจะ
เกิดจากการสั่นไหวของภาพที่ทำให้ได้ภาพลักษณะแขนยืดยาว
ก็จะเห็นได้ว่ายากมากและเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้แขนขา
มีลักษณะดังในภาพได้ไม่ว่าเทคนิคใดๆโดยไม่ทิ้งร้องรอยไว้
ยิ่งโดยเฉพาะกับภาพที่ใช้มือถือถ่ายไว้
<!-- / message --><!-- attachments -->

มดเอ๊ก
06-07-2008, 03:29 PM
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=336000&stc=1&d=1212690583
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=336001&stc=1&d=1212690583

เมื่อนำภาพมาทำเป็น Negative(สลับค่าสี) จะเห็นภาพ
ในลักษณะที่เห็นโครงร่างใบหน้าของวิญญานอย่างชัดเจน

มดเอ๊ก
06-07-2008, 03:29 PM
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=336007&stc=1&d=1212691192

เงาที่เห็นด้านหลังเป็นเงาของเด็ก
ไม่ใช่เงาของวิญญาณ สังเกตุจากเงาเสื้อ
จะตกไปไกลจากเสื้อ ไม่ได้ตกใต้เสื้อ
แต่อย่างใด เพราะฉะนั้น วิญญาณ
ในรูปจึงไม่มีเงาให้เห็น แสดงว่าวิญญาณ
ข้างๆต้องโปร่งแสงแน่นอน
หากมีเงาจริงคงจะตกกระทบไปถึงประตูห้อง
<!-- / message --><!-- attachments -->

มดเอ๊ก
06-07-2008, 03:29 PM
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=336008&stc=1&d=1212691326

หากถ่ายรูปคู่ ลองนึกถึง common sense
ของแต่ละคนว่าจะยืนห่างกันอย่างนั้นหรือ ?
หากเป็นคนสนิทหรือญาติ ถ้าเป็นคุณ
ถ่ายรูปกับเด็กๆ คุณจะยืนห่างอย่างงั้นหรือ ?
(เป็นผมคงเอามือโอบเด็กไว้แล้วชู 2 นิ้ว)

มดเอ๊ก
06-07-2008, 03:29 PM
http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/newimg/other/7618-245_400_1.jpg

ภาพที่เป็นข่าวใช้มือถือถ่าย
กล้องมือถือปรับสปีดชัตเตอร์ไม่ได้
การใช้เทคนิคใดๆโดยชัตเตอจึงเป็นไปไม่ได้


สมมุติฐาน

เคยคิดกันไหมว่าทำไมเราจึงมองเห็นสิ่งเหล่านี้
ทุกสิ่งที่มนุษย์มองเห็นนั้นเป็นพลังงานในรูปแบบหนึ่ง
โดยพลังงานเหล่านั้นจะกระจายตามคลื่นความถี่ที่มนุษย์สามารถเห็นได้
และสิ่งลึกลับเหล้านี้ก็มิได้หายไปจากโลก เพียงแต่ละทิ้งพลังงาน
ที่มนุษย์มองเห็นไปอยุ่อีกความถี่หนึ่ง แต่บางจังหวะและช่วงเวลา
ความถี่เหล่านั้นก็ได้ถูกแปรให้มนุษย์มองเห็น
อาจจะเป็นเพราะแรงพลังแม่เหล็กโลก หรืออาจจะเป็น
เพราะ ดวงดาวทำมุมและองศาที่ถูกต้อง
ทำให้สายตามนุษย์นั้นสามารถมองเห็น
พลังงานที่อยู่ในความถี่นั้นได้

มดเอ๊ก
06-07-2008, 03:30 PM
สังเกตุว่าภาพในข่าวชัดมากจนภาพถ่ายติดวิญญาณ
ในต่างประเทศดูธรรมดาไปเลย ลองดูเพื่อเปรียบเทียบ


-----------------------



<CENTER>ผู้ดีฮือฮา! ชัตเตอร์ มือโผล่ปราสาทผี </CENTER>
<!--detail--><!--images-->

<CENTER>http://webboard.mthai.com/upload_images_new/2008-05-29/379444.jpg
</CENTER>
<!--images-->
เมื่อ 28 พ.ค. หนังสือพิมพ์เดอะซันของอังกฤษรายงานข่าวสร้างความฮือฮาว่า ด.ช.คอนเนอร์ บอนด์ วัย 14 ปี ที่เดินทางไปร่วมงานเลี้ยงแต่งงาน จัดขึ้นที่ปราสาทในสกอตแลนด์ อายุ 800 กว่าปี และร่ำลือว่ามีคนพบเห็นภูตผีวิญญาณอยู่เสมอ ถ่ายภาพติดวิญญาณไว้ได้
โดยนายไมค์ อายุ 52 ปี พ่อของเด็กชายกล่าวว่า คอนเนอร์เดินถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอลไปรอบๆ คิดว่าน่าจะราว 200 รูป และหลังจากที่โหลดรูปลงคอมพิวเตอร์ถึงได้เห็นว่ามีสิ่งแปลกปลอมในภาพหนึ่ง เป็นวิญญาณผู้หญิงอยู่ตรงบันได ยื่นมือมาเกาะราวบันได มีหมอกขาวๆ อยู่โดยรอบ ตอนแรกตนคิดว่าลูกชายแต่งภาพ แต่ลูกยืนยันว่าไม่ได้ทำ และไม่เห็นใครอยู่บริเวณนั้น ตนและลูกอยากให้ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบภาพว่าสิ่งที่เห็นเป็นวิญญาณจริงหรือไม่


ที่มาจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด http://webboard.mthai.com/images/kaosod.gif

<!--detail-->
<!-- / message --><!-- sig -->

มดเอ๊ก
06-07-2008, 03:30 PM
http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/newimg/other/7618-245_400_1.jpg

ถ้าคุณมีความรู้เรื่องถ่ายภาพ/ตกแต่งภาพ
คุณน่าจะรู้จัก Noise หรือ เกรนของภาพ
ถ้าภาพที่ตัดต่อ
เอามาเร่งแสงดูแล้ว
เกรนของภาพจะไม่เข้ากัน
แต่ถ้าภาพที่ไม่ตัดต่อ
เกรนจะเป็นไปในทางเดียวกัน
แค่นี้ก็พอจะรู้ได้โดยวิธีง่ายๆ
<!-- / message --><!-- sig -->

มดเอ๊ก
06-07-2008, 03:31 PM
http://www.pantip.com/cafe/siam/topic/F6422027/F6422027-489.jpg

สุดท้ายก็นานาจิตตัง แต่ขอให้ทุกๆท่านอย่าได้มีความประมาทในชีวิต
สิ่งที่รอเราอยู่ที่เราไม่ล่วงรู้มีอีกมาก เร่งทำดีเตรียมสเบียงไว้เลี้ยงตัว



ขอคุณข้อมูลการวิเคราะห์ จ้า
http://board.palungjit.com/showthread.php?t=132128

<!-- / message --><!-- sig -->

watachiwaart
06-09-2008, 01:08 PM
ผมเชื่อครับ เพราะผมเคยเจอมาแร้ว แต่ไม่เคยถ่ายรูปติดครับ :yociexp49:

บางแก้ว
06-16-2008, 06:58 PM
ยอด:yoyo_0071:

ฐิตา.
09-20-2008, 01:46 PM
:yoyo_0054:อีกประการหนึ่ง ในบรรดากำเนิดทั้ง ๔ (คือพวกที่เกิดในไข่หนึ่ง พวกที่เกิดในครรภ์หนึ่ง พวกที่เกิดในเถ้าไคลหนึ่ง พวกที่เกิดผุดขึ้นหนึ่ง) พวกสัตว์ที่เกิดในไข่และสัตว์ที่เกิดในครรภ์ชื่อว่า สัมภเวสี ตราบเท่าที่ยังไม่ทำลายกระเปาะไข่และยังไม่ทำลายรกออกมา ต่อเมื่อสัตว์เหล่านั้นทำลายกระเปาะไข่หรือทำลายรกออกมาข้างนอกได้แล้ว จึงชื่อว่าภูตะ~

สาธุๆๆ ขอบพระคุณ "มดเอ๊ก" มากมายสำหรับการแบ่งปันที่เยี่ยมยอด...

อิคคิว
09-25-2008, 01:53 PM
สัมภเวสีเป็นวิญญาณที่ทุกข์ทรมารเพราะความอดอยากหิวโหยจึงแสวงหาผู้ที่มีบุญกุศลแล้วจะแสดงตัวในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เขารู้และแผ่บุญกุศลมาให้ และเป็นการเสี่ยงใม่น้อยจากการโดนด่าโดนแช่ง ซื่งเขาอาจเป็นไปตามนั้น ขอเราทั้งหลายจงอุทิศบุญกุศลให้เขาเถิดเขาจักได้ไปเกิดในที่ดีๆ เพราะถ้าเขามีบุญมากพอคงไปเกิดตามภพชาติของเขาแล้วไม่ต้องมาทรมารแบบนี้