มดเอ๊ก
02-06-2008, 04:48 PM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD colSpan=2><HR></TD></TR></TBODY></TABLE><!-- Message body --><TABLE cellSpacing=0 width="100%" border=1><T><TBODY><TR bgColor=#4b9339><TD hight="30"><CENTER>ลูกอกตัญญูใช้เท้าเขี่ยจานแม่</CENTER></TD></TR></T></TBODY></TABLE><TABLE width="100%"><T><TBODY><TR width="100%"><TD colSpan=2>
เป็นปีๆมาแล้วที่ชอบดูรายการ วงเวียนชีวิต ทางช่อง3 และก็ได้เรื่องที่เกิดขึ้นมาจริงๆ ของแรงกรรมของชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องราวของลุงแดงก็ไปตรงกับเรื่องในวงเวียนเข้าพอดี
วันนั้น ช่อง 3 ได้นำเสนอเรื่องราวของเด็กหญิงตัวเล็กๆ อายุ 12-13 ปี ที่หมู่บ้านในอำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร ถึงเรื่องความกตัญญูเธอเลี้ยงดูผู้เป็นแม่ที่เป็นอัมพาตนอนซมกับที่ ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ต้องนอนทุกข์ทรมาน แถมมียายตาบอดอีกคนหนึ่ง ส่วนพ่อเธอนั้นหลบลี้หนีความทุกข์ที่ตนสร้างเอาไว้หายไม่ไหนไม่รู้ เรื่องอาหารการกินนั้นอาศัยเอาตามรั้วบ้าน เก็บผักบ้างตามหนองบึง หุงหาอาหารเท่าที่มีกินประทังชีวิต 3 คน เธอเองต้องคอยเช็ดเนื้อเช็ดตัวเก็บปัสสาวะอุจจาระให้แม่กับยายอย่างไม่รังเกียจ
เหตุนี้ทำให้เธอไปโรงเรียนสาย หลายครั้งถูกครูประจำชั้นลงโทษ พักเที่ยงเธอต้องวิ่งกลับไปดูแลแม่และยายโดยไม่กังวลว่าระยะทางจะไกลสักเพียงไหน เรื่องราวของเธอถูกเปิดเผยเมื่อครูประจำชั้นให้นักเรียนเขียนเรียงความในหัวข้อ วันแม่ และให้นักเรียนออกไปพูดที่หน้าห้อง ซึ่งวันนั้นก่อนวันแม่เพียงสองวัน คำพูดถูกกลั่นกรองออกมาจากปากและใจจริงของเด็กหญิงลำดวน ทำให้ครูสาวฉุกใจคิดถึงสาเหตุที่เด็กหญิงลำดวนขาดเรียนและมาสายบ่อยๆ ด้วยความหมายที่จับใจได้ความว่า แม่คือชีวิตของลูก เป็นพระของลูก ลูกบางคนเคยปฏิเสธแม่ แต่แม่ไม่เคยปฏิเสธลูก ทุกวันนี้ลูกปรนนิบัติแม่ด้วยความยากลำบากและทุกข์ใจ ถึงอย่างไรมันก็ไม่คุ้มค่าเท่าน้ำนมแม่เพียงหยดเดียว
ผลแห่งกรรมดีของเด็กหญิงลำดวนที่มีต่อแม่ ความกตัญญูของเธอทำให้มีผู้ช่วยเหลือโอบอุ้มชีวิตโดยผ่านทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 รายการวงเวียนชีวิต และมาบัดนี้วันเวลาผ่านเลยไป เด็กหญิงลำดวนได้ทุนส่งเสริมการศึกษาจากสถาบันการศึกษา เธอปราถนาอยากเป็นครู
เรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวกับชีวิตของลุงแดงผู้เป็นพ่อของเด็กหญิงลำดวนนั่นเองและเป็นลูกคนเดียวของยายพริ้ง
ยายพริ้ง หญิงชราวัย 50 ปีเศษ เมื่อตอนนั้นสงขารเริ่มเสื่อมโทรมลงเพราะโรคร้ายด้วยเบาหวานกำลังขึ้นตา ทำให้ตาฝ้าฟางอาศัยอยู่กับนายแดงลูกชายคนเดียวและลูกสะใภ้พร้อมลำดวนหลานสาว ยายพริ้งคิดเสมอว่าการมีชีวิตอยู่ยืนยาวไม่เป็นผลดีเลย แต่ตรงกันข้ามกลับเป็นการยุ่งยากต่อคนอื่น คิดดูแล้วอยากตายๆ ไปเสีย จะได้ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน หลายครั้งที่เรี่ยวแรงอ่อนระโหย ทำให้ข้าวของเลอะเทอะหยิบข้าวปลาอาหารไม่ตรงปาก นายแดงลูกชายขึ้นเสียงดุว่าจนกลายเป็นตวาดในบางครั้ง อันที่จริงแล้วแม่เป็นผู้ให้กำเนิด ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะใช้วาจาและเสียงที่รุนแรงกับ แม่ซึ่งช่วยตัวเองไม่ได้ จะกินข้าวกินน้ำอิ่มหรือไม่ ไม่มีใครสอบถาม เพียงแค่ลูกสะใภ้ยกมาให้กินเพื่อมีชีวิตอยู่ไปเป็นวันๆ มีอยู่ครั้งหนึ่งแม่นั่งกินข้าวขวางทางเดิน นายแดงลูกชายคนเดียวที่แม่เคยรักเคยอุ้มชูมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก เอาเท้าเขี่ยถ้วยชามให้พ้นทางเดิน มันช่างเป็นกิริยาต่ำทรามเกินกว่าจะใช้คำว่ามนุษย์ติดตามตัว ส่วนแม่นั้นไม่ถือสาโกรธลูก เพียงคิดว่าตัวเองไปนั่งขวางทางเดินเองเพราะตาพร่ามัว ครั้งหนึ่งแม่ทำกับข้าวหก นายแดงถึงกับโมโหเอาไม้ไผ่มาเฆี่ยนจนชาวบ้านสาปแช่งว่าเป็นคนต่ำช้าเลวทราม เป็นที่รังเกียจกับคนทั่วๆ ไปในตำบลนั้น เพราะช่วงนั้นนายแดงคิดว่าแม่เป็นส่วนเกินที่น่ารังเกียจ เป็นภาระใหญ่โตที่เหลือบ่ากว่าแรง ทั้งๆที่ฐานะไม่ได้ยากจนเลย เนื่องจากมีที่นาอันเป็นมรดกของพ่อแม่มากมาย และตอนนั้นเด็กหญิงลำดวนอายุก็แค่ 3 ขวบเศษๆ
ยายพริ้งผู้เป็นแม่นั้นเคยภูมิใจในตัวลูกชาย ตามใจจนกระทั่งต้องมานั่งเสียใจจากที่คิดว่าจะฝากผีฝากไข้จนกลายมาเป็นขับไล่แม่เหมือนหมูเหมือนหมา ถึงขนาดนี้แม่ก็ยังเข้าข้างลูกไม่เคยตำหนิลูกให้เสียใจสักคำ ยายพริ้งคิดเสียว่า นี่คือเวรกรรมที่เธอเคยทำมาแต่อดีตชาติ ขออโหสิกรรม ให้แก่ลูก ชดใช้กรรมให้หมดในชาตินี้ไม่ถือเป็นเวรกรรมต่อกัน กรรมนั้นมีจริงหรือไม่ยังไม่มีใครเข้าใจ นายแดงเริ่มคบเพื่อนเลวสำมะเลเทเมาหนักขึ้น งานการไม่เป็นอันทำซ้ำร้ายเล่นการพนันตามบ่อนเถื่อนที่เปิดตามทุ่งนาในสวนในป่า ลงท้ายเอาที่สวนที่นาไปจำนองจำนำเล่นแล้วก็หมดตัว หนี้สินรุงรังจนต้องหนี เข้ากรุงเทพหางานทำ นายแดงทิ้งลูกเมียให้รับชะตากรรมนานนับ 10 ปี โดยไม่ได้กลับไปเยี่ยมหรือส่งข่าวคราว เขาเปลี่ยนงานมาหลายอย่างเพราะติดเหล้าติดเพื่อนจนเสียงานเสียโดนไล่ออก สุดท้ายก็มาถีบสามล้อรับจ้างในซอย จนกระทั่งหายไปไหนไม่เห็นมาขี่สามล้อ ต่อมาทราบว่าตาแดงโดนรถปิกอัพชนที่น่าปากซอย ขาหักทั้งสองข้างถีบสามล้อไม่ได้อีกแล้ว กรรมหนักก็ตรงที่เอาเท้าไปเขี่ยจานข้าวปลาที่แม่กำลังนั่งกินอยู่ ถึงได้โดนรถชน ขาหัก ทั้งสองข้างนั่นเอง
เชื่อหรือยังว่ากรรมที่ทำกับพ่อแม่นั้นมันสนองหนักมากจริงๆ แค่เอาเท้าไปเขี่ยจานแม่ที่กำลังกินเท่านั้นกรรมเล่นเสียจนขาหัก ส่วนลำดวนลูกสาวลุงแดงนั้นเป็นลูกกตัญญูถึงได้ช่วยส่งให้มีคนไปช่วยเหลือ ทั้งอาหารการกินและกองทุนเล่าเรียน แน่นอนเชื่อว่าอนาคตต้องดีกว่านี้ขึ้นไปเรื่อยๆ
:yociexp49:http://www.watpanya.com/board/forum_posts.asp?TID=1056&PN=1 (http://www.watpanya.com/board/forum_posts.asp?TID=1056&PN=1)
</TD></TR></TBODY></TABLE>
เป็นปีๆมาแล้วที่ชอบดูรายการ วงเวียนชีวิต ทางช่อง3 และก็ได้เรื่องที่เกิดขึ้นมาจริงๆ ของแรงกรรมของชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องราวของลุงแดงก็ไปตรงกับเรื่องในวงเวียนเข้าพอดี
วันนั้น ช่อง 3 ได้นำเสนอเรื่องราวของเด็กหญิงตัวเล็กๆ อายุ 12-13 ปี ที่หมู่บ้านในอำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร ถึงเรื่องความกตัญญูเธอเลี้ยงดูผู้เป็นแม่ที่เป็นอัมพาตนอนซมกับที่ ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ต้องนอนทุกข์ทรมาน แถมมียายตาบอดอีกคนหนึ่ง ส่วนพ่อเธอนั้นหลบลี้หนีความทุกข์ที่ตนสร้างเอาไว้หายไม่ไหนไม่รู้ เรื่องอาหารการกินนั้นอาศัยเอาตามรั้วบ้าน เก็บผักบ้างตามหนองบึง หุงหาอาหารเท่าที่มีกินประทังชีวิต 3 คน เธอเองต้องคอยเช็ดเนื้อเช็ดตัวเก็บปัสสาวะอุจจาระให้แม่กับยายอย่างไม่รังเกียจ
เหตุนี้ทำให้เธอไปโรงเรียนสาย หลายครั้งถูกครูประจำชั้นลงโทษ พักเที่ยงเธอต้องวิ่งกลับไปดูแลแม่และยายโดยไม่กังวลว่าระยะทางจะไกลสักเพียงไหน เรื่องราวของเธอถูกเปิดเผยเมื่อครูประจำชั้นให้นักเรียนเขียนเรียงความในหัวข้อ วันแม่ และให้นักเรียนออกไปพูดที่หน้าห้อง ซึ่งวันนั้นก่อนวันแม่เพียงสองวัน คำพูดถูกกลั่นกรองออกมาจากปากและใจจริงของเด็กหญิงลำดวน ทำให้ครูสาวฉุกใจคิดถึงสาเหตุที่เด็กหญิงลำดวนขาดเรียนและมาสายบ่อยๆ ด้วยความหมายที่จับใจได้ความว่า แม่คือชีวิตของลูก เป็นพระของลูก ลูกบางคนเคยปฏิเสธแม่ แต่แม่ไม่เคยปฏิเสธลูก ทุกวันนี้ลูกปรนนิบัติแม่ด้วยความยากลำบากและทุกข์ใจ ถึงอย่างไรมันก็ไม่คุ้มค่าเท่าน้ำนมแม่เพียงหยดเดียว
ผลแห่งกรรมดีของเด็กหญิงลำดวนที่มีต่อแม่ ความกตัญญูของเธอทำให้มีผู้ช่วยเหลือโอบอุ้มชีวิตโดยผ่านทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 รายการวงเวียนชีวิต และมาบัดนี้วันเวลาผ่านเลยไป เด็กหญิงลำดวนได้ทุนส่งเสริมการศึกษาจากสถาบันการศึกษา เธอปราถนาอยากเป็นครู
เรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวกับชีวิตของลุงแดงผู้เป็นพ่อของเด็กหญิงลำดวนนั่นเองและเป็นลูกคนเดียวของยายพริ้ง
ยายพริ้ง หญิงชราวัย 50 ปีเศษ เมื่อตอนนั้นสงขารเริ่มเสื่อมโทรมลงเพราะโรคร้ายด้วยเบาหวานกำลังขึ้นตา ทำให้ตาฝ้าฟางอาศัยอยู่กับนายแดงลูกชายคนเดียวและลูกสะใภ้พร้อมลำดวนหลานสาว ยายพริ้งคิดเสมอว่าการมีชีวิตอยู่ยืนยาวไม่เป็นผลดีเลย แต่ตรงกันข้ามกลับเป็นการยุ่งยากต่อคนอื่น คิดดูแล้วอยากตายๆ ไปเสีย จะได้ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน หลายครั้งที่เรี่ยวแรงอ่อนระโหย ทำให้ข้าวของเลอะเทอะหยิบข้าวปลาอาหารไม่ตรงปาก นายแดงลูกชายขึ้นเสียงดุว่าจนกลายเป็นตวาดในบางครั้ง อันที่จริงแล้วแม่เป็นผู้ให้กำเนิด ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะใช้วาจาและเสียงที่รุนแรงกับ แม่ซึ่งช่วยตัวเองไม่ได้ จะกินข้าวกินน้ำอิ่มหรือไม่ ไม่มีใครสอบถาม เพียงแค่ลูกสะใภ้ยกมาให้กินเพื่อมีชีวิตอยู่ไปเป็นวันๆ มีอยู่ครั้งหนึ่งแม่นั่งกินข้าวขวางทางเดิน นายแดงลูกชายคนเดียวที่แม่เคยรักเคยอุ้มชูมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก เอาเท้าเขี่ยถ้วยชามให้พ้นทางเดิน มันช่างเป็นกิริยาต่ำทรามเกินกว่าจะใช้คำว่ามนุษย์ติดตามตัว ส่วนแม่นั้นไม่ถือสาโกรธลูก เพียงคิดว่าตัวเองไปนั่งขวางทางเดินเองเพราะตาพร่ามัว ครั้งหนึ่งแม่ทำกับข้าวหก นายแดงถึงกับโมโหเอาไม้ไผ่มาเฆี่ยนจนชาวบ้านสาปแช่งว่าเป็นคนต่ำช้าเลวทราม เป็นที่รังเกียจกับคนทั่วๆ ไปในตำบลนั้น เพราะช่วงนั้นนายแดงคิดว่าแม่เป็นส่วนเกินที่น่ารังเกียจ เป็นภาระใหญ่โตที่เหลือบ่ากว่าแรง ทั้งๆที่ฐานะไม่ได้ยากจนเลย เนื่องจากมีที่นาอันเป็นมรดกของพ่อแม่มากมาย และตอนนั้นเด็กหญิงลำดวนอายุก็แค่ 3 ขวบเศษๆ
ยายพริ้งผู้เป็นแม่นั้นเคยภูมิใจในตัวลูกชาย ตามใจจนกระทั่งต้องมานั่งเสียใจจากที่คิดว่าจะฝากผีฝากไข้จนกลายมาเป็นขับไล่แม่เหมือนหมูเหมือนหมา ถึงขนาดนี้แม่ก็ยังเข้าข้างลูกไม่เคยตำหนิลูกให้เสียใจสักคำ ยายพริ้งคิดเสียว่า นี่คือเวรกรรมที่เธอเคยทำมาแต่อดีตชาติ ขออโหสิกรรม ให้แก่ลูก ชดใช้กรรมให้หมดในชาตินี้ไม่ถือเป็นเวรกรรมต่อกัน กรรมนั้นมีจริงหรือไม่ยังไม่มีใครเข้าใจ นายแดงเริ่มคบเพื่อนเลวสำมะเลเทเมาหนักขึ้น งานการไม่เป็นอันทำซ้ำร้ายเล่นการพนันตามบ่อนเถื่อนที่เปิดตามทุ่งนาในสวนในป่า ลงท้ายเอาที่สวนที่นาไปจำนองจำนำเล่นแล้วก็หมดตัว หนี้สินรุงรังจนต้องหนี เข้ากรุงเทพหางานทำ นายแดงทิ้งลูกเมียให้รับชะตากรรมนานนับ 10 ปี โดยไม่ได้กลับไปเยี่ยมหรือส่งข่าวคราว เขาเปลี่ยนงานมาหลายอย่างเพราะติดเหล้าติดเพื่อนจนเสียงานเสียโดนไล่ออก สุดท้ายก็มาถีบสามล้อรับจ้างในซอย จนกระทั่งหายไปไหนไม่เห็นมาขี่สามล้อ ต่อมาทราบว่าตาแดงโดนรถปิกอัพชนที่น่าปากซอย ขาหักทั้งสองข้างถีบสามล้อไม่ได้อีกแล้ว กรรมหนักก็ตรงที่เอาเท้าไปเขี่ยจานข้าวปลาที่แม่กำลังนั่งกินอยู่ ถึงได้โดนรถชน ขาหัก ทั้งสองข้างนั่นเอง
เชื่อหรือยังว่ากรรมที่ทำกับพ่อแม่นั้นมันสนองหนักมากจริงๆ แค่เอาเท้าไปเขี่ยจานแม่ที่กำลังกินเท่านั้นกรรมเล่นเสียจนขาหัก ส่วนลำดวนลูกสาวลุงแดงนั้นเป็นลูกกตัญญูถึงได้ช่วยส่งให้มีคนไปช่วยเหลือ ทั้งอาหารการกินและกองทุนเล่าเรียน แน่นอนเชื่อว่าอนาคตต้องดีกว่านี้ขึ้นไปเรื่อยๆ
:yociexp49:http://www.watpanya.com/board/forum_posts.asp?TID=1056&PN=1 (http://www.watpanya.com/board/forum_posts.asp?TID=1056&PN=1)
</TD></TR></TBODY></TABLE>