กาลเวลา
11-11-2005, 11:30 PM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=arttext>อ้วนที่พุง
</TD><TD class=arttext vAlign=top align=right></TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE cellSpacing=2 cellPadding=0 width=148 align=left border=0><TBODY><TR><TD>http://content.kapook.com/content/uploads/50_250_001.jpg</TD></TR></TBODY></TABLE>
ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาผมต้องไปประชุมต่างประเทศมากเป็นประวัติศาสตร์ ทั้งทางวิชาการ(สาขาวิชาระบบทางเดินอาหาร) กับวุฒิสภา กับ "โครงการ 30 บาท" ฯลฯ ไปนิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย อังกฤษ ฟินแลนด์ สิงคโปร์ แคนนาดา เกาหลี ทั้งนี้ยังไม่รวม 3 จังหวัดภาคใต้ที่ไปมา 3 ครั้งในช่วงนี้และเขาใหญ่!
<DD>ผลก็คือผมอ้วนขึ้น 3 กิโลกรัม! คนที่ไม่สังเกตจะไม่ทราบว่าผมอ้วน เพราะมันไปลงที่พุงเท่านั้น! ปกติผมหนัก 80 กิโลกรัม ซึ่งก็อ้วนมากไปแล้ว แต่ขณะนี้ผมหนักถึง 83 กิโลกรัม วิธีที่จะดูง่ายๆว่าอ้วนหรือไม่ก็คือดูที่พุง หลังจากนั้นจึงดูดัชนีมวลกายหรือ Body mass index, (BMI) ซึ่งไม่ควรเกิน 23 BMI คือน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัมหารด้วยความสูงเป็นเมตรกำลังสอง
<DD>อ้วนที่พุงจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน (มองในมุมกลับจะอ้วนที่ไหนก็อ้วน แต่อย่าอ้วนที่พุง!) โรคอ้วนนั้นจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่าง ๆมากมาย เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ สมอง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง โรคข้อเข่า หลังเสื่อม โรคนิ่วในถุงน้ำดี รวมทั้งมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นสำหรับโรคมะเร็งบางชนิดด้วย เช่น โรคมะเร็งของเต้านม มะเร็งของลำไส้ใหญ่ ฯลฯ
<DD>ทำไมไปนอกจึงอ้วน? เพราะผมเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผม ปกติผมไม่ทานอาหารเช้า กลางวัน ก๋วยเตี๋ยว 1 หรือ 2 จาน เย็น ซุปผัก สลัด ปลา หรือไก่ หรือหมู หรือเนื้อ 1 ชิ้น ข้าว 1 จาน และผลไม้เท่านั้น ซึ่งถ้าว่างวันธรรมดาจะตีเทนนิส วันหยุดจะตีกอล์ฟ และหรือเดิน 1 ชั่วโมง
<DD>แต่ไปนอกอาหารเช้าก็ทาน กลางวัน เย็นก็เต็มที่เพราะกลัวอด มีโอกาสจึงทานตุนไว้ก่อน! และยังดื่มแอลกอฮอล์เป็นครั้งคราว (บ่อยกว่าอยู่ประเทศไทย) และข้อสำคัญคือไม่ได้ออกกำลังกายเลย เพราะมัวแต่ประชุมทั้งวัน ประชุม กิน และนอนเท่านั้น
<DD>ถ้าทุกท่านเพียงแต่คุม BMI ไม่ให้เกิน 23 ด้วยการเลือกทาน ออกกำลังกาย ท่านจะสามารถช่วยประหยัดเงินของท่านเอง ของ "30 บาท" ของรัฐบาล ได้ปีละเป็นแสนล้านบาท! เพียงแต่ขอให้ท่านทานหนักไปทางพืช ผัก ปลา ข้าว ผลไม้ พยายามหลีกเลี่ยงมันสัตว์ หนังสัตว์ เครื่องใน ไข่แดง น้ำตาล กะทิ น้ำหวาน ของหวาน และเดิน หรือวิ่ง หรือว่ายน้ำ หรือถีบจักรยานอยู่กับที่ หรือกระโดดเชือก หรือเต้นแอโรบิก ครั้งละ 30 นาที ทุกวัน หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง
<DD>และถ้าไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ มีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ไม่ใช้ยาเสพติด ท่านก็จะยิ่งลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่าง ๆ ที่ป้องกันได้มากมาย การที่ท่านช่วยตนเองจะเป็นการช่วยชาติทางอ้อมด้วยครับ ! และ Thailand จะ healthy แน่นอน
ข้อมูลจาก
http://content.kapook.com/content/uploads/naewna.jpg
หนังสือพิมพ์แนวหน้า (http://www.naewna.com/)
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต
</DD><DD>
</DD><DD>
</DD><DD>http://content.kapook.com/content/publish/article_32514.shtml (http://content.kapook.com/content/publish/article_32514.shtml):emo_098:
</DD>
</TD><TD class=arttext vAlign=top align=right></TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE cellSpacing=2 cellPadding=0 width=148 align=left border=0><TBODY><TR><TD>http://content.kapook.com/content/uploads/50_250_001.jpg</TD></TR></TBODY></TABLE>
ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาผมต้องไปประชุมต่างประเทศมากเป็นประวัติศาสตร์ ทั้งทางวิชาการ(สาขาวิชาระบบทางเดินอาหาร) กับวุฒิสภา กับ "โครงการ 30 บาท" ฯลฯ ไปนิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย อังกฤษ ฟินแลนด์ สิงคโปร์ แคนนาดา เกาหลี ทั้งนี้ยังไม่รวม 3 จังหวัดภาคใต้ที่ไปมา 3 ครั้งในช่วงนี้และเขาใหญ่!
<DD>ผลก็คือผมอ้วนขึ้น 3 กิโลกรัม! คนที่ไม่สังเกตจะไม่ทราบว่าผมอ้วน เพราะมันไปลงที่พุงเท่านั้น! ปกติผมหนัก 80 กิโลกรัม ซึ่งก็อ้วนมากไปแล้ว แต่ขณะนี้ผมหนักถึง 83 กิโลกรัม วิธีที่จะดูง่ายๆว่าอ้วนหรือไม่ก็คือดูที่พุง หลังจากนั้นจึงดูดัชนีมวลกายหรือ Body mass index, (BMI) ซึ่งไม่ควรเกิน 23 BMI คือน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัมหารด้วยความสูงเป็นเมตรกำลังสอง
<DD>อ้วนที่พุงจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน (มองในมุมกลับจะอ้วนที่ไหนก็อ้วน แต่อย่าอ้วนที่พุง!) โรคอ้วนนั้นจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่าง ๆมากมาย เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ สมอง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง โรคข้อเข่า หลังเสื่อม โรคนิ่วในถุงน้ำดี รวมทั้งมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นสำหรับโรคมะเร็งบางชนิดด้วย เช่น โรคมะเร็งของเต้านม มะเร็งของลำไส้ใหญ่ ฯลฯ
<DD>ทำไมไปนอกจึงอ้วน? เพราะผมเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผม ปกติผมไม่ทานอาหารเช้า กลางวัน ก๋วยเตี๋ยว 1 หรือ 2 จาน เย็น ซุปผัก สลัด ปลา หรือไก่ หรือหมู หรือเนื้อ 1 ชิ้น ข้าว 1 จาน และผลไม้เท่านั้น ซึ่งถ้าว่างวันธรรมดาจะตีเทนนิส วันหยุดจะตีกอล์ฟ และหรือเดิน 1 ชั่วโมง
<DD>แต่ไปนอกอาหารเช้าก็ทาน กลางวัน เย็นก็เต็มที่เพราะกลัวอด มีโอกาสจึงทานตุนไว้ก่อน! และยังดื่มแอลกอฮอล์เป็นครั้งคราว (บ่อยกว่าอยู่ประเทศไทย) และข้อสำคัญคือไม่ได้ออกกำลังกายเลย เพราะมัวแต่ประชุมทั้งวัน ประชุม กิน และนอนเท่านั้น
<DD>ถ้าทุกท่านเพียงแต่คุม BMI ไม่ให้เกิน 23 ด้วยการเลือกทาน ออกกำลังกาย ท่านจะสามารถช่วยประหยัดเงินของท่านเอง ของ "30 บาท" ของรัฐบาล ได้ปีละเป็นแสนล้านบาท! เพียงแต่ขอให้ท่านทานหนักไปทางพืช ผัก ปลา ข้าว ผลไม้ พยายามหลีกเลี่ยงมันสัตว์ หนังสัตว์ เครื่องใน ไข่แดง น้ำตาล กะทิ น้ำหวาน ของหวาน และเดิน หรือวิ่ง หรือว่ายน้ำ หรือถีบจักรยานอยู่กับที่ หรือกระโดดเชือก หรือเต้นแอโรบิก ครั้งละ 30 นาที ทุกวัน หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง
<DD>และถ้าไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ มีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ไม่ใช้ยาเสพติด ท่านก็จะยิ่งลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่าง ๆ ที่ป้องกันได้มากมาย การที่ท่านช่วยตนเองจะเป็นการช่วยชาติทางอ้อมด้วยครับ ! และ Thailand จะ healthy แน่นอน
ข้อมูลจาก
http://content.kapook.com/content/uploads/naewna.jpg
หนังสือพิมพ์แนวหน้า (http://www.naewna.com/)
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต
</DD><DD>
</DD><DD>
</DD><DD>http://content.kapook.com/content/publish/article_32514.shtml (http://content.kapook.com/content/publish/article_32514.shtml):emo_098:
</DD>