View Full Version : บุญอะไร จึง ทำให้เป็นเทพธิดาสวยงามและมีวิมาน
มดเอ๊ก
03-01-2008, 03:50 PM
พระสุตตันตปิฎก
เล่ม ๑๘
ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ปิฐวรรคที่ ๑
๑. ปิฐวิมานที่ ๑
ว่าด้วยทำบุญอะไรจึงเป็นเทพธิดาสวยงาม
[๑]พระโมคคัลลานะถามว่า
ตั่งทองคำของท่านอันใหญ่โต ลอยไปในที่ต่างๆ ได้เร็วดังใจตามปรารถนา
ท่านมีกายอันประดับแล้ว ทรงมาลัยนุ่งห่มผ้าสวยงาม
มีรัศมีเปล่งปลั่ง ดังสายฟ้าอันแลบออกจากกลีบเมฆ
ท่านมีวรรณะเช่นนี้ เพราะบุญอะไร
อิฐผลย่อมสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้ เพราะบุญอะไร
อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง ย่อมเกิดขึ้นแก่ท่าน เพราะบุญอะไร
ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน
ครั้งเมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศเพราะบุญอะไร.
นางเทพธิดานั้น อันพระโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีใจยินดีได้พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า
เมื่อดิฉันเกิดเป็นมนุษย์ในมนุษยโลก
ได้ถวายอาสนะแก่หมู่ภิกษุผู้มาใหม่ ได้อภิวาท ได้ทำอัญชลี
และให้ทานตามสติกำลัง
ดิฉันมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญนั้น
อิฐผลย่อมสำเร็จแก่ดิฉันในที่นี้เพราะบุญนั้น
อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเกิดแก่ดิฉันก็เพราะบุญนั้น
ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดิฉันขอบอกแก่ท่าน
เมื่อครั้งดิฉันเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญใดไว้ ดิฉันนั้นมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทิศเพราะบุญนั้น
จบ ปิฐวิมานที่ ๑
มดเอ๊ก
03-01-2008, 03:50 PM
๒ ปิฐวิมานที่ ๒
[๒] พระโมคคัลลานะถามว่า
ตั่งอันล้วนแล้วด้วยแก้วไพฑูรย์ของท่าน อันใหญ่โต ลอยไปในที่ต่างๆได้เร็วดังใจตามปรารถนา
ท่านมีกายอันประดับแล้ว ทัดทรงมาลัย นุ่งห่มผ้าอันสวยงาม
มีรัศมีเปล่งปลั่งดังสายฟ้าอันแลบออกจากกลีบเมฆ
ท่านมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญอะไร
อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง ย่อมเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะบุญอะไร
ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน
ครั้งเมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้
ท่านมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญอะไรฯ
นางเทพธิดานั้น อันพระโมคคัลลานะถามแล้วมีใจยินดีได้พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามว่า
เมื่อดิฉันเกิดเป็นมนุษย์ในมนุษยโลก
ได้ถวายอาสนะแก่หมู่ภิกษุผู้มาใหม่ ได้อภิวาท กระทำอัญชลี และ ถวายทานตามสติกำลัง
ดิฉันมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญนั้น
อิฐผลย่อมสำเร็จแก่ดิฉันในที่นี้เพราะบุญนั้น
และโภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง ย่อมเกิดแก่ดิฉันเพราะบุญนั้น
ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดิฉันขอบอกแก่ท่าน เมื่อครั้งดิฉันเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญใดไว้ ดิฉันมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศเพราะบุญนั้น.
จบ ปิฐวิมานที่ ๒
มดเอ๊ก
03-01-2008, 03:50 PM
๓. ปิฐวิมานที่ ๓
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในปิฐวิมานที่ ๓
[๓] พระโมคคัลลานะถามว่า
ตั่งทองคำของท่านอันใหญ่โต ลอยไปในที่ต่างๆ ได้เร็วดังใจตามปรารถนา
ท่านมีกายอันประดับแล้ว ทรงมาลัย นุ่งห่มผ้าสวยงาม
มีรัศมีเปล่งปลั่งดังสายฟ้าอันแลบออกจากกลีบเมฆ
ท่านมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญอะไร
อิฐผลย่อมสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้ เพราะบุญอะไร
อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง ย่อมเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะบุญอะไร
ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน
ครั้งเมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญอะไร.
นางเทพธิดานั้น อันพระโมคคัลลานะถามแล้วมีใจยินดีได้พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามว่า
ดิฉันมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ เพราะผลกรรมอันน้อยของดิฉัน
เมื่อดิฉันเกิดเป็นมนุษย์ในมนุษยโลกในชาติก่อน
ได้เห็นภิกษุผู้ปราศจากกิเลสธุลีมีอินทรีย์ผ่องใส ไม่ขุ่นมัว
ดิฉันมีจิตเลื่อมใส ได้ถวายตั่งแก่ท่านด้วยมือทั้งสองของตน
ดิฉันมีวรรณะเช่นนี้ เพราะบุญนั้น
อิฐผลย่อมสำเร็จแก่ดิฉันในที่นี้ เพราะบุญนั้น
และโภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเกิดขึ้นแก่ดิฉัน เพราะบุญนั้น
ข้าแต่ภิกษุผู้มีมหานุภาพ ดิฉันขอบอกแก่ท่าน เมื่อครั้งดิฉันเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญใดไว้ ดิฉันมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทิศ เพราะบุญนั้น.
จบ ปิฐวิมานที่ ๓
มดเอ๊ก
03-01-2008, 03:51 PM
๔. ปิฐวิมานที่ ๔
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในปิฐวิมานที่ ๔
[๔] พระโมคคัลลานะถามว่า
ตั่งอันล้วนแล้วด้วยแก้วไพฑูรย์ของท่านอันใหญ่โต ลอยไปในที่ต่างๆได้เร็วดังใจตามปรารถนา
ท่านมีกายอันประดับแล้ว ทัดทรงมาลัย นุ่งห่มผ้าอันสวยงาม
มีรัศมีเปล่งปลั่งดังสายฟ้าแลบออกจากกลีบเมฆ
ท่านมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญอะไร
อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะบุญอะไร
ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพมากอาตมาขอถามท่าน
ครั้งเมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้
ท่านมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้
และรัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศเพราะบุญอะไร.
นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานะถามแล้ว มีใจยินดีได้พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามว่า
ดิฉันมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ เพราะผลกรรมอันน้อยของดิฉัน
เมื่อดิฉันเกิดเป็นมนุษย์ในหมู่มนุษย์ทั้งหลายในมนุษยโลกในชาติก่อน
ได้เห็นภิกษุผู้ปราศจากกิเลสธุลี มีอินทรีย์ผ่องใส ไม่ขุ่นมัว
ดิฉันมีจิตเลื่อมใสได้ถวายตั่งแก่ท่านด้วยมือทั้งสองของตน
ดิฉันมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญนั้น
อิฐผลย่อมสำเร็จแก่ดิฉันในที่นี้เพราะบุญนั้น
และโภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง ย่อมเกิดแก่ดิฉันเพราะบุญนั้น
ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดิฉันขอบอกท่าน เมื่อครั้งดิฉันเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญใดไว้มีอานุภาพมากรุ่งเรืองอย่างนี้ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทิศเพราะบุญนั้น.
มดเอ๊ก
03-01-2008, 03:52 PM
๕. กุญชรวิมาน
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในกุญชรวิมาน
[๕] พระโมคคัลลานะถามว่า
กุญชรเป็นยานอันประเสริฐของท่าน ประดับประดาด้วยแก้วหลายชนิด เป็นสัตว์น่ารัก มีกำลังว่องไวมาก เที่ยวไปในอากาศได้ มีสีเหมือนกับหม้อใหม่ มีนัยน์ตากลมคล้ายใบบัว มีตัวประดับด้วยพวงดอกปทุมและพวงอุบลทิพย์งามรุ่งเรือง
มีกายอันโปรยปรายไปด้วยเกสรปทุม ประดับด้วยปทุมทอง
ตามทางที่ช้างเดินไปและหยุดยืนอยู่ มีดอกบัวทองใหญ่ๆ
คอยรับเท้าช้างทุกฝีเท้า และประดับด้วยดอกปทุมและดอกอุบลทอง
เวลาเดินก็ค่อยๆ เดินไป ขณะเมื่อเดินไปมีเสียงกระดิ่งไพเราะ น่าเพลิดเพลินใจ
คล้ายกับดนตรีเครื่อง ๕ ฉะนั้น บนคอช้างนั้นมีผ้าอย่างสะอาด
เป็นเครื่องลาด ท่านรุ่งเรืองกว่าหมู่เทพกัญญาในเชิงรูปร่าง
การที่ท่านได้ ทิพยสมบัติ นี้ ด้วยผลแห่งทาน ผลแห่งศีล หรือผลแห่งการกราบไหว้(ชนิดไหน) อาตมาถามท่านแล้วขอได้โปรดตอบคำถามนั้นแก่อาตมาด้วย.
นางเทพธิดานั้น อันพระโมคคัลลานะถามแล้วมีใจยินดี ได้พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามว่า
ดิฉันได้เห็นพระเถรเจ้าผู้สมบูรณ์ด้วยคุณ ผู้เพ่งฌาน ยินดีในฌาน เป็นผู้สงบ
ได้ถวายอาสนะที่ลาดด้วยผ้า โปรยดอกไม้ลงรอบๆ อาสนะ
ดิฉันมีใจเลื่อมใส ได้ประดับพวงมาลัยปทุมมีใบติดลงครึ่งหนึ่ง
และโรยเกสรปทุมลงครึ่งหนึ่ง ด้วยมือทั้งสองของตน
ผลเช่นนี้เป็นผลแห่งกุศลกรรมนั้น
เพราะดิฉันได้ทำสักการบูชาแก่ท่านผู้ประหารกิเลสทั้งปวงได้
ผู้มีกาย วาจา ใจ สงบระงับแล้ว ผู้ประพฤติธรรมอันประเสริฐ
อย่างท่านผู้ประเสริฐด้วยคุณทั้งหลายบูชากันมาแล้ว
ดิฉันได้ถวายอาสนะด้วยน้ำใจอันผ่องใส
เดี๋ยวนี้ดิฉันจึงรื่นเริงบันเทิงใจ
เหมือนอย่างที่คนอื่นเขารื่นเริงบันเทิงกัน
เพราะเหตุนั้นแหละ ท่านที่มุ่งประโยชน์ตน ประสงค์ความสุขอันยิ่งใหญ่คือเพื่อความเป็นผู้สิ้นอาสวขัยในชาติ อันเป็นอวสานจึงควรถวาย
อาสนทาน.
จบ กุญชรวิมานที่ ๕
watachiwaart
03-06-2008, 05:32 PM
ขอบคุนครับ มีสาระความรู้จิงๆ
vBulletin® v3.7.4, ลิขสิทธิ์ ©2000-2009, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด