View Full Version : สมเด็จพระญาณสังวร ทรงบำเพ็ญพระกุศลถวายสมเด็จพระสังฆราชฯ ทั้ง 18 พระองค์
มดเอ๊ก
04-22-2008, 08:01 PM
http://www.mbu.ac.th/images/stories/0451/skrj20045100.jpg
วันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2551 เวลา 17.30 น. สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก นายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ทรงบำเพ็ญพระกุศลทักษิณานุประทาน ถวายพระกุศลสมเด็จพระบูรพาจารย์ สมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทั้ง 18 พระองค์ และพระบูรพาจารย์ ณ พระตำหนักเพ็ชร
เวลา 17.30 น. สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก นายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เสด็จเข้าสู่ภายในท้องพระโรงตำหนักเพ็ชร ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระรูปสมเด็จพระบูรพาจารย์ พระรูปสมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทั้ง 18 พระองค์และพระบูรพาจารย์ จากนั้นเจ้าพนักงานอาราธนาศีล สมเด็จพระราชาคณะประธานสงฆ์ให้ศีล เจ้าพนักงานลาดภูษาโยง สมเด็จพระสังฆราชเสด็จไปทรงทอดผ้าไตรที่หน้าพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ห้องพระฉาก แล้วเสด็จทรงทอดผ้าไตรถวายทักษิณานุประทาน สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด เจ้าอาวาสพระอารามหลวง จำนวน 200 รูป รับทักษิณานุประทานโดยลำดับ แล้วอนุโมทนา สมเด็จพระสังฆราชทรงกรวดน้ำถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระบูรพาจารย์ สมเด็จพระสังฆราชทั้ง 18 พระองค์และพระบูรพาจารย์ แล้วจึงเสด็จกลับตำหนักค่อยท่าปราโมช
http://www.mbu.ac.th/images/stories/0451/skrj20045117.jpg
http://www.mbu.ac.th/images/stories/0451/skrj20045101.jpg
http://www.mbu.ac.th/images/stories/0451/skrj20045108.jpg
http://www.mbu.ac.th/images/stories/0451/skrj20045110.jpg
เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนชาวไทยได้ปฏิบัติธรรม บำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระกุศล ในวาระครบ 19 ปี พระเกียรติคุณแห่งการสถาปนา สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วัดบวรนิเวศวิหาร คณะกรรมการบูรณปฏิสังขรณ์วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้จัดนิทรรศการพระประวัติ พระศาสนกิจของสมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ทั้ง 19 พระองค์ ในรูปแบบวีดิทัศน์ รวมถึงสมุดภาพพระประวัติ พระกรณียกิจ พระเกียรติคุณ ตลอดจนพระรูปของสมเด็จพระสังฆราช ทุกพระองค์ที่หาดูยากในสมัยนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ทางการศึกษาและเผยแพร่เกียรติคุณ โดยนิทรรศการจัดอยู่ในบริเวณพระตำหนักเพ็ชร พระตำหนักเดิม วัดบวรนิเวศวิหาร เปิดให้ชมตั้งแต่เวลา 09.00 น. - 16.00 น.
http://www.mbu.ac.th/images/stories/0451/skrj20045104.jpg
มดเอ๊ก
04-22-2008, 08:01 PM
http://www.mbu.ac.th/images/stories/0451/skrj20045111.jpghttp://www.mbu.ac.th/images/stories/0451/skrj20045107.jpg
http://www.mbu.ac.th/images/stories/0451/skrj20045109.jpghttp://www.mbu.ac.th/images/stories/0451/skrj20045115.jpg
http://www.mbu.ac.th/images/stories/0451/skrj20045113.jpghttp://www.mbu.ac.th/images/stories/0451/skrj20045116.jpg
http://www.mbu.ac.th/images/stories/0451/skrj20045112.jpghttp://www.mbu.ac.th/images/stories/0451/skrj20045114.jpg
มดเอ๊ก
04-22-2008, 08:02 PM
http://www.mbu.ac.th/images/stories/0451/skrj20045106.jpg
http://www.mbu.ac.th/images/stories/0451/skrj20045103.jpg
http://www.mbu.ac.th/images/stories/0451/skrj20045105.jpg
MBU_News
20/04/51
http://www.mbu.ac.th/index.php?option=com_content&task=view&id=1471&Itemid=1&limit=1&limitstart=3 (http://www.mbu.ac.th/index.php?option=com_content&task=view&id=1471&Itemid=1&limit=1&limitstart=3)
<!-- / message -->
มดเอ๊ก
04-22-2008, 08:02 PM
<TABLE class=contentpaneopen><TBODY><TR><TD vAlign=top colSpan=2>สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ ๑๙ (เจริญ สุวัฑฒโน)
วัดบวรนิเวศวิหาร
เจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระนามเดิมว่า เจริญ นามสกุล คชวัตร นามฉายาว่า สุวฑฺฒโน ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร เป็นลำดับที่ ๖ นับตั้งแต่ปี พุทธศักราช ๒๕๐๔ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
เจ้าพระคุณสมเด็จฯ มีชาติภูมิ ณ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นบุตรคนที่ ๑ ในจำนวนบุตร ๓ คน ของนายน้อย และนางกิมน้อย คชวัตร ชาติกาล ณ บ้านวัดเหนือ ตำบลบ้านเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๕๖ เวลา ๐๔.๐๐ น.เศษ ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
http://www.mbu.ac.th/images/stories/01_200451/bowonniwes27.jpg
เมื่อชนมายุได้ ๘ ขวบ ได้เข้าศึกษาชั้นปฐม ณ โรงเรียนประชาบาลวัดเทวสังฆาราม จนจบชั้นประถม ๓ ครั้นถึง ปีพุทธศักราช ๒๔๖๙ มีชนมายุย่างเข้าปีที่ ๑๔ จึงได้เข้ารับบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดเทวสังฆาราม โดยมีพระครูอดุลสมณกิจ (ดี พุทธโชติ) เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อออกพรรษาแล้วได้ไปศึกษาวิชาบาลีไวยากรณ์ที่วัดเสนหา อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เพื่อกลับมาเป็นครูสอนภาษาบาลีที่วัดเทวสังฆาราม ในพรรษาต่อมา คือ ปีพุทธศักราช ๒๔๗๒ พระครูอดุลสมณกิจ ได้พาสามเณรเจริญ(เจ้าพระคุณสมเด็จฯ) เข้าถวายตัวต่อเจ้าพระคุณสมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ (พระยศในขณะนั้นของ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์)เพื่อศึกษาต่อ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ได้ประทานนามฉายาว่า สุวฑฺฒโนเพื่อกลับมาเป็นครูสอนภาษาบาลีที่วัดเทวสังฆาราม ในพรรษาต่อมา คือ ปีพุทธศักราช ๒๔๗๒ พระครูอดุลสมณกิจ ได้พาสามเณรเจริญ(เจ้าพระคุณสมเด็จฯ) เข้าถวายตัวต่อเจ้าพระคุณสมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ (พระยศในขณะนั้นของ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์)เพื่อศึกษาต่อ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ได้ประทานนามฉายาว่า สุวฑฺฒโน
เมื่อชนมายุได้ ๘ ขวบ ได้เข้าศึกษาชั้นปฐม ณ โรงเรียนประชาบาลวัดเทวสังฆาราม จนจบชั้นประถม ๓ ครั้นถึง ปีพุทธศักราช ๒๔๖๙ มีชนมายุย่างเข้าปีที่ ๑๔ จึงได้เข้ารับบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดเทวสังฆาราม โดยมีพระครูอดุลสมณกิจ (ดี พุทธโชติ) เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อออกพรรษาแล้วได้ไปศึกษาวิชาบาลีไวยากรณ์ที่วัดเสนหา อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม
http://www.mbu.ac.th/images/stories/01_200451/somdet_03.jpg http://www.mbu.ac.th/images/stories/01_200451/somdet_02.jpg
ระหว่างวันที่ ๒๒ ตุลาคม ถึง ๕ พฤศจิกายน ปีพุทธศักราช ๒๔๙๙ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ พระราชอุปัธยาจารย์ ทรงเลือกสมเด็จฯ เป็นพระอภิบาล (พระพี่เลี้ยง) ของพระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในระหว่างที่ทรงผนวช และได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมวราภรณ์ รักษาการพระวินัยธรชั้นฎีกา ในศกนี้
ปีพุทธศักราช ๒๕๐๔ เป็นเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร สืบต่อจากพระพรหมมุนี (ผิน สุวโจ)
ปีพุทธศักราช ๒๕๑๕ ได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่สมเด็จพระญาณสังวร
ปีพุทธศักราช ๒๕๓๒ ตรงกับวันศุกร์ที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๓๒ ทรงพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ สถาปนาสมเด็จพระญาณสังวร เป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่ "สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก" และทรงครองตำแหน่งจนถึงปัจจุบัน
ปีพุทธศักราช ๒๔๗๒ ชนมายุได้ ๑๗ พรรษา สอบได้นักธรรมชั้นตรี
ปีพุทธศักราช ๒๔๗๕ สอบได้นักธรรมชั้นเอก และสอบเปรียญ ๔ ประโยคได้ในปีเดียวกัน
ปีพุทธศักราช ๒๔๗๖ เมื่อมีชนมายุครบ ๒๐ พรรษาบริบูรณ์ จึงได้กลับไปเข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดเทวสังฆาราม โดยมีพระครูอุดมสมณกิจ เป็นพระอุปัชฌาย์ ภายหลังการอุปสมบท ได้อยู่จำพรรษาช่วยสอนพระปริยัติธรรม ณ วัดเทวสังฆาราม ๑ พรรษา ออกพรรษาแล้วจึงกลับมายังวัดบวรนิเวศวิหาร ได้ประกอบพิธีอุปสมบทซ้ำเป็นธรรมยุตอีกครั้งหนึ่ง ตรงกับวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๗๖ เจ้าพระคุณสมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ (พระสมณศักดิ์ของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ในขณะนั้น) ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ แม้จะกลับมาประจำอยู่ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ยังคงไปมาเพื่อปฏิบัติศาสนกิจคือสอนพระปริยัติธรรมที่วัดเทวสังฆารามอยู่อีกไม่น้อยกว่า ๒ ปี
http://www.mbu.ac.th/images/stories/01_200451/mbu_sd_03.jpg
ปีพุทธศักราช ๒๔๗๖ ชนมายุได้ ๒๑ พรรษา สอบได้เปรียญธรรม ๕ ประโยค
ปีพุทธศักราช ๒๔๘๔ ชนมายุ ๒๙ พรรษา สอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค
ในระหว่างปีพุทธศักราช ๒๔๗๗-๒๔๗๘ ได้มุ่งมั่นศึกษาภาษาอังกฤษและภาษาสันสกฤต เพื่อเป็นพื้นฐานโดยศึกษาด้วยตนเอง ต่อมา ได้นำภาษาอังกฤษ มาใช้ประโยชน์เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาภาษาเยอรมันและฝรั่งเศสเพิ่มเติมอีกด้วย โดยใช้เวลาว่างในตอนเย็นหรือกลางคืน ศึกษากับครูที่เป็นคฤหัสถ์ซึ่งมาสอนเป็นการส่วนตัว แต่เนื่องจากไม่มี เวลาศึกษาอย่างติดต่อ ภายหลังจึงได้เลิกร้างไป
เมื่อสอบได้เปรียญชั้นสูงแล้ว สมเด็จฯ ก็เริ่มรับภาระหน้าที่ต่างๆ ทั้งวัดบวรนิเวศวิหาร ของคณะสงฆ์ และขององค์กรต่างๆ ทางพระพุทธศาสนามาโดยตลอด
ระหว่างปีพุทธศักราช พ.ศ.๒๔๘๔ จนถึงปัจจุบัน (๒๕๕๑) สมเด็จฯ ได้รับเลื่อนสมณศักดิ์ที่สำคัญดังต่อไปนี้
ปีพุทธศักราช ๒๔๘๙ เป็นเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์
ปีพุทธศักราช ๒๔๙๐ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะสามัญที่ พระโสภณคณาภรณ์
ปีพุทธศักราช ๒๔๙๕ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระราชาคณะชั้นราชในราชทินนามเดิม
ปีพุทธศักราช ๒๔๙๘ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระราชาคณะชั้นเทพในราชทินนามเดิม
ปีพุทธศักราช ๒๔๙๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ เสด็จออกทรงผนวช เสด็จประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร
http://www.mbu.ac.th/images/stories/01_200451/prac_example.jpg
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ข้อมูลจาก ธรรมจักษุ,มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์
จัดทำโดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ มมร
http://www.mbu.ac.th/index.php?option=com_content&task=view&id=1470&Itemid=1 (http://www.mbu.ac.th/index.php?option=com_content&task=view&id=1470&Itemid=1)
<!-- / message -->
vBulletin® v3.7.4, ลิขสิทธิ์ ©2000-2009, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด