Paang
03-07-2008, 09:11 AM
http://img231.imageshack.us/img231/3199/book009wi8.jpg
หลวงปู่ดู่ ท่านเกิดเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พศ. 2447 ตรงกับวันศุกร์ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีมะโรง ซึ่งเป็นวันเพ็ญวิสาขปุรณมี ณ.บ้านข้าวเม่า ตำบลข้าวเม่า อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กำเนิดในตระกูล หนูศรี โยมบิดาชื่อ พุด โยมมารดาชื่อ พ่วง มีพี่สาวร่วมบิดามารดา 2 คน ท่านเป็นคนที่ 3 เป็นบุตรคนสุดท้อง อาชีพของโยมบิดามารดา เป็นชาวนา มีฐานะไม่ร่ำรวย เมื่อหมดหน้านา โยมทั้ง2 จะช่วยกันทำขนมไข่มงคลออกเร่ขายหารายได้อีกทางหนึ่ง ขณะที่ท่านยังเป็นทารกน้อย ได้เกิดเหตุอัศจรรย์กับตัวท่านคือ เวลานั้นเป็นฟดูน้ำหลากน้ำเหนือได้ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มแถบอยุธยาทั้งหมด ท้องนาและบ้านเรือนที่อยู่อาศัยมีแต่น้ำเจิ่งนองไปทั่ว บ้านของโยมบิดามารดาของหลวงปู่ดู่ ก็ถูกน้ำท่วมเช่นกัน วันนั้นโยมมารดาของหลวงปู่ดู่ ได้เอาเบาะซึ่งท่านนอนอยู่เอาไว้นอกชาน(ไม่มีระเบียงกั้น) ด้วยเห็นว่าเป็นที่โล่งโปร่งลมพัดเย็นสบายโชยอยู่ตลอดเวลา แล้วโยมมารดาก็ได้เข้าไปช่วยโยมบิดาทอดขนมไข่มงคลในครัว ขณะที่โยมทั้ง 2 กำลังง่วนอยู่กับการทอดขนม ก็ได้ยินเสียงสุนัขที่เลี้ยงไว้ เห่าตรงนอกชาน แล้วก็วิ่งเข้ามาเห่าในครัวด้วยท่าทีลุกลน ก่อนจะวิ่งพล่านไปเห่าตรงนอกชานอีก โยม บิดามารดาเห็นสุนัขแสดงกริยาแปลกๆก็เลยตามออกมาที่นอกชาน แล้วมองไปที่เบาะที่หลวงปู่ดู่นอนอยู่ ปรากฎว่าเบาะได้หายไปก็ตกใจสุดขีด แล้วมองไปรอบๆจึงเห็นเบาะที่หลวงปู่ดู่นอนอยู่ตกลงไปในน้ำที่ท่วมเจิ่งนองอยู่ด้านล่าง ลอยไปติดอยู่ริมรั้ว กลางเบาะยังมีหลวงปู่ดู่นอนร้องไห้อยู่ โยมบิดาจึงรีบกระโดดลงไปในน้ำแล้วนำขึ้นมาโดยปรอดภัย ด้วยความอัศจรรย์ใจยิ่ง
เมื่อหลวงปู่ดู่อายุได้ 21 ปี จึงได้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พศ. 2468 ตรงกับวันอาทิตย์ แรม 4 ค่ำ เดือน 6 ณ.วัดสะแก ตำบลธนู อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีหลวงพ่อกลั่น เจ้าอาวาสวัดพระญาติการาม เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อแด เจ้าอาวาสวัดสะแก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ หลวงพ่อฉาย วัดกลางคลองบัว เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า พรหมปัญโญ ภิกขุ หลวงปู่ดู่มักจะให้คติธรรมแก่ผู้ที่ได้ไปกราบท่าน หลายคนเล่าขานกันว่าท่านปรารถนาพุทธภูมิเช่นเดียวกับหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค เรื่องหนึ่งที่หลวงปู่ดู่มักจะกล่าวเตือนศิษยานุศิษย์ ทั้งที่ใกล้ชิดและห่างไกลตลอดจนสาธุชนญาติโยมทั้งหลายให้พึงสังวรอยู่เสมอ ก็คือ เรื่องการงดเว้นกระทำความชั่วโดยเด็ดขาด โดยท่านจะนำเอาพุทธพจน์ที่ว่า ขึ้นชื่อว่าความชั่วแล้ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า มาเป็นข้อสติเตือนใจแก่ทุกคน เพราะการกระทำใดๆ ไม่ว่าจะเป็นกรรมดี หรือกรรมเลวก็ตาม จิตของผู้นั้นจะเก็บบันทึกข้อมูลเอาไว้โดยละเอียด เมื่อใดถึงแก่กาลมรณะ จิตตังนี้จะเป็นตัวชี้นำไปสู่สุคติ หรือทุคติอย่างชัดเจน
หลวงปู่ดู่ได้ละสังขารไปด้วยอาการอันสงบด้วยโรคหัวใจ ในกุฎิของท่าน เมื่อวันอังคารที่ 17 มกราคม พศ.2533 อายุได้ 85 ปี 65 พรรษา ได้รับพระราชทานเพลิงศพของหลวงปู่เมื่อวันที่ 20 เมษายน พศ. 2535
(ที่มาจากหนังสือ เซียนพระ เล่มที่ 424)
หลวงปู่ดู่ ท่านเกิดเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พศ. 2447 ตรงกับวันศุกร์ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีมะโรง ซึ่งเป็นวันเพ็ญวิสาขปุรณมี ณ.บ้านข้าวเม่า ตำบลข้าวเม่า อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กำเนิดในตระกูล หนูศรี โยมบิดาชื่อ พุด โยมมารดาชื่อ พ่วง มีพี่สาวร่วมบิดามารดา 2 คน ท่านเป็นคนที่ 3 เป็นบุตรคนสุดท้อง อาชีพของโยมบิดามารดา เป็นชาวนา มีฐานะไม่ร่ำรวย เมื่อหมดหน้านา โยมทั้ง2 จะช่วยกันทำขนมไข่มงคลออกเร่ขายหารายได้อีกทางหนึ่ง ขณะที่ท่านยังเป็นทารกน้อย ได้เกิดเหตุอัศจรรย์กับตัวท่านคือ เวลานั้นเป็นฟดูน้ำหลากน้ำเหนือได้ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มแถบอยุธยาทั้งหมด ท้องนาและบ้านเรือนที่อยู่อาศัยมีแต่น้ำเจิ่งนองไปทั่ว บ้านของโยมบิดามารดาของหลวงปู่ดู่ ก็ถูกน้ำท่วมเช่นกัน วันนั้นโยมมารดาของหลวงปู่ดู่ ได้เอาเบาะซึ่งท่านนอนอยู่เอาไว้นอกชาน(ไม่มีระเบียงกั้น) ด้วยเห็นว่าเป็นที่โล่งโปร่งลมพัดเย็นสบายโชยอยู่ตลอดเวลา แล้วโยมมารดาก็ได้เข้าไปช่วยโยมบิดาทอดขนมไข่มงคลในครัว ขณะที่โยมทั้ง 2 กำลังง่วนอยู่กับการทอดขนม ก็ได้ยินเสียงสุนัขที่เลี้ยงไว้ เห่าตรงนอกชาน แล้วก็วิ่งเข้ามาเห่าในครัวด้วยท่าทีลุกลน ก่อนจะวิ่งพล่านไปเห่าตรงนอกชานอีก โยม บิดามารดาเห็นสุนัขแสดงกริยาแปลกๆก็เลยตามออกมาที่นอกชาน แล้วมองไปที่เบาะที่หลวงปู่ดู่นอนอยู่ ปรากฎว่าเบาะได้หายไปก็ตกใจสุดขีด แล้วมองไปรอบๆจึงเห็นเบาะที่หลวงปู่ดู่นอนอยู่ตกลงไปในน้ำที่ท่วมเจิ่งนองอยู่ด้านล่าง ลอยไปติดอยู่ริมรั้ว กลางเบาะยังมีหลวงปู่ดู่นอนร้องไห้อยู่ โยมบิดาจึงรีบกระโดดลงไปในน้ำแล้วนำขึ้นมาโดยปรอดภัย ด้วยความอัศจรรย์ใจยิ่ง
เมื่อหลวงปู่ดู่อายุได้ 21 ปี จึงได้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พศ. 2468 ตรงกับวันอาทิตย์ แรม 4 ค่ำ เดือน 6 ณ.วัดสะแก ตำบลธนู อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีหลวงพ่อกลั่น เจ้าอาวาสวัดพระญาติการาม เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อแด เจ้าอาวาสวัดสะแก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ หลวงพ่อฉาย วัดกลางคลองบัว เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า พรหมปัญโญ ภิกขุ หลวงปู่ดู่มักจะให้คติธรรมแก่ผู้ที่ได้ไปกราบท่าน หลายคนเล่าขานกันว่าท่านปรารถนาพุทธภูมิเช่นเดียวกับหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค เรื่องหนึ่งที่หลวงปู่ดู่มักจะกล่าวเตือนศิษยานุศิษย์ ทั้งที่ใกล้ชิดและห่างไกลตลอดจนสาธุชนญาติโยมทั้งหลายให้พึงสังวรอยู่เสมอ ก็คือ เรื่องการงดเว้นกระทำความชั่วโดยเด็ดขาด โดยท่านจะนำเอาพุทธพจน์ที่ว่า ขึ้นชื่อว่าความชั่วแล้ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า มาเป็นข้อสติเตือนใจแก่ทุกคน เพราะการกระทำใดๆ ไม่ว่าจะเป็นกรรมดี หรือกรรมเลวก็ตาม จิตของผู้นั้นจะเก็บบันทึกข้อมูลเอาไว้โดยละเอียด เมื่อใดถึงแก่กาลมรณะ จิตตังนี้จะเป็นตัวชี้นำไปสู่สุคติ หรือทุคติอย่างชัดเจน
หลวงปู่ดู่ได้ละสังขารไปด้วยอาการอันสงบด้วยโรคหัวใจ ในกุฎิของท่าน เมื่อวันอังคารที่ 17 มกราคม พศ.2533 อายุได้ 85 ปี 65 พรรษา ได้รับพระราชทานเพลิงศพของหลวงปู่เมื่อวันที่ 20 เมษายน พศ. 2535
(ที่มาจากหนังสือ เซียนพระ เล่มที่ 424)