PDA

View Full Version : คณะสงฆ์อนัมนิกาย (พระญวน)


มดเอ๊ก
05-05-2008, 05:50 PM
http://www.buddhamahayan.com/mahayan/uploaded/d_shakyamuni2.jpg


คณะสงฆ์อนัมนิกาย (พระญวน)


เมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2316 ได้เกิดกบฏขึ้นที่เมืองเว้อันเป็นเมืองหลวง ของประเทศญวนพวกราชวงศ์ญวน ได้พากันหนีพวกกบฏ ลงมาทางเมืองไซ่ง่อนหลายองค์องเชียงชุนราชบุตรองค์ที่ 4 ของเจ้าเมืองเว้ ได้หนีมาอาศัยอยู่ที่เมืองฮาเตียนต่อแดนมณฑลบันทายมาศของเขมรเมื่อพวกกบฏยกกำลังติดตามมา เจ้าเมืองฮาเตียนก็อพยพครอบครัวพาองเชียงชุนเข้ามากรุงธนบุรี เมื่อประมาณ ปีพ.ศ. 2319 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้โปรดเกล้า ฯ ให้รับไว้ และพระราชทานที่ให้พวกญวน ตั้งบ้านเรือนอยู่นอกฝั่งพระนครทางฝั่งตะวันออก บริเวณถนนพาหุรัดในปัจจุบัน



http://www.buddhamahayan.com/mahayan/uploaded/213x578-x3l1.jpg http://www.buddhamahayan.com/mahayan/uploaded/pw_bu_medicine_budhha01.jpg




ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ องเชียงสือราชนัดดาของเจ้าเมืองเว้ได้หนีกบฏไปอยู่เมืองไซ่ง่อน แต่ต่อมาเมื่อสู้กบฏไม่ได้จึงได้หนีมาอยู่ที่เกาะกระบือในเขมรต่อมาได้เข้ามาขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า ฯ ที่กรุงเทพ ฯ เมื่อ ปี พ.ศ. 2326 และได้รับพระราชทานที่ให้ญวนพวกองเชียงสือตั้งบ้านเรือนบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก ตำบลคอกกระบือพวกญวนที่นับถือองเชียงสือได้พากันอพยพครอบครัวมาอยู่ด้วยเป็นจำนวนมากองเชียงสือได้คุมพวกญวนไปตามเสด็จในการทำสงครามกับพม่าหลายครั้งและได้รับพระราชทานกองทัพไปตีเมืองไซ่ง่อนครั้งหนึ่งต่อมาองเชียงสือได้ลอบหนีกลับไปเมืองญวน เพื่อคิดอ่านตีเอาเมืองไซ่ง่อนคืนพฤติกรรมครั้งนี้กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาททรงขัดเคืองมากจึงโปรดให้ญวนพวกองเชียงสือย้ายไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บางโพและได้สืบเชื้อสายมาถึงปัจจุบันในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า ฯ เมื่อปี พ.ศ. 2377 พระเจ้าแผ่นดินญวนพระนามมินมาง ประกาศห้ามประกาศมิให้ญวนถือศาสนาคริสตังและจับพวกญวนที่เข้ารีดทำโทษด้วยประการต่าง ๆจึงมีพวกญวนเข้ารีดอพยพหนีภัยเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารอยู่ในไทยโดยมาอยู่ที่เมืองจันทบุรีเป็นส่วนใหญ่ มีบางส่วนอพยพเข้ามาอยู่ในกรุงเทพ ฯและได้รับพระราชทานที่อยู่ให้ที่สามเสนในปี พ.ศ. 2376 เจ้าพระยาบดินทร์เดชาได้ยกทัพไปตีเมืองญวน และได้ครัวญวนส่งเข้ามาถึงกรุงเทพ ฯเมื่อปลายปี พ.ศ. 2377 ครัวญวนที่เข้ามาครั้งนี้แบ่งเป็น 2 พวก คือพวกที่ถือพุทธศาสนาพวกหนึ่ง และพวกที่ถือคริสตศาสนาอีกพวกหนึ่งพวกญวนที่ถือพุทธศาสนานั้นโปรดเกล้า ฯ ให้ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรีสำหรับรักษาป้อมเมืองใหม่ที่ทรงสร้างขึ้นที่ปากแพรกส่วนพวกญวนที่ถือศาสนาคริสตตังให้ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่สามเสนซึ่งมีญวนที่ถือคริสตังตั้งอยู่มาแล้วแต่เดิมและโปรดเกล้า ฯให้ขึ้นอยู่ในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้า ฯเมื่อครั้งยังทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์เพื่อทรงฝึกหัดเป็นทหารปืนใหญ่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ญวนที่อยู่เมืองกาญจนบุรีมาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ริมคลองผดุงกรุงเกษมแล้วจัดให้เป็นทหารปืนใหญ่ฝ่ายวังหลวงสืบมา




http://www.buddhamahayan.com/mahayan/uploaded/budda4fcp.png





ที่มาของวัดญวนในไทย





พวกญวนที่มาอยู่ในประเทศไทยมีทั้งที่นับถือพระพุทธศาสนา และที่นับถือคริสตศาสนา พวกที่นับถือพระพุทธศาสนาเมื่อมาตั้งภูมิลำเนาอยู่แห่งใดก็จะนิมนต์พระญวนมาสร้างวัดเป็นที่บำเพ็ญการกุศลของพวกตนที่อยู่ ณ ที่แห่งนั้นประเทศญวนรับเอาพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน จากประเทศจีนดังนั้นเมื่อพวกญวนมาสร้างวัด และมีพระญวนขึ้นในประเทศไทยชั้นเดิมก็มีผู้นับถือและอุดหนุนแต่เฉพาะพวกญวนแต่เนื่องจากในสมัยนั้นยังไม่มีวัดจีนในประเทศไทย พวกจีนก็มักไปทำบุญที่วัดญวนด้วยเพราะอยู่ในพุทธศาสนาฝ่ายมหายานด้วยกัน มีพิธีกรรมต่าง ๆ ทางศาสนา เช่น พิธีกงเต๊กเป็นต้น อย่างเดียวกันส่วนไทยแม้ไม่สู้นับถือแต่ก็ไม่รังเกียจเพราะเห็นว่านับถือพระพุทธเจ้าองค์เดียวกันวัดญวนที่สร้างขึ้นในประเทศไทย ก็เป็นไปตามที่พวกญวนเข้ามาอยู่ในประเทศไทยกล่าวคือญวนพวกที่มากับองเชียงชุนครั้งกรุงธนบุรี ได้มาสร้างวัดขึ้นที่บ้านหม้อ 2 วัดคือวัดกามโล่ตื่อ (วัดทิพยวารีวิหาร) อยู่ที่หลังตลาดบ้านหม้อในกรุงเทพ ฯแต่ได้เปลี่ยนมาเป็นวัดพระจีนปกครองวัดโหย่คั้นตื่อ (วัดมงคลสมาคม)เดิมอยู่ที่บ้านญวนข้างหลังวังบูรพาภิรมย์ ครั้นเมื่อจะตัดถนนพาหุรัดวัดนั้นอยู่ในแนวถนน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ จึงโปรดเกล้า ฯให้ทำผาติกรรมอย่างวัดไทย คือพระราชทานที่ดินและให้สร้างวัดขึ้นใหม่แลกกับวัดเดิมโดยย้ายไปตั้งที่ริมถนนแปลงนามในอำเภอสัมพันธวงศ์ญวนพวกที่มากับองเชียงสือในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า ฯ ได้สร้างวัดญวนขึ้น 2 วัดคือวัดคั้นเยิงตื่อ(วัดอุภัยราชบำรุง) อยู่ที่หลังตลาดน้อย (ริมถนนเจริญกรุง)ในอำเภอสัมพันธวงศ์วัดกว๋างเพื๊อกตื่อ (วัดอนัมนิกายาราม) ที่บางโพเรียกกันเป็นสามัญว่าวัดบางโพญวนพวกที่เข้ามาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า ฯ ได้สร้างวัดญวนขึ้น 3 วัดคือวัดคั้นถ่อตื่อ (วัดถาวรวราราม) อยู่ที่เมืองกาญจนบุรี เมื่อญวนพวกนั้นย้ายเข้ามาอยู่ในกรุงเทพ ฯก็ได้สร้างวัดญวนขึ้นอีกวัดหนึ่งคือวัดเกี๋ยงเพื๊อกตื่อ(วัดสมณานับบริหาร)เรียกกันสามัญว่าวัดญวนสะพานขาว อยู่ที่ริมคลองผดุงกรุงเกษมในอำเภอดุสิตวัดเพื๊อกเดี้ยนตื่อ (วัดเขตร์นาบุญญาราม)อยู่ที่เมืองจันทบุรีต่อมาภายหลังได้มีวัดญวนที่พวกญวนและพวกจีนช่วยกันสร้างอีก 4 วัดคือวัดโผเพื๊อกตื่อ (วัดกุศลสมาคร)อยู่ในอำเภอสัมพันธวงศ์ ใกล้ถนนราชวงศ์วัดตี๊หง่านตื่อ (วัดชัยภูมิการาม)อยู่ในอำเภอสัมพันธวงศ์ ที่ตรอกเจ๊ฮัวเนียมวัดหยิบเพื๊อกตื่อ (วัดบำเพ็ญจีบพรต)อยู่ในอำเภอสัมพันธวงศ์ใกล้ถนนเยาวราชต่อมาเป็นวัดพระจีนปกครองวัดตื้อเต้ตื่อ (วัดโลกานุเคราะห์)อยู่ในอำเภอสัมพันธวงศ์ซอยผลิตผลถนนราชวงค์วัดคั้นถ่อตื่อ ( วัดถาวรวราราม)อยู่ที่อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลาสร้างใหม่เมื่อ ปี พ.ศ. 2501รวมวัดญวนที่มีอยู่ในกรุงเทพ ฯ 7 วัด อยู่ที่ต่างจังหวัด 3 วัดรวมเป็น 10 วัด



ลำดับเจ้าคณะใหญ่แห่งคณะสงฆ์อนัมนิกาย


๑.พระครูคณานัมสมณาจารย์ (ฮึง) วัดอุภัยราชบำรุง ๒.พระครูคณานัมสมณาจารย์ (เหยี่ยวกร่าม) วัดอนัมนิกายาราม


๓.พระครูคณานัมสมณาจารย์ (จี๊หล็อบ) วัดสมณานัมบริหาร


๔.พระครูคณานัมสมณาจารย์ (ทันเคี๊ยด) วัดอุภัยราชบำรุง


๕.พระครูคณานัมสมณาจารย์ (เหมิกโงน) วัดมงคลสมาคม


๖.พระครูคณานัมสมณาจารย์ (เวียงหมาง) วัดกุศลสมาคร


๗.พระครูคณานัมสมณาจารย์ (โผซ้าย) วัดอุภัยราชบำรุง


๘.พระครูคณานัมสมณาจารย์ (บิ๊นเลือง) วัดโลกานุเคราะห์


๙.พระครูคณานัมสมณาจารย์ (โผเรียน)วัดชัยภูมิการาม


๑๐.พระคณานัมธรรมสมาธิวัตร (ย๊ากเหมิง) วัดมงคลสมาคม


๑๑.พระมหาคณานัมธรรมปัญญาธิวัตร (กิ๊นเจี๊ยว) วัดกุศลสมาคร




ที่มาของพระญวนในประเทศไทย


http://www.buddhamahayan.com/mahayan/uploaded/pic04.jpg





พระญวนในประเทศไทย ชั้นแรกก็คงบวชมาจากเมืองญวนคือในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า ฯ ต่อมาเมื่อญวนกับไทยเป็นอริกันพระญวนในประเทศไทยก็มีแต่ที่บวชอยู่ในประเทศไทยพระญวนที่อยู่ในประเทศไทยได้แก่ไขคติ หันมาตามอย่างพระสงฆ์ไทยหลายอย่างเป็นต้นว่าถือสิกขาบทไม่ฉันอาหารเวลาวิกาลคือเวลาเย็นครองผ้าสีเหลืองแต่เพียงสีเดียวไม่ใส่รองเท้าและถุงเท้า เหมือนพระในประเทศจีนและประเทศญวนสำหรับข้อวัตรปฎิบัติอื่น ๆ ตลอดจนกิจพิธี คงทำตามแบบในเมืองญวนตลอดมาจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯให้พระญวนมีสมณศักดิ์ และได้โปรดเกล้า ฯ ให้พระญวนมาทำพิธีกงเต๊ก เป็นพิธีหลวงบ่อยๆจึงได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกิจพิธีคล้ายกับพระสงฆ์ไทยมากยิ่งขึ้นหลายประการมูลเหตุที่พระญวนได้รับความยกย่องในราชการนั้น มีเรื่องเล่ากันมาว่าเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯครั้งยังคงทรงผนวชอยู่ ใคร่จะทราบลัทธิของพระญวนจึงทรงสอบถามองฮึง (ซึ่งต่อมาได้เป็นที่พระครูคณานัม สมณาจารย์องค์แรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ)จึงได้ทรงคุ้นเคยชอบพระราชอัธยาศัยมาแต่ครั้งนั้นเมื่อพระองค์ได้เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติแล้วพระญวนก็ได้มีโอกาสเฝ้าแหนได้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาดังจะเห็นได้ในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พระญวนยังเข้าไปถวายธูปเทียนและกิมฮวยอั้งติ้วอยู่ทุกปีส่วนพิธีกงเต๊กที่ได้ทำเป็นงานหลวงนั้นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ ได้โปรดเกล้า ฯ ให้ทำเป็นครั้งแรกเมื่องานพระศพสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี เมื่อปี พ.ศ. 2404 ต่อมาเมือพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้า ฯเสด็จสวรรคต เมื่อปี พ.ศ. 2408 ก็ได้โปรดเกล้า ฯให้มีพิธีกงเต๊กในพระบรมราชวังอีกครั้งหนึ่ง การพิธีกงเต๊กจึงได้เข้าในระเบียบงานพระศพซึ่งเป็นการใหญ่เป็นประเพณีสืบต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯทรงมีพระราชดำริว่าพวกญวนทั้งพระและคฤหัสถ์ซึ่งมีอยู่ในพระราชอาณาเขตเวลานั้นตกมาถึงชั้นนั้นเป็นญวนที่เกิดในพระราชอาณาเขตเป็นแต่เชื้อสายญวนที่เข้ามาแต่เมืองญวน เช่นเดียวกับพวกมอญ พระเจ้าแผ่นดินแต่ก่อนได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯตั้งพระสงฆ์มอญให้มีสมณศักดิ์เหมือนอย่างพระสงฆ์ไทยจึงสมควรจะทรงตั้งพระสงฆ์ญวนให้มีสมณศักดิ์ขึ้นบ้างแต่พระสงฆ์ญวนคือฝ่ายมหายานจะเข้าทำกิจพิธีร่วมกับพระสงฆ์ไทยไม่ได้เหมือนอย่างพระสงฆ์มอญจึงทรงมีพระราชดำริให้มีทำเนียบสมณศักดิ์สำหรับพระญวนขึ้นต่างหากและได้โปรดเกล้าฯให้มีสมณศักดิ์สำหรับพระจีนด้วยในคราวเดียวกันทรงเลือกพระญวนที่เป็นคณาจารย์ตั้งเป็นตำแหน่งพระครูพระปลัดรองปลัด (เทียบด้วยสมุห์)ผู้ช่วย (เทียบด้วยใบฎีกา)ส่วนพระจีนนั้นหัวหน้าเป็นตำแหน่งพระอาจารย์ (เทียบด้วยพระครูวิปัสสนา)และมีฐานานุกรมเป็นปลัด และรองปลัดเช่นเดียวกันกับพระญวนพระราชทานสัญญาบัตรมีราชทินนามกับพัดยศซึ่งจำลองแบบพัดยศของคณะสงฆ์ไทยแต่ทำเป็นขนาดย่อลงมา



สอบถามรายระเอียด


โทร 081-137-8680


http://www.buddhamahayan.com/mahayan/index.php?name=aboutus (http://www.buddhamahayan.com/mahayan/index.php?name=aboutus)

http://community.buddhayan.com/index.php/topic,120.0.html