PDA

View Full Version : "สามัคคีธรรม" หลวงปู่บุดดา


มดเอ๊ก
01-15-2008, 12:02 PM
http://board.agalico.com/attachment.php?attachmentid=7705&stc=1&d=1200373298


สามัคคีธรรม คัดลอกจากธรรมเทศนาในหนังสือ ๑ ศตวรรษ หลวงปู่บุดดา ถาวโร

ต่อไปนี้จะแสดงการสามัคคี พอเป็นข้อปฏิบัติต่อไป
ความสามัคคีนำมาซึ่งความสุข ผู้ปฏิบัติมุ่งหมายสามัคคีธรรมความสม่ำเสมอ
ข้อปฏิบัติให้มีสติความระลึกได้ สัมปชัญญะความรู้ตัว เป็นธรรมมีอุปการะยิ่ง
ถ้าขาดสติแล้ว ไม่ว่าทางโลกและทางธรรมจะดำเนินไปในทางดีไม่ได้ ทำอะไรมันจะพลั้งเผลอ

เมื่อจะปฏิบัติควรจะยกโลกเข้ามาเป็นอุทาหรณ์
ในหมู่หนึ่งประชุมหนึ่ง จะต้องมีความสามัคคีความพร้อมเพรียงกัน จึงนำมาซึ่งความสุข
จะเป็นประเทศก็ตาม เป็นเมืองก็ตาม เป็นตำบลก็ตาม อยู่ได้เพราะความสามัคคี
สัตว์ทุกชนิดถ้ามีความสามัคคีแล้วทำอะไรย่อมสำเร็จ ยกตัวอย่างแต่ปลวกตัวเล็กก็ยังพรวนดินเป็นจอมปลวกได้

ผู้ปฏิบัติพึงเห็นด้วยตาและพิจารณาเหตุผลด้วยปัญญา เพื่อปฏิบัติด้วย กาย วาจา ใจ ให้สม่ำเสมอ
อย่าให้ผิดกฎหมายทางโลกทางธรรม

สิกขาบทน้อยใหญ่ที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ ให้สำรวม ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เป็นการสำรวมอินทรีย์สังวร
มีสติควบคุม สัมปชัญญะความรู้ตัว จะทำอะไรพิจารณาเสียก่อนจึงค่อยทำ ไม่ทำไปเพื่อเบียดเบียนตน ผู้อื่น
โดยความสุจริตกาย วาจา ใจ สำรวมศีลของคนเสียก่อนที่กาย วาจา ใจ เรียบร้อยแล้ว
ปฏิบัติตามศีล ๕ ศีล ๘ กุศลกรรมบถ ๑๐ ละเว้นข้อห้ามที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้เรียกว่าสามัคคี


กาย วาจา ใจ เป็นสมาธิ คือ

ไม่หวั่นไหวไปตามรูป ที่ดีที่ชั่วมากระทบในตา เกิดความรู้ขึ้น
เสียงดี เสียงชั่ว มากระทบหูเกิดความรู้ขึ้น ไม่เป็นไปตามเสียงดีชั่วนั้น
กลิ่นเหม็นหรือหอม มากระทบเกิดความรู้ขึ้น กลิ่นดีกลิ่นชั่วไม่เป็นไปตาม
รสมากระทบชิวหาเกิดความรู้ขึ้น รสดีรสชั่วไม่เป็นไปตาม
กายสัมผัสหยาบหรือละเอียด อ่อนหรือแข็ง ดีหรือชั่วไม่เป็นไปตาม
ธรรมารมณ์เกิดขึ้นกับใจอารมณ์ที่น่ายินดียินร้าย ทั้งดีและชั่วไม่เป็นไปตาม

อารมณ์ที่น่ายินดีนั้นหมายสรรเสริญที่ดีที่ชอบใจ
อารมณ์ที่ยินร้ายถูกด่าว่านินทาต่างๆ ให้เกิดสุข ทุกข์ อุเบกขา
ไม่เป็นไปตามอารมณ์ทั้ง ๓

เป็นสมาธิที่ใจ ปัญญารู้รอบในกองสังขาร ก็รู้เท่าการปรุงความดีและชั่ว
ก็เท่าทางกาย วาจา ใจ ของเรานี่เองชื่อปัญญา เรียกว่า ความสามัคคี <!--MsgFile=1-->


ผู้ปฏิบัติจงใช้ปัญญาพิจารณาเหตุผล ที่เรา ๆ มีอะไร มีแต่ธาตุ ๔ ประชุมกันเป็นรูปสมมติว่าหญิงชาย
หลงไปไม่รู้จริงจึงแตกความสามัคคี นำมาซึ่งความทุกข์ทับถมตนเองทางดีทางชั่ว
ดีก็สิ่งชอบใจ ชั่วก็สิ่งไม่ชอบใจ เรียกว่าแตกความสามัคคี

ศีลก็ตั้งไม่ได้ เพราะศีลขาดสมาธิ ความมั่นใจก็ไม่มี ปัญญาความรู้รอบก็ไม่มี จะหาความสุขจากที่ไหน
เราเป็นโมหะไปทั้งหมด หลงไม่รู้จริงตามลักษณะของธาตุ

ธาตุที่แข็งเป็นดิน
ที่เหลวเป็นน้ำ
ธาตุที่ร้อนอบอุ่นเป็นธาตุไฟ
ธาตุที่พัดไปพัดมาทั่วสรรพางค์กายลมหายใจเข้าออกเป็นธาตุลม

ที่มีอยู่ในกายและนอกกายมีให้เห็นอยู่เสมอ ไม่เคยหลงไปตามที่ดีที่ชั่ว ควรใช้ปัญญาพิจารณาเสมอ
เห็นตามเป็นจริงทั้งภายในแลภายนอก เดิน ยืน นั่ง นอน พิจารณาทุกอิริยาบถทั้ง ๔ อย่าให้ขาด
ตลอดถึงปัจจัยทั้ง ๔ เครื่องนุ่งห่มไตรจีวรเป็นเครื่องอาศัย อาหารบิณฑบาตโภชนาหารเครื่องอาศัยบริโภค
สักแต่ว่าเป็นธาตุ ทุกสิ่งทุกประการ ไม่ว่าสัตว์บุคคลล้วนเป็นธาตุ
ผู้ปฏิบัติควรพิจารณาเนืองๆ เป็นปัจจเวกขณะญาณ

จะเป็นบรรพชิตคฤหัสถ์ก็ตาม อย่าให้ใจหลงงมงายไปกับความไม่รู้จริง ให้สามัคคีธรรมของเราไว้สม่ำเสมอ
หมายเอา กายสุจริต ๓ วจีสุจริต ๔ มโนสุจริต ๓ สุจริต ๓ นี้เป็น ธรรมสามัคคี
ทำสติให้มั่นอย่างนี้ สัมปชัญญะความรู้ตัว ความสามัคคีจึงตั้งมั่นถาวร
ได้ชื่อว่าสามัคคี ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ด้วยทำมาอย่างนี้เป็นเนื่องนิตย์

ดังที่ได้พรรณนามาเป็นธรรมะทางภาษาใจ ข้อปฏิปทาก็หมายสามัคคีที่เรานั้นเอง <!--MsgEdited=2-->

<!--MsgFile=0-->

naruphol
02-17-2008, 11:36 AM
ขอบคุณมากครับ ผมก็ศรัทธาท่านมากครับ สะสมพระของท่านไว้หลานรุ่นเหมือนกัน