กาลเวลา
11-17-2005, 12:17 PM
:sm015: จะรู้ได้อย่างไรว่ารู้ได้ถูกต้องแล้ว :sm015:
ถาม จะรู้ได้อย่างไรว่ารู้ได้ถูกต้องแล้ว
ตอบ ต้องเคยรู้จักสภาวะรู้ที่ถูกต้อง พอสภาวะรู้เกิดขึ้นก็จะรู้ได้ เลยว่ารู้ถูกแล้วหรือไม่ อาตมามีข้อเสนอแนะให้คุณลองสังเกตสภาวะบางอย่างดู คือ (1) ถ้าคุณรู้โดยจงใจที่จะรู้ อันนั้นก็ผิดแล้ว แต่ถ้าสติเกิดขึ้นเอง เช่นโกรธอยู่แล้วเกิดรู้ว่าโกรธ เผลออยู่แล้วเกิดรู้ว่าเผลอ อย่างนี้จึงใช้ได้ (2) ถ้ารู้แล้วคุณจงใจเข้าไปดัดแปลงหรือแทรกแซงจิตหรืออารมณ์ อันนั้นก็ผิดแล้ว แต่ถ้าคุณรู้อย่างสักว่ารู้ ด้วยจิตที่เป็นกลาง ไม่ยินดียินร้ายอย่างนี้จึงใช้ได้ และ (3) ถ้ารู้แล้วจิตเกิดโทมนัสเวทนา คือมีความอึดอัดหรือทุกข์ใจ อันนั้นก็ผิดแล้ว เพราะรู้ที่ถูกนั้นจิตจะเป็นมหากุศลจิต ซึ่งมีได้เฉพาะโสมนัสเวทนาหรืออุเบกขาเวทนาเท่านั้น ส่วนโทมนัสเวทนาย่อมเกิดร่วมกับอกุศลจิตเท่านั้น
ถาม ผมดูอารมณ์อกุศลอย่างไรก็ไม่ดับ เช่นพอโทสะเกิดขึ้น ดูอย่างไรก็ดับโทสะไม่ได้
ตอบ ถ้ามีสติถูกต้องเป็นสัมมาสติเมื่อใด จิตในขณะนั้นจะมีโทสะหรืออกุศลใดๆไม่ได้เลย เพราะอกุศลกับสติเกิดพร้อมกันไม่ได้ แต่ที่คุณเห็นว่าโทสะมีอยู่และไม่ดับไปเสียที ก็เพราะในขณะนั้นคุณไม่ได้ มีสติ แต่มีโทสะที่จะละโทสะ อีกอย่างหนึ่งเราปฏิบัติธรรมไม่ใช่เพื่อละโทสะ เพราะโทสะมีเหตุก็เกิด หมดเหตุก็ดับ เราปฏิบัติธรรมเพื่อให้เห็นความจริงว่า โทสะและรูปนามทั้งปวงไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาต่างหาก
ถาม ทำอย่างไรจึงจะเห็นไตรลักษณ์ได้คะ
ตอบ คุณต้องรู้รูปนามจึงจะเห็นไตรลักษณ์ได้ คือเมื่อใดมีสติสัมปชัญญะรู้รูปนามตรงตามความเป็นจริง ถึงไม่อยากเห็นไตรลักษณ์ก็ต้องเห็น เพราะรูปนามมีไตรลักษณ์แนบอยู่แล้วเป็นนิจ เปรียบเหมือนคุณมีผ้าที่มีตำหนิอยู่ผืนหนึ่ง หากคลี่ผ้าออกดูเสมอๆ ก็ย่อมพบตำหนินั้นจนได้ แต่ถ้าไม่ดูผ้าผืนนั้น (คือไม่ดูรูปนาม) หรือเอาแต่คิดคาดคะเน ว่าผ้าน่าจะมีรอยตำหนิ (คือหลงอยู่กับความคิด/สมมุติบัญญัติ) คุณก็เห็นตำหนิของจริง (คือไตรลักษณ์) ไม่ได้
ถาม แล้วต้องช่วยจิตคิดพิจารณาหรือเปล่าคะ
ตอบ ไม่ต้อง แต่ถ้าจะช่วยก็ช่วยให้น้อยที่สุด เราต้องการเห็นความจริง จึงไม่ควรเอาความคิดเข้าไปเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติ แต่ถ้าจิตฟุ้งซ่านมากจะคิดพิจารณาบ้างก็ได้ เป็นการทำสมถะ พอคิดๆ แล้วจิตก็สงบได้จึงค่อยเจริญสติต่อไป
ถาม ถ้าอย่างนั้นจะดับความคิดได้อย่างไรคะ
ตอบ ดับไม่ได้หรอก จิตเป็นอนัตตา สมมุติบัญญัติก็เป็นอนัตตา จิตมันปรุงความคิดจะไปห้ามมันไม่ได้ แต่ถ้ารู้ทันว่าจิตคิดและไม่ไปช่วยมันคิด ความคิดมันจะขาดไปเอง หรือถึงมีอยู่ก็มีอย่างเบาๆ ไม่หนัก และไม่เป็นตัวเป็นตนอะไรเลย
พระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชโช
From MGR Online
http://www.bbznet.com/scripts2/view.php?user=ppbbz&board=2&id=117&c=1&order=numtopic
ถาม จะรู้ได้อย่างไรว่ารู้ได้ถูกต้องแล้ว
ตอบ ต้องเคยรู้จักสภาวะรู้ที่ถูกต้อง พอสภาวะรู้เกิดขึ้นก็จะรู้ได้ เลยว่ารู้ถูกแล้วหรือไม่ อาตมามีข้อเสนอแนะให้คุณลองสังเกตสภาวะบางอย่างดู คือ (1) ถ้าคุณรู้โดยจงใจที่จะรู้ อันนั้นก็ผิดแล้ว แต่ถ้าสติเกิดขึ้นเอง เช่นโกรธอยู่แล้วเกิดรู้ว่าโกรธ เผลออยู่แล้วเกิดรู้ว่าเผลอ อย่างนี้จึงใช้ได้ (2) ถ้ารู้แล้วคุณจงใจเข้าไปดัดแปลงหรือแทรกแซงจิตหรืออารมณ์ อันนั้นก็ผิดแล้ว แต่ถ้าคุณรู้อย่างสักว่ารู้ ด้วยจิตที่เป็นกลาง ไม่ยินดียินร้ายอย่างนี้จึงใช้ได้ และ (3) ถ้ารู้แล้วจิตเกิดโทมนัสเวทนา คือมีความอึดอัดหรือทุกข์ใจ อันนั้นก็ผิดแล้ว เพราะรู้ที่ถูกนั้นจิตจะเป็นมหากุศลจิต ซึ่งมีได้เฉพาะโสมนัสเวทนาหรืออุเบกขาเวทนาเท่านั้น ส่วนโทมนัสเวทนาย่อมเกิดร่วมกับอกุศลจิตเท่านั้น
ถาม ผมดูอารมณ์อกุศลอย่างไรก็ไม่ดับ เช่นพอโทสะเกิดขึ้น ดูอย่างไรก็ดับโทสะไม่ได้
ตอบ ถ้ามีสติถูกต้องเป็นสัมมาสติเมื่อใด จิตในขณะนั้นจะมีโทสะหรืออกุศลใดๆไม่ได้เลย เพราะอกุศลกับสติเกิดพร้อมกันไม่ได้ แต่ที่คุณเห็นว่าโทสะมีอยู่และไม่ดับไปเสียที ก็เพราะในขณะนั้นคุณไม่ได้ มีสติ แต่มีโทสะที่จะละโทสะ อีกอย่างหนึ่งเราปฏิบัติธรรมไม่ใช่เพื่อละโทสะ เพราะโทสะมีเหตุก็เกิด หมดเหตุก็ดับ เราปฏิบัติธรรมเพื่อให้เห็นความจริงว่า โทสะและรูปนามทั้งปวงไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาต่างหาก
ถาม ทำอย่างไรจึงจะเห็นไตรลักษณ์ได้คะ
ตอบ คุณต้องรู้รูปนามจึงจะเห็นไตรลักษณ์ได้ คือเมื่อใดมีสติสัมปชัญญะรู้รูปนามตรงตามความเป็นจริง ถึงไม่อยากเห็นไตรลักษณ์ก็ต้องเห็น เพราะรูปนามมีไตรลักษณ์แนบอยู่แล้วเป็นนิจ เปรียบเหมือนคุณมีผ้าที่มีตำหนิอยู่ผืนหนึ่ง หากคลี่ผ้าออกดูเสมอๆ ก็ย่อมพบตำหนินั้นจนได้ แต่ถ้าไม่ดูผ้าผืนนั้น (คือไม่ดูรูปนาม) หรือเอาแต่คิดคาดคะเน ว่าผ้าน่าจะมีรอยตำหนิ (คือหลงอยู่กับความคิด/สมมุติบัญญัติ) คุณก็เห็นตำหนิของจริง (คือไตรลักษณ์) ไม่ได้
ถาม แล้วต้องช่วยจิตคิดพิจารณาหรือเปล่าคะ
ตอบ ไม่ต้อง แต่ถ้าจะช่วยก็ช่วยให้น้อยที่สุด เราต้องการเห็นความจริง จึงไม่ควรเอาความคิดเข้าไปเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติ แต่ถ้าจิตฟุ้งซ่านมากจะคิดพิจารณาบ้างก็ได้ เป็นการทำสมถะ พอคิดๆ แล้วจิตก็สงบได้จึงค่อยเจริญสติต่อไป
ถาม ถ้าอย่างนั้นจะดับความคิดได้อย่างไรคะ
ตอบ ดับไม่ได้หรอก จิตเป็นอนัตตา สมมุติบัญญัติก็เป็นอนัตตา จิตมันปรุงความคิดจะไปห้ามมันไม่ได้ แต่ถ้ารู้ทันว่าจิตคิดและไม่ไปช่วยมันคิด ความคิดมันจะขาดไปเอง หรือถึงมีอยู่ก็มีอย่างเบาๆ ไม่หนัก และไม่เป็นตัวเป็นตนอะไรเลย
พระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชโช
From MGR Online
http://www.bbznet.com/scripts2/view.php?user=ppbbz&board=2&id=117&c=1&order=numtopic