View Full Version : พระพุทธรูปพันองค์ ตะลุยดงพุทธศิลป์ ที่ถ้ำตุนฮวง มรดกโลก
มดเอ๊ก
04-14-2008, 05:11 PM
ถ้ำผาม่อเกาคูที่ตุนหวง(ตอนต้น)
<!--Audio --><!--Video -->
<HR width="90%" SIZE=1>cri <!--Reporter -->
<TABLE width="90%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=FontStyle5>http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/18/20041118dunhuangWords1.jpg
http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/18/20041118dunhuang12.jpg
http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/04/01/speaker.gif (rtsp://audio.chinabroadcast.cn/spread/smil/thai/2004/11/thai_20041118TouringInChina_20041118.smil)สวัสดีค่ะ ท่านผู้ฟัง พบกับดิฉันธาริณีเช่นเคยนะคะในรายการ"พา เที่ยวจีน"วันนี้ค่ะ ในรายการวันนี้ ดิฉันขอแนะนำถ้ำผาม่อเกาคู ที่ตุนหวงในมณฑลกันซู่ของจีนค่ะ
http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/18/20041118dunhuang9.jpg http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/18/20041118dunhuang8.jpg
ถ้ำผาม่อเกาคูที่ตุนหวงซึ่งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีนนั้นนับเป็นคลังพุทธศิลป์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และได้รับเลือกจากคณะกรรมการมรดกโลกให้มีชื่ออยู่ใน บัญชีรายชื่อมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อปีค.ศ.1987 โดยคณะ กรรมการมรดกโลกได้ให้การประเมินว่า"ถ้ำผาม่อเกาคูเป็นศูนย์รวมงานศิลปะการแกะสลักหิน ภาพจิตรกรรมฝาผนังถ้ำ ศิลปะรูปสลักเขียนสี และสถาปัตยกรรมโบราณ"
http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/18/20041118dunhuang1.jpg http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/18/20041118dunhuang13.jpg http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/18/20041118dunhuang16.jpg
ถ้ำผาม่อเกาคูตั้งอยู่บนเนินทรายหมิงซาซัน ( http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/18/20041118dunhuangWords2.jpg )ห่างจากเมืองตุนหวงของมณฑลกันซู่ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ25 กิโลเมตร มีความยาวจากเหนือจรดใต้ 1,680เมตร มีช่องเขาแบ่งเป็น5ชั้นไล่เรียงกันไปตามลำดับขั้น หินในถ้ำที่ม่อ เกาคูนี้มีลักษณะร่วน ไม่เหมาะแก่การแกะสลัก จึงนิยมปั้นเป็นรูปสลักที่ ทำขึ้นจากดินเหนียว งานประติมากรรมรูปสลักเขียนสีที่ปรากฏอยู่ภาย ในถ้ำผานับร้อยๆคูหานั้น สลักเป็นรูปลักษณ์ต่างๆ ทั้งที่เป็นรูปสลักพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ พระสาวก เทวดา อสูร เทพารักษ์ ฯลฯ ด้วยรูปทรงหลากหลาย ทั้งรูปทรงกลม รูปสลักนูน รูปสลักเป็นฉากกั้นและที่สร้างขึ้นด้วยจิตศรัทธา รูปสลักที่มีความสูงที่ สุดวัดได้34.5เมตร เป็นรูปสลักพระพุทธเจ้าปางไสยาสน์ที่ใหญ่ที่สุด ในจีนและที่มีขนาดเล็กที่สุดมีเพียง 2 เซ็นติเมตรเท่านั้น
http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/18/20041118dunhuang10.jpg http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/18/20041118dunhuang3.jpg http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/18/20041118dunhuang5.jpg
ถ้ำผาม่อเกาคูเริ่มก่อสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.366ในสมัยจิ้นตะวัน ออก เป็นหนึ่งในถ้ำผาสี่แห่งอันโด่งดังของจีน มีอายุราว 1,600 กว่าปี เป็นถ้ำผาที่สร้างขึ้นแรกสุดในจำนวนถ้าทั้งสี่อันได้แก่ ถ้ำผามั่ยจิ ซาน( http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/18/20041118dunhuangWords3.jpg )ที่เมืองเทียนสุ่ยในมณฑลกันซู่เริ่มสร้างในปีค.ศ.) ถ้ำผาหยุนกัง( http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/18/20041118dunhuangWords4.jpg )ที่เมืองต้าถง มณฑลซันซี เริ่มสร้างในปี ค.ศ.453 แห่งราชวงศ์เหนือhttp://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/18/20041118dunhuangWords6.jpg) และถ้ำผาหลงเหมิน( http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/18/20041118dunhuangWords5.jpg )แห่งเมืองลั่วหยาง มณฑลเหอหนัน ยุคราชวงศ์เหนือราวค.ศ.471-477) เมื่อถึงสมัยราชวงศ์ถังในศตวรรษที่7 ถ้ำผาม่อเกาคูได้เกิดช่องเขาเพิ่มขึ้นอีกมากกว่า1,000ช่อง ดังนั้น จึงได้อีกชื่อหนึ่งว่า"ถ้ำเชียน ฝอ" หมายความว่า " ถ้ำพระพุทธรูปพันองค์"
http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/18/20041118dunhuang11.jpg http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/18/20041118dunhuang7.jpg
ถ้ำผาม่อเกาคูได้ผ่านกาลเวลาแห่งการก่อสร้างมายาวนาน หลายศตวรรษ นับตั้งแต่การเริ่มเจาะสกัดหินก้อนแรกในยุคจิ้นตะวัน ออก (ค.ศ.317-420) ไปจนถึงราชวงค์หยวน (ค.ศ.1271-1368) รวมเวลามากกว่า1,000ปีในยุคสมัยที่ต่างกันล้วนมีการต่อเติมและก่อ สร้างโบราณสถานขึ้นเพิ่มเติม ดังนั้น ในบริเวณถ้ำผาม่อเกาคูแห่งนี้ จึงดารดาษไปด้วยงานจิตรกรรม ประติมากรรรมและสถาปัตยกรรมที่ ประดับประดาให้สถานที่นี้ทรงคุณค่าเพิ่มขึ้นและสะท้อนเอกลักษณ์ ทางศิลปะในแต่ละยุคสมัยของจีนได้เป็นอย่างดี
http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/18/20041118dunhuang17.jpg http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/18/20041118dunhuang4.jpg
สถานที่สร้างถ้ำมอ่เกาคูมีความอุดมสมบูรณ์ เป็น"โอเอซิส" กลางทะเลทรายแห่งหนึ่งเนื่องจากได้รับการหล่อเลี้ยงจากแม่น้ำตั้ง ฉวนเหอ(http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/18/20041118dunhuangWords7.jpg)ที่ไหลรินอย่างไม่หยุดยั้งมายาวนาน ทำให้สิ่งมีชีวิตและัคลังศิลปะบนโอเอซิสซึ่งมีพื้นที่ไม่ถึง1ตารางกิโล เมตรนี้ สามารถดำรงชีวิตอยู่ต่อไปได้จนกระทั่งทุกวันนี้ี้ ถ้ำผา ม่อเกาคูเป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งบนเส้นทางสายไหมทางบก จึงมีบทบาทสำคัญเป็นแหล่งให้การศึกษาสำหรับผู้สนใจเรียนรู้และ เสพงานศิลปะจากเอเชียตะวันตก เอเชียตะวันออก เอเชียกลาง และยุโรปมาไว้ด้วยกัน ทั้งนี้การผสมผสานความหลากหลายเข้าด้วย กันนี้ได้แทรกซึมอยู่ในงานศิลปะรูปแบบต่างๆในถ้ำผาม่อเกาคูและที่ เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดในหมู่งานศิลปะทั้งมวลที่ถ้ำผาแห่งนี้ ก็คือ ประติมากรรมรูปสลักเขียนสี และภาพจิตรกรรมผนังถ้ำ
http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/18/20041118dunhuang6.jpg http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/18/20041118dunhuang2.jpg
ภัยธรรมชาติต่างๆโดยเฉพาะแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในช่วงต้นสมัยราชวงค์ถัง เป็นสาเหตุที่ทำให้ถ้ำม่อเกาคูถูกทำลายลงเป็นจำนวนมาก ปัจจุบัน ในบริเวณเขตมรดกโลกถ้ำผาม่อเกาคูมีถ้ำที่มีรูปสลักเขียนสี อยู่มากมายถึง 492 แห่ง ภายในบรรจุรูปสลักเขียนสีรวมทั้งสิ้น 2,415 ชิ้น รูปปั้นนางฟ้ากว่า 4,000 ชิ้น สถาปัตยกรรมไม้แห่งสมัยราชวงค์ถังและราชวงค์ซ่งรวม 5 หลัง ตลอดจนภาพจิตรกรรมผนังถ้ำรวมความยาวประมาณ 50,000 ตารางเมตร หากเอาภาพจิตรกรรมเหล่านี้เรียงต่อกันแล้ว จะสามารถประกอบเป็นระเบียงภาพขนาดใหญ่ที่มีความกว้างถึง1เมตรและมีความยาวประมาณ45กิโลเมตร ภาพที่เขียนตามผนังถ้ำที่ม่อเกาคู มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธประวัติ ฉากทิวทัศน์ต่างๆ ภาพสิ่งก่อสร้าง สวนดอกไม้ เทวดานางฟ้า เป็นต้น ทั้งนี้ภาพจิตรกรรมผนังถ้ำได้สะท้อนค่านิยมและสภาพความเปลี่ยน แปลงทั้งทางเศรษฐกิจ การเมืองและวัฒนธรรมของสังคมศักดินาจีน ในยุคที่ผ่านมา เช่น วิถีชีวิต สภาพสังคม เครื่องแต่งกาย สถาปัตยกรรม ดนตรี นาฎศิลป์และกายกรรม นอกจากนั้น ยังได้บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างจีนกับต่างประเทศตามยุคสมัยต่างๆกันในประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุค 16 ก๊กจนถึงยุคราชวงศ์ชิงอีกด้วย สถานที่แห่งนี้จึงเปรียบเสมือน"ตำรา ประวัติศาสตร์ศิลป์"อันทรงคุณค่าของชาติจีนอีกแห่งหนึ่งและได้รับ การขนานนามจากนักวิชาการชาวตะวันตกว่าเป็น"หอสมุดบนผนังถ้ำ"
http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/18/20041118dunhuang14.jpg
อย่างไรก็ตามชะตากรรมของคลังศิลปะทรงคุณค่านี้ได้ประสบภัยครั้งร้ายแรงด้วยน้ำมือมนุษย์ในเวลาต่อมาอย่างน่าใจหายและเสียใจ อย่างยิ่ง ดิฉันจะขอนำเสนอในรายการ "พาเที่ยว จีน"วันพฤหัสหน้าเวลาเดียวกันนี้ หากท่านสนใจโปรดติดตามฟังราย การของเราต่อไปนะคะ สำหรับวันนี้ ดิฉันธาริณีขอลาไปก่อน สวัสดีค่ะ
http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/18/20041118dunhuang15.jpg
<TABLE cellSpacing=4 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD><!--diaocha0b -->:yociexp47:http://thai.cri.cn/1/2004/11/18/21@31146.htm (http://thai.cri.cn/1/2004/11/18/21@31146.htm)<!--diaocha0 --><!--diaocha0e --><!--diaocha1b --><!--diaocha1 --><!--diaocha1e --><!--diaocha2b --><!--diaocha2 --><!--diaocha2e --><!--diaocha3b --><!--diaocha3 --><!--diaocha3e --></TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE>
มดเอ๊ก
04-14-2008, 05:13 PM
ไปเที่ยวถ้ำผาม่อเกาคูที่ตุนหวง
รายการ "พาเที่ยวจีน" <!--Audio --><!--Video -->
<HR width="90%" SIZE=1>cri <!--Reporter -->
<TABLE width="90%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=FontStyle5>http://thai.cri.cn/mmsource/images/2006/11/06/20061106Tourism1.jpg??http://thai.cri.cn/mmsource/images/2006/11/06/20061106Tourism2.jpg
http://thai.cri.cn/mmsource/images/2006/04/18/listen.gif (rtsp://audio.chinabroadcast.cn/spread/smil/thai/2006/11/thai_20061106Tourism_20061106.smil)วันนี้ เราจะพาท่านไปเที่ยวถ้ำผาม่อเกาคูที่ตุนหวงในมณฑลกันซู่ทาง ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีนค่ะ
ถ้ำผาม่อเกาคูตั้งอยู่บนเนินทรายหมิงซาซัน เป็นหนึ่งในสี่ถ้ำผา ที่มีชื่อเสียงของจีน อายุราว1,600กว่าปี เป็นถ้ำผาแห่งแรกที่มีความสำคัญทางพุทธสถาน เซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ถ้ำผาม่อเกาคูอยู่ห่างจากเมืองตุนหวงไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ25กิโลเมตร ถ้ำแรกเริ่มเจาะขุดเมื่อปีค.ศ.366ในสมัยราชวงศ์จิ้นตะวันออก เล่ากันว่า มีพระสงฆ์รูปหนึ่งจาริกมาถึงที่นี่ เห็นเนินทรายแห่งนี้มีแสงสีทองส่องประกายปรากฏออกมา จึงคิดว่า บริเวณนี้น่าจะเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา จึงลงมือขุดเจาะหน้าผาเป็นถ้ำแรก ตั้งแต่นั้นมาไปจนถึงปีค.ศ.1368 ในสมัยราชวงค์หยวน มีถ้ำที่ได้รับการขุดเจาะรวมแล้ว1,000ถ้ำ จึงเรียกกันว่า "ถ้ำเชียนฝอ" ซึ่งแปลว่า"ถ้ำพระพุทธรูปพันองค์" หลังจากนั้นก็ไม่มีการขุดเจาะถ้ำกันอีก
ถ้ำไม่ว่าใหญ่หรือเล็กของม่อเกาคูดารดาษไปด้วยงานจิตรกรรม ประติมากรรมและสถาปัตยกรรมที่สะท้อนเอกลักษณ์ทางศิลปะของ แต่ละยุคสมัยของจีน ตัวถ้ำมี5ชั้น หินในถ้ำเป็นหินทรายเหมือนกันหมด จึงร่วนไม่เหมาะแก่การแกะสลัก ช่างพุทธศิลป์ในสมัยนั้นจึงใช้วิธีนำดินเหนียวมาปั้น แกะสลักบนดินเหนียวแล้วระบายสี ประดิษฐานไว้ภายในถ้ำผานับร้อยๆคูหา งานประติมากรรมรูปปั้นมีต่างๆนานา ทั้งที่เป็นองค์พระพุทธ พระโพธิสัตว์ พระสาวก เทวดา อสูร เทพองค์รักษ์ ฯลฯ รูปแบบท่าทางก็หลากหลาย รูปปั้นที่มีความสูงที่สุดวัดได้ 35.5 เมตร และที่เล็กที่สุดมีขนาดเพียง 2 เซนติเมตรเท่านั้น
http://thai.cri.cn/mmsource/images/2006/11/06/20061106Tourism4.jpg
ถ้ำที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมมีไม่ ถึง30ถ้ำ ที่เหลืออนุรักษ์ไว้นักท่องเที่ยวต้องมีมัคคุเทศก์นำทางจึงจะเข้าไปได้ แต่แค่ถ้ำ10กว่าถ้ำก็ต้องใช้เวลาชมประมาณ2ชั่วโมง ถ้าจะชมทุกถ้ำที่เปิด ให้ก็ต้องใช้เวลาทั้งวันกันเลยทีเดียว
หลิวหงลี่ มัคคุเทศก์ประจำม่อเกาคูบอกเราว่า คนที่ไปเที่ยวม่อเกาคู มักจะต้องไปชมถ้ำผาหมายเลข96ก่อน เพราะที่นั่นมีตำหนักสูง9ชั้นอยู่นอกถ้ำ คนทั่วไปเรียกว่า "ตึก 9 ชั้น" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของม่อเกาคู
"ภายในถ้ำหมายเลข96 มีพระพุทธรูปองค์ปั้นสูง35.5เมตร ถือว่าเป็นพระพุทธรูปที่อยู่ในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก"
ถ้ำผาหมยเลข96เริ่มขุดเมื่อปีค.ศ.695 มีการซ่อม แซมหลายครั้ง จนกระทบกระเทือนต่องานศิลปะที่มีมาแต่เดิม แต่ก็ยังคงเห็นได้ถึงความยิ่งใหญ่สง่างาม หากนักท่องเที่ยวอยากซึมซับความงามของม่อเกาคูมากกว่านี้ ก็ควรจะไปชมถ้ำหมายเลข328 เพราะว่า ภายในถ้ำนี้ มีรูปปั้นฝีมือละเอียดประณีตมากชุดหนึ่ง มีทั้งหมด5องค์ องค์กลางเป็นองค์พระพุทธรูปประทับอยู่บนแท่น ดอกบัว สองข้างเป็นพระสาวกองค์สำคัญสององค์ อีกสององค์ที่อยู่ข้างๆพระสาวกนั้นคือ พระโพธิ สัตว์ แต่ละองค์ปั้นได้อย่างมีชีวิตชีวายิ่งนัก
http://thai.cri.cn/mmsource/images/2006/11/06/20061106Tourism6.jpg??http://thai.cri.cn/mmsource/images/2006/11/06/20061106Tourism5.jpg
ภัยธรรมชาติโดยเฉพาะแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในต้นสมัยราชวงค์ถัง เป็นเหตุให้ถ้ำม่อเกาคูถูกทำลายไปเป็นจำนวนมาก ปัจจุบัน ในบริเวณที่ได้กลายเป็นมรดกโลกถ้ำผาม่อเกาคูแห่งนี้ มีถ้ำที่มีรูปปั้นระบายสีอยู่ถึง 492 ถ้ำ รูปปั้นจำนวนทั้งหมด2,415 ชิ้น รูปปั้นนางฟ้า 4,000 กว่าชิ้น สิ่งปลูกสร้างทำด้วยไม้สถาปัตยกรรมสมัยถังและซ่งมี5หลัง นอกจากนี้ ยังมีภาพจิตรกรรมบนผนังถ้ำซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของงานศิลปะในม่อ เกาคู
จิตรกรรมบนผนังถ้ำมีพื้นที่รวมกันประมาณ 50,000 ตารางเมตร หากเอาภาพทั้งหมดมาเรียงกัน จะกลายเป็นระเบียงที่มีภาพขนาดกว้าง1เมตร ความยาวประมาณ45กิโลเมตร ภาพบนผนังถ้ำเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ เทวดานางฟ้า สิ่งก่อสร้าง ธรรมชาติ สวนดอกไม้ เป็นต้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นค่านิยมและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรมของสังคมจีนในยุคศักดินา เช่น วิถีชีวิต เครื่องแต่งกาย บ้านช่อง เครื่องดนตรี การเต้นรำ นอกจากนั้น ยังได้บันทึกเรื่องราวการแลกเปลี่ยนทาง วัฒนธรรมระหว่างจีนกับต่างประเทศในยุคต่างๆ ตั้งแต่ยุค 16 ก๊กจนถึงยุคราชวงศ์ชิง เปรียบได้ดั่ง "ตำราประวัติศาสตร์ที่เขียนด้วยงานศิลป์"อันทรงคุณค่าของชาติ นักวิชาการตะวันตกก็เรียกว่า "หอสมุดบนผนังถ้ำ"
http://thai.cri.cn/mmsource/images/2006/11/06/20061106Tourism7.jpg??http://thai.cri.cn/mmsource/images/2006/11/06/20061106Tourism3.jpg
ภาพที่เขียนตามผนังถ้ำส่วนใหญ่เป็นรูปนางฟ้าที่โบยบินอยู่กลางอากาศ นางฟ้าเหล่านี้จะออกมาร้องเพลง เต้นรำหรือโปรยดอกไม้ในขณะที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมเทศนา นางฟ้าบางองค์ถือดอกบัว บางองค์คือผีผา บางองค์โปรยดอกไม้ บางองค์ร้องเพลง แต่ละองค์มีชีวิตชีวางดงามเป็นอย่างยิ่ง
อาจารย์เจิ้งนี สอนวิชาจิตรกรรมที่มหาวิทยาลัยชิงหัวในกรุงปักกิ่ง เธอเคยไปเที่ยวม่อเกาคูมาหลายครั้ง ภาพนางฟ้าเป็นสิ่งที่เธอสนใจมากที่สุด "คุณดูนางฟ้าเหล่านี้ซิ แม้ไม่มีปีก แต่สามารถโบยบินได้ สีที่ระบายก็สวย ดูในแง่จิตกรรมแล้ว รูปพวกนี้เขียนได้ละเอียดประณีต ไม่ว่าองค์ไหนก็ให้ความรู้สึกเหมือนจริง" ม่อเกาคูนับเป็นคลังพุทธศิลป์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีสภาพ สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และได้รับเลือกจากคณะกรรมการมรดก โลกให้อยู่ในบัญชีรายชื่อมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อปีค.ศ.1987
</TD></TR></TBODY></TABLE>
:yociexp30:http://thai.cri.cn/1/2006/11/06/21@83409.htm (http://thai.cri.cn/1/2006/11/06/21@83409.htm)
มดเอ๊ก
04-14-2008, 05:15 PM
ถ้ำผาม่อเกาคูที่ตุนหวง(ตอนจบ)
<!--Audio --><!--Video -->
<HR width="90%" SIZE=1>cri <!--Reporter -->
<TABLE width="90%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=FontStyle5>http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/25/20041125dunhuang16.jpg
http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/04/01/speaker.gif (rtsp://audio.chinabroadcast.cn/spread/smil/thai/2004/11/thai_20041125TouringInChina_20041125.smil)สวัสดีค่ะ ท่านผู้ฟัง พบกับดิฉันธาริณีเช่นเคยนะคะในรายการ"พา เที่ยวจีน"วันนี้ค่ะ ในรายการวันนี้ ดิฉันขอแนะนำถ้ำผาม่อเกาคู ที่ตุนหวงในมณฑลกันซู่ของจีนต่อค่ะ
http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/25/20041125dunhuang6.jpg
ถ้ำผาม่อเกาคูที่ตุนหวงนับเป็นคลังพุทธศิลป์ที่มีขนาดใหญ่ที่ สุดและมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการมรดกโลกให้เข้าสู่บัญชีรายชื่อมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อปีค.ศ.1987 แต่น่าเสียดายที่ผลงานศิลปะที่ถ้ำผาม่อ เกาคูส่วนใหญ่ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์สุยและถังนั้นได้ถูกทำลายไปเนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งในทะเลทรายและภัยธรรมชาติแผ่นดินไหว แต่การสูญเสียครั้งใหญ่และครั้งร้ายแรงที่สุดของ โบราณวัตถุในถ้ำผาม่อเกาคูแห่งนี้เกิดขึ้นเมื่อปีค.ศ.1900แห่งสมัย ราชวงค์ชิง นักพรตเต๋านามหวังหยวนลู่(???)ค้นพบถ้ำลึกลับที่เก็บซ่อนคัมภีร์ทางศาสนาโดยบังเอิญ ภายในถ้ำ(คูหาหมายเลขที่17ในปัจจุบัน)ที่มีความยาวและความ กว้างต่างเป็น3เมตรนี้ได้เก็บรักษาจดหมายเหตุบันทึกทางประวัติ ศาสตร์ไว้ในสภาพสมบูรณ์ และโบราณวัตถุอื่นๆซึ่งประกอบด้วย คัมภีร์ทางพุทธศาสนา บันทึกประวัติศาสตร์ ตำราและหนังสือชุดว่าด้วยศาสนาเต๋า ประเพณีชีวิตสังคม การเมือง งานวรรณกรรม ฯลฯ และภาพเขียนจีน รวมทั้งสิ้น 50,000 กว่าชิ้น ซึ่งเป็นโบราณวัตถุตั้งแต่ศตวรรษที่4ถึงศตวรรษที่11โดยเกี่ยวพันถึงประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ การเมือง ชนชาติ การทหาร ตัวอักษร วรรณศิลป์ ศาสนา เภสัชศาสตร์ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีสมัยโบราณของจีน เอเซียกลาง เอเซียใต้และของยุโรปด้วย จึงได้รับการขนานนามว่า เสมือนเป็น"สารานุกรมยุคโบราณของจีน"
http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/25/20041125dunhuang15.jpg http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/25/20041125dunhuang17.jpg http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/25/20041125dunhuang3.jpg
เมื่อข่าวการค้นพบถ้ำที่เก็บซ่อนคัมภีร์ทางศาสนาแพร่กระจาย ออกไป มืออำมหิตของ"นักผจญภัย"จากท้องที่ต่างๆทั้งในประเทศ และต่างประเทศต่างหลั่งไหลเข้าไปฉกฉวย ภายในระยะเวลาร่วม20 ปีนี้ พวกเขาต่าง" เอา " คัมภีร์ทางศาสนาร่วม40,000ชุดและภาพผนัง และประติมากรรมอันล้ำค่าจำนวนมากไปจากถ้ำผาแห่งนี้ นับเป็นภัย พิบัตครั้งร้ายแรงของถ้ำผาม่อเกาคู ปัจจุบัน ประเทศต่างๆทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย อินเดีย เยอรมนี เดนมาร์ก สวีเดน เกาหลีใต้ ฟินแลนด์และสหรัฐอเมริกาเป็นต้นต่างก็ได้เก็บรักษาโบราณวัตถุ ของถ้ำม่อเกาคูไว้เป็นสมบัติประจำชาติ รวมแล้วคิดเป็น2ใน3ของ โบราณวัตถุในถ้ำเก็บคัมภีร์ พร้อมๆกับการค้นพบถ้ำเก็บคัมภีร์ทาง ศาสนา นักวิชาการของจีนเริ่มทำการศึกษาวิจัยจดหมายเหตุบันทึก ทางประวัติศาสตร์ที่พบในถ้ำเก็บคัมภีร์แห่งนี้ จนค่อยๆกลายมาเป็น วิชาการสำคัญคือ"ตุนหวงศึกษา"ในเวลาต่อมาในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมานี้ นักวิชาการของประเทศต่างๆ ต่างมีความสนใจต่อศิลปะตุนหวงและได้ดำเนินการศึกษาวิจัยอย่าง ต่อเนื่อง ส่วนนักวิชาการของจีนนั้นได้ประสบความสำเร็จอันสำคัญใน การวิจัย 'ตุนหวงศึกษา'ซึ่งรวมทั้ง"ศิลปะตุนหวง"อีกด้วย
http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/25/20041125dunhuang4.jpg
ในฐานะเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลก และเป็นหลักฐานทาง โบราณคดีของจีนในการศึกษาวิจัยเรื่อง "ตุนหวงศึกษา" http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/25/20041125dunhuang11.jpg http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/25/20041125dunhuang10.jpg http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/25/20041125dunhuang7.jpg
รัฐบาลจีนได้ให้ความสำคัญต่อ่การอนุรักษ์ถ้ำผาม่อเกาคูมาโดยตลอดพร้อมๆกับที่มีนักท่องเที่ยวจากท้องที่ต่างๆทั่วโลกไปเยือนถ้ำม่อเกาคูมากขึ้นทุกวัน เพื่ออนุรักษ์งานพุทธศิลป์ชั้นเลิศข้ามสหัสวรรษที่อยู่ใน ถ้ำม่อเกาคูนี้ รัฐบาลจีนได้จัดตั้งศูนย์จัดการแสดงศิลปะตุนหวงขึ้น โดย ได้จำลองถ้ำม่อเกาขึ้นส่วนหนึ่งเพื่อทดแทนของเก่าให้นักท่องเที่ยว เข้าชม นอกจากนี้ รัฐบาลจีนยังใช้เงินลงทุนจำนวน200ล้านหยวน เพื่อเตรียมสร้างถ้ำผาม่อเกาคูเสมือนจริงระบบดิจิตอลขึ้นที่เมือง ตุนหวง กล่าวกันว่า ถ้ำเสมือนจริงนี้สามารถสร้างความรู้สึกเหมือน ว่าอยู่ในถ้ำจริงให้แก่้ผู้เข้าชม และสามารถเดินชมสถาปัตยกรรม รูปสลักเขียนสีและภาพผนังที่ตั้งแสดงในถ้ำอีกด้วย ผู้เชี่ยวชาญที่ เกี่ยวข้องชี้ให้เห็นว่า การสร้างถ้ำผาม่อเกาคูเสมือนจริงขึ้นนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการหลีกเลี่ยงการทำลายภาพจิตรกรรมฝาผนังเท่านั้น หากยังเป็นการส่งเสริมการบันทึกและอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของตุนหวง ทำให้โบราณวัตถุและวัฒนธรรมตุนหวงสามารถพัฒนาสืบต่อ ไปได้อีกนานแสนนานด้วย เมื่อเดือนตุลาคมปีค.ศ.2004 สถานีโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งประเทศจีนหรือCCTVยังได้ไปถ่ายทอด สดรายการเรื่อง"การค้นพบครั้งใหม่ที่ตุนหวง"เพื่อเผยแพร่ทั่วประเทศ เป็นเวลาต่อเนื่องกันเป็นเวลาถึงสามวัน เพื่อให้ชาวโลกซึ่งรวมทั้ง ชาวจีนด้วยได้เห็นถึงคุณค่าของศิลปะตุนหวงและเกิดความสนใจต่อ "ตุนหวงศึกษา" ผลการค้นพบครั้งใหม่แสดงให้เห็นว่า ในบริเวณเขตเหนือของถ้ำม่อเกาคู ยังมีถ้ำที่มีรูปสลักเขียนสีและภาพ จิตรกรรมฝาผนังต่างๆอีก248แห่ง รวมถ้ำ492แห่งที่มีอยู่เดิมนั้น บัดนี้ ถ้ำม่อเกาคูมีถ้ำที่มีรูปสลักเขียนสีและภาพจิตรกรรมฝาผนังมากถึง735แห่งแล้ว
http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/25/20041125dunhuang9.jpg http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/25/20041125dunhuang5.jpg http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/25/20041125dunhuang8.jpg
ท่านผู้ฟังคะ รายการ"พาเที่ยวจีน"วันนี้ขอยุติลงเพียงเท่านี้ พบกันใหม่ในรายการ "พาเที่ยวจีน"วันพฤหัสหน้าเวลาเดียวกันนี้ สำหรับวันนี้ ดิฉันธาริณีขอลาไปก่อน สวัสดีค่ะ
http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/25/20041125dunhuang2.jpg http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/25/20041125dunhuang1.jpg http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/25/20041125dunhuang13.jpg
http://thai.cri.cn/mmsource/images/2004/11/25/20041125dunhuang12.jpg
<TABLE cellSpacing=4 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD><!--diaocha0b --><!--diaocha0 --><!--diaocha0e --><!--diaocha1b --><!--diaocha1 --><!--diaocha1e --><!--diaocha2b --><!--diaocha2 --><!--diaocha2e --><!--diaocha3b --><!--diaocha3 --><!--diaocha3e --></TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE>
:yoyo_0144:http://thai.cri.cn/1/2004/11/25/21@31626.htm (http://thai.cri.cn/1/2004/11/25/21@31626.htm)
มดเอ๊ก
04-14-2008, 05:18 PM
มรดกโลกของจีน
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" bgColor=#ac5656 border=0><TBODY><TR><TD><TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top width="10%" bgColor=#990000><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=0 align=center bgColor=#ffffff border=0><TBODY><TR><TD>http://www.manager.co.th/China/images/travel/pict1.jpg
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD width="38%"><TABLE cellSpacing=2 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD colSpan=2>มรดกโลก วัฒนธรรมและธรรมชาติ ปี 1987</TD></TR><TR vAlign=top><TD width="8%">1.</TD><TD width="92%">เขาไท่ซัน-มณฑลซันตง</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD vAlign=top width="10%" bgColor=#990000><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=0 align=center bgColor=#ffffff border=0><TBODY><TR><TD>http://www.manager.co.th/China/images/travel/pict2.jpg
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD width="38%"><TABLE cellSpacing=2 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD colSpan=2>มรดกโลก วัฒนธรรม ปี 1987</TD></TR><TR vAlign=top><TD width="8%">2.</TD><TD width="92%">กำแพงเมืองจีน-ปักกิ่ง </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top bgColor=#990000><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=0 align=center bgColor=#ffffff border=0><TBODY><TR><TD>http://www.manager.co.th/China/images/travel/pict3.jpg
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD><TABLE cellSpacing=2 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD colSpan=2>มรดกโลก วัฒนธรรม ปี 1987</TD></TR><TR vAlign=top><TD width="8%">3.</TD><TD width="92%">กู้กง(พระราชวังต้องห้าม)-ปักกิ่ง</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD vAlign=top bgColor=#990000><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=0 align=center bgColor=#ffffff border=0><TBODY><TR><TD>http://www.manager.co.th/China/images/travel/pict4.jpg
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD><TABLE cellSpacing=2 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD colSpan=2>มรดกโลก วัฒนธรรม ปี 1987</TD></TR><TR vAlign=top><TD width="8%">4.</TD><TD width="92%">ถ้ำผาม่อเกาคูที่ตุนหวง-มณฑลกันซู่</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top bgColor=#990000><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=0 align=center bgColor=#ffffff border=0><TBODY><TR><TD>http://www.manager.co.th/China/images/travel/pict5.jpg
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD><TABLE cellSpacing=2 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD colSpan=2>มรดกโลก วัฒนธรรม ปี 1987</TD></TR><TR vAlign=top><TD width="8%">5.</TD><TD width="92%">สุสานจักรพรรดิฉินซี - ซีอัน มณฑลส่านซี </TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD vAlign=top bgColor=#990000><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=0 align=center bgColor=#ffffff border=0><TBODY><TR><TD>http://www.manager.co.th/China/images/travel/pict6.jpg
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD><TABLE cellSpacing=2 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD colSpan=2>มรดกโลก วัฒนธรรม ปี 1987</TD></TR><TR vAlign=top><TD width="8%">6.</TD><TD width="92%">แหล่งขุดค้นทางโบราณคดี โจวโข่วเตี้ยน -ปักกิ่ง </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top bgColor=#990000><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=0 align=center bgColor=#ffffff border=0><TBODY><TR><TD>http://www.manager.co.th/China/images/travel/pict7.jpg
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD><TABLE cellSpacing=2 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD colSpan=2>มรดกโลก วัฒนธรรมและธรรมชาติ ปี 1990</TD></TR><TR vAlign=top><TD width="8%">7.</TD><TD width="92%">เขาหวงซัน-มณฑลอันฮุย </TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD vAlign=top bgColor=#990000><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=0 align=center bgColor=#ffffff border=0><TBODY><TR><TD>http://www.manager.co.th/China/images/travel/pict8.jpg
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD><TABLE cellSpacing=2 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD colSpan=2>มรดกโลก ธรรมชาติ ปี 1992</TD></TR><TR vAlign=top><TD width="8%">8.</TD><TD width="92%">อุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว-เฉิงตู มณฑลเสฉวน</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top bgColor=#990000><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=0 align=center bgColor=#ffffff border=0><TBODY><TR><TD>http://www.manager.co.th/China/images/travel/pict9.jpg
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD><TABLE cellSpacing=2 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD colSpan=2>มรดกโลก ธรรมชาติ ปี 1992</TD></TR><TR vAlign=top><TD width="8%">9.</TD><TD width="92%">อุทยานแห่งชาติหวงหลง-เฉิงตู มณฑลเสฉวน</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD vAlign=top bgColor=#990000><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=0 align=center bgColor=#ffffff border=0><TBODY><TR><TD>http://www.manager.co.th/China/images/travel/pict10.jpg
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD><TABLE cellSpacing=2 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD colSpan=2>มรดกโลก ธรรมชาติ ปี 1992</TD></TR><TR vAlign=top><TD width="8%">10. </TD><TD width="92%">อุทยานแห่งชาติอู่หลิงหยวน-มณฑลหูหนัน </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top bgColor=#990000><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=0 align=center bgColor=#ffffff border=0><TBODY><TR><TD>http://www.manager.co.th/China/images/travel/pict11.jpg
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD><TABLE cellSpacing=2 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD colSpan=2>มรดกโลก วัฒนธรรม ปี 1994</TD></TR><TR vAlign=top><TD width="8%">11. </TD><TD width="92%">พระราชวังฤดูร้อนเฉิงเต๋อ และวัดไว่ปา-มณฑลเหอเป่ย</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD vAlign=top bgColor=#990000><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=0 align=center bgColor=#ffffff border=0><TBODY><TR><TD>http://www.manager.co.th/China/images/travel/pict12.jpg
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD><TABLE cellSpacing=2 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD colSpan=2>มรดกโลก วัฒนธรรม ปี 1994</TD></TR><TR vAlign=top><TD width="8%">12. </TD><TD width="92%">จวนตระกูลข่ง วัดขงจื๊อ สุสานขงจื๊อ-มณฑลซันตง </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top bgColor=#990000><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=0 align=center bgColor=#ffffff border=0><TBODY><TR><TD>http://www.manager.co.th/China/images/travel/pict13.jpg
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD><TABLE cellSpacing=2 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD colSpan=2>มรดกโลก วัฒนธรรม ปี 1994</TD></TR><TR vAlign=top><TD width="8%">13.</TD><TD width="92%">หมู่ตึกบนเขาบู๊ตึ๊ง-มณฑลหูเป่ย</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD vAlign=top bgColor=#990000><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=0 align=center bgColor=#ffffff border=0><TBODY><TR><TD>http://www.manager.co.th/China/images/travel/pict14.jpg
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD><TABLE cellSpacing=2 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD colSpan=2>มรดกโลก วัฒนธรรม ปี 1994</TD></TR><TR vAlign=top><TD width="8%">14. </TD><TD width="92%">วังโปตะลา-เมืองลาซา,ทิเบต</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>http://i-sanguide.com/images/spacer.gif (http://joblucky.com/)
มดเอ๊ก
04-14-2008, 05:24 PM
<TABLE height=75 cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD width="100%" background=http://www.blogth.com/images/cat-bar.gif height=31>'ม่อเกาคู' พุทธศิลป์ชิ้นเลิศที่ตุนหวง
</TD></TR><TR><TD width="100%" bgColor=#ffffff height=19>Last update:2006-01-23 Source :Blog
</TD></TR><TR><TD width="100%" bgColor=#f3f3f3 height=19><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=360 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=360>http://www.blogth.com/blog/ddimg/uploadimg/20060123/162150857.jpg (http://www.blogth.com/blog/ddimg/uploadimg/20060123/162150857.jpg)</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE>รัชสมัยกวงสูปีที่ 26 (ค.ศ. 1900) นักพรตเต๋านาม หวังหยวนจ้วน ค้นพบถ้ำลึกลับที่เก็บซ่อนคัมภีร์ทางศาสนาโดยไม่ตั้งใจ ภายในถ้ำยังเป็นที่เก็บรักษาจดหมายเหตุบันทึกทางประวัติศาสตร์ไว้ในสภาพสมบูรณ์ ที่จารึกด้วยอักษรฮั่น และอักษรพื้นเมืองโบราณของชนเผ่าในทะเลทราย อาทิ อักษรหุย ทิเบต ถู่ฟาน(บรรพบุรุษของชาวทิเบต) ลี่เท่อ และอักษรชีว์หลู และโบราณวัตถุอื่นๆ รวมทั้งสิ้นกว่า 50,000 ชิ้น ถ้ำแห่งนี้อยู่ในบริเวณถ้ำผาหินสลัก ซึ่งเป็นที่รู้จักกันมาตั้งแต่ก่อนรัชสมัยคังซี แห่งราชวงศ์ชิงว่า ถ้ำผาม่อเกาคู การค้นพบครั้งยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษ ทำให้ถ้ำผาร้างอันโดดเดี่ยวแห่งเนินทรายหมิงซาซัน กลายเป็นอัญมณีน้ำงามสุดประมาณค่าบนยอดมงกุฎมังกร
ความงามย่อมเป็นที่หมายปอง พลันเมื่อข่าวการค้นพบแพร่กระจายออกไป มืออำมหิตจากทุกสารทิศ ทั้งจากแผ่นดินและเกาะทางตะวันตก โลกใหม่ ไซบีเรีย แดนอาทิตย์อุทัย หรือแม้แต่เขตแคว้นทั่วแผ่นดินจีน ต่างยื่นยาวเข้ามาฉกฉวย และพรากเอา อัญมณี ไปจากถ้ำผาแห่งนี้ กว่าที่รัฐบาลจีนจะเริ่มตั้งทีมวิจัยศึกษา สืบค้น และวางแผนการอนุรักษ์ถ้ำผาม่อเกาคู ในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ก็ล่วงเลยเข้าสู่ปีค.ศ. 1943 และหลังจากนั้นอีก 44 ปี ชาวโลกจึงเข้ามายกฐานะและบทบาทของถ้ำผาม่อเกาคู ขึ้นเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลก
</TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=right border=0><TBODY><TR><TD width=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=170 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=170>http://www.blogth.com/blog/ddimg/uploadimg/20060123/162207365.jpg (http://www.blogth.com/blog/ddimg/uploadimg/20060123/162207365.jpg)</TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>คูหาหมายเลข 96 โบราณสถานหลักของถ้ำผาม่อเกาคู</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE> งานพุทธศิลป์ชั้นเลิศข้ามสหัสวรรษ
ถ้ำผาม่อเกาคู หนึ่งในสามถ้ำผาอันโด่งดังของจีน มีอายุราว 1,600 กว่าปี เป็นถ้ำผาที่สร้างขึ้นแรกสุด ในจำนวนถ้ำผาทั้งสาม อันได้แก่ถ้ำผาหยุนกัง ที่เมืองต้าถงมณฑลซันซี (เริ่มสร้างในปี ค.ศ.453 หรือรัชสมัยซิงอันปีที่ 2 แห่งราชวงศ์เหนือ) และถ้ำผาหลงเหมิน แห่งเมืองลั่วหยางมณฑลเหอหนัน (ยุคราชวงศ์เหนือ รัชสมัยจักรพรรดิเสี้ยวเหวินตี้ ราว ค.ศ.471-477)
ม่อเกาคูผ่านกาลเวลาแห่งการก่อสร้างยาวนานหลายศตวรรษ นับตั้งแต่การเริ่มเจาะสกัดหินก้อนแรกในยุคจิ้นตะวันออก (ค.ศ.317-420) ผ่านการบูรณะ และสรรค์สร้างขึ้นใหม่ ตั้งแต่ยุค 16 แคว้น (ค.ศ.304-439) ยุคราชวงศ์เหนือใต้ (ค.ศ.420-589) ต่อเนื่องมาถึงราชวงศ์สุย (ค.ศ.581-618) และในยุคที่พุทธศาสนารุ่งเรืองถึงขีดสุดในสมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ.618-907) ผ่านยุค 5 ราชวงศ์ เรื่อยมาถึงราชวงศ์เหลียว (ค.ศ.916-1125) ซ่ง (ซ่งเหนือ-จิน-ซ่งใต้ ค.ศ.960-1279) เซี่ยตะวันตกและหยวน (ค.ศ.1271-1368) รวมเวลามากกว่า 1,000 ปี
</TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=left border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=280 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=280>http://www.blogth.com/blog/ddimg/uploadimg/20060123/162219897.jpg (http://www.blogth.com/blog/ddimg/uploadimg/20060123/162219897.jpg)</TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>รูปปั้นสลักเขียนสีรูปพระโพธิสัตว์ สุดยอดความงามแบบศิลปะตุนหวง</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD width=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE> ถึงแม้การก่อสร้างโดยส่วนใหญ่เสร็จสิ้นลงไปแล้วในเบื้องต้น ตลอดระยะเวลากว่าพันปีจากนั้น ก็ยังมีการต่อเติม และก่อสร้างโบราณสถานขึ้นเพิ่มเติมต่างยุคต่างสมัยกัน ดังนั้นบริเวณถ้ำผาม่อเกาคูจึงดารดาษไปด้วยงานจิตรกรรม ประติมากรรรม และสถาปัตยกรรม ที่สะท้อนเอกลักษณ์ทางศิลปะในแต่ละยุคสมัยของจีน
ชาวจีนจึงภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งว่า ถ้ำผาในอ้อมกอดของทะเลทรายที่เมืองตุนหวงนี้ มีอาณาเขตกว้างใหญ่ที่สุดในโลก และยังเป็นศูนย์รวมงานศิลปะการแกะสลักหิน งานจิตรกรรมผนังถ้ำ ศิลปะรูปสลักเขียนสี และสถาปัตยกรรมโบราณ ที่มีรายละเอียดทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และชนชาติ อีกทั้งสะท้อนภูมิปัญญาของชนชั้นแรงงานในสังคมอดีตกาล และเปี่ยมล้นด้วยความงามทางพุทธศิลป์ชั้นสูงเทียบเท่าระดับสากล
ถ้ำผาม่อเกาคู หรือที่อดีตเรียกกันว่า ถ้ำเชียนฝอ(ถ้ำพระพุทธรูปพันองค์) มีช่องเขาทั้งหมดซึ่งแบ่งเป็น 5 ชั้น ไล่เรียงกันตามลำดับขั้น ประกอบด้วย ถ้ำพระ ถ้ำวัง ถ้ำเจดีย์ ถ้ำหลังคาโค้ง เป็นต้น ถ้ำที่ใหญ่ที่สุดมีความสูงราว 40 เมตร กว้าง 30 เมตร ที่เล็กที่สุดเป็นช่องเขาความสูงไม่ถึง 1 นิ้ว
ปัจจุบัน ในจำนวนถ้ำที่ได้รับการอนุรักษ์ราว 500 กว่าถ้ำ ในบริเวณเขตมรดกโลกถ้ำผาม่อเกาคู มีถ้ำที่มีรูปสลักเขียนสีอยู่ถึง 492 ถ้ำ ภายในบรรจุรูปสลักเขียนสีรวมทั้งสิ้น 2,415 ชิ้น รูปปั้นนางฟ้า 4,000 กว่าชิ้น สถาปัตยกรรมไม้สมัยถังและซ่งรวม 5 หลัง ตลอดจนภาพจิตรกรรมผนังถ้ำรวมความยาวมากกว่า 45,000 ตารางเมตร
และยังได้เป็นขุมทรัพย์โบราณวัตถุอายุในราวคริสต์ศตวรรษที่ 4 - 14 อันได้แก่ คัมภีร์ทางพุทธศาสนา บันทึกประวัติศาสตร์ ตำราและหนังสือชุดว่าด้วยศาสนาเต๋า ประเพณีชีวิต สังคม การเมือง งานวรรณกรรม ฯลฯ และภาพเขียนจีน รวมทั้งสิ้น 50,000 กว่ารายการ ซึ่งล้วนเป็นหลักฐานทางโบราณคดีของจีนในการศึกษาวิจัยเรื่อง ตุนหวงศึกษา ในยุคจิ้นตะวันออกจนถึงสมัยราชวงศ์ซ่ง
</TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=360 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=360>http://www.blogth.com/blog/ddimg/uploadimg/20060123/162238925.jpg (http://www.blogth.com/blog/ddimg/uploadimg/20060123/162238925.jpg)</TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>ภาพจิตรกรรมผนังถ้ำในคูหาหมายเลข 285 เป็นภาพบรรดาเทพและนางฟ้าบนสรวงสวรรค์ ศิลปะปลายสมัยราชวงศ์เหนือใต้ </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE> ศิลปะตุนหวง บนเส้นทางสายไหม
จีนในสมัยราชวงศ์ฮั่นยุคที่เจริญรุ่งเรืองสูงสุด เริ่มแผ่ขยายราชอาณาจักรไปทางตะวันตกในรัชสมัยจักรพรรดิฮั่นอู่ตี้ (ราวปี 140-87 ก่อนคริสต์ศักราช) โดยส่งราชทูตจางเชียน เดินทางข้ามทะเลทรายเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีกับเขตแคว้นทางตะวันตกถึง 2 ครั้ง ในปี 139 และ 119 ก่อนคริสต์ศักราช การเดินทางครั้งนั้นได้เปิด เส้นทางสายไหม(The Silk Road)ทางบก บนผืนทะเลทรายทาคาลามากันอันกว้างใหญ่ เส้นทางแลกเปลี่ยนสินค้าและศิลปวัฒนธรรมสายนี้ ยังเป็นที่ตั้งของเมืองชุมทางคมนาคมในอดีตอีกหลายเมือง กินพื้นที่ในมณฑลและเขตปกครองตนเอง ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีนปัจจุบัน อาทิ ส่านซี กันซู่ ชิงไห่ และซินเจียง
</TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=right border=0><TBODY><TR><TD width=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=220 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=220>http://www.blogth.com/blog/ddimg/uploadimg/20060123/162254136.jpg (http://www.blogth.com/blog/ddimg/uploadimg/20060123/162254136.jpg)</TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>กองคาราวานอูฐข้ามทะเลทราย</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE> เมืองตุนหวง นอกจากจะตั้งอยู่บนเส้นทางเศรษฐกิจที่สำคัญสายเก่านี้แล้ว ยังเคยเป็นแหล่งบรรจบของศิลปวัฒนธรรมจากดินแดนตะวันออกและตะวันตกที่เฟื่องฟูมาก่อน ทั้งนี้สืบเนื่องจากการเป็นชุมทางคมนาคมเมืองหนึ่งที่มีบทบาทอย่างมาก ในยุคที่เส้นทางสายไหมยังคงคึกคัก และเต็มไปด้วยบรรยากาศของผู้คนหลากหลายชนชาติภาษา ซึ่งสัญจรไปมาเพื่อประกอบกิจกรรมทางการค้ากับชาวจีนในแผ่นดินใหญ่
อีกทั้งประวัติศาสตร์หน้าสำคัญในสมัยราชวงศ์ถัง ที่กล่าวถึงการเดินทางของพระถังซัมจั๋งไปยังชมพูทวีป ยังส่งผลให้พุทธศาสนาอันรุ่งเรืองจากประเทศอินเดีย ได้แผ่ขยายมาสู่แผ่นดินจีนผ่านเส้นทางสายประวัติศาสตร์นี้เช่นกัน
ชะตากรรมของถ้ำผาม่อเกาคูที่เมืองตุนหวง จึงถูกกำหนดโดยความสำคัญของเส้นทางสายไหมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นับแต่ครั้งกำเนิดถ้ำผาแห่งนี้ในยุคจิ้นตะวันออก จนมาถึงก่อนราชวงศ์สุยและถัง ที่นับเป็นก้าวแรกสู่ยุคทองของการก่อสร้างรูปสลักหิน และงานจิตรกรรมผนังถ้ำที่ม่อเกาคู ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บ้านเมืองสงบร่มเย็นและรุ่มรวยมั่งคั่ง ตามสภาพการค้าข้ามทะเลทรายที่กำลังเฟื่องอย่างมาก
จวบจนเข้าสู่ราชวงศ์ซ่ง ก็ยังมีการบูรณปฏิสังขรณ์ และสร้างสรรค์รูปสลักใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง ทว่าในช่วงเวลานี้เองที่สภาพเศรษฐกิจบริเวณดังกล่าวซบเซา ความสำคัญของเส้นทางสายไหมทางบกก็เริ่มเสื่อมถอยลง งานก่อสร้างถ้ำผาม่อเกาคูก็เริ่มถูกปล่อยปละละเลย จนกระทั่งมาถึงหลังสมัยราชวงศ์หยวน การก่อสร้างที่ยาวนานข้ามสหัสวรรษจึงยุติลง ม่อเกาคูจึงกลายเป็นถ้ำรกร้าง เงียบเหงาไร้เงาผู้คน
</TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=left border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=240 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=240>http://www.blogth.com/blog/ddimg/uploadimg/20060123/162316785.jpg (http://www.blogth.com/blog/ddimg/uploadimg/20060123/162316785.jpg)</TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>บ่อน้ำเย่ว์หยาเฉวียน จุดท่องเที่ยวลือชื่อของเมืองตุนหวง </TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD width=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE> ครั้นล่วงเข้าสู่รัชสมัยคังซีแห่งราชวงศ์ชิง (ค.ศ.1644-1911) ถ้ำผาม่อเกาคูจึงค่อยๆกลับมาดึงดูดความกระหายของชาวโลกอีกครั้ง ด้วยการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ในปีค.ศ.1900 จนในปัจจุบัน เมื่อเส้นทางสายไหมได้เปลี่ยนบทบาทมาเป็นเส้นทางท่องเที่ยว ถ้ำผาม่อเกาคูก็กลายสภาพจากสัญลักษณ์ทางจิตวิญญาณแห่งพุทธศาสนา มาเป็นจุดท่องเที่ยวหนึ่งในกลุ่มโบราณสถานบนเส้นทางวัฒนธรรมอันโด่งดังสายนี้
เช่นเดียวกับเมืองเกษตรกรรมอย่างตุนหวงในยุคนั้น ก็พลิกโฉมมาเป็นเมืองท่องเที่ยว โด่งดังจนติดกลุ่มเมืองท่องเที่ยวดีเด่นรุ่นแรกของประเทศ ในช่วงปี ค.ศ.1998
</TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=right border=0><TBODY><TR><TD width=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=220 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=220>http://www.blogth.com/blog/ddimg/uploadimg/20060123/162339885.jpg (http://www.blogth.com/blog/ddimg/uploadimg/20060123/162339885.jpg)</TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>ภาพเขียนลีลานางฟ้า แบบฉบับของศิลปะตุนหวง</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE>
เมืองตุนหวงก็คล้ายคลึงกับเมืองเอกอีกหลายเมือง ทางตะวันตกเฉียงเหนือของแผ่นดินใหญ่ บนอดีตเส้นทางสายไหม ที่เป็นแหล่งเรียนรู้และซึมซับรับงานศิลปะจากเอเชียตะวันตก เอเชียตะวันออก เอเชียกลาง และยุโรปมาไว้ด้วยกัน ทั้งนี้การผสมผสานความหลากหลายนี้ได้แทรกซึมอยู่ในงานศิลปะรูปแบบต่างๆในถ้ำผาม่อเกาคู และที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดในหมู่งานศิลปะทั้งมวลที่ถ้ำผาแห่งนี้ คือ ประติมากรรมรูปสลักเขียนสี และภาพจิตรกรรมที่ผนังถ้ำ
ศิลปะตุนหวง ได้พัฒนาขึ้นบนรากฐานของพุทธศิลป์จีนแห่งจงหยวน ของชนชาติฮั่น ที่ซึมซับและผสมผสานงานศิลปะแห่งชนชาติพื้นเมืองในท้องที่ต่างๆ เช่น ศิลปะอินเดีย ศิลปะกรีก และศิลปะเปอร์เซียจากอิหร่าน จนพัฒนาขึ้นเกิดเป็นความงามวิจิตรเพริศแพร้ว
งานศิลปะที่พบที่ถ้ำผาม่อเกาคูโดยส่วนใหญ่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์สุยและถัง แต่เนื่องด้วยสภาพอากาศแห้งแล้งในทะเลทราย ทำให้งานศิลปะบางส่วนถูกทำลายไปตามธรรมชาติ ปัจจุบันยังคงหลงเหลืองานศิลปะที่สมบูรณ์อยู่น้อยมาก
</TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=330 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=330>http://www.blogth.com/blog/ddimg/uploadimg/20060123/162358418.jpg (http://www.blogth.com/blog/ddimg/uploadimg/20060123/162358418.jpg)</TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>รูปปั้นสลักเขียนสี งานศิลปะที่ขึ้นชื่อของถ้ำผาม่อเกาคู (ซ้าย-รูปปั้นพระโพธิสัตว์ ในคูหาหมายเลข 438 ก่อนสมัยราชวงศ์สุย ขวา-รูปปั้นศิลปะสมัยถังยุครุ่งเรือง ในคูหาที่ 45) </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE> งานประติมากรรมรูปสลักเขียนสี
หินในถ้ำที่ม่อเกาคูนี้มีลักษณะร่วน ไม่เหมาะแก่การแกะสลัก จึงนิยมปั้นเป็นรูปสลักที่ทำขึ้นจากดินเหนียว เหตุนี้เองรูปสลักที่สร้างขึ้นก่อนสมัยราชวงศ์ถังจึงไม่เหลือจนมาถึงปัจจุบัน งานประติมากรรมรูปสลักเขียนสี ที่ปรากฏอยู่ภายในถ้ำผานับร้อยๆคูหานั้น สลักเป็นรูปต่างๆ ทั้งที่เป็นรูปสลักพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ พระสาวก เทวดา อสูร เทพองค์รักษ์ ฯลฯ ด้วยรูปทรงหลากหลาย ทั้งรูปทรงกลม รูปสลักนูน รูปสลักเป็นฉากกั้น และที่สร้างขึ้นด้วยกุศลจิต รูปสลักที่มีความสูงที่สุดวัดได้ 34.5 เมตร และที่เล็กที่สุดมีขนาดเพียง 2 เซนติเมตร
</TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=left border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=180 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=180>http://www.blogth.com/blog/ddimg/uploadimg/20060123/162415403.jpg (http://www.blogth.com/blog/ddimg/uploadimg/20060123/162415403.jpg)</TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>ภาพนักดนตรีเล่นเครื่องคนตรีชนิดต่างๆ ในยุคกลางของสมัยราชวงศ์ถัง อันทรงคุณค่าด้านคีตศิลป์โบราณของจีน</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD width=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE>
ภาพจิตรกรรมที่ผนังถ้ำ
ภาพที่เขียนตามผนังถ้ำที่ม่อเกาคู มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธประวัติ ฉากทิวทัศน์ ภาพสิ่งก่อสร้าง สวนดอกไม้ เทวดานางฟ้า เป็นต้น ทั้งนี้ภาพจิตรกรรมผนังถ้ำได้สะท้อนค่านิยมและสภาพความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรมของสังคมศักดินาของจีน ตามยุคสมัยต่างๆกันในประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ยุค 16 แคว้นจนถึงยุคราชวงศ์ชิง จึงเปรียบเสมือน ตำราประวัติศาสตร์ศิลป์ อันทรงคุณค่าของชาติ
</TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=350 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=350>http://www.blogth.com/blog/ddimg/uploadimg/20060123/162432946.jpg (http://www.blogth.com/blog/ddimg/uploadimg/20060123/162432946.jpg)</TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>ภาพจิตรกรรมฉากการรบในสงคราม บนผนังถ้ำม่อเกาคู หมายเลข 285 ศิลปะก่อนสมัยราชวงศ์สุย </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE> อาจกล่าวได้ว่า คุณค่าที่รวมอยู่ในหินทุกก้อน ณ ถ้ำผาแห่งนี้ ไม่เพียงอบอวลอยู่ในศิลปะที่งามสง่าอลังการ หากทว่ายังซุกซ่อนอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ หลังผ่านกาลเวลามาหลายชั่วอายุคน ซึ่งทุกวันนี้ยังคงฉายเงาแห่งความรุ่งโรจน์ ท้าทายความวิริยะอุตสาหะของชาวจีนรุ่นหลัง ในการหวงแหนรักษาคุณค่าเหล่านี้ให้ดำรงสืบไป
</TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=right border=0><TBODY><TR><TD width=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=250 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=250>http://www.blogth.com/blog/ddimg/uploadimg/20060123/162449906.jpg (http://www.blogth.com/blog/ddimg/uploadimg/20060123/162449906.jpg)</TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>รูปสลักเขียนสีต่างอารมณ์ของ พระสาวก พระโพธิสัตว์ และเทพเจ้าแห่งสวรรค์ ในคูหาที่ 45 สัญลักษณ์ของยุคทองแห่งศิลปะสมัยราชวงศ์ถัง</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>:yoyo_0139:http://www.blogth.com/blog/China/Chinatravel/551.html (http://www.blogth.com/blog/China/Chinatravel/551.html)</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
มดเอ๊ก
04-14-2008, 05:30 PM
http://www.britishmuseum.org/images/an263_l.jpg
:0025: 59 ภาพ ไปดูกานนนนนนนนนนนนนนน
http://www.britishmuseum.org/explore/highlights/highlights_search_results.aspx?searchText=dunhuang&x=12&y=6
มดเอ๊ก
04-14-2008, 05:35 PM
โดนทรายกลบเป็นพันๆ ปี ก่อนเจอถ้ำ นะ ทะเลทรายแถบนั้น จะมีลำแสงเป็น
พระพุทธรูปทองคำพันองค์ โผล่มา เหอๆๆๆๆๆๆๆๆ
:yenyo-98:
kong_sorakrit
05-19-2008, 03:33 PM
ขออนุโมทนาสาธุครับ
vBulletin® v3.7.4, ลิขสิทธิ์ ©2000-2009, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด