มดเอ๊ก
01-31-2008, 05:43 PM
http://www.shutterphoto.com/forums/attachment.php?attachmentid=3467&stc=1&d=1180967385
ทำบุญด้วยเงินน้อยๆ...ฯลฯการทำบุญวิหารทานโดยเฉพาะอย่างยิ่งเคยทำบุญร่วมไปกับวิหารแก้ว ๑๐๐ เมตรของ วัดท่าซุง...ทำน้อยเกินไปไม่ถึงหมื่นบาท คนอื่นเขาทำเป็นแสนๆแสดงว่าอานิสงส์ที่ได้คงจะน้อยกว่าเขามาก?? อยากทำต่อไปอีกแต่ว่าเงินไม่สะดวกเลย...-หลวงพ่อ :ตายไปก็มีวิมานแก้วเหมือนกันแต่หลังเล็กหน่อย...วิมานเหมือนกัน ถ้าตายไปเกิดเป็นคนก็จะมีปราสาทแก้ว ๗ประการอย่าง โชติกเศรษฐี หลังนั้นสร้างแบบโชติกเศรษฐีเขาสร้าง...คือว่าพระพุทธเจ้าท่านสั่งน่ะสัดส่วนต่างๆ นี่สั่งหมดฉันไม่ต้องคิดอะไรเลย จะเอาแบบไหนท่านสั่งแต่ผู้เดียว ...เวลาสั่งมีภาพแสดงให้เห็น..ดีไซน์แบบออกมา พุทธแบบถึงได้สวยใหญ่...ที่ วัดท่าซุงนี่ส่วนมากจะเป็นแบบของพระพุทธเจ้าตั้งปี ๒๑ เป็นพุทธแบบเพราะตอนนั้นฉันเลิกสร้าง แต่ท่านให้สร้างต่อ บอกท่านว่าการเงินไม่มี ท่านบอกไม่เป็นไรฉันจะหาเอง"-ตั้งแต่ปี ๒๑ เป็นต้นมา ใครทำบุญถือว่าทำบุญตรงกับพระพุทธเจ้าเพราะเป็นงานของพระองค์ท่าน ท่านหาสตางค์ให้ด้วยจะโกงก็ไม่ได้นะ รู้ด้วยอย่างมาที่นี่ (ซอยสายลม) จะได้เท่าไหร่ท่านบอกว่าเสร็จ หมายความว่ายอดเท่าไหร่เมื่อเสร็จงานต้องนับ นับแล้วต้องได้เท่านั้น ถ้าน้อยกว่า โกง!จะมีงานทุกงานท่านจะบอกยอดก่อนมีเงินน้อยยากทำบุญhttp://board.palungjit.com/images/smilies/bigkiss.gif
- "เป็นคนยากจน มีเงินน้อย อยากจะได้อานิสงส์มากๆ จะทำบุญอย่างไรดี"
- หลวงพ่อ : มีเงินน้อยหรือ?? มีถึงบาทไหม???...มี ๔ - ๕บาท...โอ...มากนี่ไม่ใช่น้อย คืออานิสงส์จริงๆต้องทำบุญให้มากที่สุดเท่าที่จะพึงทำได้สมมุติว่าเรามีเงินอยู่ ๑๐ บาทใช่ไหม จะไปมาที่นี่เสียค่ารถ ๖ บาท กินก๋วยเตี๋ยวอีก ๓ บาท ได้ครึ่งชามแล้ว หมดไป๙ บาทเหลือ ๑ บาททำสังฆทาน วิหารทาน เขียนที่หน้าซองเลยว่า "เงินนี้ถวายเป็นสังฆทาน วิหารทาน"อันนี้อานิสงส์มากเหลือเกินถ้าจะให้ดีถวายเป็นสังฆทาน วิหารทาน และธรรมทานด้วยอานิสงส์นับไม่ถ้วนอันนี้ได้ จำนวนเงินเขาไม่จำกัดเขาจำกัดกำลังใจถ้ากำลังใจมุ่งด้านดีนะ
- เรื่องนี้ก็มีตัวอย่างคนที่มีทรัพย์น้อยทรัพย์มาก อย่างท่านอินทกเทพบุตร กับ อังกุรเทพบุตรไงล่ะท่านอังกุรเทพบุตร ทำบุญนอกเขตพระพุทะศาสนา เวลานั้นพระพุทธศาสนาไม่มี ตั้งโรงทาน๘๐ โรง ให้ทานถึง ๒๐,๐๐๐ ปี เลี้ยงคนกำพร้า คนตกยาก คนเดินทาง พอตายจากความเป็นคนไปเกิดเป็นเทวดาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นเทวดาที่มีบุญน้อยที่สุดเพราะเขตของบุญน้อยที่สุดใช่ไหม
- ตรงกันข้ามท่านอินทกเทพบุตรเกิดเป็นคนจน พ่อตายตัดฟืนขายเลี้ยงแม่ ก็ไม่ได้ตัดขายมากมาย เอาแค่วันๆพอกินพอใช้ไปวันๆ วันหนึ่งพระสงฆ์เดินผ่านไปที่นั่นท่านมีโอกาสได้ถวายทานในฐานะไม่ได้เตรียมตัวไว้ก่อน คนจนจะมีอะไรมากนักใช่ไหมล่ะเพียงแค่ครั้งเดียวในชีวิตเท่านั้น อาศัยความกตัญญูร้คุณอย่างหนึ่งแล้วถวายสังฆทานอีกอย่างหนึ่งสองอย่างด้วยกันตายแล้วไปเกิดเป็นเทวดาที่มีบุญมากที่สุดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
- ฉะนั้นญาติโยมที่บอกว่ามีเงินน้อย ความจริงไม่สำคัญมีเงินน้อยแต่ถวายให้มันถูกจุด มีเงินมากเงินน้อยไม่สำคัญเขียนหน้าซองไว้เลยว่า "ผมหรือฉันขอถวาย วิหารทาน สังฆทาน และธรรมทาน"ให้เรียบร้อยไปเลย(คัดบางตอนจากหนังสือธัมมวิโมกข์ เล่ม ๓๒๐ หน้า ๒๐ - ๒๒ โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน
- ข้อสังเกตุส่วนตัว:๑. ที่หลวงพ่อท่านบอกว่า"เงินไม่จำกัดเขาจำกัดกำลังใจ"ลง.ศ เข้าใจว่า "ทำบุญมากที่สุดตามกำลังใจ ของแต่ละคนเช่น ทำบุญ ๑๐ บาท อาจมีค่ามากที่สุด สำคัญที่สุดสำหรับคนยากจน...แต่สำหรับคนรวยอาจมีค่าน้อยนิด ดังนั้นถ้าคนรวยทำบุญ ๑๐บาทเท่ากับคนจนอานิสงส์ย่อมน้อยกว่าคนจน...ขณะเดียวกันถ้าเงินหนึ่งล้านบาทมีค่ามากและสำคัญมากสำหรับคนรวยและถ้ากำลังใจเท่ากันคนจน ๑๐ บาท แต่เงินคนรวยมากกว่า...อานิสงส์จะเหมือนกันแต่ไม่เท่ากัน(คนรวยจะได้มากกว่า)๒. ที่หลวงพ่อท่านบอกว่า ท่านอินทกะ"ทำสังฆทานครั้งเดียว + ตัญญูต่อมารดา =เป็นเทวดาที่มีบุญมากที่สุดในดาวดึงส์"สามารถคิดต่อได้ว่า "คงเฉพาะในขณะนั้นช่วงเวลานั้น หรือท่านมีบุญเก่าๆ ชาติก่อนๆ สะสมไว้เยอะแล้วได้จังหวะรวมตัวกัน"ในเมื่อสมัยนั้นมีพระสงฆ์ก็ย่อมจะต้องมีคนอื่นที่ทำบุญทุกอย่างเยอะไปหมดเหมือนกันไม่งั้นพระท่านคงมีชีวิตอยู่ไม่ได้เพราะต้องออกบิณฑบาตรทุกวันจึงอาจคิดต่ออีกได้ว่าสมัยนั้นคนที่ทำบุญมากกว่าท่านไปอยู่ชั้นอื่นหมดก็ได้
คำสอน : หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
ทำบุญด้วยเงินน้อยๆ...ฯลฯการทำบุญวิหารทานโดยเฉพาะอย่างยิ่งเคยทำบุญร่วมไปกับวิหารแก้ว ๑๐๐ เมตรของ วัดท่าซุง...ทำน้อยเกินไปไม่ถึงหมื่นบาท คนอื่นเขาทำเป็นแสนๆแสดงว่าอานิสงส์ที่ได้คงจะน้อยกว่าเขามาก?? อยากทำต่อไปอีกแต่ว่าเงินไม่สะดวกเลย...-หลวงพ่อ :ตายไปก็มีวิมานแก้วเหมือนกันแต่หลังเล็กหน่อย...วิมานเหมือนกัน ถ้าตายไปเกิดเป็นคนก็จะมีปราสาทแก้ว ๗ประการอย่าง โชติกเศรษฐี หลังนั้นสร้างแบบโชติกเศรษฐีเขาสร้าง...คือว่าพระพุทธเจ้าท่านสั่งน่ะสัดส่วนต่างๆ นี่สั่งหมดฉันไม่ต้องคิดอะไรเลย จะเอาแบบไหนท่านสั่งแต่ผู้เดียว ...เวลาสั่งมีภาพแสดงให้เห็น..ดีไซน์แบบออกมา พุทธแบบถึงได้สวยใหญ่...ที่ วัดท่าซุงนี่ส่วนมากจะเป็นแบบของพระพุทธเจ้าตั้งปี ๒๑ เป็นพุทธแบบเพราะตอนนั้นฉันเลิกสร้าง แต่ท่านให้สร้างต่อ บอกท่านว่าการเงินไม่มี ท่านบอกไม่เป็นไรฉันจะหาเอง"-ตั้งแต่ปี ๒๑ เป็นต้นมา ใครทำบุญถือว่าทำบุญตรงกับพระพุทธเจ้าเพราะเป็นงานของพระองค์ท่าน ท่านหาสตางค์ให้ด้วยจะโกงก็ไม่ได้นะ รู้ด้วยอย่างมาที่นี่ (ซอยสายลม) จะได้เท่าไหร่ท่านบอกว่าเสร็จ หมายความว่ายอดเท่าไหร่เมื่อเสร็จงานต้องนับ นับแล้วต้องได้เท่านั้น ถ้าน้อยกว่า โกง!จะมีงานทุกงานท่านจะบอกยอดก่อนมีเงินน้อยยากทำบุญhttp://board.palungjit.com/images/smilies/bigkiss.gif
- "เป็นคนยากจน มีเงินน้อย อยากจะได้อานิสงส์มากๆ จะทำบุญอย่างไรดี"
- หลวงพ่อ : มีเงินน้อยหรือ?? มีถึงบาทไหม???...มี ๔ - ๕บาท...โอ...มากนี่ไม่ใช่น้อย คืออานิสงส์จริงๆต้องทำบุญให้มากที่สุดเท่าที่จะพึงทำได้สมมุติว่าเรามีเงินอยู่ ๑๐ บาทใช่ไหม จะไปมาที่นี่เสียค่ารถ ๖ บาท กินก๋วยเตี๋ยวอีก ๓ บาท ได้ครึ่งชามแล้ว หมดไป๙ บาทเหลือ ๑ บาททำสังฆทาน วิหารทาน เขียนที่หน้าซองเลยว่า "เงินนี้ถวายเป็นสังฆทาน วิหารทาน"อันนี้อานิสงส์มากเหลือเกินถ้าจะให้ดีถวายเป็นสังฆทาน วิหารทาน และธรรมทานด้วยอานิสงส์นับไม่ถ้วนอันนี้ได้ จำนวนเงินเขาไม่จำกัดเขาจำกัดกำลังใจถ้ากำลังใจมุ่งด้านดีนะ
- เรื่องนี้ก็มีตัวอย่างคนที่มีทรัพย์น้อยทรัพย์มาก อย่างท่านอินทกเทพบุตร กับ อังกุรเทพบุตรไงล่ะท่านอังกุรเทพบุตร ทำบุญนอกเขตพระพุทะศาสนา เวลานั้นพระพุทธศาสนาไม่มี ตั้งโรงทาน๘๐ โรง ให้ทานถึง ๒๐,๐๐๐ ปี เลี้ยงคนกำพร้า คนตกยาก คนเดินทาง พอตายจากความเป็นคนไปเกิดเป็นเทวดาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นเทวดาที่มีบุญน้อยที่สุดเพราะเขตของบุญน้อยที่สุดใช่ไหม
- ตรงกันข้ามท่านอินทกเทพบุตรเกิดเป็นคนจน พ่อตายตัดฟืนขายเลี้ยงแม่ ก็ไม่ได้ตัดขายมากมาย เอาแค่วันๆพอกินพอใช้ไปวันๆ วันหนึ่งพระสงฆ์เดินผ่านไปที่นั่นท่านมีโอกาสได้ถวายทานในฐานะไม่ได้เตรียมตัวไว้ก่อน คนจนจะมีอะไรมากนักใช่ไหมล่ะเพียงแค่ครั้งเดียวในชีวิตเท่านั้น อาศัยความกตัญญูร้คุณอย่างหนึ่งแล้วถวายสังฆทานอีกอย่างหนึ่งสองอย่างด้วยกันตายแล้วไปเกิดเป็นเทวดาที่มีบุญมากที่สุดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
- ฉะนั้นญาติโยมที่บอกว่ามีเงินน้อย ความจริงไม่สำคัญมีเงินน้อยแต่ถวายให้มันถูกจุด มีเงินมากเงินน้อยไม่สำคัญเขียนหน้าซองไว้เลยว่า "ผมหรือฉันขอถวาย วิหารทาน สังฆทาน และธรรมทาน"ให้เรียบร้อยไปเลย(คัดบางตอนจากหนังสือธัมมวิโมกข์ เล่ม ๓๒๐ หน้า ๒๐ - ๒๒ โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน
- ข้อสังเกตุส่วนตัว:๑. ที่หลวงพ่อท่านบอกว่า"เงินไม่จำกัดเขาจำกัดกำลังใจ"ลง.ศ เข้าใจว่า "ทำบุญมากที่สุดตามกำลังใจ ของแต่ละคนเช่น ทำบุญ ๑๐ บาท อาจมีค่ามากที่สุด สำคัญที่สุดสำหรับคนยากจน...แต่สำหรับคนรวยอาจมีค่าน้อยนิด ดังนั้นถ้าคนรวยทำบุญ ๑๐บาทเท่ากับคนจนอานิสงส์ย่อมน้อยกว่าคนจน...ขณะเดียวกันถ้าเงินหนึ่งล้านบาทมีค่ามากและสำคัญมากสำหรับคนรวยและถ้ากำลังใจเท่ากันคนจน ๑๐ บาท แต่เงินคนรวยมากกว่า...อานิสงส์จะเหมือนกันแต่ไม่เท่ากัน(คนรวยจะได้มากกว่า)๒. ที่หลวงพ่อท่านบอกว่า ท่านอินทกะ"ทำสังฆทานครั้งเดียว + ตัญญูต่อมารดา =เป็นเทวดาที่มีบุญมากที่สุดในดาวดึงส์"สามารถคิดต่อได้ว่า "คงเฉพาะในขณะนั้นช่วงเวลานั้น หรือท่านมีบุญเก่าๆ ชาติก่อนๆ สะสมไว้เยอะแล้วได้จังหวะรวมตัวกัน"ในเมื่อสมัยนั้นมีพระสงฆ์ก็ย่อมจะต้องมีคนอื่นที่ทำบุญทุกอย่างเยอะไปหมดเหมือนกันไม่งั้นพระท่านคงมีชีวิตอยู่ไม่ได้เพราะต้องออกบิณฑบาตรทุกวันจึงอาจคิดต่ออีกได้ว่าสมัยนั้นคนที่ทำบุญมากกว่าท่านไปอยู่ชั้นอื่นหมดก็ได้
คำสอน : หลวงพ่อพระราชพรหมยาน