มดเอ๊ก
05-27-2008, 05:46 PM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="94%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=postbody vAlign=top><HR>http://www.dhammajak.net/gallery/albums/userpics/%E0%A2%C1%D2%B9%D1%B9%B7%D0%20%28%CD%D2%A8%D2%C3%C2%EC%E2%A1%C7%D4%B7%20%E0%CD%B9%A1%AA%D1%C2%29.jpg
ท่านเขมานันทะ
(อาจารย์โกวิท เอนกชัย)
อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา
อาจารย์โกวิท เอกนชัย (เขมานันทะ) วัย ๖๙ ปี
เป็นชาวจังหวัดสงขลา แต่เนื่องจากภารกิจหน้าที่ทำงาน
จึงต้องจากถิ่นฐานบ้านเกิดมาตั้งรกรากอยู่ที่กรุงเทพฯ
อาจารย์โกวิท เอนกชัย หรือ เขมานันทะ
ถือได้ว่าเป็นบุคคลที่ทำงานเขียนมาอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง ๓๗ ปี
มีประสบการณ์ทางด้านการศึกษาปฏิบัติธรรม
ที่ได้เรียนรู้โดยตรงจากครู ผู้ซึ่งเป็นสุดยอดของพระสงฆ์
ทั้งทางด้านปริยัติธรรมและปฏิบัติ
คือ ท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ และ หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
จึงทำให้ผลงานของท่านมีมุมมองพิเศษและลุ่มลึกในทางจิตวิญญาณ
จากรากฐานศาสนา ศิลปะวัฒนธรรมไทย
http://www.dhammajak.net/board/files/268_1203562820.jpg_152.jpg
ท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph__171.jpg
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
๏ นามปากกาที่ใช้
อาจารย์โกวิท เอนกชัย (MR.KOVIT ANAKECHAI) มีนามปากกา
เขมานันทะ , รุ่งอรุณ ณ.สนธยา, ฉับโผง, สหัสนัยน์,
กาลวิง (แปลว่านกกระจอก : สำหรับงานวิเคราะห์และวิจารณ์)
และ มุนีนันทะ (หนังสือ สุดปลายแผ่นดินโลก)
๏ ประวัติชีวิตส่วนตัว
วันเดือนปีเกิด เกิดเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๑
สถานที่เกิด อ.สทิงพระ จ.สงขลา
ที่อยู่และที่ทำงาน บ้านเลขที่ ๗/๓๒๕ หมู่บ้านบัวขาว ถ.รามคำแหง
แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร โทร. ๐๒๕๑๗-๓๒๗๑
๏ ประวัติการศึกษา
- ป. ๔ ร.ร. วัดชะแม อ.สทิงพระ จ.สงขลา
- ม. ๖ ร.ร. มหาวชิราวุธ อ.เมือง จ.สงขลา
- ม. ๘ ร.ร. อำนวยศิลป์ จ.พระนคร
- ปริญญาตรี คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. ๒๕๐๗
๏ ประวัติการทำงาน
พ.ศ. ๒๕๐๘-๒๕๑๐
รับราชการประจำ วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ สอนวิชาความซาบซึ้งในศิลปะ
พ.ศ. ๒๕๑๐-๒๕๑๔
บวชและศึกษาปฏิบัติธรรมอยู่กับ ท่านพุทธทาส สวนโมกขพลาราม
ขณะอยู่ในสมณเพศ ได้รับผิดชอบบุกเบิกค้นคว้าผลิตงานด้านศิลปะไทยจำนวนมาก
สืบต่อทั้งบทกวีและจิตรกรรมโบราณของไทย
เพื่อประดับตกแต่ง โรงมหรสพทางวิญญาณ ในสวนโมกขพลาราม
ซึ่งยังปรากฏหลักฐานสามารถใช้งานสอนธรรมะสืบต่อมาได้ถึงปัจจุบัน
และได้จาริกแสวงบุญ พร้อมกับเขียนหนังสือเกี่ยวกับธรรมะ
เรื่องราวของแง่มุมต่างๆ ของชีวิต ศิลปะวรรณกรรม และกวีนิพนธ์จำนวนมาก
พ.ศ. ๒๕๑๔-๒๕๑๕
ปฏิบัติธรรมเพียงลำพังในถ้ำเขาหินดำ จ.สงขลา
และลงมาเป็นอาจารย์บรรยายธรรมะ อยู่ที่วัดชลประทานรังสฤษฏ์ จ.นนทบุรี
เป็นวิทยากรบรรยายงานวิชาการหัวข้อ
วรรณกรรมในมุมมองทางจิตวิญญาณ
ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรุงเทพฯ
พ.ศ. ๒๕๑๖
ก่อตั้งสำนักสงฆ์ หาดแก้ว ที่ จ.สงขลา เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม
และทำภาวนาทางด้านจิตวิญญาณ
พ.ศ.๒๕๑๘
รับผิดชอบวางแผนและร่วมจัดงานสัมมนาระดับชาติ
ในประเด็นทางด้าน พุทธศาสนากับสังคม ที่สำนักสงฆ์หาดแก้ว จ.สงขลา
เป็นวิทยากร เสนองานวิชาการหัวข้อ
เอกภาพของสรรพสิ่ง-The Unity of All Subjects
ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพฯ
พ.ศ. ๒๕๑๙
ก่อตั้งมูลนิธิ อริยาภา เพื่อเผยแพร่พุทธธรรม ส่งเสริมศิลปะ การศึกษา
วัฒนธรรมอันดีงาม และสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประพฤติธรรมและเยาวชน
เพื่อทดลองการใช้ชีวิตและฝึกปฏิบัติธรรมร่วมกันในรูปแบบที่เหมาะสมกับสังคมปัจจุบัน
พ.ศ. ๒๕๑๙-๒๕๒๐
จาริกแสวงบุญ และศึกษาทางด้านธรรมะ ศิลปะ วัฒนธรรม
ใน ประเทศอินเดีย เนปาล ศรีลังกา และพม่า
พ.ศ. ๒๕๒๐-๒๕๒๒
ปฏิบัติธรรมที่ สำนักสงฆ์หาดแก้ว จ.สงขลา
เป็นอาจารย์สอนการปฏิบัติสมาธิ ที่ วัดผาลาด เชียงใหม่
จาริกแสวงบุญ และบรรยายธรรมะ ศิลป วัฒนธรรมไทย
ที่ประเทศอังกฤษ เยอรมันตะวันตก อิตาลี สวีเดน
จัดงานนิทรรศการทางด้านศิลปะในกรุงเทพฯ เพื่อหาทุนช่วยเหลือเด็กพิการ
พ.ศ. ๒๕๒๒-๒๕๒๕
ดำเนินการก่อตั้งและดูแล อาศรมนวชีวัน ที่ จ.สงขลา
เพื่อให้เป็นศูนย์กลางของเยาวชนคนหนุ่มสาวในการปฏิบัติธรรม
การเรียนรู้ทางด้านจิตวิญญาณ ศิลปะ และวัฒนธรรมไทย
แนะนำฝึกฝนการปฏิบัติธรรม ให้กับชาวบ้านในพื้นที่รอบอาศรมนวชีวัน
จัดโครงการคลินิกดูแลสุขภาพชาวบ้านภาคใต้รอบ อาศรมนวชีวัน
โดยการสนับสนุนจากคณะนักศึกษาแพทย์ จากมหาวิทยาลัยต่างๆ
ที่เข้าร่วมการปฏิบัติธรรมใน อาศรมนวชีวัน
จัดโครงการพานักศึกษาจากมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ และมหาวิทยาลัยต่างๆ
ที่เป็นเด็กชาวเมือง ที่มาปฏิบัติธรรมที่อาศรมนวชีวัน
ให้ได้เข้าไปในหมู่บ้านของชาวบ้านภาคใต้รอบอาศรมนวชีวัน
เพื่อให้นักศึกษาได้รู้จักและแลกเปลี่ยนความรู้กับชาวบ้าน
ได้เรียนรู้ชีวิตชาวนาภาคใต้ การทำเกษตรกรรม การทำประมง
และวัฒนธรรมท้องถิ่นภาคใต้ ทั้งหนังตะลุง มโนห์รา
และมหรสพดนตรีพื้นเมืองของชาวบ้าน
จัดโครงการปฏิบัติธรรม ฝึกฝนให้กับนักศึกษา พระภิกษุ และผู้สนใจทั่วไป
http://www.dhammajak.net/board/files/_2_182.jpg
พ.ศ. ๒๕๒๕
ได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์
ให้ไปเป็นอาจารย์บรรยายความรู้ในประเด็น
พุทธศาสนาและวัฒนธรรมไทย ให้กับกลุ่มผู้สนใจที่เข้ามาศึกษาในมหาวิทยาลัย
ดังเช่นกลุ่ม Singapore Zen Group
เข้าร่วมแสดงผลงานศิลปะ ในการแสดงงานนิทรรศการทางด้านศิลปะที่
Zen House ประเทศสิงคโปร์
บรรยายธรรมะและฝึกฝนการปฏิบัติภาวนา
ให้กับกลุ่มผู้ศึกษาปฏิบัติธรรม ในประเทศออสเตรเลีย
ลาสิกขาเมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๕๒๕
แต่ยังคงสอนธรรมะและปฏิบัติภาวนาอยู่ตลอดมา
พ.ศ. ๒๕๒๖
เป็นอาจารย์สอนวัฒนธรรมไทยและ สอนวิชา Symbolism in Art and Spiritual
ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติ สิงคโปร์ ระหว่างนี้ได้เขียนกวีนิพนธ์เป็นภาษาอังกฤษ
เผยแพร่ทั้งในไทยและในต่างประเทศ ชื่อหนังสือ The Valley
ซึ่งได้รับการกล่าวถึงและแนะนำในหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ
ดังเช่นหนังสือพิมพ์ชั้นนำของสิงคโปร์ที่ชื่อ STRAIT TIMES
กลับประเทศไทย
จัดตั้งกลุ่มศึกษาปฏิบัติธรรมในกรุงเทพ และประสานงานกับเจ้าหน้าที่
อาศรมนวชีวัน ที่สงขลา และจัดกิจกรรมฝึกฝนปฏิบัติภาวนา
ให้กับกลุ่มนักศึกษาและผู้ทำงานศิลปะ
พ.ศ. ๒๕๒๗-๒๕๒๘
เข้าร่วมในการประชุมทางด้านศาสนธรรมและจิตวิญญาณ
และเป็นคุรุผู้ดูแลฝึกฝนกลุ่มปฏิบัติภาวนาที่
Bad Boll Evangelische Akademie ประเทศเยอรมันตะวันตก
ได้รับเชิญให้ไปสอนการปฏิบัติภาวนาและแสดงนิทรรศการภาพศิลปะที่ Heimvolkshochshule Lindelhof in Bethel Village
เมือง Bielefeld ประเทศเยอรมันตะวันตก
เป็นคุรุผู้อบรมการปฏิบัติภาวนาที่ Theosophical Faculty of Botevonbethel, Bethel Village เมือง Bielefeld ประเทศเยอรมันตะวันตก
แสดงนิทรรศการงานศิลปะที่ เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
บรรยายธรรมะ ที่ วัดกัมพูชา ในเมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
เป็นคุรุอบรมการปฏิบัติภาวนาที่เมือง Teshino, ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
พ.ศ. ๒๕๒๙-๒๕๓๐
เข้าร่วมในการประชุมระหว่างประเทศ ในหัวข้อพุทธศาสตร์ศึกษา
ที่เมืองไทเป ประเทศไต้หวัน
บรรยายธรรมะจากรากฐานวัฒนธรรมไทย
และฝึกสอนการปฏิบัติธรรมในหลายสถานที่ ให้กับหลากหลายองค์กรในประเทศไทย
พ.ศ. ๒๕๓๐-๒๕๓๒
เข้าร่วมเป็นวิทยากรในงานสัมมนาและการประชุมหัวข้อ
The Supreme Being in Religions ที่ธรรมสถาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,
การประชุมเรื่องศิลปะและสันติภาพ ที่ธรรมสถาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,
เป็นองค์ปาฐกในงานประชุม Conference on Insight Meditation
ที่คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพฯ
พ.ศ. ๒๕๒๙-๒๕๓๓
เป็นวิทยากรรับเชิญ สอนนักศึกษาระดับปริญญาโท และปริญญาเอก
ทางด้านศิลปะวัฒนธรรมเปรียบเทียบ ทั้งไทย ตะวันออก ตะวันตก,
ศาสนาเปรียบเทียบและจิตวิทยาคลินิก ที่ มหาวิทยาลัยมหิดล
และ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
พ.ศ. ๒๕๓๓
เป็นอาจารย์พิเศษสอนนักศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก
ที่ มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย กรุงเทพฯ
เป็นวิทยากรรับเชิญ บรรยายความรู้ทางด้านสุนทรียภาพ
ให้กับคณาจารย์และนักศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรบรรยายธรรม ศิลป และวัฒนธรรมเปรียบเทียบ
และสอนการปฏิบัติภาวนาเป็นประจำที่ ธรรมสถาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ได้รับเชิญให้เข้าร่วมในการประชุมทางวิชาการหัวข้อ
Religion into Twenty-first Century ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
พ.ศ. ๒๕๓๔
เดินทางไปสหรัฐอเมริกา
เป็นวิทยากรบรรยายความรู้ในหัวข้อ
Religion and Rapid Cutural Change : A Buddhist Perspective
เป็นวิทยากร ที่ Swartmore College, University of Pensylvania
และในอีกหลายเมืองในสหรัฐอเมริกา
จัดคอร์สอบรมการปฏิบัติธรรมที่วัดไทยในเมืองเซนต์หลุยส์และชิคาโก
ที่ วัดจวงเหยียนในคาเมล นิวยอร์ก และในอีกหลายสถานที่
http://www.dhammajak.net/board/files/_6_108.jpg
พ.ศ. ๒๕๓๕-๒๕๓๙
ทำงานจิตรกรรม สอนการปฏิบัติภาวนา เป็นอาจารย์พิเศษสอนนักศึกษา
เขียนหนังสือ และตีพิมพ์ผลงานจำนวนมากทั้งทางด้านบทกวี วรรณกรรม
บทความอันเชื่อมโยงเปรียบเทียบทางด้านศิลปะ ศาสนา และวัฒนธรรม
อันเป็นรากฐานของสังคมไทย และนำเสนอควาคิดเห็น
ทางด้านการเปลี่ยนแปลงของพุทธศาสนาและวัฒนธรรมในสังคมไทยทางสื่อสิ่งพิมพ์
และรายการโทรทัศน์ รายการวิทยุจำนวนมาก
เขียนบทความประจำทางด้านศาสนาศิลปะ และวัฒนธรรมไทย
ใน หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ พร้อมไปกับการเขียนบทกวี ลำนำ ทางด้านศาสนา
ศิลป วัฒนธรรม การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และประเด็นร่วมสมัยต่างๆ ในสังคมไทย
พ.ศ. ๒๕๔๐-๒๕๔๑
เป็นวิทยากรประจำทุกเดือนในรายการ พบเขมานันทะ
จัดโดย ธรรมสถาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พ.ศ. ๒๕๔๑
ได้รับเชิญจากองค์กร The Buddhist Association of United States
เมืองคาเมล มลรัฐนิวยอร์ก ให้ไปจัดคอร์สอบรมภาวนาที่วัดจวงเหยียน สหรัฐอเมริกา
เป็นวิทยากรบรรยายธรรมะและศิลปวัฒนธรรม เปรียบเทียบตะวันออก-ตะวันตก
เป็นประจำทุกวันอาทิตย์ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
เป็นคุรุดูแลฝึกฝนผู้เข้าร่วมอบรมการปฏิบัติภาวนาที่
Dharmarama Temple ชิคาโก สหรัฐอเมริกา
บรรยายธรรมะ ที่ วัดพุทธ ที่เมืองบรองซ์ มลรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
เป็นวิทยากรบรรยายพร้อมฉายภาพสไลด์ทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมไทย
ที่ New York Buddhist Church, Jodoshinshu Temple นิวยอร์ก
จัดคอร์ส อบรมภาวนา ปฏิบัติธรรมที่ Dharmarama Temple ชิคาโก สหรัฐอเมริกา
จัดคอร์สอบรมภาวนาปฏิบัติธรรม และบรรยายธรรมะศาสนาเปรียบเทียบอีกหลายครั้ง
ทุกวันอาทิตย์ที่ Sri Ratanarama Temple เมืองเซนต์หลุยส์
บรรยายธรรมะศาสนาเปรียบเทียบ ในรายการวันอาทิตย์ที่
Buddhayanandaram Temple ลาสเวกัส
เมื่อกลับมาประเทศไทย ได้รับเชิญให้ไปอ่านบทกวี
in praise of the mother earth
ในพิธีเปิดกิจกรรมธรรมยาตราเพื่อทะเลสาบสงขลา ที่ จ.สงขลา
พ.ศ. ๒๕๔๒-ปัจจุบัน
สร้างสรรค์งานศิลปะ จิตรกรรม บทกวี บทความ บทบรรยายธรรม วรรณกรรม กวีนิพนธ์
มีหนังสือตีพิมพ์ออกมาเป็นประจำทุกปีติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง
จากสำนักพิมพ์ศยาม สำนักพิมพ์อมรินทร์ และสำนักพิมพ์พิมพ์คำ และสำนักพิมพ์สุขภาพใจ
โดยงานเขียนชุด จากดักแด้สู่ผีเสื้อ พิมพ์โดยพิมพ์คำสำนักพิมพ์เคยได้รับรางวัลที่ ๒
ของหนังสือประเภทสารคดี จากการประกวดหนังสือดีเด่นรางวัล
เซเว่นบุ๊คอวอร์ดครั้งที่ ๑ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๗
นอกจากนี้ ผลงานหนังสือของอาจารย์โกวิท เอนกชัย (เขมานันทะ) นั้น
ทางดร.สด ชื่น ชัยประสาทธน์ อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
เคยใช้เป็นหัวข้อทำงานวิจัยเรื่อง
วรรณกรรมและจิตรกรรมแนวเซอร์เรียลิสม์ในประเทศไทย เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๒๙
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ท่านเขมานันทะ
(อาจารย์โกวิท เอนกชัย)
อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา
อาจารย์โกวิท เอกนชัย (เขมานันทะ) วัย ๖๙ ปี
เป็นชาวจังหวัดสงขลา แต่เนื่องจากภารกิจหน้าที่ทำงาน
จึงต้องจากถิ่นฐานบ้านเกิดมาตั้งรกรากอยู่ที่กรุงเทพฯ
อาจารย์โกวิท เอนกชัย หรือ เขมานันทะ
ถือได้ว่าเป็นบุคคลที่ทำงานเขียนมาอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง ๓๗ ปี
มีประสบการณ์ทางด้านการศึกษาปฏิบัติธรรม
ที่ได้เรียนรู้โดยตรงจากครู ผู้ซึ่งเป็นสุดยอดของพระสงฆ์
ทั้งทางด้านปริยัติธรรมและปฏิบัติ
คือ ท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ และ หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
จึงทำให้ผลงานของท่านมีมุมมองพิเศษและลุ่มลึกในทางจิตวิญญาณ
จากรากฐานศาสนา ศิลปะวัฒนธรรมไทย
http://www.dhammajak.net/board/files/268_1203562820.jpg_152.jpg
ท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph__171.jpg
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
๏ นามปากกาที่ใช้
อาจารย์โกวิท เอนกชัย (MR.KOVIT ANAKECHAI) มีนามปากกา
เขมานันทะ , รุ่งอรุณ ณ.สนธยา, ฉับโผง, สหัสนัยน์,
กาลวิง (แปลว่านกกระจอก : สำหรับงานวิเคราะห์และวิจารณ์)
และ มุนีนันทะ (หนังสือ สุดปลายแผ่นดินโลก)
๏ ประวัติชีวิตส่วนตัว
วันเดือนปีเกิด เกิดเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๑
สถานที่เกิด อ.สทิงพระ จ.สงขลา
ที่อยู่และที่ทำงาน บ้านเลขที่ ๗/๓๒๕ หมู่บ้านบัวขาว ถ.รามคำแหง
แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร โทร. ๐๒๕๑๗-๓๒๗๑
๏ ประวัติการศึกษา
- ป. ๔ ร.ร. วัดชะแม อ.สทิงพระ จ.สงขลา
- ม. ๖ ร.ร. มหาวชิราวุธ อ.เมือง จ.สงขลา
- ม. ๘ ร.ร. อำนวยศิลป์ จ.พระนคร
- ปริญญาตรี คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. ๒๕๐๗
๏ ประวัติการทำงาน
พ.ศ. ๒๕๐๘-๒๕๑๐
รับราชการประจำ วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ สอนวิชาความซาบซึ้งในศิลปะ
พ.ศ. ๒๕๑๐-๒๕๑๔
บวชและศึกษาปฏิบัติธรรมอยู่กับ ท่านพุทธทาส สวนโมกขพลาราม
ขณะอยู่ในสมณเพศ ได้รับผิดชอบบุกเบิกค้นคว้าผลิตงานด้านศิลปะไทยจำนวนมาก
สืบต่อทั้งบทกวีและจิตรกรรมโบราณของไทย
เพื่อประดับตกแต่ง โรงมหรสพทางวิญญาณ ในสวนโมกขพลาราม
ซึ่งยังปรากฏหลักฐานสามารถใช้งานสอนธรรมะสืบต่อมาได้ถึงปัจจุบัน
และได้จาริกแสวงบุญ พร้อมกับเขียนหนังสือเกี่ยวกับธรรมะ
เรื่องราวของแง่มุมต่างๆ ของชีวิต ศิลปะวรรณกรรม และกวีนิพนธ์จำนวนมาก
พ.ศ. ๒๕๑๔-๒๕๑๕
ปฏิบัติธรรมเพียงลำพังในถ้ำเขาหินดำ จ.สงขลา
และลงมาเป็นอาจารย์บรรยายธรรมะ อยู่ที่วัดชลประทานรังสฤษฏ์ จ.นนทบุรี
เป็นวิทยากรบรรยายงานวิชาการหัวข้อ
วรรณกรรมในมุมมองทางจิตวิญญาณ
ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรุงเทพฯ
พ.ศ. ๒๕๑๖
ก่อตั้งสำนักสงฆ์ หาดแก้ว ที่ จ.สงขลา เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม
และทำภาวนาทางด้านจิตวิญญาณ
พ.ศ.๒๕๑๘
รับผิดชอบวางแผนและร่วมจัดงานสัมมนาระดับชาติ
ในประเด็นทางด้าน พุทธศาสนากับสังคม ที่สำนักสงฆ์หาดแก้ว จ.สงขลา
เป็นวิทยากร เสนองานวิชาการหัวข้อ
เอกภาพของสรรพสิ่ง-The Unity of All Subjects
ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพฯ
พ.ศ. ๒๕๑๙
ก่อตั้งมูลนิธิ อริยาภา เพื่อเผยแพร่พุทธธรรม ส่งเสริมศิลปะ การศึกษา
วัฒนธรรมอันดีงาม และสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประพฤติธรรมและเยาวชน
เพื่อทดลองการใช้ชีวิตและฝึกปฏิบัติธรรมร่วมกันในรูปแบบที่เหมาะสมกับสังคมปัจจุบัน
พ.ศ. ๒๕๑๙-๒๕๒๐
จาริกแสวงบุญ และศึกษาทางด้านธรรมะ ศิลปะ วัฒนธรรม
ใน ประเทศอินเดีย เนปาล ศรีลังกา และพม่า
พ.ศ. ๒๕๒๐-๒๕๒๒
ปฏิบัติธรรมที่ สำนักสงฆ์หาดแก้ว จ.สงขลา
เป็นอาจารย์สอนการปฏิบัติสมาธิ ที่ วัดผาลาด เชียงใหม่
จาริกแสวงบุญ และบรรยายธรรมะ ศิลป วัฒนธรรมไทย
ที่ประเทศอังกฤษ เยอรมันตะวันตก อิตาลี สวีเดน
จัดงานนิทรรศการทางด้านศิลปะในกรุงเทพฯ เพื่อหาทุนช่วยเหลือเด็กพิการ
พ.ศ. ๒๕๒๒-๒๕๒๕
ดำเนินการก่อตั้งและดูแล อาศรมนวชีวัน ที่ จ.สงขลา
เพื่อให้เป็นศูนย์กลางของเยาวชนคนหนุ่มสาวในการปฏิบัติธรรม
การเรียนรู้ทางด้านจิตวิญญาณ ศิลปะ และวัฒนธรรมไทย
แนะนำฝึกฝนการปฏิบัติธรรม ให้กับชาวบ้านในพื้นที่รอบอาศรมนวชีวัน
จัดโครงการคลินิกดูแลสุขภาพชาวบ้านภาคใต้รอบ อาศรมนวชีวัน
โดยการสนับสนุนจากคณะนักศึกษาแพทย์ จากมหาวิทยาลัยต่างๆ
ที่เข้าร่วมการปฏิบัติธรรมใน อาศรมนวชีวัน
จัดโครงการพานักศึกษาจากมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ และมหาวิทยาลัยต่างๆ
ที่เป็นเด็กชาวเมือง ที่มาปฏิบัติธรรมที่อาศรมนวชีวัน
ให้ได้เข้าไปในหมู่บ้านของชาวบ้านภาคใต้รอบอาศรมนวชีวัน
เพื่อให้นักศึกษาได้รู้จักและแลกเปลี่ยนความรู้กับชาวบ้าน
ได้เรียนรู้ชีวิตชาวนาภาคใต้ การทำเกษตรกรรม การทำประมง
และวัฒนธรรมท้องถิ่นภาคใต้ ทั้งหนังตะลุง มโนห์รา
และมหรสพดนตรีพื้นเมืองของชาวบ้าน
จัดโครงการปฏิบัติธรรม ฝึกฝนให้กับนักศึกษา พระภิกษุ และผู้สนใจทั่วไป
http://www.dhammajak.net/board/files/_2_182.jpg
พ.ศ. ๒๕๒๕
ได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์
ให้ไปเป็นอาจารย์บรรยายความรู้ในประเด็น
พุทธศาสนาและวัฒนธรรมไทย ให้กับกลุ่มผู้สนใจที่เข้ามาศึกษาในมหาวิทยาลัย
ดังเช่นกลุ่ม Singapore Zen Group
เข้าร่วมแสดงผลงานศิลปะ ในการแสดงงานนิทรรศการทางด้านศิลปะที่
Zen House ประเทศสิงคโปร์
บรรยายธรรมะและฝึกฝนการปฏิบัติภาวนา
ให้กับกลุ่มผู้ศึกษาปฏิบัติธรรม ในประเทศออสเตรเลีย
ลาสิกขาเมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๕๒๕
แต่ยังคงสอนธรรมะและปฏิบัติภาวนาอยู่ตลอดมา
พ.ศ. ๒๕๒๖
เป็นอาจารย์สอนวัฒนธรรมไทยและ สอนวิชา Symbolism in Art and Spiritual
ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติ สิงคโปร์ ระหว่างนี้ได้เขียนกวีนิพนธ์เป็นภาษาอังกฤษ
เผยแพร่ทั้งในไทยและในต่างประเทศ ชื่อหนังสือ The Valley
ซึ่งได้รับการกล่าวถึงและแนะนำในหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ
ดังเช่นหนังสือพิมพ์ชั้นนำของสิงคโปร์ที่ชื่อ STRAIT TIMES
กลับประเทศไทย
จัดตั้งกลุ่มศึกษาปฏิบัติธรรมในกรุงเทพ และประสานงานกับเจ้าหน้าที่
อาศรมนวชีวัน ที่สงขลา และจัดกิจกรรมฝึกฝนปฏิบัติภาวนา
ให้กับกลุ่มนักศึกษาและผู้ทำงานศิลปะ
พ.ศ. ๒๕๒๗-๒๕๒๘
เข้าร่วมในการประชุมทางด้านศาสนธรรมและจิตวิญญาณ
และเป็นคุรุผู้ดูแลฝึกฝนกลุ่มปฏิบัติภาวนาที่
Bad Boll Evangelische Akademie ประเทศเยอรมันตะวันตก
ได้รับเชิญให้ไปสอนการปฏิบัติภาวนาและแสดงนิทรรศการภาพศิลปะที่ Heimvolkshochshule Lindelhof in Bethel Village
เมือง Bielefeld ประเทศเยอรมันตะวันตก
เป็นคุรุผู้อบรมการปฏิบัติภาวนาที่ Theosophical Faculty of Botevonbethel, Bethel Village เมือง Bielefeld ประเทศเยอรมันตะวันตก
แสดงนิทรรศการงานศิลปะที่ เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
บรรยายธรรมะ ที่ วัดกัมพูชา ในเมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
เป็นคุรุอบรมการปฏิบัติภาวนาที่เมือง Teshino, ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
พ.ศ. ๒๕๒๙-๒๕๓๐
เข้าร่วมในการประชุมระหว่างประเทศ ในหัวข้อพุทธศาสตร์ศึกษา
ที่เมืองไทเป ประเทศไต้หวัน
บรรยายธรรมะจากรากฐานวัฒนธรรมไทย
และฝึกสอนการปฏิบัติธรรมในหลายสถานที่ ให้กับหลากหลายองค์กรในประเทศไทย
พ.ศ. ๒๕๓๐-๒๕๓๒
เข้าร่วมเป็นวิทยากรในงานสัมมนาและการประชุมหัวข้อ
The Supreme Being in Religions ที่ธรรมสถาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,
การประชุมเรื่องศิลปะและสันติภาพ ที่ธรรมสถาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,
เป็นองค์ปาฐกในงานประชุม Conference on Insight Meditation
ที่คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพฯ
พ.ศ. ๒๕๒๙-๒๕๓๓
เป็นวิทยากรรับเชิญ สอนนักศึกษาระดับปริญญาโท และปริญญาเอก
ทางด้านศิลปะวัฒนธรรมเปรียบเทียบ ทั้งไทย ตะวันออก ตะวันตก,
ศาสนาเปรียบเทียบและจิตวิทยาคลินิก ที่ มหาวิทยาลัยมหิดล
และ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
พ.ศ. ๒๕๓๓
เป็นอาจารย์พิเศษสอนนักศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก
ที่ มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย กรุงเทพฯ
เป็นวิทยากรรับเชิญ บรรยายความรู้ทางด้านสุนทรียภาพ
ให้กับคณาจารย์และนักศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรบรรยายธรรม ศิลป และวัฒนธรรมเปรียบเทียบ
และสอนการปฏิบัติภาวนาเป็นประจำที่ ธรรมสถาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ได้รับเชิญให้เข้าร่วมในการประชุมทางวิชาการหัวข้อ
Religion into Twenty-first Century ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
พ.ศ. ๒๕๓๔
เดินทางไปสหรัฐอเมริกา
เป็นวิทยากรบรรยายความรู้ในหัวข้อ
Religion and Rapid Cutural Change : A Buddhist Perspective
เป็นวิทยากร ที่ Swartmore College, University of Pensylvania
และในอีกหลายเมืองในสหรัฐอเมริกา
จัดคอร์สอบรมการปฏิบัติธรรมที่วัดไทยในเมืองเซนต์หลุยส์และชิคาโก
ที่ วัดจวงเหยียนในคาเมล นิวยอร์ก และในอีกหลายสถานที่
http://www.dhammajak.net/board/files/_6_108.jpg
พ.ศ. ๒๕๓๕-๒๕๓๙
ทำงานจิตรกรรม สอนการปฏิบัติภาวนา เป็นอาจารย์พิเศษสอนนักศึกษา
เขียนหนังสือ และตีพิมพ์ผลงานจำนวนมากทั้งทางด้านบทกวี วรรณกรรม
บทความอันเชื่อมโยงเปรียบเทียบทางด้านศิลปะ ศาสนา และวัฒนธรรม
อันเป็นรากฐานของสังคมไทย และนำเสนอควาคิดเห็น
ทางด้านการเปลี่ยนแปลงของพุทธศาสนาและวัฒนธรรมในสังคมไทยทางสื่อสิ่งพิมพ์
และรายการโทรทัศน์ รายการวิทยุจำนวนมาก
เขียนบทความประจำทางด้านศาสนาศิลปะ และวัฒนธรรมไทย
ใน หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ พร้อมไปกับการเขียนบทกวี ลำนำ ทางด้านศาสนา
ศิลป วัฒนธรรม การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และประเด็นร่วมสมัยต่างๆ ในสังคมไทย
พ.ศ. ๒๕๔๐-๒๕๔๑
เป็นวิทยากรประจำทุกเดือนในรายการ พบเขมานันทะ
จัดโดย ธรรมสถาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พ.ศ. ๒๕๔๑
ได้รับเชิญจากองค์กร The Buddhist Association of United States
เมืองคาเมล มลรัฐนิวยอร์ก ให้ไปจัดคอร์สอบรมภาวนาที่วัดจวงเหยียน สหรัฐอเมริกา
เป็นวิทยากรบรรยายธรรมะและศิลปวัฒนธรรม เปรียบเทียบตะวันออก-ตะวันตก
เป็นประจำทุกวันอาทิตย์ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
เป็นคุรุดูแลฝึกฝนผู้เข้าร่วมอบรมการปฏิบัติภาวนาที่
Dharmarama Temple ชิคาโก สหรัฐอเมริกา
บรรยายธรรมะ ที่ วัดพุทธ ที่เมืองบรองซ์ มลรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
เป็นวิทยากรบรรยายพร้อมฉายภาพสไลด์ทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมไทย
ที่ New York Buddhist Church, Jodoshinshu Temple นิวยอร์ก
จัดคอร์ส อบรมภาวนา ปฏิบัติธรรมที่ Dharmarama Temple ชิคาโก สหรัฐอเมริกา
จัดคอร์สอบรมภาวนาปฏิบัติธรรม และบรรยายธรรมะศาสนาเปรียบเทียบอีกหลายครั้ง
ทุกวันอาทิตย์ที่ Sri Ratanarama Temple เมืองเซนต์หลุยส์
บรรยายธรรมะศาสนาเปรียบเทียบ ในรายการวันอาทิตย์ที่
Buddhayanandaram Temple ลาสเวกัส
เมื่อกลับมาประเทศไทย ได้รับเชิญให้ไปอ่านบทกวี
in praise of the mother earth
ในพิธีเปิดกิจกรรมธรรมยาตราเพื่อทะเลสาบสงขลา ที่ จ.สงขลา
พ.ศ. ๒๕๔๒-ปัจจุบัน
สร้างสรรค์งานศิลปะ จิตรกรรม บทกวี บทความ บทบรรยายธรรม วรรณกรรม กวีนิพนธ์
มีหนังสือตีพิมพ์ออกมาเป็นประจำทุกปีติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง
จากสำนักพิมพ์ศยาม สำนักพิมพ์อมรินทร์ และสำนักพิมพ์พิมพ์คำ และสำนักพิมพ์สุขภาพใจ
โดยงานเขียนชุด จากดักแด้สู่ผีเสื้อ พิมพ์โดยพิมพ์คำสำนักพิมพ์เคยได้รับรางวัลที่ ๒
ของหนังสือประเภทสารคดี จากการประกวดหนังสือดีเด่นรางวัล
เซเว่นบุ๊คอวอร์ดครั้งที่ ๑ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๗
นอกจากนี้ ผลงานหนังสือของอาจารย์โกวิท เอนกชัย (เขมานันทะ) นั้น
ทางดร.สด ชื่น ชัยประสาทธน์ อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
เคยใช้เป็นหัวข้อทำงานวิจัยเรื่อง
วรรณกรรมและจิตรกรรมแนวเซอร์เรียลิสม์ในประเทศไทย เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๒๙
</TD></TR></TBODY></TABLE>