PDA

View Full Version : โอสถอักษร กลอนธรรม


Kamen rider
11-07-2005, 07:29 AM
http://www.geocities.com/lek222/b001f.JPG

ภาพ ทิพยาน(Vechicle (http://www.geocities.com/lek222/b001f.JPG)) โดย เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ (Chalermchai Kositpipat )


กัปหนึ่งไหม้หมดสิ้น...... ประลัยกัลป์
ไฟมอดน้ำท่วมพลัน..... หมดสิ้น
กุศลอยู่เทพพรหมผัน .....พึ่งอกนิษฐ์(รูปพรหมสูงสุด)
ลมเป่าน้ำงวดพรหมลิ้น .....เลิศล้น ดินงวน

พรหมนั้นไป่เพศแล้ .....หญิงชาย
เพราะเสพงวนดินกลาย ....เพศสร้าง
อุปาทานยึดติดกลาย ....เสพสุข กามแฮ
สองเพศเกิดอ้างว้าง ....เพศรั้ง สัมพันธ์

อุปมากัปหนึ่งนั้น .....นานเหลือ
หินแท่งบ่เหลือเฟือ.... จตุรัสตั้ง
สูงกว้างหนึ่งโยชน์เครือ..... แท่งทึบ แลนา
ขวบทิพย์ผ้ากวาดครั้ง..... หมดสิ้น ราบแล(1 กัป)

รจนา โดย หลวงพ่อสรวง ปริสุทโธ

เว็บหลวงพ่อ ท่าน http://wattham.com/

Kamen rider
11-07-2005, 07:48 AM
http://www.geocities.com/tokyo/garden/6666/a001.JPG

ปิติสุขในทิพยสถาน1 (Overwhelmed in Heavens 1 ) โดย เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ (Chalermchai Kositpipat )



กิเลสหนาพาไป

อนาจคิดอนิจจา........ กุสลานิว่าดี
ประกอบกรรมประจำมี .......มิว่างเว้นนิรันดร์กาล

บ่ใคร่จะหยุดคง..... เพราะไกล้ดงพญามาร
กิเลสกามะประหาร...... ประเดี๋ยวเดียวก็ม้วยมรณ์

ประตูใจริไขเปิด...... พุทธิเลิศกมลคน
อะไรเล่าอริยผล.....เพราะหลงใหลละเลิงธรรม

ก็มรรคแปดมิปรองดอง.....ดุจครรลองกุศลกรรม
ริสุขก่อนวับหวำ......ระด่าวดิ้นกระเทือนแด

อริยมรรคะสูงสุด......บ่ผันผุดเพราะปรวนแปร
ประหารซึ่งกิเลสแก้......ก็คงพลิกสกนธ์คืน

มรณาสิ้นปัญจขันธ์ ......มิใช่ดันฤขัดขืน
จะดับได้จิตตะฟื้น ......วิมุตติรู้ทัศนญาณ

รจนา โดย หลวงพ่อสรวง ปริสุทโธ
(http://www.geocities.com/tokyo/garden/6666/a001.JPG)

Kamen rider
11-07-2005, 08:20 AM
http://www.geocities.com/tokyo/garden/6666/b003c.JPG

สรรเสริญพระพุทธเจ้า
Songof Praise for the Lord Buddha โดย เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ (Chalermchai Kositpipat )




คติธรรม

นรชนประเสริฐผู้ …..อุบัติสู่ ณ โลกา
นมัสน้อมสุโสภา ….สะสมสิ่งกุศลธรรม
บริจาคเพราะศรัทธา…..กรุณาอุปถัมภ์
อุทิศมุ่งพระสัทธรรม…..คุณาล้นจะใดเหมือน
มนุษย์เทพย์สธุการ ….ผิมายปราณมิแชเชือน
ลุความสุขเพราะได้เยือน….พิมาณแท้บ่แปรปรวน

นรชนผจญโลก….นิรโศกฤจักหา
ตละล้วนมรณา….มละสิ้นชิวินทรีย์
กุศลอกุศล…..ตละตนบ่ายหน้าหนี
ประกอบกรรมกระทำดี…..นิรทุกข์แท้มิแปรปรวน

คณะศิษย์อุทิศตน…..ประกอบบุญกุศลกรรม
ตละล้วนประพฤติธรรม…..ตระหนักจิตพินิจนัย
ประจักษ์แจ้งกะใจตน…..ลุกมลสุจริตใส
สละทานสราญใจ…..กิเลสในจะเบาบาง
ขณะจิตประสบสุข….ประดาทุกข์ก็จืดจาง
ริสมาศิลาทาง….ก็มีญาณกะจิตควร
วิชาธรรมะล้วน…..ลุพ้นนั้นเพราะปัญญา

คติธรรม(บนถังน้ำ)

ธาราสะอาดใส….. ประจุใส่ ณ ถังปูน
เพื่อไว้อนุกูล…..สมณสงฆ์นิกรชน
ผู้สร้างกุศลกรรม…..คติธรรมประเสริฐคน
ผลบุญจะต้องดล…...นฤทุกข์นิรันดรณ์

รจนา โดย หลวงพ่อสรวง ปริสุทโธ

Kamen rider
11-07-2005, 08:54 AM
http://www.geocities.com/lek222/b002b.JPG

ทิพยสถานในจิต2
HeavensIn The Mind 2โดย เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ (Chalermchai Kositpipat )

จินตนาการ
ริเริ่มคิด พินิจนึก….. ตริตรองตรึก ตระหนักใน
อุโบสถ จะสร้างไว้….พระสงกิจ ธุระธรรม

จะได้ทุน ณ แห่งใด…. ประกอบการกุศลกรรม
ระดมคิดฤดีหวำ….วะเหว่ว้า วิตกแด

ระตะนะ มนัสพึ่ง….ระลึกถึง พระช่วยแล
ประกอบการณ์ ประสานแสร์….สมาธิ สุจินไตย

พะลังจิต วิศิษฏ์สงบ….ประสงค์สบ สุสมหมาย
ละลิ่วลาภ ละเลงกราย….ละหลั่งไหล สุสมจินต์

มิเคยขาด มิคาดคิด….จะสมจิต ถวิลสิน
สุศรัทธา ละไหลริน…..ประชุมชน ถวายทาน

วิสุทธิเทพย์
ท่านอยู่นอกโลก..... แต่ภายในโลกนี้
วิสุทธิเทพไม่มีอัตตาภาพ .....พ้นจากความเป้นสัตว์
จึงมิใช่สิ่งมีชีวิต .....มีแต่จิตบริสุทธิ์ล้วนๆ
อยู่ในสุทธากาศ(อากาศบริสุทธิ์) .....ได้ทุกแห่ง
อย่างมีอิสระเสรี....ไม่มีอะไรที่มีอำนาจ
เหนือที่จะทำให้ทุกข์.... ดำรงอยู่อย่างสันติสุข
ตลอดกาลนิรันดร


ส . ค. ส.
ต้องการประสงค์ใด....ประลุผลสฤษฏ์หวัง
อีกทั้งชิวาวัง....วรรณะผ่องพิไลงาม
บรรลุสิ่งสุขารมณ์.....ชนะมายุยืนตาม
ด้วยพระรตะนาสาม.....ประสบสมพลังมวล
ตลอดปีทวีสุข....ตละทุกข์ มิก่อก้วน
เริงใจระริกสรวล....ประลุกิจ กุศลกรรม

รจนา โดย หลวงพ่อสรวง ปริสุทโธ

Paang
11-22-2005, 04:34 PM
http://www.lib.buu.ac.th/SQA01/pic/pa4.gif

ยิ่งหลง ยิ่งวิ่งเข้า กองไฟ
ยิ่งรัก ยิ่งอาลัย ยิ่งกลุ้ม
ยิ่งโกรธ ยิ่งร้อนใจ ทนทุกข์
ยิ่งโง่ ยิ่งห่อหุ้ม จิตให้มืดมัว

เมื่อเกิดมี ชีวิต ย่อมผิดหวัง
เมื่อมีตั้ง ก็มีล้ม ล่มสลาย
เมื่อมีเกิด ทั้งที ก็มีตาย
เมื่อมีหลาย ก็มีลด เป็นบทเรียน
เหมือนน้ำขึ้น น้ำลง ปลงเสียเถิด
เหมือนความเกิด ความดับ กลับแปรเปลี่ยน
เหมือนสว่าง และมืดมน วกวนเวียน
จะเสถียร สถาพร ก็ "ตอนตาย"

ผู้ฉลาด อาจหาญ ชำนาญกล้า
สร้างอำนาจ วาสนา ให้กล้าหาญ
จนผู้อื่น ไม่กล้าติ กล้าวิจารณ์
เพราะกลัวลาน เชิงฉลาด อำนาจนั้น
ส่วนนักปราชญ์ อาจหาญ ชำนาญยิ่ง
ไม่สร้างสิ่ง กีดขวาง หรือกางกั้น
คำตำหนิ ลึกตื้น ทุกคืนวัน
สดับมั่น ด้วยสามารถ จึงปราชญ์จริง

จงหยุดเถิด หยุดดู รู้ที่จิต
ความนึกคิด เกิดดับ กลับเสื่อมหาย
กำหนดรู้ จิตใจ ไม่วุ่นวาย
รู้แยบคาย ภายใน ใจเพ่งดู

Paang
11-22-2005, 04:36 PM
http://www.somdiary.com/mcontents/1052932423somdiarycom3.gif

สิ่งนั้นๆ เป็นเหมือนของเกลื่อนกลาด
ที่เป็นบาป เก็บกวาด ทิ้งใต้ถุน
ที่เป็นบุญ มีไว้ เพียงเจือจุน
ใช้เป็นคุณ สะดวกดาย คล้ายรถเรือ
หรือบ่าวไพร่ มีไว้ใช้ ใช่ไว้แบก
กลัวตกแตก ใจสั่น ประหวั่นเหลือ
เรากินเกลือ ใช่จะต้อง บูชาเกลือ
บุญเหมือนเรือ มีไว้ขี่ ไปนิพพาน
มิใช่เพื่อ ไว้ประดับ ให้สวยหรู
เที่ยวอวดชู แบกไป ทุกสถาน
หรือลอยล่อง ไปในโลก โอกันดาร
ไม่อยากข้าม ขึ้นนิพพาน เสียดายเรือ


โพธิสัตว์ คือสัตว์ มุ่งพัฒนา
ให้โพธิแผ่ แกกล้า เต็มความหมาย
ดูให้ดี มีอยู่จริง ทั้งหญิงชาย
ดูงมงาย จะไม่มี ที่ไหนเลย
ถ้าทุกคน ดิ้นรน เพื่อโพธิ
มันค่อยผลิ ออกไป ไม่หยุดเฉย
ถ้ามัวแต่ ร้องว่าแย่ ยอมแพ้เว้ย
ในโลกเลย ไม่มี โพธิชน
อย่ายอมแพ้ มุ่งแต่ ปลูกโพธิ
ให้เต็มสติ กำลัง หวังเอาผล
ไม่เสียที ที่ได้เกิด มาเป็นคน
ได้ผ่านพ้น อวิชชา เพราะกล้าทำ

Paang
11-22-2005, 04:38 PM
http://www.cardforu.com/image/pc45050.gif

ระลึกถึงความตายสบายนัก
มันหักรักหักหลงในสงสาร
บรรเทามืดโมหันอันตพาล
ทำให้หารหายสะดุ้งไม่ยุ่งใจ

เวลาใดทำใจผ่องแผ้ว เหมือนได้แก้วมีค่าคือราศี
เวลาใดทำใจให้ราคี เหมือนมณีแตกหมดลดราคา
ความสุขทางใจนั้นหายาก คนส่วนมากไม่ชอบจะแสวงหา
ชอบแสวงหาความสุขเพียงหูตา มันจะพาชักจูงให้ยุ่งใจ

Paang
11-23-2005, 10:18 AM
มงคลชีวิต

ยศและลาภ หาบไป ไม่ได้แน่
มีเพียงแต่ ต้นทุน บุญกุศล
ทรัพย์สมบัติ ทิ้งไว้ ให้ปวงชน
แม้ร่างตน เขาก็เอา ไปเผาไฟ
เมื่อเจ้ามา มีอะไร มาด้วยเจ้า
เจ้าจะเอา แต่สุข สนุกไฉน
เจ้ามามื่อเปล่า เจ้าจะ เอาอะไร
เจ้าก็ไป มือเปล่า เหมือนเจ้ามา

....สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี).....

Paang
11-25-2005, 03:46 PM
http://www.thairath.co.th/thairath1/2548/column/scooper/feb/images/scooper3.jpg

ธรรมลีลา
โดย มงคล ทิพย์รัตน์

“ ชรา ”
คนเฒ่าบอกว่า
ความแก่ชรา มันไม่ไปไหน
ตายแต่เพียงร่าง ทุกอย่างเหลือไว้
“ กูไม่เอาไป ทิ้งไว้ให้มึง ”

ร่างกายสังขาร
ผ่านพ้นห้วงกาล ให้หวนคิดถึง
เมืองครั้งยังหนุ่ม กล้ามเนื้อกลมกลึง
ส่วน***รัดรึง แก่แล้วหย่อนยาน

ตายแต่เพียงตัว
ไม่ต้องไปกลัว ถามยมบาล
นัยน์ตาฝ้าฟาง ยกให้ลูกหลาน
มรดกทาน ขอหลานรับไว้

ฟันกุดฟันหัก
หูตึงหลานรัก ปู่จักแถมให้
ความจำเลอะเลือน ฟั่นเฟือนจิตใจ
ไปไหนมาไหน สี่ตีนก้มคลาน

โอว่าหลานปู่
หลานคงไม่รู้ ว่าปู่รำคาญ
แก่เฒ่าชรา ใช่น่าเบิกบาน
สุข ทุกข์ สำราญ ไม่นานหลานรู้

จงจดจำไว้
ท่องให้ขึ้นใจ เถิดหนาหลานปู่
ความแก่ชรา อันไม่น่าดู
“ทุกสิ่งของกู กูทิ้งให้มึง”

ที่มา จากนิตยสาร เสขิยธรรม

อนันตประทีป
11-26-2005, 02:14 AM
คารวะธรรม คารวะคุณ

มนน้อมสิโรราบ ประจงกราบผู้ทรงคุณ
" วิริเย…..ทุกขัง ”จุน ประหนึ่งดั่งทิพย์กวี
กลบทพุทธธรรม สะสมจำทำความดี
ผิว่าล่วงสุขาวดี ภยพ้นสู่แดนสรวง


นโม….ด้วยนอบน้อม ละมุนม่อมถนอมยิน
อสุชลหลั่งดุจดังพิณ ตะเลงเพลงกล่อมโลกา
สะอื้นไห้ไร้น้ำเสียง ผิว่าเพียงจะเพรียกหา
ตริสรณคมน์บ่มวิชา ธ ผู้กล้าจลจร

ปรโลกกำหนดไว้ สิครรไลจะอำลา
วะแว่วเสียงสวรรคา ณ ภพหน้าสำนึกนำ
นโม…..ด้วยนอบน้อม ละมุนม่อมกล่อมวิญญาณ
ระรวยรินดุจลมปราณ กระฉอกคลื่นอันแผ่วเบา


ชิวิตาฤาปลิดปลง จะธำรงซึ่งศรัทธา
แสวงพุทธิปัญญา สว่างแม้นอโณทัย
มนัสเปล่งสาธุการ นฤมาลย์สดุดี
อธิปัชฌาจาริยวดี คุรุข้าฯผู้ยิ่งยง

อนันตประทีป
11-28-2005, 07:52 PM
<CENTER>http://picdb.thaimisc.com/dokgaew/4368.jpg?n</CENTER>

<CENTER>กลางนทีสีทันดรย้อนสมัย
อาชาไนยเอกบุรุษพิสุทธิ์ศรี
ตั้งมโนปณิธานหาญฤดี
หมายเสรีช่วยสัตว์ให้พ้นภัย

สี่อสงไขยกาลผ่านล่วงแล้ว
ประทีปแก้วงามผ่องต้องสมัย
ตรัสรู้พระธรรมโปรดเวไนย
ปฐพีสะเทือนไหวประกาศคุณ

ความไพเราะเสนาะโสตยามโปรดสัตว์
ทรงดำรัสธรรมกถามาเกื้อหนุน
ให้บรรลุทั่วธรรมเพื่อค้ำจุน
ดั่งอรุณผลิบัวบานบนลานธรรม

ทรงสอนครูรู้ปิโยทุกโอกาส
ครุชาติควรบูชิตจิตเลิศล้ำ
ภาวนีโยพร้อมเพื่อน้อมนำ
วัตตาจะรู้พร่ำแถลงมนต์

วจนักขโมไม่โอ่ถ้อย
อดทนคอยสดับรับเรื่องหน
คัมภีรัญจะ กถังกัตตารู้เบื้องกล
แสดงธรรมล้ำล้นละเอียดความ

โน จัฏฐาเน นิโยชเย
ไม่ซวนเซพาหลงเข้าพงหนาม
สอนให้ศิษย์ได้พ้นความต่ำทราม
เป็นนิยามกัลยาณมิตรคือจิตครู

ความงดงามในโลกหล้าจึงปรากฏ
จากครรลองของบทจากผู้รู้
เฝ้าอบรมให้ศิษย์พินิจดู
ฝึกให้รู้ความเป็นไปในวิชา

ขอก้มกราบบูชาค่าคุณท่าน
อภิวันผู้มอบพระศาสนา
คือพระพุทธองค์ทรงสัมมา
อีกสังฆาและครูผู้รู้ธรรม

ปาเจราจริยา โหนฺติ คุณุตฺตรานุสาสกา
ปญญาวุฑฺฒิกเรเตเต ทินฺโนวาเท นมามิหํ </CENTER>