cyberstep
05-27-2008, 08:22 PM
ประวัติโดยรวมของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ประสูติ
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ทรงเป็นพระธิดาพระองค์แรกใน สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๖
เวลา ๑๑.๐๗ น. หลังเที่ยง (ตามเวลาในประเทศอังกฤษ) ณ สถานพยาบาล เลขที่ ๔๘
Lexham gardens กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ พระนามในพระสูติบัตรเมื่อแรกประสูติ คือ เมย์
ตามเดือนที่ประสูติ
สมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ทรงมีพระอนุชา ๒ พระองค์ คือ
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร์
และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระภัทรมหาราช พระโทรเลขลงวันที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๖
สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร
ทรงส่งจากลอนดอนมายังกรุงเทพฯ เรื่องพระราชนัดดาองค์แรกประสูติ
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=510 align=center border=0><TBODY><TR><TD class=heading height=35>พระอิสริยศักดิ์</TD></TR><TR><TD>พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า
หม่อมเจ้ากัลยาณิวัฒนา ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๐ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงสถาปนาเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา และในพ.ศ. ๒๔๗๘
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงเฉลิมพระเกียรติเป็น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ทั้ง ๓ พระองค์ ...ได้ทรงร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา
แต่ยังทรงพระเยาว์ ทั้งเป็นผู้ที่ทรงเคารพนับถือในฐานะที่ทรงมีอุปการคุณ
มาแต่หนหลัง... ไม่เพียงแต่เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ได้ทรงมีความเอื้ออาทรและเกื้อกูลเป็นอันมากต่อพระอนุชา
ทั้ง ๒ พระองค์ หากแม้ในขณะที่พระอนุชาทั้ง ๒ พระองค์ เสด็จดำรงเถลิงถวัลยราชสมบัติ
เป็นมิ่งขวัญร่มฉัตรแก่พสกนิกรชาวไทย
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ยังได้ทรงบำเพ็ญพระราชกิจน้อยใหญ่
สนองเบื้องพระยุคลบาทไว้เป็นอเนกประการแก่บ้านเมือง พ.ศ. ๒๔๘๗ ทรงกราบถวายบังคม
ลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์เพื่อทรงเสกสมรส
ต่อมาพ.ศ. ๒๔๙๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมพระบรมราชโองการ
ประกาศสถาปนาให้กลับทรงพระอิสริยายศฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ ตามเดิมทุกประการ
ครั้นพ.ศ. ๒๕๓๘ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ทรงเจริญพระชนมาย
ุครบ ๖ รอบ เสมอด้วยพระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
และเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชย์สมบัติครบ ๕๐ ปี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯสถาปนา
พระอิสริยศักดิ์ เป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายในตามธรรมเนียมราชประเพณีเป็นพระองค์แรก
และพระองค์เดียวในรัชกาล ทรงพระนาม ตามพระสุพรรณบัฎว่า
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=510 align=center border=0><TBODY><TR><TD class=heading height=35>นัยความหมายแห่งพระนาม</TD></TR><TR><TD>นัยความหมายแห่งพระนามในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา
กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ นั้น เนื้อความมี ๓ ตอนด้วยกัน คือ
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=500 align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top width=48 height=57>๑.
</TD><TD width=452>สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ หมายถึงทรงเป็นสมเด็จพระโสทรเชษฐภคินี พระองค์ใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (โสทรเป็นคำสนธิระหว่าง
ส แปลว่าร่วม และ อุทรแปลว่าท้อง รวมความแปลว่าพี่สาวร่วมท้องของพระเจ้าแผ่นดิน)
</TD></TR><TR><TD vAlign=top></TD><TD></TD></TR><TR><TD vAlign=top>๒.
</TD><TD>เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา คำว่า เจ้าฟ้า นั้นเป็นพระราชสกุลยศสูงสุดรองจาก
พระเจ้าแผ่นดินลงมา ตามพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
เรื่อง ธรรมเนียมราชตระกูลในกรุงสยาม เจ้าฟ้ามีได้ ๑๑ ประเภท แต่โดยส่วนของ
สมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเป็น เจ้าฟ้าชั้นโท มีคำขาน
พระนามลำลองว่า สมเด็จ เช่น สมเด็จหญิง เป็นต้น คำว่า กัลยาณิวัฒนา
เป็นพระนามพระราชทาน จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
อีกทั้งสร้อยพระนาม วัฒนา ก็มาจาก สว่างวัฒนา อันเป็นพระนามาภิไธย
เดิมของ ผู้ทรงเป็น สมเด็จย่า ของพระองค์นั่นเอง
</TD></TR><TR><TD vAlign=top></TD><TD></TD></TR><TR><TD vAlign=top>๓.
</TD><TD>กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระราชประเพณีไทยในการสถาปนา พระอิสริยศักดิ์หรือฐานะของเจ้านายให้สูงขึ้นนั้น ปรากฏมาแต่ครั้งกรุงสุโขทัย
เป็นราชธานีจนถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาสืบเนื่องมาจนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
ดังที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราโชบาย
ไว้ในหนังสือเรื่อง ธรรมเนียมราชตระกูลในกรุงสยาม ว่า
...ยศพระบรมวงศานุวงศ์ที่เป็นเจ้าฟ้าก็ดี พระองค์เจ้าก็ดี หม่อมเจ้าก็ดี
เป็นตำแหน่งสำหรับเลื่อนขึ้นได้ แล้วแต่พระเจ้าแผ่นดินจะโปรดเกล้าฯ...
และมีข้อน่าสังเกตอยู่ว่า เมื่อครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงพระราชดำริว่า พระราชโอรส พระราชธิดาในพระองค์ ควรจะมีพระนาม
เป็นเกียรติแก่เมืองต่างๆในสยามรัฐสีมาอาณาจักร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้สถาปนาพระอิสริยศักดิ์ขึ้นทรงกรมตามนามเมืองเป็นพระราชประเพณีสืบมา
เฉพาะแต่พระราชโอรส พระราชธิดาที่พระราชสมภพแต่สมเด็จ พระศรีสวรินทิรา
บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า นั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนา
พระอิสริยศักดิ์ทรงกรมตามนามเมืองทางภาคใต้ เช่น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
เจ้าฟ้าสมมติวงศ์วโรทัย กรมขุนศรีธรรมราชธำรงฤทธิ์ สมเด็จพระราชปิตุจฉา
เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร และสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ
เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ (ต่อมาทรงได้รับการเฉลิม
พระนามาภิไธยพระบรมอัฐิเป็นสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม
พระบรมราชชนก เมื่อพ.ศ.๒๕๑๓) เหตุดังกล่าวนี้ต่อมายังผลให้พระนาม
กรมของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ มีพระนาม
ตามนามเมืองในภาคใต้ ตามสายราชสกุลที่สืบต่อมา แต่กาลก่อน
</TD></TR><TR><TD></TD><TD></TD></TR></TBODY></TABLE>ในประวัติศาสตร์แห่งพระราชอาณาจักรไทย ยังไม่มีปรากฏว่ามีขัตติยราชนารีพระองค์ใด
ที่ทรงพระคุณเป็นอเนกปริยาย ทรงสถิตเป็นหลักชัยมั่นในที่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
มากว่า ๗๒ ปี และแม้จะทรงเจริญพระชนมายุขึ้นสูง ก็มิได้เป็นเครื่องชักจูง ให้ทรงย่อท้อ
หรือหวั่นไหว หากแต่ทรงมีพระหฤทัยที่แน่วแน่และมุ่งมั่น ทำให้พระราชกิจน้อยใหญ่
ที่ทรงปฏิบัติบำเพ็ญบรรลุศุภผลยังประโยชน์และความผาสุกมั่นคง ให้เกิดแก่อาณาประชาราษฎร์
และประเทศไทย อย่างกว้างใหญ่ไพศาล พสกนิกรทุกหมู่เหล่าทั่วทุกเขตคามและขอบขัณฑสีมา
จึงมีความผาสุกร่มเย็นทั่วหน้ากัน
มูลนิธิ พอ.สว.
นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๗ ขณะที่สมเด็จพระบรมราชชนนีเสด็จแปรพระราชฐาน
และประทับแรม ณ พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ ได้ทรงทราบด้วยพระเนตร
พระกรรณ ถึงความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นขัดสนในเรื่องอาหารการกิน ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม
และยารักษาโรคเมื่อยามเจ็บไข้ของตำรวจตระเวนชายแดนและราษฏรทั่วไปที่อยู่ในท้องถิ่น
ทุรกันดารเรื่อยมา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้จัดตั้ง
หน่วยแพทย์อาสา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ใช้ชื่อย่อวา พอ.สว. ขึ้นเ
มื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๒ โดยเชิญชวนนายแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร
และพยาบาลเข้ามาเป็นอาสาสมัคร เป็นหน่วยแพทย์อาสาเคลื่อนที่ในพระองค์เดินทาง
ไปทำการรักษาพยาบาลผู้เจ็บป่วยในหมู่บ้านที่ห่างไกลทุรกันดาร ต่อมาได้พัฒนา
และเจริญก้าวหน้ามาตามลำดับจนมี พอ.สว. ประจำจังหวัดรวม ๕๐ จังหวัดทั่วประเทศ
และเพิ่มภารกิจมากขึ้น จากการเป็นหน่วยแพทย์อาสาเคลื่อนที่ก็มี แพทย์ทางอากาศ
หรือ แพทย์ทางวิทยุ ช่วยรักษาทางวิทยุ ช่วยนำผู้ป่วยบางประเภทมารักษา
ยังโรงพยาบาลจังหวัดหรือในกรุงเทพ ฯ พร้อมทั้งออกค่ารักษาพยาบาลให้ด้วย เป็นต้น
และในปี พ.ศ.๒๕๑๗ ได้พระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้จดทะเบียนเป็น
มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (มูลนิธิ พอ.สว.)
เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๗ โดยทรงเป็นองค์ประธานกิตติมศักดิ์ด้วยสมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้โดยเสด็จฯ
สมเด็จพระบรมราชชนนีในกิจการของ พอ.สว. มาตลอด ตั้งแต่ครั้งยังเป็นหน่วยแพทย์
พอ.สว.จนกระทั่งเป็นมูลนิธิ พอ.สว. จะปรากฏเห็นกันโดยทั่วไปว่าทั้งสองพระองค์เสด็จ ฯ
เยี่ยมราษฎร ทรงนำหน่วยแพทย์ พอ.สว.ไปทำการตรวจรักษาผู้ป่วย ณ หมู่บ้านต่าง ๆ
ซึ่งเป็นถิ่นทุรกันดาร และในบางรายได้ทรงรับผู้ป่วยไว้ในพระราชานุเคราะห์ส่งต่อไปรักษา
ณ โรงพยาบาลในส่วนจังหวัดหรือกรุงเทพ ฯ ส่วนมาก จะเห็นว่าเสด็จ ฯโดยเฮลิคอปเตอร์
เพราะเป็นถิ่นทุรกันดาร บางแห่งไม่มีทางรถยนต์ มีแต่ทางเท้า แต่ก็มีประชาชนมาเฝ้า ฯ
รับเสด็จ ฯ และมาขอรับการตรวจอย่างเนืองแน่น ทำให้สุขภาพอนามัยของประชาชน
ในถิ่นทุรกันดารดีขึ้นตามลำดับ จำนวนผู้มาเฝ้า ฯ กลับเพิ่มทวีขึ้น เพราะพวกเขาเจริญขึ้น
ทั้งทางสุขภาพอนามัยและความเป็นอยู่มากขึ้น แต่มารับการตรวจรักษาน้อยลง จวบจนเมื่อสมเด็จพระบรมราชชนนีเสด็จสวรรคต สมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ
กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จึงทรงเป็นองค์ประธานกิตติมศักดิ์ กล่าวได้ว่า สมเด็จฯ
เจ้าฟ้าฯ กัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงรับเป็นประธานกิตติมศักดิ์
ของมูลนิธิ พอ.สว. ไม่ใช่เป็นเพียง พระราชมรดก แต่ทรงเห็นแก่สุขภาพอนามัย
ความเป็นอยู่ ตลอดจนการศึกษาและการพัฒนา คน ของประชาชนคนไทย
ซึ่งอยู่ในถิ่นทุรกันดาร เขตแดนที่มีความเจริญน้อยกว่าเป็นสำคัญ ด้วยพระเมตตา
จะให้พวกเขาเหล่านั้นมีชีวิต มีวิญญาณสมกับเป็น คน มีคุณภาพชีวิต มีครอบครัว
มีสังคมที่มีความสุข เป็นน้ำพระหฤทัยที่เปี่ยมไปด้วยพระเมตตาและพระกรุณาธิคุณ
อย่างใหญ่หลวง โดยมิได้คิดถึงพระองค์เองเลยสักนิดว่าจะต้องทรงงาน ต้องทรงตรากตรำ
พระวรกายมากเพียงใด เพียงเพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นมีความสุขสมบูรณ์เท่านั้น
เดินทางจากบ้านป่า มากราบลา ครั้งสุดท้าย
สักการะน้อมใจกาย ถวายสมเด็จพระเจ้าพี่นางฯ
แต่น้อย จนคุ้มใหญ่ จำขึ้นใจ แม้เพียงครั้ง
เคยรับ พระราชทาน ตุ๊กตา กับ ขาเทียม
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพพุทธเจ้า ทีมงานอกาลิโก
แสงหนึ่งคือรุ้งงาม
DOWNLOAD (http://www.beupload.com/download/?2260dcdd43f0e004518d25514429d6ed)
ดอกแก้วกัลยา
DOWNLOAD (http://www.beupload.com/download/?23d2b79b2b43f49cb84561ffbf64c1a5)
</TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ประสูติ
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ทรงเป็นพระธิดาพระองค์แรกใน สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๖
เวลา ๑๑.๐๗ น. หลังเที่ยง (ตามเวลาในประเทศอังกฤษ) ณ สถานพยาบาล เลขที่ ๔๘
Lexham gardens กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ พระนามในพระสูติบัตรเมื่อแรกประสูติ คือ เมย์
ตามเดือนที่ประสูติ
สมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ทรงมีพระอนุชา ๒ พระองค์ คือ
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร์
และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระภัทรมหาราช พระโทรเลขลงวันที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๖
สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร
ทรงส่งจากลอนดอนมายังกรุงเทพฯ เรื่องพระราชนัดดาองค์แรกประสูติ
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=510 align=center border=0><TBODY><TR><TD class=heading height=35>พระอิสริยศักดิ์</TD></TR><TR><TD>พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า
หม่อมเจ้ากัลยาณิวัฒนา ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๐ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงสถาปนาเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา และในพ.ศ. ๒๔๗๘
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงเฉลิมพระเกียรติเป็น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ทั้ง ๓ พระองค์ ...ได้ทรงร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา
แต่ยังทรงพระเยาว์ ทั้งเป็นผู้ที่ทรงเคารพนับถือในฐานะที่ทรงมีอุปการคุณ
มาแต่หนหลัง... ไม่เพียงแต่เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ได้ทรงมีความเอื้ออาทรและเกื้อกูลเป็นอันมากต่อพระอนุชา
ทั้ง ๒ พระองค์ หากแม้ในขณะที่พระอนุชาทั้ง ๒ พระองค์ เสด็จดำรงเถลิงถวัลยราชสมบัติ
เป็นมิ่งขวัญร่มฉัตรแก่พสกนิกรชาวไทย
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ยังได้ทรงบำเพ็ญพระราชกิจน้อยใหญ่
สนองเบื้องพระยุคลบาทไว้เป็นอเนกประการแก่บ้านเมือง พ.ศ. ๒๔๘๗ ทรงกราบถวายบังคม
ลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์เพื่อทรงเสกสมรส
ต่อมาพ.ศ. ๒๔๙๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมพระบรมราชโองการ
ประกาศสถาปนาให้กลับทรงพระอิสริยายศฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ ตามเดิมทุกประการ
ครั้นพ.ศ. ๒๕๓๘ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ทรงเจริญพระชนมาย
ุครบ ๖ รอบ เสมอด้วยพระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
และเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชย์สมบัติครบ ๕๐ ปี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯสถาปนา
พระอิสริยศักดิ์ เป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายในตามธรรมเนียมราชประเพณีเป็นพระองค์แรก
และพระองค์เดียวในรัชกาล ทรงพระนาม ตามพระสุพรรณบัฎว่า
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=510 align=center border=0><TBODY><TR><TD class=heading height=35>นัยความหมายแห่งพระนาม</TD></TR><TR><TD>นัยความหมายแห่งพระนามในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา
กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ นั้น เนื้อความมี ๓ ตอนด้วยกัน คือ
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=500 align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top width=48 height=57>๑.
</TD><TD width=452>สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ หมายถึงทรงเป็นสมเด็จพระโสทรเชษฐภคินี พระองค์ใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (โสทรเป็นคำสนธิระหว่าง
ส แปลว่าร่วม และ อุทรแปลว่าท้อง รวมความแปลว่าพี่สาวร่วมท้องของพระเจ้าแผ่นดิน)
</TD></TR><TR><TD vAlign=top></TD><TD></TD></TR><TR><TD vAlign=top>๒.
</TD><TD>เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา คำว่า เจ้าฟ้า นั้นเป็นพระราชสกุลยศสูงสุดรองจาก
พระเจ้าแผ่นดินลงมา ตามพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
เรื่อง ธรรมเนียมราชตระกูลในกรุงสยาม เจ้าฟ้ามีได้ ๑๑ ประเภท แต่โดยส่วนของ
สมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเป็น เจ้าฟ้าชั้นโท มีคำขาน
พระนามลำลองว่า สมเด็จ เช่น สมเด็จหญิง เป็นต้น คำว่า กัลยาณิวัฒนา
เป็นพระนามพระราชทาน จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
อีกทั้งสร้อยพระนาม วัฒนา ก็มาจาก สว่างวัฒนา อันเป็นพระนามาภิไธย
เดิมของ ผู้ทรงเป็น สมเด็จย่า ของพระองค์นั่นเอง
</TD></TR><TR><TD vAlign=top></TD><TD></TD></TR><TR><TD vAlign=top>๓.
</TD><TD>กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระราชประเพณีไทยในการสถาปนา พระอิสริยศักดิ์หรือฐานะของเจ้านายให้สูงขึ้นนั้น ปรากฏมาแต่ครั้งกรุงสุโขทัย
เป็นราชธานีจนถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาสืบเนื่องมาจนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
ดังที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราโชบาย
ไว้ในหนังสือเรื่อง ธรรมเนียมราชตระกูลในกรุงสยาม ว่า
...ยศพระบรมวงศานุวงศ์ที่เป็นเจ้าฟ้าก็ดี พระองค์เจ้าก็ดี หม่อมเจ้าก็ดี
เป็นตำแหน่งสำหรับเลื่อนขึ้นได้ แล้วแต่พระเจ้าแผ่นดินจะโปรดเกล้าฯ...
และมีข้อน่าสังเกตอยู่ว่า เมื่อครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงพระราชดำริว่า พระราชโอรส พระราชธิดาในพระองค์ ควรจะมีพระนาม
เป็นเกียรติแก่เมืองต่างๆในสยามรัฐสีมาอาณาจักร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้สถาปนาพระอิสริยศักดิ์ขึ้นทรงกรมตามนามเมืองเป็นพระราชประเพณีสืบมา
เฉพาะแต่พระราชโอรส พระราชธิดาที่พระราชสมภพแต่สมเด็จ พระศรีสวรินทิรา
บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า นั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนา
พระอิสริยศักดิ์ทรงกรมตามนามเมืองทางภาคใต้ เช่น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
เจ้าฟ้าสมมติวงศ์วโรทัย กรมขุนศรีธรรมราชธำรงฤทธิ์ สมเด็จพระราชปิตุจฉา
เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร และสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ
เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ (ต่อมาทรงได้รับการเฉลิม
พระนามาภิไธยพระบรมอัฐิเป็นสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม
พระบรมราชชนก เมื่อพ.ศ.๒๕๑๓) เหตุดังกล่าวนี้ต่อมายังผลให้พระนาม
กรมของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ มีพระนาม
ตามนามเมืองในภาคใต้ ตามสายราชสกุลที่สืบต่อมา แต่กาลก่อน
</TD></TR><TR><TD></TD><TD></TD></TR></TBODY></TABLE>ในประวัติศาสตร์แห่งพระราชอาณาจักรไทย ยังไม่มีปรากฏว่ามีขัตติยราชนารีพระองค์ใด
ที่ทรงพระคุณเป็นอเนกปริยาย ทรงสถิตเป็นหลักชัยมั่นในที่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
มากว่า ๗๒ ปี และแม้จะทรงเจริญพระชนมายุขึ้นสูง ก็มิได้เป็นเครื่องชักจูง ให้ทรงย่อท้อ
หรือหวั่นไหว หากแต่ทรงมีพระหฤทัยที่แน่วแน่และมุ่งมั่น ทำให้พระราชกิจน้อยใหญ่
ที่ทรงปฏิบัติบำเพ็ญบรรลุศุภผลยังประโยชน์และความผาสุกมั่นคง ให้เกิดแก่อาณาประชาราษฎร์
และประเทศไทย อย่างกว้างใหญ่ไพศาล พสกนิกรทุกหมู่เหล่าทั่วทุกเขตคามและขอบขัณฑสีมา
จึงมีความผาสุกร่มเย็นทั่วหน้ากัน
มูลนิธิ พอ.สว.
นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๗ ขณะที่สมเด็จพระบรมราชชนนีเสด็จแปรพระราชฐาน
และประทับแรม ณ พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ ได้ทรงทราบด้วยพระเนตร
พระกรรณ ถึงความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นขัดสนในเรื่องอาหารการกิน ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม
และยารักษาโรคเมื่อยามเจ็บไข้ของตำรวจตระเวนชายแดนและราษฏรทั่วไปที่อยู่ในท้องถิ่น
ทุรกันดารเรื่อยมา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้จัดตั้ง
หน่วยแพทย์อาสา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ใช้ชื่อย่อวา พอ.สว. ขึ้นเ
มื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๒ โดยเชิญชวนนายแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร
และพยาบาลเข้ามาเป็นอาสาสมัคร เป็นหน่วยแพทย์อาสาเคลื่อนที่ในพระองค์เดินทาง
ไปทำการรักษาพยาบาลผู้เจ็บป่วยในหมู่บ้านที่ห่างไกลทุรกันดาร ต่อมาได้พัฒนา
และเจริญก้าวหน้ามาตามลำดับจนมี พอ.สว. ประจำจังหวัดรวม ๕๐ จังหวัดทั่วประเทศ
และเพิ่มภารกิจมากขึ้น จากการเป็นหน่วยแพทย์อาสาเคลื่อนที่ก็มี แพทย์ทางอากาศ
หรือ แพทย์ทางวิทยุ ช่วยรักษาทางวิทยุ ช่วยนำผู้ป่วยบางประเภทมารักษา
ยังโรงพยาบาลจังหวัดหรือในกรุงเทพ ฯ พร้อมทั้งออกค่ารักษาพยาบาลให้ด้วย เป็นต้น
และในปี พ.ศ.๒๕๑๗ ได้พระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้จดทะเบียนเป็น
มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (มูลนิธิ พอ.สว.)
เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๗ โดยทรงเป็นองค์ประธานกิตติมศักดิ์ด้วยสมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้โดยเสด็จฯ
สมเด็จพระบรมราชชนนีในกิจการของ พอ.สว. มาตลอด ตั้งแต่ครั้งยังเป็นหน่วยแพทย์
พอ.สว.จนกระทั่งเป็นมูลนิธิ พอ.สว. จะปรากฏเห็นกันโดยทั่วไปว่าทั้งสองพระองค์เสด็จ ฯ
เยี่ยมราษฎร ทรงนำหน่วยแพทย์ พอ.สว.ไปทำการตรวจรักษาผู้ป่วย ณ หมู่บ้านต่าง ๆ
ซึ่งเป็นถิ่นทุรกันดาร และในบางรายได้ทรงรับผู้ป่วยไว้ในพระราชานุเคราะห์ส่งต่อไปรักษา
ณ โรงพยาบาลในส่วนจังหวัดหรือกรุงเทพ ฯ ส่วนมาก จะเห็นว่าเสด็จ ฯโดยเฮลิคอปเตอร์
เพราะเป็นถิ่นทุรกันดาร บางแห่งไม่มีทางรถยนต์ มีแต่ทางเท้า แต่ก็มีประชาชนมาเฝ้า ฯ
รับเสด็จ ฯ และมาขอรับการตรวจอย่างเนืองแน่น ทำให้สุขภาพอนามัยของประชาชน
ในถิ่นทุรกันดารดีขึ้นตามลำดับ จำนวนผู้มาเฝ้า ฯ กลับเพิ่มทวีขึ้น เพราะพวกเขาเจริญขึ้น
ทั้งทางสุขภาพอนามัยและความเป็นอยู่มากขึ้น แต่มารับการตรวจรักษาน้อยลง จวบจนเมื่อสมเด็จพระบรมราชชนนีเสด็จสวรรคต สมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ
กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จึงทรงเป็นองค์ประธานกิตติมศักดิ์ กล่าวได้ว่า สมเด็จฯ
เจ้าฟ้าฯ กัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงรับเป็นประธานกิตติมศักดิ์
ของมูลนิธิ พอ.สว. ไม่ใช่เป็นเพียง พระราชมรดก แต่ทรงเห็นแก่สุขภาพอนามัย
ความเป็นอยู่ ตลอดจนการศึกษาและการพัฒนา คน ของประชาชนคนไทย
ซึ่งอยู่ในถิ่นทุรกันดาร เขตแดนที่มีความเจริญน้อยกว่าเป็นสำคัญ ด้วยพระเมตตา
จะให้พวกเขาเหล่านั้นมีชีวิต มีวิญญาณสมกับเป็น คน มีคุณภาพชีวิต มีครอบครัว
มีสังคมที่มีความสุข เป็นน้ำพระหฤทัยที่เปี่ยมไปด้วยพระเมตตาและพระกรุณาธิคุณ
อย่างใหญ่หลวง โดยมิได้คิดถึงพระองค์เองเลยสักนิดว่าจะต้องทรงงาน ต้องทรงตรากตรำ
พระวรกายมากเพียงใด เพียงเพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นมีความสุขสมบูรณ์เท่านั้น
เดินทางจากบ้านป่า มากราบลา ครั้งสุดท้าย
สักการะน้อมใจกาย ถวายสมเด็จพระเจ้าพี่นางฯ
แต่น้อย จนคุ้มใหญ่ จำขึ้นใจ แม้เพียงครั้ง
เคยรับ พระราชทาน ตุ๊กตา กับ ขาเทียม
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพพุทธเจ้า ทีมงานอกาลิโก
แสงหนึ่งคือรุ้งงาม
DOWNLOAD (http://www.beupload.com/download/?2260dcdd43f0e004518d25514429d6ed)
ดอกแก้วกัลยา
DOWNLOAD (http://www.beupload.com/download/?23d2b79b2b43f49cb84561ffbf64c1a5)
</TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE>