PDA

View Full Version : นักรบตายในสงคราม ตายแล้วไปไหน


Unregistered
03-28-2008, 07:06 AM
นักรบตายในสงคราม ตายแล้วไปไหน

(ตามพระไตรปิฎก) สฬายตนวรรค - คามณิสังยุตต์ - ๓. โยธาชีวสูตร

ครั้งนั้นแล นายบ้านนักรบอาชีพเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ฯลฯ ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ได้สดับคำของนักรบอาชีพทั้งอาจารย์และปาจารย์ก่อนๆ กล่าวกันอย่างนี้ว่า
นักรบอาชีพคนใดอุตสาหะพยายามในสงคราม คนอื่นฆ่าผู้นั้นซึ่งกำลังอุตสาหะพยายามให้ถึงความตาย ผู้นั้นเมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของเทวดาเหล่าสรชิต ในข้อนี้พระผู้มีพระภาคตรัสว่าอย่างไร พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
อย่าเลยนายบ้าน ขอพักข้อนี้เสียเถิด อย่าถามข้อนี้กะเราเลย แม้ครั้งที่ ๒ ฯลฯ แม้ครั้งที่ ๓
นายบ้านนักรบอาชีพได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญข้าพระองค์ได้สดับคำของนักรบอาชีพทั้งอาจารย์และปาจารย์ก่อนๆ กล่าวกันอย่างนี้ว่า
นักรบอาชีพคนใดอุตสาหะพยายามในสงคราม คนอื่นฆ่าผู้นั้นซึ่งกำลังอุตสาหะพยายามให้ถึงความตาย ผู้นั้นเมื่อตายไป
ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของเทวดาเหล่าสรชิต ในข้อนี้พระผู้มีพระภาคจะตรัสว่ากระไร
พระผู้มีพระภาคตรัสว่าดูกรนายบ้าน เราห้ามท่านไม่ได้แล้วว่า อย่าเลยนายบ้าน ของดข้อนี้เสียเถิดอย่าถามเราถึงข้อนี้เลย
แต่เราจักพยากรณ์ให้ท่าน ดูกรนายบ้าน นักรบอาชีพคนใดอุตสาหะพยายามในสงคราม
ผู้นั้นยึดหน่วงจิตกระทำไว้ไม่ดี ตั้งจิตไว้ไม่ดีก่อนว่า สัตว์เหล่านี้จงถูกฆ่าจงถูกแทง จงขาดสูญ จงพินาศ หรือว่าอย่าได้มีคนอื่นฆ่าผู้นั้นซึ่งกำลังอุตสาหะพยายามให้ถึงความตาย ผู้นั้นเมื่อตายไป ย่อมเกิดในนรกชื่อสรชิต ก็ถ้าเขามีความเห็นอย่างนี้ว่า นักรบอาชีพคนใดอุตสาหะพยายามในสงคราม
คนอื่นฆ่าผู้นั้นซึ่งกำลังอุตสาหะพยายามให้ถึงความตาย ผู้นั้นเมื่อตายไป
ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของเทวดาเหล่าสรชิต ดังนี้ไซร้ ความเห็นของผู้นั้นเป็นความเห็นผิด ดูกรนายบ้าน
ก็เราย่อมกล่าวคติ ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่งคือ นรกหรือกำเนิดสัตว์เดียรัจฉานของบุคคลผู้มีความเห็นผิด ฯ

[๕๙๔] เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว นายบ้านนักรบอาชีพร้องไห้สอื้น น้ำตาไหล พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
ดูกรนายบ้าน เราได้ห้ามท่านแล้วมิใช่หรือว่า อย่าเลยนายบ้าน ของดข้อนี้เสียเถิด อย่าถามเราถึงข้อนี้เลย เขาทูลว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ไม่ได้ร้องไห้ถึงข้อที่พระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้กะข้าพระองค์หรอก
แต่ว่าข้าพระองค์ถูกนักรบอาชีพทั้งอาจารย์และปาจารย์ก่อนๆล่อลวงให้หลงสิ้นกาลนานว่า
นักรบอาชีพคนใดอุตสาหะพยายามในสงครามคนอื่นฆ่าผู้นั้นซึ่งกำลังอุตสาหะพยายามให้ถึงความตาย
นักรบอาชีพคนนั้นเมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของเทวดาเหล่าสรชิต ดังนี้
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระธรรมเทศนาของพระองค์แจ่มแจ้งนัก พระผู้มีพระภาคทรงประกาศธรรมโดยอเนกปริยาย
ดุจหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางให้แก่คนหลงทาง หรือส่องไฟในที่มืด ด้วยหวังว่า คนมีจักษุจักได้เห็นรูป
ฉะนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ขอถึงพระผู้มีพระภาค กับทั้งพระธรรมและพระภิกษุสงฆ์ว่าเป็นสรณะ
ขอพระผู้มีพระภาคโปรดทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะจนตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฯ
ที่มา ;ทองม้วน,http://www.watthummuangna.com/board/forumdisplay.php?f=29

อาสาเติม
03-28-2008, 07:13 AM
เคยอ่านชากดกเรื่อง พระเตมีย์ใบ้ไหมครับ ..
พระโพธิ์สัตว์ ระลึกได้ว่าในอดีตชาติได้เป็นพระราชา ตัดสินประหารนักโทษไปเป็นจำนวนมาก
ฆ่าอริราชศัตรูไปก็มาก ตายแล้วไปตกนรกหมกไหม้อยู่นานแสนนาน ท่านเลยแกล้งเป็นใบ้
เพราะไม่อยากเป็นพระราชาอีก..ทหาร ตำรวจ นั้นเขามีหน้าที่ต้องทำอย่างนั้น เลี่ยงไม่ได้
ถามว่าบาปไหม บาปจ๊ะ เพราะทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วงไป
ที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติเป็นศีลคือข้อห้ามไว้ก็เพราะเห็นโทษของการฆ่าสัตว์ว่ามีมาก
ไม่ใช่ห้ามไปงั้นๆเองอย่างไร้เหตุผล แล้วจะทำไงดี หน้าที่ต้องทำเพื่อส่วนรวม แต่ก็บาปด้วย เอาไงดี
ท่านต้องศึกษาเรื่องกรรม คนทำดีทำชั่วปนๆกันใช่ว่าจะตกนรก หรือขึ้นสวรรค์ถ่ายเดียว กรรมที่จะทำให้เกิดนั้น
เปรียบเหมือนคนไล่ต้อนโคออกจากคอก ถ้าตัวใดอยู่ใกล้ก็ออกก่อน ถ้าโคเป็นโรค(อกุศลกรรม)ออกก่อน
ผลก็คือไม่ได้ผลดี อาจตกอบายภูมิได้ ถ้าโคตัวแข็งแรงออกก่อนก็ได้รับผลดี คือสุคติภูมิ
ดังนี้ก็ต้องทำดีให้มากกว่าทำชั่ว หมั่นสร้างบุญกุศลเพื่อปิดอบายภูมิ อย่างน้อยก็ขอให้ได้เกิดเป็นมนุษย์ก็ยังดีแล้ว
อย่าไปเป็นเปรต อสุรกาย เดรัจฉาน แล้วค่อยสร้างสมบุญเอา
ส่วนกรรมนั้นไม่สูญนะท่าน ยังตามมาอยู่ แม้เกิดเป็นมนุษย์ แต่ก็อาจจะมีโรคมาก
ไม่แข็งแรงเพราะฆ่าสัตว์มามาก อันนี้ผิดศีลข้อ 1 นะ
(พระอรหันต์ ยังหนีกรรมเก่าไม่พ้นเลย เช่นพระโมคคัลลานะเคยทุบตีมารดา บิดา
ตายแล้วเกิดมาถูกเขาตีตาย 500 ชาติ จนถึงชาติสุดท้ายก็ยังต้องถูกโจรตีตายอีก )
ดังนั้นพระท่านถึงสอนให้เราตั้งอยู่ในความไม่ประมาท “ในความดีที่ควรทำ ในกรรมชั่วที่ควรเว้น”
ทั้งในปัจจุบันและอนาคต เจริญพร..