PDA

View Full Version : แรงดลใจให้ชีวิต


Paang
12-21-2007, 07:41 AM
<TABLE cellSpacing=10 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top width=150>http://www.yaimaibook.com/book/images/bookstore/book_life-inspiration.gif
</TD><TD vAlign=top>แรงดลใจให้ชีวิต
ชุติปัญโญ
ราคา 140 บาท
จำนวนหน้า 144 หน้า
</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=550 border=0><TBODY><TR><TD align=middle bgColor=#15949b>http://www.yaimaibook.com/book/images/bookstore/book_life-inspiration_in1.jpg</TD></TR><TR><TD align=middle bgColor=#15949b><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=20 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=textwhite16>แรงดลใจให้ชีวิต
“เพียงอาศัยความคิดที่ช่วยให้ก้าวไปข้างหน้า
อย่างอาจหาญแต่เพียงอย่างเดียว
ย่อมไม่เพียงพอที่จะทำให้คนเรา
รู้สึกมั่นใจในการแสวงหาได้
บางครั้งต้องอาศัยเหตุการณ์
และสิ่งแวดล้อมอย่างอื่น
มาเป็นแรงดลใจอีกชั้นหนึ่งด้วย
การแสวงหานั้นจึงชัดเจน
และประสบความสำเร็จได้”

คนเราเกิดมาเพื่อเรียนรู้ที่จะดำรงอยู่ในโลกด้วยความหวังว่า อยากมีความสุขด้วยกันทุกคน เพียงแต่วิธีการแสวงหาอาจจะแตกต่างกันออกไป ทว่าศูนย์รวมของคำตอบก็ไปอยู่ที่ความรู้สึกเดียวกัน คือต้องการสัมผัสกับความรู้สึกที่นำมาซึ่งความพอใจให้กับตัวเองเป็นสำคัญ เมื่อการค้นหาความสุขเป็นสิ่งที่แต่ละคนต้องสร้างให้มีสำหรับตัวเอง สิ่งที่ตามมาก็คือ “แรงดลใจให้ชีวิต”

เพราะเพียงอาศัยความคิดที่ช่วยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างอาจหาญแต่เพียงอย่างเดียว ย่อมไม่เพียงพอที่จะทำให้คนเรารู้สึกมั่นใจในการแสวงหาได้ บางครั้งต้องอาศัยเหตุการณ์และสิ่งแวดล้อมอย่างอื่นมาเป็นแรงดลใจอีกชั้นหนึ่งด้วย การแสวงหานั้นจึงชัดเจนและประสบความสำเร็จได้

เช่นดั่งพระพุทธเจ้ามีแรงดลใจที่จะออกแสวงหาความหลุดพ้นจากวัฏฏะสงสารเพราะเห็นคนแก่ คนเจ็บ คนตาย และสมณะผู้สงบ จึงตัดสินพระทัยปลีกตัวออกจากพระราชวัง เพื่อค้นหาคำตอบชีวิตให้

กับตัวเอง นักวิทยาศาสตร์นามว่านิวตันค้นพบแรงโน้มถ่วงของโลก เพราะได้รับแรงดลใจจากการหล่นของลูกแอ๊ปเปิ้ล พี่น้องตระกูลไรท์สามารถสร้างเครื่องบินได้ เพราะมีแรงดลใจจากการเห็นนกที่บินอยู่ ณ ฟากฟ้าเบื้องบน

แรงดลใจแห่งชีวิตจึงเป็นนิยามของการแสวงหาคำตอบให้กับตัวเองได้อีกแนวทางหนึ่ง โดยเฉพาะการค้นหาตัวเองตามแนวคำสอนทางพระพุทธศาสนา ยิ่งจะพบความซับซ้อนที่มีอยู่ในตัวเองนั้นว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างยิ่ง และต้องอาศัยสิ่งที่มาเป็นแรงดลใจเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน ความปรารถนาที่ต้องการจึงจะสัมฤทธิ์ผล

เพราะเมื่อเราได้เรียนรู้คำสอนของพระพุทธองค์อย่างถูกต้องแล้ว สิ่งหนึ่งที่ประจักษ์รู้ได้ก็คือคำสอนของพระพุทธองค์นั้น เป็นภาวะสากลที่ทุกคนสามารถเรียนรู้และสัมผัสสุขอันเกิดขึ้นภายในใจได้ ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นคนเชื้อชาติ ศาสนา และภาษาใด ล้วนมีภาวะแห่งความเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยกันทุกคน เหลือเพียงแต่การค้นหาเท่านั้นเอง

ในจำนวนผู้ต้องการแสวงหาคำตอบให้กับชีวิต หนึ่งในนั้นก็นับภิกษุผู้มีนามว่า “ มิตซูโอะ คเวสโก ” รวมอยู่ด้วย ถึงแม้ท่านจะเป็นคนต่างชาติจากญี่ปุ่น แต่ภาวะความต้องการที่จะแสวงหาความสุขที่แท้จริงมีเต็มเปี่ยม เพราะในอดีตก่อนที่จะมาบวชในพระพุทธศาสนา ท่านเคยเป็นนักแสวงหาอิสระโดยการไปอยู่ประเทศเนปาลกับเพื่อนนักปีนเขามาก่อน

ต่อมาจึงได้เดินทางไปที่ประเทศอินเดีย และเริ่มฝึกสมาธิกับโยคี หลังจากนั้นจึงได้รับรู้ว่า ประเทศไทยคือแหล่งศึกษาเรื่องการค้นหาชีวิตที่ยิ่งใหญ่ จึงได้เดินทางมาเพื่อพิสูจน์คำกล่าวนั้น คือการมาพึ่งใบบุญด้วยการบวชในพระพุทธศาสนากับหลวงพ่อชา สุภัทโท ( พระโพธิญาณเถร )

พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก มีนามเดิมว่า “ มิตซูโอะ ซิบายาชิ ” ซึ่งเป็นชื่อที่เรียกยาก ต่อมาหลวงพ่อชาจึงเรียกเพื่อให้จำง่ายเชิงเอ็นดูว่า “ สี่บาทห้าสิบ ” ท่านพระอาจารย์มิตซูโอะได้เล่าไว้ว่า หลวงพ่อชาคือแรงดลใจแห่งชีวิตที่ทำให้ท่านได้ค้นพบตัวเอง เปรียบประดุจว่าได้เกิดใหม่และพบสิ่งที่ประเสริฐสำหรับตัวท่านเอง

ท่านได้กล่าวถึงความรู้สึกเมื่อครั้งมาบวชใหม่ๆ แล้วได้ฟังธรรมจากหลวงพ่อชา เป็นใจความสั้นๆ ที่บาดลึกเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตใจ ทำให้เห็นสาระสำคัญของชีวิตว่าควรดำเนินไปในทิศทางใด จึงจะคุ้มค่ากับการเกิดเป็นมนุษย์ในภพนี้ ท่านยังจำพระธรรมเทศนาของหลวงพ่อชา อันเป็นแรงดลใจให้ท่านได้เรียนรู้ชีวิตให้เกิดความดีงามในครั้งนั้นได้ดี โดยหลวงพ่อชาสอนท่านว่า

“ คนเรามันโง่หลาย เที่ยวตามเงาของตัวเองเสียเป็นส่วนมาก ถ้าหากว่าเรารู้จักตามหาจิตใจของเราเหมือนกับตามหาแนว( สิ่ง) อื่นๆ ป่านนี้เราก็ไปไกลแล้ว คนเรานี่หลงทาง จิตใจโหดร้ายก็ไม่รู้สึกตัว จิตใจเดือดร้อนเป็นทุกข์ก็ไม่รู้จัก มันมัวแต่เสริมต่อเอาของไม่ดีใส่ตัวเราอยู่เรื่อยๆ”

ชีวิตของคนเราก็เช่นกัน เมื่อต้องการค้นหาตัวเองให้เจอสัจธรรมอันแฝงอยู่ในชีวิต ควรมีแรงดลใจจากตัวเองเป็นแรงขับภายใน และแรงดลใจคือกัลยาณมิตรสนับสนุนด้วย เพื่อเป็นเครื่องกระตุ้นให้มีการแสวงหาคำตอบของชีวิตให้กับตัวเอง เพราะเมื่อไตร่ตรองด้วยใจที่เป็นกลางแล้ว ชีวิตของเราที่กำลังดำเนินไปอยู่นี้ ไม่มีเวลามากพอที่จะใช้ชีวิตอย่างอ้อยอิ่งต่อสรรพสิ่งที่เกิดขึ้น

เพราะการดำรงอยู่ของสังขารนั้น เมื่อวัดบนความไม่เที่ยงของกาลเวลา ช่างเป็นเวลาที่น้อยนิดเสียกระไรดี จึงต้องแสวงหาคำตอบด้วยตัวเองให้แจ่มแจ้ง ก่อนสนธยาแห่งชีวิตจะผ่านมาพรากสิ่งต่างๆ ให้จากไป
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE><!-- AIM PART END -->

leo_eh
06-30-2008, 09:13 PM
ขอบคุณครับ

minnymouse5320
07-10-2008, 10:51 AM
:0170:

*8q*
07-10-2008, 06:33 PM
แรงดลใจเป็นบันไดให้ไต่เต้า

แรงใจเราเป็นหนทางให้สร้างสรร

แรงกรรมเก่าต้องหลีกเอาตัวใครมัน

แรงบุญนั้นเร่งทำไว้ให้เจริญ

ทำแรงใจเป็นแรงธรรมนำชีวิต

ลบสิ่งผิดเร่งทำดีไม่อายเขิน

ธรรมชาติของจิตอาจคิดเพลิน

สิ่งผะเชิญให้ตรองตรึกสำนึกธรรม

Candle..
07-11-2008, 10:02 PM
:0170: ....

แฮมชีสคัตสึ
07-12-2008, 07:07 PM
แรงดลใจมี แบบสัมมาทิฎฐิ กับแรงดลใจแบบมิจฉาทิฎฐิ คับ

ไตร่ตรองให้ดีๆก่อนที่จะทำตามแรงดลใจนั้นคับ