PDA

View Full Version : ตายอย่างไรจะได้ไปสวรรค์แน่นอน ,ผิดศีลมานานจะล้างบาปทันไหม


Kamen rider
03-11-2008, 06:14 PM
ถาม – เชื่อมานานแล้วว่าภพภูมิมีจริง ชาติหน้ามีจริง มีดีให้ไปจริง ไม่รู้เท่านั้นว่าจะได้ไปดีหรือเปล่า แบบว่าทำใจเป็นกุศลไม่ค่อยได้สม่ำเสมอนัก มารเยอะ (อ่านเรื่องมารที่คุณดังตฤณตอบก็พอจะเข้าใจล่ะว่ากิเลสของตัวเองเป็นมารชนิดหนึ่ง แต่พอตั้งใจจะทำความดี ก็มักมีมารภายนอกมาแกล้งให้ตบะแตกอยู่เรื่อย) ประเด็นคืออยากขอคำแนะนำวิธีประกันภัยให้ตัวเองตายแล้วไปดีๆหน่อย เอาแบบปิดอบายภูมิได้เด็ดขาดเลยยิ่งดี ขอพูดแบบไม่กระมิดกระเมี้ยนแล้วกัน คือยังเป็นคนไม่ค่อยดีนัก แต่อยากไปสวรรค์ อยากได้นางฟ้าเป็นเมียครับ รบกวนชี้ทางสว่างด้วย

ตามธรรมชาติแล้ว (ไม่ใช่ตามพระทัยของพระพุทธเจ้า และไม่ใช่ตามใจผมหรือใครนะครับ) ผู้จะปิดกั้นอบายภูมิได้อย่างเด็ดขาด จะต้องเป็นโสดาบันบุคคลเสียก่อน พ้นจากนี้ยังมีความไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับว่าทำกรรมหนักชนิดห้ามสวรรค์นิพพานไว้หรือไม่ หรือก่อนตายประกอบอกุศลกรรมจนจิตมืดหรือไม่

ยิ่งถ้าหากใช้ชีวิตผิดองศาสวรรค์ ทำบาปทำกรรมเป็นนิตย์ โอกาสพุ่งหลาวลงมหาสมุทรทุกข์อันได้แก่นรกภูมิ เดรัจฉานภูมิ และเปรตภูมิ ก็ยิ่งมากหน่อย ทั้งนี้ก็เพราะ ‘ตัวหนัก’ กว่าคนอื่นเขา นี่พูดกันตามเนื้อผ้าแบบตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม ไม่ใช่แกล้งให้เสียกำลังใจกันนะครับ อย่าประมาทเป็นดีที่สุด

เมื่อความจริงคือตั้งแต่พระโสดาบันขึ้นไปเท่านั้นที่รอดแน่ เป็นทางเดียวที่ไม่ต้องร่วงหล่นสู่อบายภูมิสวัสดียมบาลอีก ก็ต้องทำความเป็นโสดาบันให้เกิดขึ้นจริงในตัวเรา และการเป็นโสดาบันไม่ใช่ประกันได้เฉพาะแค่ชาติหน้านะครับ ชาติถัดๆไปจนถึงนิพพาน คุณก็จะไม่ต้องพลาดลงต่ำกว่าความเป็นมนุษย์อีกแล้ว คือต่ำที่สุดแค่มนุษย์ สูงที่สุดแค่พรหม พ้นจากนั้นคือถึงนิพพานอันปราศจากการเกาะเกี่ยวภพน้อยใหญ่ทั้งหลาย

การเป็นพระโสดาบันในพุทธศาสนาหาใช่เรื่องเกินเอื้อมเหมือนอย่างที่ล้อเลียนเป็นเรื่องตลกในหมู่คนไทย (ทั้งที่ไทยนี่แหละได้ชื่อว่าสืบทอดถ้อยคำของพระศาสดาไว้ ไม่ถูกบิดเบือนมากนัก) เพราะที่จะเป็นพระโสดาบันได้ ก็ขอเพียงมีศรัทธาในพระพุทธเจ้าจริงๆ จิตเหนี่ยวนำพระองค์เป็นที่พึ่งตลอดชีวิต กับทั้งมีความเข้าใจถูก ศรัทธาอย่างมีเหตุผล ว่ากรรมขาวทำแล้วให้ผลดี กรรมดำทำแล้วให้ผลร้าย และสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือต้องรู้เข้ามาในกายใจให้ชัดเจน อย่างน้อยที่สุดในวาระที่จิตใกล้ดับ ต้องไม่คิดห่วงหน้าพะวงหลัง ไม่คิดถึงสิ่งอื่นใดเลยนอกเหนือไปจากเห็นอยู่รู้อยู่ในขอบเขตของกายใจนี้ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ไม่น่ายึดมั่นถือมั่น

ถ้ายังมองว่าเป็นเรื่องสูงส่งเกินเอื้อม ก็ไม่ต้องมุ่งหวังว่าคุณจะต้องเป็นพระโสดาบันให้ได้ แค่เตรียมตัวตายอย่างพระโสดาบันเป็นก็พอแล้ว เพราะถ้าจาระไนวิธีเป็นพระโสดาบันคงยาวและเป็นที่น่าท้อสำหรับหลายๆคน ด้วยคำตอบสั้นๆในเนื้อที่จำกัดนี้ ผมจะไม่บอกวิธีทำธุรกิจเพื่อเป็นพ่อค้าใหญ่ภายใน ๗ เดือน แต่จะบอกวิธีหยอดกระปุกนับจากนี้จวบจนสิ้นลม เพื่อความเป็นผู้พอมีอันจะกินกันทุกคน

จากหลักความจริงที่ว่าถ้าจะเป็นพระโสดาบัน ต้องเห็นกายใจนี้โดยความเป็นของไม่เที่ยง ไม่น่ายึดมั่นถือมั่น เราก็ค่อยๆฝึกดูความจริงวันละนิดก็ได้ครับ ไม่ต้องมาก เช่น เมื่อนอนเหยียดกายยาวก่อนหลับ ให้สมมุติว่านั่นเป็นนาทีสุดท้ายของชีวิต พอจะตายจริงก็ต้องทอดนอนอย่างนี้ และเตรียมเผชิญภาวะลมหายใจขาดสูญไปจากกายเช่นนี้

การสมมุติเช่นนั้นถ้าทำครั้งสองครั้งจะเหมือนจินตนาการเล่น ไม่เกิดผลอะไร แต่ถ้าทำสม่ำเสมอ ก็จะเป็นการซักซ้อมอารมณ์ก่อนตายได้จริงๆ คือเมื่อมาถึงนาทีสุดท้าย จะเหมือนคุณคุ้นเคยและพร้อมเผชิญหน้ากับทุกสิ่งตามที่ได้ซักซ้อมไว้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าตอนซักซ้อมคุณเตรียมใจไว้ท่าไหน อย่างไร

ธรรมดาแล้ว ลมหายใจมีทั้งเข้าออกและขาดหายอยู่ตลอดเวลา เวลาจะตายก็เพียงเข้าออกครั้งสุดท้ายแล้วไม่มีการเข้าอีกเลยชั่วนิรันดร์ ขอให้ถือความจริงนั้นแหละเป็นเครื่องพิจารณา ทุกคืนคุณดูลมหายใจเตรียมตัวตายครั้งเดียวพอ มีสติลากลมหายใจเข้า แล้วเห็นตามจริงว่าเราไม่ใช่เจ้าของลมหายใจเข้า เราบังคับให้มีแต่ลมหายใจเข้าไม่ได้ เรารักษาลมหายใจเข้าไว้ตลอดไปไม่ได้ จากนั้นมีสติระบายลมหายใจออก แล้วเห็นตามจริงว่าเราไม่ใช่เจ้าของลมหายใจออก เราบังคับให้มีแต่ลมหายใจออกไม่ได้ เรารักษาลมหายใจออกไว้ตลอดไปไม่ได้

เอาแค่นั้นแหละครับ เห็นความจริงตรงที่ลมหายใจมันปรากฏให้พิจารณาจริงๆ ทุกคืนขอเพียงครั้งเดียว ที่คุณเกิดความรู้สึกว่างจากตัวตนด้วยการระลึกถึงลมอันไม่ใช่สมบัติของใคร ความว่างชนิดนั้นจะขยายชัดขึ้นเรื่อยๆ เป็นอิสระจากความเกาะเกี่ยวมากขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นเชื้อเพลิงสำหรับขับเคลื่อนไปสู่ความตายอย่างโสดาบันได้เต็มอัตรายิ่งขึ้นเรื่อยๆ

หากคุณมีเวลาเหลืออีก ๑๐ ปีเพื่อเตรียมตัวตายด้วยวิธีดูลมหายใจคืนละหนึ่งครั้งก่อนนอน คุณจะสะสมความว่างจากตัวตนได้ ๓,๖๕๐ ครั้ง ซึ่งก็ทรงพลังพอใช้แล้วครับ คุณจะรู้สึกถึงความว่างออกมาจากกลางใจอยู่เรื่อยๆในยามปกติระหว่างวัน และเมื่อนาทีสุดท้ายมาถึงจริง อำนาจความเคยชินที่เห็นลมหายใจไม่ใช่ของเราจะมากพอตัดความอาลัยในกายใจนี้ลง เมื่อตัดความรู้สึกมีตัวตนอยู่ในกายใจนี้ได้ สิ่งอื่นที่เนื่องด้วยตัวตนของเราก็ไร้ความหมาย ทั้งสมบัติพัสถาน ทั้งญาติมิตรใดๆในโลกนี้ที่คุณกำลังจะทิ้งไป

ความว่างจากอัตตาในนาทีที่จิตกำลังจะเปลี่ยนภพนั้นมีผลสำคัญใหญ่หลวง เพราะภาวะก่อนตายเป็นตัวช่วยให้รู้สึกชัดอยู่แล้วว่าเดี๋ยวต้องไปแน่ ไม่มีอะไรให้มือนี้กำได้อีก ความเด็ดเดี่ยวเฉพาะหน้าจึงเกิดขึ้น เมื่อปราศจากความห่วงหน้าพะวงหลัง แถมไม่รู้สึกว่าลมหายใจที่กำลังจะขาดจากกายเป็นสมบัติของเรา จิตก็มีสิทธิ์สงบรวมลงถึงฌานด้วยอาการปล่อยวางได้ในช่วงสั้นๆ ตรงนั้นแหละครับภาวะแบบโสดาบันจะปรากฏ คือคุณจะเห็นนิพพานอันปราศจากนิมิต ปราศจากรูปรอยใดๆ หมดจากภาวะรับรู้เช่นนั้นก็จะตระหนักว่าประตูอบายปิดสนิทเด็ดขาดแล้ว เนื่องจากจิตจะสว่างโพลงและแผ่กว้างเป็นอนันต์ เสวยปีติสุขอันเป็นรสที่เหนือความเป็นทิพย์ สวรรค์จะคล้ายปากตรอกที่เดินทอดน่องสบายๆไม่กี่ก้าวก็ล่วงถึง

อ้อ! นอกจากสะสมความว่างคืนละครั้ง ชาตินี้ห้ามฆ่าพ่อแม่ ห้ามฆ่าพระอรหันต์ แล้วถ้าคุณเป็นพระก็ห้ามทำให้สงฆ์ในวัดแตกกันนะครับ เพราะบาปหนักเหล่านั้นจะจำกัดสิทธิ์ไม่ให้จิตเข้าถึงความผนึกแน่นเป็นฌานก่อนตาย ปิดกั้นไม่ให้เห็นนิพพาน ไม่ให้ผ่านชั้นโสดาบันได้เลย บาปอื่นนอกเหนือจากนั้นยังเปิดโอกาสให้พอมีสิทธิ์ได้หมด

การเป็นโสดาบันก่อนจิตดับจากภพมนุษย์ ประกันชัดครับว่าสวรรค์ไม่เกินเอื้อม และบนสวรรค์ก็มีอะไรๆอย่างที่คุณอยากจะมีนั่นแหละ ไม่พลาดหรอก

ถาม – ดิฉันทำผิดศีลทั้งห้าข้อมานานมาก ด้วยความเป็นคนอวดดีและตามใจตัวเอง แต่ก็เสียใจทุกครั้งที่ทำผิด จนเดี๋ยวนี้แก่ตัวแล้ว ใกล้เกษียณ เพิ่งมาตั้งใจอยากทำทาน ถือศีล และเจริญภาวนาให้จริงจัง อย่างนี้จะช้าเกินไปหรือเปล่า? กรรมชั่วที่ทำไปแล้วอธิษฐานขอชดใช้ให้หมดในชาตินี้จะได้หรือไม่ และอีกกี่ชาติกี่ภพ จึงจะสามารถปฏิบัติธรรมจนล่วงพ้นทุกข์ทั้งปวงได้?

ตราบใดยังไม่ตาย ตราบนั้นเรายังมีศักยภาพของความเป็นมนุษย์ประการหนึ่ง ซึ่งเหนือกว่าเดรัจฉานและแม้เทวดาทั้งหลาย นั่นคือศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น ตลอดจนศักยภาพในการก้าวล่วงทุกข์ทั้งปวง

สัตว์เดรัจฉานนั้น ที่ฉลาดใกล้เคียงมนุษย์ที่สุดคือลิง แต่ถ้าปราศจากมนุษย์ช่วยฝึกให้ ลิงก็ได้แต่หากินตามป่า ไม่พัฒนาจิตวิญญาณตนเองให้อยู่เหนือสัญชาตญาณดิบได้ และต่อให้พยายามฝึกสอนอย่างไร มันก็ผ่านกำแพงโมหะในอัตภาพเดรัจฉาน ทะลุถึงมรรคถึงผลไปไม่ได้เลย ทั้งนี้เพราะลิงขาดสื่อภาษาอันจะเหนี่ยวนำให้เกิดความเห็นชอบในธรรมะชั้นสูง รวมทั้งไม่อาจตั้งสติกำหนดรู้กายใจโดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นของประชุมกันชั่วคราวระหว่างรูปนามอันไม่ใช่ตัวตนเลยสักชิ้น

ส่วนเทวดานั้น แม้จะมีภาวะอันเป็นทิพย์เหนือมนุษย์ ก็หาได้เอื้อประโยชน์ให้บำเพ็ญบารมีสะดวกนัก เนื่องจากไม่ต้องอาศัยผู้มีพระคุณในการให้กำเนิด ไม่ต้องอาศัยผู้มีพระคุณสอนสั่ง ไม่ต้องอาศัยผู้มีพระคุณให้ความช่วยเหลือ เมื่อปราศจากผู้มีพระคุณก็ย่อมขาดบุคคลอันพึงบูชาและตอบแทนพระคุณ เกิดมารู้อยู่แค่ไหนก็รู้อยู่แค่นั้น หลงสำคัญผิดอย่างไรก็ต้องหลงสำคัญผิดอย่างนั้น แถมยังอยู่ในภาวะแสนสบาย ไม่ต้องฆ่าแกงสัตว์ก็มีอาหารทิพย์ ไม่ต้องขโมยก็มีสมบัติทิพย์ใช้ ไม่ต้องผิดประเวณีก็มีนางทิพย์เสพสม ไม่ต้องโกหกเพราะรู้กันว่าอะไรเป็นอะไรจากญาณทิพย์ ไม่ต้องกินเหล้าย้อมอารมณ์เพราะอารมณ์นั้นเคลิ้มรัญจวนจากสภาพทิพย์เป็นนิตย์อยู่แล้ว

และเพราะแวดล้อมด้วยเครื่องทิพย์อันพาเพลินตลอดเวลา ที่เทวดาจะเกิดแรงบันดาลใจ หรือเกิดศรัทธาในทางดำเนินเพื่อความพ้นทุกข์นั้นจึงยากนัก มีแต่ศรัทธาจะเสวยสุขต่อไปเป็นนิรันดร์เสียมากกว่า

แต่มนุษย์เกิดมาพรั่งพร้อมปัจจัยให้บำเพ็ญบารมี กับทั้งมีปัจจัยให้เห็นทุกข์ เห็นโทษของความไม่รู้ และบันดาลให้เกิดศรัทธาในทางพ้นทุกข์ได้ตลอดเวลา แถมยังมีเครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์คือร่างกายมนุษย์ ช่วยให้เห็นความไม่เที่ยง เห็นความแตกดับได้ เห็นความสกปรกไม่ชวนให้ยึดติดพรักพร้อมอีกต่างหาก ฉะนั้นไม่สายอย่างแน่นอนครับ และหากยังเหลือชีวิตสัก ๗ ปี หรือ ๗ เดือน หรือ ๗ วัน ก็มีโอกาสหลุดพ้นจากทุกข์ได้เด็ดขาด ขอเพียงเจริญสติรู้กายใจโดยความเป็นของไม่เที่ยง ไม่น่ายึดมั่น นี่คือพระดำรัสของพระพุทธองค์

ถ้าเหลือเวลาสัก ๗ วันบนโลกมนุษย์ ชาวพุทธที่รู้จักพระพุทธเจ้า รู้จักคำสอนของท่าน ก็คงไม่ต้องถามว่าจะใช้ความเป็นมนุษย์ที่เหลือให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างไร แต่แม้เหลือเวลาอีก ๗๐๐ ปี หากไม่รู้จักพระพุทธเจ้า ไม่รู้จักคำสอนของท่านจริงๆ ก็นับว่าดวงไม่ดีเท่าไหร่ครับ เมื่อวาสนายังไม่สิ้นก็อย่ารีรอต่อไปเลย นับเริ่มตั้งแต่นาทีนี้แหละ เลิกคิดว่าไม่ทัน ถือคติมี ๗ ปีใช้ ๗ ปี หรือแย่ที่สุดมี ๗ วันก็ใช้ ๗ วันนั่นแหละ พระพุทธเจ้ายืนยันอยู่ทั้งคนครับว่าทัน!


:0034:http://dungtrin.com/prepare/archieve/prepare063.htm (http://dungtrin.com/prepare/archieve/prepare063.htm)