PDA

View Full Version : คัมภีร์คุหยะ-สมาช-ตันตระบทที่ ๙ สุวิชัยวิศุทธิปรมัตถ์สัจจะสมาธิปริวรรต


Kamen rider
11-22-2007, 12:47 AM
คัมภีร์คุหยะ-สมาช-ตันตระบทที่ ๙ สุวิชัยวิศุทธิปรมัตถ์สัจจะสมาธิปริวรรต
บทว่าด้วยความจริงแท้แน่นอนของสมาธิอันบริสุทธิ์ยอดเยี่ยมประเสริฐยิ่ง.

พระทานปาละเถระพากย์จีน
สามเณรศุภโชค ตีรถะ พากย์ไทย

ครั้งนั้นแลพระวัชรปาณี
ยังศูนยตาอักษราลักษณะให้ปรากฏขึ้น
อภิเษกมรรคาทั้งหลาย
สิ่งทั้งหลายยอดเยี่ยมเป็นอิสระ
กาย วาจา ใจประกอบกัน
มณฑลแห่งการกระทำทั้ง ๓
ประกาศแสดงซึ่งธรรมอันยอดเยี่ยมประเสริฐยิ่ง
พระพุทธเจ้าทั้งหลายคุหยะปัญญา
พึงสถิตในศูนยตาพิจารณาสัญญา
วัชระมณฑล
ภายในปรากฏพระอโษภยมุนีผู้ควรแก่การเคารพ
สัญญาจับยึดเอาวัชระคฑา
รัศมีประภาสยิ่งใหญ่โชติช่วงประกายแสงแพรวพราวเป็นยิ่งนัก
รัศมีทั้ง ๕ ครบถ้วนบริบูรณ์
พระพุทธเจ้าทั้งในตรีกาลปรากฏขึ้น
วัชรสกุลแปรปรวน
กาย วาจา ใจประกอบกัน
สัญญาวัชระยอดเยี่ยมประเสริฐยิ่ง
ญาณสมาธิธรรมเป็นประมุข(สำคัญที่สุด)
จิตเสมอภาคสำเร็จบริบูรณ์
หมู่คุหยะวัชระทั้งหลาย
สามารถทะลายสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง
อโษภยวัชระชาตะ
สถิตในวิสัยเขตแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
ดังเช่นนี้ชื่อว่าเป็นอโษภยตถาคตปรมัตถ์สัจจะสมาธิพิจารณาสัญญาธรรมในวัชรสกุล

ครั้นนั้นแลพระวัชรปาณี
ปัญญาวิมุติสำเร็จบริบูรณ์
ภาวะแห่งความเป็นตัวตนบริสุทธิ์ไร้มลทิน
เข้าสู่มหาโพธิจริยา
แสดงปรมัตถ์สัจจะสมาธิ
สำเร็จพุทธะโพธิธรรม
พึงสถิตอยู่ในอากาศธาตุ
สัญญา(ระลึกถึง)พุทธมณฑล
ภายในปรากฏพระไวโรจนมุนีผู้ควรแก่การเคารพ
ตลอดจนสัญญา(ระลึกถึง)พระพุทธเจ้าทั้งหลาย
พร้อมด้วยรัตนะทั้งหลายประกอบกัน
สำเร็จเป็นวัชระฉายารูป(รูปภาพ)
จากตรีวัชระนี้
ปรากฏรัตนะอันยอดเยี่ยมทั้งหลาย
เสมอภาคจินดามณี(สมดังใจปรารถนา)
ปรากฏครบถ้วนบริบูรณ์ซึ่งรัตนะสาคร(แสดงซึ่งความล้ำค่าที่มีมากมายกว้างใหญ่ดุจทะเล)
พระพุทธเจ้าทั้งปวงมหามุนี
ปรากฏพุทธบุตรทั้งหลายขึ้น
ดังเช่นนี้ชื่อว่าเป็นอยู่ในพุทธสกุลไวโรจนตถาคตปรมัตถ์สัจจะสมาธิอยู่ในสกุลทั้งหลายมหาปัญญาพิจารณาสัญญาธรรม

ครั้นนั้นแลพระวัชรปาณี
แสดงภาวะอันหมองมนในวิมุติ
คุหยะบริสุทธิ์ไม่ขัดข้องในสิ่งใด
ปัทมมณฑล
พึงสถิตอยู่ในอากาศธาตุ
สัญญา(ระลึกถึง)มหามณฑล
ภายในปรากฏพระอมิตายุส
ตลอดจนการเคารพบูชาต่อพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
คุหยะจริยาประกอบกัน
ตลอดจนสัญญา(ระลึกถึง)คำสั่งสอนทั้งหลาย
วัชระอันยอดเยี่ยมประเสริฐยิ่งนี้
ประกอบไปด้วยสมาธิทั้ง ๔
สองรากฐานเดิมพึงประกอบ(มีการตีความหลายนัยเช่นชายกับหญิง มูลฐานที่เป็นประโยชน์กับมูลฐานที่ไม่เป็นประโยชน์)
สามารถปรากฏขึ้นมาได้ ๒ ประการ
พิจารณาสัญญา(ระลึกถึง)พระตถาคตทั้งหลาย
สำเร็จตรีวัชระบริบูรณ์
ดังเช่นนี้ชื่อว่าเป็นอมิตายุสตถาคตปรมัตถ์สัจจะสมาธิพิจารณาสัญญาธรรมในปัทมสกุล

ครั้งนั้นแลพระวัชรปาณี
วัชระวิทยาประโยคสัจจะ
อนัตตาปัญญาปรากฏเกิด
ประกาศแสดงธรรมตามเช่นนั้น
พึงสถิตอยู่ในอากาศธาตุ
สัญญา(ระลึกถึง)พุทธมณฑล
ปรากฏพระอโมฆสิทธิ
ตลอดจนพิจารณาสัญญา(ระลึกถึง)พระพุทธเจ้าทั้งหลาย
พระพุทธเจ้าทั้งปวงมิได้ตั้งอยู่
ละห่างจะลักษณะวจีวาทะทั้งปวง
สัจจะล้วงลวงตลอดจนฉายารูป
ทั้งหมดล้วนสถิตในวัชระประโยค
พระวัชรปาณีทรงแสดง
พระพุทธเจ้าแลพระโพธิสัตว์ได้บังเกิด
วจีวาทะแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลายนี้
เป็นดุจศูนยตาบริสุทธิ์ไร้มลทิน
แสดงมหาวิทยาสำเร็จบริบูรณ์
คุหนะปัญญาสู่โพธิ
สมาธิประโยคชุมนุมสกุล
ก็ได้อรรถาธิบาปรมัตถ์สัจจะ
ดังเช่นนี้ชื่อว่าเป็นอยู่ในสมาธิประโยคชุมนุมสกุลแห่งพระอโมฆสิทธิตถาคตปรมัตถ์สัจจะสมาธิพิจารณาสัญญาธรรม

ครั้งนั้นแลพระวัชรปาณี
ตรีวัชรไม่ได้ตั้งอยู่
ธำรงตั้งมั่นไม่สามรถทำให้เสียไปได้
ประกาศแสดงความจริงอย่างเช่นนั้น
พึงสถิตอยู่ในศูนยตาพิจารณาสัญญา
สมาธิมณฑล
อยู่ในสัญญา(ระลึกถึง)พระรัตนสัมภวมุนีผู้ควรแก่การเคารพ
ตลอดจนปรากฏซึ่งฉายารูปทั้งหลาย
ผู้ฝึกฝนโยคะจริยานี้
พึงเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งซึ่งธรรมทั้งหลายอันเป็นศูนยตา
การแสดงตามใจชอบมิใช่ธรรมวาที
อีกทั้งย่อมตั้งอยู่ในปัญญาอันบริสุทธิ์
ดังเช่นนี้ชื่อว่าเป็นอยู่ในรัตนะสกุลทั้งหลายแห่งพระรัตนสัมภวะตถาคตวัชระปัญญาวยูหะสมาธิพิจารณาสัญญาธรรม

ขณะนั้นแลในที่สันนิบาตนั้นมีพระโพธิสัตว์พระองค์หนึ่ง นามว่าสรวตถาคตสมาธิวัชรธวัช พร้อมด้วยเหล่าพระโพธิสัตว์ มหาสัตว์ทั้งหลายไม่อาจที่จะนับได้ไม่อาจที่จะคาดคะเนได้ดุจการนับฝุ่นละอองแลประมาณการของเขาพระสุเมรุราชเป็นต้น ได้สดับฟังพระตถาคตทั้งปวงแสดงธรรมกถานี้จบลงแล้ว บังเกิดความเกรงกลัวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนมารวมกัน ก็แลในที่สันนิบาตนั้นปรากฏเสียงที่ก้องกังวาน(ยิ่งใหญ่) ทั้งหมดต่างก็ได้กล่าวว่า พระพุทธเจ้าทั้งหลายตถาคตคุหยธิบดี(ผู้เป็นใหญ่ในความลึกลับ) ปรากฏผ่านทั้งตริธาตุ(กามภูมิ รูปภูมิ อรูปภูมิ)แทงตลอด(เข้าใจหมด)ซึ่งธรรมทั้งหลายทั้งปวงในโลกนี้ ไฉนเลยจึงกล่าว่ามิใช่ธรรมวาทีย่อมสำเร็จปัญญาอันบริสุทธิ์

สมัยนั้นแลพระภควันต์มหาไวโรจนวัชระตถาคต จึงทรงตรัสแสดงแก่งพระโพธิสัตว์ทั้งหลายว่า พอก่อนเถิดกุลบุตรอย่างพึงอย่างอย่างนั้นเลย เพราะเหตุไฉนฤา เธอทั้งหลายพึงทราบเถิดว่าคุหยจริยาอันยอดเยี่ยมประเสริฐยิ่งนี้ก็คือโพธิสัตว์จริยา โพธิสัตว์จริยานี้ก็คือตถาคตจริยา ตถาคตจริยานี้ก็คือมนตราจริยา(สัตย์วาจาจริยา) ดูก่อนกุลบุตรทั้งหลาย อุปมาดั่งอากาศธาตุที่อาศัยอยู่ในที่ทุกสถานไม่ได้มีลักษณะการตั้งอยู่ อากาศธาตุไม่ได้ตั้งอยู่ธรรมทั้งหลายก็เป็นเช่นนั้นแล ธรรมทั้งหลายเป็นดังเช่นนี้แล้วจักมีการตั้งอยู่ได้อย่างไร ไม่ตั้งอยู่ในกามธาตุไม่ตั้งอยู่ในรูปธาตุ ไม่ตั้งอยู่ในอรูปธาตุ ไม่ตั้งอยู่ในมหาภูตรูป ๔(ดินน้ำไฟลม)เป็นต้น ดูก่อนกุลบุตรทั้งหลายธรรมทั้งหลายไม่ได้ตั้งอยู่ ความจริงของความสงบนั้น(นิพพาน)ก็พึงทราบตามดังเช่นนี้แล พระพุทธตถาคตทั้งหลายทรงทราบรู้จิตของสรรพสัตว์ทั้งหลายได้บังเกิดปิติสุขอันน่าปรารถนา คล้อยตามประกาศแสดงทางเข้าแห่งธรรมทั้งปวง การได้แสดงธรรมนี้ราวกับเป็นเพียงอากาศธาตุละห่างจากการมีอยู่ของลักษณะทั้งปวง ตถาคตสมาธิก็ไม่ได้มีการตั้งอยู่เลย ดูก่อนกุลบุตรทั้งหลาย อุปมาดั่งบุคคลหนึ่งถือลูกศรที่ด้ามทำมาจากไม้แล้วจุดไฟ ด้วยกำลังความมุ่งมั่นบากบั่นที่เพิ่มพูลของเขาควันไฟก็จักค่อยๆที่จะเกิดขึ้น ครั้นแล้วหลังจากนั้นไม่นานนักไฟก็จักเริ่มลุกขึ้นมา เมื่อการลุกขึ้นมานั้นสิ้นสุดลงก็จะดับไปอย่างสนิท ก็ด้วยการอาศัยไฟที่ลุกขึ้นนี้ไม่ตั้งอยู่ในด้ามของลูกศร ไม่ตั้งอยู่ที่ไม้ของเขาไม่ได้ตั้งอยู่ที่มือของบุคคลนั้น (แต่ตั้งที่ปลายลูกศร) ดูก่อนกุลบุตรทั้งหลาย พระพุทธตถาคตทั้งหลายได้มีสมาธิอยู่ก็เป็นตั้งเช่นนี้แล (ทำนองว่ามีสมาธิแต่ไม่ติดอยู่ในสมาธิ-ความเข้าใจของผู้แปล) สิ่งทั้งหลายไม่ได้ตั้งอยู่มิใช่การมามิใช่การไปธรรมทั้งปวงก็เป็นดังเช่นนี้แล

สมัยนั้นพระโพธิสัตว์ มหาสัตว์ทั้งหลาย ได้สดับฟังพระธรรมเทศนาของพระผู้มีพระภาคสิ้นสุดลงแล้ว จิตบังเกิดศรัทธาเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง ได้อุทานร่วมกันอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งหมดล้วนเพลิดเพลินยินดีเป็นล้นพ้นได้กล่าวบทสรรเสริญว่า

กว้างขวางยิ่งใหญ่หาได้ยากยิ่งธรรมอันยอดเยี่ยมประเสริฐยิ่ง
ละห่างจากลักษณะสงบสงัดเงียบ(นิพพาน)ดุจอากาศธาตุ
ทำลายเครือข่ายของความสงสัยทั้งปวงเข้าสู่ทางอันบริสุทธิ์
ด้วยเหตุนี้จึงกล่าวสรรเสริญแสดงปรมัตถ์สัจจะ.
:yociexp48:http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=mmk&group=25