PDA

View Full Version : รู้ไว้ใช่ว่า: ภัยจากการเดินห้างและซื้อของคนเดียว


เจ้าพระจันทร์
08-24-2005, 01:35 PM
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (16 กค.48)

ดิฉันได้ไปเดินซื้อของที่บิ๊กซีสาขาแฟชั่นไอร์แลน์ ซึ่งได้ไปถึงห้างเวลาประมาณ 18.30 น. ก็ไปกับอีกครอบครัวหนึ่ง ดิฉันก็ไปกับแฟนและลูก ซึ่งพี่ข้างบ้านได้พาลูกไปเลี้ยงวันเกิดที่ MK สุกี้ ซึ่งอยู่ที่ชั้น 1 ตรงบิ๊กซี และได้ชวนครอบครัวดิฉันไปทานด้วย ซึ่งก็เป็นเวลาเย็นแล้วก็เลยไปทานกัน

ทานสุกี้เสร็จประมาณทุ่มกว่าๆ ดิฉันก็จะเข้าไปซื้อของที่บิ๊กซีตรงชั้น 1 กับพี่ข้างบ้านและเด็กอีก 3 คน ส่วนแฟนดิฉันและแฟนพี่ข้างบ้านไปห้องน้ำ ดิฉันซื้อของเยอะเพราะ 1 เดือนจะซื้อของ 1 ครั้ง พี่ข้างบ้านก็เลยบอกว่างั้นแยกกันเดินเพราะเค้าซื้อของนิดเดียว ก็แยกกันพี่ข้างบ้านก็ไปกับลูกเค้าและลูกดิฉัน ส่วนดิฉันได้เดินซื้อของคนเดียว ก็ซื้อของเยอะมากทั้งนม น้ำปลา ฯลฯ คือเข้าล็อกนั้นออกล็อกนี้ จนซื้อครีมอาบน้ำไปให้แฟนเสร็จ ก็จะต้องขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้น 2 เพราะเราจอดรถตรงชั้น 2 ต้องขึ้นไปจ่ายเงินข้างบน

พอเข็นรถเข็นมาถึงบันไดเลื่อนทางขึ้น (เราเข็นรถมาทางด้านขวาของบันไดเลื่อนคือมาจากที่ขายครีมอาบน้ำผ่านชั้นขายขนมเลย์มา) ดิฉันก็มองไปเห็นทางห้างวางไข่ไก่ถาด 30 ฟองไว้ตรงทางขึ้นบันไดเลื่อน ดิฉันก็เลยจอดรถเข็นตรงที่ขายไข่ไก่แล้วหันข้างให้รถเข็น และเลือกไข่ใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที เมื่อดิฉันเลือกไข่ได้ก็หันมาจะนำไข่มาใส่รถเข็นก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งแต่งตัวไม่สะอาดใส่เสื้อยืดสีน้ำเงิน ใส่กางเกงสี่ส่วนสีดำ อายุไม่เกิน 30 ปี ผิวดำแดง ผมหยักโศก มาจับตรงรถเข็นดิฉัน(จับตรงราวจับรถเข็น) ซึ่งเมื่อเค้าเห็นดิฉันหันมามองก็ปล่อยมือจากรถเข็นของดิฉัน

เค้ามากัน 4 คน มีชาย 2 คน หญิง 1 คน และเด็กตัวเล็กๆ อายุประมาณ 1 ขวบกว่าๆ 1 คน แต่ยังอยู่ข้างๆ ดิฉันซึ่งดิฉันก็คิดในใจว่ามาจับรถเข็นของฉันทำไม ซึ่งกว่าที่ดิฉันจะไปจับราวรถเข็นเพื่อเข็นรถเข็นอีกก็ใช้เวลาประมาณ 1-2 นาที เพราะของที่ซื้อมาเยอะมากจนต้องจัดใหม่เพื่อเอาไข่วางให้ได้

เมื่อจัดรถเข็นเสร็จก็เข็นรถเข็นขึ้นบันไดเลื่อนไปที่ชั้น 2 ดิฉันก็เหลือบมองด้านหลังว่ามีใครตามมาหรือเปล่าเพราะเริ่มรู้สึกผิดปกติแล้ว ก็เห็นผู้หญิงคนนี้เดินตามดิฉันขึ้นมาคนเดียว ดิฉันก็เลยจะโทรหาแฟนเพราะเริ่มรู้สึกไม่ดี ก็เปิดกระเป๋าเพื่อจะหยิบโทรศัพท์ก็เหลือบตามองข้างบนปกติจะมีพนักงานของบิ๊กซีช่วยดึงรถเข็นแต่เวลานั้นประมาณเกือบ 2 ทุ่มไม่มีคนช่วยดึงรถเข็นก็เลยคิดว่าเก็บโทรศัพท์ก่อนดีกว่าเพราะรถเข็นเราหนักเดี๋ยวจะฉุกละหุกและคิดว่าเดี๋ยวขึ้นชั้น 2 แล้วค่อยโทรก็ได้

เมื่อขึ้นบันไดเลื่อนมาชั้น 2 ดิฉันก็เลี้ยวซ้ายและก็จอดรถเข็นตรงกะบะขายชุดชั้นใน ผู้หญิงคนนั้นก็เดินผ่านไปนิดนึงแต่ยังเดินป้วนเปี้ยนใกล้ๆ ดิฉัน ซึ่งดิฉันก็โทรศัพท์หาแฟนและพี่ข้างบ้านซึ่งโทรเท่าไหร่ก็ไม่ติดซักที ผ่านไปประมาณ 5 นาทีผู้ชายอีกคนกับเด็กก็เข็นรถเข็นขึ้นมาชั้น 2 ส่วนผู้ชายอีกคนไม่ทราบไปไหน (ผู้ชายคนนี้มีผมสีดอกเลา ไว้หนวด ผอม ใส่เสื้อกีฬาคอปกสีเหลือง ใส่กางเกงขาสั้นสีน้ำตาลอ่อน) ก็เข็นผ่านมาและผู้หญิงคนนี้ก็เดินไปเรื่อยๆ ไม่ได้เดินดูของจนไปสุดทางเดินและต้องเลี้ยวซ้ายเพราะขวาเป็นขายเสื้อผ้าเด็กและเป็นห้องลองเสื้อผ้า ซึ่งขณะนั้นดิฉันก็ยังโทรหาแฟนและพี่ข้างบ้านอยู่ตาก็็เหลือบมองพวกเค้าไปเรื่อยๆ

เมื่อพวกเค้าเลี้ยวขวาไปดิฉันเริ่มรู้สึกว่าร่างกายเราผิดปกติจะอาเจียน เป็นลม หน้ามืด ดิฉันจึงเทสต์ตัวเองด้วยการหยิกที่แขนทั้งสองข้างซึ่งไม่รู้สึกว่าเจ็บเลย ดิฉันจึงคิดว่าถ้าโทรหาแฟนหรือพี่ข้างบ้านกว่าจะมาดิฉันคงแย่แน่ จึงเอาโทรศัพท์ใส่กระเป๋าและมองหาพนักงานของบิ๊กซี ตอนแรกมองไปทางซ้ายหาพนักงานขายชุดชั้นในก็ไม่เห็นมีแต่คนเลือกซื้อของอยู่ประมาณ 5-6 คน ก็เลยมองมาทางขวาเห็นพนักงานขายของสินค้าในบิ๊กซี ก็เลยวิ่งไปคว้าแขนของพนักงานคนนี้นซึ่งดีมาก แล้วบอกว่า "พี่ช่วยหนูด้วย หนูไม่ไหวแล้ว จะเป็นลมจะอาเจียนด้วย"

พนักงานก็พาดิฉันไปทานน้ำดื่มซึ่งห่างจากรถเข็นไม่มาก อยู่ล็อกกลางแล้วดิฉันก็เล่าเหตุการณ์ให้พนักงานท่านนี้ฟัง พนักงานก็บอกดิฉันว่าสงสัยดิฉันคงไปโดนยาที่ผู้หญิงคนนั้นมาป้ายตรงราวจับรถเข็นให้แล้ว พนักงานจึงให้ดิฉันทานน้ำเยอะๆ แล้วนั่งพัก เมื่อดิฉันนั่งพักแล้วตรงล็อคกลางจะแขวนเสื้อลดราคาของ FBT ก็บังดิฉันพอดี แต่พนักงานท่านนั้นยังยืนอยู่ ดิฉันก็บอกรูปพรรณของผู้หญิงคนนั้น พนักงานก็ถามดิฉันว่า "ใช่ใส่รองเท้าฟองน้ำสีเขียวหรือเปล่า" ดิฉันก็เลยเอียงคอมองแล้วตอบว่าใช่ ผู้หญิงคนนี้เดินไปอ้อมที่ขายเสื้อผ้าผู้หญิงและอ้อมมามาเดือนป้วนเปี้ยนแถวๆ รถเข็นที่ฉันจอดทิ้งไว้อยู่ ดิฉันก็บอกพนักงานว่าอย่าพึ่งไปไหนนะให้อยู่เป็นเพื่อนก่อน ระหว่างนั้นฉันก็โทรหาแฟนจนติด และบอกแฟนว่าให้รีบมาไม่ไหวแล้วจะเป็นลม แฟนก็รีบมา

ผู้หญิงคนนี้นยังเดินวนหาดิฉันอยู่ เมื่อแฟนมาดิฉันก็เล่าให้ฟัง แล้วแฟนก็เลยเดินไปหาผู้หญิงคนนั้น กะจะเข้าไปถามว่าตามมาทำไมต้องการอะไร แต่เดินไปนิดนึงเหลือบตามองเห็นมีผู้ชายมองอยู่ 2 คน จึงเดินกลับและบอกว่าไปจ่ายตังค์และกลับกันเถอะ ก็ไปบอกพนักงานฝากดูต่อด้วย เมื่อจ่ายเงินเสร็จก็บอกพี่ข้างบ้านเล่าให้ฟังพี่ข้างบ้านจึงชวนกลับ แฟนก็เอาของไปเก็บที่รถ รถจอดตรงทางเชื่อมระหว่างบิ๊กซีกับลานจอดรถพอดี ดิฉันก็เดินตามไปแต่ยังไม่เข้ารถ พี่ข้างบ้านบอกให้เข้าไปนั่งในรถมีผู้ชายนั่งอยู่ตรงทางเชื่อมมองอยู่ ตอนนั้นยังใจมีดีอยากออกจากห้างให้เร็วที่สุด เมือนั่งมาในรถยังรู้สึกอยากอาเจียนอยู่

อยากฝากไว้เป็นอุทธาหรณ์ให้คนอื่นได้ทราบว่า เดี๋ยวนี้ต้องระวังไปไหนมาไหน และได้ถามหมอว่ายาที่โดนเป็นยาอะไร หมอบอกว่าเป็นสารระเหยชนิดหนึ่ง ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่จะทำให้เรารู้สึกชา มึนงง จะเป็นลม;)