กาลเวลา
11-11-2005, 11:38 PM
ประวัติ พระธาตุโพนจิกเวียงงัวเพื่อการบูรณะ
พระธาตุโพนจิกเวียงงัว ตั้งอยู่ที่วัดพระธาตุบุ บ้านโคกป่าฝาง ต.ปะโค อ.เมือง จ.หนองคาย
.....เป็นที่รับรู้ กันโดยทั่วไปถึงอานิสงค์แห่งการบูรณะ พระบรมธาตุเจดีย์ ว่าได้กุศลสูงยิ่งกว่าการทำ อามิสบูชาใดๆ
และยังให้ถึง ซึ่งพระนิพพาน ดังนั้นพระโยควาจร ผู้ต้องการสำเร็จ มรรคผลจึงนิยม สร้างกุศลกับพระบรมธาตุเจดีย์
เช่น พระอาจารย์, ครูบาศรีวิชัย กับการบูรณะพระธาตุดอยสุเทพฯ<Oimages/smilies/tongue-smile.gif
.....พระบรมธาตุเจดีย์ ในปัจจุบันส่วนใหญ่ ที่สร้างขึ้นมักบอกกันว่าได้ พระบรมธาตุจากอินเดียบ้าง ศรีลังกาบ้าง
เสด็จมาเองบ้าง หรือเทพนิมิตบ้าง แต่จะมีพระบรมธาตุใดบ้างที่มีหลักฐานอ้างอิงชัดเจน <Oimages/smilies/tongue-smile.gif
.....พระธาตุโพนจิกเวียงงัว เป็นพระธาตุที่สำคัญแต่ครั้งโบราณกาล และได้รับการอ้างอิงถึงในคัมภีร์อุรังคธาตุนิทาน
ที่แต่งโดยพระอรหันต์มหาสังขวิขชัง ซึ่งกล่าวถึงการสร้างพระธาตุพนม และพระธาตุบริวารไว้ โดย พระธาตุโพนจิกฯ
เป็นหนึ่ง ในพระธาตุที่ถูกกล่าวถึง<Oimages/smilies/tongue-smile.gif
.....คัมภีร์อุรังคธาตุนิทาน ได้บรรยายไว้ว่า ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้ากับพระอานนท์ เคยเสด็จจากกรุงสาวัตถี
ประเทศอินเดีย มายังลุ่มน้ำโขงตอนกลาง เพื่อหมายดินแดงแห่งพุทธศาสนา ทรงประทับในสถานที่ต่างๆ ได้แก่ เมือง
เวียงจันทน์ เมืองโพนจิกเวียงงัว เมืองหนองคาย เมืองนครพนม เมืองศรีโครตบอง เมืองสกลนคร เมืองอุดรธานี
.....เมื่อปี พ.ศ.๘ พระมหากัสสปเถระ พร้อมด้วยพระอรหันต์ ๕๐๐ องค์ ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุส่วนหัวอก
นำมาประดิษฐานไว้ในอุโมงค์พระธาตุพนม
<Oimages/smilies/tongue-smile.gif.....กาลต่อมา พระมหากัสสปเถระ ได้มอบหมายให้พระอรหันต์ ๓ องค์ คือ พระพุทธรักขิต , พระธรรมรักขิต และ
พระสังฆรักขิต ไปเผยแพร่พระพุธศาสนาที่เมืองหนองคาย ได้ตั้งสำนักพระอรหันต์สอนวิปัสสนากรรมฐาน ในสถานที่
ต่างๆ ดังนี้ ที่โพนป่าจิกเวียงงัว วัดพระธาตุบุ , ที่หอผ้าหอแพร เวียงจันทร์ และ ที่เมืองหนองคาย วัดพระธาตุ
.....เวลาต่อมาได้ศิษย์ ที่สำเร็จเป็น อรหันต์ ๕ องค์ ให้ฉายาว่า พระมหาสุวรรณปราสาท , พระจุลสุวรรณปราสาท ,
พระมหารัตนะ , พระจุลรัตนะ และ พระมหาสังขวิชัย<Oimages/smilies/tongue-smile.gif</Oimages/smilies/tongue-smile.gif
......เมื่อพระอรหันต์ที่เป็นอาจารย์ทั้ง ๓ องค์ พิจารณาเห็นว่าได้มาทำหน้าที่เผยแพร่ พระพุทธศาสนาได้มากพอสมควร
แล้ว และได้มีศิษย์สำเร็จเป็นอรหันต์อีก๕ องค์ ซึ่งจะทำหน้าที่เผยแพร่ พระพุทธศาสนาแทนตนได้ จึงได้พากันเดินทาง
ไปยังกรุงราชคฤห์ เพื่อขออัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากพระมหากัสสปเถระ มายังเมืองหนองคาย หลังจากนั้นได้นำ
พระบรมสารีริกธาตุ มาประดิษฐานไว้ในพระอุโมงค์ ดังนี้
<Oimages/smilies/tongue-smile.gif</Oimages/smilies/tongue-smile.gif
· พระธาตุส่วนหัวหน่าว จำนวน ๒๙ องค์ ประดิษฐานที่ พระธาตุบังพวน<Oimages/smilies/tongue-smile.gif
· พระธาตุพระยาทขวา จำนวน ๙ องค์ ประดิษฐานที่ พระธาตุหล้า เมืองหนองคาย<Oimages/smilies/tongue-smile.gif
· พระธาตุเขี้ยวฝาง จำนวน ๓ องค์ ประดิษฐานที่ พระธาตุโพนจิกเวียงงัว<Oimages/smilies/tongue-smile.gif
· พระธาตุเขี้ยวฝาง จำนวน ๔ องค์ ประดิษฐานที่ พระธาตุหลวง เวียงจันทน์
.....จะเห็นว่า พระธาตุโพนจิกเวียงงัว เป็นพระธาตุที่มีความสำคัญเทียบเท่าพรธาตุหลวงเวียงจันทน์ อันเป็นยอดสักการะ
และสัญลักษณ์ประจำชาติของประเทศลาว โดยบรรจุ พระทันตธาตุ เรียกว่า เขี้ยวฝาง เพราะเป็นฟันสีแดงดัง ฝางเสน
.....ลุล่วงมาถึงปี พ.ศ. ๒๐๕๙ ๒๐๙๑ พระเจ้าโพธิสาร กษัตริย์ล้านช้าง พระราชบิดาของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ทรง
สร้างพระเจดีย์ครอบพระอุโมงค์โพนจิกเวียงงัว ซึ่งมีลักษณะสัณฐาน ดังองค์พระธาตุในปัจจุบัน
.....พ.ศ. ๒๕๒๕ กรมศิลปากรได้ประกาศไว้ในพระราชกิจจานุเบกษาให้พระธาตุโพนจิกเวียงงัว เป็นโบราณสถานอัน
ศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมือง
.....ปัจจุบันพระธาตุโพนจิกเวียงงัว มีสภาพทรุดโทรมมาก ใกล้จะพังลงมาเต็มที ทางกรมศิลปากรก็ยังไม่มีงบประมาณ
มาบูรณะ ซ่อมแซม ทางวัดต้องใช้ไม้ค้ำเจดีย์ ที่เอียงลงมา หากต้องรอเวลาอีก พระธาตุ ก็คงต้องถึงคราวพังลงมาไม่ผิด
กับเมื่อคราว พระธาตุพนม พังลงมาเมื่อสามสิบปีมาแล้ว
.....จึงนับเป็นโอกาสอันดี ที่ทางพุทธศาสนิกชนจะได้ร่วมกันสร้างกุศล อันยิ่งใหญ่ร่วมกัน ในการบูรณะพระธาตุโพนจิก
เวียงงัว เพื่อให้คงอยู่ สถิตสถาพรเป็นโบราณสถานที่สำคัญของพระพุทธศาสนา ตลอดกาลนาน
<Oimages/smilies/tongue-smile.gif
<Oimages/smilies/tongue-smile.gif
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
<?xml:namespace prefix = v ns = "urn:schemas-microsoft-com:vml" /><v:line id=_x0000_s1026 style="Z-INDEX: 1; POSITION: absolute" strokeweight="1.25pt" strokecolor="red" to="6in,62.25pt" from="0,62.25pt"><v:stroke endcap="round" endarrow="open" startarrow="open" dashstyle="1 1"></v:stroke></v:line>หากแม้น ในการเผยแพร่ข่าวสารด้วยเจตนาอันบริสุทธิ์ ของข้าพเจ้าเพื่อให้การบูรณะองค์พระธาตุเสร็จสมบูรณ์ ในอนาคตข้างหน้า
นี้ ก่อให้เกิดกุศลผลบุญ ใดใด ข้าพเจ้าขออุทิศแด่ คุณ บิดา มารดา ครูบา-อาจารย์ ทั้งหมดทุกพระองค์ และ ผู้ร่วมบุญ รวมถึง
ผู้อนุโมทนา ด้วยใจบริสุทธิ์ ทุกผู้ทุกนาม
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
<Oimages/smilies/tongue-smile.gif
****** สามารถ ติดต่อ ร่วมบุญได้ที่ อ.ณัฐเดช ประทีบพิชัย 01-3046443 ******<Oimages/smilies/tongue-smile.gif
****** สามารถ ติดต่อ ร่วมบุญได้ที่ อ.ณัฏฐเดช ประทีบพิชัย 01-3046443 ******
หรือ โอนเงิน เข้าบัญชี กรุงเทพ จำกัด สาขา คลองจั่น<Oimages/smilies/tongue-smile.gif</Oimages/smilies/tongue-smile.gif
เลขที่บัญชี 156-4-81908-2<Oimages/smilies/tongue-smile.gif</Oimages/smilies/tongue-smile.gif
ชื่อบัญชี นาย ณัฏฐเดช ประทีบพิชัย
<Oimages/smilies/tongue-smile.gif
หลังโอนเงิน ให้ลงจำนวนเงิน-วันที่ โอนเงิน และที่อยู่ ไว้กระทู้ นี้ด้วยนะครับ
<Oimages/smilies/tongue-smile.gifทางกองทุนบูรณะพระธาตุโพนจิกเวียงงัว จะมีรายการ วัตถุมงคลเล็กๆ น้อยๆ ที่ผ่านพิธีปลุกเสก <Oimages/smilies/tongue-smile.gif
โดยคณาจารย์ สายเขาอ้อ จ.พัทลุง มอบให้ท่านที่ บริจาคมากกว่า 100 บาท เป็นการตอบแทนครับ
ภาพถ่ายพระธาตุโพนจิกเวียงงัว
<Oimages/smilies/tongue-smile.gif ถ่ายเมื่อ มกราคม ๒๕๔๘ จะเห็นสภาพ ความเก่าแก่ ของพระบรมธาตุเจดีย์ ที่สร้างตั้งแต่<Oimages/smilies/tongue-smile.gif</Oimages/smilies/tongue-smile.gifสมัย
พระเจ้าโพธิสาร กษัตริย์ล้านช้าง<Oimages/smilies/tongue-smile.gif</Oimages/smilies/tongue-smile.gif
พระบรมธาตุเจดีย์มีอายุมากกว่า ๕๐๐ ปี ซึ่งสร้างครอบ พระธาตุเขี้ยวฝาง จำนวน ๓ องค์ <Oimages/smilies/tongue-smile.gif</Oimages/smilies/tongue-smile.gif
อายุมากกว่า ๒๐๐๐ ปี
<Oimages/smilies/tongue-smile.gif</Oimages/smilies/tongue-smile.gif<!-- / message --><!-- attachments --><FIELDSET class=fieldset><LEGEND>รูปขนาดเล็ก</LEGEND>http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=44419&stc=1&thumb=1&d=1131517133 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=44419&d=1131517133)
</FIELDSET>
<!-- / attachments --><!-- sig -->__________________
:sm045:
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?p=143340#post143340 (http://www.palungjit.com/board/showthread.php?p=143340#post143340)
พระธาตุโพนจิกเวียงงัว ตั้งอยู่ที่วัดพระธาตุบุ บ้านโคกป่าฝาง ต.ปะโค อ.เมือง จ.หนองคาย
.....เป็นที่รับรู้ กันโดยทั่วไปถึงอานิสงค์แห่งการบูรณะ พระบรมธาตุเจดีย์ ว่าได้กุศลสูงยิ่งกว่าการทำ อามิสบูชาใดๆ
และยังให้ถึง ซึ่งพระนิพพาน ดังนั้นพระโยควาจร ผู้ต้องการสำเร็จ มรรคผลจึงนิยม สร้างกุศลกับพระบรมธาตุเจดีย์
เช่น พระอาจารย์, ครูบาศรีวิชัย กับการบูรณะพระธาตุดอยสุเทพฯ<Oimages/smilies/tongue-smile.gif
.....พระบรมธาตุเจดีย์ ในปัจจุบันส่วนใหญ่ ที่สร้างขึ้นมักบอกกันว่าได้ พระบรมธาตุจากอินเดียบ้าง ศรีลังกาบ้าง
เสด็จมาเองบ้าง หรือเทพนิมิตบ้าง แต่จะมีพระบรมธาตุใดบ้างที่มีหลักฐานอ้างอิงชัดเจน <Oimages/smilies/tongue-smile.gif
.....พระธาตุโพนจิกเวียงงัว เป็นพระธาตุที่สำคัญแต่ครั้งโบราณกาล และได้รับการอ้างอิงถึงในคัมภีร์อุรังคธาตุนิทาน
ที่แต่งโดยพระอรหันต์มหาสังขวิขชัง ซึ่งกล่าวถึงการสร้างพระธาตุพนม และพระธาตุบริวารไว้ โดย พระธาตุโพนจิกฯ
เป็นหนึ่ง ในพระธาตุที่ถูกกล่าวถึง<Oimages/smilies/tongue-smile.gif
.....คัมภีร์อุรังคธาตุนิทาน ได้บรรยายไว้ว่า ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้ากับพระอานนท์ เคยเสด็จจากกรุงสาวัตถี
ประเทศอินเดีย มายังลุ่มน้ำโขงตอนกลาง เพื่อหมายดินแดงแห่งพุทธศาสนา ทรงประทับในสถานที่ต่างๆ ได้แก่ เมือง
เวียงจันทน์ เมืองโพนจิกเวียงงัว เมืองหนองคาย เมืองนครพนม เมืองศรีโครตบอง เมืองสกลนคร เมืองอุดรธานี
.....เมื่อปี พ.ศ.๘ พระมหากัสสปเถระ พร้อมด้วยพระอรหันต์ ๕๐๐ องค์ ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุส่วนหัวอก
นำมาประดิษฐานไว้ในอุโมงค์พระธาตุพนม
<Oimages/smilies/tongue-smile.gif.....กาลต่อมา พระมหากัสสปเถระ ได้มอบหมายให้พระอรหันต์ ๓ องค์ คือ พระพุทธรักขิต , พระธรรมรักขิต และ
พระสังฆรักขิต ไปเผยแพร่พระพุธศาสนาที่เมืองหนองคาย ได้ตั้งสำนักพระอรหันต์สอนวิปัสสนากรรมฐาน ในสถานที่
ต่างๆ ดังนี้ ที่โพนป่าจิกเวียงงัว วัดพระธาตุบุ , ที่หอผ้าหอแพร เวียงจันทร์ และ ที่เมืองหนองคาย วัดพระธาตุ
.....เวลาต่อมาได้ศิษย์ ที่สำเร็จเป็น อรหันต์ ๕ องค์ ให้ฉายาว่า พระมหาสุวรรณปราสาท , พระจุลสุวรรณปราสาท ,
พระมหารัตนะ , พระจุลรัตนะ และ พระมหาสังขวิชัย<Oimages/smilies/tongue-smile.gif</Oimages/smilies/tongue-smile.gif
......เมื่อพระอรหันต์ที่เป็นอาจารย์ทั้ง ๓ องค์ พิจารณาเห็นว่าได้มาทำหน้าที่เผยแพร่ พระพุทธศาสนาได้มากพอสมควร
แล้ว และได้มีศิษย์สำเร็จเป็นอรหันต์อีก๕ องค์ ซึ่งจะทำหน้าที่เผยแพร่ พระพุทธศาสนาแทนตนได้ จึงได้พากันเดินทาง
ไปยังกรุงราชคฤห์ เพื่อขออัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากพระมหากัสสปเถระ มายังเมืองหนองคาย หลังจากนั้นได้นำ
พระบรมสารีริกธาตุ มาประดิษฐานไว้ในพระอุโมงค์ ดังนี้
<Oimages/smilies/tongue-smile.gif</Oimages/smilies/tongue-smile.gif
· พระธาตุส่วนหัวหน่าว จำนวน ๒๙ องค์ ประดิษฐานที่ พระธาตุบังพวน<Oimages/smilies/tongue-smile.gif
· พระธาตุพระยาทขวา จำนวน ๙ องค์ ประดิษฐานที่ พระธาตุหล้า เมืองหนองคาย<Oimages/smilies/tongue-smile.gif
· พระธาตุเขี้ยวฝาง จำนวน ๓ องค์ ประดิษฐานที่ พระธาตุโพนจิกเวียงงัว<Oimages/smilies/tongue-smile.gif
· พระธาตุเขี้ยวฝาง จำนวน ๔ องค์ ประดิษฐานที่ พระธาตุหลวง เวียงจันทน์
.....จะเห็นว่า พระธาตุโพนจิกเวียงงัว เป็นพระธาตุที่มีความสำคัญเทียบเท่าพรธาตุหลวงเวียงจันทน์ อันเป็นยอดสักการะ
และสัญลักษณ์ประจำชาติของประเทศลาว โดยบรรจุ พระทันตธาตุ เรียกว่า เขี้ยวฝาง เพราะเป็นฟันสีแดงดัง ฝางเสน
.....ลุล่วงมาถึงปี พ.ศ. ๒๐๕๙ ๒๐๙๑ พระเจ้าโพธิสาร กษัตริย์ล้านช้าง พระราชบิดาของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ทรง
สร้างพระเจดีย์ครอบพระอุโมงค์โพนจิกเวียงงัว ซึ่งมีลักษณะสัณฐาน ดังองค์พระธาตุในปัจจุบัน
.....พ.ศ. ๒๕๒๕ กรมศิลปากรได้ประกาศไว้ในพระราชกิจจานุเบกษาให้พระธาตุโพนจิกเวียงงัว เป็นโบราณสถานอัน
ศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมือง
.....ปัจจุบันพระธาตุโพนจิกเวียงงัว มีสภาพทรุดโทรมมาก ใกล้จะพังลงมาเต็มที ทางกรมศิลปากรก็ยังไม่มีงบประมาณ
มาบูรณะ ซ่อมแซม ทางวัดต้องใช้ไม้ค้ำเจดีย์ ที่เอียงลงมา หากต้องรอเวลาอีก พระธาตุ ก็คงต้องถึงคราวพังลงมาไม่ผิด
กับเมื่อคราว พระธาตุพนม พังลงมาเมื่อสามสิบปีมาแล้ว
.....จึงนับเป็นโอกาสอันดี ที่ทางพุทธศาสนิกชนจะได้ร่วมกันสร้างกุศล อันยิ่งใหญ่ร่วมกัน ในการบูรณะพระธาตุโพนจิก
เวียงงัว เพื่อให้คงอยู่ สถิตสถาพรเป็นโบราณสถานที่สำคัญของพระพุทธศาสนา ตลอดกาลนาน
<Oimages/smilies/tongue-smile.gif
<Oimages/smilies/tongue-smile.gif
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
<?xml:namespace prefix = v ns = "urn:schemas-microsoft-com:vml" /><v:line id=_x0000_s1026 style="Z-INDEX: 1; POSITION: absolute" strokeweight="1.25pt" strokecolor="red" to="6in,62.25pt" from="0,62.25pt"><v:stroke endcap="round" endarrow="open" startarrow="open" dashstyle="1 1"></v:stroke></v:line>หากแม้น ในการเผยแพร่ข่าวสารด้วยเจตนาอันบริสุทธิ์ ของข้าพเจ้าเพื่อให้การบูรณะองค์พระธาตุเสร็จสมบูรณ์ ในอนาคตข้างหน้า
นี้ ก่อให้เกิดกุศลผลบุญ ใดใด ข้าพเจ้าขออุทิศแด่ คุณ บิดา มารดา ครูบา-อาจารย์ ทั้งหมดทุกพระองค์ และ ผู้ร่วมบุญ รวมถึง
ผู้อนุโมทนา ด้วยใจบริสุทธิ์ ทุกผู้ทุกนาม
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
<Oimages/smilies/tongue-smile.gif
****** สามารถ ติดต่อ ร่วมบุญได้ที่ อ.ณัฐเดช ประทีบพิชัย 01-3046443 ******<Oimages/smilies/tongue-smile.gif
****** สามารถ ติดต่อ ร่วมบุญได้ที่ อ.ณัฏฐเดช ประทีบพิชัย 01-3046443 ******
หรือ โอนเงิน เข้าบัญชี กรุงเทพ จำกัด สาขา คลองจั่น<Oimages/smilies/tongue-smile.gif</Oimages/smilies/tongue-smile.gif
เลขที่บัญชี 156-4-81908-2<Oimages/smilies/tongue-smile.gif</Oimages/smilies/tongue-smile.gif
ชื่อบัญชี นาย ณัฏฐเดช ประทีบพิชัย
<Oimages/smilies/tongue-smile.gif
หลังโอนเงิน ให้ลงจำนวนเงิน-วันที่ โอนเงิน และที่อยู่ ไว้กระทู้ นี้ด้วยนะครับ
<Oimages/smilies/tongue-smile.gifทางกองทุนบูรณะพระธาตุโพนจิกเวียงงัว จะมีรายการ วัตถุมงคลเล็กๆ น้อยๆ ที่ผ่านพิธีปลุกเสก <Oimages/smilies/tongue-smile.gif
โดยคณาจารย์ สายเขาอ้อ จ.พัทลุง มอบให้ท่านที่ บริจาคมากกว่า 100 บาท เป็นการตอบแทนครับ
ภาพถ่ายพระธาตุโพนจิกเวียงงัว
<Oimages/smilies/tongue-smile.gif ถ่ายเมื่อ มกราคม ๒๕๔๘ จะเห็นสภาพ ความเก่าแก่ ของพระบรมธาตุเจดีย์ ที่สร้างตั้งแต่<Oimages/smilies/tongue-smile.gif</Oimages/smilies/tongue-smile.gifสมัย
พระเจ้าโพธิสาร กษัตริย์ล้านช้าง<Oimages/smilies/tongue-smile.gif</Oimages/smilies/tongue-smile.gif
พระบรมธาตุเจดีย์มีอายุมากกว่า ๕๐๐ ปี ซึ่งสร้างครอบ พระธาตุเขี้ยวฝาง จำนวน ๓ องค์ <Oimages/smilies/tongue-smile.gif</Oimages/smilies/tongue-smile.gif
อายุมากกว่า ๒๐๐๐ ปี
<Oimages/smilies/tongue-smile.gif</Oimages/smilies/tongue-smile.gif<!-- / message --><!-- attachments --><FIELDSET class=fieldset><LEGEND>รูปขนาดเล็ก</LEGEND>http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=44419&stc=1&thumb=1&d=1131517133 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=44419&d=1131517133)
</FIELDSET>
<!-- / attachments --><!-- sig -->__________________
:sm045:
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?p=143340#post143340 (http://www.palungjit.com/board/showthread.php?p=143340#post143340)