Kamen rider
12-21-2007, 04:22 PM
ปุจฉา-วิสัชนานี้ท่านวัชราจารย์นะนารินโปเช่หรือนอร่ารินโปเช่ได้ตอบ ต่อศิษย์และได้มีการบันทึกไว้เมื่อกว่า70ปีมาแล้ว
หมายเหตุ (วงเล็บแรกคำอ่านภาษาจีน) (วงเล็บที่สองคำอ่านภาษาทิเบต)
1 ถาม พุทธศาสนาในยุคของพระศากยมุนีพุทธเจ้า (ภาษาจีน เสกเกียโม่วนีฮุก) (ภาษาทิเบต ชาจา ทุปปะ) มีความเป็นไปอย่างไร
ตอบ พุทธศาสนาสูตระยานของพระศากยมุนีพุทธเจ้าซึ่งยุคแรกได้ผ่านช่วงรุ่งเรืองสุดขีดไปแล้ว ยุคของพุทธศาสนาวัชรยานก็จะเข้ามาแทนที่และเมื่อรุ่งเรืองถึงขีดสุดแพร่หลายไปทั่วโลก ความสันติสุขก็บังเกิดขึ้นในโลก หลังจากนั้นก็จะเริ่มถดถอย สรรพชีวิตจะมีทุกขเวทนามากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงเวลาที่ไม่มีพระธรรมของพระพุทธเจ้า ผ่านไปนานปีไม่อาจนับได้ก็จะเริ่มพุทธศาสนายุคใหม่คือยุคพระศรีอริยเมตไตย(มีเลกฮุก) (ชัมปา โกนโป)
2 ถามพุทธศาสนาวัชรยานมีความเป็นมาอย่างไร
ตอบ ยุคแรกแห่งสรรพชีวิต สรรพชีวิตทั้งหลายยังมีจิตที่บริสุทธิ์ ไม่ได้มีการแบ่งแยกหรือมีพุทธธรรมมากมายอะไร เพียงสรรพชีวิตรู้ในสภาพจิตตนก็เพียงพอแล้ว นับแต่พระอทิพุทธเจ้า(โผวเฮี่ยงฮุก) (กุนตูซังโป) เป็นองค์แรกได้ถ่ายทอดให้พระไวโรจนะพุทธเจ้า(ไต้ยิกยู่ไล) (นัมปาร นังเจ) ผู้นำแห่งธยานิพุทธะซึ่งประทับอยู่ ณ ศูนย์กลางแห่งจักรวาลได้ถ่ายทอดให้ธยานิพุทธะอีก 4 พระองค์ อันมี พระพุทธเจ้าอักโษภยะ(ออชอยู่ไล) (ซังเจมิเจอปะ) ประทับอยู่เบื้องทิศตะวันออก พระพุทธเจ้ารัตนสัมภาวะ(ป้อแซฮุก) (รินเชนจุงเตน) ซึ่งประทับอยู่เบื้องทิศใต้ พระพุทธเจ้าอมิตาภะ(ออมีทอฮุก) (โอดปักเม) ประทับอยู่เบื้องทิศตะวันตก พระพุทธเจ้าอโมฆสิทธิ (ปุกคงเซ่งจิ๋วฮุก) (โดนเยอ ดรุบปะ) ประทับอยู่เบื้องทิศเหนือ พระธยานิพุทธเจ้าหรือฌานิพุทธเจ้า(พระพุทธเจ้าที่ไม่มาตรัสรู้ในโลกนี้)ล้วนต้องการธรรมที่รู้แจ้งในจิตตน จึงไม่มีธรรมะอื่นใด หลังจากนั้นจึงถ่ายทอดต่อมายังพระพุทธเจ้าทั่วทศทิศ พระอมิตาภพุทธเจ้าได้ถ่ายทอดพุทธธรรมให้พระอวโลกิเตโพธิสัตว์พันเนตรพันกร(กวนอิมพู่สักไชชิ้วไชงั้ง) (เชนเรซี ชักโตง เชนโตง) พระอวโลติ-เกศวรโพธิสัตว์เห็นว่าสรรพชีวิตทั้งหลายมีภูมิหลังไม่เหมือนกันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สรรพชีวิต จึงได้แยกแยะพุทธ-ธรรมเป็น 3 ประเภทคือ พุทธธรรมสายสูตระ พุทธธรรมสายวัชรตันตระ และพุทธธรรมสายซกเชน เพื่อสนองตอบแก่สรรพชีวิตให้เหมาะสมตรงตัว ใครต้องการอย่างไรที่เหมาะสมกับตัว ก็นำพุทธธรรมแบบนั้นไปปฏิบัติ พระศากยมุนีพุทธเจ้าก็ได้มีการถ่ายทอดพุทธตันตระด้วยโดยถ่ายทอดแก่กษัตริย์อินทรโพธิ กษัตริย์อินทรโพธิได้นิมนต์พระพุทธเจ้าและศิษย์สาวกไปฉันอาหาร พระพุทธองค์ได้ชักชวนให้กษัตริย์ฝึกฝนปฏิบัติธรรม กษัตริย์อินทรโพธิได้กราบทูลต่อพระพุทธเจ้าว่าการฝึกฝนปฏิบัติธรรมของท่านนั้นต้องใช้ความยากลำบากเป็นอย่างมากและยาวนาน พระองค์ก็มีภารกิจมากมาย พระองค์จึงไม่ต้องการที่จะฝึกฝนปฏิบัติ แต่ถ้ามีพุทธธรรมใดที่การฝึกฝนปฏิบัติให้บรรลุความเป็นพุทธะได้โดยที่ไม่ต้องละทิ้งราชสมบัติและครอบครัวแล้วไซร้พระองค์ก็ยินดีที่จะปฏิบัติ พระพุทธองค์ท่านรู้ด้วยฌานแล้วว่ากษัตริย์อินทรโพธิท่านมีภูมิหลังสัมพันธ์อยู่กับวัชรตันตระธรรม พระพุทธองค์จึงทรงสอนธรรมวัชรตันตระให้ หลังจากที่พระพุทธองค์สอนวัชรตันตระธรรมจบกษัตริย์อินโพธิก็บรรลุความเป็นพุทธะในบัดนั้นเลย และบุคคลที่อยู่ในบริเวณนั้นก็ได้บรรลุด้วยหลายท่าน ในหมู่ศิษย์พระสงฆ์สาวกที่ไปด้วยก็มีหลายท่านที่เข้าใจผิดคิดว่าพระพุทธเจ้าลำเอียง กับกษัตริย์ก็สอนธรรมพิเศษให้บรรลุโดยฉับพลันแต่กับเราซึ่งติดตามพุทธองค์เป็นเวลานานก็ยังไม่ได้รับธรรมพิเศษให้บรรลุเลย จึงนำความคิดเห็นของตนไปกราบทูลถามต่อพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ได้ตอบต่อสาวกว่า พวกท่านล้วนมีรากฐานของสูตระธรรม แต่กษัตริย์อินทรโพธิมีรากฐานมากจากวัชรตันตระธรรม ภูมิหลังและบุญวาสนาไม่เหมือนกัน การสั่งสอนอบรมสรรพชีวิตของพระพุทธเจ้าตั้งแต่อดีตมาจะดูภูมิหลังและบารมีที่ได้สั่งสมมาของสรรพชีวิตนั้นๆเพื่อให้ได้ผลในการปฏิบัติ ไม่ใช่เกิดจากความลำเอียงแต่อย่างใด สาวกบางส่วนที่เข้าใจก็มี ที่ไม่เข้าใจและเก็บเป็นความไม่พอใจไว้ก็มีเช่นกัน และนี่ก็คือที่มาของ วัชรยาน
ส่วนพุทธวัชรยานในทิเบตก็โดย คุรุปัทมสมภพ(เน้ยฮวยแซฮุก) (กูรู-ริมโปเช) เป็นผู้ถ่ายทอดให้ มีบันทึกในพระคัมภีร์หลายเล่มว่าพระศากยมุนีพุทธเจ้าได้สั่งพระอานนท์เถระเจ้า (ออนันทอ) (กุนกาโป)ไว้หลังจากท่านปรินิพพาน 8 ปี คุรุปัทมสมภพจะถือกำเนิดขึ้น และให้พระอานนท์บวชให้ คุรุปัทมสมภพอยู่ในอินเดียเผยแพร่ธรรมอยู่ 800 ปี จึงได้นำพระธรรมเข้าสู่ทิเบต
3 ถามคำว่าลามะมีความหมายว่าอย่างไร
ตอบ คำว่า ลามะ มีความหมายกว้างขวางและยิ่งใหญ่มาก คำว่า ลา หมายความว่าจิตของพระพุทธเจ้า คำว่า มะ มาจากคำว่า มา หรือแม่หรือจิตเมตตาของแม่ รวมความว่าดวงจิตของพระพุทธเจ้าที่เฝ้ามองสรรพชีวิตประดุจมารดา หรือมีความหมายสั้นๆคือ ผู้ทรงเมตตาคุณอันประเสริฐ คำว่า ลามะ จึงยิ่งใหญ่มาก พระศากยมุนีพุทธเจ้า ก็เรียกว่าพระศากยมุนีลามะได้ พระอมิตาภพุทธเจ้าก็เรียกพระอมิตาภลามะ คำว่า พระลามะ จึงมิใช่ใช้เรียกสงฆ์สมณะหรือผู้ปฏิบัติธรรมธรรมดาทั่วไป
4 ถามความศรัทธาของศิษย์ที่มีต่ออาจารย์สำคัญอย่างไรในผู้ปฏิบัติวัชรยาน
ตอบ ในสายปฏิบัติวัชรยานถ้าศิษย์ไม่ศรัทธาเชื่อฟังอาจารย์ก็จะไม่เกิดบุญบารมีใด และไม่ให้ผลตอบสนองใดๆในการปฏิบัติ
5 ถามในทิเบตมีพระอาจารย์ที่มีความสามารถมากมาย และมีผู้ปฏิบัติธรรมมากมายเช่นกัน ประเพณีในการรับศิษย์ในทิเบตคงจะไม่ยุ่งยากใช่หรือไม่
ตอบ การรับศิษย์และมอบตัวเป็นศิษย์ในทิเบตไม่ง่ายเลย พระอาจารย์จะใช้เวลา 3 ปีในการพิจารณารับศิษย์แต่ละคน ในทำนองเดียวกันศิษย์ก็จะใช้เวลาในการพิจารณาหาอาจารย์อย่างละเอียดรอบคอบเช่นกัน เมื่ออาจารย์พิจารณาทดสอบศิษย์และยอมรับเป็นศิษย์แล้ว ก็จะถ่ายทอดธรรมปฏิบัติพื้นฐานให้ก่อนใน 3 ปีแรก แล้วจึงถ่ายทอดขั้นกลางให้ในช่วงนี้ใช้เวลาในการปฏิบัติ 12 ปี หลังจากนั้นจึงถ่ายทอดขั้นสูงให้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการปฏิบัติของศิษย์ มีจำนวนมากที่การปฏิบัติของตนอยู่เพียงขั้นกลางเท่านั้นในช่วงชีวิตตน
6 ถามเมื่อท่านอาจารย์อยู่ในท้องมารดาท่านจำเรื่องของชาติก่อนได้หรือไม่
ตอบ จำได้อย่างชัดเจนแม่นยำ อีกทั้งยังร้องไห้ไม่หยุด ศิษย์ได้ถามว่าร้องไห้ทำไม ท่านตอบว่าด้วยเห็นมนุษย์ทั้งหลายทุกขเวทนาด้วยวิบากกรรมยากที่จะโปรดให้พ้นทุกข์อีกทั้งไม่สามารถโปรดได้หมด ตัวแม่เองก็รับรู้ได้ถึงการร้องไห้นั้นและคิดว่าตัวอาตมาเป็นตัวประหลาด
7 ถามเมื่อท่านอาจารย์เกิดออกมาแล้วท่านยังจำเรื่องในชาติก่อนได้หรือไม่
ตอบ จำได้ชัดเจนและค่อยๆลืม ตอนอาตมาอายุ 10 เดือนเกิดป่วยหนัก บิดามารดาได้นิมนต์พระลามะมาสวดมนต์ หน้าตาพระลามะแต่ละรูปอีกทั้งของใช้ในพิธีล้วนจำได้อย่างชัดเจน จน 5-6 ขวบก็ลืมจนหมดสิ้น อาตมาเมื่อปีก่อนอยู่ที่สำนักสงฆ์ที่ถนนเวยหลาง มีครอบครัวหนึ่งอุ้มเด็กหญิงอายุประมาณ 2 ปี มาพบอาตมาและเด็กหญิงผู้นั้นได้พูดว่าเป็นแม่ของอาตมา อาตมาได้สอบถามเรื่องราวในอดีตหลายเรื่องซึ่งเด็กหญิงก็ตอบได้ถูกต้อง ศิษย์ได้ถามว่า เด็กหญิงเป็นแม่จริงหรือ ท่านได้ตอบว่าจริง ท่านเป็นแม่ซึ่งได้กลับมาเกิดใหม่ อีก 2 ปีต่อมาเด็กหญิงผู้นั้นก็ลืมเรื่องนี้ไปจนหมดสิ้น
8 ถามขอถามถึงวันเกิดของท่านอาจารย์
ตอบ อาตมาเกิดปีฉลู เดือน 5 วันที่ 15 ยามเสือซึ่งเป็นวันแรง โดยพื้นเพคนเกิดในวันแรงจะมีอารมณ์ฉุนเฉียวรุนแรง มีผู้คนจำนวนมากกล่าวว่าอาตมาไม่มีลักษณะเหมือนพระลามะ
9 ถามตามที่ได้เห็นมาท่านอาจารย์มีแต่ความเมตตาไม่เห็นจะมีความฉุนเฉียวง่ายแต่อย่างใด
ตอบ อาตมาเป็นอย่างนี้มาตลอด ค่อนข้างจะฉุนเฉียวง่าย กับพี่น้องหรือลูกศิษย์ถ้าทำผิดครั้งแรกก็จะตักเตือน ถ้าผิดครั้งที่สองจะดุด่า แต่ถ้าผิดอีกครั้งจะลงโทษเฆี่ยนตีเลย คนในละแวกบ้านจะเห็นอาตมาทำโทษพี่น้องอยู่เรื่อยได้พูดกันว่าอาตมาไม่เหมือน กับพระลามะเลย ซึ่งอาตมาเองก็คิดว่าหน้าตาของอาตมาก็ไม่เห็นเหมือนกับพระลามะ
(ผู้บันทึก ในวัชรยานการถูกทำโทษดุด่าหรือตีจากพระอริยะผู้บรรลุแล้วถือเป็นการลบล้างลดทอนอกุศลกรรมและเพิ่มบุญบารมีให้แก่ตนเอง)
10 ถามท่านอาจารย์เมื่อได้เห็นหรือเข้าใกล้แม่น้ำทำไมจึงปวดหัวทุกครั้ง
ตอบ นี้เป็นกรรมเก่า ท่านวิทยธาราอาจารย์ของอาตมาได้เคยพูดไว้ว่าเมื่อครั้งที่องค์คุรุปัทมสมภพเดินทางจากอินเดียมาทิเบต อาตมาเป็นศิษย์ติดตามท่านคุรุปัทมสมภพมาด้วยในระหว่างเดินทางได้มีการต่อสู้กับผู้ขัดขวางการเผยแพร่พระธรรม และอาตมาก็ได้เสียชีวิตในแม่น้ำในขณะต่อสู้ เมื่อเกิดมาในชาตินี้เมื่อเห็นแม่น้ำทุกครั้งก็จะเวียนหัว
11 ถามท่านเคยหลับฝันร้ายหรือไม่
ตอบ เคย
12 ถามท่านอาจารย์เรียนหนังสือกี่ปี
ตอบ ตอนเด็กเมื่อเข้าไปอยู่ในวัดได้เรียนหนังสือ 6 เดือน ก็สามารถอ่านและเข้าใจในพระสูตรพระคัมภีร์ทั้งหมด พระสูตรพระคัมภีร์คนที่อ่านหนังสือออกก็อ่านได้เช่นกัน แต่ความเข้าใจในความหมายในพระสูตรนั้นต่างกัน อ่านด้วยตาเห็นเหมือนกัน รู้ด้วยจิตเข้าใจต่างกันด้วยภูมิหลังและระดับจิตซึ่งฝึกฝนปฏิบัติไม่เท่ากัน
13 ถามท่านอาจารย์ได้ออกบวชเมื่ออายุเท่าไรมีพี่น้องกี่คน
ตอบ ออกบวชเมื่ออายุ 7 ปี ตัวเองเป็นพี่คนโตมีน้องชาย 1 คนมีน้องสาว 1 คน
14 ถามท่านอาจารย์กักตนบำเพ็ญเพียรกี่ปี
ตอบ 20 กว่าปี
15 ถามท่านอาจารย์ถูกขังอยู่ในคุกใต้ดินในกรุงลาซากี่ปี
ตอบ 6 ปี
16 ถามท่านอาจารย์พ้นภัยจากลาซาได้ทิ้งซากร่างไว้ในคุกจริงหรือไม่ ได้มีการเข้าใจกันว่าท่านอาจารย์ได้มรณภาพไปแล้วแต่แล้วจู่ๆก็มาอยู่ที่ปักกิ่ง?
ตอบ เรื่องนี้ได้มีการพูดกันว่า ซากร่างที่พบนุ่งห่มอย่างไร และได้นำไปฝังไว้ที่ไหน มีคนพบเห็นมากมาย คงเป็นเช่นนั้นกระมัง?
17 ถามพระอาจารย์ของท่าน วิทยธาราดรุบวังเป็นผู้สำเร็จพุทธจริงหรือไม่
ตอบ จริง ตอนที่ท่านนิพพานนั้นร่างของท่านได้หดเหลือเพียงฟุตกว่า
18 ถามวิทยธาราดรุบวังเป็นฒุลกุของพระโพธิสัตว์องค์ใด
ตอบ วิทยธาราดรุบวังเป็นฒุลกุของวัชรปาณิโพธิสัตว์(กิมกังชิ้วพู่สัก) (ชักนาดอร์เจ) หน้าตาของท่านดูว่าดุร้ายมาก แต่ท่านมีเมตตามาก เวลาที่ญาติโยมมากราบนมัสการจะไม่ค่อยกล้ามองหน้าท่าน วัชรปาณิโพธิสัตว์เป็นปางดุของพระมหาสถามปราปต์โพธิสัตว์ (ไต้ซี่จี่พู่สัก) (ดริบปานัมเซล) ปรมาจารย์ตักม้อ ปฐมปรมาจารย์นิกายเซ็นในประเทศจีนก็เป็นฒุลกุของวัชรปาณิโพธิสัตว์เหมือนกัน หรืออาจกล่าวได้ว่าท่านเป็นฒุลกุของพระมหาสถามปราปต์โพธิสัตว์ก็ได้ วัชรปาณิเป็นปางดุของพระสถามปราปต์โพธิสัตว์ พระสถามปราปต์โพธิสัตว์เป็นพระจิตของพระอมิตาภพุทธเจ้า จิตของพระอมิตาภพุทธเจ้าคือจิตของพุทธเจ้าทั่วทศทิศ ดังนั้นจะว่าท่านเป็นฒุลกุของพระอมิตาภพุทธเจ้าก็ได้หรือเป็นฒุลกุของพระพุทธเจ้าทั้งปวงก็ว่าได้
ฒุลกุ-แปลว่าอวตารมา
19 ถามท่านวิทยธาราดรุบวังเป็นวัชราจารย์แห่งญิงมาองค์ที่เท่าใด
ตอบ เมื่อนับจากอทิพุทธะมาถึงท่านวิทยธาราดุบวังเป็นองค์ที่ 31 นับจากพระพุทธไวโรจน์ท่านเป็นองค์ที่ 30 ถ้านับจากพระศากยมุนีพุทธเจ้าท่านเป็นองค์ที่ 28 ถ้านับจากองค์คุรุปัทมสมภพก็เป็นองค์ที่ 24 ก่อนหน้าองค์คุรุปัทมสมภพเป็นวัชราจารย์ของอินเดียทั้งหมด และหลังจากองค์คุรุปัทมสมภพแล้วเป็นวัชราจารย์ของทิเบตทั้งหมด
ญิงมาหรือณิงมา-นิกายแรกหรือนิกายพื้นฐานของพุทธศาสนาทิเบต
20 ถามศิษย์ของท่านวิทยธาราดรุบวังมีกี่ท่านที่ได้ปฏิบัติจนบรรลุโพธิฌาน
ตอบ ศิษย์พี่ศิษย์น้องมีเป็นจำนวนมากที่บรรลุโพธิฌาน
21 ถามคุรุปัทมสมภพเป็นฒุลกุของพระพุทธหรือพระโพธิสัตว์องค์ใด
ตอบ คุรุปัทมสมภพท่านเป็นกายของพระอมิตาภพุทธเจ้า เป็นวาจาของพระอวโลกิเตพันเนตรพันกร เป็นจิตของพระศากย-มุนีพุทธเจ้าและพระพุทธเจ้าทั่วทศทิศ หรืออีกนัยหนึ่งท่านเป็นวัชรนิรมาณกายของพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์เจ้าทั่วทุกทิศ พระศากยมุนีพุทธเจ้าได้เคยตรัสไว้โดยมีการบันทึกไว้ในพระสูตรว่า พระอมิตาภพุทธเจ้าเป็นธรรมกาย พระอวโลกิเตโพธิสัตว์เป็นสัมโภคกาย คุรุปัทมสมภพเป็นนิรมาณกาย บุญบารมีที่ได้ในการถวายบูชาคุรุปัทมสมภพเสมอด้วยการบูชาพระอมิตาภพุทธเจ้าและพระอวโลกิเตโพธิสัตว์ ในการจัดตั้งมณฑลบูชาองค์อมิตาภพุทธเจ้าอยู่ตรงกลาง องค์อวโลกิเตโพธิสัตว์อยู่เบื้องซ้าย องค์คุรุปัทมสมภพอยู่เบื้องขวา
22 ถามการปฏิบัติธรรมขององค์คุรุปัทมสมภพสามารถให้ผู้ปฏิบัติไปจุติในแดนสุขาวดีได้หรือไม่
ตอบ ไต้แน่นอน องค์คุรุปัทมสมภพเป็นฒุลกุของพระอมิตาภพุทธเจ้า ผู้ปฎิบัติปรารถนาไปจุติยังสุขาวดีตะวันตกเมื่อสิ้นอายุขัย องค์คุรุจะส่งท่านไปยังสุขาวดีพุทธเกษตร นอกเหนือไปกว่านั้น หากผู้ปฏิบัติต้องการที่ไปยังแดนพุทธเกษตรอื่น องค์คุรุปัทมสมภพก็จะส่งเราไปในแดนที่เราต้องการได้ หรือหากต้องการไปยังพุทธเกษตรทองแดงขององค์คุรุเองท่านก็ยินดีรับเราไปอยู่ด้วย
สุขาวดี- ดินแดนที่ประทับของพระอมิตาภพุทธเจ้า
พุทธเกษตรทองแดง-ดินแดนที่ประทับของคุรุปัทมสมภพ
23 ถามการปฏิบัติธรรมขององค์คุรุปัทมสมภพได้บุญบารมีประเภทใด
ตอบ องค์คุรุปัทมสมภพท่านเป็นวัชรนิรมาณกายซึ่งรวมกายวาจาใจของสรรพพุทธะไว้ด้วยกัน ธรรมกายขององค์คุรุคือธรรมกายของพระอมิตาภพุทธเจ้าไม่ต่างจากอาทิพุทธะ วัชรกายขององค์คุรุปัทมสมภพก็คือสัมโภคกายของพระพุทธเจ้าทั้งปวง ด้วยว่าองค์คุรุปัทมสมภพต้องการโปรดสรรพชีวิตตามธรรมชาติของสรรพชีวิตนั้นๆ จึงมีปางต่างๆของท่านมากมาย ฉะนั้นการบรรลุธรรมขององค์คุรุปัทมสมภพ อานิสงส์อันสุดประมาณที่ได้เช่น มีพลังความสามารถพิเศษที่จะให้คุณให้โทษแก่หมู่มารได้ สามารถโปรดเหล่าสรรพชีวิตได้ทั่วหล้า รู้แจ้งในธรรมทั้งปวงไม่ว่าจะเป็นยานใดนิกายใด ศีลสิกขาจะไม่มีวันเสื่อมถอย เกิดมหาปัญญาสามารถบรรยายธรรมกับผู้รับทุกระดับชั้นโดยไม่ติดขัด อีกทั้งได้รับคุณวิเศษทางกายนานับประการ ขจัดโรคภัย ขจัดทุกข์เวทนาทั้งปวง ภัยธรรมชาติทุกชนิดไม่อาจมากล้ำกลาย อายุยืนยาว ครอบครัวมั่งมีอยู่เย็นเป็นสุข หลุดพ้นจากกฎเกณฑ์แห่งความอัปมงคลทั้งปวง เช่น การไปงานศพ ไปงานแต่งงาน ไม่ได้รับผลจากฤกษ์พานาทีที่ไม่เป็นมงคล ทวยเทพพร้อมช่วยเหลือ ภูตผีปีศาจล้วนเคารพยำเกรงเชื่อฟังคำสั่ง ปรารถนาพุทธภูมิใดก็ได้ไปสู่พุทธภูมินั้น และได้บรรลุโพธิญาณ ทุกวันที่10 ของทุกเดือนตามปฏิทินทิเบตเป็นวันที่องค์คุรุปัทมสมภพโปรดสัตว์เมื่อมีการปฏิบัติธรรมขององค์คุรุปัทมสมภพในวันนี้บุญบารมีที่ได้จะเป็นทวีคูณ
24 ถามองค์คุรุปัทมสมภพเป็นปฐมาจารย์องค์แรกของทิเบต สำหรับผู้ปฏิบัติวัชรยานฝึกปฏิบัติธรรมขององค์ท่านสำคัญไฉน
ตอบ แน่นอน การบำเพ็ญปฏิบัติธรรมของท่านต้องสำคัญ
25 ถามขอให้ท่านอาจารย์เมตตาถ่ายทอดธรรมชั้นสูงของท่านคุรุปัทมสมภพให้ด้วย
ตอบ ในขณะนี้พวกคุณยังไม่เกิดศรัทธาในองค์คุรุปัทมสมภพ รอให้เวลานั้นมาถึงก่อน
26 ถามคุรุปัทมสมภพกับวิมาลามิตร (ทิเบตเรียก ทริเมเซเญน)มีความสัมพันธ์กันอย่างไร
ตอบ คุรุปัทมสมภพกับวิมาลามิตร ล้วนเป็นมหาสิทธาผู้เปี่ยมด้วยบารมีธรรมของอินเดียในเวลาเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างเป็นทั้งอาจารย์และเพื่อน อีกทั้งไปประกาศธรรมในทิเบตด้วยกันจนเสร็จสมบูรณ์ สร้างรากฐานแก่พุทธศาสนาจนมั่งคงสมบูรณ์ คุรุปัทมสมภพได้ขี่อาชาสวรรค์กลับสู่ภูเขาทองแดงพุทธเกษตรของท่าน ส่วนวิมาลามิตรได้เดินทางสู่ตะวันออกถึงอู่ไถซัน ในประเทศจีน และได้ละสังขาร ณ ถ้ำวัชระในอู่ไถซัน ท่านทั้งสองล้วนเป็นมหาสิทธาซึ่งอาจเปรียบได้เป็นมหาสิทธาฝ่ายบู๊และฝ่ายบุ๋น คุรุปัทมสมภพมีอายุมากกว่าและเป็นฒุลกุของพระอมิตาภพุทธเจ้า วิมาลามิตรถึงแม้อายุจะน้อยกว่าแต่เป็นฒุลกุของพระพุทธเจ้าไวโรจนะ ด้วยศักดิ์แห่งธยานิพุทธเจ้า พระพุทธไวโรจนะท่านสูงกว่า ตำแหน่งที่ตั้งบูชา องค์วิมาลามิตร จึงตั้งประทับสูงกว่า แต่เดชะบารมีขององค์คุรุปัทมสมภพน่าเกรงขามกว่า ท่านบัญชาการหรือเรียกใช้ แปดเทพอสูรมังกรฟ้าและเทพธรรมบาลทั้งปวงได้โดยตรง ด้วยทั้งหมดล้วนอยู่ใต้บังคับบัญชาของท่าน ส่วนวิมาลามิตรจะใช้สอยแปดเทพอสูรมังกรฟ้าและปวงเทพธรรมบาลต้องเชิญ ดูเหมือนวิมาลามิตรจะสุภาพกว่า
27 ถามขอกราบเรียนถามถึงปฐมาจารย์ในนิกายแดง
ตอบ คุรุปฐมาจารย์ในนิกายแดงมีดังนี้
1 พระพุทธสมัตรภัทร(อาทิพุทธ)
2 พระพุทธไวโรจนะ
3 พระพุทธอักโษภยะ
4 พระพุทธรัตนสัมภาวะ
5 พระพุทธอมิตาภะ
6 พระพุทธอโมฆสิทธิ
7 ทรักเตน ชกจง
8 เนอดชิน การ์ตาตง
9 โลเตรอ ทับเตน
10 ลูเจ จกโป (นาคราช)
11 ทริเม ทรักปา
12 เจียลโปจา (วิมาลากีรติ กษัตริย์จา)
13 ลาวังจาชิน (เทพอินทรา พระ อินทร์)
14 ชาเกีย ทุปปะ (พระศากยมุนีพุทธ เจ้า)
15 การ์รับ ดอร์เจ
16 ศรีสิงหะ
17 เชนเรซี (พระอวโลกิเต โพธิสัตว์)
18 จัมเปยัง (มัญชุศรีโพธิสัตว์)
19 วัชรปาณิโพธิสัตว์
20 พุทธกูฮยา
21 มัญชุศรีมิตร
22 โรลัง เตวา
23 นาครชุน
24 ฮุมเชน การา
25 มิจูร์ นัมคา
26 ดานา สัมกิตา
27 กูฮยา จัลปะ
28 โตบเตน นักโป
29 ชินตำ คับฮยา
30 จัลวาลี
31 วิมาลามิตร
32 คุรุปัทมสมภพ
33 โพธิสัตต์โต(ศานตรักษิต)
34 นัมคา ญิงโป
35 กษัตริย์ทริซง เตเซน
36 ฑากินียิซี โซเจียล
37 ดอร์เจ ตูจม
38 มุทริ เซนโป
39 ซังโป ทรักปะ
40 รินซิน เชมโป
41 เทอนเยอ เจียลเซน
42 โซนัม ชกซัง
43 ทังตง เจียลโป
44 กุนกา ญิมา
45 ตายาเกรู
46 ตายาเบนจา
47 ศากยศรี
48 โพธิสิทธา
49 ตราชี เจียมโซ
50 เตอมปา เซงเก
51 เชอญี เจียมโซ
52 เตอมปา เจียลเซน
53 กุนซัง เชรับ
54 เปมา ลุนดรุบ เจียมโซ
55 เปมา นอร์บุ
56 จัมยังเชนเซ
57 วิทยธารา
58 ทินเล เจียมโซ(มหาวัชราจารย์ ชีวินพุทธะนอราริมโปเช)
59 ทริมซิน กุนทรัก(พระมหา คณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตรฯ โพธิ์แจ้ง) (ศิษย์เอกท่านนอรารินโปเช ผู้เรียบเรียงใส่ชื่อลงไปทีหลัง ท่านได้รับสถาปนาจากพระอาจารย์นอรา ให้ดำรงสถานะปรมาจารย์แห่งนิกายสืบทอดต่อจากท่าน)
28 ถามพระอมิตาภพุทธเจ้าและพระอมิตายุสโพธิสัตว์(บ๊อเลี่ยงสิ่วฮุก)(เซปักเม) เป็นองค์เดียวกันหรือไม่*ว28
ตอบ เป็นองค์เดียวกัน พระอมิตายุสเป็นสัมโภคกาย เปรียบดังเช่นคนเป็นทหารเมื่อสวมชุดทหารอยู่ใน ตำแหน่งก็คือพระอมิตายุส เมื่อไม่ได้สวมชุดก็คือตัวจริงคือพระอมิตาภพุทธ
29 ถามพระอวโลกิเตโพธิสัตว์เป็นสัมโภคกายของพระพุทธเจ้าองค์ใด
ตอบ พระอวโลกิเตโพธิสัตว์เป็นสัมโภคกายของพระอมิ-ตาภพุทธเจ้า พระองค์ทรงเห็นสรรพชีวิตทั้งหกภูมิตกอยู่ในทะเลทุกข์แห่งการเกิดแก่เจ็บตาย ไม่รู้สำนึกตนและยังไม่พบหนทาง พระองค์ท่านเกิดความเศร้าใจเป็นอย่างยิ่งได้หลั่งน้ำตาออกมา น้ำตาทางเบื้องขวาได้กลายร่างเป็นพระอวโลกิเตโพธิสัตว์ น้ำตาทางเบื้องซ้ายได้กลายร่างเป็น พระโพธิสัตว์ตาราขาว (แป๊ะโต่วบ้อ) (เทอลมา การโม) เพื่อโปรดสรรพชีวิต
30 ถามน้ำตาของพระอมิตาภพุทธเจ้ากลายเป็นพระอวโลติ-เกศวรโพธิสัตว์ได้อย่างไร
ตอบ น้ำตาที่หลั่งออกมาได้กลายเป็นมนุษย์ธรรมดา หลังจากนั้นท่านผู้นั้นก็ได้กราบพระอมิตาภพุทธเจ้าเป็นอาจารย์ ได้ปฏิบัติธรรมกับพระอาจารย์จนบรรลุสำเร็จเป็นพระโพธิสัตว์
31 ถามพระอวโลกิเตโพธิสัตว์ มีปาง 2 กร 4 กร 8 กร พันกรพันเนตรแท้จริงพระโพธิสัตว์ท่านมีกี่ปาง
ตอบ พระอวโลกิเตโพธิสัตว์ตั้งปณิธานโปรดสัตว์เป็นจำนวนเหลือคณานับ การโปรดสัตว์ของท่านเป็นไปตามสภาพของสรรพสัตว์ ท่านจึงมีปางมากมาย บอกไม่ได้หมดว่าท่านมีทั้งสิ้นกี่ปาง นับไม่ถ้วน
32 ถามพระอวโลกิเตโพธิสัตว์ทำไมจึงยังอยู่โปรดสรรพชีวิต
ตอบ พระอวโลกิเตโพธิสัตว์ ทรงบรรลุโพธิญาณนานแล้ว แต่ด้วยมหาเมตตากรุณาที่ต้องการช่วยเหลือสรรพชีวิตจึงได้กลับ มาในร่างของพระโพธิสัตว์ เพื่อโปรดสรรพชีวิตต่อไป ถ้าไม่มีพระอวโลกิเตโพธิสัตว์ การช่วยเหลือสรรพชีวิตให้พ้นทุกข์ของพระพุทธเจ้าทั่วทศทิศก็มีความลำบากมากขึ้น
33 ถามในแคว้นคามของทิเบตผู้ฝึกปฏิบัติธรรมของพระอว-โลติเกศวรโพธิสัตว์มากน้อยเท่าใด
ตอบ ในดินแดนทิเบต เกือบทั้งหมดที่นับถือพุทธศาสนา ตั้งแต่เริ่มพูดได้ก็จะท่องคาถาหัวใจพระอวโลกิเตโพธิสัตว์แล้ว คาถามหาวิทยาศักดิ์สิทธิ์หกคำซึ่งเป็นคาถาหัวใจของพระองค์ โอม.มา.นี.เป.เม.โฮง. มีทั้งพระลามะและคฤหัสถ์จำนวนมากที่บรรลุมรรคผลด้วยธรรมของพระอวโลกิเตโพธิสัตว์นี้
34 ถามปฏิบัติธรรมของพระอวโลกิเตโพธิสัตว์เปรียบ เทียบกับการปฏิบัติธรรมของพระโพธิสัตว์องค์อื่นๆให้ผลต่างกันอย่างไร
ตอบ พระอวโลกิเตโพธิสัตว์ท่านมีจิตเมตตากว้างใหญ่ไพศาลมาก ชาวพุทธทั้งหลายใช้เมตตากรุณาเป็นรากฐาน ถ้าเรามีเมตตาจิตดังเช่นพระโพธิสัตว์ท่าน เราก็คือพระอวโลกิเตโพธิสัตว์เช่นกัน ดังนี้ความสำเร็จจึงรวดเร็วมาก
35 ถามทราบได้อย่างไรว่าพระโพธิสัตว์อวโลกิเตเป็นพระโพธิสัตว์ที่มีเมตตากรุณาสูงสุด ตอบ เรื่องราวการโปรดสรรพชีวิตของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตท่านมีมากมายเหลือคณานับ บูชาพระโพธิสัตว์แน่นอนพระองค์จะต้องโปรด ไม่บูชาพระองค์จนถึงหมิ่นประมาทพระองค์ พระองค์ก็ยังจะเสด็จมาโปรด อาตมามีเรื่องจะเล่าให้ฟัง หลายปีมาแล้วมีวัดอยู่วัดหนึ่ง มีพระอยู่รูปหนึ่งทั้งดื้อด้านและโง่งม ด้วยเหตุที่ไม่มีทักษะอะไรจึงมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเติมน้ำมันหน้าองค์พุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ ตามแนวปฏิบัติในทิเบตตะเกียงหน้าพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์จะจุดสว่างตลอดกาล พระรูปนี้เป็นคนชอบกินจุบจิบ ทุกวันเมื่อฟ้ามืดก็จะแอบดับตะเกียง และยังพูดอีกว่า พระโพธิสัตว์ ฟ้ามืดแล้ว ท่านนอนเถอะ ทำเช่นนี้ทุกวัน ดับตะเกียงทุกวัน เอาน้ำมันที่ต้องจุดในเวลากลางคืนไปแลกของกินเล่น ภายหลังได้ถูกผู้ดูแลวัดจับได้ ถูกดุด่าว่ากล่าวอย่างหนัก เมื่อถูกดุด่าก็ขุ่นเคืองใจคิดว่า ต้องเป็นพระโพธิสัตว์ไปฟ้องผู้ดูแลวัดแน่นอน ไม่เช่นนั้นผู้ดูแลวัดจะรู้ได้อย่างไร เราจะต้องตีพระโพธิสัตว์ที่ปากมากให้ได้ เลือกไม้ได้ท่อนหนึ่ง เดินไปที่หน้ารูปองค์พระศากยมุนีพุทธเจ้า ใช้ไม้ชี้องค์พระศากยมุนีพุทธเจ้า แล้วว่า พระศากยมุนีพุทธเจ้า เรารู้ว่าท่านไม่พูด แล้วก็เดินต่อไปชี้ที่องค์อมิตาภพุทธเจ้าแล้วว่า ท่านมีความเมตตากรุณามาก ท่านคงไม่ฟ้องผู้ดูแล แล้วก็เดินไปเบื้องหน้าองค์พระโพธิสัตว์อวโลกิเต เอาไม้ชี้ที่เศียรของพระองค์ แล้วพูดว่า ต้องเป็นท่านแน่ที่เอาไปพูด เราจะต้องตีท่านให้ได้ พูดแล้วก็ยกไม้ตีไปที่รูปปั้นองค์พระโพธิสัตว์อวโลกิเต รูปปั้นองค์พระโพธิสัตว์ก็ยกมือขึ้นป้องศีรษะและพูดว่า เราไม่ได้พูด เราไม่ได้พูด พระผู้นั้นได้ยินก็ยิ่งโกรธ พูดอย่างดุดันว่า ต้องเป็นท่านพูดแน่นอนยังไม่ยอมรับอีก พูดไปก็ตีไป พระโพธิสัตว์อวโลกิเตก็เหาะหนีขึ้นไปในอากาศ พระผู้นั้นใช้ไม้ชี้ไปที่พระโพธิสัตว์ท่านและตะโกนว่า ท่านรีบลงมาเร็วๆ หากไม่ลงมาจะตามไปตีให้ได้ ในเวลานั้นพระภิกษุทั้งวัดได้ยินเสียงอึกทึก ก็แตกตื่นตกใจรีบรุดมาและกราบนมัสการเรียนถามเหตุการณ์ต่อพระโพธิสัตว์อวโลกิเต ท่านจึงได้เล่าเรื่องที่ถูกตีให้พระภิกษุทั้งหลายฟัง พระภิกษุทั้งหลายจึงกราบนมัสการขอประทานอภัยจากองค์พระโพธิสัตว์อวโลกิเต และขอให้ท่านเหาะกลับลงมา พระโพธิสัตว์ทรงกล่าวต่อพระภิกษุทั้งหลายว่า ท่านต้องเชื่อฟังเรา เราจึงจะลงไปมิฉะนั้นเราก็จะไม่ลงไป เหล่าพระภิกษุก็กราบนมัสการถามว่า พระองค์จะสั่งเช่นไร ขอทรงสั่งเลย พวกเราต้องกระทำตาม พระโพธิสัตว์ทรงตอบรับว่า พวกท่านต้องไม่ลงโทษพระผู้นั้นและให้เขาดูแลตะเกียงน้ำมันต่อไป เขาเป็นคนชอบกินจุกจิก หากไม่ขโมยน้ำมัน เขาก็จะไม่มีของให้กินพวกท่านต้องทำตามที่รับปากกับเราไว้ เราจะกลับลงไป เมื่อเล่าจบแล้วท่านวัชราจารย์นอราก็ถามพวกศิษย์ที่รับฟังว่า พวกท่านเห็นว่าพระโพธิสัตว์อวโลกิเตนั้นมีมหาเมตตากรุณาหรือไม่
36 ถามท่านอาจารย์ได้เลือกถ่ายทอดบทปฏิบัติพระอวโลติ-เกศวรโพธิสัตว์11เศียรด้วยเหตุใด ตอบ ด้วยว่าบทปฏิบัติพระโพธิสัตว์อวโลกิเต 11 เศียรเป็นบทปฏิบัติพิเศษของพระอวโลกิเตโพธิสัตว์ ผู้ฝึกฝนปฏิบัติได้รับผลสำเร็จในการปฏิบัติอย่างรวดเร็ว สามารถกำจัดกรรมเก่า อุปสรรคในชีวิตอย่างได้ผล โดยไม่ต้องลงทุนลงแรงมากเท่าไร สามารถสยบเภทภัย ขจัดเวรกรรมทั้งสิ้นอย่างดีที่สุด ทำให้บรรลุเป็นพุทธะได้เร็ว
37 ถามฮายากีวะวัชรโพธิสัตว์ (เบ๊อ๊วงกิมกัง) (ตา-ทริน)เป็นปางวัชระของพระโพธิสัตว์องค์ใด
ตอบ ฮายากีวะวัชรโพธิสัตว์เป็นปางวัชระของพระอวโลติเก -ศวรโพธิสัตว์พันเนตรพันกร ซึ่งก็คือปางวัชระของพระอมิตาภ-พุทธเจ้านั่นเอง
38 ถามยามานตกะวัชรโพธิสัตว์ (ไต้อุ่ยเต็กกิมกัง) (จิคเช ดอร์เจ)เป็นปางวัชระของพระโพธิสัตว์องค์ใด
ตอบ ยามานตกะวัชรโพธิสัตว์เป็นปางวัชระของพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ (บุ๊งซู๊พู่สัก) (จัมเปยัง)
39 ถามการจะฝึกปฏิบัติธรรมของยามานตกะวัชรโพธิสัตว์ จำเป็นต้องฝึกปฏิบัติธรรมของพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ก่อนใช่หรือไม่
ตอบ ถูกต้อง ต้องฝึกปฏิบัติธรรมของพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ให้บรรลุก่อน
40 ถามฝึกปฏิบัติธรรมยามานตกะทำไมจึงต้องปฏิบัติธรรมพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ก่อน
ตอบ พระมัญชุศรีโพธิสัตว์เป็นองค์ดั้งเดิมของยามานตกะ หรืออีกนัยหนึ่งยามานตกะเป็นวัชรกายของพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ การบำเพ็ญธรรมของต้นกำเนิดก่อน และจึงบำเพ็ญวัชรธรรม ทำให้บรรลุผลได้ง่าย อีกทั้งไม่เกิดอันตราย หากเร่งรีบบำเพ็ญวัชรธรรม ยังไม่สามารถทำจิตให้แน่วแน่เป็นหนึ่ง อีกทั้งมณฑลพิธีไม่สะอาด เครื่องประกอบพิธีไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ เหล่าวัชรธรรมบาลในองค์ยามานตกะจะเข้าใจว่าเป็นการไม่เคารพ อาจทำให้ผู้ประกอบการประสบเหตุ ไม่ราบรื่นได้ หากแม้ได้บำเพ็ญธรรมพระมัญชุศรีจนเจนจบ ด้วยความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับองค์ผู้กำเนิด แม้เกิดความผิดพลาดบ้างในการบำเพ็ญยามานตกะธรรม เหล่าธรรมบาลในองค์ยามานตกะซึ่งคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วก็ไม่ถือสาหาความ
41 ถามวัชรปาณิเป็นวัชรกายของพระโพธิสัตว์องค์ใด
ตอบ วัชรปาณิเป็นวัชรกายของพระสถามปราบต์โพธิสัตว์เป็นปางแห่งการโปรดสรรพชีวิตดุร้าย ดื้อด้าน มหาสถามปราบต์เกิดขึ้นจากจิตของพระอมิตาภพุทธเจ้า ฉะนั้นจะว่าวัชรปาณิเป็นวัชรกายของพระอมิตาภพุทธเจ้าก็ได้
42 ถามปฏิบัติธรรมของวัชรปาณิได้รับบุญบารมีประการใด
ตอบ ปฏิบัติธรรมของวัชรปาณิถือว่ามีพลังมากสุดประมาณ สามารถปราบมารทั้งหลายได้ สามารถรอดพ้นจากภัยอันตรายจากธาตุทั้ง 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศ สิ่งที่ภาวนาอยากจะได้ก็สมปรารถนา และสุดท้ายได้ไปเกิดยังแดนสุขาวดี วัชรปาณิท่านเป็นผู้ปกครองเหล่าวัชรธรรมบาลทั้งปวง และเก็บรักษาดูแลวัชรธรรม รับหน้าที่ช่วยเหลือพระอมิตาภพุทธเจ้าโปรดสรรพชีวิต
43 ถามพระโพธิสัตว์ตาราเขียว (เลกโต่วบ้อ) (เตรอมาจังกุ)เป็นสัมโภคกายของพระพุทธเจ้าองค์ใด
ตอบ พระโพธิสัตว์ตาราเขียวถือกำเนิดมาจากพระอมิตาภพุทธเจ้าเพื่อโปรดสัตว์ ซึ่งก็คือองค์พระโพธิสัตว์อวโลกิเตหรืออีกพระนามว่าพระโพธิสัตว์กวนอิมแห่งทะเลใต้(หน่ำไห้โผ่วถ่อซัว)นั่นเอง
44 ถามปฏิบัติธรรมวิธีของพระโพธิสัตว์ตาราเขียวจะได้ไปเกิดในแดนสุขาวดีใช่หรือไม่
ตอบ แน่นอนได้ไปสู่แดนสุขาวดี ด้วยพระโพธิสัตว์ตาราเขียวท่านเป็นสัมโภคกายของพระอมิตาภพุทธเจ้า
45 ถามปฏิบัติธรรมวิธีของพระโพธิสัตว์ตาราเขียวได้บุญบารมีประการใด
ตอบ ปฏิบัติธรรมวิธีของพระโพธิสัตว์ตาราเขียวได้รับบุญบารมีมาก โดยเฉพาะพิษร้ายภัยพิบัติทั้งปวงมิอาจกล้ำกลาย บุญบารมีที่ได้เช่นเดียวกับการปฏิบัติธรรมพระโพธิสัตว์กวนอิม
46 ถามทำไมพระโพธิสัตว์ตาราเขียวจึงมีพระวรกายเป็นสีเขียว
ตอบ พระพุทธเจ้าทั้งห้าพระองค์มีพระวรกายห้าสี พระโพธิสัตว์ตาราเขียวแม้เป็นสัมโภคกายของพระอมิตาภพุทธเจ้าที่มาเกิดในโลกมนุษย์ แต่ได้ไปตั้งปณิธานจิตในการช่วยเหลือสรรพชีวิตต่อหน้าองค์พระอโมฆสิทธิพุทธเจ้า จึงได้รับพรและสีพระวรกายแห่งพระอโมฆสิทธิพุทธเจ้ามา พระวรกายของพระองค์จึงเป็นสีเขียว
47 ถามท่านั่งขององค์พระโพธิสัตว์ตาราเขียวได้ยื่นพระบาทขวาลงมามีความหมายประการใด
ตอบ เป็นท่านั่งครึ่งท่าแห่งวัชรอาสน์ ส่วนใหญ่พระโพธิสัตว์ในปางสตรีจะนั่งในท่ายื่นพระบาทขวาออก พระโพธิสัตว์ในปางบุรุษจะนั่งในท่ายื่นพระบาทซ้ายออก แต่ก็ไม่ได้เป็นข้อจำกัดว่าต้องเป็นเช่นนั้นทั้งหมด ความหมายแห่งท่านั่งครึ่งวัชรอาสน์คือ หลุดพ้นและโปรดสัตว์
48 ถามพระโพธิสัตว์กวนอิมแห่งทะเลใต้มีปางหนึ่งซึ่งได้สวมหมวกปีกกว้างกันลม ทรงอาภรณ์ขาวทั้งองค์กับอีกองค์มีพระวรกายสีเขียวแตกต่างกันหรือไม่
ตอบ องค์ทรงอาภรณ์ขาวคือปางที่อยู่ในขณะปฏิบัติธรรมหรือถือบวชอยู่ ส่วนสีเขียวคือปางซึ่งได้บรรลุธรรมแล้ว การปฏิบัติธรรมและบูชาในองค์พระโพธิสัตว์ทั้งสองปางไม่แตกต่างกัน
49 ถามในผู้ปฏิบัติวัชรยาน ปฏิบัติธรรมอมิตาภพุทธเจ้า หรือปฏิบัติธรรมพระโพธิสัตว์กวนอิมหรือปฏิบัติธรรมพระโพธิสัตว์วัชรปาณิบุญบารมีที่ได้แตกต่างกันหรือไม่
ตอบ ไม่แตกต่างกัน ทุกองค์คือพระสัมโภคกายของพระอมิ-ตาภพุทธเจ้าทั้งหมด เพียงแต่ว่าการเน้นความมุ่งหมายไปทางใดในแต่ละปาง พระโพธิสัตว์กวนอิมเป็นปางเมตตาแห่งพระอมิตาภพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์วัชรปาณิเป็นปางแห่งพลัง พระโพธิสัตว์ตาราเขียวเป็นปางแห่งปัญญา เปรียบดังต้นไม้ใหญ่แพร่กิ่งก้านสาขามากมายแต่ก็มาจากรากเหง้าเดียวกัน
50 ถามพระอมิตาภพุทธเจ้าได้แบ่งภาคร่างลงมาเป็นจำนวนมากน้อยเท่าไร
ตอบ ด้วยเมตตาจิตที่ต้องการโปรดสรรพชีวิตให้มากที่สุด จำนวนร่างแบ่งของท่านจึงมากมายเหลือคณานับ พูดได้ว่าพระพุทธเจ้าทั้งพันทั้งหมื่นไม่ห่างจากพระอมิตาภพุทธเจ้า
51 ถามจุนทีพุทธมารดา*ว051เป็นสัมโภคกายของพระพุทธเจ้าองค์ใด
ตอบ จุนทีพุทธมารดรเป็นสัมโภคกายของพระอาทิพุทธ การปฏิบัติธรรมของพระองค์ดุจดังปฏิบัติธรรมของพระอาทิพุทธอานิสงส์มหาศาลนัก
52 ถามกุมารชีพเป็นฒุลกุของพระพุทธเจ้าหรือพระโพธิสัตว์องค์ใด
ตอบ กุมารชีพถือว่ามาจากจิตของพระอมิตภพุทธเจ้า จากกายของพระวัชรสัตต์โต จากวาจาของพระโพธิสัตว์มัญชุศรี ถือเสมือนศูนย์รวมแห่งพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์
53 ถามพื้นเพของท่านกุมารชีพมาจากที่ใด
ตอบ พื้นเพเดิมท่านเกิดในเมืองจีน แต่ไปเติบโตในอินเดีย ท่านแตกฉานในภาษาหลายภาษา
54 ถามในเมื่อกุมารชีพเป็นฒุลกุของพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ท่านได้มีอิทธิปาฏิหาริย์หรือไม่ ตอบ ย่อมมีแน่นอน อาตมาจะเล่าเรื่องของกุมารชีพให้ฟัง ในขณะที่กุมารชีพท่านมาเผยแพร่ธรรมในเมืองจีน ท่านมีภรรยาอยู่ด้วย แต่ท่านไม่อนุญาตให้ศิษย์ของท่านทั้งหมดมีภรรยาได้ บรรดาศิษย์ก็ข้องใจและได้สอบถามต่ออาจารย์ว่าตัวท่านก็มีภรรยาอยู่ ตัวท่านมีได้แล้วทำไมพวกเรามีไม่ได้ ท่านกุมารชีพจึงใช้ศิษย์ไปหาเข็มมาหนึ่งห่อ และน้ำส้มสายชูหนึ่งชาม และน้ำสำหรับชำระล้างด้วย เมื่อศิษย์นำของที่ต้องการมาแล้วท่านกุมารชีพก็นำเข็มเทใส่ลงในน้ำส้มสายชูและได้กลืนกินเข็มพร้อมน้ำส้มนั้นลงไปทั้งหมด หลังจากนั้นท่านก็ได้ไปชำระกาย ในขณะชำระกายก็ได้ดึงเข็มออกมาจากผิวหนังทีละเล่มจนหมดครบทั้งห่อต่อหน้าศิษย์ทั้งปวง ท่านกุมารชีพได้กล่าวต่อศิษย์ว่า ถ้าพวกเจ้าคนใดฝึกฝนปฏิบัติจนถึงขั้นสามารถกระทำดังนี้ได้ ก็จะอนุญาตให้มีภรรยามีครอบครัวได้ ถ้ายังทำไม่ได้ก็ไม่อนุญาตให้มีครอบครัว
55 ถามการที่ท่านกุมารชีพสามารถกลืนเข็มเข้าไปและนำออกมาทางผิวหนังได้เพราะเหตุใด ตอบ นั่นคือพลังปราณโยคะตันตระแห่งวัชรตันตระธรรม
56 ถามเทพเจ้ากวนอูในพุทธศาสนาท่านอยู่ในสถานะใด
ตอบ เทพเจ้ากวนอูถือว่าท่านเป็นธรรมบาลองค์หนึ่งของพุทธศาสนา ในประเทศจีนถือว่าท่านอยู่ในตำแหน่งธรรมบาลที่ใหญ่สุด ฉะนั้นการบูชาท่านจึงถือเป็นพิธีสำคัญประการหนึ่ง
57 ถามบูชาเทพเจ้ากวนอูจะได้อานิสงส์อันใด
ตอบ การบูชาท่านจะได้รับการคุ้มครองให้พ้นจากการรังควานของภูตผีปีศาจ ในหมู่ทหารที่บูชาท่านจะได้รับบารมียศถาบรรดาศักดิ์สูงขึ้น
58 ถามการตั้งปณิธานโพธิจิตใหญ่หรือเล็กต่างกันมีผลต่างกันหรือไม่ในบุญบารมี
ตอบ การตั้งปณิธานว่าเมื่อบรรลุมรรคผลแล้วจึงโปรดสรรพชีวิตผลที่ได้ก็คือเป็นพระอรหันต์ การตั้งปณิธานโพธิจิตว่าต้องการช่วยสรรพชีวิตให้พ้นทุกข์ทั้งหมดแล้วตนเองจึงจะบรรลุมรรคผล ผลที่ได้คือเป็นพระโพธิสัตว์ ถ้าตั้งต้นปณิธานและดำเนินการปฏิบัติไปในสภาวะจิตที่ว่าตนเป็นพุทธ สรรพชีวิตทั้งหลายก็เป็นเป็นพุทธ มรรคผลที่ได้ก็คือบรรลุสู่ความเป็นพุทธเจ้า ผู้ปฏิบัติวัชรยานไม่ว่าสมณะหรือคฤหัสถ์ต้องเริ่มต้นด้วยการตั้งมหาโพธิจิต
59 ถามผู้ปฏิบัติวัชรยานไม่ว่าจะถือเพศสมณะหรือเพศคฤหัสถ์ ต้องถือโพธิจิตเป็นหลักในการปฏิบัติ อย่างไรจึงจะเรียกว่าเป็นมหาโพธิจิต
ตอบ ผู้ปฏิบัติในมหาโพธิจิต ต้องถือปฏิบัติในศีลของวัชรยาน อย่างเคร่งคัด ต้องมีปณิธานจิตเป็นเหตุ บรรลุพุทธะเป็นผล มีเหตุมากมายใหญ่หลวง ก็มีผลมากมายใหญ่หลวงเช่นกัน ผู้ปฏิบัติวัชรยานมหาโพธิจิตต้องถือประโยชน์ของสรรพชีวิตทั่วหล้าดุจดังตนเอง ดุจดังความรักเมตตากรุณาของมารดาต่อบุตร ปรารถนาให้ตนเองรับความทุกข์เวทนาเวรกรรมทั้งหมดแทนสรรพชีวิต บุญบารมีทั้งหมดของตนล้วนมอบให้แก่สรรพชีวิต เพื่อสรรพชีวิตทั้งหมดได้บรรลุพุทธะข้าขอลงนรกแทนสรรพชีวิต การบรรลุพุทธะกับการสู่นรกภูมิในจิตตนไม่ต่างกัน ดังปณิธานจิตของพระอวโลกิเตโพธิสัตว์ หรือพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ (ตี่ฉั่งอ๊วงพู่สัก) (ซายิ ญิงโป) ซึ่งเป็นมหาโพธิจิต แม้มีปณิธานดังพระโพธิสัตว์กวนอิม ข้าก็คือกวนอิม คืออมิตาภพุทธเจ้า คือสรรพพุทธะ ขอให้ดูในทศมหาปณิธานของพระสมัตรภัทรโพธิสัตว์(โผ่วเฮี๊ยงพู่สัก) ซึ่งมีรายละเอียดให้ศึกษาได้
60 ถามผู้ปฏิบัติวัชรยานมีการสวดภาวนา เพื่อให้สรรพชีวิตพ้นเคราะห์ ต่ออายุ ถือว่าเป็นการบังเกิดโพธิจิตหรือไม่
ตอบ การขอให้สรรพชีวิตในกุศลมรรค รวมทั้งครอบครัวญาติมิตรของตนให้พ้นเภทภัยและมีอายุยืนยาวนั้นสามารถทำได้ หากขอให้สรรพชีวิตในอกุศลมรรคพ้นทุกขเวทนาก็อาจทำได้ แต่การขอให้มีอายุยืนยาวไม่ได้ สรรพสัตว์ในอกุศลมรรคการมีอายุยืนยาวเท่ากับเพิ่มเวลาในการรับทุกข์ทรมานนานขึ้นไปอีก
61 ถามพุทธศาสนิกชนการรักษาศีลเป็นสิ่งจำเป็นใช่หรือไม่
ตอบ จำเป็นแน่นอน ศีลถือเป็นรากฐาน หากไม่รักษาศีล ดุจดังสร้างบ้านไม่สร้างรากฐาน สร้างบ้านในอากาศจะทำได้อย่างไร
62 ถามการถือศีลในสูตระยานและตันตระยานต่างกันหรือไม่
ตอบ การถือศีลในสูตระยาน เมื่อสิ้นอายุขัยก็ถือว่าการปฏิบัตินี้ได้จบแล้ว แต่ในตันตระยานการปฏิบัติในศีลนั้นไม่มีวันจบต่อเนื่องไปเรื่อยทุกชาติทุกภพ การที่ได้พบเห็นผู้ปฏิบัติตันตระยาน นุ่งห่มหนังสัตว์ กินเนื้อสัตว์ ไม่เห็นเคร่งครัดอย่างไร โดยเนื้อแท้แล้วการปฏิบัติเช่นนั้นเป็นการรับทุกข์ทรมานยิ่ง
63 ถามการรักษาศีลของวัชรยานจะต้องปฏิบัติอย่างไรจึงจะไม่ผิดศีล
ตอบ ศีลวัชรยานนั้นเยอะมากจนจำได้ไม่หมดถ้าไม่ระมัดระวังเพียงแวบเดียวก็อาจจะผิดศีลได้ ดังนั้นในผู้ปฏิบัติวัชรยานต้องกำหนด กาย วาจา ใจ ให้อยู่ในความดีตลอดเวลา ทั้งจิตสำนึกและการปฏิบัติให้กระทำเพื่อสรรพชีวิต ต้องไม่คิดเลยว่าจะทำการเพื่อตนเอง นี่ก็คือการรักษาศีล ระลึกเหมือนไม่ระลึก บำเพ็ญเหมือนไม่บำเพ็ญ บรรลุเหมือนไม่บรรลุ นี่จึงเป็นการรักษาศีลวัชรยานชั้นสูงอย่างแท้จริง
64 ถามการถือศีลมีการแบ่งขั้นใหญ่เล็กหรือไม่
ตอบ ศีลในพุทธศาสนามีแบ่งเป็นกลุ่ม เช่นศีลอรหันต์ ศีลโพธิสัตว์ ศีลมหาวัชรยาน การตั้งปณิธานในการรับศีลและจะปฏิบัติจนกว่าชีวิตหาไม่ก็คือศีลอรหันต์ การตั้งจิตรับและถือศีลแทนสรรพชีวิต จนตนเองบรรลุสู่ความเป็นพระโพธิสัตว์นั้นจัดอยู่หมวดการถือโพธิสัตว์ศีล การตั้งจิตรับและถือศีลแทนสรรพชีวิต ตราบใดที่ยังคงมีวัฏฏะสงสารอยู่ ตราบนั้นเราจะยังปฏิบัติศีลอยู่โดยไม่ละเมิดนั้นคือการถือศีลมหาวัชรยาน
65 ถามหอยสังข์*ว065ซึ่งเป็นหนึ่งในแปดสิ่งที่ใช้ในการถวายพุทธบูชานั้นมีความหมายใด
ตอบ ในช่วงที่พระพุทธองค์ทรงพระชนม์ชีพอยู่ ในการประทานพรแก่ผู้มาขอพรเพื่อให้เกิดมงคลใด พระพุทธองค์จะมอบหอยสังข์ซึ่งพระพุทธองค์ได้อธิฐานจิตประทานพรอันเป็นมงคลให้ไป ฉะนั้น การที่เราถวายหอยสังข์เป็นพุทธบูชา ก็ด้วยความหมายว่าเราจะได้รับพรอันเป็นมงคลจากพระพุทธองค์
66 ถามสิ่งของซึ่งถวายพุทธบูชา ถวายมาก ถวายน้อย ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามพิธีการหรือไม่ อานิสงส์ที่ได้มากน้อยต่างกันด้วยหรือไม่
ตอบ พระพุทธเจ้า และพระโพธิสัตว์ทั้งปวงทรงพระเมตตา ท่านไม่ได้ถือสา กำหนดหรือวัดปริมาณ อะไรก็ได้อย่างไรก็ได้ ขอให้บูชาด้วยจิตผลที่ได้ก็สมบูรณ์ แต่ในการบูชาธรรมบาลมีรูปแบบ พิธีการ ชัดเจนแน่นอนและต้องมีการปฏิบัติที่ถูกต้องทั้งรูปแบบและพิธีการ ถ้ากระทำได้ถูกต้องผลบุญที่ได้จะมาก
67 ถามศีลห้ามดื่มเหล้าถือเป็นศีลสำคัญข้อหนึ่งในพุทธศาสนา แต่ในวัชรยานมีการถวายเหล้าเป็นพุทธบูชาด้วยเหตุใด
ตอบ สภาวะจิตพุทธะนั้นมันไม่ได้อยู่ที่สิ่งของซึ่งเข้ามาเกี่ยวพันด้วย มันอยู่ที่ความสะอาดหรือไม่สะอาดของจิตเอง การมองสิ่งของต่างๆก็เหมือนกัน จิตของปุถุชนทั่วไปมองเหล้าเป็นเหล้าก็คือเหล้า พวกอสุระมองเหล้าเป็นอาวุธเหล้าก็เป็นอาวุธ เปรตมองเหล้าเป็นไฟเหล้าก็เป็นไฟ พุทธะมองเหล้าเป็นน้ำอมฤตเหล้าก็เป็นน้ำอมฤตเพื่อใช้ในการโปรดสัตว์ ทั้งหลายทั้งปวงอยู่ที่จุดของผู้เกี่ยวข้อง เช่นกันในอาหารก็เกิดมุมมองเช่นเดียวกัน ในจิตปุถุชนอาหารที่เข้าปากเป็นสิ่งซึ่งสะอาด สิ่งซึ่งขับถ่ายออกมาเป็นซึ่งสกปรก ดังตัวอย่าง โบราณกาลในทิเบตมีพี่น้องสองคน พี่ชายร่ำรวยศึกษาธรรมในสายพระสูตร ส่วนน้องชายยากจนศึกษาธรรมวัชรยานตันตระ ในวันเทศกาลปีใหม่ พี่น้องทั้งสองได้มาร่วมกันทำพิธีถวายพุทธบูชา พี่ชายผู้ร่ำรวยได้จัดข้าวของ อาหารอย่างดีในพิธีพุทธบูชา และก็คิดว่าปีนี้เราได้ถวายสิ่งที่ดีกว่าและมากกว่าเพื่อเป็นพุทธบูชา เราจะต้องได้บุญกุศลมากมายกว่าคนอื่นๆผลบุญคงทำให้เราได้บรรลุมรรคผลง่ายและก่อนผู้อื่น ส่วนน้องชายซึ่งยากจนได้นำสิ่งปฏิกูลมาถวายเป็นพุทธบูชาและได้ส่งเสียงอธิฐานว่า พุทธเจ้าทั้งปวงไม่มีจิตซึ่งแบ่งแยกในสรรพสิ่ง ตัวข้าพเจ้ายากจนไม่มีเงินทองที่จะหาสิ่งของมาถวายบูชาขอถวายด้วยใจก็แล้วกัน พระพุทธเจ้าและหมู่พระโพธิสัตว์ในเบื้องบนนภากาศก็ได้เปล่งเสียงว่านี่แหละคือศิษย์แห่งพระตถาคตที่แท้จริง ตถาคตไม่ได้มองว่าสิ่งของนั้นเป็นอะไร ผู้ให้ ให้ด้วยจิตที่ใสสะอาดของนั้นก็สะอาด พี่ชายซึ่งได้เห็นได้ยินก็เกิดสำนึกได้ว่าน้องชายของตนนั้นได้บำเพ็ญจนบรรลุมรรคผลไปนานแล้ว การปฏิบัติการในครั้งนี้ที่จริงแล้วน้องชายกระทำการเพียงเพื่อต้องการบอกให้พี่ชายได้ตะหนักว่าสรรพสิ่งบริสุทธิ์หรือไม่อยู่ที่จิตของตนเองเท่านั้น ผู้ปฏิบัติวัชรยานใช้เหล้าเป็นพุทธบูชาได้ถูกชาวพุทธนิกายสูตระทั้งหลายโจมตีมาอย่างต่อเนื่องว่าได้นำสิ่งมึนเมาสิ่งไม่ดีมาถวายเป็นพุทธบูชาเป็นการไม่สมควร ในวัชรยานถือว่าเหล้าเป็นน้ำอมฤตที่ดีที่สุดในการถวายแด่องค์ยีตัมและธรรมบาล ผู้ปฏิบัติวัชรยานการถวายเหล้าเป็นพุทธบูชาต้องถวายด้วยจิตอันใสสะอาด หากแม้นถวายด้วยความประสงค์ว่าเมื่อพิธีเสร็จแล้วจะได้ดื่มเองนั้นถือเป็นความผิดที่รุนแรง ในผู้ปฏิบัติวัชรยานซึ่งยังไม่บรรลุมรรคผลห้ามในการดื่มเหล้า แต่ถ้าจำเป็นต้องกินเหล้าไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ต้องมีปริมาตรไม่เกิน ขนาดของเมล็ดแตงโม ในผู้บรรลุมรรคผลแล้ว ไม่มีสุรายาเมาอยู่ในโลก แม้ดื่มเหล้าเป็นร้อยลิตรก็ไม่เมา ดังเช่น วิทยธาราดรุบวังท่านเคย ดื่มโชว์ให้ศิษย์ได้ดู การดื่มเหล้าด้วยความอยากกินเอง หรือกินเนื้อสัตว์เพราะติดใจในรสชาติของเนื้อสัตว์ ล้วนเป็นการผิดศีลทั้งสิ้น สรรพชีวิตเป็นสรรพชีวิตก็เพราะมีสามพิษเกี่ยวข้องและสามพิษก็เป็นสามพิษซึ่งส่งผล พระพุทธเจ้าเป็นพระพุทธเจ้า แม้มีสามพิษเกี่ยวข้องแต่สามพิษมิได้เป็นสามพิษและไม่ให้ผลเช่นอย่างไร
68 ถามศีลพระโพธิสัตว์ห้ามการกินเนื้อสัตว์ ในการปฏิบัติวัชรยานมีการถวายอาหารคาวและเนื้อสัตว์เป็นพุทธบูชาและก็ไม่ห้ามผู้ปฏิบัติวัชรยานกินเนื้อสัตว์ด้วยเพราะเหตุใด
ตอบ การกินเนื้อสัตว์โดยที่ไม่ยินดีและเอร็ดอร่อยในสิ่งที่กินนั้น เป็นข้อปฏิบัติของผู้ปฏิบัติทุกยานทุกนิกาย การที่ผู้ถือมังสะ-วิรัตกล่าวว่า การกินเนื้อให้โทษผิดศีลเพราะว่าต้องทำลายชีวิตสัตว์ ขอถามว่าผู้ถือมังสะวิรัตไม่กินข้าวไม่กินน้ำได้หรือไม่ การได้ข้าวมาแต่ละเมล็ดต้องใช้แรงงานของสัตว์ต้องทรมานสัตว์ และต้องเหยียบย่ำทำลายชีวิตสัตว์เล็กสัตว์น้อยในดินขณะทำการเพาะปลูกไปมากน้อยเท่าใดในน้ำก็เช่นกันมีจุลชีพอยู่มากมาย การคิดว่าตนเองถือมังสะวิรัตแล้วมีความบริสุทธิ์มากกว่าผู้อื่นเป็นความคิดที่ไม่สมควร การเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในวัฏฏะสงสารนั้นเป็นการยากที่จะไม่สร้างกรรม สิ่งสำคัญคือการรู้ตัวเอง การมีความละอายต่อบาป ว่าในทุกขณะที่ชีวิตเราดำรงอยู่ได้มีการเบียดเบียนสรรพชีวิตตลอดเวลา เราจึงต้องประกอบบุญกุศลเป็นประจำเพื่อชดใช้คืนสรรพชีวิต เพื่อให้สรรพชีวิตที่ถูกเราเบียดเบียนได้ยกระดับของจิตวิญญาณยกภูมิของสรรพชีวิตเหล่า นั้นให้สูงขึ้นจนสู่ภูมิแห่งมนุษย์และสำเร็จมรรคผลในที่สุด ในผู้ถือมังสะวิรัตก็ควรมีมโนปฏิบัติเช่นเดียวกันนี้ ในผู้ปฏิบัติวัชรยานไม่ห้ามในการกินเนื้อสัตว์ แต่ก็มีกฎข้อห้ามอยู่มากมาย กินเพราะอยากกินสั่งให้คนหาให้กิน สั่งให้คนฆ่าให้กิน สอนคนไปฆ่าเพื่อจะได้กิน ฯลฯ การฆ่าสัตว์ถือว่าผิดแน่นอนไม่ว่าด้วยกรณีใดๆ แต่ในผู้บรรลุมรรคผล สามารถนำพาสรรพชีวิตนั้นไปสู่ในที่สูงกว่าโดยฉับพลันหรือฆ่าได้ก็ชุบชีวิตได้ ไม่ถือว่าเป็นกรรม การกระทำใดๆของผู้บรรลุพุทธภาวะเป็นไปเพื่อความหลุดพ้นทุกข์ของสรรพชีวิตเท่านั้น การกระทำใดๆเป็นเพียงมรรควิถีหรืออุปายะ
69 ถามการสักการบูชาของวัชรยาน ควรสักการบูชาอย่างไร ให้ได้บุญบารมีสูงสุด ขอโปรดได้ชี้แจง
ตอบ วัชรยานจากตื้นสู่ลึก จากเล็กแล้วถึงใหญ่แบ่งออกเป็น 4 ส่วน การสักการบูชาทำได้มากมาย วัชรยานในส่วนตื้นใช้ความเคร่งครัดน่าเกรงขามของพุทธสถานและสักการะด้วยของมีค่าสวยงาม เพราะสถานที่สักการะอันความเคร่งขรึมน่าเกรงขามและเครื่องสักการบูชาเป็นของดีมีค่าสวยงาม สามารถทำให้ผู้ปฏิบัติเกิดความปิติยินดีขึ้น จิตมีความเลื่อมใสอย่างลึกซึ้ง ศรัทธาจิตจะพัฒนาขึ้นและทำให้ผู้พบเห็นเกิดความเคารพเลื่อมใส พลอยยินดีเกิดศรัทธาจิตปรารถนาแรงกล้ามากขึ้นในการปฏิบัติธรรม จึงมีอานิสงส์มหาศาล ส่วนมหาวัชรยานไม่มีพุทธสถานที่เคร่งครัดน่าเกรงขามเท่าใดๆนัก ถ้ากระทำในพุทธสถานมีเครื่องสักการะที่ดีสวยงามก็ยิ่งดี ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไรวิธีการ สักการบูชาแบ่งได้ 3 ประเภท
1 ดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศทั่วทศทิศเป็นเครื่องบูชาเรียกว่าการสักการบูชาภายนอก
2 ถวายชีวิตร่างกายบุตรภรรยาครอบครัวญาติมิตรสมบัติพัสถานเป็นเครื่องบูชาเรียกว่าการบูชาภายใน
3 ใช้ความกตัญญูต่อบิดามารดา ศรัทธาต่อองค์คุรุโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ เชื่อมั่นอย่างสูงสุดในวัชรธรรมและพัฒนาขึ้นโดยไม่วันเบื่อหน่าย โปรดสรรพชีวิตทั้ง 6 ภพ หมื่นอาชีพ ให้พ้นทุกข์อย่างเท่าเทียมกันหมด รักษาศีลโดยไม่ละเมิดแม้แต่น้อย ในทุกขณะจิตไม่ลืมโพธิจิต ต้องการรับทุกขเวทนาแทนเหล่าสรรพชีวิต อุทิศบุญบารมีทั้งปวงแก่สรรพชีวิต
ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นบ่อเกิดแห่งพุทธจิต การถวายพุทธจิตถึงเป็นการถวายบูชาอันสูงสุด บุญบารมีที่ได้รับสูงสุดสุดประมาณ คือข้าคือพุทธะ พุทธะคือข้า จิตข้าคือพุทธะ พุทธะคือจิต ทั้งคนทั้งธรรมล้วนว่างเปล่า ธรรมชาติแห่งจิตเดิมบริสุทธิ์และว่างเปล่า มีพุทธสถานมีเครื่องสักการบูชาก็ดี ไม่มีพุทธสถานเครื่องบูชาก็ดี ปฏิบัติธรรมขั้นตื้นรูปแบบพิธีการยิ่งมากมายเคร่งครัด ปฏิบัติมหาธรรมยิ่งใหญ่และลึกซึ้งขึ้นเท่าไร ยิ่งเรียบง่ายมากขึ้นเท่านั้น หากแม้จัดวันที่สำคัญควรแก่การทำการสักการบูชา ทุกวันที่ 8 ของเดือนเป็นวันที่ระลึกของเหล่าวัชรธรโพธิสัตว์บุรุษทั้งหลายโปรดสรรพชีวิต การกระทำบูชาในวันนี้ได้อานิสงส์ทวีคูณขึ้นอย่างมหาศาล อีกวันคือวันที่ 25 ของทุกเดือน เป็นวันที่ระลึกโปรดสรรพชีวิตของเหล่าฑากิณี และวันที่บรรลุสรรพธรรม ระลึกในการโปรดสรรพชีวิตของคุรุปัทมสมภพ ในทุกวันที่ 10 ของเดือน อานิสงส์ทวีคูณขึ้นอย่างมหาศาล หากได้ทำการสักการบูชา
70 ถามการมนตราภิเษกมีกี่ประเภท บุญบารมีในการมนตราภิเษก เป็นอย่างไรและมีข้อจำกัดในการเข้ารับการมนตราภิเษกเช่นไร
ตอบ ธรรมพิธีมนตราภิเษกนั้นมากมายอาจแบ่งได้เป็น
1 มนตราภิเษกกาย (วังกูร์)
2 มนตราภิเษกวัชรตันตระ (ซังวัง)
3 มนตราภิเษกปัญญา (เซรับจิวัง)
4 มนตราภิเษกคำสอนอันมีค่า (ซิควัง ริมโปเช)
การมนตราภิเษกในแต่ละขั้นตอนล้วนได้รับบุญบารมีเท่าเทียมกันหมด สุดประมาณได้ ผู้ปฏิบัติวัชรธรรมถ้าไม่ได้รับการมนตราภิเษกก็ไม่สามารถเข้าบำเพ็ญปฏิบัติได้ ดังตัวอย่างการตั้งองค์ชายให้เป็นรัชทายาทผู้สืบทอดราชบังลังก์ต่อไป ส่วนอานิสงส์ในการมนตราภิเษกวัชรยานคือการที่พุทธศาสนิกชนทั่วไปได้เลื่อนเป็นพุทธะบุตร รับพลังอำนาจในการเข้าสู่พุทธะภูมิ การมนตราภิเษก กาย วาจา ใจ และปัญญา คือการมอบอำนาจและวิธีการในการ กระทำ การพูด การคิด และปัญญาในการบรรลุช่วยให้เห็นถึงตัวอย่างของสภาวะจิตนิพพานที่บังเกิด ข้อจำกัดในการรับมนตราภิเษก การมนตราภิเษกธรรมแห่งพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ผู้ทรงมหาเมตตามีข้อปฏิบัติน้อยกว่า ทุกคนล้วนสามารถเข้าร่วมได้ แต่ในการมนตราภิเษกวัชรธรรมมีข้อจำกัดมาก มิอาจให้ทุกคนเข้ารับได้ ต้องเป็นเฉพาะศิษย์ที่ได้รับเลือกจากพระอาจารย์แล้วเท่านั้น
71 ถามในพิธีการมนตราภิเษกหากมีเด็กเข้าร่วมด้วย แต่เด็กวิ่งเล่นกระจองอแงจะเป็นอุปสรรคต่อความศักดิ์สิทธิ์แห่งพิธีกรรมหรือไม่
ตอบ ไม่เป็นอุปสรรคเลย สรรพสำเนียงทั้งปวง เสียงเด็ก เสียงนกกา เสียงลม เสียงสัตว์ร้อง เสียงคนพูดคุย หรือแม้แต่เสียงสวดมนต์ล้วนเป็นสำเนียงแห่งธรรมชาติ ในวัชรตันตระธรรมถือว่าเป็นเสียงแห่งพุทธะ
72 ถามสถานที่ปฏิบัติธรรมดีหรือไม่ดีมีส่วนเกี่ยวข้องส่งเสริมความสำเร็จในการปฏิบัติธรรมหรือไม่
ตอบ มีความเกี่ยวข้องแน่นอนสำหรับผู้ปฏิบัติธรรมทั่วไป เช่นภูเขาพู้ถ่อซัว เป็นสถานที่บรรลุมรรคผลของพระโพธิสัตว์กวนอิม อู่ไถ่ซัว, ง๊อไบ่, จิ้วฮั่ว เป็นดินแดนที่พระโพธิสัตว์มัญชุศรี พระสมัตรภัทร พระกษิติครรภ์ บรรลุธรรม ที่เหล่านี้เป็นสถานที่สวยงามและแน่นอนย่อมได้พลังแห่งพุทธะปกคลุมย่อมทำให้ผู้ปฏิบัติคล้อยตามบรรลุผลได้ง่ายขึ้น แต่ในผู้บำเพ็ญมหาวัชรตันตระธรรม พุทธะคือข้า ข้าคือพุทธะ ทุกสถานที่ของข้าคือพุทธสถาน ดังนั้นทุกสถานที่จึงไม่แตกต่างกัน
73 ถามในการปฏิบัติธรรมในพุทธเจ้าหรือพระโพธิสัตว์องค์หนึ่งๆควรจะใช้ปะคำภาวนาในแต่ละแบบหรือไม่
ตอบ ในโบราณกาลผู้บำเพ็ญมักใช้พลังแห่งวัตถุธาตุเพื่อหนุนเสริมพลังของผู้ปฏิบัติ ดังเช่นผู้ปฏิบัติธรรมพระโพธิสัตว์กวนอิม จะใช้ปะคำทำด้วยแก้วคริสตัลและเมล็ดโพธิ์ หรือผู้ปฏิบัติธรรม อมิตายุสโพธิสัตว์ จะใช้ปะคำทำจากปะการังและเมล็ดโพธิ์ ผู้ปฏิบัติวัชระสัตต์โตใช้ปะคำเพชรและเมล็ดโพธิ์ ธรรมะอันมากมายเช่นกันปะคำก็มีมากชนิด มีปะคำประเภทเดียวที่ใช้ในการปฏิบัติทุกๆธรรมคือปะคำที่ทำจากเมล็ดโพธิ์เนตรหงส์ที่ให้พลังในการหนุนเสริมเท่าเทียมกัน
74 ถามผู้ปฏิบัติธรรมทั่วไปมักกังวลและกลัวในอุปสรรคความยากลำบากที่เกิดขึ้นในห้วงแห่งการปฏิบัติจะแก้ไขอย่างไร
ตอบ ผู้ปฏิบัติในนิกายสูตระทั้งปวงย่อมเป็นเช่นนั้น แต่ในการปฏิบัติพุทธวัชรตันตระธรรม ทุกข์ยิ่งมากยิ่งลำบากมากยิ่งดี *ว074ดังเช่นต้นไม้ใหญ่กิ่งก้านใบยิ่งมาก ลูกยิ่งดก
75 ถามเมื่อเริ่มสวดมนต์จิตเตลิดดุจม้าป่ายากที่จะสงบควรปฏิบัติอย่างไร
ตอบ จิตถึงที่ใด วิญญาณถึงที่นั่น การภาวนาให้ตั้งจิตในอักขระที่ภาวนาเพ่งพิจารณาในอักขระแต่ละตัวให้ชัดเจน จิตก็ไม่เตลิดไปไหน
76 ถามการสวดมนต์โดยตั้งจิตที่จะปฏิบัติเพื่อให้อานิสงส์เกิดแด่สรรพชีวิตทั้งปวงแล้วจึงเริ่มสวดมนต์เช่นนี้ถูกต้องหรือไม่
ตอบ แน่นอนการปฏิบัติธรรมทุกชนิด เพื่อสรรพชีวิตทั้งปวง อานิสงส์ที่สะท้อนกลับมายิ่งมากมายมหาศาล เป็นหลักการอันสำคัญของวัชรยาน ที่เรียกว่าหลักโพธิจิต
77 ถามในวัฒนธรรมการหมุนล้อธารณี*ว077กับการสวดธารณีด้วยปากได้อานิสงส์แตกต่างกันหรือไม่
ตอบ การใช้มือหมุนล้อธารณี ตั้งจิตอยู่ในธารณี อานิสงส์ที่ได้ไม่แตกต่างกับการสวดธารณี วัฒนธรรมของชาวทิเบต เมื่อคนที่อายุ 40 ปีขึ้นไปแล้วยังไม่มีกงล้อมนต์ถือหมุน ผู้พบเห็นและมีก็จะมอบให้ เพื่อให้เป็นเครื่องเตือนใจว่า อายุขัยเร่งรัดมาแล้ว เวลาเหลือน้อยแล้ว ต้องเร่งเพียรปฏิบัติ
78 ถามผู้ปฏิบัติธรรมโดยการภาวนาธารณีจะมีธรรมบาลพิทักษ์รักษาปกป้องตนอยู่ใช่หรือไม่
ตอบ คนที่ปฏิบัติแม้เพียงระลึกถึงอักขระ อา เพียงตัวเดียว ก็จะได้รับการพิทักษ์จากธรรมบาลทั้งปวง นับประสาอะไรกับผู้ภาวนาธารณี ถือปฏิบัติวัชรธรรม เทพธรรมบาลจะคอยพิทักษ์รักษาอยู่ตลอดเวลาไม่ห่างกาย เพียงแต่ผู้ปฏิบัติยังมีฌานไม่ลึกล้ำพอที่จะรับรู้ได้ด้วยตนเอง
79 ถามอยู่ในที่ไม่สะอาดสวดภาวนาชื่อพระพุทธหรือสวดธารณีไม่ทราบว่าจะเป็นการไม่เคารพหรือไม่
ตอบ การแบ่งแยกเป็นจิตสามัญของสรรพชีวิต ในจิตแห่งผู้บรรลุมิได้มีการแบ่งแยก ยิ่งบรรลุธรรมสูงขึ้นเท่าใดการแบ่งแยกยิ่งน้อยลงเท่านั้น เว้นแต่การสวดภาวนาคาถาในองค์ยีตัม*ว079และธรรมบาล ซึ่งมีข้อห้ามข้อจำกัดที่จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง
80 ถามหากตื่นขึ้นตอนเช้ายังไม่ได้ล้างหน้าทำความสะอาดจะสามารถไหว้พระสวดมนต์ได้หรือไม่
ตอบ ผู้ปฏิบัติวัชระยาน ไม่ว่าขณะใดจิตพุทธะคือจิตตน ดังนั้นจึงไม่มีขณะใดที่สะอาดหรือขณะใดไม่สะอาด ดังตัวอย่างการคำนวณพิสูจน์มุมใดมุมหนึ่งอีกสามมุมย่อมรู้ได้ ข้อสำคัญคือ โพธิจิตและจิตพุทธะ
81 ถามเคยได้ยินคนพูดว่า ผู้บำเพ็ญวัชรธรรม ไม่ว่าจะสวดภาวนาคาถาหัวใจต้องได้รับการมนตราภิเษกถ่ายทอดจากพระวัชราจารย์ด้วยตนเอง จึงสามารถสวดภาวนาได้ไม่เช่นนั้นจะถือเป็นการลักขโมยธรรม ไม่เพียงให้คุณแต่กลับให้โทษ ไม่ทราบว่ามีเหตุผลเช่นไร
ตอบ สวดภาวนาคาถาที่ผ่านการถ่ายทอดโดยพระวัชราจารย์ผู้ปฏิบัติจะได้รับบุญบารมีมากมาย แต่หากปฏิบัติโดยไม่ได้รับการถ่ายทอดจากพระวัชราจารย์แล้วบุญบารมีจะได้น้อย ส่วนโทษทัณฑ์ในการขโมยธรรมพระสูตรพระคัมภีร์ใดๆไม่เคยมีการระบุไว้ พระพุทธเจ้าทั้งทศทิศมีเมตตาจิต แต่สิ่งที่แตกต่างกันนั้นอยู่ที่บุญบารมีที่ได้รับ ในผู้ที่มีปณิธานในการปฏิบัติแต่ไม่สามารถหาพระอาจารย์ถ่ายทอดธรรมให้ได้สามารถได้รับการยกเว้นให้ปฏิบัติได้ โดยการตั้งองค์พุทธะนั้นระลึกด้วยความศรัทธามั่นกราบนมัสการแล้วสวดคาถาท่าน 3 ครั้งตั้งมโนว่าท่านได้ถ่ายทอดธรรมนั้นแก่เราแล้ว จึงนำไปปฏิบัติได้ แต่ห้ามมิให้ไปถ่ายทอดต่อให้ผู้ใด ให้เริ่มต้นโดยการตั้งจิตขอรับจากพระพุทธเจ้า หรือพระโพธิสัตว์เจ้าของธรรมวิธีนั้นโดยตรงแต่ก็จำกัดให้เฉพาะธรรมะทั่วๆไปเท่านั้น ยกเว้นธรรมวิธีชั้นสูงที่ห้ามนำไปปฏิบัติด้วยตนเองอย่างเด็ดขาด ต้องได้รับการมนตราภิเษกและมีพระอาจารย์คอยดูแล
82 ถามการสวดภาวนาชื่อพระพุทธเจ้าหรือภาวนาคาถาหัวใจมีบุญบารมีอย่างไร
ตอบ การสวดภาวนาชื่อพระพุทธเจ้าหรือภาวนาคาถาหัวใจมีบุญบารมีอย่างมากมายมหาศาล กรรมทั้งปวงในสรรพชีวิตมีแหล่งกำเนิดจากกาย วาจา ใจ ดุจดังเสื้อผ้าที่สวมใส่ย่อมสะสมสิ่งสกปรกไว้ หากไม่ได้ซักล้างก็จะสกปรกมากขึ้นไปเรื่อยๆ การซักล้างย่อมทำให้เสื้อผ้าสะอาดได้ เพียงแต่ต้องขยันซักล้างทุกครั้งที่ได้สวมใส่ กายวาจาใจก็เช่นกันมีการใช้งานตลอดเวลา จึงต้องมีการชะล้างอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน การสวดภาวนาเป็นวิธีการหนึ่งในการชำระล้างกายวาจาใจ เมื่อกรรมทั้งปวงซึ่งเปรียบดังสิ่งปฏิกูลถูกชำระล้างแล้ว แหล่งกำเนิดทั้งสามก็ใสสะอาดการบรรลุพุทธะก็บังเกิดขึ้น
83 ถามจตุสรณะในวัชรยานมีความหมายอย่างไร
ตอบ จตุสรณะ ก็คือไตรสรณะซึ่งเพิ่มการขอคุรุให้เป็นสรณะอีกหนึ่ง อันมีลามะสรณะ พุทธสรณะ ธรรมสรณะ สังฆสรณะ
84 ถามการภาวนาถึงจตุสรณะ มีบุญบารมีอย่างไร
ตอบ จตุสรณะเป็นรากฐานของผู้ปฏิบัติวัชรยาน บุญบารมีได้อย่างสุดประมาณได้ มีนิทานเรื่องหนึ่งจะเล่าให้ฟัง ในครั้งกระโน้น ในทิเบต มีชายผู้หนึ่งศรัทธาในพุทธศาสนาและได้สวดภาวนาจตุสรณะเป็นประจำเกือบตลอดเวลา สร้างความไม่พอใจ ขวางตาผู้ไม่ได้เป็นชาวพุทธหลายคนที่อยู่ในบริเวณเดียวกันนั้น พวกเขาจึงปรึกษาวางแผนที่จะทำร้ายชายชาวพุทธนั้น แต่ด้วยกฎหมายของทิเบตนั้นแรงมากในเรื่องการฆ่าคนตาย จึงไม่กล้าลงมือทำร้ายชายชาวพุทธกับมือตนเอง แผนการก็คือจะหลอกล่อให้ชายผู้ศรัทธาไปให้เสือแม่ลูกอ่อนกิน ถ้ำเสืออยู่ในซอกหุบเขาบนเขามีต้นไม้โบราณยื่นกิ่งก้านออกไปถ้าปีนต้นไม้ขึ้นไปก็สามารถมองเห็นเสือแม่ลูกอ่อนได้อย่างชัดเจน กลุ่มผู้วางแผนได้แอบไปเลื่อยกิ่งไม้แล้วพรางไว้ แล้วก็ไปชักชวนให้ชายชาวพุทธนั้นไปดูเสือด้วยกันและเว้นกิ่งไม้ที่เลื่อยพรางไว้เพื่อให้ชายผู้นั้นปีนขึ้นไปเมื่อชายผู้ศรัทธานั้นปีนขึ้นไปกิ่งไม้ก็หักตกลงไปในถ้ำเสือ ในเวลานั้นแม่เสือออกไปหาอาหารพอดี ชายผู้ศรัทธานั้นกลัวเป็นอันมากแต่ก็ไม่สามารถทำประการใดได้ด้วยหน้าผาสูงชันไม่มีทางปีนป่ายออกไปได้ แต่ด้วยความเคยชินเมื่อไม่มีทางอื่นก็สำรวมจิตนั่งลงภาวนาเพื่อรอให้ตนเป็นอาหารของเสือต่อไป ไม่นานนักแม่เสือก็ลากเหยื่อกลับมา ชายผู้นั้นกลัวมากแต่ก็ได้แต่หลับตาภาวนาคาถาจตุสรณะรอให้เสือมาขย้ำ แม่เสือตอนแรกที่เห็นคนก็แสดงอาการดุร้าย จ้องจะเข้าจู่โจมสักครู่ต่อมาก็คลายความดุร้ายลง และลากซากสัตว์ที่ล่ามาได้ไปให้ลูกของตนกินโดยไม่สนใจชายผู้นั้น วันที่ 2 แม่เสือออกไปล่าเหยื่ออีก แต่ดูแล้วรู้สึกว่าแม่เสือไม่ดุร้ายเช่นเดิมอีก ชายผู้ศรัทธายังคงสวดภาวนาอยู่ตลอดเวลาในใจก็คิดว่าวันนี้ถ้าแม่เสือไม่ได้เหยื่อมาด้วยความหิวก็คงไม่พ้นที่จะจัดการตนเป็นอาหาร เมื่อแม่เสือกลับมาและได้เหยื่อกับมาป้อนลูกดังเมื่อวาน วันที่ 3 แม่เสือยังคงได้เหยื่อกลับมาและยังได้ใช้เท้าเขี่ยเนื้อก้อนหนึ่งมาให้ชายผู้ศรัทธานั้นได้กินด้วย เสือและคนจึงอยู่ด้วยกันอย่างกลมเกลียวชายผู้นั้นก็ไม่อดตายเพราะเสือแบ่งเนื้อให้กิน จนวันที่ 5 ก่อนที่แม่เสือจะออกจากถ้ำ ได้มาหมอบที่หน้าชายผู้นั้นและใช้หางสะกิดเท้าชายผู้นั้นแล้วชี้มาที่หลังตน ชายผู้นั้นก็เข้าใจและขึ้นขี่หลังแม่เสือ แม่เสือได้นำชายผู้นั้นออกจากถ้ำและส่งออกมาจนชายผู้นั้นกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย กลุ่มผู้วางแผนร้ายซึ่งไม่ใช่ชาวพุทธเห็นชายชาวพุทธนั้นกลับมาบ้านอย่างปกติ ก็ตื่นตกใจเป็นอย่างยิ่งและสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น หลังจากฟังเรื่องราวแล้วพวกเหล่านั้นก็หันกลับมาเลื่อมใสศรัทธาในพุทธศาสนาและดำเนินตามชายชาวพุทธคนนั้นอย่างเคร่งครัด
85 ถามการภาวนาอักขระมหาวิทยาศักดิ์สิทธิ์หกคำของพระโพธิสัตว์กวนอิมได้บุญบารมีอย่างไร ตอบ โอม.มา.นี.เป.เม.โฮง. อักขระมหาวิทยาศักดิ์สิทธิ์หกคำของพระโพธิสัตว์กวนอิมเป็นจิตมุทราอันเลิศล้ำ การสวดภาวนาได้บุญบารมีอันประมาณค่ามิได้ เป็นที่สรรเสริญของพุทธะทั่วทศทิศ การเขียนอักขระศักดิ์สิทธิ์หกคำดุจดังการเขียนพระไตรปิฎก (กันจูร์) ดับอวิชชาเปิดปัญญาสู่มรรคผล พระอรรถกถาธรรม (เตน.จูร์.) ของทิเบตได้บันทึกไว้ว่าอานิสงส์ของอักขระศักดิ์สิทธิ์หกคำมี 10 อย่างดังนี้
1 ขจัดเภทภัยจากภูตผีปีศาจทั้งปวง
2 ขจัดโรคภัยจากความหนาวร้อนของดินฟ้าอากาศ
3 ช่วยให้ผ่านพ้นความทุกข์ที่เกิดจากน้ำไฟ
4 ดำรงตนด้วยบุญวาสนา อายุวัฒนะ
5 ขจัดรากเหง้าของความทุกข์ คือ โลภ โกรธ หลง
6 ขจัดความชั่วทั้งปวง ปิดหนทางสู่การกระทำผิดศีล
7 ขจัดอุปสรรคทั้งหลายในการบรรลุโพธิทศภูมิ
8 ภาวนาหนึ่งแสนจบ สามารถปิดทวารทั้งสาม
9 ภาวนาหนึ่งล้านจบสามารถโปรดสรรพชีวิตทั้ง 6 ภพภูมิ
10 ภาวนาสิบล้านจบขึ้นไปบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณอย่างไม่ต้องสงสัย
86 ถามบางครั้งทำไมมหาวิทยาอักขระศักดิ์สิทธิ์หกคำจึงมีเจ็ดคำ ต่างกันหรือไม่
ตอบ อักขระศักดิ์สิทธิ์หนึ่งคำที่เพิ่มขึ้น คือ ฮรี เป็นอักขระประจำองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมหรือเรียกง่ายๆว่าเป็นตราประจำตระกูล
87 ถามบุญบารมีจากการภาวนามหากรุณาธารณีและมหาวิทยาอักขระศักดิ์สิทธิ์หกคำแตกต่างกันหรือไม่
ตอบ ไม่แตกต่างกัน มหากรุณาธารณีเป็นคาถายาว มหาวิทยาอักขระศักดิ์สิทธิ์หกคำเป็นคาถาหัวใจ และก็ถือว่าเป็นคาถาหัวใจของมหากรุณาธารณีด้วย คาถายาวมีความหมายถึงการสรรเสริญอ้อนวอนขอให้พระโพธิสัตว์ท่านเมตตากรุณาโปรดสรรพชีวิต ดุจดังผู้น้อยอ้อนวอนขอให้ผู้ใหญ่ช่วย พระโพธิสัตว์กวนอิมท่านเปี่ยมด้วยโพธิจิต ท่านไม่แบ่งแยกสรรพชีวิตทั้งปวง เมื่อขอก็ให้ ส่วนการสวดคาถาหัวใจ ดุจดังการขอตรงๆทื่อๆผู้ขอต้องมั่นใจในศรัทธาของตนต่อพระโพธิสัตว์ท่าน หรืออีกนัยหนึ่งในการปฏิบัติวัชรยาน มโนจิตที่สำคัญข้อหนึ่งคือ พระโพธิสัตว์คือข้า ข้าคือองค์พระโพธิสัตว์ การสวดคาถาหัวใจคือการปฏิญาณว่าข้าจะช่วยเหลือสรรพชีวิตผู้ตกทุกข์ทั้งปวง ปฏิบัติดังพระโพธิสัตว์ท่านปฏิบัติ และท้ายสุดปลดเปลื้องทุกข์แก่ร่างเดิมของตนให้บรรลุพุทธะภาวะด้วย
88 ถามปฏิบัติภาวนาในองค์พระพุทธมารดรฉัตรขาว(ภาษาสันสกฤต อุศนิศสิตตาปทรา) (ภาษาจีน แปะซั่วไก่ฮุกบ๊อ) (ภาษาทิเบต พักมา ตุกการ์) มีบุญบารมีอย่างไร
ตอบ บำเพ็ญธรรมพระพุทธมารดรฉัตรขาวได้บุญญามหาเดชาบารมีอันประมาณมิได้ ศัตรูผู้ปองร้ายหลบลี้หนีหน้า ปกป้องจากคุณไสย คำสาปแช่งอวิชชาทั้งปวง ปลอดจากภัยธรรมชาติ ภัยจากการปองร้ายทั้งปวง ภัยจากคดีความทั้งหลาย ปกป้องมิให้ตกเข้าสู่อบายภูมิทั้งชาตินี้และชาติหน้า ในพระคาถาศูรางคมสมาธิ (เล่งเงี้ยมจิ๊ว) ซึ่งเป็นพุทธพจน์ของพระศากยมุนีพุทธเจ้า ก็มีกล่าวถึงพระคาถานี้ด้วย ในโบราณกาลชาวทิเบตที่นับถือนิกายดำซึ่งนอกพุทธศาสนามีวิชาคุณไสยที่ร้ายกาจมาก หากคิดทำร้ายผู้หนึ่งผู้ใดจะสวดคาถาทำคุณไสยให้คนผู้นั้น เป็นวัวเป็นควายหรือเป็นสัตว์เดียรฉาน หรือทำให้เสียชีวิต หรืออาจเนรมิตกายตนให้เป็นเสือกัดกินผู้คนให้เสียชีวิต โดยที่กฎหมายเอาผิดไม่ได้ หากแม้ผู้ใดพบเห็นเรื่องนี้ขอเพียงสวดคาถาพระพุทธมารดรฉัตรขาว 7 จบ วิชาคุณไสยทั้งปวงจะหมดความศักดิ์สิทธิ์ทันที ผู้ใช้วิชาก็ไม่สามารถแปลงกายตนออกทำร้ายผู้อื่นได้ เมื่อครั้งที่อาตมาอยู่เสฉวน ศิษย์ชาวเฉิงตูซึ่งมีฐานะดีมาเล่าให้ฟังว่าเขาได้นำคาถานี้ที่อาตมาเขียนให้ตั้งบูชาไว้ในบ้าน ช่วงเวลานั้นได้เกิดการจลาจล ทหารพวกหนึ่งได้เข้าปล้นชิงบ้านเรือนที่มีฐานะทั่วไป เขาเองทำอะไรไม่ถูกได้แต่ปิดบ้านเงียบไว้ พวกทหารจลาจลมาถึงบ้านแต่หาทางเข้าบ้านไม่พบและไม่สามารถเข้าบ้านได้ สุดท้ายก็ยกพวกจากไป บ้านตนจึงไม่ได้รับความเสียหายใดๆ นี่แสดงให้เห็นถึงอานุภาพพระคาถาพระพุทธมารดรฉัตรขาวแม้แต่การตั้งบูชาเท่านั้น ซึ่งบุญบารมีนั้นเปรียบไม่ได้กับการบำเพ็ญภาวนาซึ่งให้อานิสงส์มหาศาลต่างกันมาก
89 ถามสวดภาวนาพระคาถาพระพุทธมารดรฉัตรขาวบทยาวและบทสั้นให้ผลต่างกันหรือไม่
ตอบ ไม่แตกต่างกัน การสวดภาวนาคาถายาวเป็นการสวดสรรเสริญ อ้อนวอนขอความกรุณา การสวดคาถาสั้นเป็นการสวดแบบมโนวัชรยาน องค์ท่านคือข้า ข้าคือองค์ท่าน 90 ถามสวดคาถาวัชระคติหกภูมิ (ลักเต๋ากิมกังจี๊ว) มีบุญบารมีอย่างไร
ตอบ เป็นคาถานำสู่การบรรลุพุทธะ คือแม้นำมาแขวนไว้กับตัวก็สามารถนำสู่การบรรลุพุทธะได้ ผู้ซึ่งได้ยิน ได้เห็น ได้สัมผัส คาถานี้ก็สามารถขจัดชึ่งเวรกรรมทั้งปวง ผู้ปฏิบัติในพระคาถานี้เมื่อตายอัฐิจะกลายเป็นพระธาตุ พระคาถาบทนี้เป็นพระคาถาของพระอาทิพุทธเจ้า ได้ถ่ายทอดให้พระพุทธไวโรจนะ มีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งว่า มีผู้บำเพ็ญธรรมผู้หนึ่งอาศัยอยู่ใกล้ทะเลสาบซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำ กาลครั้งหนึ่งอากาศแห้งแล้งมากแม่น้ำและทะเลสาบก็เหือดแห้งลง เหล่าปลาในทะเลสาบได้ตายลงทุกวันเพราะน้ำเริ่มแห้งลงๆด้วยจิตเมตตาชายผู้บำเพ็ญได้ช้อนปลาขึ้นเป็นหาบนำไปปล่อยในแม่น้ำทุกวันเท่าที่กำลังตนจะทำได้ แต่ก็ไม่ทันปลายังคงตายเป็นจำนวนมาก ชายผู้นั้นก็สังเวชใจ และพูดขึ้นว่า สรรพชีวิตที่ได้รับการช่วยเหลือมีจำนวนน้อยนิด แต่ที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือกลับมีจำนวนมาก จะช่วยสรรพชีวิตทั้งหมดเป็นเรื่องที่ยากเย็นจริงๆ ในขณะนั้นพระพุทธไวโรจนะได้ปรากฏกายขึ้นและได้ตรัสกับชายผู้นั้นว่า การช่วยเหลือสรรพชีวิต ด้วยวิธีที่เจ้ากำลังทำอยู่แน่นอนย่อมช่วยเหลือสรรพชีวิตได้จำนวนน้อย หากใช้พุทธธรรมช่วยสรรพชีวิต สรรพชีวิตก็สามารถช่วยตนเองได้ ชายผู้บำเพ็ญธรรมจึงของให้พระพุทธไว-โรจน์สอนธรรมเพื่อให้สรรพชีวิตได้ช่วยตนเองได้ พระพุทธไว-โรจน์จึงได้สอนคาถานี้ให้ เมื่อชายผู้บำเพ็ญสวดคาถาวัชระคติ-หกภูมิ 7 จบ ปลาในบริเวณนั้นทั้งที่ตายแล้วและยังไม่ตายล้วนไปจุติในดินแดนสุขาวดีโดยถ้วนทั่ว ดังนั้นบุญบารมีของพระคาถานี้จึงมหาศาลสุดพรรณนา
91 ถามคาถารักษาโรคที่ท่านอาจารย์ถ่ายทอดให้นั้น มีอานิสงส์อย่างไร
ตอบ คาถานี้เป็นคาถาลับสุดยอดของทิเบต สามารถรักษาร้อยโรคและโรคประหลาดต่างๆ เมื่อครั้งที่กษัตริย์ตรีซง เตเซนอัญเชิญองค์คุรุปัทมสมภพมาสอนพุทธศาสนาในทิเบตเวลานั้น ชาวทิเบตทั้งปวงนับถือและดำรงอยู่ในวังวนแห่งคุณไสย ภูตผีปีศาจ ประชาชนเป็นโรคประหลาดต่างๆจำนวนมาก และในเวลานั้นก็ไม่มียา ไม่มีหมอดีๆ ประชาชนตกทุกข์ได้ยากเป็นอย่างยิ่ง เมื่อองค์คุรุปัทมสมภพจะเดินทางมายังทิเบต พระอวโลกิเตพันเนตรพันกรจึงประทานคาถาบทนี้ให้ โรคร้ายที่เกิดจากคุณ-ไสย จากภูตผีปีศาจล้วนถูกขจัดทิ้งให้ผลทันตา นอกจากโรคซึ่งเกิดจากเวรกรรมของผู้ป่วย หากแม้รักษาแล้ว 3 ครั้งไม่หาย ผู้ป่วยต้องบำเพ็ญวัชรสัตต์โตสำนึกผิดจากใจและปณิธานในการปฏิบัติกุศลกรรมตลอดไปจึงจะให้ผลตอบสนองในการรักษา
92 ถามพระคาถาของพระโพธิสัตว์องค์ใดที่ให้อานิสงส์ในการป้องกันภัยมากที่สุดจากอาวุธทั้งปวง และภัยจากธรรมชาติ น้ำไฟอากาศ ขอพระอาจารย์ท่านเมตตาแนะนำด้วย
ตอบ พระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ทั้งปวงล้วนโปรดสรรพชีวิตทั้งหลายให้พ้นทุกข์บุญบารมีนั้นล้วนไม่แตกต่างกัน แต่หากเป็นคาถาของวัชรยานก็มีพระคาถามหาวิทยาศักดิ์สิทธิ์หกคำหรือพระคาถาของพระโพธิสัตว์ตารา 21 พระองค์
93 ถามพระคาถาแห่งสรรพพุทธะ ให้บุญบารมีเช่นไรขอพระอาจารย์ชี้แจง
ตอบ พระคาถาแห่งสรรพพุทธะล้วนมีบุญบารมีอเนกอนันต์ พระพุทธทั่วทศทิศล้วนกำเนิดจากธารณี หากไม่มีธารณีจะไม่สามารถบรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณได้ ธรรมธารณีทั้งปวงเป็นแก่นแท้จากจิตของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์สืบทอดต่อกันมา ส่วนบุญบารมีนั้นมีเพียงพระพุทธเจ้าด้วยกันเองเท่านั้นที่รู้ได้ แม้แต่พระโพธิสัตว์ในภูมิที่10 เองก็ยังไม่สามารถรับรู้ได้หมด มีหรือที่ปุถุชนจะสามารถรับรู้ถึงบุญบารมีแห่งสรรพพุทธได้อย่างลึกซึ้งครบถ้วน ดังนั้นจึงขอนำบุญบารมีแห่งสรรพพุทธะมากล่าวโดยสังเขปดังนี้
1 หากเขียนคาถาใส่ไว้ในองค์พระพุทธรูป ในเจดีย์ ในกระดิ่งหรือเขียนบนธง บนแท่น บนประตู บนกระดาษ บนแผ่นไม้ บนแพรพรรณ บนผนัง หากสรรพชีวิตได้สัมผัส ได้เห็น ได้ผ่านใต้เงา หรือได้รับฝุ่นละอองที่จับต้องบนคาถาธารณีแล้วปลิวมาต้อง ล้วนสามารถขจัดเวรกรรม ในกาลข้างหน้าล้วนได้บรรลุเป็นพุทธะ
2 เขียนคาถาไว้ในหมวก สวมบนศีรษะหรือเขียนบนผ้าหรือกระดาษแขวนติดตัวหรือเขียนบนธงยาวเมื่อลมพัดผ่าน ลมที่ผ่านไปต้องสรรพชีวิต หรือเขียนบนระฆังกลอง กระดิ่งฉาบหรือสิ่งของที่ทำให้เกิดเสียง ผู้ได้ยินได้สัมผัสล้วนได้รับการจัดการอกุศลกรรมทั้งปวง ในอนาคตกาลต้องรู้แจ้งบรรลุพุทธะ
3 หากเขียนคาถาในถ้ำในภูเขา หรือสวดคาถาลงในแม่น้ำลำคลอง หรือสวดท่ามกลางกระแสลมหรือสายฝน หรือสวดหน้าพระอาทิตย์หรือต่อหน้าแสงไฟหรือสวดส่งคนตาย สรรพชีวิตในดินน้ำอากาศ ต่างได้รับรสพระธรรม ในอนาคตกาลล้วนได้เข้าสู่ธรรมและบรรลุมรรคผล
4 สรรพชีวิตที่มีกรรมหนักเช่นถูกลงโทษในนรกอเวจี หากได้รับได้สัมผัสธารณีไม่ว่าทางใดทางหนึ่งจะได้กลับมาสู่ดินแดนซึ่งพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นได้ประกาศธรรมไว้และบรรลุธรรมในที่สุด
5 ผู้สวดภาวนาธารณีด้วยตนเอง วาจาที่พูดออกมาไม่ว่าดีหรือร้าย เหล่าเทพธรรมบาลล้วนได้ยินเป็นเสียงแห่งการแสดงธรรมของปวงพุทธเจ้า ย่อมช่วยเหลือพิทักษ์คุ้มครอง ขอสิ่งใดได้สิ่งนั้น สิ่งสำคัญอยู่ที่ศรัทธาในจิตของผู้ปฏิบัติต้องมั่นคงแน่วแน่และเชื่อในอานุภาพแห่งธารณีนี้ ในมหากรุณาธารณีของพระโพธิสัตว์กวนอิมพันเนตรพันกรกล่าวว่า ผู้สวดภาวนาจะไม่ตายด้วยลักษณะ 15 ประการดังนี้
1.ไม่ตายด้วยความอดอยากทุกข์ทรมาน
2 .ไม่ตายด้วยเครื่องทัณฑ์ทรมาน
3.ไม่ตายด้วยศัตรูคู่อาฆาตทำร้าย
4.ไม่ตายด้วยการสู้รบในสมรภูมิ
5.ไม่ตายด้วยสัตว์ร้าย
6.ไม่ตายด้วยสัตว์มีพิษ
7.ไม่ตายด้วยการตกน้ำหรือถูกไฟครอก
8.ไม่ตายด้วยยาพิษ
9.ไม่ตายด้วยหนอนพิษ
10.ไม่ตายด้วยอาการคลุ้มคลั่ง
11.ไม่ตายด้วยการตกผาหรือตกจากที่สูง
12.ไม่ตายด้วยการถูกใส่ร้าย
13.ไม่ตายด้วยคุณไสยหรือภูตผีปีศาจ
14.ไม่ตายด้วยโรคร้ายรุมเร้า
15.ไม่ตายด้วยการทำร้ายตนเองหรือฆ่าตัวตาย
ธารณีกวนอิมสิบเอ็ดพักตร์ให้บุญบารมี4ประการ
1. เมื่อใกล้สิ้นอายุขัยจะได้พบสรรพพุทธะ
2. จะไม่ตกสู่อบายภูมิตลอดกาล
3. ไม่ตายด้วยเภทภัยทั้งปวง
4. ไปจุติยังสุขาวดี
94 ถามวัชรธารณีให้บุญบารมีอันสุดประมาณ ขอกราบเรียนท่านอาจารย์ว่าต้องปฏิบัติเช่นไรจึงได้รับบุญบารมีตอบสนองอย่างเต็มที่
ตอบ ปฏิบัติวัชรธรรม การได้รับผลทันทีหรือไม่นั้นไม่ใช่เพราะธารณีศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ แต่อยู่ที่ความศรัทธาตั้งใจของผู้ปฏิบัติ ดุจดังหญิงสาวที่ไฟไหม้ผม จิตคิดอย่างเดียวว่าจะต้องดับไฟบนศีรษะให้ได้ ด้วยความรักสวยรักงามอย่างเป็นชีวิตจิตใจ พลังในการขอให้ไฟบนศีรษะดับจึงมีพลังอย่างมหาศาล ขอพันได้พันขอหมื่นได้หมื่น
95 ถามคนชั่วขอความเมตตากรุณาจากพระพุทธเจ้าจะได้รับความกรุณาจากพระพุทธเจ้าหรือไม่
ตอบ ในพระหฤทัยของพระพุทธเจ้า สรรพชีวิตเหมือนกันหมด มีเรื่องเล่าว่าในกาลโน้น ในทิเบต มีชาย 3 คนเป็นขโมย ได้ร่วมกันขโมยของจากครอบครัวหนึ่ง ในขโมยทั้งสามมีผู้หนึ่งซึ่งนับถือพุทธศาสนา เมื่อกลับถึงที่พัก ทั้งสามได้ปรึกษากันโดยชายผู้นับถือพุทธศาสนากล่าวขึ้นว่า พวกเราขโมยของมีค่าเหล่านี้มา เจ้าของจะต้องติดตามจับกุมเราแน่ พระโพธิสัตว์กวนอิมทรงมีพระมหาเมตตากรุณาขอให้พวกเราตั้งจิตมั่นอธิษฐานขอความช่วยเหลือจากพระองค์เพื่อมิให้ถูกจับกุม ขโมยอีกคนพูดโต้ว่าพระโพธิสัตว์ทรงช่วยแต่คนดี พวกเราเป็นคนไม่ดีพระองค์ไม่ช่วยหรอก ขโมยชาวพุทธได้ตอบว่า ข้าเคยได้ยินมาว่าพระโพธิสัตว์ทรงไม่แบ่งแยกผู้ที่ต้องช่วย ถ้าเลือกช่วยแต่คนดีไม่ช่วยคนไม่ดีพระองค์ก็ไม่ใช่พระโพธิสัตว์ หลังจากนั้น ขโมยผู้นั้นก็สวดภาวนาอ้อนวอนพระโพธิสัตว์อยู่ตลอดเวลา ไม่นานนักขโมยอีก 2 คนก็ถูกเจ้าทรัพย์จับได้ พวกเขาทั้งสองก็ซัดทอดขโมยชาวพุทธนั้นว่าเขาก็ร่วมขโมยด้วยทำไมไม่จับ เจ้าทรัพย์ก็ตอบว่า ท่านเป็นพระโพธิสัตว์และขาก็พิการจะเป็นขโมยได้อย่างไร ขโมยที่ภาวนาอ้อนวอนก็ไม่ต้องถูกจับไปรับความลำบาก สรุปได้ว่าสรรพชีวิตในนรกภูมิ เปรตภูมิและเดรัจฉานภูมิ ล้วนเกิดจากกรรมชั่วที่ตนได้เคยทำมาก่อน พระพุทธเจ้า และพระโพธิสัตว์ทั้งหลายยังคงให้ความช่วยเหลือโปรดสรรพชีวิตเหล่า นั้นให้พ้นทุกข์เท่าเทียมกันหมด นับประสาอะไรกับคนที่ภาวนาอ้อนวอนขอร้องพระองค์จะไม่ช่วย
96 ถามการสวดภาวนาอ้อนวอนต่อพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ทั้งปวงต้องได้รับการสนองตอบแน่นอน แต่ถ้าหากมีการร้องขอในเวลาเดียวกันจากสองฝ่ายซึ่งขัดกันเป็นตรงกันข้าม เช่นฝ่ายหนึ่งต้องการให้ฝนตก มิฉะนั้นพืชผลของตนจะเสียหายหมด แต่อีกฝ่ายมิต้องการให้ฝนตก ถ้าฝนตกสินค้าของตนก็จะเสียหายหมด มิทราบว่าเรื่องเช่นนี้ ฝ่ายใดจะได้รับความเมตตาตอบสนองจากพระโพธิสัตว์
ตอบ เรื่องอ้อนวอนขอความกรุณาจากพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์นั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องไม่มีความสงสัย วอกแวกอยู่ในจิต ต้องมั่นคง มั่นใจว่าจะต้องได้รับการตอบสนองจากพระโพธิสัตว์ท่าน ในกาลกระโน้นมีชายผู้หนึ่งมีครอบครัวซึ่งยากจนข้นแค้นมาก แม้แต่อาหารที่จะกินก็ไม่ค่อยจะมี จึงคิดจะขโมยวัวของผู้อื่นมาเป็นอาหาร ได้ทำการสักการบูชาธรรมบาลมหากาฬา(ไต้เฮ็กเทียน) (โกม.โป.นัค.โป.เชน.โป/)*ว096 และอธิษฐานขอให้พระองค์คุ้มครองให้ตนขโมยวัวมาเป็นอาหารให้สำเร็จ มิฉะนั้นครอบครัวของตนคงต้องอดตายทั้งหมด ชายผู้นั้นก็สำเร็จดังต้องการ ขโมยได้วัวอ้วนพีมาหนึ่งตัวทำให้ครอบครัวของเขามีอาหารกินกันไปหลายวัน อีกทั้งยังได้นำเลือดวัวไปถวายบูชาแด่องค์มหากาฬ เจ้าของวัวซึ่งถูกขโมยก็ได้มาสวดอ้อนวอนต่อองค์มหากาฬเช่นกันได้อธิษฐานว่า ครอบครัวของตนต้องพึ่งพาอาศัยวัวที่หายไปในการคราดไถทำนา ตอนนี้วัวได้หายไป ต่อไปครอบครัวตนจะทำมาหากินอย่างไร ขอมหากาฬธรรมบาลช่วยคุ้มครองให้ตนได้วัวคืนมา เพื่อใช้ทำไร่ไถนา ไม่นานเขาก็หาวัวตัวนั้นพบแต่ก็ได้ถูกฆ่าเป็นอาหารไปแล้ว แต่ชายขโมยไม่ยอมรับว่าได้ขโมยมา จึงได้นำเรื่องนี้ไปฟ้องต่อเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเพื่อให้ช่วย เจ้าหน้าที่ก็ตัดสินลำบาก ในขณะนั้นธรรมบาลมหากาฬก็ได้ปรากฏพระองค์ขึ้น ได้กล่าวด้วยเสียงอันดังดุจฟ้าร้องว่า วัวตัวนั้นเป็นวัวที่ขโมยมาจริงแต่คนขโมยเพราะความข้นแค้นอดอยากจึงต้องขโมยวัวมาเป็นอาหาร ข้าก็ยังได้กินเลือดวัวนั้นด้วยเลย ส่วนเจ้าของวัว ก็จำเป็นต้องอาศัยวัวในการดำรงชีวิตเช่นกัน ในที่นี้มีเพียงเจ้าหน้าที่บ้านเมืองท่านเท่านั้นที่ช่วยได้ ท่านเป็นขุนนางมีเงินมีทอง ขอให้ท่านบริจาควัวหนึ่งตัวคืนแก่เจ้าของวัวไป ทั้งสองฝ่ายก็ได้รับความกรุณาจากพระโพธิสัตว์ดังใจปรารถนา ขอเพียงมีจิตศรัทธาแน่วแน่ในพระพุทธเจ้า หรือพระโพธิสัตว์
97 ถามการบำเพ็ญปฏิบัติในสูตระยานกับการบำเพ็ญปฏิบัติวัชรตันตระนั้นได้รับบุญบารมีแตกต่างกันมากน้อยอย่างใด
ตอบ การปฏิบัติพุทธนิกายใดๆบุญบารมีที่ได้มิแตกต่างกัน เป็นแต่เพียงเป็นการบำเพ็ญในส่วนที่ตื้นลึกต่างกัน ผู้ปฏิบัติตันตระยานต้องบำเพ็ญสูตระยานจนถ่องแท้หรืออย่างน้อย 12 ปี บุญบารมีในการบำเพ็ญมากน้อย อยู่ที่การปฏิบัติโพธิจิตหรือการตั้งโพธิจิตเป็นหลัก การปฏิบัติสาวกยานนั้นเน้นที่ตนบรรลุสู่การพ้นทุกข์ก่อนจึงช่วยเหลือผู้อื่น ผู้ปฏิบัติมหายานสายสูตระเน้นสู่การบรรลุพุทธภูมิพร้อมกับสรรพชีวิตทั่วไป แต่การปฏิบัติวัชรยานนั้นแม้ตนเองต้องการบรรลุแต่จะบรรลุหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่ตนเองสนใจ สนใจแต่เพียงจะมอบสรรพสิ่งที่ตนปฏิบัติได้ให้สรรพชีวิต ทุกขเวทนาอันเนื่องจากอกุศลกรรมของสรรพชีวิตขอให้ข้าพเจ้าเป็นผู้รับแทน ข้าพเจ้ายินดีทุกข์ ยินดีเจ็บไข้ได้ป่วยเพื่อสรรพชีวิต เพื่อพวกเขาได้บรรลุสู่พุทธภูมิ ข้าพเจ้ายินดีลงนรกเพื่อพวกเขา ในจิตแห่งข้าพเจ้าพุทธเกษตรหรือแดนนรกมิได้แตกต่างกัน กล่าวโดยสรุปโพธิจิตน้อยบุญบารมีก็น้อย โพธิจิตมากบุญบารมีก็มาก บุญบารมีที่ได้อยู่ที่การตั้งโพธิจิตและการปฏิบัติโพธิจิตเป็นหลัก โพธิจิตใหญ่หรือเล็กอยู่ในหลักการว่ายินดีและต้องการปฏิบัติหรือจำเป็นต้องปฏิบัติ ดังเช่นการ ลงไปโปรดสรรพสัตว์ในนรกภูมิของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์หรือพระอวโลกิเตโพธิสัตว์พระองค์ทรงลงไปด้วยความยินดีและต้อง การลงไปเพื่อโปรดสรรพสัตว์ มิใช่ลงไปเพราะเวรกรรมของพระองค์ส่งพระองค์ไป จึงได้ไปโปรด
98 ถามการปฏิบัติธรรมสุขาวดีนิกายสูตระกับการบำเพ็ญสุขาวดีวัชรตันตระได้ผลต่างกันหรือไม่
ตอบ บุญบารมีที่ได้ไม่ต่างกัน แต่วิธีบรรลุต่างกัน การบรรลุสู่พุทธะในสูตระยานต้องได้รับสัญญาณจากพระอมิตาภพุทธเจ้าก่อน แต่การปฏิบัติสุขาวดีวัชรตันตระ ตนเป็นพระพุทธเจ้า ไม่ต้องได้รับสัญญาณจากพระอมิตาภพุทธเจ้าก็บรรลุได้ แต่ไม่ว่าจะบำเพ็ญสูตระหรือตันตระ ต้องไม่มีจิตสงสัยไม่วอกแวก นิกาย-สูตระจะแยกแยะอย่างชัดเจนว่านั่นคือพระพุทธเจ้านี่คือตัวเรา การปฏิบัติธรรมวัชรตันตระไม่แยกแยะ พระพุทธเจ้าคือตน ตนก็คือพระพุทธเจ้า ดังนั้น สิ่งที่แตกต่างกันในการปฏิบัติธรรมวิธีสุขาวดีสูตระธรรมกับธรรมวิธีสุขาวดีวัชรยานตันตระคือความ เร็วและช้า ไม่ใช่ บุญมากหรือบุญน้อย
99 ถามการบำเพ็ญธรรมวิธีสุขาวดีสูตระยานแล้ว อยากจะบำเพ็ญธรรมวิธีสุขาวดีวัชรตันตระด้วยจะได้หรือไม่
ตอบ หลักการแห่งธรรมวิธีสูตระยานและธรรมวิธีวัชรตันตระแท้จริงแล้วสอดคล้องกลมกลืนกันโดยตลอด ในผู้ปฏิบัติทั่วไปที่ไม่ได้ศึกษาทั้งสองธรรมวิธีอย่างถ่องแท้ มักมีความเห็นว่าธรรมวิธีที่ตนเองปฏิบัตินั้นเลิศประเสริฐสุดและติเตียนธรรมวิธีอื่น ผู้บำเพ็ญธรรมวิธีแห่งวัชรตันตระก็หัวเราะเยาะผู้ปฏิบัติธรรมวิธี สูตระว่ารู้จักแต่ไหว้พระสวดมนต์ ไม่รู้ถึงมรรควิถีแห่งการบรรลุเป็นพุทธะ เป็นที่น่าสงสารนัก ผู้ปฏิบัตินิกายสูตระก็ว่า ผู้ปฏิบัตินิกายวัชรตันตระว่าไม่สำรวมทั้งยังกินเนื้อสัตว์ เพาะพันธุ์แห่งนรกภูมิ อคติเช่นนี้ เหมือนกับการนำเอาประคำสวดมนต์เส้นหนึ่งแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งให้ผู้ปฏิบัตินิกายสูตระใช้ อีกส่วนหนึ่งให้ผู้ปฏิบัตินิกายวัชรตันตระใช้ ทั้งสองย่อมไม่สามารถใช้ประคำนั้นได้อย่างสมบูรณ์ แต่เมื่อรวมประคำครึ่งพวงทั้งสองเข้าด้วยกันก็สามารถใช้ได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นด้วยการผสานกลมกลืนกันทั้งสองแนวนิกายผู้บำเพ็ญทั้งสูตระและตันตระทั้งหมื่นก็เข้าสู่สุขาวดีทั้งหมื่น
100 ถาม บำเพ็ญอมิตาภสุขาวดีพุทธเกษตรธรรมแตกต่างจากบำเพ็ญธรรมของพระพุทธเจ้าพุทธเกษตรอื่นอย่างไร
ตอบ พระพุทธเจ้าทั้งปวงล้วนโปรดเหล่าสรรพชีวิตให้พ้นทุกข์ บำเพ็ญธรรมของพระพุทธเจ้าพระองค์ใดก็ให้บุญบารมีเทียบเท่ากันหมด ข้อแตกต่างอยู่ที่ความยากง่ายในการบรรลุผลสำเร็จ มีเพียงพระอมิตาภพุทธเจ้าที่ได้ตั้งปณิธานพิเศษไว้ โดยมีพระโพธิสัตว์อวโลกิเตเป็นผู้ช่วย ปณิธานที่ว่าก็คือ ยกเว้นผู้ที่สร้างอนันตริยกรรม ผู้ที่ฆ่าคุรุแห่งตน ผู้สมาทานพุทธศาสนาแล้วกบฏต่อพระพุทธศาสนา ติฉินนินทาพระสัทธธรรม ทำลายล้างพระพุทธศาสนา อันเป็นเวรกรรมที่พระอมิตาภพุทธเจ้าไม่อาจโปรดได้ นอกจากที่กล่าวมาแล้วนี้ พระองค์จะช่วยจะเปิดพุทธเกษตรแห่งตนรับทุกสรรพชีวิตเข้าสู่เพื่อให้โอกาสได้บรรลุพุทธภาวะเป็นพุทธะ ไม่ยกเว้นแม้แต่ผู้อยู่ในอกุศลกรรมบท 10 ขอเพียงแต่สรรพชีวิตนั้นมีสำนึกในบาปบุญคุณโทษ และหันหน้ามาขอพระกรุณาจากท่าน ทุกสรรพชีวิตย่อมได้รับการคุ้มครองนำส่งสู่สุขาวดีพุทธเกษตรของท่าน พระอวโลกิเตโพธิสัตว์ก็มีปณิธานเช่นเดียวกับท่าน คือ บุญบารมีทั้งปวงที่ข้ามีขอมอบให้เหล่าสรรพชีวิตทั้งปวง ความทุกขเวทนาที่มาจากเวรกรรมของเหล่าสรรพชีวิต ล้วนขอให้ข้าเป็นผู้รับ สรรพชีวิตทั้งหมดยังไม่บรรลุพุทธะ ข้าก็จะยังไม่เข้าสู่พุทธะภูมิ ตราบเมื่อสรรพชีวิตบรรลุพุทธะทั้งหมด เมื่อนั้นข้าจึงจะบรรลุพุทธะ ดังนั้นเมื่อมีผู้ขออันใดล้วนได้ดังปรารถนา ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าผู้บำเพ็ญธรรมวิธีในพระพุทธองค์ใดก็ตามล้วนต้องบำเพ็ญธรรมวิธีสุขาวดีควบคู่ไปด้วย เพื่อเป็นหลักประกันในความสำเร็จชั้นหนึ่งก่อน ผู้บำเพ็ญธรรมวิธีพุทธะภูมิอื่น ล้วนต้องอาศัยพลังบุญบารมีของตนเอง เพื่อให้ได้สู่พุทธภูมินั้น แต่การไปสุขาวดีพุทธภูมิของพระอมิตาภพุทธเจ้านั้น ใช้พลังของพระอมิตาภพุทธะเจ้าเป็นส่วนใหญ่ ใช้พลังของตนเองเพียงเล็กน้อย ขอเพียงมีศรัทธามั่นล้วนเข้าสู่สุขาวดีพุทธภูมิตามปรารถนา ตัวอย่างผู้ปฏิบัติธรรมวิธีของพระพุทธไวโรจนะ พุทธภูมิคือพุทธเกษตรศูนย์กลางวัชระ และได้ปฏิบัติธรรมวิธีสุขาวดีด้วย เมื่อสิ้นอายุขัยยังไม่บรรลุผลสำเร็จเข้าสู่พุทธเกษตรศูนย์กลางวัชระ แต่ก็ยังได้เข้าอาศัยอยู่ในสุขาวดีพุทธเกษตรก่อน หลังจากนั้นด้วยการฝากฝังนำส่งโดยพระอมิตาภพุทธเจ้า เพื่อไปสู่พุทธเกษตรศูนย์กลางวัชระของพระพุทธไวโรจนะ ย่อมเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าการไปด้วยตนเอง พระพุทธไวโรจนะท่านย่อมยินดีเปิดพุทธเกษตรของตนรับผู้ซึ่งพระ พุทธเจ้าด้วยกันรับรองและนำส่งมา
01 ถามผู้ปฏิบัติธรรมสุขาวดีตามที่พระสูตรกล่าวไว้ว่า ต้องสวดภาวนาชื่อพระอมิตาภพุทธเจ้าจนจิตสงบไม่ฟุ้งซ่าน จึงจะสามารถไปจุติยังสุขาวดีพุทธเกษตร แต่คฤหัสถ์ผู้ปฏิบัติทั่วไป มีภาวะทางโลกมากมาย ต้องทำมาหากิน จิตสับสนวุ่นวายทั้งวัน อีกทั้งความไม่แน่นอนแห่งชะตาชีวิต อาจเกิดโรคปัจจุบันทันด่วน จนไม่สามารถสวดภาวนาไปถึงขั้นจิตสงบได้ ไม่ทราบว่ายังสามารถไปจุติในสุขาวดีพุทธเกษตรได้หรือไม่
ตอบ บำเพ็ญสุขาวดีธรรมใช้ศรัทธา ปณิธาน ปฏิบัติ 3 ประการ ปณิธานเป็นส่วนสำคัญว่าจะสามารถได้ไปจุติหรือไม่ ขอเพียงจิตของท่านแน่วแน่ปรารถนาที่จะไปจุติ ไม่มีความสงสัยหลงเหลืออยู่ในจิตแม้แต่น้อยแล้ว แม้ว่าจะมีอานิสงส์เพียงเบาบาง ก็สามารถไปจุติได้ หากปณิธานไม่แน่วแน่ จิตที่ไปจุติก็ไม่มั่นคง แม้ว่าจะมีอานิสงส์มากมายมหาศาลก็ยังไม่แน่นักว่าจะสามารถไปจุติได้ อาตมาจะยกตัวอย่างเปรียบเทียบให้ท่านฟัง พลังปณิธานปรารถนามุทิตาของพระอมิตาภพุทธะเจ้าเปรียบเหมือนวงกลมใหญ่หนึ่งวง จิตของผู้ปฏิบัติ เปรียบดังเชือกยาวที่เหนียวแน่นเส้นหนึ่ง ปลายเชือกยังต้องผูกตะขอติดไว้ตัวหนึ่ง เอาตะขอตัวนี้เกี่ยวติดกับวงกลมใหญ่ให้แน่นไม่ให้หลุดแล้ว เมื่อถึงเวลาจะสิ้นลม ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดก็ตาม พลังอนุภาพของพระอมิตาภพุทธดูดครั้งเดียวก็นำไปจุติยังสุขาวดีพุทธเกษตร หากผู้ปฏิบัติมีจิตเป็นเชือกยาวแต่ไม่เหนี่ยวแน่นมั่นคงหรือปลายเชือกไม่มีตะขอผูกติดเกาะเกี่ยววงกลมใหญ่ไม่ได้ ถึงจะให้มีอานิสงส์ยิ่งใหญ่ปานใดก็ตามเกรงว่าจะไม่สามารถใช้อานิสงส์ที่มีนำส่งไปจุติได้ สรุปคือ พระอมิตาภพุทธมีมหาเมตตากรุณาที่จะโปรดเหล่าสรรพชีวิตให้พ้นทุกข์เท่าเทียมทั่วไปหมด ท่านจะสามารถไปจุติยังสุขาวดีพุทธเกษตรได้หรือไม่นั้น ต้องดูว่าปณิธานปรารถนาอันแท้จริงของท่านว่าต้องการจะไปจุติจริงหรือไม่ เป็นตัวตัดสิน
102 ถามจากคำตอบที่ว่าปณิธานเป็นหลักในการบรรลุสู่ สุขาวดีพุทธเกษตรนั้น ผู้ปฏิบัติต้องตั้งปณิธานเช่นไรเมื่อกาลสิ้นลมหายใจ จึงจะสามารถแน่ใจได้ว่าจะได้ไปสู่สุขาวดีพุทธเกษตรแน่นอน
ตอบ ผู้ปฏิบัติพุทธธรรมสุขาวดีสูตระยาน เมื่อใกล้เวลาสิ้นลม ต้องปล่อยวางไม่สนใจทุกสิ่ง ไม่พูดไม่ถามถึงและไม่คิดถึงสังขารของตนว่าทุกข์ทรมานหรือไม่ ปล่อยวางความผูกพันทางโลกทั้งปวง ไม่เหลือใยแม้แต่น้อย รวมจิตเป็นหนึ่งระลึกถึงแต่พระพุทธอมิตาภะ ขอความกรุณานำส่งสู่สุขาวดีพุทธเกษตร ดังเช่นในยามปกติที่ก้าวพลาดตกทะเล ร้องขอให้คนช่วย ดังเช่นไฟไหม้บนศีรษะ ใจต้องการจะดับไฟบนศีรษะ ต้องมีความเชื่อมั่นในตนเองอย่างหนักแน่น ที่จะไปจุติยังพุทธเกษตรแน่นอน เชื่อแน่ว่าพระอมิตาภพุทธเจ้าต้องนำเราส่งพุทธเกษตร หากมีความเกรงกลัวสงสัยแม้แต่น้อยว่าบุญเราไม่พอที่จะได้รับการนำส่ง เป็นความคิดที่จะทำให้จิตตก พลังความสับสนไม่เป็นหนึ่งจะขัดขวางทำให้ไม่สามารถไปจุติยังพุทธเกษตรได้ ผู้ศึกษาปฏิบัติพุทธศาสนา ดุจดังการสงครามรบพุ่ง มีหลักการเดียวกัน ผู้มีจิตไม่เข็มแข็งเด็ดเดี่ยวมั่นคง จะต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในที่สุด ผู้มั่นคงเด็ดเดี่ยวไม่สนใจในผลแพ้ชนะจะประสบชัยในที่สุด เวลากำลังจะสิ้นอายุขัยเหมือนดังกำลังสู้รบอยู่ ผลแพ้ชนะตัดสินกันที่จิตใจอันเข็มแข็งมั่นคง ว่ามีหรือไม่ใน 5 นาทีสุดท้ายของชีวิต
103 ถามสุขาวดีพุทธเกษตรของพระอมิตาภพุทธเจ้าอยู่เบื้องทิศตะวันตกและการตั้งปณิธานปรารถนาเพื่อไปสู่สุขาวดีเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ดังนั้นหากผู้ปฏิบัติต้องการให้เกิดผลดังปรารถนาควรหันหน้าไปทางทิศตะวันตกแล้วบำเพ็ญ จะทำให้จิตมั่นคงแน่วแน่กว่าจริงหรือไม่อย่างไร
ตอบ ทั่วไปแล้วนั้นการปฏิบัติดังนั้นเป็นแนวทางของผู้ปฏิบัตินิกายสูตระเป็นการสร้างพลังใจที่ดีที่สุด ส่วนในผู้ปฏิบัติธรรมวัชรตันตระซึ่งถือว่าเป็นธรรมะชั้นสูงนั้นถือว่า ข้าคืออมิตาภพุทธเจ้า อมิตาภพุทธเจ้าคือข้า ทุกแดนที่ข้าอยู่คือสุขาวดีพุทธเกษตร ทิศทาง ตำแหน่งแห่งที่ เป็นการแบ่งแยกในจิตปุถุชนเท่านั้น
104 ถามผู้บำเพ็ญพุทธธรรมอมิตาภสุขาวดีบรรลุผลได้ไปจุติยังสุขาวดีพุทธเกษตรแล้วจะกลับมาโปรดสรรพชีวิตในโลกนี้ จะต้องกลับมาในรูปกายใช่หรือไม่
ตอบ ผู้บรรลุมรรคผลได้ไปจุติยังสุขาวดีพุทธเกษตรของอมิ-ตาภพุทธเจ้าแล้ว หากต้องการหวนกลับมาเพื่อโปรดสรรพชีวิตดังปณิธานที่ได้ตั้งไว้ จำเป็นต้องมีรูปกายเพื่อติดต่อสัมพันธ์กับสรรพชีวิตที่จะโปรด ด้วยความไม่ยึดติดในรูปเดิมและเพื่อให้เกิดผลในการปฏิบัติหน้าที่ดังปณิธานจึงกำเนิดเป็นรูปร่างต่างๆมากมายเหลือคณานับตามจิตปรารถนาให้สัมพันธ์สอดคล้องกับสรรพชีวิตที่ตนจะไปโปรด ดังเช่น พระโพธิสัตว์กวนอิมต้องการโปรด ภูตผี ปีศาจ อันดุร้าย ท่านจึงมากำเนิดในปางที่ดุร้ายกว่าเพื่อสยบให้ยอมรับก่อน นั้นคือปาง มหากาฬ คุรุปัทมสมภพท่านมีเค้าหน้าดุมาก เพราะท่านต้องมาโปรดคนป่า คนทมิฬ ซึ่งเคยชินกับการรบราฆ่าฟัน เป็นต้น
105 ถามท่านอาจารย์ได้ถ่ายทอด อมิตาภพุทธสุขาวดีธรรมให้ บุญบารมีนั้นเป็นอย่างไร
ตอบ อมิตาภพุทธสุขาวดีธรรมที่อาตมาถ่ายทอดให้นั้นเป็นมหาอมิตาภพุทธสุขาวดีวัชรตันตระธรรมชั้นสูง หากมีศรัทธา มีความเพียร วิริยะปฏิบัติ 7 วัน ก็สามารถบรรลุผลสำเร็จ ในทิเบตผู้จะได้รับถ่ายทอดธรรมนี้ ต้องบำเพ็ญปฏิบัติในอมิตาภพุทธสุขาวดีสูตระธรรมอย่างน้อย 12 ปี จึงได้รับการถ่ายทอด ในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษเพื่อเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งมหาโพธิจิตให้บังเกิด เพื่อทุกท่านได้บังเกิดผลอันสมบูรณ์ยิ่งใหญ่ในอนาคต
106 ถามปฏิบัติอมิตาภพุทธสุขาวดีวัชรตันตระธรรมที่ท่านอาจารย์ถ่ายทอดให้ ให้พินิจว่าดอกบัวที่ประทับของพระพุทธวัชระใจกลางของสายบัวเป็นศูนยตาหรือเป็นปรมัตถตา
ตอบ จะพินิจเป็นศูนยตาหรือปรมัตถตาก็ได้
107 ถามหากพินิจสายบัวเป็นปรมัตถ์ บนดอกบัวมีสุริยันจันทราจักร จิตมุทราจะขึ้นลงอิสระได้อย่างไร
ตอบ ผู้ปฏิบัติธรรมในพุทธศาสนา ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น เมื่อเกิดการยึดมั่นแล้วจะทำให้เกิดอุปสรรคในทุกกรณี หากพินิจว่าสายบัวเป็นปรมัตถ์ บนดอกบัวมีสุริยันจันทราจักรปิดอยู่ จิตมุทราจะขึ้นลงผ่านได้อย่างไร นั่นเป็นจิตที่ยังไม่รู้แจ้งแทงตลอด เพราะจิตยังยึดติดอยู่ ในครั้งกระโน้นที่ทิเบตมีแม่เฒ่าผู้ปฏิบัติธรรมผู้หนึ่ง พระอาจารย์ได้ถ่ายทอดธรรมวิธีประการหนึ่งให้และกำชับให้แม่เฒ่าเพียรปฏิบัติตามธรรมวิธี หลายวันต่อมา แม่เฒ่าก็กลับมาถามพระอาจารย์ว่า ข้าพเจ้ายังไม่เห็นภาพพระพุทธเจ้าที่เคารพ จึงไม่รู้ว่าจะเพ่งนิมิตได้อย่างไร พระอาจารย์ตอบว่า ท่านเพ่งนิมิตถึงศีรษะของอาจารย์ก็ได้ รุ่งขึ้นอีกวันแม่เฒ่าก็มาหาพระอาจารย์อีกและกราบเรียนว่า ศีรษะพระอาจารย์ท่านล้านเลี่ยน ข้าพินิจว่านั่งบนศีรษะพระอาจารย์แล้วรู้สึกว่าไม่มั่นคง เหมือนกับลื่นตกลงมาอย่างนั้น พระอาจารย์ก็ตอบว่า นั้นก็ให้เพ่งนิมิตว่า อาจารย์นั่งบนศีรษะเจ้าก็แล้วกัน หลายวันต่อมาแม่เฒ่าก็มาพบพระอาจารย์อีก และถามว่า ข้าเพ่งนิมิตว่าพระอาจารย์นั่งบนศีรษะ หากพระอาจารย์ถ่ายปัสสวะ อุจจระลงบนหัวข้าแล้วจะไม่เหม็นสกปรกแย่หรือ พระอาจารย์ได้แต่ยิ้ม เท่านั้น หากจะต้องพินิจว่าสายบัวเป็นศูนยตา จิตมุทราก็ไม่สามารถผ่านไปได้อีก เพราะไม่มี่ช่องไม่มีขั้นบันได ก็จะเหมือนแม่เฒ่าในเรื่องที่เล่าอีกเช่นกัน สรุปแล้วผู้ถือปฏิบัติในวัชรยานธรรม หากปฏิบัติตามที่ได้รับถ่ายทอดจากพระอาจารย์ นำไปบำเพ็ญด้วยความเพียรนานวันความกลมกลืนสอดคล้องแทงทะลุไม่ติดขัดก็เกิดขึ้น แต่ถ้าหากนำธรรมวิธีที่พระอาจารย์ถ่ายทอดให้มาผสมรวมกับความคิดของตน ก็เปรียบดังวาดรูปงูแล้วยังเติมขางูเข้าไปด้วย ทำให้ติดขัดไปทุกเรื่อง
108 ถามผู้ปฏิบัติอมิตาภพุทธสุขาวดีธรรมซึ่งยังไม่ชำนาญพอ หรือศิษย์ผู้ยังไม่ได้รับการถ่ายทอดอมิตาภพุทธสุขาวดีธรรม เกิดสิ้นชีวิตโดยปัจจุบันทันด่วน ขณะสิ้นลมเขาเพียงแต่ระลึกถึงพระอาจารย์ได้ โดยไม่สามารถระลึกถึงธรรมวิธีแห่งอมิตาภพุทธธรรมได้เลย จะสามารถไปจุติยังแดนสุขาวดีได้หรือไม่
ตอบ ผู้เป็นพระอาจารย์ในสูตระยาน ขอเพียงให้รอบรู้เข้าใจในพระสูตรก็สามารถเป็นพระอาจารย์ได้ แต่ในวัชรยานหากตนเองยังไม่บรรลุความเป็นพุทธะแล้วไม่สามารถเป็นพระอาจารย์ได้ ด้วยเหตุนี้ การระลึกถึงพระอาจารย์ก็ดุจดังระลึกถึงพระอมิตาภ-พุทธเจ้าในธรรมวิธีปฏิบัติเช่นกัน วิธีปฏิบัติต้องรวมจิตเป็นหนึ่งนิมิตเอาพระอาจารย์มาไว้บนศีรษะ และต้องนิมิตว่าพระอาจารย์คือพระอมิตาภพุทธเจ้า พระอมิตาภพุทธเจ้าคือพระอาจารย์ เป็นองค์เดียวกัน การปฏิบัติในยามปกติให้นิมิตถึงพระอาจารย์ในท่านั่ง แต่เมื่อยามวิกฤติหรือยามใกล้สิ้นลมให้นิมิตถึงพระอาจารย์ในท่ายืน ต้องสามารถไปจุติในดินแดนสุขาวดีแน่นอน ข้อสำคัญต้องไม่มีจิตแบ่งแยกว่าที่เรานิมิต พระอาจารย์เป็นพระอาจารย์ พระอมิตาภะเป็นพระอมิตาภะ ต้องเป็นกายหนึ่งเดียว เป็นสองกายไม่ได้ จึงบรรลุผล ในผู้ที่ยังไม่ได้รับมนตราภิเษกในธรรมะนี้สามารถตั้งจิตกราบเบื้องหน้าอาตมาและนิมิตว่าอาตมาได้มอบธรรมวิธีนี้ให้ ก็สามารถนำธรรมวิธีนี้ไปปฏิบัติเพื่อไปจุติยังสุขาวดีพุทธเกษตรได้
109 ถามนำอมิตาภพุทธเจ้าธรรมที่รับการถ่ายทอดจากท่านอาจารย์ ไปรวมกับอมิตาภพุทธเจ้าธรรมที่ได้รับจากวัชราจารย์ท่านอื่นที่ได้ถ่ายทอดให้ ไม่ทราบว่าจะเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติหรือไม่
ตอบ พุทธธรรมนั้นโดยเนื้อแท้แล้วกลมกลืนสอดคล้องกันโดยตลอด ไม่มีอุปสรรคใด แต่สิ่งสำคัญสุดของวัชรยานทุกนิกาย คือ จิตอันไม่เที่ยงตรงต่อพระอาจารย์แห่งตน การปฏิบัติใดๆก็จะไม่ให้ผลอีกเลย วัชรตันตระธรรมในแต่ละนิกายแม้ว่าจะเหมือนกันหมด แต่ธรรมวิธีการปฏิบัติต่างกัน พระอาจารย์แต่ละท่านมีสายการปฏิบัติสืบทอดจิตธรรมมาต่างกัน เหตุนี้การปฏิบัติธรรมในแต่ละส่วนจึงต่างกัน วิธีที่ง่ายในการบรรลุมรรคผลคือปฏิบัติตามธรรมวิธีของพระอาจารย์ผู้เดียว ในโบราณกาลมีลามะผู้บรรลุพุทธะท่านหนึ่ง เป็นที่ริษยาของคนอื่น ผู้ที่ริษยาคิดหาวิธีทำร้ายท่าน จึงแกล้งตีสนิทและเชิญพระลามะท่านมาเลี้ยงภัตตาหารที่บ้าน เมื่อพระลามะมาถึงประตูบ้านก็ปลดโซ่ปล่อยสุนัข*ว109สองตัวสีดำหนึ่งตัวสีขาวหนึ่งตัวสั่งให้สุนัขไปกัดพระลามะ พระลามะท่านรู้ในเจตนาของคนผู้นี้ก่อนแล้ว จึงได้นำของมีคมติดมาด้วย เมื่อสุนัขทั้ง 2 ตัวจะมากัดท่านจึงได้ฆ่าสุนัขทั้งสองตัวและตัดสุนัขออกเป็น 2 ท่อนนำไปต่อสลับกันแล้วปลุกชีพสุนัขทั้งสองตัวขึ้นมา เกิดเป็นสุนัขพันธ์ใหม่ท่อนหัวขาวท่อนหางดำและท่อนหัวดำท่อนหางขาว ซึ่งไม่ดุร้ายกัดคนอีก ปัจจุบันยังคงมีสุนัขพันธ์ดังกล่าวอยู่ การปฏิบัติธรรมวิธีของพระอาจารย์ 2 ท่านหรือหลายท่านก็เช่นเดียวกับเรื่องที่เล่ามาแล้ว สรุปบำเพ็ญธรรมต้องมีจิตแน่วแน่เป็นหนึ่ง หากจิตเป็นสองหรือสามก็ยากที่จะบรรลุ
110 ถามการบำเพ็ญอมิตาภสุขาวดีธรรมแทนผู้ใกล้ตายไม่ทราบว่าผู้ตายสามารถไปจุติยังแดนสุขาวดีได้หรือไม่
ตอบ สามารถไปจุติได้ เวลาบำเพ็ญธรรมแทนผู้ใกล้ตาย ข้อสำคัญจิตของผู้บำเพ็ญต้องไม่เคลือบแคลงสงสัยในผลได้ของการกระทำแม้แต่น้อย ต้องมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าต้องได้ผลแน่นอน ธรรมะของพระศากยมุนีพุทธส่งผลสำเร็จโดยไม่ต้องสงสัย คนในโลกนี้พูดเท็จก็เพราะผลประโยชน์ที่จะได้ พระศากยมุมีพุทธ-เจ้าไม่เคยหวังได้ในผลประโยชน์จากผู้ใดแม้เพียงสตางค์แดงเดียว ดังนั้นคำพูดของท่านจึงเป็นจริงที่สุด
111 ถามบำเพ็ญอมิตาภพุทธสุขาวดีธรรม จะมีมารมารบกวนหรือไม่
ตอบ บำเพ็ญอมิตาภพุทธสุขาวดีธรรมต้องไม่มีมารมารบกวนแน่นอน ด้วยมหาปณิธานขององค์อมิตาภพุทธเจ้าคุ้มครองอยู่ อีกทั้งมารทั้งหลายก็คือสรรพชีวิตซึ่งตกทุกข์ ล้วนเป็นพวกซึ่งพระอมิตาภพุทธเจ้าต้องการโปรดให้พ้นทุกข์
112 ถามการบำเพ็ญธรรมเพ่งนิมิต ต้องตั้งจิตนิมิตเช่นใดจึงสามารถปรากฏเป็นรูปได้
ตอบ จิตรกรวาดรูป ต้องมีรูปอยู่ในใจก่อน จากนั้นจุ่มหมึกลากเส้นตามจิตนาการ ก็จะได้รูป หากในจินตนาการไม่มีรูปก็ไม่สามารถวาดรูปขึ้นมาได้ หลักการเบื้องต้นของการเพ่งนิมิต ก็เช่นเดียวกับการวาดรูป
113 ถามการเพ่งนิมิตถึงลักษณะของพระผู้ประเสริฐ 3 องค์แห่งทิศตะวันตกควรเพ่งนิมิตอย่างไร
ตอบ การเพ่งนิมิตตามวัชรตันตระ พระอมิตาภพุทธเจ้าท่านประทับนั่งอยู่ตรงกลาง พระโพธิสัตว์กวนอิมยืนอยู่เบื้องซ้าย พระโพธิสัตว์สถามปราปต์ยืนอยู่เบื้องขวา พระโพธิสัตว์ทั้งสองเป็นสานุศิษย์จึงไม่กล้านั่งเคียงบ่าเคียงไหล่กับพระอาจารย์ แล้วค่อยเพ่งนิมิตถึงอาภรณ์เครื่องประดับ อาภรณ์ปกคลุมกายมิดชิด เพื่อแสดงความเคารพเมื่ออยู่เบื้องหน้าพระอาจารย์
114 ถามการเพ่งนิมิตถึงพระพักตร์ของพระอมิตาภพุทธเจ้า มีพระพักตร์อย่างไร
ตอบ พระพักตร์ของพระอมิตาภพุทธเจ้า เป็นลักษณะยินดีปรีดา พระเนตรส่องมองสรรพชีวิตด้วยความเมตตา
115 ถามพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์กวนอิมและพระโพธิสัตว์มหาสถามปราปต์ เป็นแบบใด
ตอบ พระพักตร์ของพระโพธิสัตว์กวนอิม มีลักษณะยินดีปรีดา ดวงเนตรส่อแววเมตตา ส่วนพระพักตร์ของพระมหาสถาม-ปราปต์เป็นลักษณะมีเดชานุภาพ บึ่งตึงนิดๆ
116 ถามมวยพระเกศาบนพระเศียรของพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์หมายความว่าอย่างไร ลักษณะมวยพระเกศาและความใหญ่เล็กมีความหมายแตกต่างกันอย่างไร
ตอบ มวยพระเกศาก็คือมรรคผลของการบรรลุเป็นพุทธะ มวยพระเกศาของพระพุทธเจ้ามีความใหญ่ถึงครึ่งหนึ่งของพระเศียรบนพระพักตร์ มวยเกศาของพระโพธิสัตว์จะเล็กกว่ามวยพระเกศาของพระพุทธเจ้าครึ่งหนึ่ง
117 ถามพระเกศาของพระพุทธเจ้าและพระเกศาของพระโพธิสัตว์มีสีอะไร
ตอบ พระเกศาของพระพุทธเจ้าเป็นสีฟ้า(น้ำเงิน) ทุกเส้นพระเกศาม้วนขดเป็นวงไม่ยาวนัก พระเกศาของพระโพธิสัตว์เป็นสีดำ สยายยาวประบ่าทั้งสองข้าง พระเกศาของพระพุทธวัชระเป็นสีทองและพระเกศาทั้งหมดชี้ชันขึ้น
118 ถามเมื่อเพ่งนิมิตถึงพระธยานิพุทธ 5 พระองค์ ตำแหน่งประทับของพระธยานิพุทธทั้ง 5 พระองค์ควรจะอยู่ที่ใด
ตอบ ตำแหน่งประทับของพระธยานิพุทธเบ็ญจทิศ ตามปกติแล้วตำแหน่งกลางคือองค์พระพุทธไวโรจนะ ทิศตะวันออกคือองค์พระพุทธอักโษภยะ ทิศตะวันตกคือองค์พระพุทธอมิตาภะ ทิศเหนือพระพุทธอโมฆสิทธิ ทิศใต้พระพุทธรัตนสัมภวะ แต่ในขณะที่บำเพ็ญเพ่งนิมิตขึ้นอยู่กับว่าขณะนั้นเราบำเพ็ญธรรมวิธีขององค์พระพุทธใดเป็นหลัก ตำแหน่งตรงกลางก็คือองค์นั้น แล้วพระพุทธไวโรจนะพุทธเจ้าก็ไปประทับแทนในตำแหน่งของพระพุทธองค์นั้น เช่นเมื่อปฏิบัติเพ่งนิมิตในธรรมะขององค์พระพุทธอักโษภยะ พระพุทธอักโษภยะก็มาประทับตำแหน่งตรงกลางเหนือเศียรผู้ปฏิบัติ พระพุทธไวโรจนะก็ประทับ ณ ทิศตะวันออก พระพุทธเจ้าองค์อื่นยังคงประทับในทิศเดิม หรือปฏิบัติเพ่งนิมิตในธรรมะขององค์พระพุทธรัตนสัมภวะ พระพุทธรัตนสัมภวะก็มาประทับตำแหน่งตรงกลางเหนือเศียรผู้ปฏิบัติ พระพุทธไวโรจนะก็ประทับ ณ ทิศใต้ พระพุทธเจ้าองค์อื่นยังคงประทับในทิศเดิม
119 ถามการบำเพ็ญปฏิบัติในพุทธศาสนาสูตระยานปกติต้องใช้เวลา 30 อสงไขยแสนกัลป์ในการสร้างสมบารมีจึงบรรลุมรรคผล แต่ในผู้ปฏิบัติพุทธวัชรตันตระ ทำไมจึงสามารถบรรลุเป็นพุทธะได้ในภพปัจจุบัน
ตอบ เหตุผลของพุทธะและสรรพชีวิตในวัชรตันตระนั้น โลก ธาตุนี้เปรียบดังขวดแก้วที่แข็งแกร่งใบหนึ่ง พุทธเปรียบดังอากาศภายนอกขวด สรรพชีวิตเปรียบดังอากาศภายในขวดแก้ว พุทธและสรรพชีวิตกางกั้นด้วยขวดแก้วอันขุ่นมัว ในผู้ปฏิบัติสูตระ -ยานใช้การขัดถู แล้วเมื่อใดจึงจะสามารถทำให้อากาศภายนอกและภายในรวมกันได้แต่ในวัชรตันตระใช้มหาโพธิจิตและธรรมวิธีวัชรตันตระแปลงสภาพเป็นฆ้อนใหญ่ทุบขวดแก้วที่แข็งแกร่งนั้นให้แตกละเอียด อากาศภายนอก(พุทธภาวะ)และอากาศภายใน(สรรพชีวิต) ก็สามารถผสมรวมกัน สรรพชีวิตนั้นก็บรรลุสู่พุทธภาวะในบัดนั้น
120 ถามจิตที่ขุ่นมัวดุจดังขวดแก้วที่มืดมัว ก็คือสัญญาของ-บุพกรรมที่เราได้ก่อขึ้นใช่หรือไม่
ตอบ ใช่แล้วจิตขุ่นมัวหรือขวดแก้วสกปรกมืดมัว ซึ่งก็คือสัญญาของกรรมที่เราได้กระทำ บุพกรรมที่เราได้ก่อขึ้นได้สร้างสัญญาผูกมัดเรา เป็นสัญญาที่สร้างจิตที่เห็นแก่ตัว จิตที่ไม่สว่างกระจ่างชัด ซึ่งก็คือรากเหง้าที่ทำให้สรรพชีวิตต้องเวียนว่ายอยู่ในวัฏฏะสงสาร หากทำการขจัดสัญญาให้หมดสิ้น ก็เหมือนทุบขวดแก้วให้แตก ก็จะตัดสิ้นซึ่งความมืดบอด บรรลุมรรคผลเป็นพุทธได้
121 ถามทำไมธรรมวิธีวัชรตันตระจึงสามารถนำพาสรรพชีวิตให้สู่มรรคผลได้เร็วและง่าย
ตอบ ธรรมะแห่งพุทธสูตระ เพียงแต่สามารถสั่งสอนนำพาเหล่าสรรพชีวิตที่เชื่อฟังปฏิบัติตาม หากสรรพชีวิตไม่เชื่อฟังปฏิบัติตาม ก็ทำได้เพียงแต่ปลงสังเวชสงสารเขาเหล่านั้น แล้วก็ปล่อยสรรพชีวิตเหล่านั้นให้เป็นไปตามยถากรรม แต่ในพุทธ-วัชรตันตระ มีธรรมวิธีหลากหลาย มีอุปายะมากมายเพื่อพิชิตสยบให้เหล่าสรรพชีวิตเชื่อฟัง และยินดีปฏิบัติตาม สรรพชีวิตมีกรรมซึ่งมากน้อยแตกต่างกันเป็นพันเป็นหมื่นระดับ ซึ่งทำให้ระดับความดื้อรั้น แข็งกร้าวแตกต่างๆกันเหลือคณานับ การโปรดสรรพชีวิตด้วยธรรมวิธีวัชรตันตระจึงดำเนินไปตามสภาพแห่งสรรพชีวิตเป็นหลัก พุทธวัชระ โพธิสัตว์วัชระแต่ละองค์ แต่ละปาง ก็คือธรรมวิธีแต่ละแบบ เพื่อให้เหมาะกับสรรพชีวิตแต่ละประเภท พุทธวัชระปางเมตตาสงบเหมาะกับสรรพชีวิตที่เชื่อฟังพร้อมจะปฏิบัติตาม พุทธวัชระปางดุร้าย เหมาะสำหรับสรรพชีวิตที่ดื้อรั้น ยิ่งมาก พุทธวัชระก็ยิ่งต้องดุร้ายมาก เปรียบดังพ่อผู้รักลูก ลูกทำผิดเชื่อฟังพ่อก็เพียงแต่อบรมสั่งสอนด้วยใบหน้าอันเมตตาเปี่ยมด้วยความรัก แต่เมื่อลูกไม่เชื่อฟังพ่อก็จะต้องแสดงความโกรธเพื่อให้ลูกกลัวและกลับมาเชื่อฟัง อาจดุด่า เฆี่ยนตี หรือแสดงความเกรี้ยวกาจ แต่ทั้งปวงล้วนเป็นธรรมวิธีซึ่งทำไปด้วยความรัก ธรรมวิธีอันสูงส่งที่เหล่าพระพุทธเจ้ามอบให้มาก็เพื่อประโยชน์แก่เหล่าสรรพชีวิต ซึ่งผู้นำมาเพื่อโปรดสรรพชีวิตจะเลือกที่รักมักที่ชังไม่ได้ จะกระทำด้วยความเห็นแก่ตัวไม่ได้ ทุกขณะจิตที่คิด ทุกขณะที่พูด ทุกขณะที่กระทำ เกิดกรรมขึ้น แม้เป็นเพียงกรรมที่น้อยนิด ผู้โปรดสรรพชีวิตต้องรับผิดชอบทั้งหมด ย้อนกลับมาเป็นสัญญาผูกมัดตน ดังนั้นผู้ปฏิบัติวัชรตันตระ จึงควรทำความเข้าใจและกระจ่างชัดในเรื่องนี้
122 ถามสัญญาเป็นรากเหง้าของสรรพชีวิตทำให้ต้องเวียนว่ายในวัฏฏะสงสารอันยาวนาน ต้องใช้ธรรมวิธีใดจึงสามารถขจัดเสียซึ่งสัญญาโดยเร็ว
ตอบ สวดภาวนาพระคาถาและเพ่งนิมิตถึงพระพุทธเจ้าหรือพระโพธิสัตว์ ล้วนเป็นธรรมวิธีในการกำจัดเสียซึ่งสัญญา สวดภาวนาและเพ่งนิมิตไปด้วยกันทั้ง 2 ประการ ให้ผลที่มากกว่าและดีกว่าการปฏิบัติเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว
123 ถามหลักการบรรลุในพุทธวัชรตันตระได้รับการชี้แจงจากท่านอาจารย์แล้ว แต่ไม่ทราบว่า ผู้ปฏิบัติซึ่งเป็นอุบาสก อุบาสิกาซึ่งไม่ได้ถือบวชเป็นสมณะจะสามารถบรรลุมรรคผลเป็นพุทธะในทันทีได้หรือไม่
ตอบ ได้แน่ สำคัญอยู่ที่จิต ผู้ปฏิบัติพุทธวัชรตันตระไม่ว่าชายหญิงทั้งที่อยู่บ้านหรือออกบวช ล้วนสามารถบรรลุเป็นพุทธะได้ ขั้นตอนที่สำคัญคือต้องไม่อาจลืมหรือเสียโพธิจิตไปแม้แต่ชั่ว ขณะหนึ่ง รักษาศีลเพียรปฏิบัติธรรมวิธี หากคิดและกระทำทั้งปวงเพื่อตนเองก็คือจิตสรรพชีวิต หากคิดและกระทำเยี่ยงพุทธะเพื่อสรรพชีวิต ทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อสรรพชีวิตทั้งปวง ก็คือมหา-โพธิจิต ชาวทิเบตจำนวนมากที่บรรลุเป็นพุทธะ มีทั้งพระลามะสมณะและอุบาสก อุบาสิกา ผู้ครองเรือนบำเพ็ญปฏิบัติโดยไม่มีคนสักการบูชาจึงมีจิตละอายว่าตนเองบำเพ็ญปฏิบัติเทียบเท่าพระลามะสมณะไม่ได้อยู่เสมอ การมีละอายจิตว่าตนต่ำต้อยเป็นการง่ายต่อการบรรลุเป็นพุทธะ พระลามะสมณะผู้ปฏิบัติจริงไม่ต้องพูดถึง พระลามะสมณะธรรมดาทั่วไปการได้รับการสักการบูชาอยู่เป็นนิจ ง่ายต่อการมีจิตเย่อหยิ่งทะนงตนว่าตนเป็นผู้ที่ควรแก่การบูชา การปฏิบัติจะโน้มเอียงไปเพื่ออามิสบูชา จิตย่อมตกต่ำลงโดยง่าย
124 ถามผู้ครองเรือนบำเพ็ญพุทธวัชรตันตระสามารถบรรลุเป็นพุทธะได้ แต่ไม่ทราบว่าจะต้องบำเพ็ญสักกี่ปีจึงจะสำเร็จ
ตอบ เรื่องนี้อยู่ที่ว่าผู้ปฏิบัติมีความเพียรพยายามหรือไม่ มีศรัทธาเต็มเปี่ยมหรือไม่ หากเรื่อยๆมาเรียงๆ ไม่มีความเพียรพยายาม อีกทั้งมีจิตที่เคลือบแคลงสงสัยอยู่ ให้บำเพ็ญเป็นร้อยปีก็ไม่บรรลุผล หากมีศรัทธาใหญ่หลวงหมายมั่น จิตเป็นหนึ่ง เพียรพยายาม กักตนบำเพ็ญสักหลายเดือนหรือครึ่งปี หนึ่งปีหรือช้าสุดก็ไม่เกิน 7 ปี ก็จะได้รับความสำเร็จ แม้ว่ารากฐานศรัทธาไม่สมบูรณ์นัก ขอเพียงมีความเพียรพยายามไม่เกียจคร้าน ไม่มีความสงสัยเคลือบแคลงแม้แต่น้อยบำเพ็ญปฏิบัติอย่างช้าสุด 13 ปี หากรากฐานความศรัทธาไม่ดี ไม่มีความอดทนต่อการปฏิบัติ แต่ก็ยังได้เพาะเมล็ดพันธุ์แห่งพุทธะไว้ ผ่านชาติผ่านภพ เมื่อเหตุปัจจัยบุญบารมีสุกงอม ก็สามารถบรรลุพุทธะได้ ที่สำคัญที่สุดคือต้องไม่มีจิตเคลือบแคลงสงสัยในพุทธธรรม และตำหนิติเตียนพระพุทธเจ้า
125 ถามที่มีการพูดกันว่ามีดำริที่เป็นกุศลเพียงครั้งเดียวก็สามารถบรรลุพุทธะได้ไม่ทราบว่ามีเรื่องอย่างนี้หรือไม่
ตอบ ทั้งหมดเป็นไปเพื่อความเป็นพุทธะ เพื่อสรรพชีวิต ไม่ใช่เพื่อตนเอง แม้เพียงดำริด้วยกุศลเพียงครั้งเดียว ต้องบรรลุเป็นพุทธะในกาลต่อมาแน่นอน ในกาลกระโน้นที่ทิเบตมีคน 3 คน ที่ล้วนด้วยมีดำริที่เป็นกุศลเพียงครั้งเดียวแล้วบรรลุเป็นพุทธะ มีคนหนึ่งที่จะสร้างเจดีย์พุทธะ แต่ตนเองนั้นยากจนมาก จึงทำได้เพียงก่อเจดีย์ดินบนถนนไว้หนึ่งองค์ ด้วยอานิสงส์ที่ได้ก่อเจดีย์นี้ในชาติภพต่อมาก็บรรลุเป็นพุทธะ เจดีย์ที่ก่อด้วยดินนี้แต่เดิมก็ไม่คงทนแข็งแรงอยู่แล้ว เมื่อถูกลมฝนกันเซาะอยู่เป็นประจำ ทำให้บนเจดีย์แตกรั่ว มีคนผู้หนึ่งผ่านมา เห็นบนหลังคาเจดีย์มีน้ำฝนรั่วลงมา ทำให้พระพุทธ พระโพธิสัตว์ที่ตั้งไว้สักการบูชา ถูกฝนเปียกอยู่เสมอ จึงเกิดมุทิตาจิต คิดหาขอสักสิ่งหนึ่งมาคลุมบนเจดีย์ แต่ในเวลานั้นไม่มีสิ่งของใดที่จะนำคลุมได้ เห็นบนถนนมีรองเท้าขาดทิ้งไว้อยู่ข้างหนึ่ง จึงเอารองเท้าขาดนั้นมาปิดรอยรั่วบนเจดีย์ ด้วยดำรินี้เพียงครั้งเดียวก็ทำให้ได้บรรลุพุทธะในชาติภพต่อมา หลังจากนั้นก็มีคนอีกผู้หนึ่งผ่านมาทางเจดีย์เห็นรองเท้าวางอยู่บนเจดีย์ ก็คิดว่าของสกปรกเช่นนี้วางอยู่บนเศียรพระพุทธ พระโพธิสัตว์ได้อย่างไรจึงได้นำรองเท้าขาดนั้นออก ด้วยดำรินี้เพียงครั้งเดียว ในชาติภพต่อมาก็ได้บรรลุพุทธะ
126 ถามผู้ปฏิบัติพุทธธรรมวัชรตันตระควรจะบำเพ็ญอย่างไรจึงสามารถได้บรรลุผลอย่างรวดเร็ว
ตอบ การบำเพ็ญพุทธธรรมวัชรตันตระสิ่งสำคัญที่สุด คือมิอาจลืมโพธิจิตแม้เพียงชั่วขณะหนึ่ง มีมโนจิตที่จะทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นอยู่เป็นนิจ ทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นอยู่เสมอ มีคำกล่าวในทิเบตว่า คนใจดำ เพ่งนิมิต สวดภาวนาถึงพุทธะ เทียบไม่ได้กับคนใจขาวที่ไม่ได้เพ่งนิมิตสวดภาวนาถึงพุทธะ คนใจขาวสามารถได้บารมี 6 จากการปฏิบัติหนึ่งหมื่นครั้ง เพิ่มความเพียรอย่างแกล้วกล้า เป็นธรรมดาที่จะบรรลุเป็นพุทธะได้เร็วขึ้น
127 ถามผู้ปฏิบัติพุทธธรรมวัชรตันตระเมื่อทำวัตร สวดภาวนา บำเพ็ญธรรม ควรสร้างนิมิตอย่างไรจึงได้ผลสำเร็จมากที่สุด
ตอบ ผู้บำเพ็ญธรรมในวัชรตันตระ เมื่อบำเพ็ญธรรม ให้เพ่งนิมิตว่า พุทธานุภาพ เมตตานุภาพ บุญบารมีล้วนมอบให้แก่ข้า ข้าคือพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าคือข้า ดุจดังน้ำที่อยู่ในน้ำนม ไม่มีสอง ไม่มีอื่น แม้เมื่อการบำเพ็ญเสร็จสิ้นแล้ว ก็ยังคงต้องระลึกว่า ข้าคือองค์พุทธะ บุญบารมีที่ได้ก็มหาศาล นี่ก็คือพุทธวัชรตันตระชั้นสูง ในพุทธนิกายอื่นทั่วไป เมื่อบำเพ็ญก็อัญเชิญพระพุทธเจ้ามา เมื่อปฏิบัติเสร็จก็เชิญท่านไป เราคือเรา ท่านคือท่าน บุญบารมีที่ได้ก็น้อย
128 ถามผู้ปฏิบัติพุทธวัชรตันตระ หากบำเพ็ญปฏิบัติจนเกินกำลังกาย ไม่ทราบว่าจะให้ผลเช่นไร
ตอบ การบำเพ็ญจนเกินกำลังกายจะรับได้ เป็นอุปสรรคต่อสุขภาพกายอย่างมาก กายแม้เป็นมหาภูต 4 มิใช่กายเนื้อดังที่เห็นก็ตาม กายนี้เปรียบดังบ้านเช่าที่เราเช่าอยู่ชั่วคราว เมื่อยืมใช้ก็ต้องหมั่นดูแลบำรุงรักษา เพื่อมิให้บ้านทรุดโทรม หากบ้านทรุดโทรมก็จะทำให้เกิดความกลัดกลุ้มไม่สบายใจได้ ผู้ปฏิบัติวัชรตันตระจึงความบำรุงรักษาร่างกายให้ดี กายดีจิตก็สดชื่นแจ่มใส ใช้หลักทางสายกลางให้เหมาะสม จึงสามารถบรรลุเป็นพุทธะได้
129 ถามผู้ปฏิบัติพุทธวัชรตันตระ หากสวดภาวนา พระคาถาในองค์พระพุทธเจ้า จนครบ 1 ล้านครั้ง จึงจะได้บรรลุผลสำเร็จจริงหรือไม่
ตอบ ในผู้ปฏิบัติพุทธตันตระภายใน ไม่จำกัดว่าต้องสวดภาวนาจนครบ 1 ล้านครั้ง แต่ต้องปฏิบัติจนตนเองและพระพุทธเจ้ารวมเป็นหนึ่งเดียว ไม่แยกเป็นสอง จึงจะได้บรรลุผลอย่างสมบูรณ์ แต่ในผู้ปฏิบัติพุทธตันตระภายนอก ควรสวดภาวนาให้ได้ 1 ล้านครั้ง
130 ถามปฏิบัติพุทธวัชรตันตระ บำเพ็ญธรรมวิธีแห่งองค์พุทธะหรือบำเพ็ญธรรมวิธีแห่งองค์โพธิสัตว์ บุญบารมีที่ได้แตกต่างกันหรือไม่
ตอบ พระมหาโพธิสัตว์ทั้งปวงล้วนได้สำเร็จมรรคผลแล้ว ที่ปรากฏกายขึ้นก็เพื่อโปรดสรรพชีวิตให้พ้นทุกข์ การบำเพ็ญธรรมวิธีขององค์พุทธะหรือขององค์โพธิสัตว์ บุญบารมีที่ได้จึงไม่แตกต่างกัน นอกจากบำเพ็ญธรรมวิธีของวัชรธรรมบาลที่มีบุญบารมีมากน้อยแตกต่างกัน
131 ถามตามหลักการแห่งพุทธวัชรตันตระ บำเพ็ญธรรมวิธีองค์ใดองค์หนึ่ง ควรเพ่งนิมิตถึงองค์พุทธะหรือโพธิสัตว์เจ้าของธรรมวิธีนั้นด้วย หรือหากสวดภาวนาพระคาถาของพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์รวมกันไปทั้งหมด แล้วเพ่งนิมิตในองค์พุทธะหรือพระโพธิสัตว์องค์ใดองค์หนึ่งเพียงองค์เดียวตลอด บุญบารมีที่ได้จะแตกต่างกันหรือไม่
ตอบ บุญบารมีที่ได้ไม่แตกต่างกัน พุทธภาวะของพุทธเจ้าทั้งปวง และพระโพธิสัตว์ทั้งปวง ล้วนเกิดจากจิตแห่งอาทิพุทธะ กิ่งใบแม้ไม่เหมือนกัน แต่มีรากเดียวกัน ผลที่ได้จึงเท่าเทียมกัน แต่การบำเพ็ญเช่นนี้ต้องเป็นการบำเพ็ญธรรมวิธีด้วยตนเอง หากเป็นธรรมวิธีที่ได้รับถ่ายทอดจากคุรุวัชราจารย์ ธรรมวิธีในพุทธะองค์ใดก็ต้องเพ่งนิมิตในพุทธะองค์นั้น
132 ถามในขณะปฏิบัติธรรมวิธี เพ่งนิมิตจิตมุทรา องค์พุทธะเจ้าควรใหญ่หรือเล็กจึงจะดี
ตอบ เพ่งนิมิตจิตมุทรา องค์พุทธะใหญ่หรือเล็กก็มีผลเหมือนกัน ที่สำคัญคือภาพต้องชัดเจน หากนิมิตให้ใหญ่ก็ให้ใหญ่ดุจสามพันมหาจักรวาล หากนิมิตให้เล็กก็เล็กดุจเมล็ดข้าว
133 ถามการเพ่งนิมิตถึงองค์พุทธะ เป็นการเพ่งนิมิตในลักษณะของความมีหรือความว่าง
ตอบ เพ่งนิมิตว่าเป็นความมีก็ไม่ถูก เพ่งนิมิตเป็นความว่างก็ไม่ถูก ต้องเพ่งนิมิตเป็นมิใช่มีและมิใช่ไม่มี*ว133 ดุจดังพระจันทร์ในน้ำ ดอกไม้ในกระจก จึงจะบรรลุความสำเร็จ หากนิมิตว่ามีก็จะเอนเอียงไปด้านนี้ หากนิมิตว่าว่าง ก็เอนเอียงไปด้านนั้น ต้องนิมิตในตรงกลางของทั้งสองด้าน จึงจะเป็นหลักการเพ่งนิมิตของการบรรลุเป็นพุทธะ
134 ถามเครื่องใช้ในธรรมพิธีวัชรยาน เช่น วัชระ และกระดิ่ง มีความหมายเช่นไร
ตอบ เครื่องใช้ในธรรมพิธีวัชรยานที่สำคัญ วัชระสัญลักษณ์แสดงความมิใช่มี กระดิ่งสัญลักษณ์แสดงความมิใช่ว่าง บำเพ็ญมีก็ไม่บรรลุ บำเพ็ญว่างก็ไม่บรรลุ ต้องบำเพ็ญระหว่างกลางของความมิใช่มีกับมิใช่ว่าง
135 ถามผู้ปฏิบัติพุทธวัชระทุกๆธรรมวิธี โดยเพ่งนิมิตในองค์คุรุของตนจะให้ผลเช่นไร
ตอบ การเพ่งนิมิตเช่นที่ว่านี้ก็ทำได้ เปรียบกับการบำเพ็ญธรรมวิธีขององค์ใดก็เพ่งมินิตในองค์นั้นจะได้บุญบารมีที่มากกว่า ด้วยว่าอาตมาเป็นคนที่ใช้ไม่ได้ที่สุด (ผู้บันทึก หลักของพุทธวัชรตันตระใช้รากฐานของคุรุเป็นหลัก ด้วยเหตุนี้ การเพ่งนิมิตถึงคุรุแห่งตนแทนพระพุทธะเจ้า เจ้าของธรรมวิธีนั้น บุญบารมีที่ได้เท่าเทียมไม่แตกต่างกัน การที่พระอาจารย์ท่านพูดว่าตนเองเป็นบุคคลที่ใช้ไม่ได้ เป็นการพูดถ่อมตัว)
136 ถามการนิมิตถึงอักขระคาถาประจำองค์ บางท่านนิมิตอักขระจากซ้ายไปขวา บางท่านนิมิตอักขระจากขวามาซ้าย มีเหตุผลเช่นไร
ตอบ หลักเหตุผลปกติทั่วไป อักขระคาถาที่เป็นของ พระพุทธะ โพธิสัตว์ วัชรธร ที่เป็นฝ่ายชาย โดยมากจะเรียงจากซ้ายไปขวา แต่เมื่อนิมิตต่อถึงแสงที่เปล่งออกจากอักขระคาถาแล้วหมุนเวียนจะหมุนเวียนจากขวามาซ้าย หรือหมุนตามเข็มนาฬิกา ส่วนอักขระคาถาของพระพุทธ โพธิสัตว์ วัชรธร ที่เป็นฝ่ายหญิง โดยมากจะเรียงจากขวาไปซ้ายและเมื่อแสงเปล่งออกแล้วหมุน เวียน จะเวียนกลับจากซ้ายไปขวาหรือทวนเข็มนาฬิกา แต่ก็มีที่พิเศษที่ไม่อยู่ในข้อกำหนดนี้
137 ถามขณะปฏิบัติพุทธวัชรธรรมวิธีรับรู้ได้ถึงการคุ้มครองจากพุทธะได้รับผลสนองตอบ จะสามารถบอกกับผู้อื่นได้หรือไม่
ตอบ บอกต่อคุรุหรือผู้รับมนตราภิเษกปฏิบัติร่วมกันขอสัญญาณมุทราร่วมกันได้ แต่จะบอกต่อคนนอกไม่ได้ เป็นหลักการที่ครอบคลุมพุทธตันตระทั้งหมด การบอกต่อบุคคลภายนอกเปรียบดังการต้มน้ำที่ยังไม่เดือด เมื่อเปิดฝากาอยู่เรื่อยๆ ความร้อนก็กระจายออก น้ำก็จะเดือดช้าลง การบำเพ็ญธรรมวิธีเพื่อผลในการรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพุทธะเจ้า ด้วยจิตอันสงบนิ่งและระลึกรู้
138 ถามธรรมวิธีแห่งพุทธวัชรตันตระแบ่งเป็น ภาคพุทธะ ภาคปัทมะ ภาควัชระ ภาครัตนะ และภาคกรรมะ และทั้ง 5 ภาคก็ยังได้แบ่งแยกย่อยออกไปอีกเป็นจำนวนมาก ผู้ปฏิบัติสมควรปฏิบัติธรรมวิธีเพียงหนึ่งเดียวหรือควรปฏิบัติธรรมวิธีจำนวนมาก อย่างใดจึงเหมาะสม
ตอบ ผู้ปฏิบัติที่มีปณิธานที่จะเป็นธรรมาจารย์จำเป็นต้องเรียนรู้ในพระธรรมทั้งปวงอย่างลึกซึ้งทั้งต้องบำเพ็ญธรรมต่างๆจนแตกฉานบรรลุ จึงจะมีคุณสมบัติเป็นธรรมาจารย์ได้ มิฉะนั้นแล้วอย่าโลภมาก บำเพ็ญเฉพาะธรรมเดียวให้เชี่ยวชาญสำเร็จก่อนซึ่งง่ายกว่าการปฏิบัติพร้อมกันจำนวนมาก ที่จริงแล้วการรู้แจ้งในธรรมหนึ่ง ก็รู้แจ้งตลอดทั้งหมื่นธรรม บำเพ็ญธรรมเดียวหรือหลายๆธรรม บุญบารมีที่ได้จึงมิได้แตกต่างกัน
139 ถามนิกายแดงขาวและเหลืองในทิเบต มีส่วนใดที่แตกต่างกัน*ว139
ตอบ หลักศาสนาเหมือนกัน มีหลักบารมี 6 แห่งพระโพธิสัตว์เหมือนกัน เพียงแต่ในบารมี 6 มีส่วนที่ไม่เหมือนกัน
140 ถามหัตถ์มุทราแห่งวัชรตันตระ คืออะไร
ตอบ หัตถ์มุทราคือสัญลักษณ์กายซึ่งแสดงความหมาย แต่ในอาทิโยคะหรือซกเชนมิได้พูดถึงหัตถ์มุทรา
141 ถามผู้บำเพ็ญพุทธทั่วไป มรรคผลยิ่งลึกล้ำ มารอุปสรรคยิ่งหนัก ดังคำพูดที่ว่า ธรรมะสูงหนึ่งคืบ มารสูงหนึ่งศอก ผู้ปฏิบัติวัชรตันตระควรจะบำเพ็ญอย่างไร จึงสามารถหลีกเลี่ยงเรื่องมารได้
ตอบ ในคัมภีร์ พระสูตรวัชรยานล้วนบอกไว้ว่า พระคาถาพุทธวัชรตันตระสามารถทำให้ห่างไกลจากมารรังควานได้ ทั้งยังบอกอีกว่าพระโพธิสัตว์ในทศภูมิยังต้องใช้คาถาเป็นสิ่งปกป้องคุ้มครอง นับประสาอะไรกับปุถุชนคนธรรมดา บำเพ็ญวัชรธรรมขณะบำเพ็ญเพียร จิตเป็นหนึ่งเดียวกับพุทธะเจ้า จิตมารภายในไม่เกิด ไม่รับรู้ถึงจิตมารภายนอก ไม่ว่าจะเป็นมารหรือไม่ใช่ ไม่ว่าจะเป็นพุทธะหรือมิใช่ มารมาก็ไม่สนใจ พุทธะมาก็ไม่สนใจ ก็จะไม่มีมารมาเอง หากมารมาแล้วสนใจ ความรักชอบเกลียดกลัวก็จะเกิดขึ้น รักมากหรือกลัวมากขึ้น ก็ยิ่งมาเพิ่มมากขึ้นเรื่องยุ่งยากเดือดร้อนก็เพิ่มขึ้นตาม พูดถึงกรณีที่มีมารจริงๆมา มารก็คือสรรพชีวิตเหมือนกัน ควรมีมุทิตาจิตให้ ไม่อาจลืมเลือนโพธิจิต ต้องสวดภาวนาพุทธพจน์ของพระอมิตาภพุทธเจ้าหรือพระโพธิสัตว์กวนอิม เพื่อขัดเกลา ชำระล้างเวรกรรมของมารนั้น ให้เหล่ามารนั้นได้สำนึกยอมอยู่ในอาณัติเข้าเป็นครอบครัวพวกพ้องของพระวัชรธร ดุจดังครอบครัวพวกพ้องขององค์คุรุปัทมะสมภพ ซึ่งพวกพ้องบริวารทั้งปวงล้วนเป็นมารนอกศาสนาที่สำนึกได้ยอมอยู่ใต้อาณัติของท่าน ถึงแม้จะมีพระคาถาวัชระสยบมาร ซึ่งมีเดชานุภาพมาก แต่หากไม่ใช้ได้จะเป็นการดี หากผู้ที่ปฏิบัติใช้ในขณะที่โพธิจิตแห่งตนยังไม่แข็งแกร่งพอ ความหลงลืมตัว ว่ามีสิ่งซึ่งสามารถสยบมารอยู่กันตัว จะปราบมารสิ่งใดก็ได้ โพธิจิตก็จะถดถอยน้อยลง ซึ่งเป็นอันตรายมาก ต้องระลึกอยู่เสมอว่าการสยบมารหรือสยบจิตมารให้บรรเทาเบาบางลง ให้อกุศลของมารลดน้อยลง เข้าสู่ธรรมมรรคา มิใช่การปราบสยบให้สูญสิ้น หรือจับเก็บไว้เพื่อทำตามที่ตนต้องการ สรุปคือผู้ปฏิบัติต้องเจริญโพธิจิตอยู่ตลอดเวลา เป็นสิ่งสำคัญ เมื่อโพธิจิตกล้าแข็งมั่นคงจนเป็นพุทธจิตแล้ว สรรพชีวิตไม่ต่างกัน ดังในพระสูตรได้กล่าวไว้ว่า ผู้ปฏิบัติปรารถนาให้เกิดมหาโพธิจิตจึงบำเพ็ญธรรม บำเพ็ญธรรมเพื่อเหล่าสรรพชีวิต มิใช่บำเพ็ญธรรมเพื่อตนเอง
142 ถามสรรพโพธิสัตว์มีรูปสัมโภคกาย (กายแห่งความยินดีปราโมทย์) นิรมาณกาย (กายเนื้อหรือกายที่ปรากฏ) ด้วยเหตุใดจึงต้องเนรมิตหรือเปลี่ยนเป็นวัชรกาย
ตอบ สรรพโพธิสัตว์โปรดสรรพชีวิตที่มีความศรัทธาต่อพุทธธรรมอยู่แล้ว ก็จะมาโปรดด้วยรูปยินดีปราโมทย์หรือสัมโภคกาย ในสรรพชีวิตที่ไม่มีศรัทธาในพุทธธรรม ดื้อรัน แข็งกร้าว โหดร้าย ท่านจึงต้องมาโปรดด้วยปางวัชระซึ่งดุร้าย นี่คือ อุปายะในการโปรดสรรพชีวิตของเหล่าโพธิสัตว์
143 ถามรูปพระโพธิสัตว์ส่วนใหญ่จะเป็นท่าประทับนั่ง พระวัชรธรส่วนใหญ่จะเป็นท่ายืน มีความแตกต่างกันอย่างไร
ตอบ พระวัชรธรทั้งปวงมีภารกิจอันหนักหนาในการโปรดสรรพชีวิต จึงมีมาในท่ายืนซึ่งครอบคลุมถึงท่าเดินเคลื่อนไหว เหาะเหิน พลังบารมีที่แผ่ออกมาในท่านั่งไม่เท่าท่ายืน ท่ายืนไม่เท่าท่าเดินเคลื่อนไหว ท่าเดินเคลื่อนไหวไม่เท่าท่าเหาะเหิน
144 ถามพระพุทธเจ้ามีธรรมกาย สัมโภคกาย นิรมาณกาย ซึ่งเรียกว่า ตรีกาย มีความหมายเช่นใด
ตอบ ธรรมกายเป็นรูปกายที่เปล่าเปลือย สัมโภคกายเป็นรูปกายส่วนล่างสวมอาภรณ์ ส่วนบนเปิดเห็นเนื้อหนังมังสา นิรมาณกายเป็นรูปกายที่สวมไตรจีวรครบถ้วน การเพ่งนิมิตถึงแม้มีกายซึ่งไม่เหมือนกันแต่บุญบารมีที่ได้ไม่แตกต่างกัน กล่าวโดยรวมคือหลักการแห่งวัชรยาน ข้าคือพุทธะ พุทธะคือข้า หลักการนี้ผู้มีวิบากกรรมหนักโดยทั่วไป จะเชื่อถือได้ไม่ง่ายนัก ด้วยเหตุนี้จึงมีธรรมวิธีในหลายๆแบบมาเป็นกุศโลบาย ทำให้ค่อยๆเลื่อนระดับขึ้นจนถึงขั้นบรรลุพุทธภาวะ ตัวอย่างเช่น พระอาทิพุทธเจ้าและพระธยานิพุทธเจ้า 5 พระองค์ ที่ล้วนมีความแจ่มแจ้งในจิตของพระองค์เองจนบรรลุเป็นพุทธะ พระศากยมุนีพุทธเจ้าได้ถ่ายทอดธรรมให้เจ้าเชื้อพระวงศ์ในอินเดีย ด้วยประโยคที่ว่า ท่านคือพุทธะ เจ้าเชื้อพระวงศ์มีความเชื่อว่าเป็นไปได้ จึงบังเกิดความแจ่มแจ้งในจิตบรรลุเป็นพุทธะในบัดดล ในเวลานั้นมีพระอรหันต์สาวกมากหลายที่ได้ยินและตื่นตะลึงเป็นอย่างยิ่ง กระทั่งมีผู้ได้ยินประโยคนี้แล้วตกตะลึงจนเสียชีวิตไปก็มี ในกาลกระโน้นสาวกของพระคุรุปัทมสมภพได้ยินประโยคนี้แล้วบังเกิดความแจ่มแจ้ง บรรลุเป็นพุทธะในคราวเดียวร้อยกว่าท่าน ในสาวกของนิกายขาวในขณะที่ได้ยินประโยคนี้มีผู้บรรลุ 2 ท่าน ยังมีภิกษุณีอีกร้อยกว่าท่านที่ได้บรรลุเป็นพุทธะหลังจากได้ยินประโยคนี้ เนื่องด้วยมวลมนุษย์ทั้งปวงมีพื้นฐานที่ไม่เหมือนกัน มีปัญญาสูงก็มี มีปัญญาน้อยก็มี ภูมิรู้สติปัญญาความสามารถไม่เท่าเทียมกัน ตัวอย่างเช่น คนที่เล่าเรียนหนังสือ บางคนเฉลียวฉลาดมาแต่กำเนิด ได้ยินเพียงหนึ่งก็สามารถรู้ได้ถึงสิบ คนระดับสติปัญญาปานกลางหรือต่ำต้องค่อยๆเล่าเรียนไปมีความอุตสาหะเพียรพยายามไม่ขาด จึงสามารถประสบผลสำเร็จได้ ด้วยเหตุผลเดียวกัน การบรรลุพุทธะถือจิตเป็นหลัก จิตมีความแจ่มแจ้งเมื่อใด เมื่อนั้นก็บรรลุเป็นพุทธะ เมื่อใดที่ไม่แจ่มแจ้ง เมื่อนั้นก็คือมนุษย์ธรรมดา
145 ถามพุทธวัชรตันตระมีรูปพุทธเจ้าปางยับยุมที่เป็นรูปพุทธคู่สวมกอดกัน เป็นที่สงสัยของคนทั่วไปมิทราบว่ามีความหมายเช่นใด
ตอบ การเชื่อหรือไม่ด้วยเหตุปัจจัยของแต่ละบุคคล เมื่อครั้งพระศากยมุนีพุทธเจ้ายังมีพระชนม์ชีพอยู่ ก็ยังไม่วายถูกคนติฉินนินทา ประสาอะไรกับคนในยุคต่อมา พุทธะปางยับยุมเป็นอนุตรธรรม พระพุทธเจ้าเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความมิใช่มี ส่วนพุทธมารดาเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความมิใช่ว่าง รวมกันเป็นศูนยตาธรรมคือพุทธภาวะ
146 ถามหลักการเหตุผลของวัชรตันตระธรรมแตกต่างจากธรรมปกติโดยทั่วไปมักทำให้ผู้คนเกิดความสงสัยสนเท่ห์อยู่เสมอหรือถูกคัดค้าน เพราะเหตุใด
ตอบ การศึกษาเรียนรู้ในพระสูตรของศาสนานั้นกว้างขวางดุจห้วงมหาสมุทร ลึกซึ้งยากหยั่งถึง บรรดาพระสูตรของสูตระยานและวัชรตันตระยานทั้งหมดนั้น ผู้ที่ยังไม่ได้ศึกษาบำเพ็ญด้วยตนเอง จะเกิดอุปสรรคในหลักเหตุและผลตามที่ตนเห็นได้ง่าย นอกจากนั้นก็ยังมีบุญบารมีของแต่ละคนเป็นเหตุปัจจัยที่เกี่ยวพันอย่างมาก ดังเช่นพระลามะรูปหนึ่งซึ่งเป็นศิษย์ผู้น้องของพระอาจารย์วิทยธารา ซึ่งก็คือพระอาจารย์อาของอาตมา ท่านหนึ่ง ท่านมีวัตรปฏิบัติที่ดีมาก ได้มรรคผลอันสูงส่ง ศิษย์พี่ศิษย์น้องของท่านซึ่งได้มรรคผลรูปอื่นๆต่างยอมรับว่าท่านได้บรรลุเป็นพุทธะแล้ว พระอาจารย์ของท่านก็รับว่าท่านได้บรรลุมรรคผลแล้ว พระอาจารย์อาเองก็เชื่อว่าท่านได้บรรลุมรรคผลแล้ว มีเพียงอาตมาเท่านั้นที่ยังเคลือบแคลงสงสัยว่า พระอาจารย์อาบรรลุมรรคผลแล้วหรือ อาตมาจึงนำความสงสัยในจิตไปกราบเรียนถามพระอาจารย์วิทยธาราขอให้ท่านช่วยแก้ข้อสงสัยด้วย พระอาจารย์ได้บอกต่ออาตมาว่า อันนี้ด้วยเจ้ากับอาจารย์อา ไม่มีบุพวาสนาผูกพันกันแต่กาลก่อน เจ้าสามารถขอให้ อาจารย์อาถ่ายทอดธรรมวิธีให้หนึ่งบท เพื่อผูกวาสนาบารมีต่อกัน อาตมาจึงขอให้พระอาจารย์อาถ่ายทอดธรรมวิธีให้ด้วยความจริงใจ นับแต่ได้รับธรรมจากท่านจิตเคลือบแคลงสงสัยก็หายไป อาตมามีความเชื่อมั่นแล้วว่า พระอาจารย์อาได้บรรลุมรรคผลเป็นพุทธแล้ว จะเห็นได้ว่าวาสนาผูกพันก็มีความสำคัญมาก อาตมากับพระอาจารย์อายังมีความเคลือบแคลงสงสัยได้นับประสาอะไรกับคนทั่วๆไป เมื่อเคลือบแคลงสงสัยมากขึ้นก็คัดค้าน และตามมาด้วยติฉิน การติฉิน คัดค้านไม่เชื่อในพระธรรมเป็นเหตุให้ต้องเวียนว่ายอยู่ในวัฏฏะ โคจรอยู่ในวิถีของ 6 ภูมิอย่างสรรพชีวิตไม่อาจหลุดพ้นจากวงจรนี้ จึงก่อเกิดชาติเกิดภพขึ้นมา สรรพชีวิตที่ศรัทธาต่อพระธรรมชาติภพของเขาคือสุขาวดีพุทธเกษตร ด้วยเหตุนี้ผู้ศึกษาปฏิบัติพุทธศาสนา ไม่ว่านิกายใด จะสูตระ ตันตระหรือซกเชน ล้วนต้องตัดความสงสัยเสียให้สิ้น เมื่อมีจิตศรัทธาเชื่อมั่นจึงเข้าสู่ทวารธรรมได้ การบำเพ็ญปฏิบัติด้วยความเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เป็นปัจจัยก่อเกิดพุทธะและมาร ต่างกันแค่เศษเสี้ยวแต่ก็ห่างไกลกันเป็นพันลี้หมื่นกัลป์ ด้วยเหตุฉะนี้ศรัทธาเชื่อมั่น หรือเคลือบแคลงสงสัยในจิตท่าน พุทธะคือพุทธะในจิตท่าน มารก็คือมารในจิตท่าน
147 ถามวันนี้บำเพ็ญธรรมวิธีองค์นี้ พรุ่งนี้บำเพ็ญธรรมวิธีอีกองค์หนึ่งจะได้รับการคุ้มครองจากพุทธะหรือไม่ มีผลทำให้บรรลุมรรคผลเร็วขึ้นหรือช้าลง
ตอบ การศึกษาปฏิบัติพุทธะ ค่าอยู่ที่มีจิตเป็นหนึ่ง บำเพ็ญธรรมวิธีในองค์พุทธะ ตั้งแต่ต้นจนจบเพียงองค์เดียว ไม่ควรเปลี่ยนไปตามใจชอบ ธรรมวิธีอื่นเป็นการช่วยประกอบ หากวันนี้บำเพ็ญองค์นี้ ดุจดังเป็นข้าราชการวันนี้ปฏิบัติรับใช้ผู้บังคับบัญชาคนนี้ พรุ่งนี้ก็ไปปฏิบัติรับใช้เจ้านายอีกคนหนึ่ง สลับกันไปมาไม่มีกำหนด ผลที่สุดก็ไม่มีเจ้านายท่านใดผูกพัน เหมือนดังการปฏิบัติรับใช้เจ้านายคนเดียว ขอเพียงได้รับความไว้วางใจจากเจ้านายท่านเดียว เจ้านายท่านอื่นก็ย่อมยอมรับผูกพันด้วย ผู้ปฏิบัติวัชร-ธรรมก็เช่นกันหากบำเพ็ญพุทธะธรรมองค์เดียวจนบรรลุแล้ว พุทธะทั้งปวงก็ยอมรับและผูกพันด้วย ดังคำกล่าวที่ว่า รู้แจ้งในหนึ่งธรรมย่อมรู้แจ้งทั้งหมื่นธรรม การมีจิตเป็นสองมิอาจบรรลุได้ มิต้องพูดถึงการมีหลายจิตเลย แต่ว่ามนุษย์มีจิตอันหลากหลาย ฉะนั้นปุถุชนจึงมีหลายหลาก
148 ถามพุทธศาสนิกชนซึ่งปฏิบัติพุทธธรรม กาลเวลาผ่านมานานเข้าเกิดไปปฏิบัติธรรมแห่งศาสนาอื่นจะดีหรือไม่
ตอบ ไม่ควรปฏิบัติเช่นนั้น
149 ถามในปัจจุบันผู้คนทั่วไปมีเรื่องทางโลกให้สะสางมากมายทำให้จิตสับสนวุ่นวาย เวลาที่จะบำเพ็ญเพียรก็มีน้อย มิทราบว่ามีธรรมวิธีใดที่ง่ายและให้มรรคผลสูงสุด
ตอบ ธรรมวิธีที่ง่ายและให้มรรคผลผลสูงสุด คือ พุทธะคือท่าน ท่านคือพุทธะ กาย วาจา ใจของท่านก็คือ กาย วาจา ใจของพุทธะ ที่อยู่ที่ทำงานของท่านคือที่ประทับอันน่าเคารพยำเกรงของพุทธะ พ่อแม่บุตรภรรยาของท่านล้วนเป็นของพุทธะ สรรพสำเนียงที่ได้ยินล้วนเป็นเสียงแสดงธรรมของพุทธะ มโนจิตของท่านล้วนเป็นมโนจิตของพุทธะ โลกที่ท่านอาศัยอยู่ก็คือพุทธเกษตรของพุทธะ นี่คือมหาอนุตรธรรม การดำรงตนสภาวะนี้นานเข้าก็จะหล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียว โดยไม่สามารถแยกจากกันอีก เมื่อสภาวะจิตรวมเป็นหนึ่งไม่สับสนฟุ้งซ่าน ท่านคือพุทธะ พุทธะคือท่าน ท่านและองค์พุทธะไม่มีสองไม่มีแยกจากกัน
150 ถามการบำเพ็ญที่ง่ายดายเช่นนี้บุญบารมีจะได้เทียบเท่ากับการบำเพ็ญวิสุทธิมรรคหรือไม่
ตอบ บุญบารมีที่ได้เช่นเดียวกัน ผู้ปฏิบัติวัชรตันตระธรรมต้องยึดมั่นในมหาโพธิจิตและและเชื่อมั่นว่าเราคือพระพุทธเจ้า นี่คือรากฐานของวัชรตันตระยาน หากเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้งไม่เคลือบแคลงสงสัยว่า เราคือพุทธะ พุทธะคือเรา คำพูด ของกิน ของใช้ หรือแม้แต่การกระทำ ดุด่าว่ากล่าวสั่งสอนอบรมผู้คน ล้วนเป็นบุญบารมี เปรียบดังผึ้งดูดน้ำหวานจากดอกไม้ ก็ได้น้ำผึ้ง ไม่ทำอันตรายต่อดอกไม้และต้นไม้
151 ถามปฏิบัติวัชรตันตระธรรม ธรรมวิธีให้ปฏิบัติตนคือพุทธะ พุทธะคือตนซึ่งเป็นอนุตรธรรม ไม่ทราบว่ายังมีธรรมวิธีปฏิบัติอื่นอีกหรือไม่
ตอบ ให้ดีที่สุดให้ระลึกรู้ตลอดเวลาตนคือองค์พุทธะ ระลึกถึงสรรพชีวิตดังพุทธะระลึก อีกทั้งไม่ลืมจิตมุทราและคาถาประจำองค์พุทธะแม้เวลาเดียว โดยสรุปคือข้าคือพุทธะ พุทธะคือข้า จิตข้าคือพุทธะจิต หากเมื่อใดจิตมุทราเลือนหายเมื่อนั้นก็คือปุถุชนคนธรรมดา
152 ถามขอให้พระอาจารย์ท่านได้เมตตาถ่ายทอดธรรมวิธีที่ง่ายในการปฏิบัติและให้ผลอย่างรวดเร็วธรรมวิธีหนึ่ง
ตอบ ธรรมวิธีที่ง่ายที่สุด แน่นอนที่สุดและให้ผลรวดเร็วที่สุด ในการบรรลุพุทธะ มิมีธรรมใดเทียบได้กับมหาธรรมวิธีของพระอมิตาภพุทธเจ้า พระธรรมนี้หากผู้มีจิตศรัทธาเป็นหนึ่งแน่วแน่ในการปฏิบัติ 7 วันก็สำเร็จผล เมื่อสิ้นอายุขัย จิตเป็นหนึ่งไปจุติหรือจิตเป็นหนึ่งขอความเมตตาจากพระอมิตาภพุทธเจ้านำส่ง หรือจิตเพ่งนิมิตถึงแต่สุขาวดีพุทธภูมิ ถือวิสัยตนเป็นอมิตาภะ ข้าคืออมิตาภะ อมิตาภะคือข้า จิตข้าคือพุทธจิต พุทธจิตเป็นจิตข้า ไม่มีว่าไม่สำเร็จผล นอกจากมีจิตเป็นหนึ่งเดียวไม่สับสนฟุ้งซ่าน ให้ปฏิบัติฌานทำสมาธิให้จิตแจ่มแจ้งอย่างสมบูรณ์ จิตแจ่มแจ้งสมบูรณ์เมื่อใดเมื่อนั้นก็บรรลุความเป็นพุทธะ เมื่อใดที่จิตไม่แจ่มแจ้งก็คือยังคงเป็นสรรพชีวิต สภาพจิตเป็นหนึ่งไม่สับสนฟุ้งซ่านคือจิตอยู่ในสภาวะไม่เก็บกดหรือปล่อยล่องลอยออกไป อย่ายึดในรูปลักษณ์ ไม่รับและไม่ให้ มีดั่งไม่มี ไม่อยู่ในธรรม ไม่อยู่ใน วิมุตติ หากแม้มีการดำรงจิตอยู่ในวิมุตติหรือนิพพาน ก็ต้องมีการเก็บกดจิตให้อยู่ในสภาพทวิภาวะ เข้าสู่อรหันต์มรรค มิใช่เข้าสู่พุทธะมรรค ดังที่กล่าวไว้ในปรัชญาปารมิตาสูตร*ว152 ควรดำรงจิตดังเช่นอาทิพุทธ คือดำรงจิตดั่งไม่มีจิต เปล่าเปลือย เป็นธรรมกายอันเปลือยเปล่าโปร่งใส เป็นสภาวะอันยอดเยี่ยม การรู้การเข้าใจอยู่ที่บุญบารมีและมรรคผลจากการบำเพ็ญของแต่ละบุคคล ยากมากที่จะใช้คำพูดอธิบายภาพลักษณ์เช่นนี้ได้ โดยสรุปธรรมวิธีที่ง่ายและเร็วที่สุดในการบรรลุมรรคผล ก็คือมหาธรรมแห่งพระอ-มิตาภพุทธเจ้าหนึ่ง มหาธรรมให้จิตตนเกิดการรู้แจ้งนี่คือมหาอนุตรธรรม บรรลุพุทธะในฉับพลัน ผู้บำเพ็ญในทิเบต จะดูความก้าวหน้าในการปฏิบัติของตน ให้พิจารณาว่าในปีนี้ตนมีเมตตาและมุทิตาจิตเพิ่มขึ้นหรือไม่ มีความแจ่มแจ้งมากขึ้นหรือไม่ จะต้องเพิ่มขึ้นทั้งเมตตาและความแจ่มแจ้งจึงจะเรียกว่ามีความก้าวหน้าเพิ่มขึ้น มิใช่ปีนี้ปฏิบัติสมาธิแล้วได้พบพระพุทธเจ้ามากขึ้น ตัวเบาขึ้นเหาะเหินเดินอากาศได้ ได้รับความวิเศษซึ่งคนทั่วไปไม่มี เหล่านี้คือความสำเร็จภายนอก มิใช่ความสำเร็จภายใน ที่อาตมาชี้แจงมานี้ พวกท่านแม้นำทรัพย์สิน แก้วแหวนเงินทองจำนวนมหาศาลไปแสวงหาพระอาจารย์ทั่วทั้งอินเดียและทิเบต ก็ไม่สามารถได้ธรรมวิธีที่ดีเลิศหรือสูงกว่านี้
153 ถามภพภาวะ ของผู้ปฏิบัติพุทธวัชรตันตระเป็นอย่างไร สามารถรับรู้ได้ไหม
ตอบ ภพภาวะของผู้ปฏิบัติพุทธวัชรตันตระ มิอาจบอกได้ อยู่ที่บุญบารมีและมรรคผลของผู้ปฏิบัติแต่ละคนว่าตื้นลึกเพียงใด แต่ภพภาวะของวัชรยานคือมหาปรัชญาปารามิตา
154 ถามพุทธวัชรตันตระมีธรรมวิธีที่สำเร็จภายนอก 8 อย่าง ภายใน 8 อย่าง ขอพระอาจารย์ท่านช่วยชี้แจงด้วย
ตอบ ผลสำเร็จในธรรมวิธีภายนอก
1. สามารถเหาะเหินเดินอากาศ
2. ได้ตาทิพย์ หูทิพย์
3. ได้เท้าวิเศษ
4. ตกน้ำไม่จม ตกไฟไม่ไหม้
5. ดำดินได้
6. เมื่อตายแล้ว ร่างกายแข็งแกร่งดุจหินทอง ไม่ผุพังเน่าเปื่อย
7. ขี่กระบี่เหาะเหินไปที่ใดก็ได้อย่างอิสระ
8. หายตัวกำบังกาย ไม่ให้คนมองเห็นได้
ส่วนผลสำเร็จในธรรมวิธีภายใน กล่าวโดยสรุปคือ รู้แจ้งในจิตตน วิมุตติหลุดพ้น ผู้สำเร็จธรรมภายนอกหากฆ่าคนตายไม่สามารถทำให้เขาฟื้นคืนชีพได้อีก แต่ผู้สำเร็จธรรมภายในสามารถทำความปรารถนาได้เต็มเปี่ยม แม้ฆ่าคนตายก็สามารถชุบชีวิตเขาให้ฟื้นคืนชีพขี้นมาได้อีก นี่คือความแตกต่างกันของผลจากความสำเร็จในธรรมภายนอกกับภายใน
155 ถามผู้ปฏิบัติธรรมวัชรตันตระควรบำเพ็ญธรรมภายนอกก่อนแล้วค่อยบำเพ็ญธรรมภายในใช่หรือไม่
ตอบ บำเพ็ญธรรมภายในจะดีกว่าบำเพ็ญธรรมภายนอก แม้มีคุณวิเศษ แต่ยังจะไม่บรรลุพุทธะ ผู้บำเพ็ญธรรมภายนอกหากต้องการบรรลุพุทธะ ยังคงต้องบำเพ็ญธรรมภายใน แต่ในผู้บำเพ็ญธรรมภายในสำเร็จ คุณวิเศษก็จะมีขึ้นเอง เปรียบดังบุรุษซึ่งมีอายุมากขึ้นจะมีหนวดเครางอกขึ้นมาเองตามธรรมชาติ
156 ถามนิกายขาวแดง ของทิเบต มีมหาอนุตรธรรม แบ่งเป็นกี่อย่าง อะไรบ้าง ตอบ มหาอนุตรธรรม ของนิกายขาวแดง กล่าวโดยย่อ คือแบ่งออกเป็นส่วนใหญ่ 2 อย่าง หนึ่งคือธรรมภายนอก และธรรมภายใน ธรรมภายนอกเรียกว่า มหามุทรา ธรรมภายในเรียกว่า มหาอาทิโยคะ มหามุทราธรรมภายนอกยังแบ่งออกเป็น 6 อย่างคือ 1 คตุม.ม้. ตุม.โม.หรือเตโชโยคะ ธรรมวิธีพลังความร้อนภายในกาย 2 q^.ลูซ. จูลูหรือ กายมายา ปรากฏการณ์ทั้งปวงของกายเป็นมายาดังผีหลอก 3 nj.ลม. มิลัมหรือ ความฝัน สมาธินอนหลับระลึกรู้ทุกขณะจิตแม้ยามนอน 4 อ้ด.คซล. เออเซหรือแสงประภัสสร แสงกระจ่างไม่สิ้นสุด 5 บร.ด้. บาร์โดหรืออันตรภพ ภพภาวะระหว่างหลังตายและเกิดใหม่ 6 อภ้.บ. โภวา ธรรมวิธีเคลื่อนย้ายวิญญาณสู่จิตวิญญาณที่สูงขึ้น ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นธรรมวิธีภายนอกที่ถ่ายทอดกันด้วยปากเปล่า มหาธรรมอาทิโยคะภายใน แบ่งออกเป็น 1 ซ่มซ.Di. เซมเด ประสบการณ์ของจิตอันว่างเปล่า 2 Ofง.Di. ลองเด ปริมณฑลของการขยายออกจนไพศาล 3 มน.งค.Di. เมนงะเด ปรากฏการณ์ของธรรมชาติอันจริงแท้ เมนงะเด แบ่งออกเป็น 2 แนว ฑ่คซ.ช้ด. เทรคเชอ เจาะทะลวงสิ่งกีดขวาง เข้าสู่พุทธะภาวะในทันที ถ้ด.ฝล. เถอเคล เดินตรงเข้าสู่พุทธะภาวะ โดยไม่มีการขัดขวาง 157 ถามอนุตรธรรมวัชรตันตระที่พระอาจารย์ถ่ายทอดนั้นสามารถถ่ายทอดต่อคนทั่วไปได้หรือไม่ ตอบ ตามกฎระเบียบที่มีมาอนุตรธรรม พระอาจารย์รุ่นหนึ่งจะถ่ายทอดให้ศิษย์รุ่นต่อไปเพียงคนเดียวเท่านั้น ธรรมวัชรตันตระข้อสำคัญที่สุดคือเคารพนับถือพระอาจารย์รักษากฎระเบียบอย่างเข็มงวด ด้วยเหตุนี้รุ่นต่อรุ่นจึงถ่ายทอดให้เพียงคนเดียวเท่านั้น 158 ถามพระอาจารย์มีเมตตากรุณาต่อพวกเราถ่ายทอดอนุตร-ธรรมให้ผู้คนมากหลาย ไม่ทราบว่ามีชาวทิเบตมากน้อยเท่าไรที่รับการถ่ายทอดอนุตรธรรมจากท่าน ตอบ อาตมาถ่ายทอดอนุตรธรรมแก่ชาวทิเบตน้อยคนนัก อาจเป็นว่าอาตมามีวาสนากับพวกท่านทั้งหลาย อีกทั้งพวกท่านมีศรัทธา อาตมาจึงถ่ายทอดอนุตรธรรมให้ อาตมาปรารถนาลงสู่นรกภูมิเอง
159 ถามท่านั่งในการปฏิบัติสมาธิเป็นอย่างไร ตอบ เมื่อเริ่มฝึกนั่งสมาธิ ท่านั่งนั้นมิได้จำกัด นั่งขัดสมาธิ หรือขัดสมาธิเพชร ตัวตรง ศีรษะตรง คอตรง เป็นธรรมชาติ อย่าได้เกร็ง เปิดตาทั้งสองข้าง สองมือประสาน ในท่าสมาธิมุทรา พระพุทธะไม่มีทุกข์ทั้งปวง สมาธิมุทราของพระพุทธเจ้าคือมือขวาทับมือซ้าย สมาธิมุทราอีกแบบคือสรรพชีวิตมีทุกข์ ท่ามุทราจึงใช้มือซ้ายทับมือขวา มือซ้ายเป็นน้ำ มือขวาเป็นไฟ ใช้น้ำทับไฟมิให้ลุกโชนขึ้น ทำให้ความคิดสงบสมาธิขึ้นได้ง่าย และระลึกอยู่เสมอว่าบำเพ็ญธรรมเพื่อสรรพชีวิตทั้งปวง มิใช่บำเพ็ญธรรมเพื่อตนเองคนเดียว เมื่อจิตฟุ้งซ่านด้วยความคิด อย่ากดดันบีบบังคับมิให้ความคิดเกิด แต่ก็อย่าเตลิดตามความคิด ค่อยๆนำจิตเข้าสู่สมาธิ จากนั้นเมื่อไม่มีความคิดเกิดขึ้นอีก จิตเริ่มมีสติแจ่มใส รู้แจ้งในตนเอง ไม่มึนงง ง่วงง่าว เพราะการบรรลุพุทธะไม่อยู่ที่ความต้องการภายนอกขอเพียงจิตรู้แจ้ง ก็บรรลุพุทธะ ภพภูมิใดๆที่อยู่ตรงหน้า ล้วนปรากฏจากจิต ไม่ต้องไปใส่ใจสนใจทั้งสิ้น ก็จะนั่งได้นานมากขึ้น เมื่อออกจากสมาธิก็แผ่เมตตาอุทิศกุศลแก่สรรพชีวิต นี่คือการนั่งสมาธิอย่างง่ายๆ
160 ถามการปิดตากับเปิดตาเวลาปฏิบัติสมาธิ มีความแตกต่างกันอย่างไร ตอบ ผู้บำเพ็ญพุทธสูตระยาน ด้วยความกลัวยุ่งยาก ส่วนมากจะปิดตาบำเพ็ญ แต่ผู้บำเพ็ญธรรมวัชรยานตันตระไม่กลัวความยุ่งยากลำบาก ส่วนใหญ่จะเปิดตาบำเพ็ญธรรม ในนัยน์ตามีเส้นเลือดฝอยเล็กๆอยู่ หากเปิดตาบำเพ็ญเพียรแล้วจะไม่ทำให้การหมุนเวียนของเลือดมีอุปสรรค ทำให้ไม่เกิดโรคทางตา ภพภาวะใดเกิดขึ้น สองตาก็จ้องดูมัน ก็จะไม่ทำให้เกิดภาพอันน่าสะพรึงกลัวขึ้น หากแม้มีภาพอันน่าสะพรึงกลัวเกิดขึ้นยิ่งต้องจ้องดูมัน อีกทั้งการปิดตาทำให้ง่วงนอนได้ง่าย ใช้พลังเบิกตาให้ใหญ่ขึ้นก็จะไม่ง่วงมึนงง นานเข้าสภาวะจิตก็จะเป็นหนึ่งเดียวโดยธรรมชาติ จิตเป็นหนึ่งสภาวะฟุ้งซ่านสับสนก็ไม่เกิด
161 ถามการปิดตาปฏิบัติสมาธิง่ายต่อการทำจิตสงบ การเปิดตายากต่อการทำให้จิตสงบมีเหตุผลถูกต้องหรือไม่อย่างไร ตอบ ท่านปิดตาจนเคยชิน จึงรู้สึกว่าปิดตาทำจิตสงบง่ายขึ้น ท่านค่อยๆเปิดตาบำเพ็ญ นานวันเข้าก็จะเคยชินเป็นธรรมดา
162 ถามทุกครั้งที่นั่งสมาธิ จะเกิดอาการง่วงนอน ไม่ทราบว่าจะแก้ไขอย่างไร ตอบ เมื่อนั่งสมาธิให้มีสติอยู่ด้วย ก็จะไม่ง่วง ท่านนั่งสมาธิอย่างสุภาพเกินไป ต้องมีท่าทางขึงขังสักหน่อยก็จะไม่เกิดการง่วงนอน
163 ถามนั่งสมาธิลิ้นต้องดุนเพดาน ปากปิดสนิทใช่หรือไม่ ตอบ ปฏิบัติสูตระยานและวัชรยานเบื้องต้นต้องพิถีพิถันในทุกรายละเอียด แต่เมื่อปฏิบัติธรรมวัชรตันตระแล้วไม่มีข้อจำกัด สิ่งสำคัญคือมหาโพธิจิต
164 ถามเวลานั่งสมาธิลมปราณตีขึ้นข้างบนเป็นเพราะเหตุใด ตอบ ท่านนำลมปราณเข้าจุดจักรที่ท้องน้อย (จุดตังฉั้ง) ลมก็จะไม่ตีขึ้น การนั่งสมาธิก็จะมั่นคงขึ้น แต่อย่าเพียรจนเกินกำลัง ขอเพียงอย่าลืมโพธิจิตก็ดีแล้ว ดุจดังกรอด้าย ดึงแรงด้ายก็ขาด ดึงน้อยไปด้ายก็ไม่กรอแต่พันกันยุ่งเหยิง หรือการสีซอต้องสีให้ช้าเร็วตามจังหวะท่วงทำนอง จึงได้สำเนียงอันไพเราะ
165 ถามการบำเพ็ญธรรมต้องปลีกวิเวกกักตนบำเพ็ญเพียร จึงจะประสบความสำเร็จ ในปัจจุบันอุบาสกทั่วไปต้องวิ่งวุ่นทำมาหากินทั้งวัน หากละทิ้งครอบครัวไปบำเพ็ญธรรมโดยเฉพาะ ครอบครัวก็เดือดร้อน หากไม่บำเพ็ญโดยเฉพาะก็ไม่สำเร็จ จะทำอย่างไรดี ตอบ การปฏิบัติธรรมวัชรตันตระ ที่สำคัญคือมหาโพธิจิต ตั้งปณิธานโปรดเหล่าสรรพชีวิตให้พ้นทุกข์ ลำบากเพื่อสรรพชีวิต ตายก็เพื่อสรรพชีวิต พ่อแม่บุตรภรรยาเป็นวงศาคณาญาติพวกพ้องของท่าน ล้วนต้องพึ่งพาอาศัยท่าน หากทอดทิ้งไม่เอาใจใส่ ครอบครัวก็ต้องทนทุกข์แล้วจะไปมีความสามารถโปรดสรรพชีวิตได้อย่างไร ต้องสูญเสียโพธิจิตไป แม้ทิ้งไปบำเพ็ญก็ได้ผลเพียงเล็กน้อย ในกาลกระโน้นมีพระลามะรูปหนึ่งเข้าไปในป่าลึกกักตนบำเพ็ญธรรม มีศิษย์เป็นผู้ดูแลการกักตนให้ ขณะนั้นมารดาของพระลามะท่านนั้นเจ็บหนักอยู่ที่บ้าน คิดถึงพระลามะลูกชายเป็นอันมาก ต้องการพบหน้าสักครั้งจึงจะยอมตาย ด้วยเหตุนี้จึงได้ให้คนไปบอกแก่พระลามะให้กลับบ้านพบหน้าแม่สักครั้ง พระลามะลูกชายก็ให้คนที่มาตามกลับไปบอกแม่ว่า ผู้ออกบวชการบำเพ็ญเป็นสิ่งสำคัญ แม่ก็ให้คนไปตามพระลามะลูกชายถึงสามครั้ง พระลามะก็ยังไม่ยอมกลับบ้าน ศิษย์ผู้ดูแลอดรนทนไม่ได้บันดาลโทสะชี้หน้าต่อว่าพระอาจารย์ตนว่า ท่านบำเพ็ญธรรม เพื่อโปรดสรรพชีวิตให้พ้นทุกข์ ความปรารถนาของมารดาตนเอง ท่านยังไม่สามารถตอบสนองให้ ในภพนี้จะมีพระพุทธที่อกตัญญูได้อย่างไร พระอาจารย์ได้ฟังแล้วสำนึกได้ รีบกลับบ้านไปพบหน้ามารดาก่อนที่มารดาจะตาย ต่อมาพระลามะรูปนั้นซึ่งมีวัตรปฏิบัติ และความรู้ดีมาก ท่านได้พูดอยู่ตลอดเวลาว่า อาตมาไม่มีพระอาจารย์มีแต่ศิษย์ที่สามารถว่ากล่าวตักเตือนอาตมาถึงมหาคุณธรรม สามารถเป็นอาจารย์ของอาตมาได้ หลังจากนั้นทุกครั้งที่เห็นศิษย์ก็จะคำนับศีรษะให้ ศึกษาปฏิบัติธรรมวัชร-ตันตระไม่ต้องกลัวลำบาก ยิ่งยากลำบากยิ่งดี จิตเป็นหนึ่งเดียวกับพระพุทธแห่งธรรมวิธี ไม่ลืมโพธิจิต บุญบารมีย่อมได้อย่างมหาศาล ไม่ต้องละทิ้งครอบครัวเข้าสู่ภูเขาธรรม หากสภาพแวดล้อมและโอกาสอำนวย สามารถกักตนบำเพ็ญได้ก็ยิ่งดี 166 ถามเวลากักตนบำเพ็ญธรรม ควรนั่งสงบบำเพ็ญหรือเดินจงกรมบำเพ็ญ หรือทั้งนั่งทั้งเดินรวมกันขอพระอาจารย์ช่วยแนะนำด้วย ตอบ เวลากักตนบำเพ็ญธรรม นอกจากดื่มกิน ถ่ายหนักถ่ายเบาที่จำเป็นต้องออกจากที่นั่งแล้ว ที่เหลือนั้นหากไม่ออกจากที่นั่งได้เป็นดีที่สุด เพราะการนั่งทำให้ลมปราณสงบ ลมปราณไม่เคลื่อนไหว จิตก็จะไม่เคลื่อนไหวตาม หากลุกจากที่นั่งบ่อยๆแล้วก็ทำให้ลมปราณเคลื่อนไหว จิตก็เคลื่อนไหวตาม ทำให้จิตยากที่จะสงบ จึงไม่ง่ายที่จะบรรลุผล 167 ถามผู้บำเพ็ญธรรมวัชรตันตระ ต้องกักตนบำเพ็ญเพียรกี่ปีจึงจะบรรลุผลสำเร็จได้ ตอบ คนทิเบตกักตนบำเพ็ญเพียร ไม่อาจกำหนดจำกัดปีได้ ที่สำคัญที่สุดเวลากักตนต้องไม่มีจิตเคลือบแคลงสงสัย การกักตนมี 1ปี 2ปี 3ปี 5ปี ถึง 13ปีไม่แน่นอน หากกักตน13ปียังไม่สำเร็จ ก็กักตนอีก 13ปี หากยังไม่สำเร็จอีกก็กักตนอีก 13ปี ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้กักตนตลอดชีวิต หากมีจิตเคลือบแคลงสงสัย แม้กักตนตลอดชีวิตก็ไม่บรรลุผลสำเร็จ
168 ถามกักตนบำเพ็ญธรรม เมื่อบรรลุผลสำเร็จ จะมีสิ่งใดเป็นเครื่องยืนยันหรือไม่ ตอบ มีสิ่งยืนยันได้แน่นอน เมื่อบำเพ็ญจนสำเร็จ ข้าคือองค์พุทธะ องค์พุทธะคือข้า ไม่มีสอง ไม่มีแยกแตกต่างกัน ดังเช่นพระอาจารย์ของอาตมาวิทยธารา เมื่อตอนวัยรุ่นเป็นคนเลี้ยงแกะให้ผู้อื่น เมื่อออกบวชเป็นพระลามะแล้ว ได้กักตนสามสิบกว่าปี พระสูตร คัมภีร์ต่างๆไม่เคยเห็นมาก่อน ล้วนเข้าใจแจ่มแจ้งได้หมด ภาษาท้องถิ่นทั้งหลายที่ไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อนก็สามารถฟังเข้าใจได้สามารถพูดได้ นี่คือหลักฐานของผลการบรรลุพุทธะ 169 ถามเวลากักตนบำเพ็ญธรรม หากสามารถได้เห็นพระพุทธ ได้พูดคุยกัน ใช่เป็นสภาวะที่ดีหรือไม่ ตอบ สามารถได้เห็นพระพุทธ ได้พูดคุยกันล้วนเป็นการเริ่มแห่งการบรรลุในขั้นแรก สภาวะใดที่ปรากฏตรงหน้าล้วนไม่ต้องสนใจทั้งสิ้น 170 ถามผู้ปฏิบัติธรรมวัชรตันตระเมื่อกักตนบำเพ็ญเพียร มีเรื่องใดที่ควรระวังบ้าง ตอบ วิธีการกักตนมีมากมาย อุบาสกสามารถปฏิบัติอย่างสะดวกในการกักตน ส่วนเรื่องที่ควรระวังสรุปโดยย่อได้ดังนี้ 1.วันที่เข้ากักตน ต้องเป็นเวลาเย็นหลังจากที่นกกาบินกลับคืนรังแล้ว 2.วันที่ออกจากการกักตนต้องเป็นเวลาเช้าท้องฟ้าสว่างใส 3.ของบริโภคในที่กักตน ให้จัดตามกำลัง ผู้ปฏิบัติกินเนื้อหรือกินเจ ให้ดูว่าปฏิบัติ บำเพ็ญธรรมวิธีขององค์ใดเป็นหลัก หากมีความไม่สะดวกก็จัดการตามความ สะดวกได้ แต่ผู้ที่กินเจต้องไม่มีจิตที่ว่าตนกินเจเป็นผู้ไม่มีบาป ผู้อื่นซึ่งกินเนื้อ เป็นผู้มีบาป 4.ก่อนที่จะกักตนต้องกำหนดคนที่จะพบด้วยล่วงหน้า ผู้ทีไม่อยู่ในกำหนดเมื่อถึงเวลากักตนแล้วผู้ใดมาขอพบก็ไม่ออกมาพบทั้งนั้น นี่คือหลักการของจิตหนึ่ง ไม่เป็นสอง 5.วันเวลาที่กักตน ไม่อาจลดน้อยลงกว่าที่กำหนด เช่นกำหนดไว้1สัปดาห์ ก็ต้อง กักตน 7 วันเต็มเช้าวันที่ 8 จึงจะออกจากที่กักตนได้ หากสามารถกักตนได้เกินกว่า ที่กำหนดไว้ได้ก็ยิ่งดี หลักการนี้ครอบคลุมทุกนิกาย ต้องบำเพ็ญอย่างเต็มเปี่ยม บุญบารมีจึงได้มหาศาล อย่างเช่นประคำสวดภาวนาทั่วไปมี 108 เม็ด แต่ชาว ธรรมวัชรตันตระมี 110 เม็ด เป็นหลักการเดียวกัน 6.ต้องให้บังเกิดมหาโพธิจิต ต้องรำลึกตลอดเวลาว่าบำเพ็ญเพื่อสรรพชีวิต มิใช่ บำเพ็ญเพื่อตนเอง กายเนื้อเป็นถุงหนังที่เหม็นใบหนึ่ง จะทุกข์ยากลำบากก็ทุกข์ ยากลำบากเพื่อสรรพชีวิต จะตายก็ตายเพื่อสรรพชีวิต อานิสงส์ทั้งปวงขออุทิศ ให้สรรพชีวิตทั้งปวง 7.ผู้ปฏิบัติทั่วไปกักตนบำเพ็ญยากที่จะหลีกเลี่ยงเรื่องมีมารผจญ ผู้ปฏิบัติธรรม วัชรตันตระใช้มหาโพธิจิตเป็นเหตุปัจจัย อีกทั้งได้รับเดชะบารมีจากพุทธะ วัชรธร ธรรมบาลทั้งปวงแวดล้อมปกป้องพิทักษ์ สุดที่มารทั้งปวงจะมารบกวนได้ แต่ การมีจิตเป็นหนึ่งนั้น ย่อมหมายถึง พระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ทั้งปวง ถึงแม้ท่าน จะมาก็ไม่สนใจนำพาใดๆทั้งสิ้น 8. การกักตนดุจดังการเข้าสู่สนามรบ หากทหารสองฝ่ายเผชิญหน้าประจัญกัน ผู้ เป็นแม่ทัพ สงสัยเคลือบแคลงหวาดหวั่น กลับไปกลับมาไม่แน่นอน ไม่เข้ม แข็ง จะต้องประสบความพ่ายแพ้แน่นอน หากแม้ตั้งใจแน่วแน่ เข้มแข็งปราศจาก ความกลัว ต่อกรกับศัตรูจะสามารถใช้กำลังคนน้อยกว่าเอาชนะกำลังคนมากกว่า ได้ รอดหลุดพ้นจากหายนะได้ ขอเพียงสู้อย่างยอมตายถวายชีวิต ตีกำลังหลักที่เป็นทหารศัตรูให้แตกพ่ายแล้วใช้กำลังติดตามขับไล่ไปให้หมดสิ้น โดยไม่ สิ้นเปลืองกำลังมากมาย ดุจดังการผ่าไม้ไผ่ เมื่อท่อนบนแยกออกด้วยคมมีด ท่อน ต่อมาก็ต้องแยกแตกออกจนหมด หลักการเหตุผลในการปฏิบัติธรรมก็ เช่นเดียวกัน 171 ถามเวลาปล่อยสัตว์ ไถ่ชีวิตสัตว์ จะสวดพระคาถาใดจึงได้อานิสงส์มากที่สุด ตอบ เมื่อเวลาปล่อยสัตว์ไถ่ชีวิต ให้สวดภาวนาคาถาพระอมิตาภพุทธเจ้าหรือคาถาพระโพธิสัตว์กวนอิม หรือสวดคาถาวัชรหกคติภูมิ และอธิษฐานแทนพวกเขา ขอให้วิบากกรรมทั้งหลายทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคตจงสูญสิ้นไป เพื่อให้ได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ที่มีรากเหง้ากุศลที่เพาะไว้ในจิตเพื่อจะได้บำเพ็ญจนบรรลุมรรคผล มีอานิสงส์อันเอนกอนันต์สุดประมาณ
172 ถามพระลามะหรืออุบาสกผู้บำเพ็ญธรรมวัชรตันตระ มองเห็นสรรพชีวิตทั้งปวง สรรพชีวิตทั้งปวงที่มองเห็นพระลามะหรืออุบาสกที่บำเพ็ญธรรมวัชรตันตระธรรม มีอานิสงส์หรือไม่ ตอบ มีอานิสงส์แน่นอน ผู้ปฏิบัติธรรมวัชรตันตระ มองเห็นสรรพชีวิต หรือสรรพชีวิตที่มองเห็นผู้ปฏิบัติธรรมวัชรตันตระ หรือมองเห็นเพียงเงาร่าง หรือแม้แต่เสื้อผ้าของผู้ปฏิบัติ หรือได้ยินเสียงของผู้ปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นสรรพชีวิตใด หรือหมู่มวลสรรพสัตว์ที่มีวิบากกรรมหนักหนาสาหัส แม้เป็นสัตว์ที่เล็กดุจมดปลวกหรือกว่านั้น ล้วนได้รับการขจัดลดทอนซึ่งวิบากกรรมอันอนันต์นั้น ผ่านพ้นสิบสามชาติภพแล้วจะสามารถเกิดเป็นมนุษย์ผู้มีรากเหง้าแห่งกุศลเพาะอยู่ในจิต จะได้บำเพ็ญเพียร และบรรลุมรรคผลได้ง่าย หากพระลามะหรืออุบาสกที่ได้บำเพ็ญสำเร็จมรรคผล หรือเป็นผู้ที่มีมหาโพธิจิต เมื่อมองเห็นสรรพชีวิต และได้สวดคาถาวัชระหกคติภูมิ อันเป็นคาถาวัชระตันตระธรรมแทนพวกเขา 7 คาบ หรือสวดคาถา พระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นรากฐานแห่งตนแล้ว สรรพชีวิตทั้งหลายที่มีกรรมหนัก ก็จะมีอายุขัยสั้นลง สามารถหลุดพ้นจากทุกข์ยากได้เร็วขึ้น ในชาติภพต่อมา หรือผ่าน 3 ชาติ ก็จะได้เกิดมาเป็นมนุษย์ซึ่งมีรากเหง้าแห่งกุศลจิต ได้บำเพ็ญพุทธธรรม และได้บรรลุมรรคผลในที่สุด 173 ถามเวลาบำเพ็ญธรรมโปรดผู้ตายให้พ้นทุกข์ ตนเองควรเพ่งนิมิตเช่นไร ผู้ตายจึงจะได้อานิสงส์สูงสุด ตอบ ล้วนเพ่งนิมิตเป็นพระพุทธเจ้า ผู้เป็นรากฐานแห่งตน
174 ถามเกี่ยวกับการโปรดสรรพชีวิตที่ตายแล้วให้พ้นทุกข์ ควรเพ่งนิมิตเช่นไร ตอบ เหมือนกัน ล้วนเพ่งนิมิตเป็นพระพุทธเจ้าผู้เป็นรากฐานแห่งตน ไม่ว่าที่ใดเวลาใด สรรพชีวิตที่สองตามองเห็นหรือที่มองไม่เห็น ล้วนให้เพ่งนิมิตเป็นเช่นเดียวกัน ข้าเป็นพุทธะ สรรพชีวิตทั้งปวงล้วนเป็นพุทธะ เพ่งนิมิตเช่นนี้บุญบารมีจะมหาศาล 175 ถามเกี่ยวกับผู้ตายที่ตายมานานแล้วหรืออาจจะไปเกิดใหม่แล้ว บำเพ็ญธรรมโปรดให้พ้นทุกข์ยังจะสามารถได้รับบุญกุศลอีกหรือไม่ ตอบ สามารถได้รับบุญกุศล ไม่ว่าผู้ที่ไปเกิดใหม่แล้ว หรือยังไม่ได้ไปเกิด 176 ถามผู้คนซึ่งเคารพสักการะเทพเจ้า หรือไหว้สังเวยบรรพบุรุษ เผากระดาษเงินกระดาษทองของต่างๆให้ผู้ตาย ไม่ทราบว่าเทพเจ้า หรือภูตผีจะได้ใช้หรือไม่ ตอบ ได้ใช้แน่นอน หากผู้รับซึ่งได้บรรลุพุทธะแล้วของเหล่านั้นก็ไม่จำเป็น แต่ถ้ายังไม่บรรลุล้วนจำเป็นต้องใช้
177 ถามหากบ้านช่องที่อยู่อาศัยไม่เป็นมงคล จะต้องปฏิบัติธรรมใด จึงจะกลับกลายจากร้ายเป็นดีได้ ตอบ บ้านช่องที่อยู่อาศัยไม่สงบสุข ก็ด้วยพระภูมิเจ้าที่ไม่สงบสุข ให้สวดภาวนาพระนามพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ให้มากขึ้น หรือสวดคาถามหาวิทยาหกคำให้มากขึ้นแล้วจะมีมงคลเอง หากได้เผากระดาษเงินทองด้วยแล้ว อานิสงส์จะยิ่งได้มากขึ้น แต่การเผากระดาษเงินกระดาษทองควรทำตามกำลังของตนเอง และความสะดวก อย่ากำหนดวันเวลาแน่นอน ด้วยพระภูมิเจ้าที่เป็นสรรพชีวิต มีจิต มีการคาดหวัง และยังมีโทสะ โมหะ โลภะ เมื่อได้รับเงินทองของเซ่นไหว้ตามกำหนดวันเวลาที่แน่นอนจนเป็นความเคยชินแล้ว หากเกิดไม่ได้รับตามวันเวลาที่กำหนด พระภูมิเจ้าที่จะเกิดบันดาลโทสะขึ้นมา จะกลับเป็นร้ายขึ้นมาได้ 178 ถามการเผากระดาษเงินกระดาษทองเพิ่มเข้าไปด้วยในการสวดภาวนานั้น ให้เผาภายในบ้านหรือเผาภายนอกบ้านดี ตอบ เผาให้พระภูมิเจ้าที่ให้เผาในบ้าน เผาให้ภูตผีไร้ญาติให้เผานอกบ้าน และให้เพ่งนิมิตว่าสิ่งที่ตนอุทิศให้นั้นให้แก่ดวงวิญญาณภูตผีไร้ญาติทั้งหลาย โดยเท่าเทียมกันหมด อย่าได้แย่งชิงกัน ขัดแย้งกัน อานิสงส์ที่ได้จะยิ่งมหาศาล
179 ถามอานิสงส์ในการสร้างพระพุทธรูปและการคัดลอกพระสูตรพระคาถามีความแตกต่างกันหรือไม่ ตอบ การสร้างพระพุทธรูปหรือการคัดลอกพระธรรมคัมภีร์ พระสูตรพระคาถา ล้วนมีอานิสงส์อนันต์ การสร้างพระรูปคือกาย พระสูตรพระคาถาคือวาจา เทียบกันแล้วการคัดลอกพระธรรมคัมภีร์พระสูตรพระคาถามีอานิสงส์มากกว่าการสร้างพระรูป 180 ถามการสร้างพระรูปพุทธะ พุทธลักษณะงดงามด้วยฝีมือที่ละเอียดประณีต กับพุทธลักษณะที่ไม่งดงามด้วยฝีมือที่หยาบ มีอานิสงส์แตกต่างกันหรือไม่ ตอบ พระพุทธรูปที่ชาวอินเดียสร้างงดงามที่สุด เนปาล ทิเบตสร้างได้เป็นรอง ชาวจีนสร้างระดับรองลงไปอีก พุทธลักษณะที่ดีหรือไม่ดีมีส่วนเกี่ยวข้องเป็นอย่างยิ่ง หากอัญเชิญพระพุทธรูปที่ไม่งดงามไปประดิษฐานในวัด ผู้ที่เห็นย่อมต้องพูดว่าพระพุทธรูปองค์นี้ไม่งดงามเลย ก็กลายเป็นวจีกรรมของคนพูด หากพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่งดงาม ผู้ได้พบเห็นก็ยินดีปรีดา เกิดศรัทธาในจิต ย่อมเพาะรากเหง้าแห่งกุศลจิตไว้ วิเคราะห์ถึงเหตุปัจจัยสาวลึกลงไปแล้วก็ถึงพระพุทธรูปที่ได้สร้างไว้งดงามหรือไม่ ผู้คนที่เกิดมาแล้วเจ็บป่วยขาเป๋หรือมีโรคเกี่ยวกับศีรษะ เกิดจากการเมื่อสร้างพระพุทธรูปแล้วไม่ตั้งใจที่จะสร้างอย่างสุดกำลัง ให้สวยสดงดงาม แต่พระพุทธรูปงดงามหรือไม่ ไม่มีผลเกี่ยวข้องกับผู้สักการบูชา แม้เพียงนำดินมาทำพระพุทธะสักการบูชา ก็ได้อานิสงส์อันอนันต์แล้ว 181 ถามเวลาสร้างพระพุทธรูปแล้ว ได้บรรจุสิ่งของเข้าไปในองค์พระพุทธรูป หากนำชื่อบุคคลใส่เข้าไปหรือบรรจุพระสูตรพระคัมภีร์ที่มีชื่อบุคคลอยู่ด้วย ไม่ทราบว่าจะดีหรือไม่ดีอย่างไร ตอบ ชื่อบุคคลไม่ควรนำใส่เข้าไปในองค์พระพุทธรูป หากจะใส่พระสูตรพระคัมภีร์ต้องเอาชื่อบุคคลออก ด้วยมีผู้คนเป็นจำนวนมากกราบไหว้สักการบูชาพระพุทธรูปนั้น รวมทั้งพระลา-มะ พระอริยะเจ้า พระชีวินพุทธะ กราบไหว้บูชา ชื่อบุคคลที่บรรจุอยู่ในองค์พระพุทธรูปนั้น ย่อมได้รับการสักการะด้วย บุญวาสนาของบุคคลนั้นจะลดลง เป็นเรื่องที่ไม่เป็นมงคล
182 ถามการบรรจุของเข้าไปในองค์พระพุทธรูป จะต้องเลือกวันอันเป็นมงคลหรือไม่ ตอบ ต้องเลือกวันอันเป็นมงคล วันที่ 8 ตามปฏิทินทางจันทรคติของทุกเดือน เป็นวัน พระพุทธ พระโพธิสัตว์วัชรธรทั้งปวงที่เป็นบุรุษ สามารถใช้วันนี้เป็นวันบรรจุพระพุทธรูป ทุกวันที่ 15 ของเดือน เป็นวันพระพุทธ พระโพธิสัตว์ทั้งชายหญิงล้วนสามารถใช้เป็นวันบรรจุองค์พระพุทธรูป ทุกวันที่ 25 อันเป็นวันฑากินีก็สามารถใช้เป็นวันในบรรจุองค์พระ หรืออาจใช้วันมงคลตามที่ระบุไว้ในปฏิทินก็ได้ 183 ถามพระพุทธรูปที่ชำรุด ควรจัดการอย่างไรจึงเหมาะสม ตอบ พระพุทธรูปที่ชำรุดเล็กน้อยก็ยังสักการบูชาได้อยู่ หรือซ่อมแซมให้เรียบร้อยแล้วค่อยปลุกเสกใหม่ หากพระพุทธรูปเสียหายมากให้นำไปไว้ในภูเขาลึกที่ไม่มีคนเหยียบย่ำ หรือนำไปเก็บไว้ในเจดีย์ หรือปล่อยลงที่กลางแม่น้ำที่มีน้ำไหลตลอด
184 ถามหากมีพระสูตรที่เสียหายใช้ไม่ได้แล้ว ควรจัดการอย่างไร ตอบ พระสูตรที่ใช้ไม่ได้ขาดวิ่นเสียหายให้เผาเสีย แล้วค่อยนำเถ้าไปโปรยลงในแม่น้ำหรือทะเลเพื่อโปรดเหล่าสรรพชีวิตในน้ำ 185 ถามเวลาสร้างพระเจดีย์ พระพุทธรูปในเจดีย์ ควรจัดวางเรียง เช่นไร การสักการบูชาจึงถูกต้องตามธรรมพิธี ตอบ พระเจดีย์มีรูปแบบมากมาย มีจำนวนชั้นแตกต่างกัน ประมาณว่า หากสร้างเจดีย์ 7 ชั้น 1 ชั้นล่างสุดตรงกลาง บูชาพระโพธิสัตว์แห่งโชคลาภ ด้านข้าง บูชาท้าวจตุโลกาบาล 2 ชั้น2 บูชามหากาฬา(ไต้เฮ็กเทียน)และปัลเดน ลาโม (กิกเซี้ยงเทียงบ้อ) 3 ชั้น3 และชั้น4บูชา พระโพธิสัตว์ตารา ทั้ง 21 องค์ (ยี่จับอิดโต่วบ้อ) 5 ชั้น5 ตรงกลางด้านหน้า บูชาพระโพธิสัตว์กวนอิมพันกร ด้านซ้ายบูชาองค์ฮายากีวะ (เบ๊อ๊วงกิมกัง) ด้านขวาบูชาองค์วัชรปาณิ ด้านหลังบูชาองค์วัชรธรหรือองค์คุรุปัทมสมภพ พระปฐมาจารย์วิทยธารา 6 ชั้น6 ด้านหน้าตรงกลางบูชาองค์พระศากยมุนีพุทธเจ้า ด้านขวาบูชาองค์พระอมิตาภพุทธเจ้า ด้านซ้ายบูชาองค์พระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า ด้านหลังบูชาพระอมิตายุส โพธิสัตว์หรือนำเกียลมาพุทธมารดา 7 ชั้น7 ตั้งบูชาพระอาทิพุทธและพระธยานิพุทธเจ้าทั้ง 5 พระองค์ หรือตั้งบูชาพระบูรพาจารย์ จัดวางพระสูตรพระคัมภีร์ โดยวางอย่าให้อักษรกลับบนล่าง จะทำให้ เกิดการทะเลาะวิวาทได้ง่าย รายชื่อบุคคลที่อยู่ในพระสูตรหรือพระคัมภีร์ควรเอาออก หรือไม่ควรให้มีชื่อบุคคลอยู่ในเจดีย์ รายชื่อผู้ที่ควรจารึกไว้เป็นอนุสรณ์ ควรจารึกไว้บนแผ่นศิลาหรือวัสดุที่ต้องการจัดตั้งไว้ข้างเจดีย์ การบรรจุชื่อหรือ จารึกชื่อบุคคลไว้กับองค์พระเจดีย์ จะเป็นการบั่นทอนบุญวาสนาของเจ้าของชื่อนั้น ถือว่าไม่เป็นมงคล
186 ถามพระอาจารย์ได้ตั้งฉายานามให้เหล่าสานุศิษย์ ไม่ทราบว่ามีอานิสงส์เช่นไร ตอบ ฉายานามทางธรรม มีอานิสงส์มหาศาลนัก หากพวกท่านหลงผิดทำบาปไว้ เมื่อตายสู่ยมโลก ยมบาลถามชื่อ เมื่อท่านตอบชื่อฉายานามทางธรรม ยมบาลจะไม่ควบคุมท่าน จะนำส่งท่านสู่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ เพราะฉะนั้นแต่ละคนต้องจำชื่อฉายาทางธรรมไว้ให้ได้ 187 ถามมีผู้กล่าวว่าเมื่อเวลาใกล้สิ้นอายุขัยได้กลืนกินเม็ดพระธาตุ จะได้อานิสงส์มหาศาล ไม่ทราบว่าเวลาปกติ จะสามารถกินเม็ดพระธาตุได้หรือไม่ ตอบ ตามที่พระสูตรได้กล่าวไว้ ยามปกติสามารถกินเม็ดพระธาตุได้ โดยกินน้ำนมหรือน้ำตาม หลังจากกินแล้วพระธาตุจะไม่ลงสู่กระเพาะลำไส้ แต่จะลอยขึ้นสู่กระหม่อม ผู้ที่กินพระธาตุแล้ววิบากกรรมที่มีจะลดลง กุศลกรรมจะเพิ่มขึ้น หากแม้กินพระธาตุตอนใกล้สิ้นอายุขัย จะไปจุติในพุทธภูมิแน่นอน*ว187 หากผู้ที่ใกล้จะตาย มีลมหายใจอ่อนมากไม่สามารถกลืนพระธาตุได้ สามารถเอาพระธาตุแช่น้ำแล้วนำน้ำนั้นหยดเข้าปากให้กินแทน ก็ได้ผลเช่นเดียวกัน ส่วนพระธาตุก็เก็บไว้บูชาต่อไป ในนิกายเหลืองมีการถ่ายทอดกันทางวาจาว่า ยามปกติไม่อาจกินพระธาตุได้ หากกินแล้วผู้ทำแต่กรรมดี กุศลกรรมจะเพิ่มขึ้น หากทำกรรมไม่ดีไว้ กรรมชั่วก็จะเพิ่มพูนขึ้นเช่นกัน ต้องรอให้ใกล้ตายจึงจะกินได้ พระธาตุวัชระและพระพุทธธาตุ ไม่เหมือนกัน พระพุทธธาตุเป็นสีขาว ใช้แรงทุบจะแตกได้ พระวัชระธาตุมี 5 สี ทุบไม่แตก ยังมีพระธาตุของพระลามะที่อานิสงส์รองลงมา และที่เนปาลยังมีพระธาตุปลอมชนิดหนึ่ง วิธีแยกแยะว่าเป็นพระธาตุจริงหรือปลอมให้ใช้พระพุทธรูปทองแดงของอินเดียแตะพระธาตุ ถ้าพระธาตุจริงจะดูดติดกับองค์พระพุทธรูป ถ้าปลอมจะไม่ดูดติด เมื่อสักการบูชาแล้ว พระธาตุสามารถเพิ่มขึ้นได้เอง แต่ต้องไม่มีจิตเคลือบแคลงสงสัย 188 ถามผู้บำเพ็ญควรแน่วแน่ในการโปรดสรรพชีวิตที่มีกิเลสทั้งหกภูมิ ไม่ทราบว่า ต้นไม้ใบหญ้า ควรโปรดพวกมันด้วยหรือไม่ ตอบ ต้นไม้ใบหญ้า ก็เป็นสรรพชีวิตด้วย ในกาลก่อนนั้นในทิเบตมีวัดอยู่วัดหนึ่ง กุฏิห้องหับคับแคบจึงคิดที่จะปฏิสังขรณ์ใหม่ให้กว้างขวางขึ้น จะต้องตัดต้นไม้เพื่อให้ได้ที่ว่างในการสร้างกุฏิ มีพระลามะรูปหนึ่งนั่งกรรมฐานในตอนกลางคืน ได้ยินเสียงต้นไม้จำนวนมากร่ำไห้อยู่ พระลามะรูปนั้นเมื่อออกจากสมาธิแล้วได้บอกกล่าวแก่พระลามะรูปอื่นๆว่า เพราะการที่พวกท่านจะสร้างกุฏิใหม่ จะต้องตัดโค่นต้นไม้จำนวนมาก ขณะนี้ต้นไม้เหล่านั้นกำลังร่ำไห้อยู่ ด้วยเหตุนี้ทางวัดจึงเลิกโครงการตัดต้นไม้ หยุดการสร้างกุฏิ ส่วนกรวดทรายนั้นกระจายอยู่ตามธรรมชาติของมันอย่างอิสระ หากนำมันมาทำเป็นกำแพงพนังแล้ว ธรรมธาตุของมันจะรู้สึกเจ็บปวดทรมาน ผู้บำเพ็ญเพียรล้วนต้องให้ความเสมอภาคแก่สรรพชีวิตทั้งมวลในการโปรดให้พ้นทุกข์ 189 ถามในโลกปัจจุบันทุกประเทศล้วนให้น้ำหนักความ สำคัญ ในความเจริญทางวัตถุ ผลปรากฏว่าได้สร้างภัยพิบัติต่อมวลมนุษยชาติมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ทราบว่าเมื่อใดโลกนี้จึงจะมีสันติสุข ตอบ คุรุปัทมสมภพได้บันทึกไว้ว่า เมื่อเข้าสู่ยุคการใช้ทองแดงและเหล็กเป็นเครื่องมือ เครื่องใช้ ทั่วทั้งโลกจะวุ่นวาย สรรพชีวิตจะมีทุกข์ยากมากขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่อวัชรธรรม เจริญรุ่งเรืองไปทั่วทั้งโลก สันติสุขก็จะกลับมาสู่โลกอีกครั้ง นี่คือคำกล่าวที่มีอยู่ในพระสูตร เมื่อ 20 กว่าปีก่อนที่ทิเบตมีพระลามะที่บรรลุพุทธะอยู่รูปหนึ่ง มีความรู้ในการสร้างเครื่องบิน เรือดำน้ำ หากเปรียบวิทยาการในการสร้างเครื่องบินและเรือในปัจจุบัน สร้างได้ง่ายกว่าและมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า ในขณะนั้นพระลามะรูปอื่นๆล้วนเห็นพ้องต้องกันว่าเป็นเครื่องมือฆ่าคน ไม่ต้องการให้มีการเรียนรู้ ด้วยพระศากยมุนีพุทธเจ้าและพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ท่านเพียงอนุญาตให้ บอกเล่าพูดคุยกันได้เท่านั้น ห้ามมิให้มีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ด้วยเหตุนี้ความรู้นี้จึงไม่มีการเผยแพร่ออกไป พระลามะองค์นั้นได้มรณภาพไป 20 กว่าปีแล้ว อาตมาได้ศึกษาธรรมส่วนแรกของท่าน ต่อมาเกิดการสู้รบกันในทิเบต ธรรมภาคหลังจึงยังไม่ได้ศึกษาจนสำเร็จ 190 ถามพระอาจารย์รับนิมนต์ไปเสฉวน จากกันครั้งนี้ มิทราบว่าเมื่อใดจะได้พบกันอีก ปัญหาทั้งปวงหลังจากนี้ ยากที่จะพบหน้า ขอคำชี้แจงได้อีก ไม่ทราบว่าการบำเพ็ญธรรมหลังจากนี้ ควรใช้ความเพียรอย่างใดจึงจะมีความก้าวหน้า ขอกราบนมัสการถาม ตอบ การบำเพ็ญธรรมทั้งปวง อย่ามีจิตเป็นอื่น จิตข้าคือคุรุผู้เป็นรากฐาน องค์คุรุปัทมสมภพ จิตพุทธะ ทั้งปวงหล่อหลอมรวมเป็นหนึ่ง บรรลุผลสำเร็จ ดุจน้ำที่ปนอยู่ในน้ำนม ไม่มีการแยกให้แตกต่างกัน หมั่นพิจารณาอยู่เป็นนิจ อย่าได้ลืมเลือน ความคิดปรุงแต่งเกิดขึ้นไม่ต้องไปบีบบังคับ กดดัน และก็ไม่ต้องไม่ติดตาม ใส่ใจ ดุจดังที่กล่าวไว้นั้นวัชรปารมิตา อดีต ปัจจุบัน อนาคตในจิตล้วนมิอาจรับได้ ใช้ความเพียงเท่านี้ และรักษาความเพียรไว้ โพธิจิตก็จะเพิ่มพูนขึ้นวิบากกรรมที่ห่อหุ้มโพธิจิต ดุจเปลือกหน่อไม้ ก็จะหลุดลอกออกมาทีละชั้นจนหมด เนื้อหน่อไม้ก็ปรากฏให้เห็น เช่นโพธิจิตที่ปรากฏให้เห็นโดยธรรมชาติ เมื่อบำเพ็ญต่อไป พระพุทธเจ้ามา หรือหมู่มารมาก็ไม่สนใจใส่ใจ ทั้งปวงล้วนเสมอภาคกัน บำเพ็ญปฏิบัติอย่างนี้ทุกวันทุกสถานที่
จบวิสัชนาธรรมของพระมหาวัชราจารย์ชีวินพุทธะนอราริมโปเช
http://www.mahayana.in.th/tvajra/q&a%20Nora1.html
หมายเหตุ (วงเล็บแรกคำอ่านภาษาจีน) (วงเล็บที่สองคำอ่านภาษาทิเบต)
1 ถาม พุทธศาสนาในยุคของพระศากยมุนีพุทธเจ้า (ภาษาจีน เสกเกียโม่วนีฮุก) (ภาษาทิเบต ชาจา ทุปปะ) มีความเป็นไปอย่างไร
ตอบ พุทธศาสนาสูตระยานของพระศากยมุนีพุทธเจ้าซึ่งยุคแรกได้ผ่านช่วงรุ่งเรืองสุดขีดไปแล้ว ยุคของพุทธศาสนาวัชรยานก็จะเข้ามาแทนที่และเมื่อรุ่งเรืองถึงขีดสุดแพร่หลายไปทั่วโลก ความสันติสุขก็บังเกิดขึ้นในโลก หลังจากนั้นก็จะเริ่มถดถอย สรรพชีวิตจะมีทุกขเวทนามากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงเวลาที่ไม่มีพระธรรมของพระพุทธเจ้า ผ่านไปนานปีไม่อาจนับได้ก็จะเริ่มพุทธศาสนายุคใหม่คือยุคพระศรีอริยเมตไตย(มีเลกฮุก) (ชัมปา โกนโป)
2 ถามพุทธศาสนาวัชรยานมีความเป็นมาอย่างไร
ตอบ ยุคแรกแห่งสรรพชีวิต สรรพชีวิตทั้งหลายยังมีจิตที่บริสุทธิ์ ไม่ได้มีการแบ่งแยกหรือมีพุทธธรรมมากมายอะไร เพียงสรรพชีวิตรู้ในสภาพจิตตนก็เพียงพอแล้ว นับแต่พระอทิพุทธเจ้า(โผวเฮี่ยงฮุก) (กุนตูซังโป) เป็นองค์แรกได้ถ่ายทอดให้พระไวโรจนะพุทธเจ้า(ไต้ยิกยู่ไล) (นัมปาร นังเจ) ผู้นำแห่งธยานิพุทธะซึ่งประทับอยู่ ณ ศูนย์กลางแห่งจักรวาลได้ถ่ายทอดให้ธยานิพุทธะอีก 4 พระองค์ อันมี พระพุทธเจ้าอักโษภยะ(ออชอยู่ไล) (ซังเจมิเจอปะ) ประทับอยู่เบื้องทิศตะวันออก พระพุทธเจ้ารัตนสัมภาวะ(ป้อแซฮุก) (รินเชนจุงเตน) ซึ่งประทับอยู่เบื้องทิศใต้ พระพุทธเจ้าอมิตาภะ(ออมีทอฮุก) (โอดปักเม) ประทับอยู่เบื้องทิศตะวันตก พระพุทธเจ้าอโมฆสิทธิ (ปุกคงเซ่งจิ๋วฮุก) (โดนเยอ ดรุบปะ) ประทับอยู่เบื้องทิศเหนือ พระธยานิพุทธเจ้าหรือฌานิพุทธเจ้า(พระพุทธเจ้าที่ไม่มาตรัสรู้ในโลกนี้)ล้วนต้องการธรรมที่รู้แจ้งในจิตตน จึงไม่มีธรรมะอื่นใด หลังจากนั้นจึงถ่ายทอดต่อมายังพระพุทธเจ้าทั่วทศทิศ พระอมิตาภพุทธเจ้าได้ถ่ายทอดพุทธธรรมให้พระอวโลกิเตโพธิสัตว์พันเนตรพันกร(กวนอิมพู่สักไชชิ้วไชงั้ง) (เชนเรซี ชักโตง เชนโตง) พระอวโลติ-เกศวรโพธิสัตว์เห็นว่าสรรพชีวิตทั้งหลายมีภูมิหลังไม่เหมือนกันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สรรพชีวิต จึงได้แยกแยะพุทธ-ธรรมเป็น 3 ประเภทคือ พุทธธรรมสายสูตระ พุทธธรรมสายวัชรตันตระ และพุทธธรรมสายซกเชน เพื่อสนองตอบแก่สรรพชีวิตให้เหมาะสมตรงตัว ใครต้องการอย่างไรที่เหมาะสมกับตัว ก็นำพุทธธรรมแบบนั้นไปปฏิบัติ พระศากยมุนีพุทธเจ้าก็ได้มีการถ่ายทอดพุทธตันตระด้วยโดยถ่ายทอดแก่กษัตริย์อินทรโพธิ กษัตริย์อินทรโพธิได้นิมนต์พระพุทธเจ้าและศิษย์สาวกไปฉันอาหาร พระพุทธองค์ได้ชักชวนให้กษัตริย์ฝึกฝนปฏิบัติธรรม กษัตริย์อินทรโพธิได้กราบทูลต่อพระพุทธเจ้าว่าการฝึกฝนปฏิบัติธรรมของท่านนั้นต้องใช้ความยากลำบากเป็นอย่างมากและยาวนาน พระองค์ก็มีภารกิจมากมาย พระองค์จึงไม่ต้องการที่จะฝึกฝนปฏิบัติ แต่ถ้ามีพุทธธรรมใดที่การฝึกฝนปฏิบัติให้บรรลุความเป็นพุทธะได้โดยที่ไม่ต้องละทิ้งราชสมบัติและครอบครัวแล้วไซร้พระองค์ก็ยินดีที่จะปฏิบัติ พระพุทธองค์ท่านรู้ด้วยฌานแล้วว่ากษัตริย์อินทรโพธิท่านมีภูมิหลังสัมพันธ์อยู่กับวัชรตันตระธรรม พระพุทธองค์จึงทรงสอนธรรมวัชรตันตระให้ หลังจากที่พระพุทธองค์สอนวัชรตันตระธรรมจบกษัตริย์อินโพธิก็บรรลุความเป็นพุทธะในบัดนั้นเลย และบุคคลที่อยู่ในบริเวณนั้นก็ได้บรรลุด้วยหลายท่าน ในหมู่ศิษย์พระสงฆ์สาวกที่ไปด้วยก็มีหลายท่านที่เข้าใจผิดคิดว่าพระพุทธเจ้าลำเอียง กับกษัตริย์ก็สอนธรรมพิเศษให้บรรลุโดยฉับพลันแต่กับเราซึ่งติดตามพุทธองค์เป็นเวลานานก็ยังไม่ได้รับธรรมพิเศษให้บรรลุเลย จึงนำความคิดเห็นของตนไปกราบทูลถามต่อพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ได้ตอบต่อสาวกว่า พวกท่านล้วนมีรากฐานของสูตระธรรม แต่กษัตริย์อินทรโพธิมีรากฐานมากจากวัชรตันตระธรรม ภูมิหลังและบุญวาสนาไม่เหมือนกัน การสั่งสอนอบรมสรรพชีวิตของพระพุทธเจ้าตั้งแต่อดีตมาจะดูภูมิหลังและบารมีที่ได้สั่งสมมาของสรรพชีวิตนั้นๆเพื่อให้ได้ผลในการปฏิบัติ ไม่ใช่เกิดจากความลำเอียงแต่อย่างใด สาวกบางส่วนที่เข้าใจก็มี ที่ไม่เข้าใจและเก็บเป็นความไม่พอใจไว้ก็มีเช่นกัน และนี่ก็คือที่มาของ วัชรยาน
ส่วนพุทธวัชรยานในทิเบตก็โดย คุรุปัทมสมภพ(เน้ยฮวยแซฮุก) (กูรู-ริมโปเช) เป็นผู้ถ่ายทอดให้ มีบันทึกในพระคัมภีร์หลายเล่มว่าพระศากยมุนีพุทธเจ้าได้สั่งพระอานนท์เถระเจ้า (ออนันทอ) (กุนกาโป)ไว้หลังจากท่านปรินิพพาน 8 ปี คุรุปัทมสมภพจะถือกำเนิดขึ้น และให้พระอานนท์บวชให้ คุรุปัทมสมภพอยู่ในอินเดียเผยแพร่ธรรมอยู่ 800 ปี จึงได้นำพระธรรมเข้าสู่ทิเบต
3 ถามคำว่าลามะมีความหมายว่าอย่างไร
ตอบ คำว่า ลามะ มีความหมายกว้างขวางและยิ่งใหญ่มาก คำว่า ลา หมายความว่าจิตของพระพุทธเจ้า คำว่า มะ มาจากคำว่า มา หรือแม่หรือจิตเมตตาของแม่ รวมความว่าดวงจิตของพระพุทธเจ้าที่เฝ้ามองสรรพชีวิตประดุจมารดา หรือมีความหมายสั้นๆคือ ผู้ทรงเมตตาคุณอันประเสริฐ คำว่า ลามะ จึงยิ่งใหญ่มาก พระศากยมุนีพุทธเจ้า ก็เรียกว่าพระศากยมุนีลามะได้ พระอมิตาภพุทธเจ้าก็เรียกพระอมิตาภลามะ คำว่า พระลามะ จึงมิใช่ใช้เรียกสงฆ์สมณะหรือผู้ปฏิบัติธรรมธรรมดาทั่วไป
4 ถามความศรัทธาของศิษย์ที่มีต่ออาจารย์สำคัญอย่างไรในผู้ปฏิบัติวัชรยาน
ตอบ ในสายปฏิบัติวัชรยานถ้าศิษย์ไม่ศรัทธาเชื่อฟังอาจารย์ก็จะไม่เกิดบุญบารมีใด และไม่ให้ผลตอบสนองใดๆในการปฏิบัติ
5 ถามในทิเบตมีพระอาจารย์ที่มีความสามารถมากมาย และมีผู้ปฏิบัติธรรมมากมายเช่นกัน ประเพณีในการรับศิษย์ในทิเบตคงจะไม่ยุ่งยากใช่หรือไม่
ตอบ การรับศิษย์และมอบตัวเป็นศิษย์ในทิเบตไม่ง่ายเลย พระอาจารย์จะใช้เวลา 3 ปีในการพิจารณารับศิษย์แต่ละคน ในทำนองเดียวกันศิษย์ก็จะใช้เวลาในการพิจารณาหาอาจารย์อย่างละเอียดรอบคอบเช่นกัน เมื่ออาจารย์พิจารณาทดสอบศิษย์และยอมรับเป็นศิษย์แล้ว ก็จะถ่ายทอดธรรมปฏิบัติพื้นฐานให้ก่อนใน 3 ปีแรก แล้วจึงถ่ายทอดขั้นกลางให้ในช่วงนี้ใช้เวลาในการปฏิบัติ 12 ปี หลังจากนั้นจึงถ่ายทอดขั้นสูงให้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการปฏิบัติของศิษย์ มีจำนวนมากที่การปฏิบัติของตนอยู่เพียงขั้นกลางเท่านั้นในช่วงชีวิตตน
6 ถามเมื่อท่านอาจารย์อยู่ในท้องมารดาท่านจำเรื่องของชาติก่อนได้หรือไม่
ตอบ จำได้อย่างชัดเจนแม่นยำ อีกทั้งยังร้องไห้ไม่หยุด ศิษย์ได้ถามว่าร้องไห้ทำไม ท่านตอบว่าด้วยเห็นมนุษย์ทั้งหลายทุกขเวทนาด้วยวิบากกรรมยากที่จะโปรดให้พ้นทุกข์อีกทั้งไม่สามารถโปรดได้หมด ตัวแม่เองก็รับรู้ได้ถึงการร้องไห้นั้นและคิดว่าตัวอาตมาเป็นตัวประหลาด
7 ถามเมื่อท่านอาจารย์เกิดออกมาแล้วท่านยังจำเรื่องในชาติก่อนได้หรือไม่
ตอบ จำได้ชัดเจนและค่อยๆลืม ตอนอาตมาอายุ 10 เดือนเกิดป่วยหนัก บิดามารดาได้นิมนต์พระลามะมาสวดมนต์ หน้าตาพระลามะแต่ละรูปอีกทั้งของใช้ในพิธีล้วนจำได้อย่างชัดเจน จน 5-6 ขวบก็ลืมจนหมดสิ้น อาตมาเมื่อปีก่อนอยู่ที่สำนักสงฆ์ที่ถนนเวยหลาง มีครอบครัวหนึ่งอุ้มเด็กหญิงอายุประมาณ 2 ปี มาพบอาตมาและเด็กหญิงผู้นั้นได้พูดว่าเป็นแม่ของอาตมา อาตมาได้สอบถามเรื่องราวในอดีตหลายเรื่องซึ่งเด็กหญิงก็ตอบได้ถูกต้อง ศิษย์ได้ถามว่า เด็กหญิงเป็นแม่จริงหรือ ท่านได้ตอบว่าจริง ท่านเป็นแม่ซึ่งได้กลับมาเกิดใหม่ อีก 2 ปีต่อมาเด็กหญิงผู้นั้นก็ลืมเรื่องนี้ไปจนหมดสิ้น
8 ถามขอถามถึงวันเกิดของท่านอาจารย์
ตอบ อาตมาเกิดปีฉลู เดือน 5 วันที่ 15 ยามเสือซึ่งเป็นวันแรง โดยพื้นเพคนเกิดในวันแรงจะมีอารมณ์ฉุนเฉียวรุนแรง มีผู้คนจำนวนมากกล่าวว่าอาตมาไม่มีลักษณะเหมือนพระลามะ
9 ถามตามที่ได้เห็นมาท่านอาจารย์มีแต่ความเมตตาไม่เห็นจะมีความฉุนเฉียวง่ายแต่อย่างใด
ตอบ อาตมาเป็นอย่างนี้มาตลอด ค่อนข้างจะฉุนเฉียวง่าย กับพี่น้องหรือลูกศิษย์ถ้าทำผิดครั้งแรกก็จะตักเตือน ถ้าผิดครั้งที่สองจะดุด่า แต่ถ้าผิดอีกครั้งจะลงโทษเฆี่ยนตีเลย คนในละแวกบ้านจะเห็นอาตมาทำโทษพี่น้องอยู่เรื่อยได้พูดกันว่าอาตมาไม่เหมือน กับพระลามะเลย ซึ่งอาตมาเองก็คิดว่าหน้าตาของอาตมาก็ไม่เห็นเหมือนกับพระลามะ
(ผู้บันทึก ในวัชรยานการถูกทำโทษดุด่าหรือตีจากพระอริยะผู้บรรลุแล้วถือเป็นการลบล้างลดทอนอกุศลกรรมและเพิ่มบุญบารมีให้แก่ตนเอง)
10 ถามท่านอาจารย์เมื่อได้เห็นหรือเข้าใกล้แม่น้ำทำไมจึงปวดหัวทุกครั้ง
ตอบ นี้เป็นกรรมเก่า ท่านวิทยธาราอาจารย์ของอาตมาได้เคยพูดไว้ว่าเมื่อครั้งที่องค์คุรุปัทมสมภพเดินทางจากอินเดียมาทิเบต อาตมาเป็นศิษย์ติดตามท่านคุรุปัทมสมภพมาด้วยในระหว่างเดินทางได้มีการต่อสู้กับผู้ขัดขวางการเผยแพร่พระธรรม และอาตมาก็ได้เสียชีวิตในแม่น้ำในขณะต่อสู้ เมื่อเกิดมาในชาตินี้เมื่อเห็นแม่น้ำทุกครั้งก็จะเวียนหัว
11 ถามท่านเคยหลับฝันร้ายหรือไม่
ตอบ เคย
12 ถามท่านอาจารย์เรียนหนังสือกี่ปี
ตอบ ตอนเด็กเมื่อเข้าไปอยู่ในวัดได้เรียนหนังสือ 6 เดือน ก็สามารถอ่านและเข้าใจในพระสูตรพระคัมภีร์ทั้งหมด พระสูตรพระคัมภีร์คนที่อ่านหนังสือออกก็อ่านได้เช่นกัน แต่ความเข้าใจในความหมายในพระสูตรนั้นต่างกัน อ่านด้วยตาเห็นเหมือนกัน รู้ด้วยจิตเข้าใจต่างกันด้วยภูมิหลังและระดับจิตซึ่งฝึกฝนปฏิบัติไม่เท่ากัน
13 ถามท่านอาจารย์ได้ออกบวชเมื่ออายุเท่าไรมีพี่น้องกี่คน
ตอบ ออกบวชเมื่ออายุ 7 ปี ตัวเองเป็นพี่คนโตมีน้องชาย 1 คนมีน้องสาว 1 คน
14 ถามท่านอาจารย์กักตนบำเพ็ญเพียรกี่ปี
ตอบ 20 กว่าปี
15 ถามท่านอาจารย์ถูกขังอยู่ในคุกใต้ดินในกรุงลาซากี่ปี
ตอบ 6 ปี
16 ถามท่านอาจารย์พ้นภัยจากลาซาได้ทิ้งซากร่างไว้ในคุกจริงหรือไม่ ได้มีการเข้าใจกันว่าท่านอาจารย์ได้มรณภาพไปแล้วแต่แล้วจู่ๆก็มาอยู่ที่ปักกิ่ง?
ตอบ เรื่องนี้ได้มีการพูดกันว่า ซากร่างที่พบนุ่งห่มอย่างไร และได้นำไปฝังไว้ที่ไหน มีคนพบเห็นมากมาย คงเป็นเช่นนั้นกระมัง?
17 ถามพระอาจารย์ของท่าน วิทยธาราดรุบวังเป็นผู้สำเร็จพุทธจริงหรือไม่
ตอบ จริง ตอนที่ท่านนิพพานนั้นร่างของท่านได้หดเหลือเพียงฟุตกว่า
18 ถามวิทยธาราดรุบวังเป็นฒุลกุของพระโพธิสัตว์องค์ใด
ตอบ วิทยธาราดรุบวังเป็นฒุลกุของวัชรปาณิโพธิสัตว์(กิมกังชิ้วพู่สัก) (ชักนาดอร์เจ) หน้าตาของท่านดูว่าดุร้ายมาก แต่ท่านมีเมตตามาก เวลาที่ญาติโยมมากราบนมัสการจะไม่ค่อยกล้ามองหน้าท่าน วัชรปาณิโพธิสัตว์เป็นปางดุของพระมหาสถามปราปต์โพธิสัตว์ (ไต้ซี่จี่พู่สัก) (ดริบปานัมเซล) ปรมาจารย์ตักม้อ ปฐมปรมาจารย์นิกายเซ็นในประเทศจีนก็เป็นฒุลกุของวัชรปาณิโพธิสัตว์เหมือนกัน หรืออาจกล่าวได้ว่าท่านเป็นฒุลกุของพระมหาสถามปราปต์โพธิสัตว์ก็ได้ วัชรปาณิเป็นปางดุของพระสถามปราปต์โพธิสัตว์ พระสถามปราปต์โพธิสัตว์เป็นพระจิตของพระอมิตาภพุทธเจ้า จิตของพระอมิตาภพุทธเจ้าคือจิตของพุทธเจ้าทั่วทศทิศ ดังนั้นจะว่าท่านเป็นฒุลกุของพระอมิตาภพุทธเจ้าก็ได้หรือเป็นฒุลกุของพระพุทธเจ้าทั้งปวงก็ว่าได้
ฒุลกุ-แปลว่าอวตารมา
19 ถามท่านวิทยธาราดรุบวังเป็นวัชราจารย์แห่งญิงมาองค์ที่เท่าใด
ตอบ เมื่อนับจากอทิพุทธะมาถึงท่านวิทยธาราดุบวังเป็นองค์ที่ 31 นับจากพระพุทธไวโรจน์ท่านเป็นองค์ที่ 30 ถ้านับจากพระศากยมุนีพุทธเจ้าท่านเป็นองค์ที่ 28 ถ้านับจากองค์คุรุปัทมสมภพก็เป็นองค์ที่ 24 ก่อนหน้าองค์คุรุปัทมสมภพเป็นวัชราจารย์ของอินเดียทั้งหมด และหลังจากองค์คุรุปัทมสมภพแล้วเป็นวัชราจารย์ของทิเบตทั้งหมด
ญิงมาหรือณิงมา-นิกายแรกหรือนิกายพื้นฐานของพุทธศาสนาทิเบต
20 ถามศิษย์ของท่านวิทยธาราดรุบวังมีกี่ท่านที่ได้ปฏิบัติจนบรรลุโพธิฌาน
ตอบ ศิษย์พี่ศิษย์น้องมีเป็นจำนวนมากที่บรรลุโพธิฌาน
21 ถามคุรุปัทมสมภพเป็นฒุลกุของพระพุทธหรือพระโพธิสัตว์องค์ใด
ตอบ คุรุปัทมสมภพท่านเป็นกายของพระอมิตาภพุทธเจ้า เป็นวาจาของพระอวโลกิเตพันเนตรพันกร เป็นจิตของพระศากย-มุนีพุทธเจ้าและพระพุทธเจ้าทั่วทศทิศ หรืออีกนัยหนึ่งท่านเป็นวัชรนิรมาณกายของพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์เจ้าทั่วทุกทิศ พระศากยมุนีพุทธเจ้าได้เคยตรัสไว้โดยมีการบันทึกไว้ในพระสูตรว่า พระอมิตาภพุทธเจ้าเป็นธรรมกาย พระอวโลกิเตโพธิสัตว์เป็นสัมโภคกาย คุรุปัทมสมภพเป็นนิรมาณกาย บุญบารมีที่ได้ในการถวายบูชาคุรุปัทมสมภพเสมอด้วยการบูชาพระอมิตาภพุทธเจ้าและพระอวโลกิเตโพธิสัตว์ ในการจัดตั้งมณฑลบูชาองค์อมิตาภพุทธเจ้าอยู่ตรงกลาง องค์อวโลกิเตโพธิสัตว์อยู่เบื้องซ้าย องค์คุรุปัทมสมภพอยู่เบื้องขวา
22 ถามการปฏิบัติธรรมขององค์คุรุปัทมสมภพสามารถให้ผู้ปฏิบัติไปจุติในแดนสุขาวดีได้หรือไม่
ตอบ ไต้แน่นอน องค์คุรุปัทมสมภพเป็นฒุลกุของพระอมิตาภพุทธเจ้า ผู้ปฎิบัติปรารถนาไปจุติยังสุขาวดีตะวันตกเมื่อสิ้นอายุขัย องค์คุรุจะส่งท่านไปยังสุขาวดีพุทธเกษตร นอกเหนือไปกว่านั้น หากผู้ปฏิบัติต้องการที่ไปยังแดนพุทธเกษตรอื่น องค์คุรุปัทมสมภพก็จะส่งเราไปในแดนที่เราต้องการได้ หรือหากต้องการไปยังพุทธเกษตรทองแดงขององค์คุรุเองท่านก็ยินดีรับเราไปอยู่ด้วย
สุขาวดี- ดินแดนที่ประทับของพระอมิตาภพุทธเจ้า
พุทธเกษตรทองแดง-ดินแดนที่ประทับของคุรุปัทมสมภพ
23 ถามการปฏิบัติธรรมขององค์คุรุปัทมสมภพได้บุญบารมีประเภทใด
ตอบ องค์คุรุปัทมสมภพท่านเป็นวัชรนิรมาณกายซึ่งรวมกายวาจาใจของสรรพพุทธะไว้ด้วยกัน ธรรมกายขององค์คุรุคือธรรมกายของพระอมิตาภพุทธเจ้าไม่ต่างจากอาทิพุทธะ วัชรกายขององค์คุรุปัทมสมภพก็คือสัมโภคกายของพระพุทธเจ้าทั้งปวง ด้วยว่าองค์คุรุปัทมสมภพต้องการโปรดสรรพชีวิตตามธรรมชาติของสรรพชีวิตนั้นๆ จึงมีปางต่างๆของท่านมากมาย ฉะนั้นการบรรลุธรรมขององค์คุรุปัทมสมภพ อานิสงส์อันสุดประมาณที่ได้เช่น มีพลังความสามารถพิเศษที่จะให้คุณให้โทษแก่หมู่มารได้ สามารถโปรดเหล่าสรรพชีวิตได้ทั่วหล้า รู้แจ้งในธรรมทั้งปวงไม่ว่าจะเป็นยานใดนิกายใด ศีลสิกขาจะไม่มีวันเสื่อมถอย เกิดมหาปัญญาสามารถบรรยายธรรมกับผู้รับทุกระดับชั้นโดยไม่ติดขัด อีกทั้งได้รับคุณวิเศษทางกายนานับประการ ขจัดโรคภัย ขจัดทุกข์เวทนาทั้งปวง ภัยธรรมชาติทุกชนิดไม่อาจมากล้ำกลาย อายุยืนยาว ครอบครัวมั่งมีอยู่เย็นเป็นสุข หลุดพ้นจากกฎเกณฑ์แห่งความอัปมงคลทั้งปวง เช่น การไปงานศพ ไปงานแต่งงาน ไม่ได้รับผลจากฤกษ์พานาทีที่ไม่เป็นมงคล ทวยเทพพร้อมช่วยเหลือ ภูตผีปีศาจล้วนเคารพยำเกรงเชื่อฟังคำสั่ง ปรารถนาพุทธภูมิใดก็ได้ไปสู่พุทธภูมินั้น และได้บรรลุโพธิญาณ ทุกวันที่10 ของทุกเดือนตามปฏิทินทิเบตเป็นวันที่องค์คุรุปัทมสมภพโปรดสัตว์เมื่อมีการปฏิบัติธรรมขององค์คุรุปัทมสมภพในวันนี้บุญบารมีที่ได้จะเป็นทวีคูณ
24 ถามองค์คุรุปัทมสมภพเป็นปฐมาจารย์องค์แรกของทิเบต สำหรับผู้ปฏิบัติวัชรยานฝึกปฏิบัติธรรมขององค์ท่านสำคัญไฉน
ตอบ แน่นอน การบำเพ็ญปฏิบัติธรรมของท่านต้องสำคัญ
25 ถามขอให้ท่านอาจารย์เมตตาถ่ายทอดธรรมชั้นสูงของท่านคุรุปัทมสมภพให้ด้วย
ตอบ ในขณะนี้พวกคุณยังไม่เกิดศรัทธาในองค์คุรุปัทมสมภพ รอให้เวลานั้นมาถึงก่อน
26 ถามคุรุปัทมสมภพกับวิมาลามิตร (ทิเบตเรียก ทริเมเซเญน)มีความสัมพันธ์กันอย่างไร
ตอบ คุรุปัทมสมภพกับวิมาลามิตร ล้วนเป็นมหาสิทธาผู้เปี่ยมด้วยบารมีธรรมของอินเดียในเวลาเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างเป็นทั้งอาจารย์และเพื่อน อีกทั้งไปประกาศธรรมในทิเบตด้วยกันจนเสร็จสมบูรณ์ สร้างรากฐานแก่พุทธศาสนาจนมั่งคงสมบูรณ์ คุรุปัทมสมภพได้ขี่อาชาสวรรค์กลับสู่ภูเขาทองแดงพุทธเกษตรของท่าน ส่วนวิมาลามิตรได้เดินทางสู่ตะวันออกถึงอู่ไถซัน ในประเทศจีน และได้ละสังขาร ณ ถ้ำวัชระในอู่ไถซัน ท่านทั้งสองล้วนเป็นมหาสิทธาซึ่งอาจเปรียบได้เป็นมหาสิทธาฝ่ายบู๊และฝ่ายบุ๋น คุรุปัทมสมภพมีอายุมากกว่าและเป็นฒุลกุของพระอมิตาภพุทธเจ้า วิมาลามิตรถึงแม้อายุจะน้อยกว่าแต่เป็นฒุลกุของพระพุทธเจ้าไวโรจนะ ด้วยศักดิ์แห่งธยานิพุทธเจ้า พระพุทธไวโรจนะท่านสูงกว่า ตำแหน่งที่ตั้งบูชา องค์วิมาลามิตร จึงตั้งประทับสูงกว่า แต่เดชะบารมีขององค์คุรุปัทมสมภพน่าเกรงขามกว่า ท่านบัญชาการหรือเรียกใช้ แปดเทพอสูรมังกรฟ้าและเทพธรรมบาลทั้งปวงได้โดยตรง ด้วยทั้งหมดล้วนอยู่ใต้บังคับบัญชาของท่าน ส่วนวิมาลามิตรจะใช้สอยแปดเทพอสูรมังกรฟ้าและปวงเทพธรรมบาลต้องเชิญ ดูเหมือนวิมาลามิตรจะสุภาพกว่า
27 ถามขอกราบเรียนถามถึงปฐมาจารย์ในนิกายแดง
ตอบ คุรุปฐมาจารย์ในนิกายแดงมีดังนี้
1 พระพุทธสมัตรภัทร(อาทิพุทธ)
2 พระพุทธไวโรจนะ
3 พระพุทธอักโษภยะ
4 พระพุทธรัตนสัมภาวะ
5 พระพุทธอมิตาภะ
6 พระพุทธอโมฆสิทธิ
7 ทรักเตน ชกจง
8 เนอดชิน การ์ตาตง
9 โลเตรอ ทับเตน
10 ลูเจ จกโป (นาคราช)
11 ทริเม ทรักปา
12 เจียลโปจา (วิมาลากีรติ กษัตริย์จา)
13 ลาวังจาชิน (เทพอินทรา พระ อินทร์)
14 ชาเกีย ทุปปะ (พระศากยมุนีพุทธ เจ้า)
15 การ์รับ ดอร์เจ
16 ศรีสิงหะ
17 เชนเรซี (พระอวโลกิเต โพธิสัตว์)
18 จัมเปยัง (มัญชุศรีโพธิสัตว์)
19 วัชรปาณิโพธิสัตว์
20 พุทธกูฮยา
21 มัญชุศรีมิตร
22 โรลัง เตวา
23 นาครชุน
24 ฮุมเชน การา
25 มิจูร์ นัมคา
26 ดานา สัมกิตา
27 กูฮยา จัลปะ
28 โตบเตน นักโป
29 ชินตำ คับฮยา
30 จัลวาลี
31 วิมาลามิตร
32 คุรุปัทมสมภพ
33 โพธิสัตต์โต(ศานตรักษิต)
34 นัมคา ญิงโป
35 กษัตริย์ทริซง เตเซน
36 ฑากินียิซี โซเจียล
37 ดอร์เจ ตูจม
38 มุทริ เซนโป
39 ซังโป ทรักปะ
40 รินซิน เชมโป
41 เทอนเยอ เจียลเซน
42 โซนัม ชกซัง
43 ทังตง เจียลโป
44 กุนกา ญิมา
45 ตายาเกรู
46 ตายาเบนจา
47 ศากยศรี
48 โพธิสิทธา
49 ตราชี เจียมโซ
50 เตอมปา เซงเก
51 เชอญี เจียมโซ
52 เตอมปา เจียลเซน
53 กุนซัง เชรับ
54 เปมา ลุนดรุบ เจียมโซ
55 เปมา นอร์บุ
56 จัมยังเชนเซ
57 วิทยธารา
58 ทินเล เจียมโซ(มหาวัชราจารย์ ชีวินพุทธะนอราริมโปเช)
59 ทริมซิน กุนทรัก(พระมหา คณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตรฯ โพธิ์แจ้ง) (ศิษย์เอกท่านนอรารินโปเช ผู้เรียบเรียงใส่ชื่อลงไปทีหลัง ท่านได้รับสถาปนาจากพระอาจารย์นอรา ให้ดำรงสถานะปรมาจารย์แห่งนิกายสืบทอดต่อจากท่าน)
28 ถามพระอมิตาภพุทธเจ้าและพระอมิตายุสโพธิสัตว์(บ๊อเลี่ยงสิ่วฮุก)(เซปักเม) เป็นองค์เดียวกันหรือไม่*ว28
ตอบ เป็นองค์เดียวกัน พระอมิตายุสเป็นสัมโภคกาย เปรียบดังเช่นคนเป็นทหารเมื่อสวมชุดทหารอยู่ใน ตำแหน่งก็คือพระอมิตายุส เมื่อไม่ได้สวมชุดก็คือตัวจริงคือพระอมิตาภพุทธ
29 ถามพระอวโลกิเตโพธิสัตว์เป็นสัมโภคกายของพระพุทธเจ้าองค์ใด
ตอบ พระอวโลกิเตโพธิสัตว์เป็นสัมโภคกายของพระอมิ-ตาภพุทธเจ้า พระองค์ทรงเห็นสรรพชีวิตทั้งหกภูมิตกอยู่ในทะเลทุกข์แห่งการเกิดแก่เจ็บตาย ไม่รู้สำนึกตนและยังไม่พบหนทาง พระองค์ท่านเกิดความเศร้าใจเป็นอย่างยิ่งได้หลั่งน้ำตาออกมา น้ำตาทางเบื้องขวาได้กลายร่างเป็นพระอวโลกิเตโพธิสัตว์ น้ำตาทางเบื้องซ้ายได้กลายร่างเป็น พระโพธิสัตว์ตาราขาว (แป๊ะโต่วบ้อ) (เทอลมา การโม) เพื่อโปรดสรรพชีวิต
30 ถามน้ำตาของพระอมิตาภพุทธเจ้ากลายเป็นพระอวโลติ-เกศวรโพธิสัตว์ได้อย่างไร
ตอบ น้ำตาที่หลั่งออกมาได้กลายเป็นมนุษย์ธรรมดา หลังจากนั้นท่านผู้นั้นก็ได้กราบพระอมิตาภพุทธเจ้าเป็นอาจารย์ ได้ปฏิบัติธรรมกับพระอาจารย์จนบรรลุสำเร็จเป็นพระโพธิสัตว์
31 ถามพระอวโลกิเตโพธิสัตว์ มีปาง 2 กร 4 กร 8 กร พันกรพันเนตรแท้จริงพระโพธิสัตว์ท่านมีกี่ปาง
ตอบ พระอวโลกิเตโพธิสัตว์ตั้งปณิธานโปรดสัตว์เป็นจำนวนเหลือคณานับ การโปรดสัตว์ของท่านเป็นไปตามสภาพของสรรพสัตว์ ท่านจึงมีปางมากมาย บอกไม่ได้หมดว่าท่านมีทั้งสิ้นกี่ปาง นับไม่ถ้วน
32 ถามพระอวโลกิเตโพธิสัตว์ทำไมจึงยังอยู่โปรดสรรพชีวิต
ตอบ พระอวโลกิเตโพธิสัตว์ ทรงบรรลุโพธิญาณนานแล้ว แต่ด้วยมหาเมตตากรุณาที่ต้องการช่วยเหลือสรรพชีวิตจึงได้กลับ มาในร่างของพระโพธิสัตว์ เพื่อโปรดสรรพชีวิตต่อไป ถ้าไม่มีพระอวโลกิเตโพธิสัตว์ การช่วยเหลือสรรพชีวิตให้พ้นทุกข์ของพระพุทธเจ้าทั่วทศทิศก็มีความลำบากมากขึ้น
33 ถามในแคว้นคามของทิเบตผู้ฝึกปฏิบัติธรรมของพระอว-โลติเกศวรโพธิสัตว์มากน้อยเท่าใด
ตอบ ในดินแดนทิเบต เกือบทั้งหมดที่นับถือพุทธศาสนา ตั้งแต่เริ่มพูดได้ก็จะท่องคาถาหัวใจพระอวโลกิเตโพธิสัตว์แล้ว คาถามหาวิทยาศักดิ์สิทธิ์หกคำซึ่งเป็นคาถาหัวใจของพระองค์ โอม.มา.นี.เป.เม.โฮง. มีทั้งพระลามะและคฤหัสถ์จำนวนมากที่บรรลุมรรคผลด้วยธรรมของพระอวโลกิเตโพธิสัตว์นี้
34 ถามปฏิบัติธรรมของพระอวโลกิเตโพธิสัตว์เปรียบ เทียบกับการปฏิบัติธรรมของพระโพธิสัตว์องค์อื่นๆให้ผลต่างกันอย่างไร
ตอบ พระอวโลกิเตโพธิสัตว์ท่านมีจิตเมตตากว้างใหญ่ไพศาลมาก ชาวพุทธทั้งหลายใช้เมตตากรุณาเป็นรากฐาน ถ้าเรามีเมตตาจิตดังเช่นพระโพธิสัตว์ท่าน เราก็คือพระอวโลกิเตโพธิสัตว์เช่นกัน ดังนี้ความสำเร็จจึงรวดเร็วมาก
35 ถามทราบได้อย่างไรว่าพระโพธิสัตว์อวโลกิเตเป็นพระโพธิสัตว์ที่มีเมตตากรุณาสูงสุด ตอบ เรื่องราวการโปรดสรรพชีวิตของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตท่านมีมากมายเหลือคณานับ บูชาพระโพธิสัตว์แน่นอนพระองค์จะต้องโปรด ไม่บูชาพระองค์จนถึงหมิ่นประมาทพระองค์ พระองค์ก็ยังจะเสด็จมาโปรด อาตมามีเรื่องจะเล่าให้ฟัง หลายปีมาแล้วมีวัดอยู่วัดหนึ่ง มีพระอยู่รูปหนึ่งทั้งดื้อด้านและโง่งม ด้วยเหตุที่ไม่มีทักษะอะไรจึงมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเติมน้ำมันหน้าองค์พุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ ตามแนวปฏิบัติในทิเบตตะเกียงหน้าพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์จะจุดสว่างตลอดกาล พระรูปนี้เป็นคนชอบกินจุบจิบ ทุกวันเมื่อฟ้ามืดก็จะแอบดับตะเกียง และยังพูดอีกว่า พระโพธิสัตว์ ฟ้ามืดแล้ว ท่านนอนเถอะ ทำเช่นนี้ทุกวัน ดับตะเกียงทุกวัน เอาน้ำมันที่ต้องจุดในเวลากลางคืนไปแลกของกินเล่น ภายหลังได้ถูกผู้ดูแลวัดจับได้ ถูกดุด่าว่ากล่าวอย่างหนัก เมื่อถูกดุด่าก็ขุ่นเคืองใจคิดว่า ต้องเป็นพระโพธิสัตว์ไปฟ้องผู้ดูแลวัดแน่นอน ไม่เช่นนั้นผู้ดูแลวัดจะรู้ได้อย่างไร เราจะต้องตีพระโพธิสัตว์ที่ปากมากให้ได้ เลือกไม้ได้ท่อนหนึ่ง เดินไปที่หน้ารูปองค์พระศากยมุนีพุทธเจ้า ใช้ไม้ชี้องค์พระศากยมุนีพุทธเจ้า แล้วว่า พระศากยมุนีพุทธเจ้า เรารู้ว่าท่านไม่พูด แล้วก็เดินต่อไปชี้ที่องค์อมิตาภพุทธเจ้าแล้วว่า ท่านมีความเมตตากรุณามาก ท่านคงไม่ฟ้องผู้ดูแล แล้วก็เดินไปเบื้องหน้าองค์พระโพธิสัตว์อวโลกิเต เอาไม้ชี้ที่เศียรของพระองค์ แล้วพูดว่า ต้องเป็นท่านแน่ที่เอาไปพูด เราจะต้องตีท่านให้ได้ พูดแล้วก็ยกไม้ตีไปที่รูปปั้นองค์พระโพธิสัตว์อวโลกิเต รูปปั้นองค์พระโพธิสัตว์ก็ยกมือขึ้นป้องศีรษะและพูดว่า เราไม่ได้พูด เราไม่ได้พูด พระผู้นั้นได้ยินก็ยิ่งโกรธ พูดอย่างดุดันว่า ต้องเป็นท่านพูดแน่นอนยังไม่ยอมรับอีก พูดไปก็ตีไป พระโพธิสัตว์อวโลกิเตก็เหาะหนีขึ้นไปในอากาศ พระผู้นั้นใช้ไม้ชี้ไปที่พระโพธิสัตว์ท่านและตะโกนว่า ท่านรีบลงมาเร็วๆ หากไม่ลงมาจะตามไปตีให้ได้ ในเวลานั้นพระภิกษุทั้งวัดได้ยินเสียงอึกทึก ก็แตกตื่นตกใจรีบรุดมาและกราบนมัสการเรียนถามเหตุการณ์ต่อพระโพธิสัตว์อวโลกิเต ท่านจึงได้เล่าเรื่องที่ถูกตีให้พระภิกษุทั้งหลายฟัง พระภิกษุทั้งหลายจึงกราบนมัสการขอประทานอภัยจากองค์พระโพธิสัตว์อวโลกิเต และขอให้ท่านเหาะกลับลงมา พระโพธิสัตว์ทรงกล่าวต่อพระภิกษุทั้งหลายว่า ท่านต้องเชื่อฟังเรา เราจึงจะลงไปมิฉะนั้นเราก็จะไม่ลงไป เหล่าพระภิกษุก็กราบนมัสการถามว่า พระองค์จะสั่งเช่นไร ขอทรงสั่งเลย พวกเราต้องกระทำตาม พระโพธิสัตว์ทรงตอบรับว่า พวกท่านต้องไม่ลงโทษพระผู้นั้นและให้เขาดูแลตะเกียงน้ำมันต่อไป เขาเป็นคนชอบกินจุกจิก หากไม่ขโมยน้ำมัน เขาก็จะไม่มีของให้กินพวกท่านต้องทำตามที่รับปากกับเราไว้ เราจะกลับลงไป เมื่อเล่าจบแล้วท่านวัชราจารย์นอราก็ถามพวกศิษย์ที่รับฟังว่า พวกท่านเห็นว่าพระโพธิสัตว์อวโลกิเตนั้นมีมหาเมตตากรุณาหรือไม่
36 ถามท่านอาจารย์ได้เลือกถ่ายทอดบทปฏิบัติพระอวโลติ-เกศวรโพธิสัตว์11เศียรด้วยเหตุใด ตอบ ด้วยว่าบทปฏิบัติพระโพธิสัตว์อวโลกิเต 11 เศียรเป็นบทปฏิบัติพิเศษของพระอวโลกิเตโพธิสัตว์ ผู้ฝึกฝนปฏิบัติได้รับผลสำเร็จในการปฏิบัติอย่างรวดเร็ว สามารถกำจัดกรรมเก่า อุปสรรคในชีวิตอย่างได้ผล โดยไม่ต้องลงทุนลงแรงมากเท่าไร สามารถสยบเภทภัย ขจัดเวรกรรมทั้งสิ้นอย่างดีที่สุด ทำให้บรรลุเป็นพุทธะได้เร็ว
37 ถามฮายากีวะวัชรโพธิสัตว์ (เบ๊อ๊วงกิมกัง) (ตา-ทริน)เป็นปางวัชระของพระโพธิสัตว์องค์ใด
ตอบ ฮายากีวะวัชรโพธิสัตว์เป็นปางวัชระของพระอวโลติเก -ศวรโพธิสัตว์พันเนตรพันกร ซึ่งก็คือปางวัชระของพระอมิตาภ-พุทธเจ้านั่นเอง
38 ถามยามานตกะวัชรโพธิสัตว์ (ไต้อุ่ยเต็กกิมกัง) (จิคเช ดอร์เจ)เป็นปางวัชระของพระโพธิสัตว์องค์ใด
ตอบ ยามานตกะวัชรโพธิสัตว์เป็นปางวัชระของพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ (บุ๊งซู๊พู่สัก) (จัมเปยัง)
39 ถามการจะฝึกปฏิบัติธรรมของยามานตกะวัชรโพธิสัตว์ จำเป็นต้องฝึกปฏิบัติธรรมของพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ก่อนใช่หรือไม่
ตอบ ถูกต้อง ต้องฝึกปฏิบัติธรรมของพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ให้บรรลุก่อน
40 ถามฝึกปฏิบัติธรรมยามานตกะทำไมจึงต้องปฏิบัติธรรมพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ก่อน
ตอบ พระมัญชุศรีโพธิสัตว์เป็นองค์ดั้งเดิมของยามานตกะ หรืออีกนัยหนึ่งยามานตกะเป็นวัชรกายของพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ การบำเพ็ญธรรมของต้นกำเนิดก่อน และจึงบำเพ็ญวัชรธรรม ทำให้บรรลุผลได้ง่าย อีกทั้งไม่เกิดอันตราย หากเร่งรีบบำเพ็ญวัชรธรรม ยังไม่สามารถทำจิตให้แน่วแน่เป็นหนึ่ง อีกทั้งมณฑลพิธีไม่สะอาด เครื่องประกอบพิธีไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ เหล่าวัชรธรรมบาลในองค์ยามานตกะจะเข้าใจว่าเป็นการไม่เคารพ อาจทำให้ผู้ประกอบการประสบเหตุ ไม่ราบรื่นได้ หากแม้ได้บำเพ็ญธรรมพระมัญชุศรีจนเจนจบ ด้วยความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับองค์ผู้กำเนิด แม้เกิดความผิดพลาดบ้างในการบำเพ็ญยามานตกะธรรม เหล่าธรรมบาลในองค์ยามานตกะซึ่งคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วก็ไม่ถือสาหาความ
41 ถามวัชรปาณิเป็นวัชรกายของพระโพธิสัตว์องค์ใด
ตอบ วัชรปาณิเป็นวัชรกายของพระสถามปราบต์โพธิสัตว์เป็นปางแห่งการโปรดสรรพชีวิตดุร้าย ดื้อด้าน มหาสถามปราบต์เกิดขึ้นจากจิตของพระอมิตาภพุทธเจ้า ฉะนั้นจะว่าวัชรปาณิเป็นวัชรกายของพระอมิตาภพุทธเจ้าก็ได้
42 ถามปฏิบัติธรรมของวัชรปาณิได้รับบุญบารมีประการใด
ตอบ ปฏิบัติธรรมของวัชรปาณิถือว่ามีพลังมากสุดประมาณ สามารถปราบมารทั้งหลายได้ สามารถรอดพ้นจากภัยอันตรายจากธาตุทั้ง 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศ สิ่งที่ภาวนาอยากจะได้ก็สมปรารถนา และสุดท้ายได้ไปเกิดยังแดนสุขาวดี วัชรปาณิท่านเป็นผู้ปกครองเหล่าวัชรธรรมบาลทั้งปวง และเก็บรักษาดูแลวัชรธรรม รับหน้าที่ช่วยเหลือพระอมิตาภพุทธเจ้าโปรดสรรพชีวิต
43 ถามพระโพธิสัตว์ตาราเขียว (เลกโต่วบ้อ) (เตรอมาจังกุ)เป็นสัมโภคกายของพระพุทธเจ้าองค์ใด
ตอบ พระโพธิสัตว์ตาราเขียวถือกำเนิดมาจากพระอมิตาภพุทธเจ้าเพื่อโปรดสัตว์ ซึ่งก็คือองค์พระโพธิสัตว์อวโลกิเตหรืออีกพระนามว่าพระโพธิสัตว์กวนอิมแห่งทะเลใต้(หน่ำไห้โผ่วถ่อซัว)นั่นเอง
44 ถามปฏิบัติธรรมวิธีของพระโพธิสัตว์ตาราเขียวจะได้ไปเกิดในแดนสุขาวดีใช่หรือไม่
ตอบ แน่นอนได้ไปสู่แดนสุขาวดี ด้วยพระโพธิสัตว์ตาราเขียวท่านเป็นสัมโภคกายของพระอมิตาภพุทธเจ้า
45 ถามปฏิบัติธรรมวิธีของพระโพธิสัตว์ตาราเขียวได้บุญบารมีประการใด
ตอบ ปฏิบัติธรรมวิธีของพระโพธิสัตว์ตาราเขียวได้รับบุญบารมีมาก โดยเฉพาะพิษร้ายภัยพิบัติทั้งปวงมิอาจกล้ำกลาย บุญบารมีที่ได้เช่นเดียวกับการปฏิบัติธรรมพระโพธิสัตว์กวนอิม
46 ถามทำไมพระโพธิสัตว์ตาราเขียวจึงมีพระวรกายเป็นสีเขียว
ตอบ พระพุทธเจ้าทั้งห้าพระองค์มีพระวรกายห้าสี พระโพธิสัตว์ตาราเขียวแม้เป็นสัมโภคกายของพระอมิตาภพุทธเจ้าที่มาเกิดในโลกมนุษย์ แต่ได้ไปตั้งปณิธานจิตในการช่วยเหลือสรรพชีวิตต่อหน้าองค์พระอโมฆสิทธิพุทธเจ้า จึงได้รับพรและสีพระวรกายแห่งพระอโมฆสิทธิพุทธเจ้ามา พระวรกายของพระองค์จึงเป็นสีเขียว
47 ถามท่านั่งขององค์พระโพธิสัตว์ตาราเขียวได้ยื่นพระบาทขวาลงมามีความหมายประการใด
ตอบ เป็นท่านั่งครึ่งท่าแห่งวัชรอาสน์ ส่วนใหญ่พระโพธิสัตว์ในปางสตรีจะนั่งในท่ายื่นพระบาทขวาออก พระโพธิสัตว์ในปางบุรุษจะนั่งในท่ายื่นพระบาทซ้ายออก แต่ก็ไม่ได้เป็นข้อจำกัดว่าต้องเป็นเช่นนั้นทั้งหมด ความหมายแห่งท่านั่งครึ่งวัชรอาสน์คือ หลุดพ้นและโปรดสัตว์
48 ถามพระโพธิสัตว์กวนอิมแห่งทะเลใต้มีปางหนึ่งซึ่งได้สวมหมวกปีกกว้างกันลม ทรงอาภรณ์ขาวทั้งองค์กับอีกองค์มีพระวรกายสีเขียวแตกต่างกันหรือไม่
ตอบ องค์ทรงอาภรณ์ขาวคือปางที่อยู่ในขณะปฏิบัติธรรมหรือถือบวชอยู่ ส่วนสีเขียวคือปางซึ่งได้บรรลุธรรมแล้ว การปฏิบัติธรรมและบูชาในองค์พระโพธิสัตว์ทั้งสองปางไม่แตกต่างกัน
49 ถามในผู้ปฏิบัติวัชรยาน ปฏิบัติธรรมอมิตาภพุทธเจ้า หรือปฏิบัติธรรมพระโพธิสัตว์กวนอิมหรือปฏิบัติธรรมพระโพธิสัตว์วัชรปาณิบุญบารมีที่ได้แตกต่างกันหรือไม่
ตอบ ไม่แตกต่างกัน ทุกองค์คือพระสัมโภคกายของพระอมิ-ตาภพุทธเจ้าทั้งหมด เพียงแต่ว่าการเน้นความมุ่งหมายไปทางใดในแต่ละปาง พระโพธิสัตว์กวนอิมเป็นปางเมตตาแห่งพระอมิตาภพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์วัชรปาณิเป็นปางแห่งพลัง พระโพธิสัตว์ตาราเขียวเป็นปางแห่งปัญญา เปรียบดังต้นไม้ใหญ่แพร่กิ่งก้านสาขามากมายแต่ก็มาจากรากเหง้าเดียวกัน
50 ถามพระอมิตาภพุทธเจ้าได้แบ่งภาคร่างลงมาเป็นจำนวนมากน้อยเท่าไร
ตอบ ด้วยเมตตาจิตที่ต้องการโปรดสรรพชีวิตให้มากที่สุด จำนวนร่างแบ่งของท่านจึงมากมายเหลือคณานับ พูดได้ว่าพระพุทธเจ้าทั้งพันทั้งหมื่นไม่ห่างจากพระอมิตาภพุทธเจ้า
51 ถามจุนทีพุทธมารดา*ว051เป็นสัมโภคกายของพระพุทธเจ้าองค์ใด
ตอบ จุนทีพุทธมารดรเป็นสัมโภคกายของพระอาทิพุทธ การปฏิบัติธรรมของพระองค์ดุจดังปฏิบัติธรรมของพระอาทิพุทธอานิสงส์มหาศาลนัก
52 ถามกุมารชีพเป็นฒุลกุของพระพุทธเจ้าหรือพระโพธิสัตว์องค์ใด
ตอบ กุมารชีพถือว่ามาจากจิตของพระอมิตภพุทธเจ้า จากกายของพระวัชรสัตต์โต จากวาจาของพระโพธิสัตว์มัญชุศรี ถือเสมือนศูนย์รวมแห่งพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์
53 ถามพื้นเพของท่านกุมารชีพมาจากที่ใด
ตอบ พื้นเพเดิมท่านเกิดในเมืองจีน แต่ไปเติบโตในอินเดีย ท่านแตกฉานในภาษาหลายภาษา
54 ถามในเมื่อกุมารชีพเป็นฒุลกุของพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ท่านได้มีอิทธิปาฏิหาริย์หรือไม่ ตอบ ย่อมมีแน่นอน อาตมาจะเล่าเรื่องของกุมารชีพให้ฟัง ในขณะที่กุมารชีพท่านมาเผยแพร่ธรรมในเมืองจีน ท่านมีภรรยาอยู่ด้วย แต่ท่านไม่อนุญาตให้ศิษย์ของท่านทั้งหมดมีภรรยาได้ บรรดาศิษย์ก็ข้องใจและได้สอบถามต่ออาจารย์ว่าตัวท่านก็มีภรรยาอยู่ ตัวท่านมีได้แล้วทำไมพวกเรามีไม่ได้ ท่านกุมารชีพจึงใช้ศิษย์ไปหาเข็มมาหนึ่งห่อ และน้ำส้มสายชูหนึ่งชาม และน้ำสำหรับชำระล้างด้วย เมื่อศิษย์นำของที่ต้องการมาแล้วท่านกุมารชีพก็นำเข็มเทใส่ลงในน้ำส้มสายชูและได้กลืนกินเข็มพร้อมน้ำส้มนั้นลงไปทั้งหมด หลังจากนั้นท่านก็ได้ไปชำระกาย ในขณะชำระกายก็ได้ดึงเข็มออกมาจากผิวหนังทีละเล่มจนหมดครบทั้งห่อต่อหน้าศิษย์ทั้งปวง ท่านกุมารชีพได้กล่าวต่อศิษย์ว่า ถ้าพวกเจ้าคนใดฝึกฝนปฏิบัติจนถึงขั้นสามารถกระทำดังนี้ได้ ก็จะอนุญาตให้มีภรรยามีครอบครัวได้ ถ้ายังทำไม่ได้ก็ไม่อนุญาตให้มีครอบครัว
55 ถามการที่ท่านกุมารชีพสามารถกลืนเข็มเข้าไปและนำออกมาทางผิวหนังได้เพราะเหตุใด ตอบ นั่นคือพลังปราณโยคะตันตระแห่งวัชรตันตระธรรม
56 ถามเทพเจ้ากวนอูในพุทธศาสนาท่านอยู่ในสถานะใด
ตอบ เทพเจ้ากวนอูถือว่าท่านเป็นธรรมบาลองค์หนึ่งของพุทธศาสนา ในประเทศจีนถือว่าท่านอยู่ในตำแหน่งธรรมบาลที่ใหญ่สุด ฉะนั้นการบูชาท่านจึงถือเป็นพิธีสำคัญประการหนึ่ง
57 ถามบูชาเทพเจ้ากวนอูจะได้อานิสงส์อันใด
ตอบ การบูชาท่านจะได้รับการคุ้มครองให้พ้นจากการรังควานของภูตผีปีศาจ ในหมู่ทหารที่บูชาท่านจะได้รับบารมียศถาบรรดาศักดิ์สูงขึ้น
58 ถามการตั้งปณิธานโพธิจิตใหญ่หรือเล็กต่างกันมีผลต่างกันหรือไม่ในบุญบารมี
ตอบ การตั้งปณิธานว่าเมื่อบรรลุมรรคผลแล้วจึงโปรดสรรพชีวิตผลที่ได้ก็คือเป็นพระอรหันต์ การตั้งปณิธานโพธิจิตว่าต้องการช่วยสรรพชีวิตให้พ้นทุกข์ทั้งหมดแล้วตนเองจึงจะบรรลุมรรคผล ผลที่ได้คือเป็นพระโพธิสัตว์ ถ้าตั้งต้นปณิธานและดำเนินการปฏิบัติไปในสภาวะจิตที่ว่าตนเป็นพุทธ สรรพชีวิตทั้งหลายก็เป็นเป็นพุทธ มรรคผลที่ได้ก็คือบรรลุสู่ความเป็นพุทธเจ้า ผู้ปฏิบัติวัชรยานไม่ว่าสมณะหรือคฤหัสถ์ต้องเริ่มต้นด้วยการตั้งมหาโพธิจิต
59 ถามผู้ปฏิบัติวัชรยานไม่ว่าจะถือเพศสมณะหรือเพศคฤหัสถ์ ต้องถือโพธิจิตเป็นหลักในการปฏิบัติ อย่างไรจึงจะเรียกว่าเป็นมหาโพธิจิต
ตอบ ผู้ปฏิบัติในมหาโพธิจิต ต้องถือปฏิบัติในศีลของวัชรยาน อย่างเคร่งคัด ต้องมีปณิธานจิตเป็นเหตุ บรรลุพุทธะเป็นผล มีเหตุมากมายใหญ่หลวง ก็มีผลมากมายใหญ่หลวงเช่นกัน ผู้ปฏิบัติวัชรยานมหาโพธิจิตต้องถือประโยชน์ของสรรพชีวิตทั่วหล้าดุจดังตนเอง ดุจดังความรักเมตตากรุณาของมารดาต่อบุตร ปรารถนาให้ตนเองรับความทุกข์เวทนาเวรกรรมทั้งหมดแทนสรรพชีวิต บุญบารมีทั้งหมดของตนล้วนมอบให้แก่สรรพชีวิต เพื่อสรรพชีวิตทั้งหมดได้บรรลุพุทธะข้าขอลงนรกแทนสรรพชีวิต การบรรลุพุทธะกับการสู่นรกภูมิในจิตตนไม่ต่างกัน ดังปณิธานจิตของพระอวโลกิเตโพธิสัตว์ หรือพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ (ตี่ฉั่งอ๊วงพู่สัก) (ซายิ ญิงโป) ซึ่งเป็นมหาโพธิจิต แม้มีปณิธานดังพระโพธิสัตว์กวนอิม ข้าก็คือกวนอิม คืออมิตาภพุทธเจ้า คือสรรพพุทธะ ขอให้ดูในทศมหาปณิธานของพระสมัตรภัทรโพธิสัตว์(โผ่วเฮี๊ยงพู่สัก) ซึ่งมีรายละเอียดให้ศึกษาได้
60 ถามผู้ปฏิบัติวัชรยานมีการสวดภาวนา เพื่อให้สรรพชีวิตพ้นเคราะห์ ต่ออายุ ถือว่าเป็นการบังเกิดโพธิจิตหรือไม่
ตอบ การขอให้สรรพชีวิตในกุศลมรรค รวมทั้งครอบครัวญาติมิตรของตนให้พ้นเภทภัยและมีอายุยืนยาวนั้นสามารถทำได้ หากขอให้สรรพชีวิตในอกุศลมรรคพ้นทุกขเวทนาก็อาจทำได้ แต่การขอให้มีอายุยืนยาวไม่ได้ สรรพสัตว์ในอกุศลมรรคการมีอายุยืนยาวเท่ากับเพิ่มเวลาในการรับทุกข์ทรมานนานขึ้นไปอีก
61 ถามพุทธศาสนิกชนการรักษาศีลเป็นสิ่งจำเป็นใช่หรือไม่
ตอบ จำเป็นแน่นอน ศีลถือเป็นรากฐาน หากไม่รักษาศีล ดุจดังสร้างบ้านไม่สร้างรากฐาน สร้างบ้านในอากาศจะทำได้อย่างไร
62 ถามการถือศีลในสูตระยานและตันตระยานต่างกันหรือไม่
ตอบ การถือศีลในสูตระยาน เมื่อสิ้นอายุขัยก็ถือว่าการปฏิบัตินี้ได้จบแล้ว แต่ในตันตระยานการปฏิบัติในศีลนั้นไม่มีวันจบต่อเนื่องไปเรื่อยทุกชาติทุกภพ การที่ได้พบเห็นผู้ปฏิบัติตันตระยาน นุ่งห่มหนังสัตว์ กินเนื้อสัตว์ ไม่เห็นเคร่งครัดอย่างไร โดยเนื้อแท้แล้วการปฏิบัติเช่นนั้นเป็นการรับทุกข์ทรมานยิ่ง
63 ถามการรักษาศีลของวัชรยานจะต้องปฏิบัติอย่างไรจึงจะไม่ผิดศีล
ตอบ ศีลวัชรยานนั้นเยอะมากจนจำได้ไม่หมดถ้าไม่ระมัดระวังเพียงแวบเดียวก็อาจจะผิดศีลได้ ดังนั้นในผู้ปฏิบัติวัชรยานต้องกำหนด กาย วาจา ใจ ให้อยู่ในความดีตลอดเวลา ทั้งจิตสำนึกและการปฏิบัติให้กระทำเพื่อสรรพชีวิต ต้องไม่คิดเลยว่าจะทำการเพื่อตนเอง นี่ก็คือการรักษาศีล ระลึกเหมือนไม่ระลึก บำเพ็ญเหมือนไม่บำเพ็ญ บรรลุเหมือนไม่บรรลุ นี่จึงเป็นการรักษาศีลวัชรยานชั้นสูงอย่างแท้จริง
64 ถามการถือศีลมีการแบ่งขั้นใหญ่เล็กหรือไม่
ตอบ ศีลในพุทธศาสนามีแบ่งเป็นกลุ่ม เช่นศีลอรหันต์ ศีลโพธิสัตว์ ศีลมหาวัชรยาน การตั้งปณิธานในการรับศีลและจะปฏิบัติจนกว่าชีวิตหาไม่ก็คือศีลอรหันต์ การตั้งจิตรับและถือศีลแทนสรรพชีวิต จนตนเองบรรลุสู่ความเป็นพระโพธิสัตว์นั้นจัดอยู่หมวดการถือโพธิสัตว์ศีล การตั้งจิตรับและถือศีลแทนสรรพชีวิต ตราบใดที่ยังคงมีวัฏฏะสงสารอยู่ ตราบนั้นเราจะยังปฏิบัติศีลอยู่โดยไม่ละเมิดนั้นคือการถือศีลมหาวัชรยาน
65 ถามหอยสังข์*ว065ซึ่งเป็นหนึ่งในแปดสิ่งที่ใช้ในการถวายพุทธบูชานั้นมีความหมายใด
ตอบ ในช่วงที่พระพุทธองค์ทรงพระชนม์ชีพอยู่ ในการประทานพรแก่ผู้มาขอพรเพื่อให้เกิดมงคลใด พระพุทธองค์จะมอบหอยสังข์ซึ่งพระพุทธองค์ได้อธิฐานจิตประทานพรอันเป็นมงคลให้ไป ฉะนั้น การที่เราถวายหอยสังข์เป็นพุทธบูชา ก็ด้วยความหมายว่าเราจะได้รับพรอันเป็นมงคลจากพระพุทธองค์
66 ถามสิ่งของซึ่งถวายพุทธบูชา ถวายมาก ถวายน้อย ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามพิธีการหรือไม่ อานิสงส์ที่ได้มากน้อยต่างกันด้วยหรือไม่
ตอบ พระพุทธเจ้า และพระโพธิสัตว์ทั้งปวงทรงพระเมตตา ท่านไม่ได้ถือสา กำหนดหรือวัดปริมาณ อะไรก็ได้อย่างไรก็ได้ ขอให้บูชาด้วยจิตผลที่ได้ก็สมบูรณ์ แต่ในการบูชาธรรมบาลมีรูปแบบ พิธีการ ชัดเจนแน่นอนและต้องมีการปฏิบัติที่ถูกต้องทั้งรูปแบบและพิธีการ ถ้ากระทำได้ถูกต้องผลบุญที่ได้จะมาก
67 ถามศีลห้ามดื่มเหล้าถือเป็นศีลสำคัญข้อหนึ่งในพุทธศาสนา แต่ในวัชรยานมีการถวายเหล้าเป็นพุทธบูชาด้วยเหตุใด
ตอบ สภาวะจิตพุทธะนั้นมันไม่ได้อยู่ที่สิ่งของซึ่งเข้ามาเกี่ยวพันด้วย มันอยู่ที่ความสะอาดหรือไม่สะอาดของจิตเอง การมองสิ่งของต่างๆก็เหมือนกัน จิตของปุถุชนทั่วไปมองเหล้าเป็นเหล้าก็คือเหล้า พวกอสุระมองเหล้าเป็นอาวุธเหล้าก็เป็นอาวุธ เปรตมองเหล้าเป็นไฟเหล้าก็เป็นไฟ พุทธะมองเหล้าเป็นน้ำอมฤตเหล้าก็เป็นน้ำอมฤตเพื่อใช้ในการโปรดสัตว์ ทั้งหลายทั้งปวงอยู่ที่จุดของผู้เกี่ยวข้อง เช่นกันในอาหารก็เกิดมุมมองเช่นเดียวกัน ในจิตปุถุชนอาหารที่เข้าปากเป็นสิ่งซึ่งสะอาด สิ่งซึ่งขับถ่ายออกมาเป็นซึ่งสกปรก ดังตัวอย่าง โบราณกาลในทิเบตมีพี่น้องสองคน พี่ชายร่ำรวยศึกษาธรรมในสายพระสูตร ส่วนน้องชายยากจนศึกษาธรรมวัชรยานตันตระ ในวันเทศกาลปีใหม่ พี่น้องทั้งสองได้มาร่วมกันทำพิธีถวายพุทธบูชา พี่ชายผู้ร่ำรวยได้จัดข้าวของ อาหารอย่างดีในพิธีพุทธบูชา และก็คิดว่าปีนี้เราได้ถวายสิ่งที่ดีกว่าและมากกว่าเพื่อเป็นพุทธบูชา เราจะต้องได้บุญกุศลมากมายกว่าคนอื่นๆผลบุญคงทำให้เราได้บรรลุมรรคผลง่ายและก่อนผู้อื่น ส่วนน้องชายซึ่งยากจนได้นำสิ่งปฏิกูลมาถวายเป็นพุทธบูชาและได้ส่งเสียงอธิฐานว่า พุทธเจ้าทั้งปวงไม่มีจิตซึ่งแบ่งแยกในสรรพสิ่ง ตัวข้าพเจ้ายากจนไม่มีเงินทองที่จะหาสิ่งของมาถวายบูชาขอถวายด้วยใจก็แล้วกัน พระพุทธเจ้าและหมู่พระโพธิสัตว์ในเบื้องบนนภากาศก็ได้เปล่งเสียงว่านี่แหละคือศิษย์แห่งพระตถาคตที่แท้จริง ตถาคตไม่ได้มองว่าสิ่งของนั้นเป็นอะไร ผู้ให้ ให้ด้วยจิตที่ใสสะอาดของนั้นก็สะอาด พี่ชายซึ่งได้เห็นได้ยินก็เกิดสำนึกได้ว่าน้องชายของตนนั้นได้บำเพ็ญจนบรรลุมรรคผลไปนานแล้ว การปฏิบัติการในครั้งนี้ที่จริงแล้วน้องชายกระทำการเพียงเพื่อต้องการบอกให้พี่ชายได้ตะหนักว่าสรรพสิ่งบริสุทธิ์หรือไม่อยู่ที่จิตของตนเองเท่านั้น ผู้ปฏิบัติวัชรยานใช้เหล้าเป็นพุทธบูชาได้ถูกชาวพุทธนิกายสูตระทั้งหลายโจมตีมาอย่างต่อเนื่องว่าได้นำสิ่งมึนเมาสิ่งไม่ดีมาถวายเป็นพุทธบูชาเป็นการไม่สมควร ในวัชรยานถือว่าเหล้าเป็นน้ำอมฤตที่ดีที่สุดในการถวายแด่องค์ยีตัมและธรรมบาล ผู้ปฏิบัติวัชรยานการถวายเหล้าเป็นพุทธบูชาต้องถวายด้วยจิตอันใสสะอาด หากแม้นถวายด้วยความประสงค์ว่าเมื่อพิธีเสร็จแล้วจะได้ดื่มเองนั้นถือเป็นความผิดที่รุนแรง ในผู้ปฏิบัติวัชรยานซึ่งยังไม่บรรลุมรรคผลห้ามในการดื่มเหล้า แต่ถ้าจำเป็นต้องกินเหล้าไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ต้องมีปริมาตรไม่เกิน ขนาดของเมล็ดแตงโม ในผู้บรรลุมรรคผลแล้ว ไม่มีสุรายาเมาอยู่ในโลก แม้ดื่มเหล้าเป็นร้อยลิตรก็ไม่เมา ดังเช่น วิทยธาราดรุบวังท่านเคย ดื่มโชว์ให้ศิษย์ได้ดู การดื่มเหล้าด้วยความอยากกินเอง หรือกินเนื้อสัตว์เพราะติดใจในรสชาติของเนื้อสัตว์ ล้วนเป็นการผิดศีลทั้งสิ้น สรรพชีวิตเป็นสรรพชีวิตก็เพราะมีสามพิษเกี่ยวข้องและสามพิษก็เป็นสามพิษซึ่งส่งผล พระพุทธเจ้าเป็นพระพุทธเจ้า แม้มีสามพิษเกี่ยวข้องแต่สามพิษมิได้เป็นสามพิษและไม่ให้ผลเช่นอย่างไร
68 ถามศีลพระโพธิสัตว์ห้ามการกินเนื้อสัตว์ ในการปฏิบัติวัชรยานมีการถวายอาหารคาวและเนื้อสัตว์เป็นพุทธบูชาและก็ไม่ห้ามผู้ปฏิบัติวัชรยานกินเนื้อสัตว์ด้วยเพราะเหตุใด
ตอบ การกินเนื้อสัตว์โดยที่ไม่ยินดีและเอร็ดอร่อยในสิ่งที่กินนั้น เป็นข้อปฏิบัติของผู้ปฏิบัติทุกยานทุกนิกาย การที่ผู้ถือมังสะ-วิรัตกล่าวว่า การกินเนื้อให้โทษผิดศีลเพราะว่าต้องทำลายชีวิตสัตว์ ขอถามว่าผู้ถือมังสะวิรัตไม่กินข้าวไม่กินน้ำได้หรือไม่ การได้ข้าวมาแต่ละเมล็ดต้องใช้แรงงานของสัตว์ต้องทรมานสัตว์ และต้องเหยียบย่ำทำลายชีวิตสัตว์เล็กสัตว์น้อยในดินขณะทำการเพาะปลูกไปมากน้อยเท่าใดในน้ำก็เช่นกันมีจุลชีพอยู่มากมาย การคิดว่าตนเองถือมังสะวิรัตแล้วมีความบริสุทธิ์มากกว่าผู้อื่นเป็นความคิดที่ไม่สมควร การเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในวัฏฏะสงสารนั้นเป็นการยากที่จะไม่สร้างกรรม สิ่งสำคัญคือการรู้ตัวเอง การมีความละอายต่อบาป ว่าในทุกขณะที่ชีวิตเราดำรงอยู่ได้มีการเบียดเบียนสรรพชีวิตตลอดเวลา เราจึงต้องประกอบบุญกุศลเป็นประจำเพื่อชดใช้คืนสรรพชีวิต เพื่อให้สรรพชีวิตที่ถูกเราเบียดเบียนได้ยกระดับของจิตวิญญาณยกภูมิของสรรพชีวิตเหล่า นั้นให้สูงขึ้นจนสู่ภูมิแห่งมนุษย์และสำเร็จมรรคผลในที่สุด ในผู้ถือมังสะวิรัตก็ควรมีมโนปฏิบัติเช่นเดียวกันนี้ ในผู้ปฏิบัติวัชรยานไม่ห้ามในการกินเนื้อสัตว์ แต่ก็มีกฎข้อห้ามอยู่มากมาย กินเพราะอยากกินสั่งให้คนหาให้กิน สั่งให้คนฆ่าให้กิน สอนคนไปฆ่าเพื่อจะได้กิน ฯลฯ การฆ่าสัตว์ถือว่าผิดแน่นอนไม่ว่าด้วยกรณีใดๆ แต่ในผู้บรรลุมรรคผล สามารถนำพาสรรพชีวิตนั้นไปสู่ในที่สูงกว่าโดยฉับพลันหรือฆ่าได้ก็ชุบชีวิตได้ ไม่ถือว่าเป็นกรรม การกระทำใดๆของผู้บรรลุพุทธภาวะเป็นไปเพื่อความหลุดพ้นทุกข์ของสรรพชีวิตเท่านั้น การกระทำใดๆเป็นเพียงมรรควิถีหรืออุปายะ
69 ถามการสักการบูชาของวัชรยาน ควรสักการบูชาอย่างไร ให้ได้บุญบารมีสูงสุด ขอโปรดได้ชี้แจง
ตอบ วัชรยานจากตื้นสู่ลึก จากเล็กแล้วถึงใหญ่แบ่งออกเป็น 4 ส่วน การสักการบูชาทำได้มากมาย วัชรยานในส่วนตื้นใช้ความเคร่งครัดน่าเกรงขามของพุทธสถานและสักการะด้วยของมีค่าสวยงาม เพราะสถานที่สักการะอันความเคร่งขรึมน่าเกรงขามและเครื่องสักการบูชาเป็นของดีมีค่าสวยงาม สามารถทำให้ผู้ปฏิบัติเกิดความปิติยินดีขึ้น จิตมีความเลื่อมใสอย่างลึกซึ้ง ศรัทธาจิตจะพัฒนาขึ้นและทำให้ผู้พบเห็นเกิดความเคารพเลื่อมใส พลอยยินดีเกิดศรัทธาจิตปรารถนาแรงกล้ามากขึ้นในการปฏิบัติธรรม จึงมีอานิสงส์มหาศาล ส่วนมหาวัชรยานไม่มีพุทธสถานที่เคร่งครัดน่าเกรงขามเท่าใดๆนัก ถ้ากระทำในพุทธสถานมีเครื่องสักการะที่ดีสวยงามก็ยิ่งดี ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไรวิธีการ สักการบูชาแบ่งได้ 3 ประเภท
1 ดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศทั่วทศทิศเป็นเครื่องบูชาเรียกว่าการสักการบูชาภายนอก
2 ถวายชีวิตร่างกายบุตรภรรยาครอบครัวญาติมิตรสมบัติพัสถานเป็นเครื่องบูชาเรียกว่าการบูชาภายใน
3 ใช้ความกตัญญูต่อบิดามารดา ศรัทธาต่อองค์คุรุโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ เชื่อมั่นอย่างสูงสุดในวัชรธรรมและพัฒนาขึ้นโดยไม่วันเบื่อหน่าย โปรดสรรพชีวิตทั้ง 6 ภพ หมื่นอาชีพ ให้พ้นทุกข์อย่างเท่าเทียมกันหมด รักษาศีลโดยไม่ละเมิดแม้แต่น้อย ในทุกขณะจิตไม่ลืมโพธิจิต ต้องการรับทุกขเวทนาแทนเหล่าสรรพชีวิต อุทิศบุญบารมีทั้งปวงแก่สรรพชีวิต
ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นบ่อเกิดแห่งพุทธจิต การถวายพุทธจิตถึงเป็นการถวายบูชาอันสูงสุด บุญบารมีที่ได้รับสูงสุดสุดประมาณ คือข้าคือพุทธะ พุทธะคือข้า จิตข้าคือพุทธะ พุทธะคือจิต ทั้งคนทั้งธรรมล้วนว่างเปล่า ธรรมชาติแห่งจิตเดิมบริสุทธิ์และว่างเปล่า มีพุทธสถานมีเครื่องสักการบูชาก็ดี ไม่มีพุทธสถานเครื่องบูชาก็ดี ปฏิบัติธรรมขั้นตื้นรูปแบบพิธีการยิ่งมากมายเคร่งครัด ปฏิบัติมหาธรรมยิ่งใหญ่และลึกซึ้งขึ้นเท่าไร ยิ่งเรียบง่ายมากขึ้นเท่านั้น หากแม้จัดวันที่สำคัญควรแก่การทำการสักการบูชา ทุกวันที่ 8 ของเดือนเป็นวันที่ระลึกของเหล่าวัชรธรโพธิสัตว์บุรุษทั้งหลายโปรดสรรพชีวิต การกระทำบูชาในวันนี้ได้อานิสงส์ทวีคูณขึ้นอย่างมหาศาล อีกวันคือวันที่ 25 ของทุกเดือน เป็นวันที่ระลึกโปรดสรรพชีวิตของเหล่าฑากิณี และวันที่บรรลุสรรพธรรม ระลึกในการโปรดสรรพชีวิตของคุรุปัทมสมภพ ในทุกวันที่ 10 ของเดือน อานิสงส์ทวีคูณขึ้นอย่างมหาศาล หากได้ทำการสักการบูชา
70 ถามการมนตราภิเษกมีกี่ประเภท บุญบารมีในการมนตราภิเษก เป็นอย่างไรและมีข้อจำกัดในการเข้ารับการมนตราภิเษกเช่นไร
ตอบ ธรรมพิธีมนตราภิเษกนั้นมากมายอาจแบ่งได้เป็น
1 มนตราภิเษกกาย (วังกูร์)
2 มนตราภิเษกวัชรตันตระ (ซังวัง)
3 มนตราภิเษกปัญญา (เซรับจิวัง)
4 มนตราภิเษกคำสอนอันมีค่า (ซิควัง ริมโปเช)
การมนตราภิเษกในแต่ละขั้นตอนล้วนได้รับบุญบารมีเท่าเทียมกันหมด สุดประมาณได้ ผู้ปฏิบัติวัชรธรรมถ้าไม่ได้รับการมนตราภิเษกก็ไม่สามารถเข้าบำเพ็ญปฏิบัติได้ ดังตัวอย่างการตั้งองค์ชายให้เป็นรัชทายาทผู้สืบทอดราชบังลังก์ต่อไป ส่วนอานิสงส์ในการมนตราภิเษกวัชรยานคือการที่พุทธศาสนิกชนทั่วไปได้เลื่อนเป็นพุทธะบุตร รับพลังอำนาจในการเข้าสู่พุทธะภูมิ การมนตราภิเษก กาย วาจา ใจ และปัญญา คือการมอบอำนาจและวิธีการในการ กระทำ การพูด การคิด และปัญญาในการบรรลุช่วยให้เห็นถึงตัวอย่างของสภาวะจิตนิพพานที่บังเกิด ข้อจำกัดในการรับมนตราภิเษก การมนตราภิเษกธรรมแห่งพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ผู้ทรงมหาเมตตามีข้อปฏิบัติน้อยกว่า ทุกคนล้วนสามารถเข้าร่วมได้ แต่ในการมนตราภิเษกวัชรธรรมมีข้อจำกัดมาก มิอาจให้ทุกคนเข้ารับได้ ต้องเป็นเฉพาะศิษย์ที่ได้รับเลือกจากพระอาจารย์แล้วเท่านั้น
71 ถามในพิธีการมนตราภิเษกหากมีเด็กเข้าร่วมด้วย แต่เด็กวิ่งเล่นกระจองอแงจะเป็นอุปสรรคต่อความศักดิ์สิทธิ์แห่งพิธีกรรมหรือไม่
ตอบ ไม่เป็นอุปสรรคเลย สรรพสำเนียงทั้งปวง เสียงเด็ก เสียงนกกา เสียงลม เสียงสัตว์ร้อง เสียงคนพูดคุย หรือแม้แต่เสียงสวดมนต์ล้วนเป็นสำเนียงแห่งธรรมชาติ ในวัชรตันตระธรรมถือว่าเป็นเสียงแห่งพุทธะ
72 ถามสถานที่ปฏิบัติธรรมดีหรือไม่ดีมีส่วนเกี่ยวข้องส่งเสริมความสำเร็จในการปฏิบัติธรรมหรือไม่
ตอบ มีความเกี่ยวข้องแน่นอนสำหรับผู้ปฏิบัติธรรมทั่วไป เช่นภูเขาพู้ถ่อซัว เป็นสถานที่บรรลุมรรคผลของพระโพธิสัตว์กวนอิม อู่ไถ่ซัว, ง๊อไบ่, จิ้วฮั่ว เป็นดินแดนที่พระโพธิสัตว์มัญชุศรี พระสมัตรภัทร พระกษิติครรภ์ บรรลุธรรม ที่เหล่านี้เป็นสถานที่สวยงามและแน่นอนย่อมได้พลังแห่งพุทธะปกคลุมย่อมทำให้ผู้ปฏิบัติคล้อยตามบรรลุผลได้ง่ายขึ้น แต่ในผู้บำเพ็ญมหาวัชรตันตระธรรม พุทธะคือข้า ข้าคือพุทธะ ทุกสถานที่ของข้าคือพุทธสถาน ดังนั้นทุกสถานที่จึงไม่แตกต่างกัน
73 ถามในการปฏิบัติธรรมในพุทธเจ้าหรือพระโพธิสัตว์องค์หนึ่งๆควรจะใช้ปะคำภาวนาในแต่ละแบบหรือไม่
ตอบ ในโบราณกาลผู้บำเพ็ญมักใช้พลังแห่งวัตถุธาตุเพื่อหนุนเสริมพลังของผู้ปฏิบัติ ดังเช่นผู้ปฏิบัติธรรมพระโพธิสัตว์กวนอิม จะใช้ปะคำทำด้วยแก้วคริสตัลและเมล็ดโพธิ์ หรือผู้ปฏิบัติธรรม อมิตายุสโพธิสัตว์ จะใช้ปะคำทำจากปะการังและเมล็ดโพธิ์ ผู้ปฏิบัติวัชระสัตต์โตใช้ปะคำเพชรและเมล็ดโพธิ์ ธรรมะอันมากมายเช่นกันปะคำก็มีมากชนิด มีปะคำประเภทเดียวที่ใช้ในการปฏิบัติทุกๆธรรมคือปะคำที่ทำจากเมล็ดโพธิ์เนตรหงส์ที่ให้พลังในการหนุนเสริมเท่าเทียมกัน
74 ถามผู้ปฏิบัติธรรมทั่วไปมักกังวลและกลัวในอุปสรรคความยากลำบากที่เกิดขึ้นในห้วงแห่งการปฏิบัติจะแก้ไขอย่างไร
ตอบ ผู้ปฏิบัติในนิกายสูตระทั้งปวงย่อมเป็นเช่นนั้น แต่ในการปฏิบัติพุทธวัชรตันตระธรรม ทุกข์ยิ่งมากยิ่งลำบากมากยิ่งดี *ว074ดังเช่นต้นไม้ใหญ่กิ่งก้านใบยิ่งมาก ลูกยิ่งดก
75 ถามเมื่อเริ่มสวดมนต์จิตเตลิดดุจม้าป่ายากที่จะสงบควรปฏิบัติอย่างไร
ตอบ จิตถึงที่ใด วิญญาณถึงที่นั่น การภาวนาให้ตั้งจิตในอักขระที่ภาวนาเพ่งพิจารณาในอักขระแต่ละตัวให้ชัดเจน จิตก็ไม่เตลิดไปไหน
76 ถามการสวดมนต์โดยตั้งจิตที่จะปฏิบัติเพื่อให้อานิสงส์เกิดแด่สรรพชีวิตทั้งปวงแล้วจึงเริ่มสวดมนต์เช่นนี้ถูกต้องหรือไม่
ตอบ แน่นอนการปฏิบัติธรรมทุกชนิด เพื่อสรรพชีวิตทั้งปวง อานิสงส์ที่สะท้อนกลับมายิ่งมากมายมหาศาล เป็นหลักการอันสำคัญของวัชรยาน ที่เรียกว่าหลักโพธิจิต
77 ถามในวัฒนธรรมการหมุนล้อธารณี*ว077กับการสวดธารณีด้วยปากได้อานิสงส์แตกต่างกันหรือไม่
ตอบ การใช้มือหมุนล้อธารณี ตั้งจิตอยู่ในธารณี อานิสงส์ที่ได้ไม่แตกต่างกับการสวดธารณี วัฒนธรรมของชาวทิเบต เมื่อคนที่อายุ 40 ปีขึ้นไปแล้วยังไม่มีกงล้อมนต์ถือหมุน ผู้พบเห็นและมีก็จะมอบให้ เพื่อให้เป็นเครื่องเตือนใจว่า อายุขัยเร่งรัดมาแล้ว เวลาเหลือน้อยแล้ว ต้องเร่งเพียรปฏิบัติ
78 ถามผู้ปฏิบัติธรรมโดยการภาวนาธารณีจะมีธรรมบาลพิทักษ์รักษาปกป้องตนอยู่ใช่หรือไม่
ตอบ คนที่ปฏิบัติแม้เพียงระลึกถึงอักขระ อา เพียงตัวเดียว ก็จะได้รับการพิทักษ์จากธรรมบาลทั้งปวง นับประสาอะไรกับผู้ภาวนาธารณี ถือปฏิบัติวัชรธรรม เทพธรรมบาลจะคอยพิทักษ์รักษาอยู่ตลอดเวลาไม่ห่างกาย เพียงแต่ผู้ปฏิบัติยังมีฌานไม่ลึกล้ำพอที่จะรับรู้ได้ด้วยตนเอง
79 ถามอยู่ในที่ไม่สะอาดสวดภาวนาชื่อพระพุทธหรือสวดธารณีไม่ทราบว่าจะเป็นการไม่เคารพหรือไม่
ตอบ การแบ่งแยกเป็นจิตสามัญของสรรพชีวิต ในจิตแห่งผู้บรรลุมิได้มีการแบ่งแยก ยิ่งบรรลุธรรมสูงขึ้นเท่าใดการแบ่งแยกยิ่งน้อยลงเท่านั้น เว้นแต่การสวดภาวนาคาถาในองค์ยีตัม*ว079และธรรมบาล ซึ่งมีข้อห้ามข้อจำกัดที่จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง
80 ถามหากตื่นขึ้นตอนเช้ายังไม่ได้ล้างหน้าทำความสะอาดจะสามารถไหว้พระสวดมนต์ได้หรือไม่
ตอบ ผู้ปฏิบัติวัชระยาน ไม่ว่าขณะใดจิตพุทธะคือจิตตน ดังนั้นจึงไม่มีขณะใดที่สะอาดหรือขณะใดไม่สะอาด ดังตัวอย่างการคำนวณพิสูจน์มุมใดมุมหนึ่งอีกสามมุมย่อมรู้ได้ ข้อสำคัญคือ โพธิจิตและจิตพุทธะ
81 ถามเคยได้ยินคนพูดว่า ผู้บำเพ็ญวัชรธรรม ไม่ว่าจะสวดภาวนาคาถาหัวใจต้องได้รับการมนตราภิเษกถ่ายทอดจากพระวัชราจารย์ด้วยตนเอง จึงสามารถสวดภาวนาได้ไม่เช่นนั้นจะถือเป็นการลักขโมยธรรม ไม่เพียงให้คุณแต่กลับให้โทษ ไม่ทราบว่ามีเหตุผลเช่นไร
ตอบ สวดภาวนาคาถาที่ผ่านการถ่ายทอดโดยพระวัชราจารย์ผู้ปฏิบัติจะได้รับบุญบารมีมากมาย แต่หากปฏิบัติโดยไม่ได้รับการถ่ายทอดจากพระวัชราจารย์แล้วบุญบารมีจะได้น้อย ส่วนโทษทัณฑ์ในการขโมยธรรมพระสูตรพระคัมภีร์ใดๆไม่เคยมีการระบุไว้ พระพุทธเจ้าทั้งทศทิศมีเมตตาจิต แต่สิ่งที่แตกต่างกันนั้นอยู่ที่บุญบารมีที่ได้รับ ในผู้ที่มีปณิธานในการปฏิบัติแต่ไม่สามารถหาพระอาจารย์ถ่ายทอดธรรมให้ได้สามารถได้รับการยกเว้นให้ปฏิบัติได้ โดยการตั้งองค์พุทธะนั้นระลึกด้วยความศรัทธามั่นกราบนมัสการแล้วสวดคาถาท่าน 3 ครั้งตั้งมโนว่าท่านได้ถ่ายทอดธรรมนั้นแก่เราแล้ว จึงนำไปปฏิบัติได้ แต่ห้ามมิให้ไปถ่ายทอดต่อให้ผู้ใด ให้เริ่มต้นโดยการตั้งจิตขอรับจากพระพุทธเจ้า หรือพระโพธิสัตว์เจ้าของธรรมวิธีนั้นโดยตรงแต่ก็จำกัดให้เฉพาะธรรมะทั่วๆไปเท่านั้น ยกเว้นธรรมวิธีชั้นสูงที่ห้ามนำไปปฏิบัติด้วยตนเองอย่างเด็ดขาด ต้องได้รับการมนตราภิเษกและมีพระอาจารย์คอยดูแล
82 ถามการสวดภาวนาชื่อพระพุทธเจ้าหรือภาวนาคาถาหัวใจมีบุญบารมีอย่างไร
ตอบ การสวดภาวนาชื่อพระพุทธเจ้าหรือภาวนาคาถาหัวใจมีบุญบารมีอย่างมากมายมหาศาล กรรมทั้งปวงในสรรพชีวิตมีแหล่งกำเนิดจากกาย วาจา ใจ ดุจดังเสื้อผ้าที่สวมใส่ย่อมสะสมสิ่งสกปรกไว้ หากไม่ได้ซักล้างก็จะสกปรกมากขึ้นไปเรื่อยๆ การซักล้างย่อมทำให้เสื้อผ้าสะอาดได้ เพียงแต่ต้องขยันซักล้างทุกครั้งที่ได้สวมใส่ กายวาจาใจก็เช่นกันมีการใช้งานตลอดเวลา จึงต้องมีการชะล้างอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน การสวดภาวนาเป็นวิธีการหนึ่งในการชำระล้างกายวาจาใจ เมื่อกรรมทั้งปวงซึ่งเปรียบดังสิ่งปฏิกูลถูกชำระล้างแล้ว แหล่งกำเนิดทั้งสามก็ใสสะอาดการบรรลุพุทธะก็บังเกิดขึ้น
83 ถามจตุสรณะในวัชรยานมีความหมายอย่างไร
ตอบ จตุสรณะ ก็คือไตรสรณะซึ่งเพิ่มการขอคุรุให้เป็นสรณะอีกหนึ่ง อันมีลามะสรณะ พุทธสรณะ ธรรมสรณะ สังฆสรณะ
84 ถามการภาวนาถึงจตุสรณะ มีบุญบารมีอย่างไร
ตอบ จตุสรณะเป็นรากฐานของผู้ปฏิบัติวัชรยาน บุญบารมีได้อย่างสุดประมาณได้ มีนิทานเรื่องหนึ่งจะเล่าให้ฟัง ในครั้งกระโน้น ในทิเบต มีชายผู้หนึ่งศรัทธาในพุทธศาสนาและได้สวดภาวนาจตุสรณะเป็นประจำเกือบตลอดเวลา สร้างความไม่พอใจ ขวางตาผู้ไม่ได้เป็นชาวพุทธหลายคนที่อยู่ในบริเวณเดียวกันนั้น พวกเขาจึงปรึกษาวางแผนที่จะทำร้ายชายชาวพุทธนั้น แต่ด้วยกฎหมายของทิเบตนั้นแรงมากในเรื่องการฆ่าคนตาย จึงไม่กล้าลงมือทำร้ายชายชาวพุทธกับมือตนเอง แผนการก็คือจะหลอกล่อให้ชายผู้ศรัทธาไปให้เสือแม่ลูกอ่อนกิน ถ้ำเสืออยู่ในซอกหุบเขาบนเขามีต้นไม้โบราณยื่นกิ่งก้านออกไปถ้าปีนต้นไม้ขึ้นไปก็สามารถมองเห็นเสือแม่ลูกอ่อนได้อย่างชัดเจน กลุ่มผู้วางแผนได้แอบไปเลื่อยกิ่งไม้แล้วพรางไว้ แล้วก็ไปชักชวนให้ชายชาวพุทธนั้นไปดูเสือด้วยกันและเว้นกิ่งไม้ที่เลื่อยพรางไว้เพื่อให้ชายผู้นั้นปีนขึ้นไปเมื่อชายผู้ศรัทธานั้นปีนขึ้นไปกิ่งไม้ก็หักตกลงไปในถ้ำเสือ ในเวลานั้นแม่เสือออกไปหาอาหารพอดี ชายผู้ศรัทธานั้นกลัวเป็นอันมากแต่ก็ไม่สามารถทำประการใดได้ด้วยหน้าผาสูงชันไม่มีทางปีนป่ายออกไปได้ แต่ด้วยความเคยชินเมื่อไม่มีทางอื่นก็สำรวมจิตนั่งลงภาวนาเพื่อรอให้ตนเป็นอาหารของเสือต่อไป ไม่นานนักแม่เสือก็ลากเหยื่อกลับมา ชายผู้นั้นกลัวมากแต่ก็ได้แต่หลับตาภาวนาคาถาจตุสรณะรอให้เสือมาขย้ำ แม่เสือตอนแรกที่เห็นคนก็แสดงอาการดุร้าย จ้องจะเข้าจู่โจมสักครู่ต่อมาก็คลายความดุร้ายลง และลากซากสัตว์ที่ล่ามาได้ไปให้ลูกของตนกินโดยไม่สนใจชายผู้นั้น วันที่ 2 แม่เสือออกไปล่าเหยื่ออีก แต่ดูแล้วรู้สึกว่าแม่เสือไม่ดุร้ายเช่นเดิมอีก ชายผู้ศรัทธายังคงสวดภาวนาอยู่ตลอดเวลาในใจก็คิดว่าวันนี้ถ้าแม่เสือไม่ได้เหยื่อมาด้วยความหิวก็คงไม่พ้นที่จะจัดการตนเป็นอาหาร เมื่อแม่เสือกลับมาและได้เหยื่อกับมาป้อนลูกดังเมื่อวาน วันที่ 3 แม่เสือยังคงได้เหยื่อกลับมาและยังได้ใช้เท้าเขี่ยเนื้อก้อนหนึ่งมาให้ชายผู้ศรัทธานั้นได้กินด้วย เสือและคนจึงอยู่ด้วยกันอย่างกลมเกลียวชายผู้นั้นก็ไม่อดตายเพราะเสือแบ่งเนื้อให้กิน จนวันที่ 5 ก่อนที่แม่เสือจะออกจากถ้ำ ได้มาหมอบที่หน้าชายผู้นั้นและใช้หางสะกิดเท้าชายผู้นั้นแล้วชี้มาที่หลังตน ชายผู้นั้นก็เข้าใจและขึ้นขี่หลังแม่เสือ แม่เสือได้นำชายผู้นั้นออกจากถ้ำและส่งออกมาจนชายผู้นั้นกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย กลุ่มผู้วางแผนร้ายซึ่งไม่ใช่ชาวพุทธเห็นชายชาวพุทธนั้นกลับมาบ้านอย่างปกติ ก็ตื่นตกใจเป็นอย่างยิ่งและสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น หลังจากฟังเรื่องราวแล้วพวกเหล่านั้นก็หันกลับมาเลื่อมใสศรัทธาในพุทธศาสนาและดำเนินตามชายชาวพุทธคนนั้นอย่างเคร่งครัด
85 ถามการภาวนาอักขระมหาวิทยาศักดิ์สิทธิ์หกคำของพระโพธิสัตว์กวนอิมได้บุญบารมีอย่างไร ตอบ โอม.มา.นี.เป.เม.โฮง. อักขระมหาวิทยาศักดิ์สิทธิ์หกคำของพระโพธิสัตว์กวนอิมเป็นจิตมุทราอันเลิศล้ำ การสวดภาวนาได้บุญบารมีอันประมาณค่ามิได้ เป็นที่สรรเสริญของพุทธะทั่วทศทิศ การเขียนอักขระศักดิ์สิทธิ์หกคำดุจดังการเขียนพระไตรปิฎก (กันจูร์) ดับอวิชชาเปิดปัญญาสู่มรรคผล พระอรรถกถาธรรม (เตน.จูร์.) ของทิเบตได้บันทึกไว้ว่าอานิสงส์ของอักขระศักดิ์สิทธิ์หกคำมี 10 อย่างดังนี้
1 ขจัดเภทภัยจากภูตผีปีศาจทั้งปวง
2 ขจัดโรคภัยจากความหนาวร้อนของดินฟ้าอากาศ
3 ช่วยให้ผ่านพ้นความทุกข์ที่เกิดจากน้ำไฟ
4 ดำรงตนด้วยบุญวาสนา อายุวัฒนะ
5 ขจัดรากเหง้าของความทุกข์ คือ โลภ โกรธ หลง
6 ขจัดความชั่วทั้งปวง ปิดหนทางสู่การกระทำผิดศีล
7 ขจัดอุปสรรคทั้งหลายในการบรรลุโพธิทศภูมิ
8 ภาวนาหนึ่งแสนจบ สามารถปิดทวารทั้งสาม
9 ภาวนาหนึ่งล้านจบสามารถโปรดสรรพชีวิตทั้ง 6 ภพภูมิ
10 ภาวนาสิบล้านจบขึ้นไปบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณอย่างไม่ต้องสงสัย
86 ถามบางครั้งทำไมมหาวิทยาอักขระศักดิ์สิทธิ์หกคำจึงมีเจ็ดคำ ต่างกันหรือไม่
ตอบ อักขระศักดิ์สิทธิ์หนึ่งคำที่เพิ่มขึ้น คือ ฮรี เป็นอักขระประจำองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมหรือเรียกง่ายๆว่าเป็นตราประจำตระกูล
87 ถามบุญบารมีจากการภาวนามหากรุณาธารณีและมหาวิทยาอักขระศักดิ์สิทธิ์หกคำแตกต่างกันหรือไม่
ตอบ ไม่แตกต่างกัน มหากรุณาธารณีเป็นคาถายาว มหาวิทยาอักขระศักดิ์สิทธิ์หกคำเป็นคาถาหัวใจ และก็ถือว่าเป็นคาถาหัวใจของมหากรุณาธารณีด้วย คาถายาวมีความหมายถึงการสรรเสริญอ้อนวอนขอให้พระโพธิสัตว์ท่านเมตตากรุณาโปรดสรรพชีวิต ดุจดังผู้น้อยอ้อนวอนขอให้ผู้ใหญ่ช่วย พระโพธิสัตว์กวนอิมท่านเปี่ยมด้วยโพธิจิต ท่านไม่แบ่งแยกสรรพชีวิตทั้งปวง เมื่อขอก็ให้ ส่วนการสวดคาถาหัวใจ ดุจดังการขอตรงๆทื่อๆผู้ขอต้องมั่นใจในศรัทธาของตนต่อพระโพธิสัตว์ท่าน หรืออีกนัยหนึ่งในการปฏิบัติวัชรยาน มโนจิตที่สำคัญข้อหนึ่งคือ พระโพธิสัตว์คือข้า ข้าคือองค์พระโพธิสัตว์ การสวดคาถาหัวใจคือการปฏิญาณว่าข้าจะช่วยเหลือสรรพชีวิตผู้ตกทุกข์ทั้งปวง ปฏิบัติดังพระโพธิสัตว์ท่านปฏิบัติ และท้ายสุดปลดเปลื้องทุกข์แก่ร่างเดิมของตนให้บรรลุพุทธะภาวะด้วย
88 ถามปฏิบัติภาวนาในองค์พระพุทธมารดรฉัตรขาว(ภาษาสันสกฤต อุศนิศสิตตาปทรา) (ภาษาจีน แปะซั่วไก่ฮุกบ๊อ) (ภาษาทิเบต พักมา ตุกการ์) มีบุญบารมีอย่างไร
ตอบ บำเพ็ญธรรมพระพุทธมารดรฉัตรขาวได้บุญญามหาเดชาบารมีอันประมาณมิได้ ศัตรูผู้ปองร้ายหลบลี้หนีหน้า ปกป้องจากคุณไสย คำสาปแช่งอวิชชาทั้งปวง ปลอดจากภัยธรรมชาติ ภัยจากการปองร้ายทั้งปวง ภัยจากคดีความทั้งหลาย ปกป้องมิให้ตกเข้าสู่อบายภูมิทั้งชาตินี้และชาติหน้า ในพระคาถาศูรางคมสมาธิ (เล่งเงี้ยมจิ๊ว) ซึ่งเป็นพุทธพจน์ของพระศากยมุนีพุทธเจ้า ก็มีกล่าวถึงพระคาถานี้ด้วย ในโบราณกาลชาวทิเบตที่นับถือนิกายดำซึ่งนอกพุทธศาสนามีวิชาคุณไสยที่ร้ายกาจมาก หากคิดทำร้ายผู้หนึ่งผู้ใดจะสวดคาถาทำคุณไสยให้คนผู้นั้น เป็นวัวเป็นควายหรือเป็นสัตว์เดียรฉาน หรือทำให้เสียชีวิต หรืออาจเนรมิตกายตนให้เป็นเสือกัดกินผู้คนให้เสียชีวิต โดยที่กฎหมายเอาผิดไม่ได้ หากแม้ผู้ใดพบเห็นเรื่องนี้ขอเพียงสวดคาถาพระพุทธมารดรฉัตรขาว 7 จบ วิชาคุณไสยทั้งปวงจะหมดความศักดิ์สิทธิ์ทันที ผู้ใช้วิชาก็ไม่สามารถแปลงกายตนออกทำร้ายผู้อื่นได้ เมื่อครั้งที่อาตมาอยู่เสฉวน ศิษย์ชาวเฉิงตูซึ่งมีฐานะดีมาเล่าให้ฟังว่าเขาได้นำคาถานี้ที่อาตมาเขียนให้ตั้งบูชาไว้ในบ้าน ช่วงเวลานั้นได้เกิดการจลาจล ทหารพวกหนึ่งได้เข้าปล้นชิงบ้านเรือนที่มีฐานะทั่วไป เขาเองทำอะไรไม่ถูกได้แต่ปิดบ้านเงียบไว้ พวกทหารจลาจลมาถึงบ้านแต่หาทางเข้าบ้านไม่พบและไม่สามารถเข้าบ้านได้ สุดท้ายก็ยกพวกจากไป บ้านตนจึงไม่ได้รับความเสียหายใดๆ นี่แสดงให้เห็นถึงอานุภาพพระคาถาพระพุทธมารดรฉัตรขาวแม้แต่การตั้งบูชาเท่านั้น ซึ่งบุญบารมีนั้นเปรียบไม่ได้กับการบำเพ็ญภาวนาซึ่งให้อานิสงส์มหาศาลต่างกันมาก
89 ถามสวดภาวนาพระคาถาพระพุทธมารดรฉัตรขาวบทยาวและบทสั้นให้ผลต่างกันหรือไม่
ตอบ ไม่แตกต่างกัน การสวดภาวนาคาถายาวเป็นการสวดสรรเสริญ อ้อนวอนขอความกรุณา การสวดคาถาสั้นเป็นการสวดแบบมโนวัชรยาน องค์ท่านคือข้า ข้าคือองค์ท่าน 90 ถามสวดคาถาวัชระคติหกภูมิ (ลักเต๋ากิมกังจี๊ว) มีบุญบารมีอย่างไร
ตอบ เป็นคาถานำสู่การบรรลุพุทธะ คือแม้นำมาแขวนไว้กับตัวก็สามารถนำสู่การบรรลุพุทธะได้ ผู้ซึ่งได้ยิน ได้เห็น ได้สัมผัส คาถานี้ก็สามารถขจัดชึ่งเวรกรรมทั้งปวง ผู้ปฏิบัติในพระคาถานี้เมื่อตายอัฐิจะกลายเป็นพระธาตุ พระคาถาบทนี้เป็นพระคาถาของพระอาทิพุทธเจ้า ได้ถ่ายทอดให้พระพุทธไวโรจนะ มีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งว่า มีผู้บำเพ็ญธรรมผู้หนึ่งอาศัยอยู่ใกล้ทะเลสาบซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำ กาลครั้งหนึ่งอากาศแห้งแล้งมากแม่น้ำและทะเลสาบก็เหือดแห้งลง เหล่าปลาในทะเลสาบได้ตายลงทุกวันเพราะน้ำเริ่มแห้งลงๆด้วยจิตเมตตาชายผู้บำเพ็ญได้ช้อนปลาขึ้นเป็นหาบนำไปปล่อยในแม่น้ำทุกวันเท่าที่กำลังตนจะทำได้ แต่ก็ไม่ทันปลายังคงตายเป็นจำนวนมาก ชายผู้นั้นก็สังเวชใจ และพูดขึ้นว่า สรรพชีวิตที่ได้รับการช่วยเหลือมีจำนวนน้อยนิด แต่ที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือกลับมีจำนวนมาก จะช่วยสรรพชีวิตทั้งหมดเป็นเรื่องที่ยากเย็นจริงๆ ในขณะนั้นพระพุทธไวโรจนะได้ปรากฏกายขึ้นและได้ตรัสกับชายผู้นั้นว่า การช่วยเหลือสรรพชีวิต ด้วยวิธีที่เจ้ากำลังทำอยู่แน่นอนย่อมช่วยเหลือสรรพชีวิตได้จำนวนน้อย หากใช้พุทธธรรมช่วยสรรพชีวิต สรรพชีวิตก็สามารถช่วยตนเองได้ ชายผู้บำเพ็ญธรรมจึงของให้พระพุทธไว-โรจน์สอนธรรมเพื่อให้สรรพชีวิตได้ช่วยตนเองได้ พระพุทธไว-โรจน์จึงได้สอนคาถานี้ให้ เมื่อชายผู้บำเพ็ญสวดคาถาวัชระคติ-หกภูมิ 7 จบ ปลาในบริเวณนั้นทั้งที่ตายแล้วและยังไม่ตายล้วนไปจุติในดินแดนสุขาวดีโดยถ้วนทั่ว ดังนั้นบุญบารมีของพระคาถานี้จึงมหาศาลสุดพรรณนา
91 ถามคาถารักษาโรคที่ท่านอาจารย์ถ่ายทอดให้นั้น มีอานิสงส์อย่างไร
ตอบ คาถานี้เป็นคาถาลับสุดยอดของทิเบต สามารถรักษาร้อยโรคและโรคประหลาดต่างๆ เมื่อครั้งที่กษัตริย์ตรีซง เตเซนอัญเชิญองค์คุรุปัทมสมภพมาสอนพุทธศาสนาในทิเบตเวลานั้น ชาวทิเบตทั้งปวงนับถือและดำรงอยู่ในวังวนแห่งคุณไสย ภูตผีปีศาจ ประชาชนเป็นโรคประหลาดต่างๆจำนวนมาก และในเวลานั้นก็ไม่มียา ไม่มีหมอดีๆ ประชาชนตกทุกข์ได้ยากเป็นอย่างยิ่ง เมื่อองค์คุรุปัทมสมภพจะเดินทางมายังทิเบต พระอวโลกิเตพันเนตรพันกรจึงประทานคาถาบทนี้ให้ โรคร้ายที่เกิดจากคุณ-ไสย จากภูตผีปีศาจล้วนถูกขจัดทิ้งให้ผลทันตา นอกจากโรคซึ่งเกิดจากเวรกรรมของผู้ป่วย หากแม้รักษาแล้ว 3 ครั้งไม่หาย ผู้ป่วยต้องบำเพ็ญวัชรสัตต์โตสำนึกผิดจากใจและปณิธานในการปฏิบัติกุศลกรรมตลอดไปจึงจะให้ผลตอบสนองในการรักษา
92 ถามพระคาถาของพระโพธิสัตว์องค์ใดที่ให้อานิสงส์ในการป้องกันภัยมากที่สุดจากอาวุธทั้งปวง และภัยจากธรรมชาติ น้ำไฟอากาศ ขอพระอาจารย์ท่านเมตตาแนะนำด้วย
ตอบ พระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ทั้งปวงล้วนโปรดสรรพชีวิตทั้งหลายให้พ้นทุกข์บุญบารมีนั้นล้วนไม่แตกต่างกัน แต่หากเป็นคาถาของวัชรยานก็มีพระคาถามหาวิทยาศักดิ์สิทธิ์หกคำหรือพระคาถาของพระโพธิสัตว์ตารา 21 พระองค์
93 ถามพระคาถาแห่งสรรพพุทธะ ให้บุญบารมีเช่นไรขอพระอาจารย์ชี้แจง
ตอบ พระคาถาแห่งสรรพพุทธะล้วนมีบุญบารมีอเนกอนันต์ พระพุทธทั่วทศทิศล้วนกำเนิดจากธารณี หากไม่มีธารณีจะไม่สามารถบรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณได้ ธรรมธารณีทั้งปวงเป็นแก่นแท้จากจิตของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์สืบทอดต่อกันมา ส่วนบุญบารมีนั้นมีเพียงพระพุทธเจ้าด้วยกันเองเท่านั้นที่รู้ได้ แม้แต่พระโพธิสัตว์ในภูมิที่10 เองก็ยังไม่สามารถรับรู้ได้หมด มีหรือที่ปุถุชนจะสามารถรับรู้ถึงบุญบารมีแห่งสรรพพุทธได้อย่างลึกซึ้งครบถ้วน ดังนั้นจึงขอนำบุญบารมีแห่งสรรพพุทธะมากล่าวโดยสังเขปดังนี้
1 หากเขียนคาถาใส่ไว้ในองค์พระพุทธรูป ในเจดีย์ ในกระดิ่งหรือเขียนบนธง บนแท่น บนประตู บนกระดาษ บนแผ่นไม้ บนแพรพรรณ บนผนัง หากสรรพชีวิตได้สัมผัส ได้เห็น ได้ผ่านใต้เงา หรือได้รับฝุ่นละอองที่จับต้องบนคาถาธารณีแล้วปลิวมาต้อง ล้วนสามารถขจัดเวรกรรม ในกาลข้างหน้าล้วนได้บรรลุเป็นพุทธะ
2 เขียนคาถาไว้ในหมวก สวมบนศีรษะหรือเขียนบนผ้าหรือกระดาษแขวนติดตัวหรือเขียนบนธงยาวเมื่อลมพัดผ่าน ลมที่ผ่านไปต้องสรรพชีวิต หรือเขียนบนระฆังกลอง กระดิ่งฉาบหรือสิ่งของที่ทำให้เกิดเสียง ผู้ได้ยินได้สัมผัสล้วนได้รับการจัดการอกุศลกรรมทั้งปวง ในอนาคตกาลต้องรู้แจ้งบรรลุพุทธะ
3 หากเขียนคาถาในถ้ำในภูเขา หรือสวดคาถาลงในแม่น้ำลำคลอง หรือสวดท่ามกลางกระแสลมหรือสายฝน หรือสวดหน้าพระอาทิตย์หรือต่อหน้าแสงไฟหรือสวดส่งคนตาย สรรพชีวิตในดินน้ำอากาศ ต่างได้รับรสพระธรรม ในอนาคตกาลล้วนได้เข้าสู่ธรรมและบรรลุมรรคผล
4 สรรพชีวิตที่มีกรรมหนักเช่นถูกลงโทษในนรกอเวจี หากได้รับได้สัมผัสธารณีไม่ว่าทางใดทางหนึ่งจะได้กลับมาสู่ดินแดนซึ่งพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นได้ประกาศธรรมไว้และบรรลุธรรมในที่สุด
5 ผู้สวดภาวนาธารณีด้วยตนเอง วาจาที่พูดออกมาไม่ว่าดีหรือร้าย เหล่าเทพธรรมบาลล้วนได้ยินเป็นเสียงแห่งการแสดงธรรมของปวงพุทธเจ้า ย่อมช่วยเหลือพิทักษ์คุ้มครอง ขอสิ่งใดได้สิ่งนั้น สิ่งสำคัญอยู่ที่ศรัทธาในจิตของผู้ปฏิบัติต้องมั่นคงแน่วแน่และเชื่อในอานุภาพแห่งธารณีนี้ ในมหากรุณาธารณีของพระโพธิสัตว์กวนอิมพันเนตรพันกรกล่าวว่า ผู้สวดภาวนาจะไม่ตายด้วยลักษณะ 15 ประการดังนี้
1.ไม่ตายด้วยความอดอยากทุกข์ทรมาน
2 .ไม่ตายด้วยเครื่องทัณฑ์ทรมาน
3.ไม่ตายด้วยศัตรูคู่อาฆาตทำร้าย
4.ไม่ตายด้วยการสู้รบในสมรภูมิ
5.ไม่ตายด้วยสัตว์ร้าย
6.ไม่ตายด้วยสัตว์มีพิษ
7.ไม่ตายด้วยการตกน้ำหรือถูกไฟครอก
8.ไม่ตายด้วยยาพิษ
9.ไม่ตายด้วยหนอนพิษ
10.ไม่ตายด้วยอาการคลุ้มคลั่ง
11.ไม่ตายด้วยการตกผาหรือตกจากที่สูง
12.ไม่ตายด้วยการถูกใส่ร้าย
13.ไม่ตายด้วยคุณไสยหรือภูตผีปีศาจ
14.ไม่ตายด้วยโรคร้ายรุมเร้า
15.ไม่ตายด้วยการทำร้ายตนเองหรือฆ่าตัวตาย
ธารณีกวนอิมสิบเอ็ดพักตร์ให้บุญบารมี4ประการ
1. เมื่อใกล้สิ้นอายุขัยจะได้พบสรรพพุทธะ
2. จะไม่ตกสู่อบายภูมิตลอดกาล
3. ไม่ตายด้วยเภทภัยทั้งปวง
4. ไปจุติยังสุขาวดี
94 ถามวัชรธารณีให้บุญบารมีอันสุดประมาณ ขอกราบเรียนท่านอาจารย์ว่าต้องปฏิบัติเช่นไรจึงได้รับบุญบารมีตอบสนองอย่างเต็มที่
ตอบ ปฏิบัติวัชรธรรม การได้รับผลทันทีหรือไม่นั้นไม่ใช่เพราะธารณีศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ แต่อยู่ที่ความศรัทธาตั้งใจของผู้ปฏิบัติ ดุจดังหญิงสาวที่ไฟไหม้ผม จิตคิดอย่างเดียวว่าจะต้องดับไฟบนศีรษะให้ได้ ด้วยความรักสวยรักงามอย่างเป็นชีวิตจิตใจ พลังในการขอให้ไฟบนศีรษะดับจึงมีพลังอย่างมหาศาล ขอพันได้พันขอหมื่นได้หมื่น
95 ถามคนชั่วขอความเมตตากรุณาจากพระพุทธเจ้าจะได้รับความกรุณาจากพระพุทธเจ้าหรือไม่
ตอบ ในพระหฤทัยของพระพุทธเจ้า สรรพชีวิตเหมือนกันหมด มีเรื่องเล่าว่าในกาลโน้น ในทิเบต มีชาย 3 คนเป็นขโมย ได้ร่วมกันขโมยของจากครอบครัวหนึ่ง ในขโมยทั้งสามมีผู้หนึ่งซึ่งนับถือพุทธศาสนา เมื่อกลับถึงที่พัก ทั้งสามได้ปรึกษากันโดยชายผู้นับถือพุทธศาสนากล่าวขึ้นว่า พวกเราขโมยของมีค่าเหล่านี้มา เจ้าของจะต้องติดตามจับกุมเราแน่ พระโพธิสัตว์กวนอิมทรงมีพระมหาเมตตากรุณาขอให้พวกเราตั้งจิตมั่นอธิษฐานขอความช่วยเหลือจากพระองค์เพื่อมิให้ถูกจับกุม ขโมยอีกคนพูดโต้ว่าพระโพธิสัตว์ทรงช่วยแต่คนดี พวกเราเป็นคนไม่ดีพระองค์ไม่ช่วยหรอก ขโมยชาวพุทธได้ตอบว่า ข้าเคยได้ยินมาว่าพระโพธิสัตว์ทรงไม่แบ่งแยกผู้ที่ต้องช่วย ถ้าเลือกช่วยแต่คนดีไม่ช่วยคนไม่ดีพระองค์ก็ไม่ใช่พระโพธิสัตว์ หลังจากนั้น ขโมยผู้นั้นก็สวดภาวนาอ้อนวอนพระโพธิสัตว์อยู่ตลอดเวลา ไม่นานนักขโมยอีก 2 คนก็ถูกเจ้าทรัพย์จับได้ พวกเขาทั้งสองก็ซัดทอดขโมยชาวพุทธนั้นว่าเขาก็ร่วมขโมยด้วยทำไมไม่จับ เจ้าทรัพย์ก็ตอบว่า ท่านเป็นพระโพธิสัตว์และขาก็พิการจะเป็นขโมยได้อย่างไร ขโมยที่ภาวนาอ้อนวอนก็ไม่ต้องถูกจับไปรับความลำบาก สรุปได้ว่าสรรพชีวิตในนรกภูมิ เปรตภูมิและเดรัจฉานภูมิ ล้วนเกิดจากกรรมชั่วที่ตนได้เคยทำมาก่อน พระพุทธเจ้า และพระโพธิสัตว์ทั้งหลายยังคงให้ความช่วยเหลือโปรดสรรพชีวิตเหล่า นั้นให้พ้นทุกข์เท่าเทียมกันหมด นับประสาอะไรกับคนที่ภาวนาอ้อนวอนขอร้องพระองค์จะไม่ช่วย
96 ถามการสวดภาวนาอ้อนวอนต่อพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ทั้งปวงต้องได้รับการสนองตอบแน่นอน แต่ถ้าหากมีการร้องขอในเวลาเดียวกันจากสองฝ่ายซึ่งขัดกันเป็นตรงกันข้าม เช่นฝ่ายหนึ่งต้องการให้ฝนตก มิฉะนั้นพืชผลของตนจะเสียหายหมด แต่อีกฝ่ายมิต้องการให้ฝนตก ถ้าฝนตกสินค้าของตนก็จะเสียหายหมด มิทราบว่าเรื่องเช่นนี้ ฝ่ายใดจะได้รับความเมตตาตอบสนองจากพระโพธิสัตว์
ตอบ เรื่องอ้อนวอนขอความกรุณาจากพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์นั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องไม่มีความสงสัย วอกแวกอยู่ในจิต ต้องมั่นคง มั่นใจว่าจะต้องได้รับการตอบสนองจากพระโพธิสัตว์ท่าน ในกาลกระโน้นมีชายผู้หนึ่งมีครอบครัวซึ่งยากจนข้นแค้นมาก แม้แต่อาหารที่จะกินก็ไม่ค่อยจะมี จึงคิดจะขโมยวัวของผู้อื่นมาเป็นอาหาร ได้ทำการสักการบูชาธรรมบาลมหากาฬา(ไต้เฮ็กเทียน) (โกม.โป.นัค.โป.เชน.โป/)*ว096 และอธิษฐานขอให้พระองค์คุ้มครองให้ตนขโมยวัวมาเป็นอาหารให้สำเร็จ มิฉะนั้นครอบครัวของตนคงต้องอดตายทั้งหมด ชายผู้นั้นก็สำเร็จดังต้องการ ขโมยได้วัวอ้วนพีมาหนึ่งตัวทำให้ครอบครัวของเขามีอาหารกินกันไปหลายวัน อีกทั้งยังได้นำเลือดวัวไปถวายบูชาแด่องค์มหากาฬ เจ้าของวัวซึ่งถูกขโมยก็ได้มาสวดอ้อนวอนต่อองค์มหากาฬเช่นกันได้อธิษฐานว่า ครอบครัวของตนต้องพึ่งพาอาศัยวัวที่หายไปในการคราดไถทำนา ตอนนี้วัวได้หายไป ต่อไปครอบครัวตนจะทำมาหากินอย่างไร ขอมหากาฬธรรมบาลช่วยคุ้มครองให้ตนได้วัวคืนมา เพื่อใช้ทำไร่ไถนา ไม่นานเขาก็หาวัวตัวนั้นพบแต่ก็ได้ถูกฆ่าเป็นอาหารไปแล้ว แต่ชายขโมยไม่ยอมรับว่าได้ขโมยมา จึงได้นำเรื่องนี้ไปฟ้องต่อเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเพื่อให้ช่วย เจ้าหน้าที่ก็ตัดสินลำบาก ในขณะนั้นธรรมบาลมหากาฬก็ได้ปรากฏพระองค์ขึ้น ได้กล่าวด้วยเสียงอันดังดุจฟ้าร้องว่า วัวตัวนั้นเป็นวัวที่ขโมยมาจริงแต่คนขโมยเพราะความข้นแค้นอดอยากจึงต้องขโมยวัวมาเป็นอาหาร ข้าก็ยังได้กินเลือดวัวนั้นด้วยเลย ส่วนเจ้าของวัว ก็จำเป็นต้องอาศัยวัวในการดำรงชีวิตเช่นกัน ในที่นี้มีเพียงเจ้าหน้าที่บ้านเมืองท่านเท่านั้นที่ช่วยได้ ท่านเป็นขุนนางมีเงินมีทอง ขอให้ท่านบริจาควัวหนึ่งตัวคืนแก่เจ้าของวัวไป ทั้งสองฝ่ายก็ได้รับความกรุณาจากพระโพธิสัตว์ดังใจปรารถนา ขอเพียงมีจิตศรัทธาแน่วแน่ในพระพุทธเจ้า หรือพระโพธิสัตว์
97 ถามการบำเพ็ญปฏิบัติในสูตระยานกับการบำเพ็ญปฏิบัติวัชรตันตระนั้นได้รับบุญบารมีแตกต่างกันมากน้อยอย่างใด
ตอบ การปฏิบัติพุทธนิกายใดๆบุญบารมีที่ได้มิแตกต่างกัน เป็นแต่เพียงเป็นการบำเพ็ญในส่วนที่ตื้นลึกต่างกัน ผู้ปฏิบัติตันตระยานต้องบำเพ็ญสูตระยานจนถ่องแท้หรืออย่างน้อย 12 ปี บุญบารมีในการบำเพ็ญมากน้อย อยู่ที่การปฏิบัติโพธิจิตหรือการตั้งโพธิจิตเป็นหลัก การปฏิบัติสาวกยานนั้นเน้นที่ตนบรรลุสู่การพ้นทุกข์ก่อนจึงช่วยเหลือผู้อื่น ผู้ปฏิบัติมหายานสายสูตระเน้นสู่การบรรลุพุทธภูมิพร้อมกับสรรพชีวิตทั่วไป แต่การปฏิบัติวัชรยานนั้นแม้ตนเองต้องการบรรลุแต่จะบรรลุหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่ตนเองสนใจ สนใจแต่เพียงจะมอบสรรพสิ่งที่ตนปฏิบัติได้ให้สรรพชีวิต ทุกขเวทนาอันเนื่องจากอกุศลกรรมของสรรพชีวิตขอให้ข้าพเจ้าเป็นผู้รับแทน ข้าพเจ้ายินดีทุกข์ ยินดีเจ็บไข้ได้ป่วยเพื่อสรรพชีวิต เพื่อพวกเขาได้บรรลุสู่พุทธภูมิ ข้าพเจ้ายินดีลงนรกเพื่อพวกเขา ในจิตแห่งข้าพเจ้าพุทธเกษตรหรือแดนนรกมิได้แตกต่างกัน กล่าวโดยสรุปโพธิจิตน้อยบุญบารมีก็น้อย โพธิจิตมากบุญบารมีก็มาก บุญบารมีที่ได้อยู่ที่การตั้งโพธิจิตและการปฏิบัติโพธิจิตเป็นหลัก โพธิจิตใหญ่หรือเล็กอยู่ในหลักการว่ายินดีและต้องการปฏิบัติหรือจำเป็นต้องปฏิบัติ ดังเช่นการ ลงไปโปรดสรรพสัตว์ในนรกภูมิของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์หรือพระอวโลกิเตโพธิสัตว์พระองค์ทรงลงไปด้วยความยินดีและต้อง การลงไปเพื่อโปรดสรรพสัตว์ มิใช่ลงไปเพราะเวรกรรมของพระองค์ส่งพระองค์ไป จึงได้ไปโปรด
98 ถามการปฏิบัติธรรมสุขาวดีนิกายสูตระกับการบำเพ็ญสุขาวดีวัชรตันตระได้ผลต่างกันหรือไม่
ตอบ บุญบารมีที่ได้ไม่ต่างกัน แต่วิธีบรรลุต่างกัน การบรรลุสู่พุทธะในสูตระยานต้องได้รับสัญญาณจากพระอมิตาภพุทธเจ้าก่อน แต่การปฏิบัติสุขาวดีวัชรตันตระ ตนเป็นพระพุทธเจ้า ไม่ต้องได้รับสัญญาณจากพระอมิตาภพุทธเจ้าก็บรรลุได้ แต่ไม่ว่าจะบำเพ็ญสูตระหรือตันตระ ต้องไม่มีจิตสงสัยไม่วอกแวก นิกาย-สูตระจะแยกแยะอย่างชัดเจนว่านั่นคือพระพุทธเจ้านี่คือตัวเรา การปฏิบัติธรรมวัชรตันตระไม่แยกแยะ พระพุทธเจ้าคือตน ตนก็คือพระพุทธเจ้า ดังนั้น สิ่งที่แตกต่างกันในการปฏิบัติธรรมวิธีสุขาวดีสูตระธรรมกับธรรมวิธีสุขาวดีวัชรยานตันตระคือความ เร็วและช้า ไม่ใช่ บุญมากหรือบุญน้อย
99 ถามการบำเพ็ญธรรมวิธีสุขาวดีสูตระยานแล้ว อยากจะบำเพ็ญธรรมวิธีสุขาวดีวัชรตันตระด้วยจะได้หรือไม่
ตอบ หลักการแห่งธรรมวิธีสูตระยานและธรรมวิธีวัชรตันตระแท้จริงแล้วสอดคล้องกลมกลืนกันโดยตลอด ในผู้ปฏิบัติทั่วไปที่ไม่ได้ศึกษาทั้งสองธรรมวิธีอย่างถ่องแท้ มักมีความเห็นว่าธรรมวิธีที่ตนเองปฏิบัตินั้นเลิศประเสริฐสุดและติเตียนธรรมวิธีอื่น ผู้บำเพ็ญธรรมวิธีแห่งวัชรตันตระก็หัวเราะเยาะผู้ปฏิบัติธรรมวิธี สูตระว่ารู้จักแต่ไหว้พระสวดมนต์ ไม่รู้ถึงมรรควิถีแห่งการบรรลุเป็นพุทธะ เป็นที่น่าสงสารนัก ผู้ปฏิบัตินิกายสูตระก็ว่า ผู้ปฏิบัตินิกายวัชรตันตระว่าไม่สำรวมทั้งยังกินเนื้อสัตว์ เพาะพันธุ์แห่งนรกภูมิ อคติเช่นนี้ เหมือนกับการนำเอาประคำสวดมนต์เส้นหนึ่งแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งให้ผู้ปฏิบัตินิกายสูตระใช้ อีกส่วนหนึ่งให้ผู้ปฏิบัตินิกายวัชรตันตระใช้ ทั้งสองย่อมไม่สามารถใช้ประคำนั้นได้อย่างสมบูรณ์ แต่เมื่อรวมประคำครึ่งพวงทั้งสองเข้าด้วยกันก็สามารถใช้ได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นด้วยการผสานกลมกลืนกันทั้งสองแนวนิกายผู้บำเพ็ญทั้งสูตระและตันตระทั้งหมื่นก็เข้าสู่สุขาวดีทั้งหมื่น
100 ถาม บำเพ็ญอมิตาภสุขาวดีพุทธเกษตรธรรมแตกต่างจากบำเพ็ญธรรมของพระพุทธเจ้าพุทธเกษตรอื่นอย่างไร
ตอบ พระพุทธเจ้าทั้งปวงล้วนโปรดเหล่าสรรพชีวิตให้พ้นทุกข์ บำเพ็ญธรรมของพระพุทธเจ้าพระองค์ใดก็ให้บุญบารมีเทียบเท่ากันหมด ข้อแตกต่างอยู่ที่ความยากง่ายในการบรรลุผลสำเร็จ มีเพียงพระอมิตาภพุทธเจ้าที่ได้ตั้งปณิธานพิเศษไว้ โดยมีพระโพธิสัตว์อวโลกิเตเป็นผู้ช่วย ปณิธานที่ว่าก็คือ ยกเว้นผู้ที่สร้างอนันตริยกรรม ผู้ที่ฆ่าคุรุแห่งตน ผู้สมาทานพุทธศาสนาแล้วกบฏต่อพระพุทธศาสนา ติฉินนินทาพระสัทธธรรม ทำลายล้างพระพุทธศาสนา อันเป็นเวรกรรมที่พระอมิตาภพุทธเจ้าไม่อาจโปรดได้ นอกจากที่กล่าวมาแล้วนี้ พระองค์จะช่วยจะเปิดพุทธเกษตรแห่งตนรับทุกสรรพชีวิตเข้าสู่เพื่อให้โอกาสได้บรรลุพุทธภาวะเป็นพุทธะ ไม่ยกเว้นแม้แต่ผู้อยู่ในอกุศลกรรมบท 10 ขอเพียงแต่สรรพชีวิตนั้นมีสำนึกในบาปบุญคุณโทษ และหันหน้ามาขอพระกรุณาจากท่าน ทุกสรรพชีวิตย่อมได้รับการคุ้มครองนำส่งสู่สุขาวดีพุทธเกษตรของท่าน พระอวโลกิเตโพธิสัตว์ก็มีปณิธานเช่นเดียวกับท่าน คือ บุญบารมีทั้งปวงที่ข้ามีขอมอบให้เหล่าสรรพชีวิตทั้งปวง ความทุกขเวทนาที่มาจากเวรกรรมของเหล่าสรรพชีวิต ล้วนขอให้ข้าเป็นผู้รับ สรรพชีวิตทั้งหมดยังไม่บรรลุพุทธะ ข้าก็จะยังไม่เข้าสู่พุทธะภูมิ ตราบเมื่อสรรพชีวิตบรรลุพุทธะทั้งหมด เมื่อนั้นข้าจึงจะบรรลุพุทธะ ดังนั้นเมื่อมีผู้ขออันใดล้วนได้ดังปรารถนา ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าผู้บำเพ็ญธรรมวิธีในพระพุทธองค์ใดก็ตามล้วนต้องบำเพ็ญธรรมวิธีสุขาวดีควบคู่ไปด้วย เพื่อเป็นหลักประกันในความสำเร็จชั้นหนึ่งก่อน ผู้บำเพ็ญธรรมวิธีพุทธะภูมิอื่น ล้วนต้องอาศัยพลังบุญบารมีของตนเอง เพื่อให้ได้สู่พุทธภูมินั้น แต่การไปสุขาวดีพุทธภูมิของพระอมิตาภพุทธเจ้านั้น ใช้พลังของพระอมิตาภพุทธะเจ้าเป็นส่วนใหญ่ ใช้พลังของตนเองเพียงเล็กน้อย ขอเพียงมีศรัทธามั่นล้วนเข้าสู่สุขาวดีพุทธภูมิตามปรารถนา ตัวอย่างผู้ปฏิบัติธรรมวิธีของพระพุทธไวโรจนะ พุทธภูมิคือพุทธเกษตรศูนย์กลางวัชระ และได้ปฏิบัติธรรมวิธีสุขาวดีด้วย เมื่อสิ้นอายุขัยยังไม่บรรลุผลสำเร็จเข้าสู่พุทธเกษตรศูนย์กลางวัชระ แต่ก็ยังได้เข้าอาศัยอยู่ในสุขาวดีพุทธเกษตรก่อน หลังจากนั้นด้วยการฝากฝังนำส่งโดยพระอมิตาภพุทธเจ้า เพื่อไปสู่พุทธเกษตรศูนย์กลางวัชระของพระพุทธไวโรจนะ ย่อมเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าการไปด้วยตนเอง พระพุทธไวโรจนะท่านย่อมยินดีเปิดพุทธเกษตรของตนรับผู้ซึ่งพระ พุทธเจ้าด้วยกันรับรองและนำส่งมา
01 ถามผู้ปฏิบัติธรรมสุขาวดีตามที่พระสูตรกล่าวไว้ว่า ต้องสวดภาวนาชื่อพระอมิตาภพุทธเจ้าจนจิตสงบไม่ฟุ้งซ่าน จึงจะสามารถไปจุติยังสุขาวดีพุทธเกษตร แต่คฤหัสถ์ผู้ปฏิบัติทั่วไป มีภาวะทางโลกมากมาย ต้องทำมาหากิน จิตสับสนวุ่นวายทั้งวัน อีกทั้งความไม่แน่นอนแห่งชะตาชีวิต อาจเกิดโรคปัจจุบันทันด่วน จนไม่สามารถสวดภาวนาไปถึงขั้นจิตสงบได้ ไม่ทราบว่ายังสามารถไปจุติในสุขาวดีพุทธเกษตรได้หรือไม่
ตอบ บำเพ็ญสุขาวดีธรรมใช้ศรัทธา ปณิธาน ปฏิบัติ 3 ประการ ปณิธานเป็นส่วนสำคัญว่าจะสามารถได้ไปจุติหรือไม่ ขอเพียงจิตของท่านแน่วแน่ปรารถนาที่จะไปจุติ ไม่มีความสงสัยหลงเหลืออยู่ในจิตแม้แต่น้อยแล้ว แม้ว่าจะมีอานิสงส์เพียงเบาบาง ก็สามารถไปจุติได้ หากปณิธานไม่แน่วแน่ จิตที่ไปจุติก็ไม่มั่นคง แม้ว่าจะมีอานิสงส์มากมายมหาศาลก็ยังไม่แน่นักว่าจะสามารถไปจุติได้ อาตมาจะยกตัวอย่างเปรียบเทียบให้ท่านฟัง พลังปณิธานปรารถนามุทิตาของพระอมิตาภพุทธะเจ้าเปรียบเหมือนวงกลมใหญ่หนึ่งวง จิตของผู้ปฏิบัติ เปรียบดังเชือกยาวที่เหนียวแน่นเส้นหนึ่ง ปลายเชือกยังต้องผูกตะขอติดไว้ตัวหนึ่ง เอาตะขอตัวนี้เกี่ยวติดกับวงกลมใหญ่ให้แน่นไม่ให้หลุดแล้ว เมื่อถึงเวลาจะสิ้นลม ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดก็ตาม พลังอนุภาพของพระอมิตาภพุทธดูดครั้งเดียวก็นำไปจุติยังสุขาวดีพุทธเกษตร หากผู้ปฏิบัติมีจิตเป็นเชือกยาวแต่ไม่เหนี่ยวแน่นมั่นคงหรือปลายเชือกไม่มีตะขอผูกติดเกาะเกี่ยววงกลมใหญ่ไม่ได้ ถึงจะให้มีอานิสงส์ยิ่งใหญ่ปานใดก็ตามเกรงว่าจะไม่สามารถใช้อานิสงส์ที่มีนำส่งไปจุติได้ สรุปคือ พระอมิตาภพุทธมีมหาเมตตากรุณาที่จะโปรดเหล่าสรรพชีวิตให้พ้นทุกข์เท่าเทียมทั่วไปหมด ท่านจะสามารถไปจุติยังสุขาวดีพุทธเกษตรได้หรือไม่นั้น ต้องดูว่าปณิธานปรารถนาอันแท้จริงของท่านว่าต้องการจะไปจุติจริงหรือไม่ เป็นตัวตัดสิน
102 ถามจากคำตอบที่ว่าปณิธานเป็นหลักในการบรรลุสู่ สุขาวดีพุทธเกษตรนั้น ผู้ปฏิบัติต้องตั้งปณิธานเช่นไรเมื่อกาลสิ้นลมหายใจ จึงจะสามารถแน่ใจได้ว่าจะได้ไปสู่สุขาวดีพุทธเกษตรแน่นอน
ตอบ ผู้ปฏิบัติพุทธธรรมสุขาวดีสูตระยาน เมื่อใกล้เวลาสิ้นลม ต้องปล่อยวางไม่สนใจทุกสิ่ง ไม่พูดไม่ถามถึงและไม่คิดถึงสังขารของตนว่าทุกข์ทรมานหรือไม่ ปล่อยวางความผูกพันทางโลกทั้งปวง ไม่เหลือใยแม้แต่น้อย รวมจิตเป็นหนึ่งระลึกถึงแต่พระพุทธอมิตาภะ ขอความกรุณานำส่งสู่สุขาวดีพุทธเกษตร ดังเช่นในยามปกติที่ก้าวพลาดตกทะเล ร้องขอให้คนช่วย ดังเช่นไฟไหม้บนศีรษะ ใจต้องการจะดับไฟบนศีรษะ ต้องมีความเชื่อมั่นในตนเองอย่างหนักแน่น ที่จะไปจุติยังพุทธเกษตรแน่นอน เชื่อแน่ว่าพระอมิตาภพุทธเจ้าต้องนำเราส่งพุทธเกษตร หากมีความเกรงกลัวสงสัยแม้แต่น้อยว่าบุญเราไม่พอที่จะได้รับการนำส่ง เป็นความคิดที่จะทำให้จิตตก พลังความสับสนไม่เป็นหนึ่งจะขัดขวางทำให้ไม่สามารถไปจุติยังพุทธเกษตรได้ ผู้ศึกษาปฏิบัติพุทธศาสนา ดุจดังการสงครามรบพุ่ง มีหลักการเดียวกัน ผู้มีจิตไม่เข็มแข็งเด็ดเดี่ยวมั่นคง จะต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในที่สุด ผู้มั่นคงเด็ดเดี่ยวไม่สนใจในผลแพ้ชนะจะประสบชัยในที่สุด เวลากำลังจะสิ้นอายุขัยเหมือนดังกำลังสู้รบอยู่ ผลแพ้ชนะตัดสินกันที่จิตใจอันเข็มแข็งมั่นคง ว่ามีหรือไม่ใน 5 นาทีสุดท้ายของชีวิต
103 ถามสุขาวดีพุทธเกษตรของพระอมิตาภพุทธเจ้าอยู่เบื้องทิศตะวันตกและการตั้งปณิธานปรารถนาเพื่อไปสู่สุขาวดีเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ดังนั้นหากผู้ปฏิบัติต้องการให้เกิดผลดังปรารถนาควรหันหน้าไปทางทิศตะวันตกแล้วบำเพ็ญ จะทำให้จิตมั่นคงแน่วแน่กว่าจริงหรือไม่อย่างไร
ตอบ ทั่วไปแล้วนั้นการปฏิบัติดังนั้นเป็นแนวทางของผู้ปฏิบัตินิกายสูตระเป็นการสร้างพลังใจที่ดีที่สุด ส่วนในผู้ปฏิบัติธรรมวัชรตันตระซึ่งถือว่าเป็นธรรมะชั้นสูงนั้นถือว่า ข้าคืออมิตาภพุทธเจ้า อมิตาภพุทธเจ้าคือข้า ทุกแดนที่ข้าอยู่คือสุขาวดีพุทธเกษตร ทิศทาง ตำแหน่งแห่งที่ เป็นการแบ่งแยกในจิตปุถุชนเท่านั้น
104 ถามผู้บำเพ็ญพุทธธรรมอมิตาภสุขาวดีบรรลุผลได้ไปจุติยังสุขาวดีพุทธเกษตรแล้วจะกลับมาโปรดสรรพชีวิตในโลกนี้ จะต้องกลับมาในรูปกายใช่หรือไม่
ตอบ ผู้บรรลุมรรคผลได้ไปจุติยังสุขาวดีพุทธเกษตรของอมิ-ตาภพุทธเจ้าแล้ว หากต้องการหวนกลับมาเพื่อโปรดสรรพชีวิตดังปณิธานที่ได้ตั้งไว้ จำเป็นต้องมีรูปกายเพื่อติดต่อสัมพันธ์กับสรรพชีวิตที่จะโปรด ด้วยความไม่ยึดติดในรูปเดิมและเพื่อให้เกิดผลในการปฏิบัติหน้าที่ดังปณิธานจึงกำเนิดเป็นรูปร่างต่างๆมากมายเหลือคณานับตามจิตปรารถนาให้สัมพันธ์สอดคล้องกับสรรพชีวิตที่ตนจะไปโปรด ดังเช่น พระโพธิสัตว์กวนอิมต้องการโปรด ภูตผี ปีศาจ อันดุร้าย ท่านจึงมากำเนิดในปางที่ดุร้ายกว่าเพื่อสยบให้ยอมรับก่อน นั้นคือปาง มหากาฬ คุรุปัทมสมภพท่านมีเค้าหน้าดุมาก เพราะท่านต้องมาโปรดคนป่า คนทมิฬ ซึ่งเคยชินกับการรบราฆ่าฟัน เป็นต้น
105 ถามท่านอาจารย์ได้ถ่ายทอด อมิตาภพุทธสุขาวดีธรรมให้ บุญบารมีนั้นเป็นอย่างไร
ตอบ อมิตาภพุทธสุขาวดีธรรมที่อาตมาถ่ายทอดให้นั้นเป็นมหาอมิตาภพุทธสุขาวดีวัชรตันตระธรรมชั้นสูง หากมีศรัทธา มีความเพียร วิริยะปฏิบัติ 7 วัน ก็สามารถบรรลุผลสำเร็จ ในทิเบตผู้จะได้รับถ่ายทอดธรรมนี้ ต้องบำเพ็ญปฏิบัติในอมิตาภพุทธสุขาวดีสูตระธรรมอย่างน้อย 12 ปี จึงได้รับการถ่ายทอด ในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษเพื่อเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งมหาโพธิจิตให้บังเกิด เพื่อทุกท่านได้บังเกิดผลอันสมบูรณ์ยิ่งใหญ่ในอนาคต
106 ถามปฏิบัติอมิตาภพุทธสุขาวดีวัชรตันตระธรรมที่ท่านอาจารย์ถ่ายทอดให้ ให้พินิจว่าดอกบัวที่ประทับของพระพุทธวัชระใจกลางของสายบัวเป็นศูนยตาหรือเป็นปรมัตถตา
ตอบ จะพินิจเป็นศูนยตาหรือปรมัตถตาก็ได้
107 ถามหากพินิจสายบัวเป็นปรมัตถ์ บนดอกบัวมีสุริยันจันทราจักร จิตมุทราจะขึ้นลงอิสระได้อย่างไร
ตอบ ผู้ปฏิบัติธรรมในพุทธศาสนา ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น เมื่อเกิดการยึดมั่นแล้วจะทำให้เกิดอุปสรรคในทุกกรณี หากพินิจว่าสายบัวเป็นปรมัตถ์ บนดอกบัวมีสุริยันจันทราจักรปิดอยู่ จิตมุทราจะขึ้นลงผ่านได้อย่างไร นั่นเป็นจิตที่ยังไม่รู้แจ้งแทงตลอด เพราะจิตยังยึดติดอยู่ ในครั้งกระโน้นที่ทิเบตมีแม่เฒ่าผู้ปฏิบัติธรรมผู้หนึ่ง พระอาจารย์ได้ถ่ายทอดธรรมวิธีประการหนึ่งให้และกำชับให้แม่เฒ่าเพียรปฏิบัติตามธรรมวิธี หลายวันต่อมา แม่เฒ่าก็กลับมาถามพระอาจารย์ว่า ข้าพเจ้ายังไม่เห็นภาพพระพุทธเจ้าที่เคารพ จึงไม่รู้ว่าจะเพ่งนิมิตได้อย่างไร พระอาจารย์ตอบว่า ท่านเพ่งนิมิตถึงศีรษะของอาจารย์ก็ได้ รุ่งขึ้นอีกวันแม่เฒ่าก็มาหาพระอาจารย์อีกและกราบเรียนว่า ศีรษะพระอาจารย์ท่านล้านเลี่ยน ข้าพินิจว่านั่งบนศีรษะพระอาจารย์แล้วรู้สึกว่าไม่มั่นคง เหมือนกับลื่นตกลงมาอย่างนั้น พระอาจารย์ก็ตอบว่า นั้นก็ให้เพ่งนิมิตว่า อาจารย์นั่งบนศีรษะเจ้าก็แล้วกัน หลายวันต่อมาแม่เฒ่าก็มาพบพระอาจารย์อีก และถามว่า ข้าเพ่งนิมิตว่าพระอาจารย์นั่งบนศีรษะ หากพระอาจารย์ถ่ายปัสสวะ อุจจระลงบนหัวข้าแล้วจะไม่เหม็นสกปรกแย่หรือ พระอาจารย์ได้แต่ยิ้ม เท่านั้น หากจะต้องพินิจว่าสายบัวเป็นศูนยตา จิตมุทราก็ไม่สามารถผ่านไปได้อีก เพราะไม่มี่ช่องไม่มีขั้นบันได ก็จะเหมือนแม่เฒ่าในเรื่องที่เล่าอีกเช่นกัน สรุปแล้วผู้ถือปฏิบัติในวัชรยานธรรม หากปฏิบัติตามที่ได้รับถ่ายทอดจากพระอาจารย์ นำไปบำเพ็ญด้วยความเพียรนานวันความกลมกลืนสอดคล้องแทงทะลุไม่ติดขัดก็เกิดขึ้น แต่ถ้าหากนำธรรมวิธีที่พระอาจารย์ถ่ายทอดให้มาผสมรวมกับความคิดของตน ก็เปรียบดังวาดรูปงูแล้วยังเติมขางูเข้าไปด้วย ทำให้ติดขัดไปทุกเรื่อง
108 ถามผู้ปฏิบัติอมิตาภพุทธสุขาวดีธรรมซึ่งยังไม่ชำนาญพอ หรือศิษย์ผู้ยังไม่ได้รับการถ่ายทอดอมิตาภพุทธสุขาวดีธรรม เกิดสิ้นชีวิตโดยปัจจุบันทันด่วน ขณะสิ้นลมเขาเพียงแต่ระลึกถึงพระอาจารย์ได้ โดยไม่สามารถระลึกถึงธรรมวิธีแห่งอมิตาภพุทธธรรมได้เลย จะสามารถไปจุติยังแดนสุขาวดีได้หรือไม่
ตอบ ผู้เป็นพระอาจารย์ในสูตระยาน ขอเพียงให้รอบรู้เข้าใจในพระสูตรก็สามารถเป็นพระอาจารย์ได้ แต่ในวัชรยานหากตนเองยังไม่บรรลุความเป็นพุทธะแล้วไม่สามารถเป็นพระอาจารย์ได้ ด้วยเหตุนี้ การระลึกถึงพระอาจารย์ก็ดุจดังระลึกถึงพระอมิตาภ-พุทธเจ้าในธรรมวิธีปฏิบัติเช่นกัน วิธีปฏิบัติต้องรวมจิตเป็นหนึ่งนิมิตเอาพระอาจารย์มาไว้บนศีรษะ และต้องนิมิตว่าพระอาจารย์คือพระอมิตาภพุทธเจ้า พระอมิตาภพุทธเจ้าคือพระอาจารย์ เป็นองค์เดียวกัน การปฏิบัติในยามปกติให้นิมิตถึงพระอาจารย์ในท่านั่ง แต่เมื่อยามวิกฤติหรือยามใกล้สิ้นลมให้นิมิตถึงพระอาจารย์ในท่ายืน ต้องสามารถไปจุติในดินแดนสุขาวดีแน่นอน ข้อสำคัญต้องไม่มีจิตแบ่งแยกว่าที่เรานิมิต พระอาจารย์เป็นพระอาจารย์ พระอมิตาภะเป็นพระอมิตาภะ ต้องเป็นกายหนึ่งเดียว เป็นสองกายไม่ได้ จึงบรรลุผล ในผู้ที่ยังไม่ได้รับมนตราภิเษกในธรรมะนี้สามารถตั้งจิตกราบเบื้องหน้าอาตมาและนิมิตว่าอาตมาได้มอบธรรมวิธีนี้ให้ ก็สามารถนำธรรมวิธีนี้ไปปฏิบัติเพื่อไปจุติยังสุขาวดีพุทธเกษตรได้
109 ถามนำอมิตาภพุทธเจ้าธรรมที่รับการถ่ายทอดจากท่านอาจารย์ ไปรวมกับอมิตาภพุทธเจ้าธรรมที่ได้รับจากวัชราจารย์ท่านอื่นที่ได้ถ่ายทอดให้ ไม่ทราบว่าจะเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติหรือไม่
ตอบ พุทธธรรมนั้นโดยเนื้อแท้แล้วกลมกลืนสอดคล้องกันโดยตลอด ไม่มีอุปสรรคใด แต่สิ่งสำคัญสุดของวัชรยานทุกนิกาย คือ จิตอันไม่เที่ยงตรงต่อพระอาจารย์แห่งตน การปฏิบัติใดๆก็จะไม่ให้ผลอีกเลย วัชรตันตระธรรมในแต่ละนิกายแม้ว่าจะเหมือนกันหมด แต่ธรรมวิธีการปฏิบัติต่างกัน พระอาจารย์แต่ละท่านมีสายการปฏิบัติสืบทอดจิตธรรมมาต่างกัน เหตุนี้การปฏิบัติธรรมในแต่ละส่วนจึงต่างกัน วิธีที่ง่ายในการบรรลุมรรคผลคือปฏิบัติตามธรรมวิธีของพระอาจารย์ผู้เดียว ในโบราณกาลมีลามะผู้บรรลุพุทธะท่านหนึ่ง เป็นที่ริษยาของคนอื่น ผู้ที่ริษยาคิดหาวิธีทำร้ายท่าน จึงแกล้งตีสนิทและเชิญพระลามะท่านมาเลี้ยงภัตตาหารที่บ้าน เมื่อพระลามะมาถึงประตูบ้านก็ปลดโซ่ปล่อยสุนัข*ว109สองตัวสีดำหนึ่งตัวสีขาวหนึ่งตัวสั่งให้สุนัขไปกัดพระลามะ พระลามะท่านรู้ในเจตนาของคนผู้นี้ก่อนแล้ว จึงได้นำของมีคมติดมาด้วย เมื่อสุนัขทั้ง 2 ตัวจะมากัดท่านจึงได้ฆ่าสุนัขทั้งสองตัวและตัดสุนัขออกเป็น 2 ท่อนนำไปต่อสลับกันแล้วปลุกชีพสุนัขทั้งสองตัวขึ้นมา เกิดเป็นสุนัขพันธ์ใหม่ท่อนหัวขาวท่อนหางดำและท่อนหัวดำท่อนหางขาว ซึ่งไม่ดุร้ายกัดคนอีก ปัจจุบันยังคงมีสุนัขพันธ์ดังกล่าวอยู่ การปฏิบัติธรรมวิธีของพระอาจารย์ 2 ท่านหรือหลายท่านก็เช่นเดียวกับเรื่องที่เล่ามาแล้ว สรุปบำเพ็ญธรรมต้องมีจิตแน่วแน่เป็นหนึ่ง หากจิตเป็นสองหรือสามก็ยากที่จะบรรลุ
110 ถามการบำเพ็ญอมิตาภสุขาวดีธรรมแทนผู้ใกล้ตายไม่ทราบว่าผู้ตายสามารถไปจุติยังแดนสุขาวดีได้หรือไม่
ตอบ สามารถไปจุติได้ เวลาบำเพ็ญธรรมแทนผู้ใกล้ตาย ข้อสำคัญจิตของผู้บำเพ็ญต้องไม่เคลือบแคลงสงสัยในผลได้ของการกระทำแม้แต่น้อย ต้องมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าต้องได้ผลแน่นอน ธรรมะของพระศากยมุนีพุทธส่งผลสำเร็จโดยไม่ต้องสงสัย คนในโลกนี้พูดเท็จก็เพราะผลประโยชน์ที่จะได้ พระศากยมุมีพุทธ-เจ้าไม่เคยหวังได้ในผลประโยชน์จากผู้ใดแม้เพียงสตางค์แดงเดียว ดังนั้นคำพูดของท่านจึงเป็นจริงที่สุด
111 ถามบำเพ็ญอมิตาภพุทธสุขาวดีธรรม จะมีมารมารบกวนหรือไม่
ตอบ บำเพ็ญอมิตาภพุทธสุขาวดีธรรมต้องไม่มีมารมารบกวนแน่นอน ด้วยมหาปณิธานขององค์อมิตาภพุทธเจ้าคุ้มครองอยู่ อีกทั้งมารทั้งหลายก็คือสรรพชีวิตซึ่งตกทุกข์ ล้วนเป็นพวกซึ่งพระอมิตาภพุทธเจ้าต้องการโปรดให้พ้นทุกข์
112 ถามการบำเพ็ญธรรมเพ่งนิมิต ต้องตั้งจิตนิมิตเช่นใดจึงสามารถปรากฏเป็นรูปได้
ตอบ จิตรกรวาดรูป ต้องมีรูปอยู่ในใจก่อน จากนั้นจุ่มหมึกลากเส้นตามจิตนาการ ก็จะได้รูป หากในจินตนาการไม่มีรูปก็ไม่สามารถวาดรูปขึ้นมาได้ หลักการเบื้องต้นของการเพ่งนิมิต ก็เช่นเดียวกับการวาดรูป
113 ถามการเพ่งนิมิตถึงลักษณะของพระผู้ประเสริฐ 3 องค์แห่งทิศตะวันตกควรเพ่งนิมิตอย่างไร
ตอบ การเพ่งนิมิตตามวัชรตันตระ พระอมิตาภพุทธเจ้าท่านประทับนั่งอยู่ตรงกลาง พระโพธิสัตว์กวนอิมยืนอยู่เบื้องซ้าย พระโพธิสัตว์สถามปราปต์ยืนอยู่เบื้องขวา พระโพธิสัตว์ทั้งสองเป็นสานุศิษย์จึงไม่กล้านั่งเคียงบ่าเคียงไหล่กับพระอาจารย์ แล้วค่อยเพ่งนิมิตถึงอาภรณ์เครื่องประดับ อาภรณ์ปกคลุมกายมิดชิด เพื่อแสดงความเคารพเมื่ออยู่เบื้องหน้าพระอาจารย์
114 ถามการเพ่งนิมิตถึงพระพักตร์ของพระอมิตาภพุทธเจ้า มีพระพักตร์อย่างไร
ตอบ พระพักตร์ของพระอมิตาภพุทธเจ้า เป็นลักษณะยินดีปรีดา พระเนตรส่องมองสรรพชีวิตด้วยความเมตตา
115 ถามพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์กวนอิมและพระโพธิสัตว์มหาสถามปราปต์ เป็นแบบใด
ตอบ พระพักตร์ของพระโพธิสัตว์กวนอิม มีลักษณะยินดีปรีดา ดวงเนตรส่อแววเมตตา ส่วนพระพักตร์ของพระมหาสถาม-ปราปต์เป็นลักษณะมีเดชานุภาพ บึ่งตึงนิดๆ
116 ถามมวยพระเกศาบนพระเศียรของพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์หมายความว่าอย่างไร ลักษณะมวยพระเกศาและความใหญ่เล็กมีความหมายแตกต่างกันอย่างไร
ตอบ มวยพระเกศาก็คือมรรคผลของการบรรลุเป็นพุทธะ มวยพระเกศาของพระพุทธเจ้ามีความใหญ่ถึงครึ่งหนึ่งของพระเศียรบนพระพักตร์ มวยเกศาของพระโพธิสัตว์จะเล็กกว่ามวยพระเกศาของพระพุทธเจ้าครึ่งหนึ่ง
117 ถามพระเกศาของพระพุทธเจ้าและพระเกศาของพระโพธิสัตว์มีสีอะไร
ตอบ พระเกศาของพระพุทธเจ้าเป็นสีฟ้า(น้ำเงิน) ทุกเส้นพระเกศาม้วนขดเป็นวงไม่ยาวนัก พระเกศาของพระโพธิสัตว์เป็นสีดำ สยายยาวประบ่าทั้งสองข้าง พระเกศาของพระพุทธวัชระเป็นสีทองและพระเกศาทั้งหมดชี้ชันขึ้น
118 ถามเมื่อเพ่งนิมิตถึงพระธยานิพุทธ 5 พระองค์ ตำแหน่งประทับของพระธยานิพุทธทั้ง 5 พระองค์ควรจะอยู่ที่ใด
ตอบ ตำแหน่งประทับของพระธยานิพุทธเบ็ญจทิศ ตามปกติแล้วตำแหน่งกลางคือองค์พระพุทธไวโรจนะ ทิศตะวันออกคือองค์พระพุทธอักโษภยะ ทิศตะวันตกคือองค์พระพุทธอมิตาภะ ทิศเหนือพระพุทธอโมฆสิทธิ ทิศใต้พระพุทธรัตนสัมภวะ แต่ในขณะที่บำเพ็ญเพ่งนิมิตขึ้นอยู่กับว่าขณะนั้นเราบำเพ็ญธรรมวิธีขององค์พระพุทธใดเป็นหลัก ตำแหน่งตรงกลางก็คือองค์นั้น แล้วพระพุทธไวโรจนะพุทธเจ้าก็ไปประทับแทนในตำแหน่งของพระพุทธองค์นั้น เช่นเมื่อปฏิบัติเพ่งนิมิตในธรรมะขององค์พระพุทธอักโษภยะ พระพุทธอักโษภยะก็มาประทับตำแหน่งตรงกลางเหนือเศียรผู้ปฏิบัติ พระพุทธไวโรจนะก็ประทับ ณ ทิศตะวันออก พระพุทธเจ้าองค์อื่นยังคงประทับในทิศเดิม หรือปฏิบัติเพ่งนิมิตในธรรมะขององค์พระพุทธรัตนสัมภวะ พระพุทธรัตนสัมภวะก็มาประทับตำแหน่งตรงกลางเหนือเศียรผู้ปฏิบัติ พระพุทธไวโรจนะก็ประทับ ณ ทิศใต้ พระพุทธเจ้าองค์อื่นยังคงประทับในทิศเดิม
119 ถามการบำเพ็ญปฏิบัติในพุทธศาสนาสูตระยานปกติต้องใช้เวลา 30 อสงไขยแสนกัลป์ในการสร้างสมบารมีจึงบรรลุมรรคผล แต่ในผู้ปฏิบัติพุทธวัชรตันตระ ทำไมจึงสามารถบรรลุเป็นพุทธะได้ในภพปัจจุบัน
ตอบ เหตุผลของพุทธะและสรรพชีวิตในวัชรตันตระนั้น โลก ธาตุนี้เปรียบดังขวดแก้วที่แข็งแกร่งใบหนึ่ง พุทธเปรียบดังอากาศภายนอกขวด สรรพชีวิตเปรียบดังอากาศภายในขวดแก้ว พุทธและสรรพชีวิตกางกั้นด้วยขวดแก้วอันขุ่นมัว ในผู้ปฏิบัติสูตระ -ยานใช้การขัดถู แล้วเมื่อใดจึงจะสามารถทำให้อากาศภายนอกและภายในรวมกันได้แต่ในวัชรตันตระใช้มหาโพธิจิตและธรรมวิธีวัชรตันตระแปลงสภาพเป็นฆ้อนใหญ่ทุบขวดแก้วที่แข็งแกร่งนั้นให้แตกละเอียด อากาศภายนอก(พุทธภาวะ)และอากาศภายใน(สรรพชีวิต) ก็สามารถผสมรวมกัน สรรพชีวิตนั้นก็บรรลุสู่พุทธภาวะในบัดนั้น
120 ถามจิตที่ขุ่นมัวดุจดังขวดแก้วที่มืดมัว ก็คือสัญญาของ-บุพกรรมที่เราได้ก่อขึ้นใช่หรือไม่
ตอบ ใช่แล้วจิตขุ่นมัวหรือขวดแก้วสกปรกมืดมัว ซึ่งก็คือสัญญาของกรรมที่เราได้กระทำ บุพกรรมที่เราได้ก่อขึ้นได้สร้างสัญญาผูกมัดเรา เป็นสัญญาที่สร้างจิตที่เห็นแก่ตัว จิตที่ไม่สว่างกระจ่างชัด ซึ่งก็คือรากเหง้าที่ทำให้สรรพชีวิตต้องเวียนว่ายอยู่ในวัฏฏะสงสาร หากทำการขจัดสัญญาให้หมดสิ้น ก็เหมือนทุบขวดแก้วให้แตก ก็จะตัดสิ้นซึ่งความมืดบอด บรรลุมรรคผลเป็นพุทธได้
121 ถามทำไมธรรมวิธีวัชรตันตระจึงสามารถนำพาสรรพชีวิตให้สู่มรรคผลได้เร็วและง่าย
ตอบ ธรรมะแห่งพุทธสูตระ เพียงแต่สามารถสั่งสอนนำพาเหล่าสรรพชีวิตที่เชื่อฟังปฏิบัติตาม หากสรรพชีวิตไม่เชื่อฟังปฏิบัติตาม ก็ทำได้เพียงแต่ปลงสังเวชสงสารเขาเหล่านั้น แล้วก็ปล่อยสรรพชีวิตเหล่านั้นให้เป็นไปตามยถากรรม แต่ในพุทธ-วัชรตันตระ มีธรรมวิธีหลากหลาย มีอุปายะมากมายเพื่อพิชิตสยบให้เหล่าสรรพชีวิตเชื่อฟัง และยินดีปฏิบัติตาม สรรพชีวิตมีกรรมซึ่งมากน้อยแตกต่างกันเป็นพันเป็นหมื่นระดับ ซึ่งทำให้ระดับความดื้อรั้น แข็งกร้าวแตกต่างๆกันเหลือคณานับ การโปรดสรรพชีวิตด้วยธรรมวิธีวัชรตันตระจึงดำเนินไปตามสภาพแห่งสรรพชีวิตเป็นหลัก พุทธวัชระ โพธิสัตว์วัชระแต่ละองค์ แต่ละปาง ก็คือธรรมวิธีแต่ละแบบ เพื่อให้เหมาะกับสรรพชีวิตแต่ละประเภท พุทธวัชระปางเมตตาสงบเหมาะกับสรรพชีวิตที่เชื่อฟังพร้อมจะปฏิบัติตาม พุทธวัชระปางดุร้าย เหมาะสำหรับสรรพชีวิตที่ดื้อรั้น ยิ่งมาก พุทธวัชระก็ยิ่งต้องดุร้ายมาก เปรียบดังพ่อผู้รักลูก ลูกทำผิดเชื่อฟังพ่อก็เพียงแต่อบรมสั่งสอนด้วยใบหน้าอันเมตตาเปี่ยมด้วยความรัก แต่เมื่อลูกไม่เชื่อฟังพ่อก็จะต้องแสดงความโกรธเพื่อให้ลูกกลัวและกลับมาเชื่อฟัง อาจดุด่า เฆี่ยนตี หรือแสดงความเกรี้ยวกาจ แต่ทั้งปวงล้วนเป็นธรรมวิธีซึ่งทำไปด้วยความรัก ธรรมวิธีอันสูงส่งที่เหล่าพระพุทธเจ้ามอบให้มาก็เพื่อประโยชน์แก่เหล่าสรรพชีวิต ซึ่งผู้นำมาเพื่อโปรดสรรพชีวิตจะเลือกที่รักมักที่ชังไม่ได้ จะกระทำด้วยความเห็นแก่ตัวไม่ได้ ทุกขณะจิตที่คิด ทุกขณะที่พูด ทุกขณะที่กระทำ เกิดกรรมขึ้น แม้เป็นเพียงกรรมที่น้อยนิด ผู้โปรดสรรพชีวิตต้องรับผิดชอบทั้งหมด ย้อนกลับมาเป็นสัญญาผูกมัดตน ดังนั้นผู้ปฏิบัติวัชรตันตระ จึงควรทำความเข้าใจและกระจ่างชัดในเรื่องนี้
122 ถามสัญญาเป็นรากเหง้าของสรรพชีวิตทำให้ต้องเวียนว่ายในวัฏฏะสงสารอันยาวนาน ต้องใช้ธรรมวิธีใดจึงสามารถขจัดเสียซึ่งสัญญาโดยเร็ว
ตอบ สวดภาวนาพระคาถาและเพ่งนิมิตถึงพระพุทธเจ้าหรือพระโพธิสัตว์ ล้วนเป็นธรรมวิธีในการกำจัดเสียซึ่งสัญญา สวดภาวนาและเพ่งนิมิตไปด้วยกันทั้ง 2 ประการ ให้ผลที่มากกว่าและดีกว่าการปฏิบัติเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว
123 ถามหลักการบรรลุในพุทธวัชรตันตระได้รับการชี้แจงจากท่านอาจารย์แล้ว แต่ไม่ทราบว่า ผู้ปฏิบัติซึ่งเป็นอุบาสก อุบาสิกาซึ่งไม่ได้ถือบวชเป็นสมณะจะสามารถบรรลุมรรคผลเป็นพุทธะในทันทีได้หรือไม่
ตอบ ได้แน่ สำคัญอยู่ที่จิต ผู้ปฏิบัติพุทธวัชรตันตระไม่ว่าชายหญิงทั้งที่อยู่บ้านหรือออกบวช ล้วนสามารถบรรลุเป็นพุทธะได้ ขั้นตอนที่สำคัญคือต้องไม่อาจลืมหรือเสียโพธิจิตไปแม้แต่ชั่ว ขณะหนึ่ง รักษาศีลเพียรปฏิบัติธรรมวิธี หากคิดและกระทำทั้งปวงเพื่อตนเองก็คือจิตสรรพชีวิต หากคิดและกระทำเยี่ยงพุทธะเพื่อสรรพชีวิต ทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อสรรพชีวิตทั้งปวง ก็คือมหา-โพธิจิต ชาวทิเบตจำนวนมากที่บรรลุเป็นพุทธะ มีทั้งพระลามะสมณะและอุบาสก อุบาสิกา ผู้ครองเรือนบำเพ็ญปฏิบัติโดยไม่มีคนสักการบูชาจึงมีจิตละอายว่าตนเองบำเพ็ญปฏิบัติเทียบเท่าพระลามะสมณะไม่ได้อยู่เสมอ การมีละอายจิตว่าตนต่ำต้อยเป็นการง่ายต่อการบรรลุเป็นพุทธะ พระลามะสมณะผู้ปฏิบัติจริงไม่ต้องพูดถึง พระลามะสมณะธรรมดาทั่วไปการได้รับการสักการบูชาอยู่เป็นนิจ ง่ายต่อการมีจิตเย่อหยิ่งทะนงตนว่าตนเป็นผู้ที่ควรแก่การบูชา การปฏิบัติจะโน้มเอียงไปเพื่ออามิสบูชา จิตย่อมตกต่ำลงโดยง่าย
124 ถามผู้ครองเรือนบำเพ็ญพุทธวัชรตันตระสามารถบรรลุเป็นพุทธะได้ แต่ไม่ทราบว่าจะต้องบำเพ็ญสักกี่ปีจึงจะสำเร็จ
ตอบ เรื่องนี้อยู่ที่ว่าผู้ปฏิบัติมีความเพียรพยายามหรือไม่ มีศรัทธาเต็มเปี่ยมหรือไม่ หากเรื่อยๆมาเรียงๆ ไม่มีความเพียรพยายาม อีกทั้งมีจิตที่เคลือบแคลงสงสัยอยู่ ให้บำเพ็ญเป็นร้อยปีก็ไม่บรรลุผล หากมีศรัทธาใหญ่หลวงหมายมั่น จิตเป็นหนึ่ง เพียรพยายาม กักตนบำเพ็ญสักหลายเดือนหรือครึ่งปี หนึ่งปีหรือช้าสุดก็ไม่เกิน 7 ปี ก็จะได้รับความสำเร็จ แม้ว่ารากฐานศรัทธาไม่สมบูรณ์นัก ขอเพียงมีความเพียรพยายามไม่เกียจคร้าน ไม่มีความสงสัยเคลือบแคลงแม้แต่น้อยบำเพ็ญปฏิบัติอย่างช้าสุด 13 ปี หากรากฐานความศรัทธาไม่ดี ไม่มีความอดทนต่อการปฏิบัติ แต่ก็ยังได้เพาะเมล็ดพันธุ์แห่งพุทธะไว้ ผ่านชาติผ่านภพ เมื่อเหตุปัจจัยบุญบารมีสุกงอม ก็สามารถบรรลุพุทธะได้ ที่สำคัญที่สุดคือต้องไม่มีจิตเคลือบแคลงสงสัยในพุทธธรรม และตำหนิติเตียนพระพุทธเจ้า
125 ถามที่มีการพูดกันว่ามีดำริที่เป็นกุศลเพียงครั้งเดียวก็สามารถบรรลุพุทธะได้ไม่ทราบว่ามีเรื่องอย่างนี้หรือไม่
ตอบ ทั้งหมดเป็นไปเพื่อความเป็นพุทธะ เพื่อสรรพชีวิต ไม่ใช่เพื่อตนเอง แม้เพียงดำริด้วยกุศลเพียงครั้งเดียว ต้องบรรลุเป็นพุทธะในกาลต่อมาแน่นอน ในกาลกระโน้นที่ทิเบตมีคน 3 คน ที่ล้วนด้วยมีดำริที่เป็นกุศลเพียงครั้งเดียวแล้วบรรลุเป็นพุทธะ มีคนหนึ่งที่จะสร้างเจดีย์พุทธะ แต่ตนเองนั้นยากจนมาก จึงทำได้เพียงก่อเจดีย์ดินบนถนนไว้หนึ่งองค์ ด้วยอานิสงส์ที่ได้ก่อเจดีย์นี้ในชาติภพต่อมาก็บรรลุเป็นพุทธะ เจดีย์ที่ก่อด้วยดินนี้แต่เดิมก็ไม่คงทนแข็งแรงอยู่แล้ว เมื่อถูกลมฝนกันเซาะอยู่เป็นประจำ ทำให้บนเจดีย์แตกรั่ว มีคนผู้หนึ่งผ่านมา เห็นบนหลังคาเจดีย์มีน้ำฝนรั่วลงมา ทำให้พระพุทธ พระโพธิสัตว์ที่ตั้งไว้สักการบูชา ถูกฝนเปียกอยู่เสมอ จึงเกิดมุทิตาจิต คิดหาขอสักสิ่งหนึ่งมาคลุมบนเจดีย์ แต่ในเวลานั้นไม่มีสิ่งของใดที่จะนำคลุมได้ เห็นบนถนนมีรองเท้าขาดทิ้งไว้อยู่ข้างหนึ่ง จึงเอารองเท้าขาดนั้นมาปิดรอยรั่วบนเจดีย์ ด้วยดำรินี้เพียงครั้งเดียวก็ทำให้ได้บรรลุพุทธะในชาติภพต่อมา หลังจากนั้นก็มีคนอีกผู้หนึ่งผ่านมาทางเจดีย์เห็นรองเท้าวางอยู่บนเจดีย์ ก็คิดว่าของสกปรกเช่นนี้วางอยู่บนเศียรพระพุทธ พระโพธิสัตว์ได้อย่างไรจึงได้นำรองเท้าขาดนั้นออก ด้วยดำรินี้เพียงครั้งเดียว ในชาติภพต่อมาก็ได้บรรลุพุทธะ
126 ถามผู้ปฏิบัติพุทธธรรมวัชรตันตระควรจะบำเพ็ญอย่างไรจึงสามารถได้บรรลุผลอย่างรวดเร็ว
ตอบ การบำเพ็ญพุทธธรรมวัชรตันตระสิ่งสำคัญที่สุด คือมิอาจลืมโพธิจิตแม้เพียงชั่วขณะหนึ่ง มีมโนจิตที่จะทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นอยู่เป็นนิจ ทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นอยู่เสมอ มีคำกล่าวในทิเบตว่า คนใจดำ เพ่งนิมิต สวดภาวนาถึงพุทธะ เทียบไม่ได้กับคนใจขาวที่ไม่ได้เพ่งนิมิตสวดภาวนาถึงพุทธะ คนใจขาวสามารถได้บารมี 6 จากการปฏิบัติหนึ่งหมื่นครั้ง เพิ่มความเพียรอย่างแกล้วกล้า เป็นธรรมดาที่จะบรรลุเป็นพุทธะได้เร็วขึ้น
127 ถามผู้ปฏิบัติพุทธธรรมวัชรตันตระเมื่อทำวัตร สวดภาวนา บำเพ็ญธรรม ควรสร้างนิมิตอย่างไรจึงได้ผลสำเร็จมากที่สุด
ตอบ ผู้บำเพ็ญธรรมในวัชรตันตระ เมื่อบำเพ็ญธรรม ให้เพ่งนิมิตว่า พุทธานุภาพ เมตตานุภาพ บุญบารมีล้วนมอบให้แก่ข้า ข้าคือพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าคือข้า ดุจดังน้ำที่อยู่ในน้ำนม ไม่มีสอง ไม่มีอื่น แม้เมื่อการบำเพ็ญเสร็จสิ้นแล้ว ก็ยังคงต้องระลึกว่า ข้าคือองค์พุทธะ บุญบารมีที่ได้ก็มหาศาล นี่ก็คือพุทธวัชรตันตระชั้นสูง ในพุทธนิกายอื่นทั่วไป เมื่อบำเพ็ญก็อัญเชิญพระพุทธเจ้ามา เมื่อปฏิบัติเสร็จก็เชิญท่านไป เราคือเรา ท่านคือท่าน บุญบารมีที่ได้ก็น้อย
128 ถามผู้ปฏิบัติพุทธวัชรตันตระ หากบำเพ็ญปฏิบัติจนเกินกำลังกาย ไม่ทราบว่าจะให้ผลเช่นไร
ตอบ การบำเพ็ญจนเกินกำลังกายจะรับได้ เป็นอุปสรรคต่อสุขภาพกายอย่างมาก กายแม้เป็นมหาภูต 4 มิใช่กายเนื้อดังที่เห็นก็ตาม กายนี้เปรียบดังบ้านเช่าที่เราเช่าอยู่ชั่วคราว เมื่อยืมใช้ก็ต้องหมั่นดูแลบำรุงรักษา เพื่อมิให้บ้านทรุดโทรม หากบ้านทรุดโทรมก็จะทำให้เกิดความกลัดกลุ้มไม่สบายใจได้ ผู้ปฏิบัติวัชรตันตระจึงความบำรุงรักษาร่างกายให้ดี กายดีจิตก็สดชื่นแจ่มใส ใช้หลักทางสายกลางให้เหมาะสม จึงสามารถบรรลุเป็นพุทธะได้
129 ถามผู้ปฏิบัติพุทธวัชรตันตระ หากสวดภาวนา พระคาถาในองค์พระพุทธเจ้า จนครบ 1 ล้านครั้ง จึงจะได้บรรลุผลสำเร็จจริงหรือไม่
ตอบ ในผู้ปฏิบัติพุทธตันตระภายใน ไม่จำกัดว่าต้องสวดภาวนาจนครบ 1 ล้านครั้ง แต่ต้องปฏิบัติจนตนเองและพระพุทธเจ้ารวมเป็นหนึ่งเดียว ไม่แยกเป็นสอง จึงจะได้บรรลุผลอย่างสมบูรณ์ แต่ในผู้ปฏิบัติพุทธตันตระภายนอก ควรสวดภาวนาให้ได้ 1 ล้านครั้ง
130 ถามปฏิบัติพุทธวัชรตันตระ บำเพ็ญธรรมวิธีแห่งองค์พุทธะหรือบำเพ็ญธรรมวิธีแห่งองค์โพธิสัตว์ บุญบารมีที่ได้แตกต่างกันหรือไม่
ตอบ พระมหาโพธิสัตว์ทั้งปวงล้วนได้สำเร็จมรรคผลแล้ว ที่ปรากฏกายขึ้นก็เพื่อโปรดสรรพชีวิตให้พ้นทุกข์ การบำเพ็ญธรรมวิธีขององค์พุทธะหรือขององค์โพธิสัตว์ บุญบารมีที่ได้จึงไม่แตกต่างกัน นอกจากบำเพ็ญธรรมวิธีของวัชรธรรมบาลที่มีบุญบารมีมากน้อยแตกต่างกัน
131 ถามตามหลักการแห่งพุทธวัชรตันตระ บำเพ็ญธรรมวิธีองค์ใดองค์หนึ่ง ควรเพ่งนิมิตถึงองค์พุทธะหรือโพธิสัตว์เจ้าของธรรมวิธีนั้นด้วย หรือหากสวดภาวนาพระคาถาของพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์รวมกันไปทั้งหมด แล้วเพ่งนิมิตในองค์พุทธะหรือพระโพธิสัตว์องค์ใดองค์หนึ่งเพียงองค์เดียวตลอด บุญบารมีที่ได้จะแตกต่างกันหรือไม่
ตอบ บุญบารมีที่ได้ไม่แตกต่างกัน พุทธภาวะของพุทธเจ้าทั้งปวง และพระโพธิสัตว์ทั้งปวง ล้วนเกิดจากจิตแห่งอาทิพุทธะ กิ่งใบแม้ไม่เหมือนกัน แต่มีรากเดียวกัน ผลที่ได้จึงเท่าเทียมกัน แต่การบำเพ็ญเช่นนี้ต้องเป็นการบำเพ็ญธรรมวิธีด้วยตนเอง หากเป็นธรรมวิธีที่ได้รับถ่ายทอดจากคุรุวัชราจารย์ ธรรมวิธีในพุทธะองค์ใดก็ต้องเพ่งนิมิตในพุทธะองค์นั้น
132 ถามในขณะปฏิบัติธรรมวิธี เพ่งนิมิตจิตมุทรา องค์พุทธะเจ้าควรใหญ่หรือเล็กจึงจะดี
ตอบ เพ่งนิมิตจิตมุทรา องค์พุทธะใหญ่หรือเล็กก็มีผลเหมือนกัน ที่สำคัญคือภาพต้องชัดเจน หากนิมิตให้ใหญ่ก็ให้ใหญ่ดุจสามพันมหาจักรวาล หากนิมิตให้เล็กก็เล็กดุจเมล็ดข้าว
133 ถามการเพ่งนิมิตถึงองค์พุทธะ เป็นการเพ่งนิมิตในลักษณะของความมีหรือความว่าง
ตอบ เพ่งนิมิตว่าเป็นความมีก็ไม่ถูก เพ่งนิมิตเป็นความว่างก็ไม่ถูก ต้องเพ่งนิมิตเป็นมิใช่มีและมิใช่ไม่มี*ว133 ดุจดังพระจันทร์ในน้ำ ดอกไม้ในกระจก จึงจะบรรลุความสำเร็จ หากนิมิตว่ามีก็จะเอนเอียงไปด้านนี้ หากนิมิตว่าว่าง ก็เอนเอียงไปด้านนั้น ต้องนิมิตในตรงกลางของทั้งสองด้าน จึงจะเป็นหลักการเพ่งนิมิตของการบรรลุเป็นพุทธะ
134 ถามเครื่องใช้ในธรรมพิธีวัชรยาน เช่น วัชระ และกระดิ่ง มีความหมายเช่นไร
ตอบ เครื่องใช้ในธรรมพิธีวัชรยานที่สำคัญ วัชระสัญลักษณ์แสดงความมิใช่มี กระดิ่งสัญลักษณ์แสดงความมิใช่ว่าง บำเพ็ญมีก็ไม่บรรลุ บำเพ็ญว่างก็ไม่บรรลุ ต้องบำเพ็ญระหว่างกลางของความมิใช่มีกับมิใช่ว่าง
135 ถามผู้ปฏิบัติพุทธวัชระทุกๆธรรมวิธี โดยเพ่งนิมิตในองค์คุรุของตนจะให้ผลเช่นไร
ตอบ การเพ่งนิมิตเช่นที่ว่านี้ก็ทำได้ เปรียบกับการบำเพ็ญธรรมวิธีขององค์ใดก็เพ่งมินิตในองค์นั้นจะได้บุญบารมีที่มากกว่า ด้วยว่าอาตมาเป็นคนที่ใช้ไม่ได้ที่สุด (ผู้บันทึก หลักของพุทธวัชรตันตระใช้รากฐานของคุรุเป็นหลัก ด้วยเหตุนี้ การเพ่งนิมิตถึงคุรุแห่งตนแทนพระพุทธะเจ้า เจ้าของธรรมวิธีนั้น บุญบารมีที่ได้เท่าเทียมไม่แตกต่างกัน การที่พระอาจารย์ท่านพูดว่าตนเองเป็นบุคคลที่ใช้ไม่ได้ เป็นการพูดถ่อมตัว)
136 ถามการนิมิตถึงอักขระคาถาประจำองค์ บางท่านนิมิตอักขระจากซ้ายไปขวา บางท่านนิมิตอักขระจากขวามาซ้าย มีเหตุผลเช่นไร
ตอบ หลักเหตุผลปกติทั่วไป อักขระคาถาที่เป็นของ พระพุทธะ โพธิสัตว์ วัชรธร ที่เป็นฝ่ายชาย โดยมากจะเรียงจากซ้ายไปขวา แต่เมื่อนิมิตต่อถึงแสงที่เปล่งออกจากอักขระคาถาแล้วหมุนเวียนจะหมุนเวียนจากขวามาซ้าย หรือหมุนตามเข็มนาฬิกา ส่วนอักขระคาถาของพระพุทธ โพธิสัตว์ วัชรธร ที่เป็นฝ่ายหญิง โดยมากจะเรียงจากขวาไปซ้ายและเมื่อแสงเปล่งออกแล้วหมุน เวียน จะเวียนกลับจากซ้ายไปขวาหรือทวนเข็มนาฬิกา แต่ก็มีที่พิเศษที่ไม่อยู่ในข้อกำหนดนี้
137 ถามขณะปฏิบัติพุทธวัชรธรรมวิธีรับรู้ได้ถึงการคุ้มครองจากพุทธะได้รับผลสนองตอบ จะสามารถบอกกับผู้อื่นได้หรือไม่
ตอบ บอกต่อคุรุหรือผู้รับมนตราภิเษกปฏิบัติร่วมกันขอสัญญาณมุทราร่วมกันได้ แต่จะบอกต่อคนนอกไม่ได้ เป็นหลักการที่ครอบคลุมพุทธตันตระทั้งหมด การบอกต่อบุคคลภายนอกเปรียบดังการต้มน้ำที่ยังไม่เดือด เมื่อเปิดฝากาอยู่เรื่อยๆ ความร้อนก็กระจายออก น้ำก็จะเดือดช้าลง การบำเพ็ญธรรมวิธีเพื่อผลในการรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพุทธะเจ้า ด้วยจิตอันสงบนิ่งและระลึกรู้
138 ถามธรรมวิธีแห่งพุทธวัชรตันตระแบ่งเป็น ภาคพุทธะ ภาคปัทมะ ภาควัชระ ภาครัตนะ และภาคกรรมะ และทั้ง 5 ภาคก็ยังได้แบ่งแยกย่อยออกไปอีกเป็นจำนวนมาก ผู้ปฏิบัติสมควรปฏิบัติธรรมวิธีเพียงหนึ่งเดียวหรือควรปฏิบัติธรรมวิธีจำนวนมาก อย่างใดจึงเหมาะสม
ตอบ ผู้ปฏิบัติที่มีปณิธานที่จะเป็นธรรมาจารย์จำเป็นต้องเรียนรู้ในพระธรรมทั้งปวงอย่างลึกซึ้งทั้งต้องบำเพ็ญธรรมต่างๆจนแตกฉานบรรลุ จึงจะมีคุณสมบัติเป็นธรรมาจารย์ได้ มิฉะนั้นแล้วอย่าโลภมาก บำเพ็ญเฉพาะธรรมเดียวให้เชี่ยวชาญสำเร็จก่อนซึ่งง่ายกว่าการปฏิบัติพร้อมกันจำนวนมาก ที่จริงแล้วการรู้แจ้งในธรรมหนึ่ง ก็รู้แจ้งตลอดทั้งหมื่นธรรม บำเพ็ญธรรมเดียวหรือหลายๆธรรม บุญบารมีที่ได้จึงมิได้แตกต่างกัน
139 ถามนิกายแดงขาวและเหลืองในทิเบต มีส่วนใดที่แตกต่างกัน*ว139
ตอบ หลักศาสนาเหมือนกัน มีหลักบารมี 6 แห่งพระโพธิสัตว์เหมือนกัน เพียงแต่ในบารมี 6 มีส่วนที่ไม่เหมือนกัน
140 ถามหัตถ์มุทราแห่งวัชรตันตระ คืออะไร
ตอบ หัตถ์มุทราคือสัญลักษณ์กายซึ่งแสดงความหมาย แต่ในอาทิโยคะหรือซกเชนมิได้พูดถึงหัตถ์มุทรา
141 ถามผู้บำเพ็ญพุทธทั่วไป มรรคผลยิ่งลึกล้ำ มารอุปสรรคยิ่งหนัก ดังคำพูดที่ว่า ธรรมะสูงหนึ่งคืบ มารสูงหนึ่งศอก ผู้ปฏิบัติวัชรตันตระควรจะบำเพ็ญอย่างไร จึงสามารถหลีกเลี่ยงเรื่องมารได้
ตอบ ในคัมภีร์ พระสูตรวัชรยานล้วนบอกไว้ว่า พระคาถาพุทธวัชรตันตระสามารถทำให้ห่างไกลจากมารรังควานได้ ทั้งยังบอกอีกว่าพระโพธิสัตว์ในทศภูมิยังต้องใช้คาถาเป็นสิ่งปกป้องคุ้มครอง นับประสาอะไรกับปุถุชนคนธรรมดา บำเพ็ญวัชรธรรมขณะบำเพ็ญเพียร จิตเป็นหนึ่งเดียวกับพุทธะเจ้า จิตมารภายในไม่เกิด ไม่รับรู้ถึงจิตมารภายนอก ไม่ว่าจะเป็นมารหรือไม่ใช่ ไม่ว่าจะเป็นพุทธะหรือมิใช่ มารมาก็ไม่สนใจ พุทธะมาก็ไม่สนใจ ก็จะไม่มีมารมาเอง หากมารมาแล้วสนใจ ความรักชอบเกลียดกลัวก็จะเกิดขึ้น รักมากหรือกลัวมากขึ้น ก็ยิ่งมาเพิ่มมากขึ้นเรื่องยุ่งยากเดือดร้อนก็เพิ่มขึ้นตาม พูดถึงกรณีที่มีมารจริงๆมา มารก็คือสรรพชีวิตเหมือนกัน ควรมีมุทิตาจิตให้ ไม่อาจลืมเลือนโพธิจิต ต้องสวดภาวนาพุทธพจน์ของพระอมิตาภพุทธเจ้าหรือพระโพธิสัตว์กวนอิม เพื่อขัดเกลา ชำระล้างเวรกรรมของมารนั้น ให้เหล่ามารนั้นได้สำนึกยอมอยู่ในอาณัติเข้าเป็นครอบครัวพวกพ้องของพระวัชรธร ดุจดังครอบครัวพวกพ้องขององค์คุรุปัทมะสมภพ ซึ่งพวกพ้องบริวารทั้งปวงล้วนเป็นมารนอกศาสนาที่สำนึกได้ยอมอยู่ใต้อาณัติของท่าน ถึงแม้จะมีพระคาถาวัชระสยบมาร ซึ่งมีเดชานุภาพมาก แต่หากไม่ใช้ได้จะเป็นการดี หากผู้ที่ปฏิบัติใช้ในขณะที่โพธิจิตแห่งตนยังไม่แข็งแกร่งพอ ความหลงลืมตัว ว่ามีสิ่งซึ่งสามารถสยบมารอยู่กันตัว จะปราบมารสิ่งใดก็ได้ โพธิจิตก็จะถดถอยน้อยลง ซึ่งเป็นอันตรายมาก ต้องระลึกอยู่เสมอว่าการสยบมารหรือสยบจิตมารให้บรรเทาเบาบางลง ให้อกุศลของมารลดน้อยลง เข้าสู่ธรรมมรรคา มิใช่การปราบสยบให้สูญสิ้น หรือจับเก็บไว้เพื่อทำตามที่ตนต้องการ สรุปคือผู้ปฏิบัติต้องเจริญโพธิจิตอยู่ตลอดเวลา เป็นสิ่งสำคัญ เมื่อโพธิจิตกล้าแข็งมั่นคงจนเป็นพุทธจิตแล้ว สรรพชีวิตไม่ต่างกัน ดังในพระสูตรได้กล่าวไว้ว่า ผู้ปฏิบัติปรารถนาให้เกิดมหาโพธิจิตจึงบำเพ็ญธรรม บำเพ็ญธรรมเพื่อเหล่าสรรพชีวิต มิใช่บำเพ็ญธรรมเพื่อตนเอง
142 ถามสรรพโพธิสัตว์มีรูปสัมโภคกาย (กายแห่งความยินดีปราโมทย์) นิรมาณกาย (กายเนื้อหรือกายที่ปรากฏ) ด้วยเหตุใดจึงต้องเนรมิตหรือเปลี่ยนเป็นวัชรกาย
ตอบ สรรพโพธิสัตว์โปรดสรรพชีวิตที่มีความศรัทธาต่อพุทธธรรมอยู่แล้ว ก็จะมาโปรดด้วยรูปยินดีปราโมทย์หรือสัมโภคกาย ในสรรพชีวิตที่ไม่มีศรัทธาในพุทธธรรม ดื้อรัน แข็งกร้าว โหดร้าย ท่านจึงต้องมาโปรดด้วยปางวัชระซึ่งดุร้าย นี่คือ อุปายะในการโปรดสรรพชีวิตของเหล่าโพธิสัตว์
143 ถามรูปพระโพธิสัตว์ส่วนใหญ่จะเป็นท่าประทับนั่ง พระวัชรธรส่วนใหญ่จะเป็นท่ายืน มีความแตกต่างกันอย่างไร
ตอบ พระวัชรธรทั้งปวงมีภารกิจอันหนักหนาในการโปรดสรรพชีวิต จึงมีมาในท่ายืนซึ่งครอบคลุมถึงท่าเดินเคลื่อนไหว เหาะเหิน พลังบารมีที่แผ่ออกมาในท่านั่งไม่เท่าท่ายืน ท่ายืนไม่เท่าท่าเดินเคลื่อนไหว ท่าเดินเคลื่อนไหวไม่เท่าท่าเหาะเหิน
144 ถามพระพุทธเจ้ามีธรรมกาย สัมโภคกาย นิรมาณกาย ซึ่งเรียกว่า ตรีกาย มีความหมายเช่นใด
ตอบ ธรรมกายเป็นรูปกายที่เปล่าเปลือย สัมโภคกายเป็นรูปกายส่วนล่างสวมอาภรณ์ ส่วนบนเปิดเห็นเนื้อหนังมังสา นิรมาณกายเป็นรูปกายที่สวมไตรจีวรครบถ้วน การเพ่งนิมิตถึงแม้มีกายซึ่งไม่เหมือนกันแต่บุญบารมีที่ได้ไม่แตกต่างกัน กล่าวโดยรวมคือหลักการแห่งวัชรยาน ข้าคือพุทธะ พุทธะคือข้า หลักการนี้ผู้มีวิบากกรรมหนักโดยทั่วไป จะเชื่อถือได้ไม่ง่ายนัก ด้วยเหตุนี้จึงมีธรรมวิธีในหลายๆแบบมาเป็นกุศโลบาย ทำให้ค่อยๆเลื่อนระดับขึ้นจนถึงขั้นบรรลุพุทธภาวะ ตัวอย่างเช่น พระอาทิพุทธเจ้าและพระธยานิพุทธเจ้า 5 พระองค์ ที่ล้วนมีความแจ่มแจ้งในจิตของพระองค์เองจนบรรลุเป็นพุทธะ พระศากยมุนีพุทธเจ้าได้ถ่ายทอดธรรมให้เจ้าเชื้อพระวงศ์ในอินเดีย ด้วยประโยคที่ว่า ท่านคือพุทธะ เจ้าเชื้อพระวงศ์มีความเชื่อว่าเป็นไปได้ จึงบังเกิดความแจ่มแจ้งในจิตบรรลุเป็นพุทธะในบัดดล ในเวลานั้นมีพระอรหันต์สาวกมากหลายที่ได้ยินและตื่นตะลึงเป็นอย่างยิ่ง กระทั่งมีผู้ได้ยินประโยคนี้แล้วตกตะลึงจนเสียชีวิตไปก็มี ในกาลกระโน้นสาวกของพระคุรุปัทมสมภพได้ยินประโยคนี้แล้วบังเกิดความแจ่มแจ้ง บรรลุเป็นพุทธะในคราวเดียวร้อยกว่าท่าน ในสาวกของนิกายขาวในขณะที่ได้ยินประโยคนี้มีผู้บรรลุ 2 ท่าน ยังมีภิกษุณีอีกร้อยกว่าท่านที่ได้บรรลุเป็นพุทธะหลังจากได้ยินประโยคนี้ เนื่องด้วยมวลมนุษย์ทั้งปวงมีพื้นฐานที่ไม่เหมือนกัน มีปัญญาสูงก็มี มีปัญญาน้อยก็มี ภูมิรู้สติปัญญาความสามารถไม่เท่าเทียมกัน ตัวอย่างเช่น คนที่เล่าเรียนหนังสือ บางคนเฉลียวฉลาดมาแต่กำเนิด ได้ยินเพียงหนึ่งก็สามารถรู้ได้ถึงสิบ คนระดับสติปัญญาปานกลางหรือต่ำต้องค่อยๆเล่าเรียนไปมีความอุตสาหะเพียรพยายามไม่ขาด จึงสามารถประสบผลสำเร็จได้ ด้วยเหตุผลเดียวกัน การบรรลุพุทธะถือจิตเป็นหลัก จิตมีความแจ่มแจ้งเมื่อใด เมื่อนั้นก็บรรลุเป็นพุทธะ เมื่อใดที่ไม่แจ่มแจ้ง เมื่อนั้นก็คือมนุษย์ธรรมดา
145 ถามพุทธวัชรตันตระมีรูปพุทธเจ้าปางยับยุมที่เป็นรูปพุทธคู่สวมกอดกัน เป็นที่สงสัยของคนทั่วไปมิทราบว่ามีความหมายเช่นใด
ตอบ การเชื่อหรือไม่ด้วยเหตุปัจจัยของแต่ละบุคคล เมื่อครั้งพระศากยมุนีพุทธเจ้ายังมีพระชนม์ชีพอยู่ ก็ยังไม่วายถูกคนติฉินนินทา ประสาอะไรกับคนในยุคต่อมา พุทธะปางยับยุมเป็นอนุตรธรรม พระพุทธเจ้าเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความมิใช่มี ส่วนพุทธมารดาเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความมิใช่ว่าง รวมกันเป็นศูนยตาธรรมคือพุทธภาวะ
146 ถามหลักการเหตุผลของวัชรตันตระธรรมแตกต่างจากธรรมปกติโดยทั่วไปมักทำให้ผู้คนเกิดความสงสัยสนเท่ห์อยู่เสมอหรือถูกคัดค้าน เพราะเหตุใด
ตอบ การศึกษาเรียนรู้ในพระสูตรของศาสนานั้นกว้างขวางดุจห้วงมหาสมุทร ลึกซึ้งยากหยั่งถึง บรรดาพระสูตรของสูตระยานและวัชรตันตระยานทั้งหมดนั้น ผู้ที่ยังไม่ได้ศึกษาบำเพ็ญด้วยตนเอง จะเกิดอุปสรรคในหลักเหตุและผลตามที่ตนเห็นได้ง่าย นอกจากนั้นก็ยังมีบุญบารมีของแต่ละคนเป็นเหตุปัจจัยที่เกี่ยวพันอย่างมาก ดังเช่นพระลามะรูปหนึ่งซึ่งเป็นศิษย์ผู้น้องของพระอาจารย์วิทยธารา ซึ่งก็คือพระอาจารย์อาของอาตมา ท่านหนึ่ง ท่านมีวัตรปฏิบัติที่ดีมาก ได้มรรคผลอันสูงส่ง ศิษย์พี่ศิษย์น้องของท่านซึ่งได้มรรคผลรูปอื่นๆต่างยอมรับว่าท่านได้บรรลุเป็นพุทธะแล้ว พระอาจารย์ของท่านก็รับว่าท่านได้บรรลุมรรคผลแล้ว พระอาจารย์อาเองก็เชื่อว่าท่านได้บรรลุมรรคผลแล้ว มีเพียงอาตมาเท่านั้นที่ยังเคลือบแคลงสงสัยว่า พระอาจารย์อาบรรลุมรรคผลแล้วหรือ อาตมาจึงนำความสงสัยในจิตไปกราบเรียนถามพระอาจารย์วิทยธาราขอให้ท่านช่วยแก้ข้อสงสัยด้วย พระอาจารย์ได้บอกต่ออาตมาว่า อันนี้ด้วยเจ้ากับอาจารย์อา ไม่มีบุพวาสนาผูกพันกันแต่กาลก่อน เจ้าสามารถขอให้ อาจารย์อาถ่ายทอดธรรมวิธีให้หนึ่งบท เพื่อผูกวาสนาบารมีต่อกัน อาตมาจึงขอให้พระอาจารย์อาถ่ายทอดธรรมวิธีให้ด้วยความจริงใจ นับแต่ได้รับธรรมจากท่านจิตเคลือบแคลงสงสัยก็หายไป อาตมามีความเชื่อมั่นแล้วว่า พระอาจารย์อาได้บรรลุมรรคผลเป็นพุทธแล้ว จะเห็นได้ว่าวาสนาผูกพันก็มีความสำคัญมาก อาตมากับพระอาจารย์อายังมีความเคลือบแคลงสงสัยได้นับประสาอะไรกับคนทั่วๆไป เมื่อเคลือบแคลงสงสัยมากขึ้นก็คัดค้าน และตามมาด้วยติฉิน การติฉิน คัดค้านไม่เชื่อในพระธรรมเป็นเหตุให้ต้องเวียนว่ายอยู่ในวัฏฏะ โคจรอยู่ในวิถีของ 6 ภูมิอย่างสรรพชีวิตไม่อาจหลุดพ้นจากวงจรนี้ จึงก่อเกิดชาติเกิดภพขึ้นมา สรรพชีวิตที่ศรัทธาต่อพระธรรมชาติภพของเขาคือสุขาวดีพุทธเกษตร ด้วยเหตุนี้ผู้ศึกษาปฏิบัติพุทธศาสนา ไม่ว่านิกายใด จะสูตระ ตันตระหรือซกเชน ล้วนต้องตัดความสงสัยเสียให้สิ้น เมื่อมีจิตศรัทธาเชื่อมั่นจึงเข้าสู่ทวารธรรมได้ การบำเพ็ญปฏิบัติด้วยความเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เป็นปัจจัยก่อเกิดพุทธะและมาร ต่างกันแค่เศษเสี้ยวแต่ก็ห่างไกลกันเป็นพันลี้หมื่นกัลป์ ด้วยเหตุฉะนี้ศรัทธาเชื่อมั่น หรือเคลือบแคลงสงสัยในจิตท่าน พุทธะคือพุทธะในจิตท่าน มารก็คือมารในจิตท่าน
147 ถามวันนี้บำเพ็ญธรรมวิธีองค์นี้ พรุ่งนี้บำเพ็ญธรรมวิธีอีกองค์หนึ่งจะได้รับการคุ้มครองจากพุทธะหรือไม่ มีผลทำให้บรรลุมรรคผลเร็วขึ้นหรือช้าลง
ตอบ การศึกษาปฏิบัติพุทธะ ค่าอยู่ที่มีจิตเป็นหนึ่ง บำเพ็ญธรรมวิธีในองค์พุทธะ ตั้งแต่ต้นจนจบเพียงองค์เดียว ไม่ควรเปลี่ยนไปตามใจชอบ ธรรมวิธีอื่นเป็นการช่วยประกอบ หากวันนี้บำเพ็ญองค์นี้ ดุจดังเป็นข้าราชการวันนี้ปฏิบัติรับใช้ผู้บังคับบัญชาคนนี้ พรุ่งนี้ก็ไปปฏิบัติรับใช้เจ้านายอีกคนหนึ่ง สลับกันไปมาไม่มีกำหนด ผลที่สุดก็ไม่มีเจ้านายท่านใดผูกพัน เหมือนดังการปฏิบัติรับใช้เจ้านายคนเดียว ขอเพียงได้รับความไว้วางใจจากเจ้านายท่านเดียว เจ้านายท่านอื่นก็ย่อมยอมรับผูกพันด้วย ผู้ปฏิบัติวัชร-ธรรมก็เช่นกันหากบำเพ็ญพุทธะธรรมองค์เดียวจนบรรลุแล้ว พุทธะทั้งปวงก็ยอมรับและผูกพันด้วย ดังคำกล่าวที่ว่า รู้แจ้งในหนึ่งธรรมย่อมรู้แจ้งทั้งหมื่นธรรม การมีจิตเป็นสองมิอาจบรรลุได้ มิต้องพูดถึงการมีหลายจิตเลย แต่ว่ามนุษย์มีจิตอันหลากหลาย ฉะนั้นปุถุชนจึงมีหลายหลาก
148 ถามพุทธศาสนิกชนซึ่งปฏิบัติพุทธธรรม กาลเวลาผ่านมานานเข้าเกิดไปปฏิบัติธรรมแห่งศาสนาอื่นจะดีหรือไม่
ตอบ ไม่ควรปฏิบัติเช่นนั้น
149 ถามในปัจจุบันผู้คนทั่วไปมีเรื่องทางโลกให้สะสางมากมายทำให้จิตสับสนวุ่นวาย เวลาที่จะบำเพ็ญเพียรก็มีน้อย มิทราบว่ามีธรรมวิธีใดที่ง่ายและให้มรรคผลสูงสุด
ตอบ ธรรมวิธีที่ง่ายและให้มรรคผลผลสูงสุด คือ พุทธะคือท่าน ท่านคือพุทธะ กาย วาจา ใจของท่านก็คือ กาย วาจา ใจของพุทธะ ที่อยู่ที่ทำงานของท่านคือที่ประทับอันน่าเคารพยำเกรงของพุทธะ พ่อแม่บุตรภรรยาของท่านล้วนเป็นของพุทธะ สรรพสำเนียงที่ได้ยินล้วนเป็นเสียงแสดงธรรมของพุทธะ มโนจิตของท่านล้วนเป็นมโนจิตของพุทธะ โลกที่ท่านอาศัยอยู่ก็คือพุทธเกษตรของพุทธะ นี่คือมหาอนุตรธรรม การดำรงตนสภาวะนี้นานเข้าก็จะหล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียว โดยไม่สามารถแยกจากกันอีก เมื่อสภาวะจิตรวมเป็นหนึ่งไม่สับสนฟุ้งซ่าน ท่านคือพุทธะ พุทธะคือท่าน ท่านและองค์พุทธะไม่มีสองไม่มีแยกจากกัน
150 ถามการบำเพ็ญที่ง่ายดายเช่นนี้บุญบารมีจะได้เทียบเท่ากับการบำเพ็ญวิสุทธิมรรคหรือไม่
ตอบ บุญบารมีที่ได้เช่นเดียวกัน ผู้ปฏิบัติวัชรตันตระธรรมต้องยึดมั่นในมหาโพธิจิตและและเชื่อมั่นว่าเราคือพระพุทธเจ้า นี่คือรากฐานของวัชรตันตระยาน หากเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้งไม่เคลือบแคลงสงสัยว่า เราคือพุทธะ พุทธะคือเรา คำพูด ของกิน ของใช้ หรือแม้แต่การกระทำ ดุด่าว่ากล่าวสั่งสอนอบรมผู้คน ล้วนเป็นบุญบารมี เปรียบดังผึ้งดูดน้ำหวานจากดอกไม้ ก็ได้น้ำผึ้ง ไม่ทำอันตรายต่อดอกไม้และต้นไม้
151 ถามปฏิบัติวัชรตันตระธรรม ธรรมวิธีให้ปฏิบัติตนคือพุทธะ พุทธะคือตนซึ่งเป็นอนุตรธรรม ไม่ทราบว่ายังมีธรรมวิธีปฏิบัติอื่นอีกหรือไม่
ตอบ ให้ดีที่สุดให้ระลึกรู้ตลอดเวลาตนคือองค์พุทธะ ระลึกถึงสรรพชีวิตดังพุทธะระลึก อีกทั้งไม่ลืมจิตมุทราและคาถาประจำองค์พุทธะแม้เวลาเดียว โดยสรุปคือข้าคือพุทธะ พุทธะคือข้า จิตข้าคือพุทธะจิต หากเมื่อใดจิตมุทราเลือนหายเมื่อนั้นก็คือปุถุชนคนธรรมดา
152 ถามขอให้พระอาจารย์ท่านได้เมตตาถ่ายทอดธรรมวิธีที่ง่ายในการปฏิบัติและให้ผลอย่างรวดเร็วธรรมวิธีหนึ่ง
ตอบ ธรรมวิธีที่ง่ายที่สุด แน่นอนที่สุดและให้ผลรวดเร็วที่สุด ในการบรรลุพุทธะ มิมีธรรมใดเทียบได้กับมหาธรรมวิธีของพระอมิตาภพุทธเจ้า พระธรรมนี้หากผู้มีจิตศรัทธาเป็นหนึ่งแน่วแน่ในการปฏิบัติ 7 วันก็สำเร็จผล เมื่อสิ้นอายุขัย จิตเป็นหนึ่งไปจุติหรือจิตเป็นหนึ่งขอความเมตตาจากพระอมิตาภพุทธเจ้านำส่ง หรือจิตเพ่งนิมิตถึงแต่สุขาวดีพุทธภูมิ ถือวิสัยตนเป็นอมิตาภะ ข้าคืออมิตาภะ อมิตาภะคือข้า จิตข้าคือพุทธจิต พุทธจิตเป็นจิตข้า ไม่มีว่าไม่สำเร็จผล นอกจากมีจิตเป็นหนึ่งเดียวไม่สับสนฟุ้งซ่าน ให้ปฏิบัติฌานทำสมาธิให้จิตแจ่มแจ้งอย่างสมบูรณ์ จิตแจ่มแจ้งสมบูรณ์เมื่อใดเมื่อนั้นก็บรรลุความเป็นพุทธะ เมื่อใดที่จิตไม่แจ่มแจ้งก็คือยังคงเป็นสรรพชีวิต สภาพจิตเป็นหนึ่งไม่สับสนฟุ้งซ่านคือจิตอยู่ในสภาวะไม่เก็บกดหรือปล่อยล่องลอยออกไป อย่ายึดในรูปลักษณ์ ไม่รับและไม่ให้ มีดั่งไม่มี ไม่อยู่ในธรรม ไม่อยู่ใน วิมุตติ หากแม้มีการดำรงจิตอยู่ในวิมุตติหรือนิพพาน ก็ต้องมีการเก็บกดจิตให้อยู่ในสภาพทวิภาวะ เข้าสู่อรหันต์มรรค มิใช่เข้าสู่พุทธะมรรค ดังที่กล่าวไว้ในปรัชญาปารมิตาสูตร*ว152 ควรดำรงจิตดังเช่นอาทิพุทธ คือดำรงจิตดั่งไม่มีจิต เปล่าเปลือย เป็นธรรมกายอันเปลือยเปล่าโปร่งใส เป็นสภาวะอันยอดเยี่ยม การรู้การเข้าใจอยู่ที่บุญบารมีและมรรคผลจากการบำเพ็ญของแต่ละบุคคล ยากมากที่จะใช้คำพูดอธิบายภาพลักษณ์เช่นนี้ได้ โดยสรุปธรรมวิธีที่ง่ายและเร็วที่สุดในการบรรลุมรรคผล ก็คือมหาธรรมแห่งพระอ-มิตาภพุทธเจ้าหนึ่ง มหาธรรมให้จิตตนเกิดการรู้แจ้งนี่คือมหาอนุตรธรรม บรรลุพุทธะในฉับพลัน ผู้บำเพ็ญในทิเบต จะดูความก้าวหน้าในการปฏิบัติของตน ให้พิจารณาว่าในปีนี้ตนมีเมตตาและมุทิตาจิตเพิ่มขึ้นหรือไม่ มีความแจ่มแจ้งมากขึ้นหรือไม่ จะต้องเพิ่มขึ้นทั้งเมตตาและความแจ่มแจ้งจึงจะเรียกว่ามีความก้าวหน้าเพิ่มขึ้น มิใช่ปีนี้ปฏิบัติสมาธิแล้วได้พบพระพุทธเจ้ามากขึ้น ตัวเบาขึ้นเหาะเหินเดินอากาศได้ ได้รับความวิเศษซึ่งคนทั่วไปไม่มี เหล่านี้คือความสำเร็จภายนอก มิใช่ความสำเร็จภายใน ที่อาตมาชี้แจงมานี้ พวกท่านแม้นำทรัพย์สิน แก้วแหวนเงินทองจำนวนมหาศาลไปแสวงหาพระอาจารย์ทั่วทั้งอินเดียและทิเบต ก็ไม่สามารถได้ธรรมวิธีที่ดีเลิศหรือสูงกว่านี้
153 ถามภพภาวะ ของผู้ปฏิบัติพุทธวัชรตันตระเป็นอย่างไร สามารถรับรู้ได้ไหม
ตอบ ภพภาวะของผู้ปฏิบัติพุทธวัชรตันตระ มิอาจบอกได้ อยู่ที่บุญบารมีและมรรคผลของผู้ปฏิบัติแต่ละคนว่าตื้นลึกเพียงใด แต่ภพภาวะของวัชรยานคือมหาปรัชญาปารามิตา
154 ถามพุทธวัชรตันตระมีธรรมวิธีที่สำเร็จภายนอก 8 อย่าง ภายใน 8 อย่าง ขอพระอาจารย์ท่านช่วยชี้แจงด้วย
ตอบ ผลสำเร็จในธรรมวิธีภายนอก
1. สามารถเหาะเหินเดินอากาศ
2. ได้ตาทิพย์ หูทิพย์
3. ได้เท้าวิเศษ
4. ตกน้ำไม่จม ตกไฟไม่ไหม้
5. ดำดินได้
6. เมื่อตายแล้ว ร่างกายแข็งแกร่งดุจหินทอง ไม่ผุพังเน่าเปื่อย
7. ขี่กระบี่เหาะเหินไปที่ใดก็ได้อย่างอิสระ
8. หายตัวกำบังกาย ไม่ให้คนมองเห็นได้
ส่วนผลสำเร็จในธรรมวิธีภายใน กล่าวโดยสรุปคือ รู้แจ้งในจิตตน วิมุตติหลุดพ้น ผู้สำเร็จธรรมภายนอกหากฆ่าคนตายไม่สามารถทำให้เขาฟื้นคืนชีพได้อีก แต่ผู้สำเร็จธรรมภายในสามารถทำความปรารถนาได้เต็มเปี่ยม แม้ฆ่าคนตายก็สามารถชุบชีวิตเขาให้ฟื้นคืนชีพขี้นมาได้อีก นี่คือความแตกต่างกันของผลจากความสำเร็จในธรรมภายนอกกับภายใน
155 ถามผู้ปฏิบัติธรรมวัชรตันตระควรบำเพ็ญธรรมภายนอกก่อนแล้วค่อยบำเพ็ญธรรมภายในใช่หรือไม่
ตอบ บำเพ็ญธรรมภายในจะดีกว่าบำเพ็ญธรรมภายนอก แม้มีคุณวิเศษ แต่ยังจะไม่บรรลุพุทธะ ผู้บำเพ็ญธรรมภายนอกหากต้องการบรรลุพุทธะ ยังคงต้องบำเพ็ญธรรมภายใน แต่ในผู้บำเพ็ญธรรมภายในสำเร็จ คุณวิเศษก็จะมีขึ้นเอง เปรียบดังบุรุษซึ่งมีอายุมากขึ้นจะมีหนวดเครางอกขึ้นมาเองตามธรรมชาติ
156 ถามนิกายขาวแดง ของทิเบต มีมหาอนุตรธรรม แบ่งเป็นกี่อย่าง อะไรบ้าง ตอบ มหาอนุตรธรรม ของนิกายขาวแดง กล่าวโดยย่อ คือแบ่งออกเป็นส่วนใหญ่ 2 อย่าง หนึ่งคือธรรมภายนอก และธรรมภายใน ธรรมภายนอกเรียกว่า มหามุทรา ธรรมภายในเรียกว่า มหาอาทิโยคะ มหามุทราธรรมภายนอกยังแบ่งออกเป็น 6 อย่างคือ 1 คตุม.ม้. ตุม.โม.หรือเตโชโยคะ ธรรมวิธีพลังความร้อนภายในกาย 2 q^.ลูซ. จูลูหรือ กายมายา ปรากฏการณ์ทั้งปวงของกายเป็นมายาดังผีหลอก 3 nj.ลม. มิลัมหรือ ความฝัน สมาธินอนหลับระลึกรู้ทุกขณะจิตแม้ยามนอน 4 อ้ด.คซล. เออเซหรือแสงประภัสสร แสงกระจ่างไม่สิ้นสุด 5 บร.ด้. บาร์โดหรืออันตรภพ ภพภาวะระหว่างหลังตายและเกิดใหม่ 6 อภ้.บ. โภวา ธรรมวิธีเคลื่อนย้ายวิญญาณสู่จิตวิญญาณที่สูงขึ้น ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นธรรมวิธีภายนอกที่ถ่ายทอดกันด้วยปากเปล่า มหาธรรมอาทิโยคะภายใน แบ่งออกเป็น 1 ซ่มซ.Di. เซมเด ประสบการณ์ของจิตอันว่างเปล่า 2 Ofง.Di. ลองเด ปริมณฑลของการขยายออกจนไพศาล 3 มน.งค.Di. เมนงะเด ปรากฏการณ์ของธรรมชาติอันจริงแท้ เมนงะเด แบ่งออกเป็น 2 แนว ฑ่คซ.ช้ด. เทรคเชอ เจาะทะลวงสิ่งกีดขวาง เข้าสู่พุทธะภาวะในทันที ถ้ด.ฝล. เถอเคล เดินตรงเข้าสู่พุทธะภาวะ โดยไม่มีการขัดขวาง 157 ถามอนุตรธรรมวัชรตันตระที่พระอาจารย์ถ่ายทอดนั้นสามารถถ่ายทอดต่อคนทั่วไปได้หรือไม่ ตอบ ตามกฎระเบียบที่มีมาอนุตรธรรม พระอาจารย์รุ่นหนึ่งจะถ่ายทอดให้ศิษย์รุ่นต่อไปเพียงคนเดียวเท่านั้น ธรรมวัชรตันตระข้อสำคัญที่สุดคือเคารพนับถือพระอาจารย์รักษากฎระเบียบอย่างเข็มงวด ด้วยเหตุนี้รุ่นต่อรุ่นจึงถ่ายทอดให้เพียงคนเดียวเท่านั้น 158 ถามพระอาจารย์มีเมตตากรุณาต่อพวกเราถ่ายทอดอนุตร-ธรรมให้ผู้คนมากหลาย ไม่ทราบว่ามีชาวทิเบตมากน้อยเท่าไรที่รับการถ่ายทอดอนุตรธรรมจากท่าน ตอบ อาตมาถ่ายทอดอนุตรธรรมแก่ชาวทิเบตน้อยคนนัก อาจเป็นว่าอาตมามีวาสนากับพวกท่านทั้งหลาย อีกทั้งพวกท่านมีศรัทธา อาตมาจึงถ่ายทอดอนุตรธรรมให้ อาตมาปรารถนาลงสู่นรกภูมิเอง
159 ถามท่านั่งในการปฏิบัติสมาธิเป็นอย่างไร ตอบ เมื่อเริ่มฝึกนั่งสมาธิ ท่านั่งนั้นมิได้จำกัด นั่งขัดสมาธิ หรือขัดสมาธิเพชร ตัวตรง ศีรษะตรง คอตรง เป็นธรรมชาติ อย่าได้เกร็ง เปิดตาทั้งสองข้าง สองมือประสาน ในท่าสมาธิมุทรา พระพุทธะไม่มีทุกข์ทั้งปวง สมาธิมุทราของพระพุทธเจ้าคือมือขวาทับมือซ้าย สมาธิมุทราอีกแบบคือสรรพชีวิตมีทุกข์ ท่ามุทราจึงใช้มือซ้ายทับมือขวา มือซ้ายเป็นน้ำ มือขวาเป็นไฟ ใช้น้ำทับไฟมิให้ลุกโชนขึ้น ทำให้ความคิดสงบสมาธิขึ้นได้ง่าย และระลึกอยู่เสมอว่าบำเพ็ญธรรมเพื่อสรรพชีวิตทั้งปวง มิใช่บำเพ็ญธรรมเพื่อตนเองคนเดียว เมื่อจิตฟุ้งซ่านด้วยความคิด อย่ากดดันบีบบังคับมิให้ความคิดเกิด แต่ก็อย่าเตลิดตามความคิด ค่อยๆนำจิตเข้าสู่สมาธิ จากนั้นเมื่อไม่มีความคิดเกิดขึ้นอีก จิตเริ่มมีสติแจ่มใส รู้แจ้งในตนเอง ไม่มึนงง ง่วงง่าว เพราะการบรรลุพุทธะไม่อยู่ที่ความต้องการภายนอกขอเพียงจิตรู้แจ้ง ก็บรรลุพุทธะ ภพภูมิใดๆที่อยู่ตรงหน้า ล้วนปรากฏจากจิต ไม่ต้องไปใส่ใจสนใจทั้งสิ้น ก็จะนั่งได้นานมากขึ้น เมื่อออกจากสมาธิก็แผ่เมตตาอุทิศกุศลแก่สรรพชีวิต นี่คือการนั่งสมาธิอย่างง่ายๆ
160 ถามการปิดตากับเปิดตาเวลาปฏิบัติสมาธิ มีความแตกต่างกันอย่างไร ตอบ ผู้บำเพ็ญพุทธสูตระยาน ด้วยความกลัวยุ่งยาก ส่วนมากจะปิดตาบำเพ็ญ แต่ผู้บำเพ็ญธรรมวัชรยานตันตระไม่กลัวความยุ่งยากลำบาก ส่วนใหญ่จะเปิดตาบำเพ็ญธรรม ในนัยน์ตามีเส้นเลือดฝอยเล็กๆอยู่ หากเปิดตาบำเพ็ญเพียรแล้วจะไม่ทำให้การหมุนเวียนของเลือดมีอุปสรรค ทำให้ไม่เกิดโรคทางตา ภพภาวะใดเกิดขึ้น สองตาก็จ้องดูมัน ก็จะไม่ทำให้เกิดภาพอันน่าสะพรึงกลัวขึ้น หากแม้มีภาพอันน่าสะพรึงกลัวเกิดขึ้นยิ่งต้องจ้องดูมัน อีกทั้งการปิดตาทำให้ง่วงนอนได้ง่าย ใช้พลังเบิกตาให้ใหญ่ขึ้นก็จะไม่ง่วงมึนงง นานเข้าสภาวะจิตก็จะเป็นหนึ่งเดียวโดยธรรมชาติ จิตเป็นหนึ่งสภาวะฟุ้งซ่านสับสนก็ไม่เกิด
161 ถามการปิดตาปฏิบัติสมาธิง่ายต่อการทำจิตสงบ การเปิดตายากต่อการทำให้จิตสงบมีเหตุผลถูกต้องหรือไม่อย่างไร ตอบ ท่านปิดตาจนเคยชิน จึงรู้สึกว่าปิดตาทำจิตสงบง่ายขึ้น ท่านค่อยๆเปิดตาบำเพ็ญ นานวันเข้าก็จะเคยชินเป็นธรรมดา
162 ถามทุกครั้งที่นั่งสมาธิ จะเกิดอาการง่วงนอน ไม่ทราบว่าจะแก้ไขอย่างไร ตอบ เมื่อนั่งสมาธิให้มีสติอยู่ด้วย ก็จะไม่ง่วง ท่านนั่งสมาธิอย่างสุภาพเกินไป ต้องมีท่าทางขึงขังสักหน่อยก็จะไม่เกิดการง่วงนอน
163 ถามนั่งสมาธิลิ้นต้องดุนเพดาน ปากปิดสนิทใช่หรือไม่ ตอบ ปฏิบัติสูตระยานและวัชรยานเบื้องต้นต้องพิถีพิถันในทุกรายละเอียด แต่เมื่อปฏิบัติธรรมวัชรตันตระแล้วไม่มีข้อจำกัด สิ่งสำคัญคือมหาโพธิจิต
164 ถามเวลานั่งสมาธิลมปราณตีขึ้นข้างบนเป็นเพราะเหตุใด ตอบ ท่านนำลมปราณเข้าจุดจักรที่ท้องน้อย (จุดตังฉั้ง) ลมก็จะไม่ตีขึ้น การนั่งสมาธิก็จะมั่นคงขึ้น แต่อย่าเพียรจนเกินกำลัง ขอเพียงอย่าลืมโพธิจิตก็ดีแล้ว ดุจดังกรอด้าย ดึงแรงด้ายก็ขาด ดึงน้อยไปด้ายก็ไม่กรอแต่พันกันยุ่งเหยิง หรือการสีซอต้องสีให้ช้าเร็วตามจังหวะท่วงทำนอง จึงได้สำเนียงอันไพเราะ
165 ถามการบำเพ็ญธรรมต้องปลีกวิเวกกักตนบำเพ็ญเพียร จึงจะประสบความสำเร็จ ในปัจจุบันอุบาสกทั่วไปต้องวิ่งวุ่นทำมาหากินทั้งวัน หากละทิ้งครอบครัวไปบำเพ็ญธรรมโดยเฉพาะ ครอบครัวก็เดือดร้อน หากไม่บำเพ็ญโดยเฉพาะก็ไม่สำเร็จ จะทำอย่างไรดี ตอบ การปฏิบัติธรรมวัชรตันตระ ที่สำคัญคือมหาโพธิจิต ตั้งปณิธานโปรดเหล่าสรรพชีวิตให้พ้นทุกข์ ลำบากเพื่อสรรพชีวิต ตายก็เพื่อสรรพชีวิต พ่อแม่บุตรภรรยาเป็นวงศาคณาญาติพวกพ้องของท่าน ล้วนต้องพึ่งพาอาศัยท่าน หากทอดทิ้งไม่เอาใจใส่ ครอบครัวก็ต้องทนทุกข์แล้วจะไปมีความสามารถโปรดสรรพชีวิตได้อย่างไร ต้องสูญเสียโพธิจิตไป แม้ทิ้งไปบำเพ็ญก็ได้ผลเพียงเล็กน้อย ในกาลกระโน้นมีพระลามะรูปหนึ่งเข้าไปในป่าลึกกักตนบำเพ็ญธรรม มีศิษย์เป็นผู้ดูแลการกักตนให้ ขณะนั้นมารดาของพระลามะท่านนั้นเจ็บหนักอยู่ที่บ้าน คิดถึงพระลามะลูกชายเป็นอันมาก ต้องการพบหน้าสักครั้งจึงจะยอมตาย ด้วยเหตุนี้จึงได้ให้คนไปบอกแก่พระลามะให้กลับบ้านพบหน้าแม่สักครั้ง พระลามะลูกชายก็ให้คนที่มาตามกลับไปบอกแม่ว่า ผู้ออกบวชการบำเพ็ญเป็นสิ่งสำคัญ แม่ก็ให้คนไปตามพระลามะลูกชายถึงสามครั้ง พระลามะก็ยังไม่ยอมกลับบ้าน ศิษย์ผู้ดูแลอดรนทนไม่ได้บันดาลโทสะชี้หน้าต่อว่าพระอาจารย์ตนว่า ท่านบำเพ็ญธรรม เพื่อโปรดสรรพชีวิตให้พ้นทุกข์ ความปรารถนาของมารดาตนเอง ท่านยังไม่สามารถตอบสนองให้ ในภพนี้จะมีพระพุทธที่อกตัญญูได้อย่างไร พระอาจารย์ได้ฟังแล้วสำนึกได้ รีบกลับบ้านไปพบหน้ามารดาก่อนที่มารดาจะตาย ต่อมาพระลามะรูปนั้นซึ่งมีวัตรปฏิบัติ และความรู้ดีมาก ท่านได้พูดอยู่ตลอดเวลาว่า อาตมาไม่มีพระอาจารย์มีแต่ศิษย์ที่สามารถว่ากล่าวตักเตือนอาตมาถึงมหาคุณธรรม สามารถเป็นอาจารย์ของอาตมาได้ หลังจากนั้นทุกครั้งที่เห็นศิษย์ก็จะคำนับศีรษะให้ ศึกษาปฏิบัติธรรมวัชร-ตันตระไม่ต้องกลัวลำบาก ยิ่งยากลำบากยิ่งดี จิตเป็นหนึ่งเดียวกับพระพุทธแห่งธรรมวิธี ไม่ลืมโพธิจิต บุญบารมีย่อมได้อย่างมหาศาล ไม่ต้องละทิ้งครอบครัวเข้าสู่ภูเขาธรรม หากสภาพแวดล้อมและโอกาสอำนวย สามารถกักตนบำเพ็ญได้ก็ยิ่งดี 166 ถามเวลากักตนบำเพ็ญธรรม ควรนั่งสงบบำเพ็ญหรือเดินจงกรมบำเพ็ญ หรือทั้งนั่งทั้งเดินรวมกันขอพระอาจารย์ช่วยแนะนำด้วย ตอบ เวลากักตนบำเพ็ญธรรม นอกจากดื่มกิน ถ่ายหนักถ่ายเบาที่จำเป็นต้องออกจากที่นั่งแล้ว ที่เหลือนั้นหากไม่ออกจากที่นั่งได้เป็นดีที่สุด เพราะการนั่งทำให้ลมปราณสงบ ลมปราณไม่เคลื่อนไหว จิตก็จะไม่เคลื่อนไหวตาม หากลุกจากที่นั่งบ่อยๆแล้วก็ทำให้ลมปราณเคลื่อนไหว จิตก็เคลื่อนไหวตาม ทำให้จิตยากที่จะสงบ จึงไม่ง่ายที่จะบรรลุผล 167 ถามผู้บำเพ็ญธรรมวัชรตันตระ ต้องกักตนบำเพ็ญเพียรกี่ปีจึงจะบรรลุผลสำเร็จได้ ตอบ คนทิเบตกักตนบำเพ็ญเพียร ไม่อาจกำหนดจำกัดปีได้ ที่สำคัญที่สุดเวลากักตนต้องไม่มีจิตเคลือบแคลงสงสัย การกักตนมี 1ปี 2ปี 3ปี 5ปี ถึง 13ปีไม่แน่นอน หากกักตน13ปียังไม่สำเร็จ ก็กักตนอีก 13ปี หากยังไม่สำเร็จอีกก็กักตนอีก 13ปี ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้กักตนตลอดชีวิต หากมีจิตเคลือบแคลงสงสัย แม้กักตนตลอดชีวิตก็ไม่บรรลุผลสำเร็จ
168 ถามกักตนบำเพ็ญธรรม เมื่อบรรลุผลสำเร็จ จะมีสิ่งใดเป็นเครื่องยืนยันหรือไม่ ตอบ มีสิ่งยืนยันได้แน่นอน เมื่อบำเพ็ญจนสำเร็จ ข้าคือองค์พุทธะ องค์พุทธะคือข้า ไม่มีสอง ไม่มีแยกแตกต่างกัน ดังเช่นพระอาจารย์ของอาตมาวิทยธารา เมื่อตอนวัยรุ่นเป็นคนเลี้ยงแกะให้ผู้อื่น เมื่อออกบวชเป็นพระลามะแล้ว ได้กักตนสามสิบกว่าปี พระสูตร คัมภีร์ต่างๆไม่เคยเห็นมาก่อน ล้วนเข้าใจแจ่มแจ้งได้หมด ภาษาท้องถิ่นทั้งหลายที่ไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อนก็สามารถฟังเข้าใจได้สามารถพูดได้ นี่คือหลักฐานของผลการบรรลุพุทธะ 169 ถามเวลากักตนบำเพ็ญธรรม หากสามารถได้เห็นพระพุทธ ได้พูดคุยกัน ใช่เป็นสภาวะที่ดีหรือไม่ ตอบ สามารถได้เห็นพระพุทธ ได้พูดคุยกันล้วนเป็นการเริ่มแห่งการบรรลุในขั้นแรก สภาวะใดที่ปรากฏตรงหน้าล้วนไม่ต้องสนใจทั้งสิ้น 170 ถามผู้ปฏิบัติธรรมวัชรตันตระเมื่อกักตนบำเพ็ญเพียร มีเรื่องใดที่ควรระวังบ้าง ตอบ วิธีการกักตนมีมากมาย อุบาสกสามารถปฏิบัติอย่างสะดวกในการกักตน ส่วนเรื่องที่ควรระวังสรุปโดยย่อได้ดังนี้ 1.วันที่เข้ากักตน ต้องเป็นเวลาเย็นหลังจากที่นกกาบินกลับคืนรังแล้ว 2.วันที่ออกจากการกักตนต้องเป็นเวลาเช้าท้องฟ้าสว่างใส 3.ของบริโภคในที่กักตน ให้จัดตามกำลัง ผู้ปฏิบัติกินเนื้อหรือกินเจ ให้ดูว่าปฏิบัติ บำเพ็ญธรรมวิธีขององค์ใดเป็นหลัก หากมีความไม่สะดวกก็จัดการตามความ สะดวกได้ แต่ผู้ที่กินเจต้องไม่มีจิตที่ว่าตนกินเจเป็นผู้ไม่มีบาป ผู้อื่นซึ่งกินเนื้อ เป็นผู้มีบาป 4.ก่อนที่จะกักตนต้องกำหนดคนที่จะพบด้วยล่วงหน้า ผู้ทีไม่อยู่ในกำหนดเมื่อถึงเวลากักตนแล้วผู้ใดมาขอพบก็ไม่ออกมาพบทั้งนั้น นี่คือหลักการของจิตหนึ่ง ไม่เป็นสอง 5.วันเวลาที่กักตน ไม่อาจลดน้อยลงกว่าที่กำหนด เช่นกำหนดไว้1สัปดาห์ ก็ต้อง กักตน 7 วันเต็มเช้าวันที่ 8 จึงจะออกจากที่กักตนได้ หากสามารถกักตนได้เกินกว่า ที่กำหนดไว้ได้ก็ยิ่งดี หลักการนี้ครอบคลุมทุกนิกาย ต้องบำเพ็ญอย่างเต็มเปี่ยม บุญบารมีจึงได้มหาศาล อย่างเช่นประคำสวดภาวนาทั่วไปมี 108 เม็ด แต่ชาว ธรรมวัชรตันตระมี 110 เม็ด เป็นหลักการเดียวกัน 6.ต้องให้บังเกิดมหาโพธิจิต ต้องรำลึกตลอดเวลาว่าบำเพ็ญเพื่อสรรพชีวิต มิใช่ บำเพ็ญเพื่อตนเอง กายเนื้อเป็นถุงหนังที่เหม็นใบหนึ่ง จะทุกข์ยากลำบากก็ทุกข์ ยากลำบากเพื่อสรรพชีวิต จะตายก็ตายเพื่อสรรพชีวิต อานิสงส์ทั้งปวงขออุทิศ ให้สรรพชีวิตทั้งปวง 7.ผู้ปฏิบัติทั่วไปกักตนบำเพ็ญยากที่จะหลีกเลี่ยงเรื่องมีมารผจญ ผู้ปฏิบัติธรรม วัชรตันตระใช้มหาโพธิจิตเป็นเหตุปัจจัย อีกทั้งได้รับเดชะบารมีจากพุทธะ วัชรธร ธรรมบาลทั้งปวงแวดล้อมปกป้องพิทักษ์ สุดที่มารทั้งปวงจะมารบกวนได้ แต่ การมีจิตเป็นหนึ่งนั้น ย่อมหมายถึง พระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ทั้งปวง ถึงแม้ท่าน จะมาก็ไม่สนใจนำพาใดๆทั้งสิ้น 8. การกักตนดุจดังการเข้าสู่สนามรบ หากทหารสองฝ่ายเผชิญหน้าประจัญกัน ผู้ เป็นแม่ทัพ สงสัยเคลือบแคลงหวาดหวั่น กลับไปกลับมาไม่แน่นอน ไม่เข้ม แข็ง จะต้องประสบความพ่ายแพ้แน่นอน หากแม้ตั้งใจแน่วแน่ เข้มแข็งปราศจาก ความกลัว ต่อกรกับศัตรูจะสามารถใช้กำลังคนน้อยกว่าเอาชนะกำลังคนมากกว่า ได้ รอดหลุดพ้นจากหายนะได้ ขอเพียงสู้อย่างยอมตายถวายชีวิต ตีกำลังหลักที่เป็นทหารศัตรูให้แตกพ่ายแล้วใช้กำลังติดตามขับไล่ไปให้หมดสิ้น โดยไม่ สิ้นเปลืองกำลังมากมาย ดุจดังการผ่าไม้ไผ่ เมื่อท่อนบนแยกออกด้วยคมมีด ท่อน ต่อมาก็ต้องแยกแตกออกจนหมด หลักการเหตุผลในการปฏิบัติธรรมก็ เช่นเดียวกัน 171 ถามเวลาปล่อยสัตว์ ไถ่ชีวิตสัตว์ จะสวดพระคาถาใดจึงได้อานิสงส์มากที่สุด ตอบ เมื่อเวลาปล่อยสัตว์ไถ่ชีวิต ให้สวดภาวนาคาถาพระอมิตาภพุทธเจ้าหรือคาถาพระโพธิสัตว์กวนอิม หรือสวดคาถาวัชรหกคติภูมิ และอธิษฐานแทนพวกเขา ขอให้วิบากกรรมทั้งหลายทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคตจงสูญสิ้นไป เพื่อให้ได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ที่มีรากเหง้ากุศลที่เพาะไว้ในจิตเพื่อจะได้บำเพ็ญจนบรรลุมรรคผล มีอานิสงส์อันเอนกอนันต์สุดประมาณ
172 ถามพระลามะหรืออุบาสกผู้บำเพ็ญธรรมวัชรตันตระ มองเห็นสรรพชีวิตทั้งปวง สรรพชีวิตทั้งปวงที่มองเห็นพระลามะหรืออุบาสกที่บำเพ็ญธรรมวัชรตันตระธรรม มีอานิสงส์หรือไม่ ตอบ มีอานิสงส์แน่นอน ผู้ปฏิบัติธรรมวัชรตันตระ มองเห็นสรรพชีวิต หรือสรรพชีวิตที่มองเห็นผู้ปฏิบัติธรรมวัชรตันตระ หรือมองเห็นเพียงเงาร่าง หรือแม้แต่เสื้อผ้าของผู้ปฏิบัติ หรือได้ยินเสียงของผู้ปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นสรรพชีวิตใด หรือหมู่มวลสรรพสัตว์ที่มีวิบากกรรมหนักหนาสาหัส แม้เป็นสัตว์ที่เล็กดุจมดปลวกหรือกว่านั้น ล้วนได้รับการขจัดลดทอนซึ่งวิบากกรรมอันอนันต์นั้น ผ่านพ้นสิบสามชาติภพแล้วจะสามารถเกิดเป็นมนุษย์ผู้มีรากเหง้าแห่งกุศลเพาะอยู่ในจิต จะได้บำเพ็ญเพียร และบรรลุมรรคผลได้ง่าย หากพระลามะหรืออุบาสกที่ได้บำเพ็ญสำเร็จมรรคผล หรือเป็นผู้ที่มีมหาโพธิจิต เมื่อมองเห็นสรรพชีวิต และได้สวดคาถาวัชระหกคติภูมิ อันเป็นคาถาวัชระตันตระธรรมแทนพวกเขา 7 คาบ หรือสวดคาถา พระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นรากฐานแห่งตนแล้ว สรรพชีวิตทั้งหลายที่มีกรรมหนัก ก็จะมีอายุขัยสั้นลง สามารถหลุดพ้นจากทุกข์ยากได้เร็วขึ้น ในชาติภพต่อมา หรือผ่าน 3 ชาติ ก็จะได้เกิดมาเป็นมนุษย์ซึ่งมีรากเหง้าแห่งกุศลจิต ได้บำเพ็ญพุทธธรรม และได้บรรลุมรรคผลในที่สุด 173 ถามเวลาบำเพ็ญธรรมโปรดผู้ตายให้พ้นทุกข์ ตนเองควรเพ่งนิมิตเช่นไร ผู้ตายจึงจะได้อานิสงส์สูงสุด ตอบ ล้วนเพ่งนิมิตเป็นพระพุทธเจ้า ผู้เป็นรากฐานแห่งตน
174 ถามเกี่ยวกับการโปรดสรรพชีวิตที่ตายแล้วให้พ้นทุกข์ ควรเพ่งนิมิตเช่นไร ตอบ เหมือนกัน ล้วนเพ่งนิมิตเป็นพระพุทธเจ้าผู้เป็นรากฐานแห่งตน ไม่ว่าที่ใดเวลาใด สรรพชีวิตที่สองตามองเห็นหรือที่มองไม่เห็น ล้วนให้เพ่งนิมิตเป็นเช่นเดียวกัน ข้าเป็นพุทธะ สรรพชีวิตทั้งปวงล้วนเป็นพุทธะ เพ่งนิมิตเช่นนี้บุญบารมีจะมหาศาล 175 ถามเกี่ยวกับผู้ตายที่ตายมานานแล้วหรืออาจจะไปเกิดใหม่แล้ว บำเพ็ญธรรมโปรดให้พ้นทุกข์ยังจะสามารถได้รับบุญกุศลอีกหรือไม่ ตอบ สามารถได้รับบุญกุศล ไม่ว่าผู้ที่ไปเกิดใหม่แล้ว หรือยังไม่ได้ไปเกิด 176 ถามผู้คนซึ่งเคารพสักการะเทพเจ้า หรือไหว้สังเวยบรรพบุรุษ เผากระดาษเงินกระดาษทองของต่างๆให้ผู้ตาย ไม่ทราบว่าเทพเจ้า หรือภูตผีจะได้ใช้หรือไม่ ตอบ ได้ใช้แน่นอน หากผู้รับซึ่งได้บรรลุพุทธะแล้วของเหล่านั้นก็ไม่จำเป็น แต่ถ้ายังไม่บรรลุล้วนจำเป็นต้องใช้
177 ถามหากบ้านช่องที่อยู่อาศัยไม่เป็นมงคล จะต้องปฏิบัติธรรมใด จึงจะกลับกลายจากร้ายเป็นดีได้ ตอบ บ้านช่องที่อยู่อาศัยไม่สงบสุข ก็ด้วยพระภูมิเจ้าที่ไม่สงบสุข ให้สวดภาวนาพระนามพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ให้มากขึ้น หรือสวดคาถามหาวิทยาหกคำให้มากขึ้นแล้วจะมีมงคลเอง หากได้เผากระดาษเงินทองด้วยแล้ว อานิสงส์จะยิ่งได้มากขึ้น แต่การเผากระดาษเงินกระดาษทองควรทำตามกำลังของตนเอง และความสะดวก อย่ากำหนดวันเวลาแน่นอน ด้วยพระภูมิเจ้าที่เป็นสรรพชีวิต มีจิต มีการคาดหวัง และยังมีโทสะ โมหะ โลภะ เมื่อได้รับเงินทองของเซ่นไหว้ตามกำหนดวันเวลาที่แน่นอนจนเป็นความเคยชินแล้ว หากเกิดไม่ได้รับตามวันเวลาที่กำหนด พระภูมิเจ้าที่จะเกิดบันดาลโทสะขึ้นมา จะกลับเป็นร้ายขึ้นมาได้ 178 ถามการเผากระดาษเงินกระดาษทองเพิ่มเข้าไปด้วยในการสวดภาวนานั้น ให้เผาภายในบ้านหรือเผาภายนอกบ้านดี ตอบ เผาให้พระภูมิเจ้าที่ให้เผาในบ้าน เผาให้ภูตผีไร้ญาติให้เผานอกบ้าน และให้เพ่งนิมิตว่าสิ่งที่ตนอุทิศให้นั้นให้แก่ดวงวิญญาณภูตผีไร้ญาติทั้งหลาย โดยเท่าเทียมกันหมด อย่าได้แย่งชิงกัน ขัดแย้งกัน อานิสงส์ที่ได้จะยิ่งมหาศาล
179 ถามอานิสงส์ในการสร้างพระพุทธรูปและการคัดลอกพระสูตรพระคาถามีความแตกต่างกันหรือไม่ ตอบ การสร้างพระพุทธรูปหรือการคัดลอกพระธรรมคัมภีร์ พระสูตรพระคาถา ล้วนมีอานิสงส์อนันต์ การสร้างพระรูปคือกาย พระสูตรพระคาถาคือวาจา เทียบกันแล้วการคัดลอกพระธรรมคัมภีร์พระสูตรพระคาถามีอานิสงส์มากกว่าการสร้างพระรูป 180 ถามการสร้างพระรูปพุทธะ พุทธลักษณะงดงามด้วยฝีมือที่ละเอียดประณีต กับพุทธลักษณะที่ไม่งดงามด้วยฝีมือที่หยาบ มีอานิสงส์แตกต่างกันหรือไม่ ตอบ พระพุทธรูปที่ชาวอินเดียสร้างงดงามที่สุด เนปาล ทิเบตสร้างได้เป็นรอง ชาวจีนสร้างระดับรองลงไปอีก พุทธลักษณะที่ดีหรือไม่ดีมีส่วนเกี่ยวข้องเป็นอย่างยิ่ง หากอัญเชิญพระพุทธรูปที่ไม่งดงามไปประดิษฐานในวัด ผู้ที่เห็นย่อมต้องพูดว่าพระพุทธรูปองค์นี้ไม่งดงามเลย ก็กลายเป็นวจีกรรมของคนพูด หากพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่งดงาม ผู้ได้พบเห็นก็ยินดีปรีดา เกิดศรัทธาในจิต ย่อมเพาะรากเหง้าแห่งกุศลจิตไว้ วิเคราะห์ถึงเหตุปัจจัยสาวลึกลงไปแล้วก็ถึงพระพุทธรูปที่ได้สร้างไว้งดงามหรือไม่ ผู้คนที่เกิดมาแล้วเจ็บป่วยขาเป๋หรือมีโรคเกี่ยวกับศีรษะ เกิดจากการเมื่อสร้างพระพุทธรูปแล้วไม่ตั้งใจที่จะสร้างอย่างสุดกำลัง ให้สวยสดงดงาม แต่พระพุทธรูปงดงามหรือไม่ ไม่มีผลเกี่ยวข้องกับผู้สักการบูชา แม้เพียงนำดินมาทำพระพุทธะสักการบูชา ก็ได้อานิสงส์อันอนันต์แล้ว 181 ถามเวลาสร้างพระพุทธรูปแล้ว ได้บรรจุสิ่งของเข้าไปในองค์พระพุทธรูป หากนำชื่อบุคคลใส่เข้าไปหรือบรรจุพระสูตรพระคัมภีร์ที่มีชื่อบุคคลอยู่ด้วย ไม่ทราบว่าจะดีหรือไม่ดีอย่างไร ตอบ ชื่อบุคคลไม่ควรนำใส่เข้าไปในองค์พระพุทธรูป หากจะใส่พระสูตรพระคัมภีร์ต้องเอาชื่อบุคคลออก ด้วยมีผู้คนเป็นจำนวนมากกราบไหว้สักการบูชาพระพุทธรูปนั้น รวมทั้งพระลา-มะ พระอริยะเจ้า พระชีวินพุทธะ กราบไหว้บูชา ชื่อบุคคลที่บรรจุอยู่ในองค์พระพุทธรูปนั้น ย่อมได้รับการสักการะด้วย บุญวาสนาของบุคคลนั้นจะลดลง เป็นเรื่องที่ไม่เป็นมงคล
182 ถามการบรรจุของเข้าไปในองค์พระพุทธรูป จะต้องเลือกวันอันเป็นมงคลหรือไม่ ตอบ ต้องเลือกวันอันเป็นมงคล วันที่ 8 ตามปฏิทินทางจันทรคติของทุกเดือน เป็นวัน พระพุทธ พระโพธิสัตว์วัชรธรทั้งปวงที่เป็นบุรุษ สามารถใช้วันนี้เป็นวันบรรจุพระพุทธรูป ทุกวันที่ 15 ของเดือน เป็นวันพระพุทธ พระโพธิสัตว์ทั้งชายหญิงล้วนสามารถใช้เป็นวันบรรจุองค์พระพุทธรูป ทุกวันที่ 25 อันเป็นวันฑากินีก็สามารถใช้เป็นวันในบรรจุองค์พระ หรืออาจใช้วันมงคลตามที่ระบุไว้ในปฏิทินก็ได้ 183 ถามพระพุทธรูปที่ชำรุด ควรจัดการอย่างไรจึงเหมาะสม ตอบ พระพุทธรูปที่ชำรุดเล็กน้อยก็ยังสักการบูชาได้อยู่ หรือซ่อมแซมให้เรียบร้อยแล้วค่อยปลุกเสกใหม่ หากพระพุทธรูปเสียหายมากให้นำไปไว้ในภูเขาลึกที่ไม่มีคนเหยียบย่ำ หรือนำไปเก็บไว้ในเจดีย์ หรือปล่อยลงที่กลางแม่น้ำที่มีน้ำไหลตลอด
184 ถามหากมีพระสูตรที่เสียหายใช้ไม่ได้แล้ว ควรจัดการอย่างไร ตอบ พระสูตรที่ใช้ไม่ได้ขาดวิ่นเสียหายให้เผาเสีย แล้วค่อยนำเถ้าไปโปรยลงในแม่น้ำหรือทะเลเพื่อโปรดเหล่าสรรพชีวิตในน้ำ 185 ถามเวลาสร้างพระเจดีย์ พระพุทธรูปในเจดีย์ ควรจัดวางเรียง เช่นไร การสักการบูชาจึงถูกต้องตามธรรมพิธี ตอบ พระเจดีย์มีรูปแบบมากมาย มีจำนวนชั้นแตกต่างกัน ประมาณว่า หากสร้างเจดีย์ 7 ชั้น 1 ชั้นล่างสุดตรงกลาง บูชาพระโพธิสัตว์แห่งโชคลาภ ด้านข้าง บูชาท้าวจตุโลกาบาล 2 ชั้น2 บูชามหากาฬา(ไต้เฮ็กเทียน)และปัลเดน ลาโม (กิกเซี้ยงเทียงบ้อ) 3 ชั้น3 และชั้น4บูชา พระโพธิสัตว์ตารา ทั้ง 21 องค์ (ยี่จับอิดโต่วบ้อ) 5 ชั้น5 ตรงกลางด้านหน้า บูชาพระโพธิสัตว์กวนอิมพันกร ด้านซ้ายบูชาองค์ฮายากีวะ (เบ๊อ๊วงกิมกัง) ด้านขวาบูชาองค์วัชรปาณิ ด้านหลังบูชาองค์วัชรธรหรือองค์คุรุปัทมสมภพ พระปฐมาจารย์วิทยธารา 6 ชั้น6 ด้านหน้าตรงกลางบูชาองค์พระศากยมุนีพุทธเจ้า ด้านขวาบูชาองค์พระอมิตาภพุทธเจ้า ด้านซ้ายบูชาองค์พระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า ด้านหลังบูชาพระอมิตายุส โพธิสัตว์หรือนำเกียลมาพุทธมารดา 7 ชั้น7 ตั้งบูชาพระอาทิพุทธและพระธยานิพุทธเจ้าทั้ง 5 พระองค์ หรือตั้งบูชาพระบูรพาจารย์ จัดวางพระสูตรพระคัมภีร์ โดยวางอย่าให้อักษรกลับบนล่าง จะทำให้ เกิดการทะเลาะวิวาทได้ง่าย รายชื่อบุคคลที่อยู่ในพระสูตรหรือพระคัมภีร์ควรเอาออก หรือไม่ควรให้มีชื่อบุคคลอยู่ในเจดีย์ รายชื่อผู้ที่ควรจารึกไว้เป็นอนุสรณ์ ควรจารึกไว้บนแผ่นศิลาหรือวัสดุที่ต้องการจัดตั้งไว้ข้างเจดีย์ การบรรจุชื่อหรือ จารึกชื่อบุคคลไว้กับองค์พระเจดีย์ จะเป็นการบั่นทอนบุญวาสนาของเจ้าของชื่อนั้น ถือว่าไม่เป็นมงคล
186 ถามพระอาจารย์ได้ตั้งฉายานามให้เหล่าสานุศิษย์ ไม่ทราบว่ามีอานิสงส์เช่นไร ตอบ ฉายานามทางธรรม มีอานิสงส์มหาศาลนัก หากพวกท่านหลงผิดทำบาปไว้ เมื่อตายสู่ยมโลก ยมบาลถามชื่อ เมื่อท่านตอบชื่อฉายานามทางธรรม ยมบาลจะไม่ควบคุมท่าน จะนำส่งท่านสู่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ เพราะฉะนั้นแต่ละคนต้องจำชื่อฉายาทางธรรมไว้ให้ได้ 187 ถามมีผู้กล่าวว่าเมื่อเวลาใกล้สิ้นอายุขัยได้กลืนกินเม็ดพระธาตุ จะได้อานิสงส์มหาศาล ไม่ทราบว่าเวลาปกติ จะสามารถกินเม็ดพระธาตุได้หรือไม่ ตอบ ตามที่พระสูตรได้กล่าวไว้ ยามปกติสามารถกินเม็ดพระธาตุได้ โดยกินน้ำนมหรือน้ำตาม หลังจากกินแล้วพระธาตุจะไม่ลงสู่กระเพาะลำไส้ แต่จะลอยขึ้นสู่กระหม่อม ผู้ที่กินพระธาตุแล้ววิบากกรรมที่มีจะลดลง กุศลกรรมจะเพิ่มขึ้น หากแม้กินพระธาตุตอนใกล้สิ้นอายุขัย จะไปจุติในพุทธภูมิแน่นอน*ว187 หากผู้ที่ใกล้จะตาย มีลมหายใจอ่อนมากไม่สามารถกลืนพระธาตุได้ สามารถเอาพระธาตุแช่น้ำแล้วนำน้ำนั้นหยดเข้าปากให้กินแทน ก็ได้ผลเช่นเดียวกัน ส่วนพระธาตุก็เก็บไว้บูชาต่อไป ในนิกายเหลืองมีการถ่ายทอดกันทางวาจาว่า ยามปกติไม่อาจกินพระธาตุได้ หากกินแล้วผู้ทำแต่กรรมดี กุศลกรรมจะเพิ่มขึ้น หากทำกรรมไม่ดีไว้ กรรมชั่วก็จะเพิ่มพูนขึ้นเช่นกัน ต้องรอให้ใกล้ตายจึงจะกินได้ พระธาตุวัชระและพระพุทธธาตุ ไม่เหมือนกัน พระพุทธธาตุเป็นสีขาว ใช้แรงทุบจะแตกได้ พระวัชระธาตุมี 5 สี ทุบไม่แตก ยังมีพระธาตุของพระลามะที่อานิสงส์รองลงมา และที่เนปาลยังมีพระธาตุปลอมชนิดหนึ่ง วิธีแยกแยะว่าเป็นพระธาตุจริงหรือปลอมให้ใช้พระพุทธรูปทองแดงของอินเดียแตะพระธาตุ ถ้าพระธาตุจริงจะดูดติดกับองค์พระพุทธรูป ถ้าปลอมจะไม่ดูดติด เมื่อสักการบูชาแล้ว พระธาตุสามารถเพิ่มขึ้นได้เอง แต่ต้องไม่มีจิตเคลือบแคลงสงสัย 188 ถามผู้บำเพ็ญควรแน่วแน่ในการโปรดสรรพชีวิตที่มีกิเลสทั้งหกภูมิ ไม่ทราบว่า ต้นไม้ใบหญ้า ควรโปรดพวกมันด้วยหรือไม่ ตอบ ต้นไม้ใบหญ้า ก็เป็นสรรพชีวิตด้วย ในกาลก่อนนั้นในทิเบตมีวัดอยู่วัดหนึ่ง กุฏิห้องหับคับแคบจึงคิดที่จะปฏิสังขรณ์ใหม่ให้กว้างขวางขึ้น จะต้องตัดต้นไม้เพื่อให้ได้ที่ว่างในการสร้างกุฏิ มีพระลามะรูปหนึ่งนั่งกรรมฐานในตอนกลางคืน ได้ยินเสียงต้นไม้จำนวนมากร่ำไห้อยู่ พระลามะรูปนั้นเมื่อออกจากสมาธิแล้วได้บอกกล่าวแก่พระลามะรูปอื่นๆว่า เพราะการที่พวกท่านจะสร้างกุฏิใหม่ จะต้องตัดโค่นต้นไม้จำนวนมาก ขณะนี้ต้นไม้เหล่านั้นกำลังร่ำไห้อยู่ ด้วยเหตุนี้ทางวัดจึงเลิกโครงการตัดต้นไม้ หยุดการสร้างกุฏิ ส่วนกรวดทรายนั้นกระจายอยู่ตามธรรมชาติของมันอย่างอิสระ หากนำมันมาทำเป็นกำแพงพนังแล้ว ธรรมธาตุของมันจะรู้สึกเจ็บปวดทรมาน ผู้บำเพ็ญเพียรล้วนต้องให้ความเสมอภาคแก่สรรพชีวิตทั้งมวลในการโปรดให้พ้นทุกข์ 189 ถามในโลกปัจจุบันทุกประเทศล้วนให้น้ำหนักความ สำคัญ ในความเจริญทางวัตถุ ผลปรากฏว่าได้สร้างภัยพิบัติต่อมวลมนุษยชาติมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ทราบว่าเมื่อใดโลกนี้จึงจะมีสันติสุข ตอบ คุรุปัทมสมภพได้บันทึกไว้ว่า เมื่อเข้าสู่ยุคการใช้ทองแดงและเหล็กเป็นเครื่องมือ เครื่องใช้ ทั่วทั้งโลกจะวุ่นวาย สรรพชีวิตจะมีทุกข์ยากมากขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่อวัชรธรรม เจริญรุ่งเรืองไปทั่วทั้งโลก สันติสุขก็จะกลับมาสู่โลกอีกครั้ง นี่คือคำกล่าวที่มีอยู่ในพระสูตร เมื่อ 20 กว่าปีก่อนที่ทิเบตมีพระลามะที่บรรลุพุทธะอยู่รูปหนึ่ง มีความรู้ในการสร้างเครื่องบิน เรือดำน้ำ หากเปรียบวิทยาการในการสร้างเครื่องบินและเรือในปัจจุบัน สร้างได้ง่ายกว่าและมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า ในขณะนั้นพระลามะรูปอื่นๆล้วนเห็นพ้องต้องกันว่าเป็นเครื่องมือฆ่าคน ไม่ต้องการให้มีการเรียนรู้ ด้วยพระศากยมุนีพุทธเจ้าและพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ท่านเพียงอนุญาตให้ บอกเล่าพูดคุยกันได้เท่านั้น ห้ามมิให้มีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ด้วยเหตุนี้ความรู้นี้จึงไม่มีการเผยแพร่ออกไป พระลามะองค์นั้นได้มรณภาพไป 20 กว่าปีแล้ว อาตมาได้ศึกษาธรรมส่วนแรกของท่าน ต่อมาเกิดการสู้รบกันในทิเบต ธรรมภาคหลังจึงยังไม่ได้ศึกษาจนสำเร็จ 190 ถามพระอาจารย์รับนิมนต์ไปเสฉวน จากกันครั้งนี้ มิทราบว่าเมื่อใดจะได้พบกันอีก ปัญหาทั้งปวงหลังจากนี้ ยากที่จะพบหน้า ขอคำชี้แจงได้อีก ไม่ทราบว่าการบำเพ็ญธรรมหลังจากนี้ ควรใช้ความเพียรอย่างใดจึงจะมีความก้าวหน้า ขอกราบนมัสการถาม ตอบ การบำเพ็ญธรรมทั้งปวง อย่ามีจิตเป็นอื่น จิตข้าคือคุรุผู้เป็นรากฐาน องค์คุรุปัทมสมภพ จิตพุทธะ ทั้งปวงหล่อหลอมรวมเป็นหนึ่ง บรรลุผลสำเร็จ ดุจน้ำที่ปนอยู่ในน้ำนม ไม่มีการแยกให้แตกต่างกัน หมั่นพิจารณาอยู่เป็นนิจ อย่าได้ลืมเลือน ความคิดปรุงแต่งเกิดขึ้นไม่ต้องไปบีบบังคับ กดดัน และก็ไม่ต้องไม่ติดตาม ใส่ใจ ดุจดังที่กล่าวไว้นั้นวัชรปารมิตา อดีต ปัจจุบัน อนาคตในจิตล้วนมิอาจรับได้ ใช้ความเพียงเท่านี้ และรักษาความเพียรไว้ โพธิจิตก็จะเพิ่มพูนขึ้นวิบากกรรมที่ห่อหุ้มโพธิจิต ดุจเปลือกหน่อไม้ ก็จะหลุดลอกออกมาทีละชั้นจนหมด เนื้อหน่อไม้ก็ปรากฏให้เห็น เช่นโพธิจิตที่ปรากฏให้เห็นโดยธรรมชาติ เมื่อบำเพ็ญต่อไป พระพุทธเจ้ามา หรือหมู่มารมาก็ไม่สนใจใส่ใจ ทั้งปวงล้วนเสมอภาคกัน บำเพ็ญปฏิบัติอย่างนี้ทุกวันทุกสถานที่
จบวิสัชนาธรรมของพระมหาวัชราจารย์ชีวินพุทธะนอราริมโปเช
http://www.mahayana.in.th/tvajra/q&a%20Nora1.html