View Full Version : ธรรมคีตา มหาสิทธา มิลาเรปะ อ่านกันให้อิ่มไปเลย
Kamen rider
04-25-2008, 10:29 AM
http://www.lolland-center.org/milarepa.jpg
"พ้นปฏิบัติ" : มิลาเรปะ
.........
จิตแต่ละขณะ ล้วนว่างเปล่า
เมื่อใดที่ปราศจากผู้เฝ้าสังเกต
การเห็นที่แท้ จึงถูกตระหนัก
สำหรับการฝึกในกระแสแห่งแสงกระจ่าง
ไม่มีขั้น ไม่มีตอนให้ค้นพบ
ยืนหยัดในวิริยะแห่งการฝึก
ตราบกระทั่งไร้ผู้ฝึก และไร้การฝึก
ในภูมิแห่งแสงกระจ่างไสว
ที่ซึ่ง นาม และ รูป รวมกันเป็นหนึ่ง
ข้ามองไม่เห็นเหตุ ไม่เห็นปัจจัย
ทั้งหมดคือ ความว่าง
เมื่อผู้แสดง และการแสดงยุติ
การณ์ทั้งหมด จักกลายเป็นความถูกต้อง
ข้อจำกัดทางความคิดทั้งหลายได้มลายไปในพระธรรมธาตุ
โลกธรรมทั้ง ๘ ไม่สามารถพัดทั้ง ความหวัง และ ความกลัว มาสู่
เมื่อไม่มีคำสอน และไม่มีผู้เจริญตามคำสอน
วินัยจึงเกิดขึ้นอย่างแท้จริง
ด้วยตระหนักรู้ว่าจิตตนนั้น คือ ธรรมกายา
เป็นกายแท้แห่งพุทธะ
ตั้งปณิธานแน่วแน่ ที่จะยังประโยชน์แก่สรรพสัตว์
เมื่อข้อควรปฏิบัติ และผู้ปฏิบัติไม่ปรากฏแล้ว
ธรรมะจึงบริสุทธิ์อย่างแท้จริง
.............
ธรรมคีตา หรือ ลำนำสอนธรรม ของ มิลาเรปะ
สมพร พึ่งอุดม แปล
เชียงราย ๒๕๔๖
http://www.vitradeint.com/pics/sta/milarepa.jpg
*มิลาเรปะ (Milarepa) เป็นโยคีที่สำคัญในพุทธศาสนาสายวัชรยานของธิเบตมีชีวิตอยู่ในช่วง ศตวรรษที่ ๑๐
Kamen rider
04-25-2008, 10:31 AM
http://yogapose.tv/images/milarepa.jpg
สารบัญ
มหาคุรุมิลาเรปะ
1.ความคิดคำนึงถึงอาจารย์
2.ธุดงค์สู่ลาชิ
3.ธรรมลีลาแห่งเทศกาลหิมะโปรย
4.วิวาทะกับเจ้าแม่ผู้ชาญฉลาด
5.มลฑลรักม่า
6.วิหารเทียมฟ้าจันแพน
7.ธรรมปิติของสมณะ
8.นกพิราบ
9.หุบเขาวัชรสีเทา
10.ภิกษุเรชุงปะ
11.ข้อตักเตือนที่หาได้ยาก
12.ธรรมแด่จิตของชายเลี้ยงแกะ
13.ธรรมแห่งความตระหนักชัด
14.การมุ่งสู่โพธิญาณของสตรีเพศ
15.ธรรมคีตา ณ.ที่พักคนเดินทาง
16.พาลชนที่กลายเป็นสาวก
17.สายธารสีเงินยวง
18.พระธรรมจากไม้เท้า
19.ข้อชี้นำยี่สิบเอ็ดประการ
20.ภิกษุกาชอนเรปะ
21.คำตักเตือนสำหรับท่านวอนชู
22.ปาฏิหารย์ณ.ภูเขาดีซี
23.การบรรลุธรรมของท่านเรชุงปะ
24.การกลับใจของชาวบอน
25.หญิงสาวผู้ชาญฉลาด
26.นายพรานกับกวาง
27.พระราชาแห่งเนปาล
28.เผชิญเจ้าแม่ทเรซินม่า
29.การกลับใจของทเรซินม่า
30.ข้อแนะนำเกี่ยวกับภาวะสัมภเวสี
31.ทเรซินม่าปฏิบัติสูญตาราม
32.ข้อตักเตือนแด่ท่านดอจี วอนชู
33.พบกับท่านธรรมโพธิ
34.เผชิญนักปริยัติ
35.อินเดียครั้งที่สามของเรชุงปะ
36.เมกอมเรปะ
37.สาลีอุยกับพระธรรม
38.เขาของตัวจามรี
39.การสำนึกผิดของเรชุงปะ
40.ความที่ยิ่งกว่าสุข
41.ศิษย์เอกกัมโบปะ
42.นักปริยัติผู้กลับใจ
43.ธรรมปราโมทย์
44.แสดงอภิญญาจูงใจคน
45.รวมโศลกธรรมสั้นๆ
46.ธรรมเทศนาที่ภูผาบอนโบ้
47.แรงบันดาลใจ
48.ชินดอโมและเลซีบูม
49.แกะที่กำลังจะตาย
50.ธรรมคีตาแห่งการดื่ม
51.แด่เรชุงปะด้วยเมตตา
52.เรชุงปะสู่เมืองวู
53.พบท่านธัมปาสันจี
54.มิติแห่งสวรรค์
55.คำพยากรณ์แห่งเทพธิดา
56.คำตักเตือนคุณหมอยางงี
57.การจากไปของเรชุงปะ
58.เรื่องราวของดราชิเซ
59.กัลยาณมิตร
60.พยานแห่งการบรรลุธรรม
61.ปัจฉิมโอวาท
อ่านต่อได้ที่
http://www.puttagamo.com/ (http://www.puttagamo.com/)
http://www.puttagamo.com/story_main.php (http://www.puttagamo.com/story_main.php)
Kamen rider
04-25-2008, 10:36 AM
http://davisshambhala.org/Mila3.jpg
วิวาทะกับมารภายใน
ถ้าเธอไม่ได้เข้าใจว่ารูปลักษณะสภาวะทั้งหลายทั้งปวง
คือปรากฏการณ์มายาแห่งดวงจิตของบุคคล
ก็เป็นอันหมดหวังที่จะขจัดอวิชชาลง
ถ้าบุคคลไม่ได้ตระหนักชัด
ว่าธรรมชาติแห่งดวงจิตเป็นอนัตตา
เขาจะขจัดความชั่วร้ายโดยเด็ดขาดได้อย่างไร
สังขารปรุงแต่งไม่รู้หยุดเปรียบดั่งสายน้ำที่ไหลริน
เมื่อรู้แจ้งตระหนักชัดต่อความเห็นผิด
ในความมีอัตตาตัวตนของมันเอง
นักธรรมย่อมรู้แจ้งตระหนักชัดต่ออสังขตธรรม
ซึ่งปราศจากเหตุปัจจัยปรุงแต่ง
รูปลักษณะสภาวะทั้งหลายทั้งปวง
ย่อมไม่ก่อความงุนงงสงสัยใดๆอีกต่อไป
ความเห็นว่าว่างเปล่าอย่างขาดสูญ
และความเห็นว่ามีอัตตาตัวตนอันล้วนเป็นมิจฉาทิฐินั้น
ย่อมไม่สั่นคลอนนักธรรมอีกต่อไป
เมื่อมองย้อนกลับเข้าไปดูพฤติภาพของดวงจิต
ด้วยสติที่เต็มเปี่ยมสมบูรณ์
ความสว่างไสวแห่งปัญญาในภายใน
ก็ทอแสงจรัสขึ้นมาในความมืดมนแห่งอวิชชา
บรรดาผู้ที่เอาแต่สดับรับฟัง
และอ่านแต่ตำรับตำราโดยละทิ้งการปฏิบัติ
ย่อมจับฉวยเอาไว้ได้แต่ถ้อยคำ
เขาทั้งหลายไม่ได้เข้าใจในพระธรรมคำสอนอย่างแท้จริง
คำพูดไพเราะจับใจและคำชี้ชวนที่มีความหมาย
ตามสมมุติบัญญัติแห่งอรรถของพยัญชนะนั้น
ไม่ได้มีประโยชน์หรือมีคุณค่าใดๆในตัวเอง
การพูดลวงล่อและถ้อยคำที่ว่างเปล่า
ไม่ได้ช่วยกำจัดชะล้างมลทินในดวงจิตของบุคคลได้เลย
จงได้ระมัดระวังให้ดีถึงความมีมานะถือตัวถือตน
ซึ่งมีอันตรายแฝงเร้นที่ยิ่งใหญ่
ความเร่าร้อนฉุนเฉียวจากเพลิงแห่งโทสะนั้น
มันดุเดือดผิดจากสภาพปรกติธรรมดาของเธอมากนัก
จิตสังขารที่ดำเนินไปตามแนวทางของอวิชชาอย่างเคยชิน
ที่หยั่งลงเป็นสามัญสำนึกโดยสันดานนั้น
ครอบงำสภาพปรกติของเธอไว้เกือบหมดสิ้น
การประกอบกรรมทุกรูปแบบที่ถูกบัญชาโดยกิเลส
อย่างไม่เลือกเวลาหยุดหย่อนนั้น
นับเป็นการแสดงความวิกลจริต
ผิดจากสภาพปรกติธรรมดาของจิตดั้งเดิม
การหล่อเลี้ยงมารผู้ลามกไว้ในดวงใจ
ย่อมนำมาแต่ความชั่วร้าย
การเข้าใจชัดถึงความไม่ดำรงอยู่จริงของมาร
คือหนทางของพระพุทธองค์
การรู้แจ้งต่อสภาพมายาและความจริงแท้
ว่าคือเอกสภาวะเดียวกัน
เป็นมรรคาอันถูกต้องสู่การสละปล่อยวาง
การตระหนักชัดว่าตัวจริงของมาร
ก็คือจิตภายในของบุคคลนี้เองคือความรู้เห็นอันยอดเยี่ยม
นักธรรมควรเฝ้าสำรวมระวังในพระปาฏิโมกข์
โดยไม่ล่วงระเมิดต่อพระธรรมวินัย
จงอย่าได้เสื่อมคลายต่อความเป็นผู้มีเมตตากรุณาที่ไร้เขต
ความคิดที่หลั่งไหล ความยึดมั่นถือมั่น
และความทะยานอยากอันร่านทุรน
ปรากฏขึ้นในมโนทวารของบุคคล
แล้วก็สูญสลายไป ณ ที่นั้นเอง
สติสัมปชัญญะ ความรู้แจ้งด้วยญาณทัศน์ ในภายใน
และความสละปล่อยวาง
ปรากฏขึ้นในพฤติกรรมแห่งดวงจิต
แล้วก็เลือนหายไป ณ ที่นั้นเอง
ความไม่เกิด ความดับไม่เหลือ
และสภาวธรรมที่อยู่เหนือถ้อยคำอธิบาย
ปรากฏขึ้นในอาณาจักรแห่งธรรมกาย (สภาวะธรรม)
แล้วก็กลับสูญสลายไป ณ ที่นั้นเอง
สิ่งหลอกลวง อาการเพ้อคลั่ง และภาพหลอนของปีศาจ
ปรากฏขึ้นในการบำเพ็ญสมาธิ
แล้วก็เลือนหายไป ณ ที่นั้นเอง
บุคคลผู้เต็มไปด้วยความยึดมั่นถือมั่น
ย่อมพบอุปสรรคมากมายในการพากเพียรปฏิบัติ
ถ้าเขามิได้หยั่งรู้ว่ารูปลักษณะสภาวะทั้งหลายทั้งปวง
ปราศจากตัวตนของมันเอง
หากแต่เป็นเพียงการกำหนดหมายของจิตสังขาร
ที่เต็มไปด้วยอวิชชาเท่านั้น
เขาย่อมดำเนินไปบนเส้นทางที่ผิดพลาด
รากเหง้าของโมหะอันยุ่งยากนั้น ล้วนมาจากดวงจิต
ผู้ซึ่งตระหนักชัดต่อธรรมชาติของดวงจิตเช่นนั้น
ย่อมได้แลเห็นปัญญาอันยิ่งใหญ่
โดยปราศจากการมาและการไป
การกำหนดรู้เห็นทางตาต่อธรรมชาติของรูปภายนอก
ย่อมทำให้ตระหนักชัดว่ารูปทั้งปวง
เป็นเพียงพฤติกรรมมายาของดวงจิต
เขาย่อมเห็นด้วยว่า ความว่างเปล่าและรูป
เป็นเอกสภาวะเดียวกัน
มากยิ่งไปกว่านั้น การบำเพ็ญสมาธิภาวนา
ก็เป็นความนึกคิดที่เป็นมายา
การไม่ได้บำเพ็ญสมาธิภาวนา
ก็เป็นมายาดุจเดียวกัน
มันคงเป็นเอกภาพเดียวกัน
ไม่ว่าท่านจะบำเพ็ญหรือไม่บำเพ็ญสมาธิภาวนา
การพิจารณามีธรรมวิจัยโดยการกำหนดหมายคุณค่า
เทียบเคียงแบ่งแยกออกเป็นคู่ๆนั้น
ล้วนเป็นบาทฐานที่ก่อกำเนิดความเห็นผิด
ให้หยั่งรากลึกลงไปในกมลสันดานทั้งสิ้น
จากทัศนียภาพอันสูงสุด ย่อมปราศจากทัศนะใดๆ
ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามนี้คือธรรมชาติแห่งดวงจิต
คำสั่งสอนเกี่ยวกับพระธรรม
สมควรอย่างยิ่งที่ต้องแสดงผ่านดวงจิต
ที่ดำรงอยู่ในสุญตภาวะ
ท่านทั้งหลายควรทำความเข้าใจให้ได้
ถึงความหมายของสภาวธรรม
ที่อยู่เหนือการนึกคิดด้นเดาเอา
ท่านควรได้บรรลุถึงสภาวะแห่งการปราศจากกิเลส
และนิวรณ์ในการบำเพ็ญสมาธิ
ท่านควรปฏิบัติดำเนินเข้าสู่ตถาตภาพ
แห่งความเป็นไปเองโดยมิต้องพักหรือเพียร(สายกลาง)
การบรรลุโพธิญาณย่อมอยู่เหนือถ้อยคำอธิบายทั้งปวง
เป็นอิสระจากความหวังและความหวั่นไหวใดๆ
จงได้พยายามปลดปล่อยตัวเธอเอง
สู่สภาพอันปลอดโปร่งว่างเบาเถิด
vBulletin® v3.7.2, ลิขสิทธิ์ ©2000-2008, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด