View Full Version : เรื่องสั้นจบในตอน..... ช่องว่าง
ช่องว่าง
.....เดชากระชับไม้พอถนัดมือ ยืนถ่างขาเล็กน้อยหลังลูกกอล์ฟสีขาววางอยู่บนตีนตั้ง วาดไม้ลองกะทิศทางและจังหวะ สอง-สามครั้ง จึงบรรจงหวดไม้เต็มเหนี่ยว เมื่อปลายไม้กระทบลูกกอล์ฟ วิ่งแหวกอากาศลอยคว้างไปไกล เขายกมือขึ้นป้องเหนือคิ้ว แล้วระบายยิ้มออกมาด้วยความพอใจ เรียกผ้าเย็นจากแคดดี้ ซับเหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่ผุดพรายขึ้นมาเต็มลานกว้างของหน้าผาก ที่รุกล้ำเนื้อที่ซึ่งเคยเป็นของเส้นผมขึ้นไปสู่หัวหลิมเล็ก พาร่างวัยกลางคนอันอุดมไปด้วยไขมันย่ำพรมหญ้าเขียวขจี สู่ทิศทางที่ลูกกอล์ฟหายไป
สายลมที่พัดโชยมาจากทิศตะวันตกเย็นวาบ เมื่อผ่านใบหน้าและลำแขน ดวงตะวันยามใกล้อำลาเหนือโค้งฟ้านั้นสวยงามนัก ท้องฟ้าที่กำลังแปรเปลี่ยนมีมนต์ขลัง เขาคิดว่าวันที่ยังมีชีวิตอยู่ควรมีช่วงเวลาสำหรับการพักผ่อนหาความสุขจากเงินทองที่เกิดจากการทำงานของสมองอันชาญฉลาดของตัวเอง http://www.agalico.com/board/images/icons/icon21.gif
.....แสงยกฆ้อนเหล็กอันหนักอึ้งกระหน่ำลงบนท่อนเหล็กเผาไฟสีแดงจัดที่ตั้งอยู่บนแท่นเหล็กครั้งแล้วครั้งเล่าจนสะท้านไปทั่วไหล่ จนท่อนเหล็กสีคล้ำลงจึงจุ่มลงในน้ำเกิดเสียงดัง จับมันโยนเข้าในเตาไฟอีกครั้ง ดึงคุนเป่าลมเข้าออกจนไฟลุกโชนแดงฉานอยู่ในเตา เขายกแขนเสื้อขึ้นปาดเหงื่อเม็ดโป้ง ๆ ที่แตกพลั่กอยู่บนผิวหน้า และกำลังรินไหลตามผิวหยาบกร้านเต็มไปด้วยสีแห่งความเคร่งเครียด ในบางครั้งมันไหลเข้าตาจนปวดแสบ
บรรยากาศร้อนเร่าที่หน้าเตาและอับทึบของโรงตีเหล็ก หลังคามุงสังกะสี อากาศถ่ายเทผ่านเข้ามาได้เพียงทางช่องประตูและช่องลมเล็ก ๆ น่าเบื่อหน่ายสิ้นดี อากาศหายใจดูเหมือนจะมีเพียงน้อยนิด จนต้องสูดลมเข้าปอดแรง ๆ ในช่วงที่มือว่างลง แสงมวนใบจากห่อหุ้มยาฉุนจุดสูบพ่นควันโขมง เหมือนให้ความอัดอั้นในใจถูกระบายออกมาทางช่องจมูกเสียบ้าง เมื่อมองดูร่างกายอันบึกบึนของตัวเอง แล้วรู้สึกภูมิใจขึ้นแวบหนึ่ง นึกขอบคุณที่ธรรมชาติยังมีความกรุณาอยู่บ้าง แต่ความหวาดหวั่นกลับฉายแววฉานขึ้นในดวงตาแห้งแล้ง
เมื่อคิดถึงวันหนึ่ง..... เออ !
สักวันหนึ่งเมื่อความชรามาถึง สองแขนอ่นเปลี้ยลง แรงงานภายในถูกกลืนหายไปหมดสิ้น.....
วันนั้นจะน่ากลัวสักเพียงไหนหนอ ? http://www.agalico.com/board/images/icons/icon21.gif
เดชาเดินมาถึงที่ลูกกอล์ฟตก จุดยิ้มวาบขึ้นบนริมฝีปากอีกครั้ง เมื่อเห็นลูกกอล์ฟอยู่ไม่ห่างหลุมนัก เขาเสไปทางขอบสนาม เพราะความไม่จำเป็นต้องรีบร้อนในโอกาสเช่นนี้ เขาคิดว่าควรจะมีบางครั้งที่เขาได้เป็นนายของกาลเวลาบ้าง ควักเอาเอาขววดยาชูกำลังจากกระเป๋าสนาม เปิดฝาเทมันหายวาบเข้าไปในลำคอ สบัดแขนขาด้วยความกระปรี้กระเปร่า ...
แววแจ่มใสปรากฏอยู่ในดวงตาหยีเล็ก ซึ่งเคยเปี่ยมไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมอยู่เสมอ จุดบุหรี่สูบอีกมวน สูดควันหอมกรุ่นลึก ๆ และนั่งมองดูควันสีเทาหม่นลอยอ่อนพริ้วอบอวลก่อนจะจางหายไปกับสายลม " มันเหมือนอะไรนะ " เขาคิดอยู่ตั้งนานสองนาน...
ก่อนจะพบคำตอบว่ามันเหมือน นาฏสุดา เลขานุการิณี คนสวยของเขาที่เพิ่งลงจากเวทีประกวดความงามเมื่อไม่นาน โนมเนื้อของหล่อนหอมหวานนัก เมื่อครั้งที่อ่อนพริ้วอยู่ในอ้อมกอดของเขา...
..... ความจริงเขาไม่ชอบกอล์ฟนัก แต่ที่ต้องเล่นและหมั่นซ้อมอยู่เสมอ เพราะว่า " ท่าน " ผู้ทรงอิทธิพลของเขาในวงงานราชการที่คอยช่วยเหลือเขาอยู่เสมอ โปรดปรานมาก เขาจึงต้องปรับตัวเข้าหาท่านตลอดเวลา http://www.agalico.com/board/images/icons/icon21.gif
.....แสงใช้คีมจับเหล็กที่แดงวาบออกจากเตา มองเห็นเปลวไฟลุกวูบวาบ เหมือนสองมือของเขาตะกายอากาศดิ้นรน เพื่อปากเพื่อท้อง และความอยู่รอดของลูก ๆ สี่คน กับเมียอีกหนึ่ง
ความหิวโหย...
ความจำเป็นที่ตามมาเหมือนผู้คุมทาส...
คอยโบยตีให้เจ็บปวดอยู่ตลอดเวลา
จากการเดินทางของชีวิตที่ผ่านมา ช่วงเวลาทั้งหมดจมอยู่กับงานที่ต้องขายแรง ดูเหมือนคำว่าพักผ่อน จะอยู่ห่างไกลจากเขาเกินฝันถึง ตราบเท่าที่ชีวิตยังคิ้นรนเยี่ยงนี้ วันพักผ่อนของเขาก็คือวันที่เขาล้มลงนอนเหยียดยาว ไม่รู้สึกไม่ต้องการ และไม่เจ็บปวดอีกแล้ว
จันทร์...เมียคนเดียวที่เป็นแหล่งระบายความทุกข์ ความสุข ความเจ็บแค้นและความใคร่ !
ดังนั้นผลที่ตามมาคือลูกหัวปีท้ายปี เมื่อได้จันทร์มาใหม่ ๆ เขาต้องอพยพทิ้งท้องนาเข้ามาหางานทำในเมืองหลวง เพราะนาที่ปู่ย่า ตายายบุกเบิก หักร้างถางพงกลายเป็นของนายทุนไปหมดสิ้น เพราะความจำเป็น และความไม่รู้ของพ่อ ซึ่งในชีวิตไม่เคยรู้จักว่าตัวหนังสือเป็นเช่นไร
เขาไม่อาจจะเช่านาทำต่อไปได้อีกเพราะความแห้งแล้ง ค่าเช่า และดอกเบี้ยที่สูงขึ้นทุกที ไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงชีวิตได้
แสงสาปแช่งความจนดังระงมอยู่ในใจ มันเป็นของแสลงที่สุดสำหรับชีวิต มันนำเอาความหิวโหย เจ็บปวด และความทุกข์ทรมานมาเปิดประตูบ้าน ก้าวเข้ามาหาครอบครัวเขาเยี่ยงคนคุ้นเคย เกาะแจอยู่กับชีวิตของเขาอย่างไม่ยอมห่าง เขาพยายามหลีกลี้มันด้วยการระดมแรงลงบนงานทุกชนิด...
แต่มันก็ไร้ผลสำหรับชนชั้นกรรมาชีพเช่นเขา http://www.agalico.com/board/images/icons/icon21.gif
.....เดชาเล็งแล้วเล็งอีกจนแน่ใจ จึงเคาะไม้เบา ๆ ลูกกอล์ฟวิ่งรี่ลงหลุม-หลุมสุดท้าย เขาระเบิดเสียงหัวเราะท้าทายดวงตะวันที่กำลังเศร้าหมอง ด้วยความสาใจ วันนี้เขาทำแต้มดีกว่าทุกวัน คนอย่างเขาน้อยครั้งที่จะมีการผิดพลาด ไม่ว่าเรื่องงาน ผู้หญิง หรือเกมส์การพักผ่อน เขาส่งไม้ให้แคดดี้แล้วเดินดุ่มไปที่อำนวยการของสนาม เรียกบรั่นดีจากบาร์มาดื่ม พลางครุ่นคิดถึงนาฏสุดา
คืนนี้เขาจะพาหล่อนไปไหนดีหนอ ?
ก่อนจะจบสิ้นคืนลงในความสุขอันลึกและมืดดำ..... เออ ! เขาควรจะให้ของกำนัลแก่หล่อนสักอย่าง น่าจะเป็นรถยนต์สักคัน เพราะมันเกิดผลดีแก่บริษัทของเขาด้วย กฏหมายภาษีอากรระบุว่า การซื้อรถยนต์เป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง และยอมลดภาษีเงินได้ของบริษัทให้
ความจริงคนอย่างเขาไม่ต้องทำงานก็ย่อมได้ เพราะรายได้จากบริษัทหลายสิบบริษัท โรงสีหลายสิบโรง และผืนนาอีกนับพันไร่ ความเป็นปึกแผ่นของชีวิต จนป่วยการที่จะไปนึกห่วงลูกเมีย แต่เขาจะวางมือลงได้อย่างไร ในเมื่อโอกาสยังเป็นของเขา เขาต้องกอบโกยเอาไว้ให้มากที่สุด เพราะครั้งหนึ่งเมื่อเขายังชื่อไอ้ล้ง ความยากจนมันสอนให้เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดและหิวโหย ซึ่งเขาต้องจดจำและถีบตัวหนีไปให้ไกลที่สุดจากมัน
ทางที่จะร่ำรวยในประเทศที่อุดมไปด้วยคนโง่เช่นนี้มีมากมายเหลือเกิน เพียงแต่สังเวย " ท่าน " ด้วยของกำนัลที่ถูกใจและถึงขนาดเท่านั้น ทางของเขาจึงเปิดกว้างเสมอ แต่อยู่สูงลิบจนกฏหมายไม่อาจเอื้อมถึง เขาจึงร่ำรวยอย่างรวดเร็ว... http://www.agalico.com/board/images/icons/icon21.gif
.....แสงเคาะฆ้อนลงบนท่อนเหล็กที่ค่อยแบนเข้าทุกที รีดเร้นมันจนกลายเป็นรูปมีด เขาไม่ได้ยิ้มด้วยความพอใจ เพราะความเหน็ดเหนื่อยและจำเจกับงานนี้มานาน ทุกวันเขาต้องแปรสภาพท่อนเหล็กให้เป็นมีด พร้า จอบ เสียม เคียว ฯ ล ฯ
ถึงแม้งานจะหนักหน่วงเพียงไร แต่มันไม่เคยคุ้มกับค่าจ้าง เขาไม่รู้ว่าโง่หรือเปล่าที่ไม่เคยปริปากพูด แต่ที่เขารู้คือไม่อยากว่างงาน.. .. เขาเคยคิดจะพึ่งใครสักคนแต่มันก็ว่างเปล่า แม้แต่กฏหมายแรงงาน ก็เป็นเพียงใยแมงมุมเปื่อย ๆ ที่ดักได้เพียงแมลงเล็ก ๆ เช่นกรรมกร
แต่ไม่อาจดักเล่ห์เหลี่ยมการขูดรีดของนายทุนได้ !! http://www.agalico.com/board/images/icons/icon21.gif
malila
11-20-2005, 12:40 PM
.............................
อะไรเหรอน้องมะลิ ??
พูดเหอะ ไม่มีใครเค้าว่าหรอก
.....ถนนสีดำสายนั้นทอดตัวมาจากโค้งถนนทางทิศเหนือพุ่งไปสู่ทิศใต้ ความห่างไกลจากชุมชนนาน ๆ จึงจะมีรถแล่นผ่านมาสักคัน แสงก้าวออกจากโรงงานตีเหล็ก ข้ามถนนเพื่อรอรถประจำทางกลับบ้าน ขณะสนธยาเย็นย่ำลง เขาทอดน่องอย่างอ่อนเปลี้ย ความหิวดิ้นรนอยู่ในกระเพาะ สมองอึงอลไปด้วยคำถามสารพัด
เดชาขับรถยนต์ราคาเรือนล้านออกจากสนมกอล์ฟอย่างสบายอารมณ์ เท้าเหยีบกดคันเร่งลงไปทุกที จนรถแล่นปราดออกมาด้วยความเร็วสูง จากสนามกอล์ฟออกสู่ถนนกระทันหัน
.............????
กาลเวลา
11-20-2005, 01:19 PM
....................................................
อิอิ
โรคพูดไม่ออกนี่ มันระบาดติดต่อกันด้วยอ่ะนะ
ระบาดเร็วเสียจัง
.....เดชาขับรถยนต์ราคาเรือนล้านออกจากสนามกอล์ฟอย่างสบายอารมณ์ เท้าเหยีบกดคันเร่งลงไปทุกที จนรถแล่นปราดออกมาด้วยความเร็วสูง จากสนามกอล์ฟออกสู่ถนนกระทันหัน เฉี่ยวเอาแสงตกลงไปในคูน้ำ เสียงรถเบรคดังสนั่น เขาปีนขึ้นมาจากคูด้วยความโมโหสุดระงับ แต่ยังไม่ทันพ้นจากขอบคู เดชาโผล่หน้าต่างออกมาดู และสำรอกออกมาอย่างกราดเกรี้ยว
" เดินอย่างไรวะไม่ดูรถ " เมื่อเขาก้าวเข้าไปหา เดชาตะคอกกลับออกมาอีก
" จะเอาเรื่องหรือเปล่า ? " อั๊วมีเวลาน้อยจะรีบไป
" ไปโรงพัก " แสงเฉียวฉุน เดชายิ้มเยาะที่มุมปาก
" เสียเวลาเปล่า " " สารวัตรใหญ่โรงพักท้องที่ที่นี่เป็นเพื่อนกับอั๊ว - เอาอย่างนี้ไหม ? อั๊วจ่ายให้ลื้อห้าร้อยเลิกแล้วต่อกัน "
" ไปโรงพัก " แสงยังยืนยัน
" ไอ้เวร ! พูดไม่รู้เรื่อง " " ถึงไปโรงพักอั๊วก็โดนปรับไม่เกินห้าร้อย - ลื้อก็ไม่เจ็บไม่ใช่หรือ ? "
เขานิ่งอึ้งเหมือนไม้กลายเป็นหิน
" ว่าไงจะเอาไหม ? อั๊วไม่มีเวลา " http://www.agalico.com/board/images/icons/icon21.gif
....เดชาชูใบสีม่วงออกมานอกหน้าต่าง แวบหนึ่งเขาเห็นใบหน้าของนาฏสุดา ปล่อยเงินหนึ่งพันบาทร่วงลงสู่พื้นดิน มือซ้ายตบเกียร์ มือขวาหมุนพวงมาลัย เท้าเหยียบคันเร่งพารถยนต์แล่นหายไปกับโค้งถนนข้างหน้า
อนิจจาคนอย่างเขาเงินซื้อได้ทุกอย่างเชียวหรือ ?
ตั้งแต่แรงงาน ชีวิตของเขา แม้แต่ความผิดทางกฏหมายที่เขาเป็นฝ่ายถูก เขาคิดจะไปแจ้งความ แต่ก็เลิกล้ม มันอาจจะไม่เกิดประโยชน์ขึ้นเลย เพราะความยากจน คำพูดของเขาย่อมไร้น้ำหนัก
แสงก้มลงหยิบเงินห้าร้อยฉีกมันออกเป็นเสี่ยง ๆ โปรยเศษเงินลงบนพื้นถนน ก่อนย่ำเท้าออกจากที่นั่น
ถนนสีดำที่คั่นระหว่างสนามกอล์ฟกับโรงตีเหล็กว่างเปล่าลงอีกครั้ง และความมืดโรยตัวลงมาบรรจุเต็ม มิผืดอะไรกับช่องว่างระหว่างชนชั้นของเดชาและแสง ซึ่งตลอดชีวิตนี้ไม่มีวันขยับเข้าใกล้กันได้เลย.....
THE END
:emo_112:
malila
11-20-2005, 03:52 PM
:sm007: :sm007: :sm007:
.............................
กรรมกร
*------------------*
เหมือนกรรมกระหน่ำหนัก จึ่งจมปลักของความจน
ดุจฟ้าดินดาลดล ดังเทพแสร้งให้เป็นไป
คอยโชคมาช่วยชัก ก็นานนักยังยากไร้
เหมือนตายทั้งหายใจ นรกไหม้สวรรค์เมิน
นายทุนก็แสนถ่อย เขม้นคอยงับส่วนเกิน
ข้าราช...ก็งกเงิน หัวใจมืดหูตามัว
โอ้...อกกรรมกร สิเดือดร้อนกันไปทั่ว
จะลืมตามองดูตัว ฤๅก้มหัวรับเวรกรรม
เขาเห็นเราเป็นทาส คนขี้ขลาดชาติชั้นต่ำ
อยู่ไหนความเป็นธรรม เราถูกย่ำเหมือนวัวควาย
แรงงานเราไร้ค่า ดุจราคาของกรวดทราย
ถูกกดเสียเจียนตาย ยังทนได้อยู่ดังฤๅ
แรงงานคือแรงแค้น ใครจะแม้นพวกเราหือ
อกไหม้เหมือนไฟฮือ ผู้ใดหรือจะเหลียวแล
ต่อสู้สิพี่น้อง ก่อนเราผองจะย่ำแย่
หวังเศษเมตตาแล้ ก็แล้งสิ้นในนาคร
ความจริงคือความจน ของชนชั้นกรรมกร
ทุกข์ทนทุรนร้อน เทพเจ้าฤๅเห็นใจ
ความจนคือความจริง จะทนนิ่งอยู่ทำไม
พลังเรามีไว้ เพื่อจะใช้ใช่แกงกิน
ช่องว่างระหว่างคน รวยและจนราวฟ้าดิน
ใช้เหงื่อคลุกดินกิน จะทนได้ฤๅนายทุน
แรงงานกับแรงเงิน แม้นประเมินไม่สมดุลย์
กลับใจเถิดนายทุน ก่อนจะสายจนเกินการ ฯ
*-------------------*
ใบตอง
11-22-2005, 12:17 PM
พี่ pure จ๋า พี่ pure เก็บกดอารายมาอ๊ะเป่าคะเนี่ย :sm007:
จริง ๆ แอบระบายชีวิตของตะเองเป่าอะ :icon_roll
น้องใบตองนี่คงจะได้ ญาณเจโตฯ แล้วเป็นแน่เลย ถึงได้รู้ว่าพี่เพียวแอบเอาเบื้องหลังชีวิตตัวเองมาระบาย....
เศร้าจริงๆเลยชีวิตพี่เพียวนี่...ใครน๊อจะจ๋งจ๋าน
vBulletin® v3.7.4, ลิขสิทธิ์ ©2000-2009, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด