PDA

View Full Version : เดินเข้าสู่แดนสุขาวดี ที่วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ฯ


มดเอ๊ก
05-28-2008, 06:21 PM
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2057.jpg http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2058.jpg
พาเดินเที่ยวชมภายในบริเวณวัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ คณะสงฆ์จีนนิกายรังสรรค์ ที่อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี มาได้ 2 วันแล้ว แต่ก็ยังไม่ทั่ว วันนี้จะมาพาเดินต่อจากลานด้านหลังพระอุโบสถเข้าสู่อาคารด้านหลังที่ตั้งอยู่ถัดไป
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2059.jpg http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2060.jpg
ลักษณะอาคารทรงจีนที่เห็นอยู่ข้างหน้าดูเหมือนจะเป็นอาคาร 2 ชั้น แต่จริง ๆ แล้วอาคารนี้เป็นอาคารสูง 4 ชั้น ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นอาคาร 2 ชั้น ก็เพราะตั้งแต่เริ่มต้นหน้าวัดได้เดินขึ้นบันไดมาแล้ว 2 ช่วง ช่วงแรกคือเดินขึ้นบันไดเข้าสู่วิหารจตุโลกบาล ช่วงที่สองเป็นการเดินขึ้นบันไดเข้าสู่พระอุโบสถ เมื่อออกมาทางด้านหลังของพระอุโบสถจึงอยู่ในระดับชั้นที่ 3 ของตัวอาคาร ซึ่งในตัวอาคารด้านหลังนี้จะมีวิหารอยู่ด้วยกัน 2 วิหาร หนึ่งนั้นคือ วิหารพระอวโลกิเตศวร พระกวนอิมโพธิสัตว์ อีกหนึ่งนั้นคือ วิหารสุขาวดีหมื่นพุทธ
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2061.jpg
ลวดลายสลักหินประดับผนังอาคารฝีมือช่างจีน
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2062.jpg
การผสมผสานระหว่างงานสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และจิตรกรรม ได้อย่างกลมกลืนลงตัว
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2063.jpg
ชั้นล่างเป็นวิหารพระอวโลกิเตศวร พระกวนอิมโพธิสัตว์ หรือ วิหารพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2065.jpg
ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานของรูปบูชาของพระอวโลกิเตศวร พระกวนอิมโพธิสัตว์ ปางพันมือพันตา หรือชื่อเรียกที่ทางวัดใช้เรียกซึ่งยากแก่การจดจำเป็นยิ่งนัก ก็คือ พระอวโลกิเตศวรสหัสกรสหัสเนตรมหาโพธิสัตว์ ซึ่งทำจากไม้สักชิ้นเดียวนำมาแกะสลักโดยช่างชาวจีน
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2064.jpg
เรื่องของพระอวโลกิเตศวรนี้ ทางฝ่ายเถรวาท หรือ หินยาน ไม่ได้มีการพูดถึงไว้เลย แต่ทางฝ่ายมหายานนั้นกลับปรากฏเรื่องราวที่มีความสำคัญ จนกลายเป็นที่รู้จักและเป็นที่บูชากราบไหว้กันทั่วไป ทางวิชาการจึงเชื่อว่าเรื่องราวของพระอวโลกิเตศวรนี้มีขึ้นหลังจากการเกิดขึ้นของพุทธศาสนาฝ่ายมหายานแล้ว ซึ่งก็คงเป็นในช่วงประมาณพุทธศตวรรษที่ 6 หรือ 7
ฝ่ายมหายานนั้นเชื่อว่าพระอวโลกิเตศวรเป็นพระโพธิสัตว์ซึ่งประทับอยู่ในแดนสุขาวดี คอยช่วยพระอมิตตาภพุทธเจ้า (หนึ่งในพระพุทธเจ้า 3 พระองค์ที่อยู่ในพระอุโบสถ) โปรดสรรพสัตว์ที่ยังตกอยู่ในห้วงทุกข์ และเมื่อพระอมิตตาภพุทธเจ้าดับขันธปรินิพพานแล้ว ก็จะเป็นผู้ที่จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปของแดนสุขาวดีนั้น
แรกเริ่มนั้นทั้งในอินเดียและจีนช่วงต้นที่ศาสนาพุทธเริ่มเผยแผ่เข้าไป พระอวโลกิเตศวรก็ยังมีเพศเป็นชาย แต่ต่อมาช่างชาวจีนได้สร้างรูปบูชาที่เป็นหญิงขึ้น ว่ากันว่าเพื่อแสดงออกถึงความเมตตากรุณาและความอ่อนโยน จนแพร่หลายเป็นที่รู้จักกันดีกันทั่วโลกในนามของ เจ้าแม่กวนอิม ทางญี่ปุ่นเรียกท่านว่า กวานนอน หรือ กวันนอน แต่ก็มีเพศเป็นชาย
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2066.jpg
สำหรับที่มาพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ปางพันมือพันตา นี้ ตามความเชื่อของฝ่ายมหายานได้ย้อนไปจนถึงในอดีตกาลสมัยที่มีพระพุทธเจ้าพระนามว่า พระสหัสประภาศานติสถิตยตถาคตพุทธเจ้า ซึ่งก็คงจะย้อนไปนานมาก ทำให้จนปัญญาจริง ๆ จนถึงป่านนี้ก็ยังไม่รู้ว่าท่านเป็นพระพุทธเจ้าในช่วงเวลาไหนหรือลำดับที่เท่าไร แต่ฟังความมาได้ว่าท่านได้ตรัสธารณี หรือบทสวด ที่เรียกว่า มหากรุณาธารณี ซึ่งชื่อเต็มนั้นยาวกว่านี้มาก แก่พระอวโลกิเตศวร ซึ่งเมื่อท่านได้ฟังจบก็บรรลุถึงภูมิที่ 8 แห่งพระโพธิสัตว์ จึงตั้งปณิธานว่า หากในอนาคตท่านจะสามารถทำประโยชน์สุขให้แก่ปวงสรรพสัตว์ได้ ก็ขอให้มีมือพันมือ ตาพันตา ในเดี๋ยวนั้น แล้วท่านก็มีมือและตาอย่างที่ขอนั้นจริง ๆ เรื่องพันมือพันตานี้น่าจะมีนัยความหมายถึงการที่ท่านได้เฝ้าดูทุกข์สุขและยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือปวงสรรพสัตว์อย่างกว้างขวางและทั่วถึง
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2073.jpg http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2074.jpg
ยังเชื่อกันอีกว่าพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์นี้มีกำเนิดจากแสงสว่าง (หรือบางตำราก็ว่าเป็น น้ำตา) ที่ออกมาจากดวงตาข้างขวาของพระอมิตตาภพุทธเจ้า โดยประทับมาบนดอกบัวที่มาพร้อมกับคาถา หรือบทสวดสรรเสริญที่ว่า โอม มณี ปัทเม หูม ในภาษาสันสกฤต ส่วนทางจีนใช้ว่า โอม มา นี ปะ หมี่ ฮง ซึ่งปรากฏเป็นจิตรกรรมอยู่ที่ฝ้าเพดาน โดยจัดวางโครงสีเป็นสีน้ำเงิน แดง และทอง
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2075.jpg http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2076.jpg http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2077.jpg
คาถา 6 คำนี้ เป็นคาถาที่ใช้ในการขับไล่สิ่งชั่วร้ายต่าง ๆ มีเรื่องเล่าว่าเมื่อครั้งที่พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์กำลังเข้าสมาธิบำเพ็ญบารมี ก็เกิดมีเหล่าหมู่มารมาราวี ท่านได้เปล่งวาจาออกมาเป็นคำ 6 คำ ที่ว่านี้ ทำให้หมู่มารต้องแพ้พ่ายแตกกระเจิงไป
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2067.jpg
ฝ้าเพดานประดับโคมแขวนแบบจีน
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2068.jpg http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2069.jpg
เป็นงานศิลปกรรมและจิตรกรรมฝีมือช่างจีน
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2070.jpg http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2071.jpg
ภายในบริเวณเดียวกันมีการจัดแสดงแบบจำลองของวัด และป้ายนิทรรศการเกี่ยวกับความเป็นมาของวัด และสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ภายในวัด
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2072.jpg
มองออกไปนอกหน้าต่างด้านหลังวิหารแห่งนี้ เห็นเรือนแถวคล้ายกุฏิสงฆ์อยู่ทางเบื้องล่าง
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2078.jpg http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2079.jpg
เดินขึ้นบันไดไปชั้นบนอีกชั้นหนึ่ง ได้เห็นผลงานการตกแต่งตัวอาคารที่ต้องใช้เวลาถึง 4 ปี กว่าจะลงตัว และงานสีที่ต้องใช้ช่างถึง 10 คน กับเวลา 4 เดือน
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2080.jpg
ช่องแสงตรงระเบียงทางเดิน
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2081.jpg
หลังคาระเบียงทางเดินบริเวณทางเข้าวิหารชั้นบน
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2082.jpg
ป้ายด้านหน้าเหนือประตูทางเข้าบอกว่าชื่อ วิหารสุขาวดีหมื่นพุทธ คำว่า สุขาวดี นั้น น่าจะหมายถึง แดนสุขาวดีพุทธเกษตร ตามความเชื่อของฝ่ายมหายาน ซึ่งว่ากันว่าเป็นดินแดนแห่งความสุขสงบ ไม่มีทุกข์มาแผ้วพาน อยู่ทางด้านทิศตะวันตกในอีกโลกธาตุหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ประทับของพระอมิตตาภพุทธเจ้า และพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ส่วนคำว่า หมื่นพุทธ นั้น ก็น่าจะหมายถึง พระพุทธเจ้าหนึ่งหมื่นพระองค์ แต่ก็ยังไม่รู้ที่มาที่ไปว่าทำไมถึงต้องเป็น หมื่น-พุทธ ที่ผ่านมาก็ได้เห็นก็ได้ยินถึงวัด วิหาร และเจดีย์ ของมหายาน และเซน หลายแห่งที่มีการสร้างรูปบูชาของพระพุทธรูปองค์เล็ก ๆ ไว้จำนวนเท่าที่เรียกชื่อ หรือไม่ก็น่าจะมีจำนวนใกล้เคียงนี้ แม้แต่ฝรั่งที่สนใจก็ยังรู้จักกับชื่อ Ten thousand Buddhas ในไทยเราก็มีวัดชื่อ วัดหมื่นพุทธเมตตาคุณาราม ซึ่งเป็นวัดจีน อยู่ที่อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2087.jpg
ป้ายด้านในเหนือประตูบอกว่าเป็นดินแดน หมื่นพุทธสุขาวดีพุทธเกษตร คำว่า พุทธเกษตร เป็นคำที่ใช้เรียกโลกธาตุที่มีพระพุทธเจ้าไปอยู่ คำนี้เมื่อได้เห็นครั้งแรก ๆ ยังเผลอเข้าใจเอาว่า เป็นสมาคมหรือมูลนิธิอะไรสักอย่างที่รณรงค์ให้มีการทำการเกษตรแบบวิถีพุทธ ซึ่งเรื่องเกี่ยวกับพุทธเกษตรเหล่านี้ทางฝ่ายเถรวาท หรือ หินยาน ไม่มีการพูดถึงไว้ แม้แต่ท่านเว่ยหล่าง ซึ่งท่านเป็นมหายานนิกายเซน ท่านยังสอนให้ฝึกชำระจิตของตนให้สะอาด แทนการสวดภาวนาถึงพระอมิตตาภพุทธเจ้า
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2083.jpg http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2084.jpg
ตรงกลางวิหารมีรูปบูชาประธานอยู่ 3 องค์ ที่เปรียบได้เป็นตรีกายพุทธะแห่งแดนสุขาวดี องค์กลางคือ พระอมิตตาภพุทธเจ้า ทางขวาของพระอมิตตาภพุทธเจ้าคือ พระมหาสถามปราบตโพธิสัตว์ ส่วนองค์ทางซ้ายของพระอมิตตาภพุทธเจ้าก็คือ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ แต่ละองค์ก็มีความเป็นเอกเฉพาะตัว พระอมิตตาภพุทธเจ้านั้นมีความยุติธรรมเป็นเอก พระมหาสถามปราบตโพธิสัตว์มีความเสียสละเป็นเอก ส่วนพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ก์มีความเมตตากรุณาเป็นเอก
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2085.jpg
เรื่องความเชื่อเหล่านี้ก็คงคล้าย ๆ กับการก่อสร้างปราสาทขอมที่เป็นพุทธสถานในสมัยหลัง ที่ได้สร้างขึ้นหลังจากได้รับอิทธิพลความเชื่อตามพุทธศาสนาฝ่ายมหายานแล้ว จะมีการสร้างประสาทขึ้น 3 หลังเป็นประธาน หลังกลางเป็นที่ประดิษฐานของพระนาคปรก หรือพระชยพุทธมหานาถ ซึ่งเป็นสัญญลักษณ์ตัวแทนของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ส่วนอีก 2 หลังใช้ เป็นที่ประดิษฐานของ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์และ พระมหาสถามปราบตโพธิสัตว์
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2086.jpg
ฐานหินที่ใช้ประดิษฐานพระอมิตตาภพุทธเจ้า พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ และพระมหาสถามปราบตโพธิสัตว์
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2087.jpg http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2088.jpg http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2089.jpg
พื้นฝ้าเพดานและหลังคาของวิหาร ใช้สีเขียวเป็นโทนสีหลัก
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2090.jpg http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2091.jpg http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2092.jpg
พระพุทธรูปองค์เล็กเรียงรายประดับผนังให้ครบ 10,000 องค์ ให้พอดีกับชื่อวิหารหมื่นพุทธฯ กว่าจะมาเป็นอย่างนี้ได้ ผู้มีจิตเป็นบุญกุศลได้ร่วมกันถวายเงินสร้างขึ้นองค์ละ 10,000 บาท
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2093.jpg http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2094.jpg
ภาพนูนลอยของพระพุทธรูป 9 องค์ ติดกรอบไม้ใช้ประดับผนัง องค์หนึ่งอยู่ตรงกลาง ที่เหลือรายล้อมอยู่ในกลีบดอกบัวทั้ง 8 ทิศ
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2095.jpg http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2096.jpg http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2097.jpg
ได้แต่ชื่นชมถึงความงดงามที่ลงตัวทั้งวัตถุและการจัดแสง แต่ไม่กล้าฟันธงถึงนามของแต่พระพุทธรูปแต่ละองค์ และนัยความหมายของการนำมาแสดงไว้ ไม่รู้ว่า หมื่นพุธ จะนับรวมพระพุทธรูปประดับเหล่านี้ไว้ด้วยหรือไม่
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2098.jpg http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2099.jpg http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2100.jpg
ช่องแสงแบบจีน ถ้าเป็นโบสถ์ฝรั่งคงได้เห็นช่องแสงที่เป็นรูปกระจกสีสเตนกลาส
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2101.jpg http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2102.jpg
เดินออกจากแดนสุขาวดีกลับย้อนลงบันได แต่ลงไปอีก 2 ชั้น มีสวนหย่อมแบบจีนเล็ก ๆ :ซึ่งด้านบนเปิดเป็นช่องโล่งรับแสงและอากาศ
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2103.jpg http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2104.jpg http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2105.jpg
ถึงจะเป็นสวนหย่อมเล็ก ๆ ในอาคาร ที่อาจจะไม่มีอะไรดึงดูดให้น่าสนใจมากนัก แต่ช่วงนี้ก็ยังต้องรอคิวถ่ายภาพด้วยเหมือนกัน
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2106.jpg http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2107.jpg
ส่วนนี้อยู่ที่ชั้น 2 ถ้าเข้าใจเอาเองแล้วไม่ผิด ก็น่าจะเป็นส่วนที่เรียกว่า วิหารบูรพาจารย์ รูปจำลองที่เห็นนั่งอยู่ตรงกลาง ก็น่าจะเป็นท่านพระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร หรือ ท่านโพธิ์แจ้งมหาเถระ ซึ่งเป็นผู้วางรากฐานการบริหารปกครองและสร้างความรุ่งเรืองให้แก่คณะสงฆ์จีนในประเทศไทย ท่านเป็นอุปัชฌาย์รูปแรกแห่งจีนนิกาย และเป็นเจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย องค์ที่ 6 ท่านละสังขารไปเมื่อปี 2529
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2108.jpg
ฝั่งตรงข้ามกันเป็นหอธรรม ซึ่งไม่ได้เปิดให้เข้าไปแวะชม
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2109.jpg
เดินกลับออกมาทางด้านหน้าวัด เห็นหลายคนกำลังให้ความใส่ใจอยู่กับการแก้ชงกับดวงปี ซึ่งคำว่า ชง มีความหมายถึง การปะทะ หรือการเป็นปฏิปักษ์ ซึ่งเกิดจากการที่ปีนักษัตรจีนมีการสลับปรับเปลี่ยนแปรธาตุกัน ระหว่างธาตุดิน ธาตุทอง ธาตุน้ำ ธาตุไม้ และธาตุไฟ นอกจากอาการ ชง แล้ว ยังมี ไห่ ซึ่งก็ไม่ดีเพราะหมายถึงการให้ร้าย เฮ้ง ก็เป็นการเบียดเบียน ต้อง ฮะ ถึงจะเป็นดวงสมพงษ์ ปีนี้เชื่อกันว่าคนเกิดปีชวด ปีมะเมีย ปีระกา และปีเถาะ นั้น ควรจะไปสะเดาะเคราะห์ หรือถึงไม่มีเคราะห์อะไร ถ้าจะไปทำบุญสวดมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลก็น่าจะสบายใจอยู่
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2111.jpg
แอบชะโงกออกไปดูที่ถนนด้านหน้าวัด ฝั่งตรงข้ามเห็นเป็นที่จอดรถเมล์ต้นสายอยู่ 2 สาย สายแรกคือ 127 เป็นรถสีขาว-น้ำเงิน ที่วิ่งออกจากเชิงสะพานอรุณอัมรินทร์ ผ่านพาต้า เซ็นทรัลปิ่นเกล้า สายใต้ ตลิ่งชัน ไปวนรถยูเทิร์นที่พุทธมณฑลสาย 2 แล้วมาเลี้ยวซ้ายเข้าถนนกาญจนาภิเษก ผ่านปากซอยวัดศรีประวัติ ซอยกันตนา ไปจนถึงบางใหญ่ แล้วไปเลี้ยวเข้าตลาดบางบัวทอง
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2112.jpg
ส่วนอีกสายหนึ่งเป็นรถท้องถิ่นในจังหวัดนนทบุรี สาย 1003 ตัวรถสีน้ำเงิน วิ่งอยู่ระหว่างท่าน้ำนนท์ กับบางบัวทอง
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/350/4350/images/exit2110.jpg
เพิ่งตื่นรู้ก็วันนี้นี่เองว่าการไปแดนสุขาวดีนั้นก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร รถเมล์ก็มีไปถึง แถมบางคันบริการจอดส่งให้ลงตรงประตูหน้าวัดกันเลย !!!


:yoyo_0144:http://www.oknation.net/blog/exit/2008/03/28/entry-1 (http://www.oknation.net/blog/exit/2008/03/28/entry-1)