View Full Version : "บทโศลก กลบท ปริศนาธรรม" "ฉลาด สะอาด สว่าง สงบ" 6
ศากยบุตร
11-07-2005, 05:51 PM
<HR width="100%" color=#000030 SIZE=1> <TABLE borderColor=#fef9f5 width=450 bgColor=#030706 border=2><TBODY><TR><TD>
http://thummada.com/php_upload/white63.jpg
- ๕๑ -
ลูกรัก......
ถ้าเจ้าจักทำดี เพื่อความสบายใจ นั่นไม่ใช่ดี
ถ้าเจ้าทำดี เพื่ออยากจักได้สิ่งดีดี นั่นหมดดี
ถ้าเจ้าทำดี เพื่อให้เขาชม นั่นจมดี
ถ้าเจ้าทำดี เพื่อทำลายสิ่งอัปรีย์ นั่นกำลังดี
ถ้าเจ้าทำดี ด้วยหัวใจที่เอื้ออารี นั่นแหละดีดี และดีหละ
พุทธะอิสระ
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ดีในวิถีพุทธ
ถ้าจะมีคำถามว่า วิถีพุทธมุ่งแก้ไขอะไร คำตอบก็คือ มุ่งแก้ไขฝึกหัด ขัดเกลา ตนเอง เพื่อตนเองเป็นทั้งแบบอย่าง ส่งผลสะเทือน และช่วยเหลือเผื่อแผ่ต่อผู้อื่นได้ต่อไป
เส้นตรงมาจากจุดหลายๆจุดมาต่อกัน ถ้าจุดไม่ชัดไม่คมเรียงไม่ดี เส้นตรงนั้นก็คงเป็นเส้นตรงไม่ได้ ต้องกลายเป็นเส้นคด สังคมก็คงเช่นกัน ถ้าส่วนบุคคล ตัวเราเองยังแก้ไขตนเองไม่ได้ แล้วจะไปมุ่งแก้ไขสังคม ก็คงจะเป็นแค่ความเพ้อฝัน
ดีของพุทธจึงหมายถึง ทำดีเพื่อขัดเกลาเพื่อปฏิวัติตนเองและทำดีเพื่อที่จะให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน <!--Signature-->
--------------
<MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 height=20>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</MARQUEE><!--E Signature-->
ศากยบุตร
11-07-2005, 05:53 PM
<HR width="100%" color=#000030 SIZE=1> <TABLE borderColor=#fef9f5 width=450 bgColor=#2f5935 border=2><TBODY><TR><TD>
http://thummada.com/php_upload/white64.jpg
- ๕๒ -
ลูกรัก......
จงจัดระเบียบของตน จนเป็นปกติของกาย
จงจัดระเบียบของกาย จนเป็นระบบของความคิด
พุทธะอิสระ
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ถ้าเราเอามือไปกำก้อนกรวดมาวางเป็นกองๆสัก 2-3 กอง แล้วทายว่ากองไหนมากกว่ากัน คงยุ่งยากแก่การทายการนับ แต่ถ้าเราจัดระเบียบให้มัน ให้แต่ละกองประกอบด้วยกองย่อยๆกองละ 5 ก็จะง่ายต่อการนับขึ้นอีกโข
ถ้าถามถึงผลลัพธ์ที่เราสามารถบอกได้ว่า กองไหนมากกว่ากองไหน มันคงไม่มีความสำคัญอะไร แต่สิ่งที่สำคัญก็คือกระบวนการคิด ที่เรารู้จักจัดระเบียบเป็นกองย่อยๆ ทำให้เรานับได้ง่ายขึ้น ทำให้เราเปรียบเทียบได้ง่าย เกิดกระบวนการที่จะคิดที่จะวิเคราะห์ต่อไปได้
ในชีวิตประจำวัน เราจะเกี่ยวข้องกับเรื่องราวประจำวัน ที่ซ้ำซากจำเจมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่เราก็จะไม่ให้ความสำคัญกับมัน เพราะผลของมันดูเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก แต่เรื่องเล็กน้อยเหล่านี้แหละ มันคือบ่อเกิดของความคิดที่เป็นระบบ ที่จะไปคิดไปเข้าใจไปวิเคราะห์เรื่องที่ใหญ่ได้ และเรื่องเล็กน้อยนี่แหละ ที่แท้จริงแล้วมันมักจะจำลองมาจากเรื่องใหญ่
เรื่องใหญ่ล้วนมาจากเรื่องเล็กๆหลายๆเรื่อง การเรียนรู้เข้าใจสิ่งใดจึงต้องเริ่มจากจุดเล็กๆ จุดเล็กน้อยเหล่านี้แหละที่เรามักจะมองข้ามไป ที่มองข้ามไปเพราะเราไปมองแต่ที่ผลลัพธ์ เราไม่ได้มองถึงความสำคัญของกระบวนการคิด ซึ่งสำคัญกว่า เพราะว่ามันคือการฝึกทักษะฝึกกระบวนคิดการวิเคราะห์ของเรานั่นเอง กระบวนการอย่างนี้แหละ ที่เรียกว่า การฝึกปัญญา <!--Signature-->
--------------
<MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 height=20>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</MARQUEE>
ศากยบุตร
11-07-2005, 05:54 PM
<HR width="100%" color=#000030 SIZE=1> <TABLE borderColor=#000000 width=450 bgColor=#ca9ba5 border=2><TBODY><TR><TD>
http://thummada.com/php_upload/white65.jpg
- ๕๓ -
ลูกรัก......
จงรื้อขยะเก่า
ไม่เพิ่มขยะใหม่
ทำของดีที่มีอยู่แล้วให้ผ่องใส
ทั้งหมดนี้ คือหน้าที่สำคัญในพระศาสนานี้
พุทธะอิสระ
</TD></TR></TBODY></TABLE>
รับกับให้ สกปรกกับสะอาด
การรับเป็นที่มาของความสกปรก การให้เป็นที่มาของความสะอาด
ชั่วชีวิตของคนเราเต็มไปด้วยการรับ เมื่อพูดถึงสิ่งของที่รับเข้ามา สะสมเข้ามา เมื่อมากเข้าๆ ไม่ได้คอยจัดระเบียบ หรือจัดไม่ดี ที่สุดก็รก ในทางกลับกันเมื่อพูดถึงการทำความสะอาด เนื้อหาของมันคือการนำออก กำจัดออก ชะล้างออก
ร่างกายต้องการการทำความสะอาดฉันใด จิตใจคนก็ต้องการการทำความสะอาดฉันนั้น ทานจึงเป็นเรื่องแรกๆที่พระพุทธเจ้าแนะนำให้ทำ เพราะเนื้อหาของมันเป็นเช่นนี้ เพราะมันคือการทำลายลดลงซึ่งความเป็นอัตตาของตัวตนลง เมื่อจิตใจสะอาด การพูด การแสดงออกก็จะสะอาด ยิ้มสยามเป็นตัวอย่างที่ดี ผลจากการทำบุญทำทานของคนไทยสมัยก่อน น่าเสียดายคนไทยรุ่นหลังไม่เห็นไม่เข้าใจคุณค่าของมัน
พระพุทธเจ้าได้แนะนำถึงวิธีการดูว่าบุคคลใดมีความสะอาดมากน้อยเพียงใด ว่าให้ดูที่การงานของเขาผู้นั้น ว่ายังประโยชน์ให้กับสังคมให้กับบุคคลรอบข้างมากน้อยเพียงใด หรือยังแต่ประโยชน์ของตน
"สะอาด" ของพุทธ จึงมุ่งเริ่มต้นที่จิตใจ เพราะจิตใจจะกำหนดทั้งวาจา และการกระทำที่สะอาดตามมา และนี่คือคำขวัญคำที่สองของบ้านหลังนี้ <!--Signature-->
--------------
<MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 height=20>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</MARQUEE><!--E Signature-->
ศากยบุตร
11-07-2005, 06:05 PM
<HR width="100%" color=#000030 SIZE=1> <TABLE borderColor=#000000 width=520 bgColor=#caa493 border=2><TBODY><TR><TD>
http://thummada.com/php_upload/white67.jpg
- ๕๔ -
ลูกรัก......
ต้นไม้ต่อให้ใหญ่โตตั้งตรง แข็งแกร่งปานใด
แต่ถ้าปล่อยให้เถาวัลย์และวัชชพืชเกี่ยวพันขึ้นรกปกคลุมจนมืดมัว
จะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ แลยืนต้นตายในที่สุด
ผู้คนต่อให้เกิดในสกุลดี ฐานะดี ความรู้ดี ชาติดี
แต่ปล่อยให้ขยะแห่งความน่ารังเกียจ ความเอารัดเอาเปรียบ เห็นแก่ตัว
จิตใจคับแคบ ความตระหนี่ ความริษยาอาฆาต ทะยานอยาก โลภ โกรธ หลง
ปกคลุมตนให้มืดบอดมากมายเพียงใด
คนเหล่านั้นย่อมมีแต่ยืนรอความตายแล้วล้มลงทับถมแผ่นดิน
โดยหาสาระมิได้ ในการมีชีวิต
พุทธะอิสระ
</TD></TR></TBODY></TABLE>
เสื้อผ้าใส่แล้วก็ต้องหมั่นซัก
ร่างกายต้องหมั่นชำระล้าง
จิตใจคนก็ไม่ต่างกัน
จิตใจที่ไม่ชำระ ไม่ซักฟอก
ก็ไม่ต่างกับคนไม่อาบน้ำ ใส่เสื้อผ้าที่ไม่ซัก <!--Signature-->
--------------
<MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 height=20>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</MARQUEE>
ศากยบุตร
11-07-2005, 06:14 PM
<HR width="100%" color=#000030 SIZE=1> <TABLE borderColor=#ffffff width=520 bgColor=#3a2021 border=2><TBODY><TR><TD>
http://thummada.com/php_upload/white68.jpg
- ๕๕ -
ลูกรัก......
ครั้งหนึ่งมีผู้คุ้นเคยกับหลวงปู่
เข้ามากราบ และสนทนากับหลวงปู่
มีช่วงหนึ่งแห่งกานสนทนา
ท่านผู้คุ้นเคยปรารภขึ้น อย่างน้อยเนื้อต่ำใจว่า
ผมเดี๋ยวนี้ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร ทำดีอะไรก็ไม่ค่อยมีใครเห็น
มีสภาพดหมือนหมาหัวเน่าเสียแล้ว
หลวงปู่มองหน้าและแววตาโยมผู้คุย ด้วยความเห็นใจ
และกล่าวขึ้นด้วยจิตการุณย์ว่า
นี่คุณ เพชรแท้น่ะ มันไม่เคยเรียกใครให้มาดูแสงและสีของมันเลย
พลอยก็เหมือนกัน ถ้าเนื้อดี น้ำงามแสงสวย
ใครใครผู้ใดก็ปรารถนาและแสวงหาและใคร่ดู
คนก็เหมือนกัน ถ้าดีจริงจริง ก็ไม่ต้องกลัวว่า
จะไม่มีใครยอมรับและเห็นดีของเขา
ขอให้ดีที่ออกมาจากหัวใจที่เอื้ออารี นั่นแหละดีจริง
พุทธะอิสระ
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ความเป็นจริง คนทุกคนล้วนต้องการความรักความเห็นใจความเข้าใจ
ความเป็นจริงอีกเหมือนกัน คนทุกคนก็ล้วนชอบของดีของสวยของงาม
แทนที่คนเราจะทำตนให้เป็นของดีของงาม ที่ทุกคนล้วนใฝ่หา
แต่คนเราก็กลับจะคอยแต่เรียกร้องให้ผู้อื่นคอยเห็นใจคอยเข้าใจตนเอง แทนที่จะดูว่าตนเองเป็นอย่างไร เพราะเรายังไม่เป็นคนจริง ไม่กล้ายอมรับความจริง ไม่คิดจะเอาชนะตนเอง จึงไม่สามารถชนะใจผู้อื่น <!--Signature-->
--------------
<MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 height=20>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</MARQUEE><!--E Signature-->
ศากยบุตร
11-07-2005, 06:16 PM
<HR width="100%" color=#000030 SIZE=1> <TABLE borderColor=#000000 width=450 bgColor=#ffcd9b border=2><TBODY><TR><TD>
http://thummada.com/php_upload/white70.jpg
- ๕๖ -
ลูกรัก......
ครูอาจารย์ที่ยิ่งใหญ่ อยู่ในใจเราเอง
อย่าไปยอมรับเอาอะไรมาเป็นพระเจ้า
เรากราบพระพุทธรูป ไม่ใช่เพียงคิดว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์
แต่เพราะท่าน เป็นผู้พบพระเจ้า ในตนเองก่อนเรา
เรามักจะยอมรับสิ่งภายนอกมาเป็นพระเจ้า
แล้วกลับมาทำลายพระเจ้าในกายตน
พุทธะอิสระ
</TD></TR></TBODY></TABLE>
พุทธศาสนา เป็นศาสนาที่ส่งเสริมศักยภาพของตนเองอย่างที่สุด มีวิธีการที่จะทำให้ตนเป็นที่พึ่งของตนเองให้ได้ ให้ตนเองเป็นพระเจ้าของตนเอง ไม่ต้องไปพึ่งพระเจ้าภายนอก
ถ้าจะถามว่าศาสดาของศาสนาพุทธคือใคร ต้องตอบว่าไม่มี พระธรรมคำสอนที่พระพุทธเจ้านำมาสอน ไม่ได้เกิดจากการบัญญัติโดยพระองค์ หากแต่มันมีอยู่แล้วโดยดั้งเดิม พระองค์เพียงเป็นผู้ค้นพบมาก่อน แล้วนำมาเผยแพร่บอกต่อ ให้ได้รู้กันเท่านั้น พระพุทธเจ้าจึงมีได้หลายองค์ ใครๆก็เป็นพระพุทธเจ้าได้ ถ้าเขาผู้นั้นมีความกล้าและความมุ่งมั่นเพียงพอ <!--Signature-->
--------------
<MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 height=20>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่</MARQUEE>
ศากยบุตร
11-07-2005, 06:19 PM
<HR width="100%" color=#000030 SIZE=1> <TABLE borderColor=#000000 width=450 bgColor=#86a85c border=2><TBODY><TR><TD>
http://thummada.com/php_upload/white73.jpg
- ๕๘ -
ลูกรัก......
เจ้าจงใช้ความอ่อนน้อมถ่อมตน
เข้าหาครูผู้ใจอารีทุกทุกท่าน
ด้วยอารมณ์ที่เป็นกลาง
เพื่อที่จะทำลาย ทิฐิ มานะ ของตัวเจ้าเองเสียก่อน
มิใช่เสแสร้งหรือแกล้งทำ
มิฉะนั้นใจของเจ้าจะไม่เปิดกว้าง
เพื่อรับเอาทุกสิ่งทุกอย่างมาพิจารณา
และ แยกแยะว่าถูกหรือผิด
เจ้าอย่าได้เอาทิฐิเล็กเล็ก น้อยน้อย
มาเป็นม่านที่คอยขวามกั้นเจ้าอยู่เลย
ซึ่งมันไม่มีผลดีเลยนะ ลูกรัก
พุทธะอิสระ
</TD></TR></TBODY></TABLE><!--Signature-->
ศากยบุตร
11-07-2005, 06:21 PM
<HR width="100%" color=#000030 SIZE=1> <TABLE borderColor=#000000 width=450 bgColor=#bbaf39 border=2><TBODY><TR><TD>
http://thummada.com/php_upload/white74.jpg
- ๕๙ -
ลูกรัก......
เราต้องเรียนรู้เพื่อการแก้ทุกข์
ไม่ใช่เปลี่ยนทุกข์
แล้วชั่วชีวิตจะเปลี่ยนสักกี่ครั้ง
พุทธะอิสระ
</TD></TR></TBODY></TABLE>
เปลี่ยนกับแก้
เมื่อเราเจอปัญหา พบความยากลำบาก รู้สึกทุกข์มาก แล้วเราก็ผละหนีจากปัญหาไปสู่สิ่งใหม่ ดูเหมือนเราจะหนีไปได้ แต่ในที่สุดเราก็ต้องกลับมาเจอปัญหาในเนื้อหาเดิมในรูปแบบใหม่ เหตุเพราะเรายังไม่ผ่าน จนกว่าเราจะผ่านพ้นมัน เมื่อนั้นปัญหาก็จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป
สุขและทุกข์มันเป็นเรื่องเดียวกัน ภาวะที่เรายอมรับไม่ได้มันคือทุกข์ ภาวะที่เราเข้าใจมันยอมรับมันทุกข์ก็จะหายไป <!--Signature-->
--------------
<MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 height=20>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</MARQUEE>
ศากยบุตร
11-07-2005, 06:25 PM
<HR width="100%" color=#000030 SIZE=1> <TABLE borderColor=#000000 width=450 bgColor=#bab271 border=2><TBODY><TR><TD>
http://thummada.com/php_upload/white75.jpg
- ๖๐ -
ลูกรัก......
บทสวดมนต์ คือ บทเพลงของคนที่มีความสุข
บทร้องเพลง คือ บทบรรเลงของคนที่มีความทุกข์
พุทธะอิสระ
</TD></TR></TBODY></TABLE>
อะไรคือความสุข อะไรคือความทุกข์
ผมเป็นคนชอบฟังเพลงมาก ก็คงเหมือนกับคนอีกหลายๆคน ไม่มีวันใดที่จะไม่มีเสียงเพลงเข้าหู เมื่อแรกพบบทโศลกบทนี้ก็อึ้ง แต่ก็คิดว่าพระท่านต้องมีเหตุผลที่ทำให้ท่านกล้าจะสรุปฟันธงลงเป็นเช่นนี้ ผมเก็บความสงสัยนี้ไว้เป็นคำถาม แล้วค่อยๆเรียบเคียงหาคำตอบ จากคำตอบในเชิงความต่างในรูปแบบ จนเป็นความต่างในเชิงเนื้อหา และที่สุดเป็นความต่างอย่างสิ้นเชิงในหลายๆด้าน
มองเผินๆก็เหมือนขัดแย้งตรงข้าม เพราะเรามักจะคุ้นเคยกับการสวดมนต์เมื่อไปงานศพ มันเป็นเรื่องเศร้าแล้วจะเป็นของคนทีมีความสุขได้อย่างไร ท่วงทำนองก็ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ ขณะที่บทเพลงต้องเสียเงินซื้อต้องดิ้นรนหาฟัง สีสันท่วงทำนองมีทั้งซึ้งกินใจเร้าใจน่าสนใจออกปานนั้น อย่างนี้คนก็ดิ้นรนหาความทุกข์เองน่ะสิ
ผมค้นพบว่า คำตอบหลายครั้งไม่ได้มีความสำคัญมากมาย เพราะเมื่อรู้แล้วก็จะหยุดคิดหยุดตั้งคำถามและหาคำตอบต่อไป การที่ได้คิดได้หาคำตอบด้วยตัวเอง กับให้ความสำคัญมากกว่า ด้วยการที่ได้คิดเองใคร่ครวญเอง กับได้พบคำตอบอะไรๆอีกหลายอย่างที่เกี่ยวเนื่องและเชื่อมโยง ทำให้คำตอบมันมีมาได้เรื่อยๆ เพราะหลายๆเรื่องมันเกี่ยวเนื่องกันไปหมด เมื่อรู้อย่างหนึ่งมันทำให้รู้เรื่องที่เกี่ยวเนื่องกัน <!--Signature-->
--------------
<MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 height=20>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</MARQUEE><!--E Signature-->
ศากยบุตร
11-07-2005, 06:28 PM
<HR width="100%" color=#000030 SIZE=1> <TABLE borderColor=#000000 width=450 bgColor=#eadbfa border=2><TBODY><TR><TD>
http://thummada.com/php_upload/white71.jpg
- ๕๗ -
ลูกรัก......
จำไว้ว่า พหูสูตรและบัณฑิต ปราชญ์ ที่แท้จริงนั้น
ก่อนที่เขาจะเป็นผู้รู้ที่ดี
ต้องเริ่มต้นจากการเป็นผู้ฟังที่ดีก่อน
ถ้ายังเป็นผู้ฟังที่ดีไม่ได้ ก็จะรู้เรื่องดีดี ของใครไม่ได้
ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องเหลวไหลอย่างไร
เขาย่อมรู้จักเลือกในสิ่งที่เขาควรจะฟัง
พุทธะอิสระ
</TD></TR></TBODY></TABLE>
อะไรคือผู้ฟังที่ดี
อันดับแรกคงต้องรู้จักเลือกที่จะฟัง ฟังในเรื่องที่สร้างสรร มีสาระ ฟังในเรื่องที่ประเทืองปัญญา
ฟังในเรื่องที่ฟังแล้วให้ความผ่อนคลายจิตใจ
ต่อมาเมื่อฟังก็ต้องฟังด้วยใจที่ว่าง ใจเป็นกลาง
ใจไม่ว่าง พูดอะไรมาก็ขอติขอท้วงไว้ก่อน ไม่เปิดใจรับฟัง เหมือนน้ำเต็มแก้ว จะเทลงไปอีก
ไม่ได้แล้ว อย่าติดที่คำพูด ที่ภาษา ให้สนใจว่าเจตนาของผู้พูดต้องการสื่อหรือเสนอแนะอะไร
นอกจากว่างแล้วใจยังต้องเป็นกลาง ไม่ใช่เพราะเราศรัทธาคนพูด เขาว่าอะไรเราก็เชื่อหมด ในทางกลับกันก็ไม่ใช่อคติไว้ก่อน <!--Signature-->
--------------
<MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 height=20>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ </MARQUEE>
vBulletin® v3.7.4, ลิขสิทธิ์ ©2000-2009, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด