PDA

View Full Version : **อโหสิกรรม**


กาลเวลา
11-17-2005, 10:41 PM
:sm011: **อโหสิกรรม** :sm011:

คำว่า อโหสิกรรม มาจากคำ ๒ คำ คือ อโหสิ เป็นคำภาษาบาลีแปลว่า “ได้มีแล้ว” หมายความว่า ได้ให้ผลเสร็จสิ้นแล้ว กับคำว่า กรฺม ซึ่งเป็นคำภาษาสันสกฤต แปลว่า การกระทำ หมายถึงการกระทำที่มีเจตนา อโหสิกรรม แปลรวมกันว่า กรรมที่ไม่ส่งผลแก่ผู้กระทำกรรมอีกต่อไป

ตามหลักพระพุทธศาสนา บุคคลที่ทำกรรมดีหรือกรรมชั่วโดยมีเจตนาในการทำกรรมนั้นจะต้องได้รับผลกรรมตามสมควรแก่การกระทำของตน คนที่ทำร้ายผู้อื่นคนที่คดโกงหรือฉ้อราษฎร์บังหลวงก็จะได้รับผลกรรมนั้น เช่น ตนเองได้รับโทษถูกจำคุก หรือลูกหลานประสบเคราะห์ร้ายต่างๆ ทำให้ตนต้องเสียใจทุกข์ทรมานเพราะการสูญเสีย หรือแม้ไม่ได้รับกรรมในชาตินี้ กรรมก็จะติดตามไปส่งผลในชาติหน้า


แต่กรรมที่ทำไว้นั้นถ้าเป็นกรรมเบาอาจจะไม่ส่งผลก็ได้ หากทำให้กรรมนั้นเป็นอโหสิกรรม วิธีทำกรรมให้เป็นอโหสิกรรมวิธีหนึ่งคือการยกโทษให้ เช่น เมื่อเราประพฤติล่วงเกินผู้อื่นด้วยกาย วาจา หรือใจ แล้วไปขอให้ผู้ที่เราประพฤติล่วงเกินยกโทษให้ เมื่อท่านยกโทษให้แล้วก็ถือว่ากรรมนั้นเป็นอโหสิกรรม ไม่ให้ผลอีกต่อไปทั้งในชาตินี้และชาติหน้า

ในภาษาไทยคำว่า อโหสิกรรม จึงกลายมามีความหมายว่า การเลิกแล้วต่อกัน การไม่เอาโทษกัน การเลิกจองเวรกัน ในฐานะที่เราเป็นชาวพุทธ เมื่อได้ประพฤติล่วงเกินผู้อื่นก็ควรขอให้ผู้นั้นยกโทษให้ และในทำนองเดียวกันหากมีผู้มาขออโหสิกรรมจากเรา ก็ควรยกโทษให้ ไม่อาฆาต พยาบาท จองเวรกัน เมื่อปฏิบัติได้เช่นนี้ก็จะก่อให้เกิดความรักใคร่กัน และอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข


การที่เราประพฤติล่วงเกินผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นทางกาย วาจา หรือใจ เราจะต้องรับกรรมนั้น อาจจะในชาตินี้หรือชาติหน้า แต่ถ้าเราทำกรรมนั้นให้เป็นอโหสิกรรม คือขอให้ผู้ถูกล่วงเกินนั้นยกโทษให้ กรรมนั้นก็จะสิ้นผล เปรียบเหมือนเมล็ดพืชที่หมดสิ้นเชื้อชีวิตแล้ว ไม่อาจเพาะขึ้นเป็นต้นไม้ได้อีก

มีเรื่องเล่าไว้ในอรรถกถาธรรมบท ว่ามีบุตรชายของเศรษฐีคนหนึ่งอยู่ในเมืองโสเรยฺยนคร ได้เดินทางไปเมืองสาวัตถี และได้พบพระมหากัจจายนเถระ พระอรหันต์ที่สำคัญองค์หนึ่งในพระพุทธศาสนา พระมหากัจจายนเถระเป็นผู้มีรูปโฉมงดงามมาก บุตรชายของเศรษฐีนั้นเห็นท่านแล้วเกิดอกุศลจิตคิดว่า “ภรรยาของเราควรจะมีผิวพรรณงดงามเช่นพระเถระนี้” การล่วงเกินต่อพระอรหันต์เช่นนี้ ทำให้ได้รับกรรมทันตาเห็น คือกลายร่างเป็นหญิงไปในทันที

บุตรชายเศรษฐีรู้สึกละอายมากที่ร่างกายกลายเป็นหญิง จึงไม่ยอมกลับบ้านเมืองและไปอาศัยอยู่ที่เมืองตักกสิลา จนกระทั่งได้แต่งงานกับชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นบุตรเศรษฐีในเมืองตักกสิลาและมีบุตรด้วยกัน

ต่อมาเขาได้พบกับเพื่อนคนหนึ่งที่เดินทางมาจากเมืองสาวัตถี เขาจึงเล่าเรื่องราวให้เพื่อนฟังว่าเหตุใดจึงมีร่างกายเป็นหญิง เพื่อนผู้นั้นแนะนำว่าให้ไปขอขมาต่อพระมหากัจจายนะ เขาจึงได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเพื่อน เมื่อพระมหากัจจายนเถระทรงทราบเช่นนั้นก็ยกโทษให้ กรรมที่เคยล่วงเกินท่านก็เป็นอโหสิกรรม คือสิ้นผล บุตรของเศรษฐีผู้นั้นก็หมดกรรมและกลับมีร่างกายเป็นชายเช่นเดิม

ขอเจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไปนะเจ้าคะ
-----------------------------------
http://dhammathai.org/webboard/view.php?No=2021:emo_037: :emo_037: :emo_037:

Paang
11-30-2005, 09:37 AM
คำอธิษฐานขออโหสิกรรม

ข้าพเจ้าขออโหสิกรรม กรรมใดที่ทำแก่ผู้ใดในชาติใด ๆ ก็ตาม
ขอให้เจ้ากรรมและนายเวร จงอโสหิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า
อย่าได้จองเวรจองกรรมต่อไปเลย

แม้แต่กรรมที่ใคร ๆ ทำแก่ข้าพเจ้าก็ตาม ข้าพเจ้าขออโหสิ
กรรมให้ทั้งสิ้น ยกถวายแก่พระพุทธเจ้าเป็นภัยทาน เพื่อจะได้ไม่มี
เวรกรรมต่อไป ด้วยอานิสงส์แห่งอภัยทานนี้

ขอให้ข้าพเจ้า ครอบครัว บุตรหลาน ตลอดจนวงษาคณาญาติและ
ผู้อุปการะคุณของข้าพเจ้ามีความสุข ความเจริญ ปฏิบัติแต่สิ่งดีดี
และสิ่งที่ชอบด้วยเทอญ ฯ


(ที่มา หนังสือบทภาวนาเพื่อความสุข ..หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม)