PDA

View Full Version : หลักปฏิบัติพื้นฐานสำคัญแห่งวัชระยาน


Kamen rider
12-21-2007, 04:18 PM
หลักปฏิบัติพื้นฐานสำคัญแห่งวัชระยาน

>__ ป๙.คซง.บอิ.ถิค.ล่อิ.Dfน.อฎ้อิ.งค.อด้น.ณุง.ดุร.บD^ซ.ป.ฯม.มพ่น.ศิง.t.ษ่ซ.ฐ.บ.บษุคซ.ซ้_



คุรุโยคะหมายถึง”การรวมธรรมชาติแห่งตนเข้ากับธรรมชาติแห่งคุรุ” ซึ่งเป็นการสอนถึงวิธีการรวมจิตของตนเข้ากับจิตพุทธะของคุรุ คุรุเป็นตัวแทนแห่งพระพรของพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ เทพธรรมบาล ธรรมาจารย์และพระอริยะเจ้าทั้งปวง ดังนั้นการขอรับความช่วยเหลือจากคุรุก็เท่ากับร้องขอรับความช่วยเหลือจากพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ เทพธรรมบาล ธรรมาจารย์และพระอริยะเจ้าทั้งมวลเช่นกัน การผสานรวมจิตตนเข้ากับจิตของคุรุ จึงเป็นการรวมจิตของตนเข้ากับธรรมกาย พุทธภาวะหรือสภาวะแห่งการตรัสรู้

ดิลโก เคนเซ ริมโปเช่

พุทธศาสนิกชนทั่วไปเกินกว่าครึ่งเป็นพุทธศาสนิกชนโดยกำเนิด กำเนิดคือเป็นชาวพุทธที่นับถือพุทธศาสนาตามบรรพบุรุษ นั่นคือความโชดดีอย่างที่สุดที่ได้เกิดมาใต้ร่มเงาพุทธศาสนาซึ่งเป็น ศาสนาเดียวในโลกที่จุดหมายปลาย ทางอยู่ที่การหลุดพ้นจากวัฏฏสงสาร พร้อมกันนั้นก็มุ่งมั่นปลดเปลื้องทุกข์แก่สรรพสัตว์ทั่วโลก ที่ด้อยโอกาสกว่า แต่ชาวพุทธมากมายจะมีจำนวนเพียงเท่าใดที่มีจุดมุ่งหมายเช่นนั้น บางท่านไม่ได้ในสิ่งที่ตนต้องการเข้าพึ่งศาสนาบางท่านได้ในสิ่ง ที่ตนเองไม่ต้องการเข้าพึ่งศาสนา บางท่านต้องการอิทธิปาฎิหาริย์เข้าศาสนาสืบหา ในเหตุผลร้อยแปดพันประการ ประการสุดท้ายคือ การมองเห็นสรรพสิ่งเป็นทุกข์ สรรพสัตว์ทั้งหลายอยู่ในห้วงทุกข์ และต้องการปลดเปลื้องทุกข์ให้สรรพสัตว์การปฏิบัติ พุทธศาสนาวัชระยานความกระจ่างชัด ในความต้องการเป็นเรื่องสำคัญ ต้องชัดเจนว่าเราจะฝึกปฏิบัติเพื่ออะไร ปณิธานการปฏิบัติ เป็นหลักสำคัญข้อหนึ่งของความสำเร็จในการปฏิบัติ ปณิธานในการปฏิบัติเพื่อตัวเอง บารมีที่ได้ในการปฏิบัติก็ได้เพียงหนึ่งส่วนในการปฏิบัติแต่ละครั้ง ปณิธานในการปฏิบัติเพื่อบุคคลอื่นร่วมด้วยสองคน บารมีที่ได้ก็เพิ่มเป็นสองส่วนในการปฏิบัติในแต่ละครั้ง แต่ถ้าปณิธานในการปฏิบัติเพื่อสรรพสัตว์ทั้งหลายในจักรวาลนี้ คงจะนับไม่ถ้วนว่าบารมีที่จะได้รับในการปฏิบัติแต่ละครั้งจะมากมายเพียงใด ดังนั้นในวัชระยานจึงกล้าพูดได้อย่างมั่นใจว่า สามารถหลุดพ้นได้เพียงในชาตินี้ชาติเดียว หลักสำคัญในการปฏิบัติวัชระยานศรัทธา และสายสัมพันธ์อันหนักแน่นมั่นคงต่อองค์คุรุ หนึ่ง โพธิจิต ปณิธานในการปฏิบัติเพื่อสรรพสัตว์ทั้งปวง หนึ่ง การแบ่งปันอุทิศสิ่งที่ตนได้รู้ ได้รับจากการปฏิบัติแก่สรรพสัตว์ หนึ่ง เป็นหลักการที่ต้องทำในการเข้าสู่เส้นทางแห่งวัชชระยาน ถ้าเราไม่สามารถรับหลักใหญ่ทั้งสามประการได้เราไม่ควรเข้า สู่เส้นทางวัชระยาน เป็นอันขาดการฝึกปฏิบัติวัชระยานไม่จำกัดความ รู้แจ้งว่าจะเกิดได้เฉพาะในหมู่สงฆ์เท่านั้น ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย มีสิทธิ์ในการรู้แจ้งเท่าเทียมกันหมด ความสำเร็จอยู่ที่บุญบารมีที่เราได้สะสมมามากพอ จนทำให้เราได้พบกับคุรุผู้ทรงปัญญาและเมตตากรุณาพร้อม พลานุภาพในการสั่งสอนอบรม ต้องการช่วยสรรพสัตว์ให้พ้นห้วงทุกข์ คอยชี้แนะ คอยกระตุ้นเตือนให้เราเดินทางไปสู่ความหลุดพ้น พระพุทธองค์ท่านเปี่ยมด้วยพระพลานุภาพ ประปัญญานุภาพ พระมหากรุณานุภาพ แต่ท่านได้จากเราไปนานมากแล้ว ตัวเราถึงแม้จะมีศักยภาพในการบรรลุอยู่แต่ด้วยการห่อหุ้ม อย่างแน่นหนาด้วยกิเลส อวิชชา ทำให้การได้สัมผัสโดยตรงถึงพระพุทธองค์เป็นไปไม่ได้ ฉะนั้นทางเดียวที่เราจะทำได้ก็โดยอาศัยคุรุผู้สามารถนำพา นำพาเราไปชะล้างกิเลส อวิชชา ให้เบาบางลง นำพาเราไปเพิ่มบุญบารมี จนสุดท้าย นำพาเราไปเชื่อมต่อสัมผัสกับพระพุทธองค์ ดังนั้นการปฏิบัติวัชระยานองค์คุรุจึงมีความสำคัญเป็นอันดับแรก พระพุทธเจ้าสำคัญไหม สำคัญมาก แต่ พระพุทธเจ้าพูดและแสดงให้เราดูไม่ได้ พระธรรมสำคัญไหม สำคัญ เราเปิดพระไตรปิฏกศึกษาเองก็ได้ แต่นั่นต้องอาศัยการตีความด้วยตนเอง ถ้าตีความผิดแม้เพียงนิดเดียวความหลงที่บังเกิดขึ้นจะตัดหน ทางในการสำเร็จลงทั้งหมด หรือหาทางออกได้ลำบากมาก ฉะนั้นหนทางที่ง่ายที่สุดก็คือผ่านทางคุรุ คุรุพูดแทนพระพุทธเจ้าได้ คุรุปฏิบัติให้เราได้ทำตามแทนพระพุทธเจ้าได้ ด้วยว่าคุรุได้ฝึกฝนปฏิบัติตามคุรุไล่ระดับชั้นขึ้นไปไม่เคยขาดตอน อีกทั้งคุรุในแต่ละระดับได้ตีความพระธรรมให้กระจ่างชัดเรื่อยมาเป็นลำดับ



วัชระธาราโพธิสัตว์

บทปฏิบัติคุรุโยคะเริ่มต้นด้วยการยึดถือคุรุเป็นสรณะ องค์คุรุคือองค์วัชระธาราพุทธ ท่านมาปรากฎเพื่อกระตุ้นให้เราได้ตะหนักว่าชีวิต ในการดำรงความเป็นคนอยู่นั้นสั้นนัก เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเราจะไปเวลาใดและไปอยู่ที่ใด เป็นอะไร ถ้าหลุดจากความเป็นคนแล้วหนทางในการหลุดจากวัฏฏ สงสารก็แทบจะปิดตายลง (สรรพสัตว์ในภพภูมิทั้งหก มีแต่คนเท่านั้นที่บรรลุได้) ไม่ควรปล่อยเวลาให้สูญเสียไป เราต้องการหรือไม่ต้องการความหลุดพ้นอยู่ที่สามัญสำนึก สามัญสำนึกเรื่องทำดีไม่ทำชั่วเพื่อจะได้ไปเป็นเทพในสวรรค์ เพื่อมั่งมีศรีสุข มากล้นด้วยลาภ ยศ สรรเสริญ เพื่อเป็นเทพในโลกมนุษย์ เพื่อความสมบูรณ์พูนสุขในครอบครัว สามัญสำนึกของคนทั่วไปเช่นนี้ถูกต้อง แต่ไม่พอหรือถูกต้องสมบูรณ์ในสถานะชาวพุทธ สามัญสำนึกในอนัตตาที่ว่า ไม่มีสรรพสิ่งในโลกเป็นสุขที่แท้จริง ทุกสิ่งเป็นมายา มีเงินหมดเงิน มียศหมดยศ รุ่งเรืองตกต่ำ ดีใจเสียใจ ทุกข์บ้างสุขบ้าง ควบคู่กันตลอดเวลา ชาวพุทธจำเป็นต้องมีสามัญสำนึกในอนัตตาอยู่ประจำทุกๆช่วงของเวลา ในบทปฏิบัตินี้องค์คุรุซึ่งท่านเป็นหนึ่งเดียวกับพระพุทธองค์และอยู่ประจำในจิตเราคอย สะกิดเตือนให้เราเกิดสามัญสำนึกในอนัตตาตลอดเวลา สามัญสำนึกอนัตตาเป็นหลักของชาวพุทธหีนยานและเป็นพื้นฐานแรกของชาว วัชระยานด้วย

วัชระสัตโตโพธิสัตว์

บทปฏิบัติต่อมา เมื่อสามัญสำนึกอนัตตาสมบูรณ์แล้ว ความต้องการหลุดพ้นเต็มเปี่ยมแล้ว เราพร้อมที่จะปฏิบัติแล้ว จะชนะสงครามต้องหาพันธมิตร จะสำเร็จงานใหญ่ต้องมีผู้ช่วยที่ทรงประสิทธิภาพ เราต้องอัญเชิญพระโพธิสัตว์ผู้ทรงเมตตาในการชำระอกุศลกรรมมาช่วยเหลือ ก็คือองค์วัชระสัตโต แต่เรามีบารมีพอหรือที่จะไปอัญเชิญท่านมาช่วย เราต้องพึ่งคุรุของเราอีกเช่นกัน ในขั้นตอนนี้องค์คุรุก็คือองค์วัชระสัตโตโพธิสัตว์ เนื่องด้วยจิตของคุรุเป็นหนึ่งเดียวกับพระพุทธองค์ซึ่งสูงสุดแล้ว ท่านจะขออะไรหรือเป็นอะไรก็ได้ตามต้องการ ท่านอยู่นอกเหนือการบังคับของล้อแห่งกรรม เมื่อองค์วัชระสัตโตโพธิสัตว์ปรากฎ ท่านไม่เพียงต้องการให้เราได้หลุดพ้นเท่านั้น ท่านต้องการให้เราไปสู่จุดที่สูงกว่านั้น ท่านต้องการความเป็นพุทธะของเราด้วย ดังนั้นสามัญสำนึกในอนัตตาเพียงอย่างเดียวไม่พอแล้ว ต้องมีสามัญสำนึกในโพธิจิตด้วย หนึ่งในข้อบ่งชี้ความเป็นพระพุทธเจ้าคือมหากรุณา ความต้องการช่วยสรรพสัตว์ให้พ้นทุกข์โดยไม่แยกแยะว่าจะเป็นสัตว์ประเภทใด และนั่นก็คือ โพธิจิต สามัญสำนึกโพธิจิตเป็นหลักสำคัญของชาวพุทธมหายาน และเป็นพื้นฐานที่สองของชาววัชระยานที่ต้องมี สามัญสำนึกทั้งสองประการจำเป็นต้องมีตลอดเวลาแม้ไม่ได้อยู่ในช่วงของการปฏิบัติ สามัญสำนึกทั้งสองประการเพียงพอให้เราได้เป็นพุทธมากะที่ดี เพียงพอที่จะยกระดับจิตวิญญาณให้สูงขึ้น แต่ยังคงไม่ถึงเป้าหมายของศากยะบุตร(ภิกษุ ภิกษุณีเป็นศากยะบุตรในเพศสมณะ อุบาสก อุบาสิกาเป็นศากยะบุตรในเพศฆราวาส) ดังนั้นเป้าหมายสูงสุดของชาวพุทธควรเป็นความต้องการบรรลุโพธิญาณ จึงมีความจำเป็นต้องมีการฝึกฝนปฏิบัติต่อไปเพื่อให้ได้ในสิ่งซึ่งยังขาดอยู่อีกหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้พระสิธทัตถะเป็นพระพุทธเจ้า นั่นคือพระมหาปัญญา

เมื่อพื้นฐานทั้งสองประการมั่นคง พร้อมแล้วก็ได้เวลาเข้าสู่หนทางแห่งวัชระยาน บทปฏิบัติต่อมาคือบทชำระกายวาจาใจให้บริสุทธิ์ ในผู้ที่เคยบวชเรียนมาแล้ว คงจำกันได้ว่าก่อนการบวชจะต้องมีการขอขมากรรมต่อญาติมิตร ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบริเวณที่เราสามารถทำได้ โดยเฉพาะผู้ที่บวชในมหายาน คืนก่อนบวชต้องทำพิธีขอขมากรรมต่อหน้าพระพุทธ เป็นเวลาหลายชั่วโมง แต่ในบทปฏิบัตินี้การขอขมากรรมชำระล้างกาย วาจา ใจ นั้นพิเศษมาก ถือเป็นการชำระล้างเพื่อการเข้าสู่พุทธภูมิเลย ในการนี้เราก็ต้องรบกวนองค์คุรุอีกเช่นกัน โดยกำหนดจิตว่า องค์คุรุคือองค์วัชระสัตโตเป็นประธานรับการขอขมาจากเรา ด้วยความสัมพันธ์ของเราต่อองค์คุรุ ท่านพร้อมและเต็มใจที่จะรับการขอขมา ให้อภัย และชำระล้างอกุศลกรรมให้เรา ขั้นตอนนี้นอกจากการขอขมาแล้ว ต้องสร้างสัญญาด้วยว่าเราจะพยายามลดละเลิกไม่สร้างกรรมใหม่ให้เกิดขึ้นอีก เพื่อให้คงความบริสุทธิ์ตลอดไป(การปฏิบัติเป็นไปตามขั้นตอนในพระคัมภีร์)

บทปฏิบัติต่อมาคือบทเสริมสร้างบารมี การกระทำกิจใดๆจะสำเร็จหรือไม่ หรือมีอุปสรรคขัดขวางมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับบารมีขอผู้ปฏิบัติ องค์พระมหากษัตริย์ทรงทศพิศราชธรรม เป็นผู้ทรงบารมีที่สุดในประเทศ ดังนั้นการงานใดๆของพระองค์จึงสำเร็จโดยง่าย มีคนเป็นจำนวนมากช่วยทำการให้ งานยิ่งใหญ่ ยิ่งสำคัญ ก็มีอุปสรรคมากยิ่งๆขึ้นไป และต้องใช้บารมีมากขึ้นตามไปด้วย การบรรลุพระโพธิญาณถือเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษย์ อุปสรรคก็มากมายยิ่งใหญ่ที่สุดเช่นกัน การสะสมบารมีจึงต้องต่อเนื่องเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเพื่อให้เพียงพอในการสำเร็จ พระพุทธองค์ก็ทรงบำเพ็ญบารมีมากมายหลายชาติ แต่มารขัดขวางก็ดำเนินการขัดขวางจนวินาทีสุดท้าย ในที่สุดก็ไม่สามรถขัดขวางบารมีที่พระพุทธองค์สร้างสมไว้ได้พระพุทธองค์จึงสำเร็จพระสัมมาสัมโพธิญาณ การที่เราได้เกิดมาเป็นคน เป็นที่แน่ใจได้เลยว่าเราได้มีการสั่งสมบารมีฝากธนาคารไว้แล้วแน่นอน แต่มีจำนวนมากน้อยเท่าไรเราไม่รู้ การดำเนินชีวิตอยู่ ได้มีการเบิกบารมีมาใช้อยู่ตลอดเวลา ในช่วงชีวิตนี้เราได้มีการเบิกจ่ายหรือฝากเพิ่มอยู่ที่ตัวเราเอง เราจะฝากเพิ่มมากจนสำเร็จโพธิญาณในช่วงชีวิตนี้เลยก็ได้ การสร้างบารมี มีวิธีการกระทำมากมาย การทำบุญ ทำทาน การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่มีเงื่อนไข ฯลฯ การสร้างบารมีที่ดีและได้มากที่สุดคือการปฏิบัติธรรม เจริญภาวนาโดยเฉพาะบทปรัชญาปารามิตาหฤทัยสูตร ทำสมาธิ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องกระทำการเพื่อปลดเปลื้องทุกข์แก่สรรพสัตว์ และตามบทปฏิบัตินี้ การถวายมันดาลา เป็นวิธีการที่องค์คุรุตั้งแต่แรกเริ่มได้ปฏิบัติและให้ผลสำเร็จที่ดีที่สุด การถวายมันดาลาเป็นการปฏิญาณตนสูงสุดในการขอเข้าสู่พุทธภูมิ การถวายมันดาลาอันดับแรกคือจักรวาลทั้งหมดนั่นคืออายตนะภายนอกทุกประการถวายแด่องค์ นิรมาณกายคือองค์พระศากยะมุนีพุทธเจ้าซึ่งเป็นกายที่ยังประโยชน์ให้เกิดแก่สรรพสัตว์ การถวายมันดาลาอันดับที่สองคือถวายกายวาจาใจแด่องค์พระสัมโภคกายก็คือโพธิสัตว์ทั้ง ปวงซึ่งเป็นกายที่สร้างปัญญาในการรู้แจ้ง การถวายมันดาลาอันดับสุดท้ายคือการถวายธรรมกายของเราแด่องค์ธรรมกายแห่งพุทธเจ้า นั่นคือนำธรรมกายของเราเข้าสู่ตถาคตครรภ์ ธรรมกายคือพระกายที่ขจัดความมืดดำของอวิชชาและความโง่เขลา การปฏิบัติถวายมันดาลาจึงเป็นการถวายหรือปฏิญาณสูงสุดของเราแด่พระพุทธเจ้าเพื่อขอ บารมีและผลสำเร็จเพื่อสรรพสัตว์ทั้งปวง ดังนั้นบุญบารมีที่ได้จึงมากมายสูงสุดเช่นกัน

กูรูรินโปเช่

ขั้นตอนต่อมาเป็นขั้นตอนนำเราเข้าสู่วัชระตันตระ โดยสมบูรณ์ ขั้นตอนนี้องค์คุรุจะนำพาเราเข้าเชื่อมต่อกับองค์คุรุปัทมสมภพ (องค์คุรุปัทมสมภพคือองค์คุรุองค์แรกที่สถาปนาการปฏิบัตินี้ในธิเบตและตกทอดมาถึงเราในขณะนี้)ซึ่ง องค์คุรุปัทมสมภพนำพาเราเข้าสู่ศูนยตาสภาวะนั่นคือเข้าสู่สภาวะแห่งพุทธะนั่นเอง ศูนยตาสภาวะคือสภาวะแห่งธรรมชาติ ศูนยตาคือสภาวะแห่งความว่างเปล่าที่ไม่ใช่ความว่างเปล่าที่เป็นสูญ แต่เป็นความว่างเปล่าที่เป็นบ่อเกิดแห่งสรรพสิ่ง และสรรพสิ่งก็เป็นบ่อเกิดแห่งความว่างเปล่า ไม่มีสรรพสิ่งเกิดขึ้นลอยและไม่มีความว่างเปล่าที่ว่างโดยตัวของมันเอง ไม่มีสรรพสิ่งก็ไม่มีความว่าง ไม่มีความว่างก็ไม่มีสรรพสิ่ง การทรงสภาวะนี้ไว้ตลอดเวลาก็คือทรงสภาวะแห่งความเป็นพุทธะนั่นเอง สภาวะนี้เกิดขึ้นควบคู่กับสมาธิจิตหรือจิตที่มีสมาธิอยู่ตลอดเวลา องค์คุรุปัทมสมภพที่ปรากฎขึ้นบริเวณหัวใจของท่านจะปรากฎองค์อมิตายุโพธิสัตว์ด้วย องค์อมิตายุโพธิสัตว์ท่านทรงประทานความมีอายุวัฒนะแด่สรรพสัตว์ ปรากฏการณ์นี้ด้วยเหตุผลที่ว่าชีวิตมนุษย์นั้นสั้นนัก การปฏิบัตินี้เพื่อให้บังเกิดความยืนยาวแห่งชีวิตเพื่อให้มีเวลามากขึ้นในการปฏิบัติเพื่อสู่ความสำเร็จ ไม่หมดเวลาเสียก่อน

ขั้นตอนต่อมาคือการทำสมาธิ ถึงแม้ว่ากระบวนท่าในการจัดร่างกายเพื่อปฏิบัติสมาธิที่ดีที่สุดคือท่านั่งพุทธลักษณะของ พระพุทธไวโรจนซี่งมีลักษณะสำคัญ7ประการคือ1ขาไขว้ท่านั่งดอกบัวหรือสมาธิเพชร(ได้ ประโยชน์ในการรักษาโรคกระดูกสันหลังไม่เป็นปกติ โรครูมาติซั่ม ช่วยเพิ่มพลังและการทำงานของอวัยวะภายใน ตามหลักของโยคะศาสตร์) 2 ตัวตรง 3 เก็บคาง 4 ลิ้นดุนเพดาน 5 ตามองที่ปลายจมูก 6 ไหล่ตรง 7 มือวางบนเข่าหรือในท่าสมาธิ แต่โดยสภาพของร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นการจัดร่างกายที่สบายและผ่อนคลายที่สุดจึงดีที่สุดสำหรับตนเองส่วนการทำจิดให้เป็นสมาธินั้น คือการดำรงจิตรู้ตัวในปัจจุบันขณะ สมาธิไม่ใช่การทำให้ลืมเรื่องทุกเรื่องให้หมด ไม่ใช่การห้ามให้ความคิดหรือปัญหาต่างๆเข้ามา เปรียบจิตดังเจ้าของบ้านขณะกำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ (ภารกิจในการนิ่งอยู่ในปัจจุบันสภาวะ) แต่เราก็ได้เคยเชิญเพื่อน เชิญญาติ เชิญผู้หวังดี และไม่หวังดีมาเยี่ยมบ้านเราไว้แล้ว พอดีได้เวลาที่เขาทยอยกันมา เราต้องรู้ตัวว่ามีคนมา แต่เราไม่สนใจหรือตามดู หรือถามไถ่ว่ามาทำไม ทำอะไร อย่างไร อย่างเต็มที่ก็ทักว่ามาแล้ว หรือมาอีกแล้ว ก็จบเพียงเท่านั้น ถ้าเราทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆจนเกิดความเคยชิน คนที่มาก็เบื่อและไม่มาอีก ช่องว่างระหว่างคนมาคนต่อคนนั่นคือสมาธิ คนต่อคนยิ่งมากันห่างเท่าไรสมาธิจิตก็ยาวนานมากขึ้นเท่านั้น การปฏิบัติสมาธิเป็นความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันของจิตและลมหายใจ จิตคือคนขาพิการ ลมหายใจคือม้าตาบอด คนพิการขานั่งบนม้าตาบอด การเดินทางต้องอาศัยความสัมพันธ์กันอย่างยอดเยี่ยมจึงจะถึงจุดหมายปลายทาง (การบังคับที่ดีที่สุดคือบังคับโดยไม่ต้องบังคับ) การปฏิบัติแม้ลำบากแต่ผลที่ได้รับก็มีค่าเกินคุ้ม สมาธิเกี่ยวข้องกับมนุษย์ในทุกๆด้าน
วิทยศาสตร์การแพทย์ในปัจจุบันยอมรับเรื่องการใช้สมาธิจิตรักษาโรคทาง กายหลังจากได้ทดลองและปฏิบัติได้ผลมาแล้ว จนยอมรับเป็นศาสตร์ทางการแพทย์แขนงหนึ่งว่า การขาดสมาธิเป็นบ่อเกิดของการเกิดโรคเกือบทุกชนิด สมาธิกับโรคทางจิตไม่ต้องอธิบายเพราะชัดเจนในตัวอยู่แล้ว สมาธิกับอิทธิปาฎิหาริย์ อิทธิปาฏิหาริย์เกิดจากพลังจิตสถานเดียว สมาธิกับอภิญญาในทุกๆศาสนา ในส่วนของพุทธตันตระยาน สมาธิเกี่ยวข้องกับวงศ์แห่งพระพุทธเจ้าทั้ง5 สมาธิกับตรีกายของพระพุทธเจ้า และสุดท้ายสมาธิกับสภาวะศูนยตาเข้าสู่ความเป็นพระพุทธเจ้า ทุกประการล้วนต้องอาศัยสมาธิเข้ามาดำเนินการทั้งสิ้น ในที่นี้จะขอพูดถึงสมาธิกับสภาวะศูนยตา ดังที่ได้กล่าวไว้แล้วว่า ศูนยตาคือความว่างเปล่าและความมีอยู่ หรือความเกิดและความตายสลับสับเปลี่ยนกันอยู่ตลอดเวลา ความตายของวินาทีในอดีตเกิดปัจจุบัน ความตายของปัจจุบันเกิดอนาคต การดำรงสมาธิก็คือการดำรงจิตรู้อยู่ในปัจจุบัน เมื่อเราสามารถดำรงจิตรู้ในสภาวะปัจจุบันได้ด้วยจิตรู้ของเราเอง เราก็กำหนดสภาพของความเกิดความดับได้ เมื่อไรควรดับ(ว่างเปล่า)เมื่อไรควรเกิด(ห้วงปฏิบัติภารกิจต่างๆ) ในทำนองเดียวกันเรื่องเวลา เราสามารถดำรงจิตรู้ในปัจจุบันได้ตามต้องการ จะต้องการมากก็ได้ น้อยก็ได้ อยู่ในอดีตก็ได้ อยู่ในอนาคตก็ได้ นั่นคืออยู่ในสภาวะศูนยตา

สุดท้ายของบทปฏิบัติการอุทิศบุญกุศล ที่ได้รับแก่สรรพสัตว์ทั้งปวงเพื่อให้สรรพสัตว์ทั้งปวงได้เลื่อนชั้นเลื่อนอันดับ เลื่อนสภาวะจิตให้สูงขึ้นและในที่สุดได้เข้าสู่พุทธภูมิเช่นดียวกับเรา
รวบรวมเรียบเรียงจากคำสอนของ

มหาวัชราจารย์เคนโปโซนัม ริมโปเช่

เจ็กฮวบท่งบ้วนฮวบท่งเข้าใจ และปฏิบัติสำเร็จในพระสูตรเดียวพระสูตรทั้งหมื่นก็เข้าใจและปฏิบัติสำเร็จได้ในทันที

พระมหาคณาจารย์โพธิ์แจ้ง

อย่า ได้หลงผิดคิดว่าความเข้าใจคือการประจักษ์แจ้งอย่าได้เข้าใจผิดว่าการประจักษ์แจ้งคือการตรัสรู้อย่าได้คาดหวังถึงการตรัสรู้ แต่จงปฏิบัติธรรมอยู่ตราบชั่วชีวิต

มิลาเรปะ

ธรรมชาติแท้แห่งดวงจิตไม่มีถ้อยคำใดอาจจะ อธิบายได้ไม่มีตัวอย่างใดอาจชี้ชัดได้วัฏฏสงสารไม่อาจทำให้มันแปดเปื้อน นิพพานไม่อาจทำให้มันสูงส่งมันไม่เคยเกิด มันไม่เคยตายมันไม่เคยถูกปลดปล่อย มันไม่เคยมัวหมองมันไม่เคยดำรงอยู่ มันไม่เคยไม่ดำรงอยู่มันปราศจากขอบเขต มันไม่เคยอยู่ภายใต้ข้อกำหนดใดๆ

ดูจม ริมโปเช่

อ้างอิงหนังสือเพ่งพินิจเรื่องชีวิตและความตาย ริโวเช่ธรรมสถาน มิถุนายน 2543


http://www.mahayana.in.th/tvajra/ngondo.html