View Full Version : จดหมายถึงครู
" เรียน คุณครูที่เคารพและนับถือ
เมื่อขานชื่อ วันนี้ ไม่มีผม
ครูคงโกรธ นึกว่า ด่าเสียจม
แต่คงชม ที่ผมให้ จดหมายมา
ผมไม่มา วันนี้ เพราะมีเรื่อง
อันที่เนื่อง จากการ-บ้านทั้งห้า
ไม่ใช่ ทำไม่ได้ หรือไม่ มีเวลา
แต่เพราะว่า ผมเบื่อ เหลือกำลัง
คิดดูเถิด การบ้าน งานห้าอย่าง
ห้าครูต่าง ก็บอก ออกคำสั่ง
ครูไตร่ตรอง ทุกอย่าง บ้างแล้วยัง
ถึงประดัง ประเคน ให้เช่นนี้
แลกกับความ สบายใจ ครูได้หรอก
ผมจะลอก หรือทำ ตามหน้าที่
แล้วจะได้ มีราคา ว่าเด็กดี
แถมยังมี คะแนนให้ ไว้มากมาย
แสร้งเอาใจ กันและกัน อย่างวันก่อน
มันถึงตอน วันนี้ ที่เบื่อหน่าย
ผมจะได้ อะไร เพิ่มในกาย
นอกจากตาย ในระเบียบ เฉียบขาดพลัน
ครูให้การ-บ้านไป ทำไมครับ
เพราะหน้าที่ บังคับ เพื่อปรับขั้น
แต่ถ้าครู ก็ไม่รู้ อยู่เหมือนกัน
ยุติธรรม หรือเปล่า เล่าครับครู
ขอแสดง ความเคารพ และนับถือ
ไม่มีชื่อ ปกครอง รองรับอยู่
ถึงปลอมมา ก็ไม่ มีใครรู้
แต่ว่า....สู้ ความจริงใจไม่ได้เลย " :sm008:
" ก็ห้องนี้ห้องเดียวกันกับวันก่อน
ฝาที่ค่อนข้างเก่ากั้นสี่ด้าน
ก้มเห็นพื้นเงยหน้าจบพบเพดาน
คุกทรมานหรือแหล่งแสวงวิทยา
ฉันเบื่อห้องสี่เหลี่ยมแคบๆนี้
มันจะมีอะไรให้นักหนา
แค่ตัวหนังสือสีดำจากตำรา
กับวาจาจากปากครูที่รู้กัน
ฉันมองดูเหล่าเพื่อนผองรอบข้าง
ทุกคนต่างพอใจไม่ต่อสู้
เขายอมรับข้อเสนอทุกประตู
เขาทนอยู่เพื่อออกไปให้ใครชม
ฉันมองออกไปที่นอกหน้าต่าง
พบความกว้างที่กว้างอย่างเหมาะสม
อยากสัมผัสแสงแดดและสายลม
อยากเด็ดดมดอกไม้ทุกดอกไป
ในห้องนี้ฉันไม่เห็นท้องฟ้า
หรือผืนนาที่แผ่ไปถึงไหนๆ
มีความแคบแค่ตัวแต่หัวใจ
ดิ้นรนไปเพื่อสนองความต้องการ
ฉันคิดว่าจะออกไปนอกห้อง
เป็นเจ้าของความกว้างไกลใหญ่ไพศาล
ฉันลืมคิดว่าออกไปได้ไม่นาน
เพราะอาคารแห่งนี้...ยังมีกำแพง "
เพลงพิณ
11-08-2005, 11:10 PM
ขอยืมจดหมายไปลาครูมั่งได้ไม๊อะคะ คุง pure :sm015:
ตามซำบายเลยน๊อ อาคุงเพลงพิณ...
Kamen rider
11-09-2005, 01:57 AM
เรียนรู้ชีวิต ในบ้านเรียน
ตอนนี้ที่เชียงราย มีการริเริ่มก่อตั้งศูนย์โฮมสกูลขึ้น ให้กับเด็กๆประมาณ ๕ คน
โดยเริ่มจากจัดค่ายเด็กที่สวนขวัญนา เป็นเวลา ๕ วัน
เด็กมีอายุในช่วงตั้ง ๕ ถึง ๑๑ ขวบ
พอได้รับฟังเรื่องราวจากน้องก็รับรู้ว่า
การเรียนรู้นั้นเกิดขึ้นตลอดเวลา
เพียงจัดสรรให้เกิดโอกาส ผ่านกิจกรรมต่างๆ
การเรียนรู้เป็นธรรมชาติของชีวิต
พี่เลี้ยงหรือครูทำหน้าที่หล่อเลี้ยงกระบวนการเรียนรู้นั้น
ผมได้พูดคุยกับเพื่อนชาวเนเธอแลนด์ เขาเรียนด้านการเป็นครู
เขาบอกว่า ตอนนี้วิธีคิดเรื่องการศึกษาที่นั่น ได้เห็นว่า
ครูเป็นผู้จัดสรรโอกาสและกระบวนการเรียนรู้ได้นักเรียนได้เรียนรู้
ด้วยตัวเอง
ไม่ได้ยัดเยียดความรู้ให้เป็นก้อนๆหรือชุดๆ
หรือให้ก็ต่อเมื่อนักเรียนพร้อม หรือมีความสนใจพอ
ครูคือกระบวนกรนั่นเอง (facilitater)
และการเรียนรู้ก็เกิดในความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด
ความรู้นั้นงอกงามในสัมพันธภาพที่เอื้อเฟื้อ เกื้อกูลและศรัทธา
ผมรู้สึกว่า ระบบการศึกษาทุกวันนี้ เด็กเรียนซ้ำๆ ใช้เวลาเยอะมาก
เรียนในโรงเรียนแล้วยังต้องไปเรียนพิเศษต่อตอนเย็นอีก
สู้เรียนพิเศษเสียอย่างเดียว
แล้วเอาเวลาที่เหลือเรียนรู้อย่างอื่นน่าจะดี
เพราะถ้าเรียนพิเศษเป็นไปเพื่อการสอบให้ได้
ก็จัดการให้เรียบร้อยเสีย
เพื่อที่จะเลื่อนขั้นระดับการศึกษาไปเรื่อย
เพียงแต่ว่าเวลาที่เหลือของชีวิต น่าจะได้เรียนรู้ในสิ่งที่งดงาม
ได้รู้จักตัวเอง และสังคมไปเรื่อยๆ
ไม่เช่นนั้นก็จะได้แต่บัณฑิตที่มีแต่วุฒิการศึกษา
แต่ความรู้จักตัวเองและโลกนั้นน้อยนัก
ผมอยากเห็นเด็กๆที่ยังรับรู้และแสดงออกความคิดเห็น
หรือความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา
มีพื้นที่ที่เขาจะได้เรียนรู้ถึงความยิ่งใหญ่
และสง่างามของการดำรงชีวิตอยู่
ความหมายของการได้เกิดมาเป็นมนุษย์ บ
นดาวเคราะห์อันงดงามและมหัศจรรย์นี้
โฮมสกูลก็น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่ง
ของการให้การศึกษาเพื่อหล่อเลี้ยงกระบวนการเรียนรู้ดังกล่าว
จากบล๊อก นี้
http://chiangrai-dialogue.blogspot.com/
Kamen rider
11-09-2005, 02:07 AM
ผมนึก การเรียน ในโรงเรียนหมู่บ้านเด็กเลย ครับ ไม่บังคับเด็ก เรียนแบบ ธรรมชาติ
http://www.trf.or.th/tips/image/56/learning4.jpg ให้ลูกเข้าเรียนที่โรงเรียนไหนดีนะ ?
คำถามนี้คงเป็นคำถามยอดฮิตติดอันดับ ที่อยู่ในใจของผู้เป็นพ่อเป็นแม่ทั้งหลายที่ต้องส่งบุตรหลานตัวน้อย ๆ เข้าเรียนเมื่อถึงวัยอันควร หลายท่านมีการวางแผนไว้เสียตั้งแต่ลูกยังอยู่ในท้องเลยว่าจะให้ลูกเข้าโรงเรียนไหน... โรงเรียนใกล้บ้านก็ดีนะ สะดวกในการรับส่ง เอ๊ะ ! หรือโรงเรียนสาธิตดี ลูกเราจะได้เป็นเด็กกล้าคิด กล้าแสดงออก จะได้ไม่ต้องไปสอบแข่งขันตอนขึ้นมัธยมต้น หรือโรงเรียนอินเตอร์ดี ลูกจะได้เก่งภาษาอังกฤษ ไปโกอินเตอร์กับเขาบ้าง ฯลฯ
..แต่ละทางเลือกของผู้ปกครองโดยส่วนใหญ่ต่างก็มีคำตอบสำเร็จรูปเลยว่า การส่งเด็กเข้าเรียนในระบบการศึกษาดูจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุด
แต่ในทางเลือกเหล่านั้น ยังมีผู้ปกครองรุ่นใหม่อีกจำนวนหนึ่งที่เชื่อว่า การหล่อหลอมเด็กของโรงเรียนที่อยู่ในระบบการศึกษาที่เด็ก ๆ ยังคงต้องเรียนโดยการท่องหนังสือแบบนกแก้ว นกขุนทอง มีการบ้านมหาศาลที่ต้องทำทุกวันนั้น ยังไม่สามารถพัฒนาเด็ก ๆ ได้อย่างเต็มศักยภาพ และมีความคิดว่า ระบบการศึกษาในโรงเรียน ได้เข้ามาทำลายภูมิปัญญาหลายอย่างของสังคมไทย สร้างค่านิยมในสังคมให้มีวิธีคิดคล้าย ๆ กัน ยกย่องมนุษย์ด้วยยศถาบรรดาศักดิ์ ตำแหน่งหน้าที่การงาน กลายเป็นค่านิยมฝังลึกในสังคมปัจจุบัน การเรียนโดยการท่องหนังสือหรือเอาวิชาเป็นตัวตั้ง ไม่สามารถทำให้เด็กเผชิญและแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ เพราะโลกแห่งวิชากับโลกแห่งความจริงนั้นต่างกัน ผู้ปกครองเหล่านั้นเลือกที่จะเชื่อว่า การศึกษาแนวใหม่หรือที่เรียกว่า "โรงเรียนทางเลือก" ต่างหากเล่า ดูจะเป็นทางเลือกที่จะทำให้เด็ก ๆ มีความสุขในโรงเรียนที่สุด
แล้วการศึกษาแบบไหนล่ะ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก ๆ ได้อย่างแท้จริง ?
http://www.trf.or.th/tips/image/56/child15.jpgจากกระแสการเคลื่อนไหวของการปฏิรูปการศึกษา เพื่อที่จะให้การศึกษาที่จัดขึ้นมีคุณภาพตอบสนองความต้องการของสังคม เศรษฐกิจ กระแสโลกาภิวัตน์ และความต้องการของบุคคลและชุมชนนั้น นอกเหนือจากการจัดการศึกษาโดย ภาครัฐ เอกชน และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ยังเปิดโอกาสให้บุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถานประกอบการและสถาบันสังคมอื่น มีสิทธิในการจัดการศึกษาด้วย ซึ่งในปัจจุบันมีกลุ่มที่จัดการศึกษาทางเลือกอยู่หลายกลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มก็มีแนวทางการดำเนินงานที่แตกต่างกันไปตามแนวคิดและปรัชญาของตน มีการจัดการเรียนการสอนหลายลักษณะ ตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา บ้างก็มีการจัดรูปแบบโรงเรียนทางเลือกตามปรัชญา แนวคิด การดำเนินงานและการเรียนการสอนทั้งแบบในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย เป็นต้นว่า กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดรูปแบบโรงเรียนทางเลือกไว้ 5 รูปแบบได้แก่ (1) โรงเรียนในกำกับของรัฐ ที่เน้นความเป็นอิสระคล่องตัว ควบคู่กับความรับผิดชอบ มีระเบียบกฎเกณฑ์ในการปฏิบัติเป็นการเฉพาะ เน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ (2) โรงเรียนวิถีพุทธ ที่นำหลักพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ในการบริหารและพัฒนาผู้เรียน (3) โรงเรียนสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ ใช้หลักการให้เด็กทุกคนมีโอกาสได้รับการวัดแววว่ามีความสามารถพิเศษด้านใดบ้าง จากการสังเกตของพ่อแม่ ผู้ปกครองและครู (4) โรงเรียนสองภาษา เป็นโรงเรียนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในการเรียน และ (5) โรงเรียนต้นแบบการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นโรงเรียนที่อาศัยสื่ออิเลคทรอนิกส์ โทรคมนาคมและเครือข่ายคอมพิวเตอร์เป็นหลัก โดยผู้เรียนจะเรียนที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องไปนั่งเรียนในห้องเรียนจริง
อย่างไรก็ดีการแบ่งกลุ่มการศึกษาทางเลือกนี้ไม่ได้มีข้อจำกัดตายตัว เพราะในความเป็นจริง บางกลุ่ม บางองค์กร ก็มีลักษณะก้ำกึ่ง ไม่ได้เข้าข่ายกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ หรือบางกลุ่มก็สามารถจัดเข้าได้กับหลายกลุ่ม ซึ่งในที่นี้จะขออ้างอิงการจำแนกกลุ่มการศึกษาทางเลือกตามแนวปรัชญา ซึ่งสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ที่ นพ.พร พันธุ์โอสถ ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง การจัดการศึกษาทางเลือกโดยสถานศึกษารูปแบบต่าง ๆ เสนอต่อ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ พร้อมยกตัวอย่างโรงเรียนทางเลือก โดยเน้นเฉพาะการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนเป็นหลัก ครอบคลุมผู้เรียนในทุกกลุ่ม และไม่ทอดทิ้งผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ และผู้พิการ เพื่อเป็นข้อมูลให้กับคุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครองที่สนใจ ไว้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจส่งบุตรหลานเล่าเรียนในโรงเรียนที่มีการเรียนการสอนในแนวนี้ไว้บ้างดังนี้
1. กลุ่มนวัตกรรมทางการศึกษา มีการดำเนินงานอย่างกว้างขวาง และกระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ แต่ละแห่งจะมีแนวคิดและปรัชญาการศึกษาที่เป็นของตน สถานศึกษาในกลุ่มนี้ได้แก่
http://www.trf.or.th/rescom/pic/icon_green.gif โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2522 โดย คุณพิภพ-คุณรัชนี ธงไชย เป็นโรงเรียนแห่งแรกที่เริ่มดำเนินการจัดการศึกษาทางเลือกขึ้นในประเทศไทย ใช้แนวทางของโรงเรียนซัมเมอร์ฮิลล์ในประเทศอังกฤษ ควบคู่ไปกับหลักการจากพุทธศาสนา และเกษตรกรรมธรรมชาติ หลักการของโรงเรียนก็คือ ให้ความสำคัญกับเสรีภาพและประชาธิปไตย มีความเชื่อว่าเด็กจะเรียนรู้ได้ ถ้าเด็กพร้อมที่จะเรียนและมีความสุขที่จะเรียน ดังนั้นจึงให้อิสระแก่เด็กในการเลือกกิจกรรมตามความสนใจของตน เด็กที่เข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนหมู่บ้านเด็กทั้งหมดจะเป็นเด็กด้อยโอกาสหรือเด็กกำพร้า เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึงประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นโรงเรียนเอกชนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน
http://www.trf.or.th/rescom/pic/icon_green.gif โรงเรียนสัมมาสิกขา เป็นโรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นโดยกลุ่มและชุมชนสันติอโศก เป็นโรงเรียนพึ่งตนเอง ดำเนินชีวิตตามแนวคิดของท่านสมณะโพธิรักษ์ มีการเรียนรู้ในหลายๆ ส่วนเน้นการลงมือปฏิบัติที่ใช้วิธีคิดใหม่ เช่น การเกษตรปลอดสารพิษ ที่เด็กนักเรียนเป็นผู้ลงมือทำ จนเกิดเป็นผลผลิตเพื่อเลี้ยงตนเอง และนำส่วนที่เหลือไปจำหน่ายต่อสังคมในราคาถูก เป็นโรงเรียนในสังกัดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ต่อมาได้เปิดสาขาตามจังหวัดต่าง ๆ เช่น นครปฐม ศรีสะเกษ ฯลฯ เปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย ยกเว้นที่ศรีสะเกษซึ่งเปิดรับนักเรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงมัธยมศึกษา
http://www.trf.or.th/rescom/pic/icon_green.gif โรงเรียนสัตยาไส ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2535 โดย ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยาและคณะ เป็นโรงเรียนที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนามนุษย์ในด้านคุณธรรมไปพร้อม ๆ กับความรู้ จัดตั้งขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจากท่านศรีสัตยาใส บาบา และให้ความเคารพในทุกศาสนา เด็กนักเรียนมีอิสรภาพที่จะนับถือศาสนาใดก็ได้ โรงเรียนมีการจัดสถานที่ประกอบกิจทางศาสนาให้กับเด็ก เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กแต่ละคนได้มีโอกาสปฏิบัติตามประเพณีทางศาสนาของตน เด็กนักเรียนทั้งหมดเป็นนักเรียนประจำ เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
http://www.trf.or.th/rescom/pic/icon_green.gif กลุ่มที่ใช้แนวทางอนันตมรรค หรือที่รู้จักกันในเมืองไทยว่า แนวนีโอ-ฮิวแมนนิสต์ ผู้ให้กำเนิดแนวคิดนี้คือ พี.อาร์ ซาการ์ ชาวอินเดีย มีแนวคิดแบบขยายจิตใจ ให้มีความรัก และเอาใจใส่ ดูแลทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาล รวมทั้งใช้ชีวิตอยู่อย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ กลุ่มที่ใช้แนวคิดนี้ในการเรียนการสอนคือ มูลนิธินวมนุษยธรรม มีหน่วยงานที่ทำงานกับเด็กอยู่ 2 แห่ง คือ ที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี และ สวนเด็กอานันด-ศยามะ ที่ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร เด็กเหล่านี้เป็นเด็กด้อยโอกาสที่รับมาจากมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก มูลนิธิคุ้มครองเด็ก และกรมประชาสงเคราะห์
นอกจากนี้ยังมีบางโรงเรียนที่ได้นำบางส่วนของแนวทางนี้ มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน เช่น โรงเรียนอมาตกุล ซึ่งก่อตั้งโดย ดร.เกียรติวรรณ อมาตยกุล ซึ่งเป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ปัจจุบันเปิดสอนในระดับอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษา
http://www.trf.or.th/rescom/pic/icon_green.gif แนวพุทธธรรมประยุกต์ ให้ความสนใจกับการนำพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ เช่น ศูนย์เด็กก่อนเกณฑ์วัดศิริพงษ์ธรรมนิมิตร เปิดสอนในระดับอนุบาลจนถึงระดับประถมต้น โรงเรียนมีนประสาท บ้านสวนเด็ก-ชุมชนสายรุ้ง อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ เป็นต้น
http://www.trf.or.th/rescom/pic/icon_green.gif การศึกษามอนเตสซอรี่ ปรัชญาการศึกษาแนวนี้ จะเป็นที่รู้จักกันมากที่สุดในหมู่นักการศึกษาของไทย ในช่วงเวลาหนึ่งได้รับความนิยมลดน้อยลงไป เนื่องจากมีความไม่ยืดหยุ่นและการเน้นปัจเจกภาวะมากเกินไป แต่ภายหลังแนวคิดนี้ก็ถูกกลับมาเผยแพร่อีกครั้ง และได้รับความนิยมมากขึ้น โรงเรียนที่นำแนวคิดนี้มาใช้อย่างจริง ๆ จัง ๆ ก็คือ โรงเรียนอนุบาลกรแก้ว ซึ่งเป็นโรงเรียนอนุบาลในสังกัดคณะกรรมการการศึกษาเอกชน
http://www.trf.or.th/rescom/pic/icon_green.gif แนวกฤษณมูรติ เป็นแนวคิดที่ไม่ให้ความสำคัญกับรูปแบบ พิธีกรรม แต่ให้ความสนใจกับการคิด การเฝ้าสังเกต เพื่อความเข้าใจด้วยตนเอง รวมทั้งการสนทนาแลกเปลี่ยนความเห็นที่นำไปสู่ข้อสรุปทางความคิด เช่น โรงเรียนริมแม่น้ำ จ.กาญจนบุรี สวนสายน้ำ จ.สงขลา
http://www.trf.or.th/rescom/pic/icon_green.gif การศึกษาวอลดอร์ฟ เป็นแนวทางการศึกษาซึ่ง ดร.รูดอล์ฟ สไตเนอร์ ชาวออสเตรีย เป็นผู้ริเริ่ม ปัจจุบันมีโรงเรียนวอลดอร์ฟกว่า 600 แห่ง และโรงเรียนอนุบาลอีกนับพันแห่ง ในกว่า 50ประเทศทั่วโลก สำหรับในประเทศไทยมีศูนย์การเรียนปัญโญทัย ได้จัดการศึกษาตามแนวนี้ เปิดสอนในระดับอนุบาลจนถึงประถมศึกษาปีที่ 5 และกำลังจะมีโครงการขยายต่อไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนบางแห่งได้นำวิธีการบางส่วนไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน เช่น โรงเรียนอนุบาลบ้านรัก โรงเรียนไตรทักษะ ศูนย์เด็กก่อนเกณฑ์วัดศิริพงษ์ธรรมนิมิตร
http://www.trf.or.th/rescom/pic/icon_green.gif โรงเรียนใต้ร่มไม้ ก่อตั้งขึ้นโดย คุณสาทร-คุณจินตนา สมพงศ์ ที่ จ.พัทลุง มีลักษณะเป็นโครงการในช่วงวันหยุด ไม่ได้ยึดแนวทางหนึ่งทางใดเป็นการเฉพาะในการจัดการศึกษา เป็นแนวการศึกษาที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากท่านระพินนาถฐากูร ที่มองเห็นว่า การศึกษาคือการพัฒนาคุณค่าที่แท้จริงของมนุษย์ และการศึกษาที่สมบูรณ์แบบอยู่ที่การรับรู้ถึงสภาวะสูงสุดของการมีชีวิต ปัจจุบันโรงเรียนได้เริ่มขยายการดำเนินงานออกไปสู่การให้การศึกษาแก่พ่อแม่ มีการร่วมมือกับกลุ่มองค์กรการศึกษาทางเลือกอื่น ๆ เช่น แนววอลดอร์ฟ แนวกฤษณมูรติ ฯลฯจัดอบรมพ่อแม่ ครูและบุคลากรทางด้านการศึกษาและพัฒนาเด็ก
http://www.trf.or.th/rescom/pic/icon_green.gif กลุ่มเด็กรักป่า ดำเนินงานโดย คุณเข็มทอง โมราษฎร์ ที่ จ.สุรินทร์ โดยเริ่มจากการจัดกิจกรรมวันหยุดให้แก่เด็กนักเรียนในหมู่บ้าน และจัดค่ายให้กับหน่วยงานด้านเด็กต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ มีแนวคิดการศึกษาที่ใช้ศิลปะและธรรมชาติเป็นสื่อในการเรียนรู้ของเด็ก
http://www.trf.or.th/rescom/pic/icon_green.gif กลุ่มศิลปะการแสดง กลุ่มนี้จะใช้การแสดงละคร ละครหุ่น เป็นสื่อในการพบปะหรือเข้าถึงเด็ก ๆ ตัวอย่างเช่น กลุ่มกระจกเงา กลุ่มกะจิดริด ฯลฯ
2. กลุ่มพ่อแม่ที่จัดการศึกษาที่บ้าน (Home School)
เป็นแนวคิดที่เกิดจากผู้ปกครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ปัญญาชนชั้นกลางที่มีการศึกษา ที่มองเห็นว่า การศึกษาตามระบบเดิมเป็นการศึกษาที่ดูเหมือนมีอนาคต แต่ในความเป็นจริงนั้นไร้อนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมองจากผู้ที่สำเร็จการศึกษาตามแนวเดิม ที่มีคุณภาพด้อยลงไปทุกขณะ ทั้งที่ต้องทุ่มเทให้กับการเรียนมากขึ้นกว่าเดิม ขาดความหลากหลาย ไม่ยืดหยุ่น สิ่งเหล่านี้จึงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการปฏิเสธที่จะนำเด็กเข้ารับการศึกษาในระบบโรงเรียน จะเห็นว่าน่าจะสร้างสรรค์การเรียนรู้ที่หลากหลายบนรากฐานทางศาสนธรรม ปรัชญา และจิตวิทยา เพื่อให้เด็กมีอิสรภาพตามแนวทางของแต่ละคน เพื่อให้เด็กเติบโตตามศักยภาพและตามธรรมชาติของเด็ก ๆ
กลุ่มที่จัดการศึกษาที่บ้าน มีทั้งลักษณะที่เป็นแต่ละครอบครัวจัดกันเอง และรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน
สำหรับครอบครัวที่จัดการศึกษากันเอง มีทั้งที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร เช่น ครอบครัวเหลืองแจ่ม ครอบครัวแดงพงษ์ไพบูลย์ ครอบครัวสบายใจ และครอบครัวที่อยู่ในต่างจังหวัด เช่น ครอบครัวพึ่งอุดม ครอบครัวสมพงศ์ เป็นต้น ส่วนครอบครัวที่จัดการศึกษาแบบหลายครอบครัวรวมกัน เช่น กลุ่มบ้านเรียนปัญญากร กลุ่มบ้านเรียนดวงตะวัน
ครอบครัวที่ตัดสินใจจะจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับเด็ก จะต้องนำชื่อเด็กไปจดทะเบียนกับโรงเรียนที่ยินดีรับ โดยต้องทำความตกลงร่วมกันระหว่างโรงเรียนกับครอบครัวในเรื่องการเรียนการสอน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การวัดประเมินผล รวมทั้งหลักฐานการเรียน ปัจจุบันมีโรงเรียนที่รับ Home School จดทะเบียน 3 โรง ได้แก่ โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี, โรงเรียนประถมศึกษาธรรมศาสตร์ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และโรงเรียนสัตยาไส อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี และเมื่อมีการประกาศกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว พ.ศ
. ครอบครัวจะต้องนำชื่อเด็กไปจดทะเบียนกับทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามภูมิลำเนาที่ครอบครัวตั้งอยู่
3. กลุ่มการศึกษาของชุมชน
เป็นกลุ่มที่เกิดจากการรวมตัวของผู้ที่อยู่อาศัยตามชุมชนในเมืองและต่างจังหวัด เนื่องจากเห็นว่า ชุมชนของตนไม่ได้รับการดูแลจากภาครัฐเท่าที่ควร จึงจำเป็นต้องพึ่งพาตนเอง และในที่สุดก็นำไปสู่การจัดตั้งเป็นศูนย์เด็กหรือโรงเรียนในชุมชนขึ้น ได้แก่
http://www.trf.or.th/rescom/pic/icon_green.gif กลุ่มศูนย์เด็กเล็กใน กทม. เกิดจากการรวมตัวของผู้ที่อยู่ตามชุมชนสลัมต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ ซึ่งเห็นว่าทั้งพ่อและแม่ ต่างต้องออกไปทำงาน ไม่มีใครดูแล โดยกลุ่มตระหนักดีว่า การศึกษาจะมีคุณภาพอย่างแท้จริง และสามารถตอบสนองความต้องการของชุมชนได้ ก็ต่อเมื่อชุมชนเป็นผู้จัดการศึกษาเอง โดยมีรัฐเป็นพี่เลี้ยงคอยเกื้อกูลให้ชุมชนพึ่งตนเองได้ ตัวอย่างของกลุ่มนี้ได้แก่ กลุ่มนางร้อย สีหาพงษ์ กลุ่มก้าวสร้างสรรค์ มูลนิธิทองทศฯ เพื่อการศึกษา เป็นต้น
http://www.trf.or.th/rescom/pic/icon_green.gif กลุ่มโรงเรียนชุมชนในชนบท เป็นกลุ่มพึ่งตนเองที่เกิดขึ้นตามชุมชนต่าง ๆ ที่เห็นว่า การศึกษาในระบบดั้งเดิมที่รัฐเป็นผู้จัดให้ ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของชุมชน ทั้งในเชิงสังคม เศรษฐกิจ และจิตวิญญาณ ที่หลากหลายได้ กลุ่มนี้ให้ความสนใจกับการค้นคว้า และพัฒนาภูมิปัญญาพื้นบ้าน และแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ระหว่างกัน ตัวอย่างของกลุ่มนี้ได้แก่ กลุ่มองค์กรชุมชน อ.กุดชุม จ.ยโสธร หรือ กลุ่มของครูสุรินทร์ กิจนิตย์ชีว์
http://www.trf.or.th/rescom/pic/icon_green.gif กลุ่มองค์กรชุมชนที่ทำงานกับเด็กด้อยโอกาส เป็นกลุ่มที่มีความเชื่อว่าการเรียนแบบต่อยอดไปเรื่อย ๆ ในการศึกษาภาคบังคับ ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตในสังคม ตัวอย่างของกลุ่มเหล่านี้ได้แก่ โครงการโรงเรียน-โรงงาน จ.ศรีสะเกษ บ้านทอฝัน อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี บ้านสวนเด็ก อ.แก่งคร้อ จ.ชัยภูมิ เป็นต้น
4. กลุ่มเด็กที่ต้องการความดูแลพิเศษ
เกิดจากความพยายามของกลุ่มองค์กรที่เป็นตัวแทนของเด็กเหล่านี้ที่เชื่อว่า กระทั่งการศึกษาในระบบของเด็กปรกติ ก็ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการ และมีลักษณะที่ไม่ยืดหยุ่น จึงเป็นเรื่องยากที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของเด็กที่ต้องการความดูแลพิเศษได้ จากสาเหตุดังกล่าว กลุ่มองค์กรที่ทำงานเพื่อเด็กที่มีความต้องการพิเศษ จึงได้หันมาให้ความสนใจกับการจัดการศึกษาทางเลือกมากขึ้น เพราะสถานศึกษาตามแนวนี้จะมีขนาดเล็ก สามารถจะดูแลได้อย่างทั่วถึงมากกว่า ระบบการเรียนการสอนก็มีความยืดหยุ่นมากกว่า ตัวอย่างขององค์กรในกลุ่มนี้ได้แก่ ชมรมผู้ปกครองเด็กออทิสติก สถาบันแสงสว่าง เป็นต้น
ตามที่กล่าวไว้ในตอนต้นแล้วว่า ไม่มีสูตรสำเร็จของโรงเรียนทางเลือก หากพ่อแม่วางรากฐานการศึกษาที่ดีพอ แม้เด็กจะเติบโตจากโรงเรียนธรรมดา ๆ เขาก็สามารถเป็นทั้งคนเก่งและดีได้ ไม่ต่างจากนักเรียนในโรงเรียนทางเลือก แต่อย่างไรก็ตาม เด็ก ๆ ก็ควรจะได้เรียนรู้บนพื้นฐานของความสุข และความเป็นจริงในสังคม เพราะโลกความเป็นจริงนั้นไม่ได้งดงามเหมือนในอุดมคติ
แล้วคุณล่ะ จะเลือกโรงเรียนแบบไหนให้ลูกดี ?
แหล่งข้อมูล
http://education.ris.ac.th/puangSaed.htm (http://education.ris.ac.th/puangSaed.htm)
http://www.webfels.ord/edu_mean.htm (http://www.webfels.ord/edu_mean.htm)
http://www.moe.go.th/5TypeSchool/school_eng.htm (http://www.moe.go.th/5TypeSchool/school_eng.htm)
http://www.ssf.or.th/th/sanpatiroob.php/ (http://www.ssf.or.th/th/sanpatiroob.php/)
http://www.bangkokbiznews.com/ (http://www.bangkokbiznews.com/)
http://www.thailearn.net/index_child.html (http://www.thailearn.net/index_child.html)
ดูรายชื่อโรงเรียน 5 รูปแบบของกระทรวงศึกษาธิการ
http://www.moe.go.th/5TypeSchool/schoolNAME.HTM (http://www.moe.go.th/5TypeSchool/schoolNAME.HTM)
สนใจเครือข่ายและข้อมูลเด็กที่มีความสามารถพิเศษ (Gifted Child)
http://www.thaigifted.org/ (http://www.thaigifted.org/)
และขอขอบคุณ คุณอรุณี สถานุพงษ์ สำนักนโยบายและแผนการศึกษา
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา เอื้อเฟื้อข้อมูล/เอกสารที่ใช้อ้างอิง
http://www.trf.or.th/rescom/pic/icon_green.gif นพ.พร พันธุ์โอสถ. รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การจัดการศึกษาทางเลือกโดยสถานศึกษารูปแบบต่าง ๆ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ.
http://www.trf.or.th/rescom/pic/icon_green.gif สถาบันบ้านเรียนไทย.คำถามที่มีคำตอบของบ้านเรียนไทย. เอกสารเผยแพร่
http://www.trf.or.th/rescom/pic/icon_green.gif สำนักงานคณะกรรมการศึกษาแห่งชาติ. ศูนย์การเรียน สถานศึกษาทางเลือกบนความหลากหลายและการมีส่วนร่วม. เอกสารอัดสำเนา
http://www.trf.or.th/rescom/pic/icon_green.gif สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. การศึกษาทางเลือก : การศึกษาคือวิถีชีวิต. รายงานการสัมมนาทางวิชาการ : 2544
http://www.trf.or.th/rescom/pic/icon_green.gif สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. สภาพการณ์และฐานข้อมูลการจัดการศึกษาโดยครอบครัวในสังคมไทย. รายงานการวิจัย : 2547.
ขวัญชนก โชติช่วง
kwanchanok@trf.or.th
http://www.trf.or.th/tips/x.asp?Art_ID=43
Kamen rider
11-09-2005, 02:09 AM
http://www.childthai.org/images2/01240061.JPG
http://www.childthai.org/images/ch2.gif
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="85%" align=center border=0><TBODY><TR><TD>http://www.childthai.org/images2/homevisit.gif
ครั้งนี้ ไปเยี่ยมน้องพร ด.ญ.สุทธาวี ราอี ช่วงปิดเทอมจะอยู่ในความดูแลของคุณย่าค่ะ แต่ครั้งนี้เราตามไปเยี่ยมน้องถึงโรงเรียน ซึ่งเรียนอยู่ที่ โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก มูลนิธิเด็ก จ.กาญจนบุรี
</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="85%" align=center border=0><TBODY><TR><TD colSpan=4>http://www.childthai.org/images2/01240061-1.JPG (http://www.childthai.org/images2/01240061.JPG) http://www.childthai.org/images2/01240055-1.JPG (http://www.childthai.org/images2/01240055.JPG)
ทางเข้าโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก
</TD></TR><TR><TD colSpan=2 height=33>http://www.childthai.org/images2/01240019-1.JPG (http://www.childthai.org/images2/01240019.JPG)
น้องพร
</TD><TD width="28%" height=33>http://www.childthai.org/images2/01240048-1.JPG (http://www.childthai.org/images2/01240048.JPG)
เล่นเป่าฟองสบู่
</TD><TD width="36%" height=33>http://www.childthai.org/images2/01240023-1.JPG (http://www.childthai.org/images2/01240023.JPG)
น้องพรพามาดูท่าน้ำ
</TD></TR><TR><TD colSpan=2>http://www.childthai.org/images2/01240009-1.JPG (http://www.childthai.org/images2/01240009.JPG)
เก๊กท่ากับเพื่อน ๆ
</TD><TD width="28%">http://www.childthai.org/images2/01240029-1.JPG (http://www.childthai.org/images2/01240029.JPG)
ยอดมนุษย์ท่าน้ำ
</TD><TD width="36%">http://www.childthai.org/images2/01240041-1.JPG (http://www.childthai.org/images2/01240041.JPG)
เป็นไงท่าใครเจ๋งกว่ากัน
</TD></TR></TBODY></TABLE>
http://www.childthai.org/childrensroom/images/anired.gif กลับหน้าแรก (http://www.childthai.org/homevisit/homevisit.html)
vBulletin® v3.7.4, ลิขสิทธิ์ ©2000-2009, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด