kera
01-09-2008, 08:53 PM
:10743437:
ปี ๒๕๒๑ ที่ฝึกมโนมยิทธิท่านให้ลดกำลัง ท่านบอกว่า "จากนี้ไปอีก ๒๐ ปี ( ๒๕๔๑ ) อภิญญาหกจะขึ้น"
"เพื่อนหลวงพ่ออีก ๒ องค์ อยู่หรือเปล่าครับหลวงพ่อ?"
อยู่...!
"ยังมีชีวิตอยู่หรือครับ?"
มี! แต่เขาอยู่ในป่า..
<CENTER>http://www.palungjit.com/smati/apinya6/images/power016.jpg
</CENTER>"ไม่มาบ้านเลยหรือครับ?"
มาไม่ได้ เป็นคำสั่งของครูบาอาจารย์ตั้งแต่บวช สั่งว่าอายุ ๑๐ พรรษา แล้วให้ออกป่าเข้าป่า ห้ามเข้าบ้านจนกว่าจะตาย..
"ทีนี้ถ้าเขาอยู่จะทำประโยชน์อะไรได้ล่ะครับ?"
มีประโยชน์มากเชียวล่ะ! คือ พระที่นิยมป่ามีอยู่
"หลวงพ่อช่วยชี้แจงหน่อยเถอะครับ?"
มันมีอยู่ปีหนึ่ง พ.ศ. ๒๕๑๒ ปีนั้นโจรจะปล้นบ้านเขา บ้านใครก็ไม่ทราบ แต่บังเอิญแกมาหาฉันก่อน ฉันก็ไม่รู้ว่าแกเป็นโจรมาก่อน เพราะวันนั้นมีคนอยู่ กำลังนั่งคุยกันอยู่ประมาณสัก ๓๐ คนเศษ เจ้าหมาของฉัน ๒ ตัวมันนอนอยู่เฉย ๆ เจ้าสองคนนี้แต่งตัวดีมาก พอเข้ามาหมาก็เตรียมจะกัดท่าเดียว ก็ต้องจับ
บอก "ไอ้หนู! หลบไปก่อน เข้าไปพักก่อน"
พอแขก ๓๐ คนเขากลับ ก็ให้เอาหมาไปขัง แล้วเรียกไอ้สองคนมา พอมานั่ง ก็ถามว่า
"ไอ้หนู! มีใครเขาชวนมึงไปปล้นที่ไหนบ้างหรือเปล่า!"
"ถ้าเปล่าก็ดีแล้ว วันนี้แกตาย .. คืนนี้น่ะตาย ๓ คน ตายเพราะปืนตำรวจ แกสองคนคืนนี้ต้องตายด้วย .."
หน้าซีดเลย มันนึกว่าเราเป็นหมอดู แต่ความจริงเราเป็นหมอเดา หมาดูไว้ก่อน เดาตามหมา ลักษณะหมามันบอกว่าต้องเป็นคนร้าย คนทั้ง ๓๐ คนมาหมามันนอนเฉย ไอ้นั่นเข้ามาแต่งตัวเรียบร้อย เขาก็มาดี หมามันจะกัด ถ้าเราเลี้ยงหมาจริง ๆ เราจะรู้หมามีประโยชน์มาก มีสัญชาติญาณพิเศษ และผลที่สุดแกก็ยอมรับ
และแกก็ถามว่า "ผมรับปากเขาแล้วนี่ จะทำอย่างไร"
ก็บอกว่า "เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ไม่มีใครเขาเอาคนป่วยไปปล้น เธอกลับไปนี่ไปซื้อยาธาตุน้ำแดงคนละขวด เอาไปจะกินหรือเทเสียคนละครึ่งก็ได้นะ ถ้าไอ้พวกนั้นมันชวน บอกว่า วันนี้ปวดท้อง มันก็ไม่เอาไป"
แกก็ไปทำตามนั้น พออีก ๒ - ๓ วัน แกกลับมาใหม่ แกบอกว่า "คืนนั้นจริงครับ ตาย ๓ คนจริง ๆ แต่ผมไม่ได้ไป"
ก็บอกว่า "นั่นซิ! เอ็งไม่ได้ไป ถ้าเอ็งไปเอ็งตัวร้ายนี่เสร็จ!!..."
ได้ทีขี่หมาไล่ส่ง ไม่มีแพะใช่ไหม หาแพะไม่ได้ ว่าหมาก่อน มันวิ่งเร็วกว่า และก็ถามว่า "จะเลิกไหม?"
"อยากจะเลิกครับ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร?"
ก็บอกว่า "บวชสิ!..."
แกบอว่า "ไม่มีทุน.."
แกก็ยอม และให้ไปเอา เจ้าคุณธรรมโสภิต มาเป็นอุปัชฌาย์ พอบวช แกอยู่ได้พรรษากว่า ๆ พอเดือนที่สองก็ลากลับจังหวัดอุบลฯ พรรษานั้นแกเจริญกรรมฐานทุก ๆ คืนรู้สึกว่าทำได้ดีมาก พอจะสองปีแกพาเพื่อนมาอีก รวมทั้งหมดเป็น ๑๐ คนด้วยกัน
ถามว่า "มาทำไม?"
บอกว่า "อยากจะศึกษาวิชาอยู่ในป่าครับ"
แกบอก "พร้อมแล้วครับ"
ก็ให้เขาศึกษาวิชาที่อยู่ในป่า และก็ถามว่า "ไอ้เพื่อนทั้งหมดที่มานี่ลายพาดกลอนเหมือนกันใช่ไหม?"
เขาก็บอกว่า "ใช่ครับ"
คำว่า "ลายพาดกลอน" หมายความว่าเป็นพวกโจร เป็นอันว่าจับโจรเป็นพระหมด ในฐานะที่แกเคยเป็นมาก่อน ก็พูดให้ฟังไว้เลย
พอเขาศึกษาไปแล้ว เขาก็หายไปเลยไม่กลับมา เมื่อปี ๒๕๑๙ ไปสุโขทัยกับ ท่านหญิงวิภาวดี ช่วงนั้นพื้นที่เป็นเกาะ มีภูเขาล้อมรอบ นอน ๆ อากาศมันหนาว ทีนี้พอนอนไปคนเขาก็หลับกันหมด ประมาณว่า ๑ ทุ่ม คนก็หลับ เขาหลับหรือไม่หลับไม่ทราบนะ เขาเงียบกันหมดเราก็เข้าใจว่าหลับ และไอ้สองเสือเขาก็ย่องมา ( หลวงพ่อลิงเล็ก หลวงพ่อลิงขาว ) ไอ้สองเสือก็คือสององค์ ที่อยู่ในป่านั่นน่ะ เขาก็มา เขาเดินมาถึงเขาก็ถามว่า
"เฮ้ย! มึงหนาวไหม?"
บอกว่า "กูไม่หนาวว่ะ! ขันธ์ ๕ มันหนาว"
ใช้ศัพท์ภาษาไทยแท้ เขาบอกว่า
"ความจริงมันหนาวมากกว่านี้นะ แต่กูใช้เตโชกสิณช่วยให้บรรเทาความหนาว"
ถามว่า "แกมากี่คนล่ะ?"
เขาบอกว่า ที่มาทั้งหมดล้อมรอบเขามา ๘ องค์ รวมเขาอีก ๒ ด้วยนะ นั่งคุยกันสักพักเขาบอกว่า
"ลูกศิษย์แกเก่งจริงว่ะ!"
ถามว่า "ใคร?"
"ไอ้ลายพาดกลอน ๑๐ ตัวน่ะ!"
แหม...มันอยู่ป่ามันรู้ว่าเราเรียกไอ้ลายพาดกลอนได้ ไอ้พวกนั้นไม่พูดสักคน เขาตัดสินใจออกป่าแน่นอน พวกนี้เขาก็ไปสอน เลยได้อภิญญาหมด ก็เลยเป็นพระไม่รู้จักเกิด ในป่าเขาก็มีอยู่เยอะ ไม่ใช่น้อยนะ พวกอรัญวาสีนะ อรัญวาสีแท้ ๆ เขามีอยู่ ฉะนั้นพวกที่ได้อภิญญาเวลานี้ก็ไมเหมาะสมกับการอยู่บ้าน เพราะอยู่บ้านเขาหาว่าพระบ้า เขาหาว่าพระเล่นกล
http://www.palungjit.com/smati/apinya6/images/power012.jpg"ท่านจะมีอายุยืนมากกว่า ๗๐ หรือเปล่าครับ?"
อายุมันก็ยืนมั่งนอนมั่ง ถ้ายืนเฉย ๆ มันก็เมื่อย อายุจะยาวหรือไม่ยาวไม่สำคัญ แค่อายุขัยธรรมดา อายุนี่มันเกินไม่ได้หรอก ถ้าจะเกินได้ก็ต้องมีกิจมีความจำเป็นอย่างหนึ่ง และเวลานี้อาจจะจำเป็นก็ได้ เพราะความจำเป็นมีอยู่ เนื่องจากว่าศาสนาก็กำลังรวมตัวเข้ามาใช่ไหม ถ้าพวกนี้รีบตายกันเสียหมด ใครจะช่วยล่ะ คนที่ขึ้นมาใครจะทำเวลานี้ความเข้มข้นของบารมีของคนหนักขึ้นทุกวัน
ที่พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่า
"หลังจากกึ่งพุทธกาลแล้ว พุทธศาสนาจะรุ่งเรืองอีกวาระหนึ่ง และก็จะมีพระอริยเจ้ามากคล้ายสมัยพระองค์อยู่"
ปี ๒๕๒๑ ที่ฝึก "มโนมยิทธิ" ท่านให้ลดกำลัง ท่านบอกว่า "จากนี้ไปอีก ๒๐ ปี ( ๒๕๔๑ ) อภิญญาหกกำลังจะขึ้น .." หมายความว่า อภิญญาหกจะเข้า จะบำเพ็ญอภิญญาหกกันได้
คำว่า "เข้า" หมายความว่า กำลังใจคนรับอภิญญาหกได้
ทีนี้ถ้าหากว่าพวกนี้รีบตายไปเสียก่อน ไปไม่ได้แล้ว ถ้าหากท่านรีบตายไปเสียก่อนแล้ว จะมีใครใช่ไหม คือว่า พวกที่จะได้อภิญญาหกขึ้นมา มันต้องมีครูที่ได้อภิญญาหกสอน ไปเอาครูวิชชาสาม เอาไอ้คน ป.๓ มาสอน ม.๘ มันก็เสร็จล่ะ! ใช่ไหม...สวัสดี*
ปี ๒๕๒๑ ที่ฝึกมโนมยิทธิท่านให้ลดกำลัง ท่านบอกว่า "จากนี้ไปอีก ๒๐ ปี ( ๒๕๔๑ ) อภิญญาหกจะขึ้น"
"เพื่อนหลวงพ่ออีก ๒ องค์ อยู่หรือเปล่าครับหลวงพ่อ?"
อยู่...!
"ยังมีชีวิตอยู่หรือครับ?"
มี! แต่เขาอยู่ในป่า..
<CENTER>http://www.palungjit.com/smati/apinya6/images/power016.jpg
</CENTER>"ไม่มาบ้านเลยหรือครับ?"
มาไม่ได้ เป็นคำสั่งของครูบาอาจารย์ตั้งแต่บวช สั่งว่าอายุ ๑๐ พรรษา แล้วให้ออกป่าเข้าป่า ห้ามเข้าบ้านจนกว่าจะตาย..
"ทีนี้ถ้าเขาอยู่จะทำประโยชน์อะไรได้ล่ะครับ?"
มีประโยชน์มากเชียวล่ะ! คือ พระที่นิยมป่ามีอยู่
"หลวงพ่อช่วยชี้แจงหน่อยเถอะครับ?"
มันมีอยู่ปีหนึ่ง พ.ศ. ๒๕๑๒ ปีนั้นโจรจะปล้นบ้านเขา บ้านใครก็ไม่ทราบ แต่บังเอิญแกมาหาฉันก่อน ฉันก็ไม่รู้ว่าแกเป็นโจรมาก่อน เพราะวันนั้นมีคนอยู่ กำลังนั่งคุยกันอยู่ประมาณสัก ๓๐ คนเศษ เจ้าหมาของฉัน ๒ ตัวมันนอนอยู่เฉย ๆ เจ้าสองคนนี้แต่งตัวดีมาก พอเข้ามาหมาก็เตรียมจะกัดท่าเดียว ก็ต้องจับ
บอก "ไอ้หนู! หลบไปก่อน เข้าไปพักก่อน"
พอแขก ๓๐ คนเขากลับ ก็ให้เอาหมาไปขัง แล้วเรียกไอ้สองคนมา พอมานั่ง ก็ถามว่า
"ไอ้หนู! มีใครเขาชวนมึงไปปล้นที่ไหนบ้างหรือเปล่า!"
"ถ้าเปล่าก็ดีแล้ว วันนี้แกตาย .. คืนนี้น่ะตาย ๓ คน ตายเพราะปืนตำรวจ แกสองคนคืนนี้ต้องตายด้วย .."
หน้าซีดเลย มันนึกว่าเราเป็นหมอดู แต่ความจริงเราเป็นหมอเดา หมาดูไว้ก่อน เดาตามหมา ลักษณะหมามันบอกว่าต้องเป็นคนร้าย คนทั้ง ๓๐ คนมาหมามันนอนเฉย ไอ้นั่นเข้ามาแต่งตัวเรียบร้อย เขาก็มาดี หมามันจะกัด ถ้าเราเลี้ยงหมาจริง ๆ เราจะรู้หมามีประโยชน์มาก มีสัญชาติญาณพิเศษ และผลที่สุดแกก็ยอมรับ
และแกก็ถามว่า "ผมรับปากเขาแล้วนี่ จะทำอย่างไร"
ก็บอกว่า "เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ไม่มีใครเขาเอาคนป่วยไปปล้น เธอกลับไปนี่ไปซื้อยาธาตุน้ำแดงคนละขวด เอาไปจะกินหรือเทเสียคนละครึ่งก็ได้นะ ถ้าไอ้พวกนั้นมันชวน บอกว่า วันนี้ปวดท้อง มันก็ไม่เอาไป"
แกก็ไปทำตามนั้น พออีก ๒ - ๓ วัน แกกลับมาใหม่ แกบอกว่า "คืนนั้นจริงครับ ตาย ๓ คนจริง ๆ แต่ผมไม่ได้ไป"
ก็บอกว่า "นั่นซิ! เอ็งไม่ได้ไป ถ้าเอ็งไปเอ็งตัวร้ายนี่เสร็จ!!..."
ได้ทีขี่หมาไล่ส่ง ไม่มีแพะใช่ไหม หาแพะไม่ได้ ว่าหมาก่อน มันวิ่งเร็วกว่า และก็ถามว่า "จะเลิกไหม?"
"อยากจะเลิกครับ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร?"
ก็บอกว่า "บวชสิ!..."
แกบอว่า "ไม่มีทุน.."
แกก็ยอม และให้ไปเอา เจ้าคุณธรรมโสภิต มาเป็นอุปัชฌาย์ พอบวช แกอยู่ได้พรรษากว่า ๆ พอเดือนที่สองก็ลากลับจังหวัดอุบลฯ พรรษานั้นแกเจริญกรรมฐานทุก ๆ คืนรู้สึกว่าทำได้ดีมาก พอจะสองปีแกพาเพื่อนมาอีก รวมทั้งหมดเป็น ๑๐ คนด้วยกัน
ถามว่า "มาทำไม?"
บอกว่า "อยากจะศึกษาวิชาอยู่ในป่าครับ"
แกบอก "พร้อมแล้วครับ"
ก็ให้เขาศึกษาวิชาที่อยู่ในป่า และก็ถามว่า "ไอ้เพื่อนทั้งหมดที่มานี่ลายพาดกลอนเหมือนกันใช่ไหม?"
เขาก็บอกว่า "ใช่ครับ"
คำว่า "ลายพาดกลอน" หมายความว่าเป็นพวกโจร เป็นอันว่าจับโจรเป็นพระหมด ในฐานะที่แกเคยเป็นมาก่อน ก็พูดให้ฟังไว้เลย
พอเขาศึกษาไปแล้ว เขาก็หายไปเลยไม่กลับมา เมื่อปี ๒๕๑๙ ไปสุโขทัยกับ ท่านหญิงวิภาวดี ช่วงนั้นพื้นที่เป็นเกาะ มีภูเขาล้อมรอบ นอน ๆ อากาศมันหนาว ทีนี้พอนอนไปคนเขาก็หลับกันหมด ประมาณว่า ๑ ทุ่ม คนก็หลับ เขาหลับหรือไม่หลับไม่ทราบนะ เขาเงียบกันหมดเราก็เข้าใจว่าหลับ และไอ้สองเสือเขาก็ย่องมา ( หลวงพ่อลิงเล็ก หลวงพ่อลิงขาว ) ไอ้สองเสือก็คือสององค์ ที่อยู่ในป่านั่นน่ะ เขาก็มา เขาเดินมาถึงเขาก็ถามว่า
"เฮ้ย! มึงหนาวไหม?"
บอกว่า "กูไม่หนาวว่ะ! ขันธ์ ๕ มันหนาว"
ใช้ศัพท์ภาษาไทยแท้ เขาบอกว่า
"ความจริงมันหนาวมากกว่านี้นะ แต่กูใช้เตโชกสิณช่วยให้บรรเทาความหนาว"
ถามว่า "แกมากี่คนล่ะ?"
เขาบอกว่า ที่มาทั้งหมดล้อมรอบเขามา ๘ องค์ รวมเขาอีก ๒ ด้วยนะ นั่งคุยกันสักพักเขาบอกว่า
"ลูกศิษย์แกเก่งจริงว่ะ!"
ถามว่า "ใคร?"
"ไอ้ลายพาดกลอน ๑๐ ตัวน่ะ!"
แหม...มันอยู่ป่ามันรู้ว่าเราเรียกไอ้ลายพาดกลอนได้ ไอ้พวกนั้นไม่พูดสักคน เขาตัดสินใจออกป่าแน่นอน พวกนี้เขาก็ไปสอน เลยได้อภิญญาหมด ก็เลยเป็นพระไม่รู้จักเกิด ในป่าเขาก็มีอยู่เยอะ ไม่ใช่น้อยนะ พวกอรัญวาสีนะ อรัญวาสีแท้ ๆ เขามีอยู่ ฉะนั้นพวกที่ได้อภิญญาเวลานี้ก็ไมเหมาะสมกับการอยู่บ้าน เพราะอยู่บ้านเขาหาว่าพระบ้า เขาหาว่าพระเล่นกล
http://www.palungjit.com/smati/apinya6/images/power012.jpg"ท่านจะมีอายุยืนมากกว่า ๗๐ หรือเปล่าครับ?"
อายุมันก็ยืนมั่งนอนมั่ง ถ้ายืนเฉย ๆ มันก็เมื่อย อายุจะยาวหรือไม่ยาวไม่สำคัญ แค่อายุขัยธรรมดา อายุนี่มันเกินไม่ได้หรอก ถ้าจะเกินได้ก็ต้องมีกิจมีความจำเป็นอย่างหนึ่ง และเวลานี้อาจจะจำเป็นก็ได้ เพราะความจำเป็นมีอยู่ เนื่องจากว่าศาสนาก็กำลังรวมตัวเข้ามาใช่ไหม ถ้าพวกนี้รีบตายกันเสียหมด ใครจะช่วยล่ะ คนที่ขึ้นมาใครจะทำเวลานี้ความเข้มข้นของบารมีของคนหนักขึ้นทุกวัน
ที่พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่า
"หลังจากกึ่งพุทธกาลแล้ว พุทธศาสนาจะรุ่งเรืองอีกวาระหนึ่ง และก็จะมีพระอริยเจ้ามากคล้ายสมัยพระองค์อยู่"
ปี ๒๕๒๑ ที่ฝึก "มโนมยิทธิ" ท่านให้ลดกำลัง ท่านบอกว่า "จากนี้ไปอีก ๒๐ ปี ( ๒๕๔๑ ) อภิญญาหกกำลังจะขึ้น .." หมายความว่า อภิญญาหกจะเข้า จะบำเพ็ญอภิญญาหกกันได้
คำว่า "เข้า" หมายความว่า กำลังใจคนรับอภิญญาหกได้
ทีนี้ถ้าหากว่าพวกนี้รีบตายไปเสียก่อน ไปไม่ได้แล้ว ถ้าหากท่านรีบตายไปเสียก่อนแล้ว จะมีใครใช่ไหม คือว่า พวกที่จะได้อภิญญาหกขึ้นมา มันต้องมีครูที่ได้อภิญญาหกสอน ไปเอาครูวิชชาสาม เอาไอ้คน ป.๓ มาสอน ม.๘ มันก็เสร็จล่ะ! ใช่ไหม...สวัสดี*