Paang
03-25-2008, 07:25 AM
http://www.bunniyom.com/kid.jpg
เด็กหญิงน่ารักอายุ ๒ ขวบคนหนึ่ง อบรมเมตตาให้เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันและควรจะเป็นการอบรมจิตใจผู้ใหญ่ที่ได้รู้ได้ยินด้วย
คือวันหนึ่ง เมื่อเพื่อนตัวน้อยๆ เท่ากันจะบี้มดที่กำลังเดืนอยู่กับพื้น เด็กหญิงห้ามทันทีมีเหตุผลจากใจจริงที่จับใจผู้ใหญ่ทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง
อย่าทำ! เดี๋ยวแม่มดกลับมาไม่เห็นลูกมด
แม้ใครทั้งหลายที่กำลังคิดจะทำลายชีวิตสัตว์น้อยสัตว์ใหญ่ หรือกระทั่งชีวิตมนุษย์ ก็น่าจะเสียงห้ามของเด็กหญิงน้อยๆ ดังกล่าวมาเตือนตนเองบ้าง
อย่าทำ! เดี๋ยวแม่ปลาหาลูกปลาไม่พบ
หรือ อย่าทำ! เดี๋ยวลูกยุงร้องไห้คิดถึงแม่ยุง
หรือ อย่าทำ! เดี๋ยวลูกนกไม่มีแม่นก
หรือ อย่าทำ! เดี๋ยวไม่มีใครเลี้ยงลูกเขา
เตือนตนเองด้วยจริงใจ ให้รู้สึกจริงจังดังที่คิดหรือที่เปล่งวาจา ก็ย่อมเป็นการอบรมเมตตาอีกวิธีหนึ่ง ที่ง่ายและน่าทำเสมอๆ
เมตตานั้นไม่จำเป็นที่ผู้ใหญ่จะเป็นฝ่ายสอนเด็กเสมอไป แม้เด็กก็สอนผู้ใหญ่ได้ ทั้งๆ ที่เด็กไม่รู้ว่ากำลังเป็นผู้สอน และเด็กก็ไม่รู้ว่าความคิดของตนเกิดแต่เมตตาที่บริสุทธิ์แท้จริง สำหรับผู้ใหญ่ที่ใจพร้อมจะรับคำเตือนใจให้เมตตา ย่อมรับแม้เป็นคำเตือนของเด็กปฏิบัติให้เกิดผลทันที
เช่นรายที่เคยเล่าว่าครั้งหนึ่งชอบยิงนกตกปลามาก เดี๋ยวนี้เลิกแล้ว...เลิกตั้งแต่วันหนึ่งถือปืนไปเที่ยวยิงนกกับลูกชายน้อยๆ พอยิงนกตกลงตัวหนึ่งก็สั่งให้ลูกชายไปเก็บ คิดว่าลูกชายคงจะตื่นเต้นดีใจตามประสาเด็กที่เห็นนกซึ่งกำลังบินอยู่กลางอากาศร่วงลงดิน แต่ลูกชายกลับมีสีหน้าพิศวงสงสัย และถามเขาซื่อๆ ว่า
นกตัวนี้มันทำอะไรพ่อหรือ ? พ่อจึงยิงมัน
คำถามที่ซื่อแสนซื่อของเด็กชายเล็กๆ ที่ถือร่างไร้ชีวิตของนกอยู่ในมือ ทำให้ตั้งแต่วันนั้นมาเขาไม่เคยยิงนกตกปลาอีกเลย นกปลาเหล่านั้นมันทำอะไรให้ ? นี่คือคำถามที่จะนำไปสู่ความมีเมตตาได้แน่นอน
ทุกคนต้องการความเมตตาทั้งนั้น เราก็ต้องการเขาก็ต้องการ เราจึงไม่ควรจะเป็นผู้รับฝ่ายเดียว ควรเป็นผู้ให้ด้วย และควรให้อย่างเสมอ คือมีเมตตาให้เสมอให้ไม่มีขอบเขต
โลกเย็นเพราะเมตตายิ่ง โลกร้อนเพราะเมตตาหย่อน
นี้เป็นความจริงที่ควรยอมรับและควรแก้ไขอันการแก้นั้นก็ไม่ต้องไปแก้ผู้อื่น ต้องแก้ที่ตัวเอง แก้ตัวเองให้ยิ่งด้วยเมตตา หรือให้เมตตายิ่งขึ้นนั่นเอง
: ศีลและพรหมวิหารสี่
: สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
เด็กหญิงน่ารักอายุ ๒ ขวบคนหนึ่ง อบรมเมตตาให้เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันและควรจะเป็นการอบรมจิตใจผู้ใหญ่ที่ได้รู้ได้ยินด้วย
คือวันหนึ่ง เมื่อเพื่อนตัวน้อยๆ เท่ากันจะบี้มดที่กำลังเดืนอยู่กับพื้น เด็กหญิงห้ามทันทีมีเหตุผลจากใจจริงที่จับใจผู้ใหญ่ทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง
อย่าทำ! เดี๋ยวแม่มดกลับมาไม่เห็นลูกมด
แม้ใครทั้งหลายที่กำลังคิดจะทำลายชีวิตสัตว์น้อยสัตว์ใหญ่ หรือกระทั่งชีวิตมนุษย์ ก็น่าจะเสียงห้ามของเด็กหญิงน้อยๆ ดังกล่าวมาเตือนตนเองบ้าง
อย่าทำ! เดี๋ยวแม่ปลาหาลูกปลาไม่พบ
หรือ อย่าทำ! เดี๋ยวลูกยุงร้องไห้คิดถึงแม่ยุง
หรือ อย่าทำ! เดี๋ยวลูกนกไม่มีแม่นก
หรือ อย่าทำ! เดี๋ยวไม่มีใครเลี้ยงลูกเขา
เตือนตนเองด้วยจริงใจ ให้รู้สึกจริงจังดังที่คิดหรือที่เปล่งวาจา ก็ย่อมเป็นการอบรมเมตตาอีกวิธีหนึ่ง ที่ง่ายและน่าทำเสมอๆ
เมตตานั้นไม่จำเป็นที่ผู้ใหญ่จะเป็นฝ่ายสอนเด็กเสมอไป แม้เด็กก็สอนผู้ใหญ่ได้ ทั้งๆ ที่เด็กไม่รู้ว่ากำลังเป็นผู้สอน และเด็กก็ไม่รู้ว่าความคิดของตนเกิดแต่เมตตาที่บริสุทธิ์แท้จริง สำหรับผู้ใหญ่ที่ใจพร้อมจะรับคำเตือนใจให้เมตตา ย่อมรับแม้เป็นคำเตือนของเด็กปฏิบัติให้เกิดผลทันที
เช่นรายที่เคยเล่าว่าครั้งหนึ่งชอบยิงนกตกปลามาก เดี๋ยวนี้เลิกแล้ว...เลิกตั้งแต่วันหนึ่งถือปืนไปเที่ยวยิงนกกับลูกชายน้อยๆ พอยิงนกตกลงตัวหนึ่งก็สั่งให้ลูกชายไปเก็บ คิดว่าลูกชายคงจะตื่นเต้นดีใจตามประสาเด็กที่เห็นนกซึ่งกำลังบินอยู่กลางอากาศร่วงลงดิน แต่ลูกชายกลับมีสีหน้าพิศวงสงสัย และถามเขาซื่อๆ ว่า
นกตัวนี้มันทำอะไรพ่อหรือ ? พ่อจึงยิงมัน
คำถามที่ซื่อแสนซื่อของเด็กชายเล็กๆ ที่ถือร่างไร้ชีวิตของนกอยู่ในมือ ทำให้ตั้งแต่วันนั้นมาเขาไม่เคยยิงนกตกปลาอีกเลย นกปลาเหล่านั้นมันทำอะไรให้ ? นี่คือคำถามที่จะนำไปสู่ความมีเมตตาได้แน่นอน
ทุกคนต้องการความเมตตาทั้งนั้น เราก็ต้องการเขาก็ต้องการ เราจึงไม่ควรจะเป็นผู้รับฝ่ายเดียว ควรเป็นผู้ให้ด้วย และควรให้อย่างเสมอ คือมีเมตตาให้เสมอให้ไม่มีขอบเขต
โลกเย็นเพราะเมตตายิ่ง โลกร้อนเพราะเมตตาหย่อน
นี้เป็นความจริงที่ควรยอมรับและควรแก้ไขอันการแก้นั้นก็ไม่ต้องไปแก้ผู้อื่น ต้องแก้ที่ตัวเอง แก้ตัวเองให้ยิ่งด้วยเมตตา หรือให้เมตตายิ่งขึ้นนั่นเอง
: ศีลและพรหมวิหารสี่
: สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก