Kamen rider
11-22-2007, 12:44 AM
บทที่ ๘ ปริวรรตว่าด้วยเรื่องสุวรรณวิชัยธารณี
<!-- Main -->
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประทับอยู่ท่ามกลางหมู่ชนเป็นอันมาก ทรงตรัสกับสุประดิษฐิตะโพธิสัตว์ มหาโพธิสัตว์(ผู้สถิตอยู่ในคุณงามความดี)ว่า ดูก่อนกุลบุตร มีธารณีหนึ่งนามว่าสุวรรณวิชัย หากว่ามีกุลบุตรกุลธิดาบุคคลใด ผู้ปรารถนาพอใจเฝ้าแสวงหาพระพุทธเจ้าทั้งหลายในอดีต ปัจจุบัน อนาคต เพื่อที่จะใกล้ชิดทัศนาเคารพนอบน้อมถวายเครื่องสักการะ จึงควรที่จะรับถือธำรงไว้ซึ่งธารณีนี้ เพราะเหตุใดฤา คือธารณีนี้เป็นมารดาแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลายในตรีกาลคืออดีต ปัจจุบัน อนาคต ดังนั้นแลทราบเถิดว่าควรแก่การธำรงไว้ผู้ธำรงไว้ซึ่งธารณีนี้ ย่อมเพียบพร้อมด้วยบุญวาสนาความผาสุกคุณธรรมที่ยิ่งใหญ่มากมายเป็นที่สุด พระพุทธเจ้าทั้งหลายในอดีตกาล ทำให้กุศลมูลทั้งหลายบังเกิดขึ้นบัดนี้ย่อมธำรงรักษาทรงไว้ ในศีลวิศุทธิ(ศีลอันบริสุทธิ์) ไม่มีการพินาศไม่มีการขาดตกบกพร่อง ไร้การมีอยู่ของสิ่งกีดขวางที่กางกั้นอยู่ มีความเด็ดขาดสามารถเข้าถึงธรรมวิถีอันลึกล้ำยิ่งนักนั้น (กาลนี้แล) พระผู้มีพระภาคเจ้าจักทรงแสดงการธำรงไว้ซึ่งธารณีธรรม แต่ก่อนเบื้องหน้านี้พึงสรรเสริญพระนามแห่งพระพุทธเจ้าตลอดจนพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย ด้วยถึงจิตที่เคารพนอบน้อมสักการะ หลังจากนั้นจึงพึงท่องธารณี
ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระพุทธเจ้าทั้งหลายทั้งปวงในทศทิศ ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระโพธิสัตว์มหาสัตว์ทุกๆพระองค์ ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระสาวก พระปัจเจกพุทธเจ้า ภัทรอริยสาวกทั้งหลาย
ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระศากยมุนีพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระอจลนาถพุทธเจ้าแห่งทิศตะวันออก ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระรัตนธวัชพุทธเจ้าแห่งทิศใต้ ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระอมิตาภะพุทธเจ้าแห่งทิศตะวันตก ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระทุนทุภิษวรราชาพุทธเจ้าแห่งทิศเหนือ ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระไวบูลยมหาคุณพุทธเจ้าแห่งทิศเบื้องบน ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระวิทยาคุณพุทธเจ้าแห่งทิศเบื้องล่าง ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระรัตนครรภ์พุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระสมันตประภาสพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระสรรววิทพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระคันธาลยพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระปุณฑรีกวิชัยพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระสมภาพทัศนาพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระรัตนศิขินพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระรัตนุตตมพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระรัตนประภาสพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระวิมลรัศมีพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระสุรัสวดีลังการวิตักกพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระวิศุทธิจันทรประภาสกีรติลักษณะราชาพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระคันธวยูหประภาสพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระประภาสวิทยาราชาพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระสุรัศมีวิมลกีรติราชาพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระอิกษณีอเภตริอิศวราชาพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระอเภตรินามกีรติพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระวิชัยราชาพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์มหาสัตว์ ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มหาสัตว์ ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระอากาศครรภ์โพธิสัตว์มหาสัตว์ ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระมัญชุศรีโพธิสัตว์มหาสัตว์ ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระวัชรปาณีโพธิสัตว์มหาสัตว์ ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระสมันตภัทรโพธิสัตว์มหาสัตว์ ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระอักษยมติโพธิสัตว์มหาสัตว์ ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระมหาสถามปราปต์โพธิสัตว์มหาสัตว์ ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระเมตตรัยโพธิสัตว์มหาสัตว์ ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระสุมติโพธิสัตว์มหาสัตว์
แลจักกล่าวธารณีว่า
นำมอเฮอลาตานหนอตัวลาเหยี่ยเยีย (นโมรตฺน-ตฺรยาย) ตานจื้อถัว (ตถฺยถา) จวินตี้ จวินตี้(เข้าใจว่าคือ จิต ) จวิ๋เจว๋อลี่ (เข้าใจว่าคือ เจตสิก) อิจวื่อหลี มี่จวื่อหลี ซัวเฮอ(สวาหา)
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกับพระสุประดิษฐิตะโพธิสัตว์ว่า ธารณีนี้คือพุทธมารดาในตรีกาล ทว่า หากว่ามีกุลบุตร กุลธิดาบุคคลใดเป็นผู้รับถือทรงไว้ซึ่งธารณีนี้ ย่อมทำให้เกิดบุญวาสนาความผาสุกมารวมตัวกันไม่มีประมาณไม่มีที่สิ้นสุด ครั้นแล้วจักเป็นการนอบน้อมเคารพสักการะย่อมสรรเสริญด้วยความเคารพต่อพระพุทธเจ้าทั้งหลายอันไม่อาจจะคนานับได้ เช่นนี้แลพระพุทธเจ้าทั้งหลายล้วนพร้อมด้วยบุคคลนี้ทั้งหมดนั้น ต่างรับมอบพระสัมมาสัมโพธิญาณทรงจำไว้ไม่ลืมเลือน ดูกรสุประดิษฐิตะ ถ้าหากว่ามีบุคคลใดก็ตามสามารถเป็นผู้ธำรงไว้ซึ่งธารณีนี้ ด้วยเป็นตามความพอใจของเขา(ไม่มีใครชวน) ย่อมได้เสื้อผ้าอาภรณ์อาหารสินทรัพย์มากหลาย มีการสดับฟังด้วยสติปัญญาอย่างเฉลียวฉลาดไม่มีโรคาพยาธิอายุวัฒนะ แลได้รับความผาสุกมากหลายนัก ตามความปรารถนาที่เฝ้าแสวงหา ไม่มีทางไม่สมมโนรสเจตนา ดูกรสุประดิษฐิตะ ผู้ธำรงรักษาไว้ซึ่งธารณีนี้ แม้ยังไม่เคยพิสูจน์พระอนุตตรสัมโพธิให้ชัดแจ้งถึงพร้อม ก็มีปกติเสมือนด้วยพระวัชรนคราบรรพตโพธิสัตว์ พระเมตตรัยโพธิสัตว์ พระมหาสาครโพธิสัตว์ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ พระมัญชุศรีโพธิสัตว์ พระมหากรกาตครโพธิสัตว์เป็นต้น แลก็ร่วมหยุดอยู่อาศัยด้วย ย่อมเป็นเพราะพระโพธิสัตว์ทั้งหลายทรงรับมาปกปักรักษา ดูกรสุประดิษฐิตะพึงทราบเถิดว่า เพลาที่ได้ธำรงซึ่งธารณีนี้ การกระทำธรรมดังเช่นนั้น แต่เบื้องหน้าพึงท่องสาธยายธำรงไว้ให้บริบูรณ์หนึ่งหมื่นแปดจบ ทำให้เกิดความเหมาะสมเป็นเบื้องหน้า อันดับนั้นแลในห้องมืด(ห้องที่มีแสงสว่างน้อย) ที่ธรรมสถานนั่นงดงามอลังการนัก (หมายถึงวัดก็ได้) ค่ำคืนที่มืดมนหนึ่งวัน(หนึ่งคืนหนึ่งวัน) อาบน้ำชำระกายให้บริสุทธิ์แลสวมอาภรณ์ที่บริสุทธิ์ปรากฏโดดเด่นเป็นสง่าสดใสนัก เผาเครื่องหอมโปรยดอกไม้ให้กระจายไป พร้อมด้วยถวายภัตตาหารเครื่องดื่มทั้งหลายการเคารพถวายสักการะต่างๆนานานั้น นำเข้ามายังที่ธรรมสถาน เริ่มแรกพึงสรรเสริญนอบน้อมกล่าวเช่นนั้นต่อเบื้องหน้าแห่งพระพุทธเจ้าแลพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย ถึงจิตความยิ่งใหญ่นัก ขมากรรมแต่เบื้องหน้าโทษนั้นให้สิ้นสุดลง คุกเข่าเบื้องขวากับพื้นปฐพี เบื้องหน้าได้สาธยายท่องบ่นธารณี หนึ่งพันแปดรอบโดยบริบูรณ์ นั่งขัดคู้สมาธิพินิจพิจารณา ระลึกถึงปณิธานของตน ในวันสุดท้ายเมื่อพ้นจากเพลานั้นแล้ว เมื่ออยู่ในธรรมสถานนี้ จะมีอาหารอันบริสุทธิ์แลจะอาหารที่ไม่บริสุทธิ์ก็ตาม หนึ่งวันก็สักแต่ว่ามันเป็นเพียงแค่อาหารเท่านั้น จนถึงสิบห้าวัน เมื่อได้ตรงออกจากธรรมสถานนั้น บุคคลนี้ก็จักสามารถทำให้บุญวาสนาความผาสุกเกิดขึ้นแลจะมีพลานุภาพที่เป็นอจินไตยไม่ควรคิด ด้วยตามความปรารถนาขอร้องนั้น ไม่มีคำว่าไม่สำเร็จบริบูรณ์ แต่ทว่าหากมิสมประสงค์มโนรสไซร้ย่อมเข้าไปยังธรรมสถาน ครั้นเมื่อเข้าไปถึงแล้วแม้นสรรเสริญกล่าวขานเมื่อจิตดับลงย่อมทรงไว้มิลืมเลือน.
:yociexp15:http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=mmk&month=07-2007&date=07&group=22&gblog=2 (http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=mmk&month=07-2007&date=07&group=22&gblog=2)
<!-- Main -->
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประทับอยู่ท่ามกลางหมู่ชนเป็นอันมาก ทรงตรัสกับสุประดิษฐิตะโพธิสัตว์ มหาโพธิสัตว์(ผู้สถิตอยู่ในคุณงามความดี)ว่า ดูก่อนกุลบุตร มีธารณีหนึ่งนามว่าสุวรรณวิชัย หากว่ามีกุลบุตรกุลธิดาบุคคลใด ผู้ปรารถนาพอใจเฝ้าแสวงหาพระพุทธเจ้าทั้งหลายในอดีต ปัจจุบัน อนาคต เพื่อที่จะใกล้ชิดทัศนาเคารพนอบน้อมถวายเครื่องสักการะ จึงควรที่จะรับถือธำรงไว้ซึ่งธารณีนี้ เพราะเหตุใดฤา คือธารณีนี้เป็นมารดาแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลายในตรีกาลคืออดีต ปัจจุบัน อนาคต ดังนั้นแลทราบเถิดว่าควรแก่การธำรงไว้ผู้ธำรงไว้ซึ่งธารณีนี้ ย่อมเพียบพร้อมด้วยบุญวาสนาความผาสุกคุณธรรมที่ยิ่งใหญ่มากมายเป็นที่สุด พระพุทธเจ้าทั้งหลายในอดีตกาล ทำให้กุศลมูลทั้งหลายบังเกิดขึ้นบัดนี้ย่อมธำรงรักษาทรงไว้ ในศีลวิศุทธิ(ศีลอันบริสุทธิ์) ไม่มีการพินาศไม่มีการขาดตกบกพร่อง ไร้การมีอยู่ของสิ่งกีดขวางที่กางกั้นอยู่ มีความเด็ดขาดสามารถเข้าถึงธรรมวิถีอันลึกล้ำยิ่งนักนั้น (กาลนี้แล) พระผู้มีพระภาคเจ้าจักทรงแสดงการธำรงไว้ซึ่งธารณีธรรม แต่ก่อนเบื้องหน้านี้พึงสรรเสริญพระนามแห่งพระพุทธเจ้าตลอดจนพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย ด้วยถึงจิตที่เคารพนอบน้อมสักการะ หลังจากนั้นจึงพึงท่องธารณี
ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระพุทธเจ้าทั้งหลายทั้งปวงในทศทิศ ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระโพธิสัตว์มหาสัตว์ทุกๆพระองค์ ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระสาวก พระปัจเจกพุทธเจ้า ภัทรอริยสาวกทั้งหลาย
ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระศากยมุนีพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระอจลนาถพุทธเจ้าแห่งทิศตะวันออก ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระรัตนธวัชพุทธเจ้าแห่งทิศใต้ ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระอมิตาภะพุทธเจ้าแห่งทิศตะวันตก ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระทุนทุภิษวรราชาพุทธเจ้าแห่งทิศเหนือ ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระไวบูลยมหาคุณพุทธเจ้าแห่งทิศเบื้องบน ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระวิทยาคุณพุทธเจ้าแห่งทิศเบื้องล่าง ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระรัตนครรภ์พุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระสมันตประภาสพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระสรรววิทพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระคันธาลยพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระปุณฑรีกวิชัยพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระสมภาพทัศนาพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระรัตนศิขินพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระรัตนุตตมพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระรัตนประภาสพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระวิมลรัศมีพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระสุรัสวดีลังการวิตักกพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระวิศุทธิจันทรประภาสกีรติลักษณะราชาพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระคันธวยูหประภาสพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระประภาสวิทยาราชาพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระสุรัศมีวิมลกีรติราชาพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระอิกษณีอเภตริอิศวราชาพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระอเภตรินามกีรติพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระวิชัยราชาพุทธเจ้า ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์มหาสัตว์ ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มหาสัตว์ ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระอากาศครรภ์โพธิสัตว์มหาสัตว์ ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระมัญชุศรีโพธิสัตว์มหาสัตว์ ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระวัชรปาณีโพธิสัตว์มหาสัตว์ ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระสมันตภัทรโพธิสัตว์มหาสัตว์ ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระอักษยมติโพธิสัตว์มหาสัตว์ ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระมหาสถามปราปต์โพธิสัตว์มหาสัตว์ ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระเมตตรัยโพธิสัตว์มหาสัตว์ ขอความนอบน้อมของเราจงมีแด่พระสุมติโพธิสัตว์มหาสัตว์
แลจักกล่าวธารณีว่า
นำมอเฮอลาตานหนอตัวลาเหยี่ยเยีย (นโมรตฺน-ตฺรยาย) ตานจื้อถัว (ตถฺยถา) จวินตี้ จวินตี้(เข้าใจว่าคือ จิต ) จวิ๋เจว๋อลี่ (เข้าใจว่าคือ เจตสิก) อิจวื่อหลี มี่จวื่อหลี ซัวเฮอ(สวาหา)
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกับพระสุประดิษฐิตะโพธิสัตว์ว่า ธารณีนี้คือพุทธมารดาในตรีกาล ทว่า หากว่ามีกุลบุตร กุลธิดาบุคคลใดเป็นผู้รับถือทรงไว้ซึ่งธารณีนี้ ย่อมทำให้เกิดบุญวาสนาความผาสุกมารวมตัวกันไม่มีประมาณไม่มีที่สิ้นสุด ครั้นแล้วจักเป็นการนอบน้อมเคารพสักการะย่อมสรรเสริญด้วยความเคารพต่อพระพุทธเจ้าทั้งหลายอันไม่อาจจะคนานับได้ เช่นนี้แลพระพุทธเจ้าทั้งหลายล้วนพร้อมด้วยบุคคลนี้ทั้งหมดนั้น ต่างรับมอบพระสัมมาสัมโพธิญาณทรงจำไว้ไม่ลืมเลือน ดูกรสุประดิษฐิตะ ถ้าหากว่ามีบุคคลใดก็ตามสามารถเป็นผู้ธำรงไว้ซึ่งธารณีนี้ ด้วยเป็นตามความพอใจของเขา(ไม่มีใครชวน) ย่อมได้เสื้อผ้าอาภรณ์อาหารสินทรัพย์มากหลาย มีการสดับฟังด้วยสติปัญญาอย่างเฉลียวฉลาดไม่มีโรคาพยาธิอายุวัฒนะ แลได้รับความผาสุกมากหลายนัก ตามความปรารถนาที่เฝ้าแสวงหา ไม่มีทางไม่สมมโนรสเจตนา ดูกรสุประดิษฐิตะ ผู้ธำรงรักษาไว้ซึ่งธารณีนี้ แม้ยังไม่เคยพิสูจน์พระอนุตตรสัมโพธิให้ชัดแจ้งถึงพร้อม ก็มีปกติเสมือนด้วยพระวัชรนคราบรรพตโพธิสัตว์ พระเมตตรัยโพธิสัตว์ พระมหาสาครโพธิสัตว์ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ พระมัญชุศรีโพธิสัตว์ พระมหากรกาตครโพธิสัตว์เป็นต้น แลก็ร่วมหยุดอยู่อาศัยด้วย ย่อมเป็นเพราะพระโพธิสัตว์ทั้งหลายทรงรับมาปกปักรักษา ดูกรสุประดิษฐิตะพึงทราบเถิดว่า เพลาที่ได้ธำรงซึ่งธารณีนี้ การกระทำธรรมดังเช่นนั้น แต่เบื้องหน้าพึงท่องสาธยายธำรงไว้ให้บริบูรณ์หนึ่งหมื่นแปดจบ ทำให้เกิดความเหมาะสมเป็นเบื้องหน้า อันดับนั้นแลในห้องมืด(ห้องที่มีแสงสว่างน้อย) ที่ธรรมสถานนั่นงดงามอลังการนัก (หมายถึงวัดก็ได้) ค่ำคืนที่มืดมนหนึ่งวัน(หนึ่งคืนหนึ่งวัน) อาบน้ำชำระกายให้บริสุทธิ์แลสวมอาภรณ์ที่บริสุทธิ์ปรากฏโดดเด่นเป็นสง่าสดใสนัก เผาเครื่องหอมโปรยดอกไม้ให้กระจายไป พร้อมด้วยถวายภัตตาหารเครื่องดื่มทั้งหลายการเคารพถวายสักการะต่างๆนานานั้น นำเข้ามายังที่ธรรมสถาน เริ่มแรกพึงสรรเสริญนอบน้อมกล่าวเช่นนั้นต่อเบื้องหน้าแห่งพระพุทธเจ้าแลพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย ถึงจิตความยิ่งใหญ่นัก ขมากรรมแต่เบื้องหน้าโทษนั้นให้สิ้นสุดลง คุกเข่าเบื้องขวากับพื้นปฐพี เบื้องหน้าได้สาธยายท่องบ่นธารณี หนึ่งพันแปดรอบโดยบริบูรณ์ นั่งขัดคู้สมาธิพินิจพิจารณา ระลึกถึงปณิธานของตน ในวันสุดท้ายเมื่อพ้นจากเพลานั้นแล้ว เมื่ออยู่ในธรรมสถานนี้ จะมีอาหารอันบริสุทธิ์แลจะอาหารที่ไม่บริสุทธิ์ก็ตาม หนึ่งวันก็สักแต่ว่ามันเป็นเพียงแค่อาหารเท่านั้น จนถึงสิบห้าวัน เมื่อได้ตรงออกจากธรรมสถานนั้น บุคคลนี้ก็จักสามารถทำให้บุญวาสนาความผาสุกเกิดขึ้นแลจะมีพลานุภาพที่เป็นอจินไตยไม่ควรคิด ด้วยตามความปรารถนาขอร้องนั้น ไม่มีคำว่าไม่สำเร็จบริบูรณ์ แต่ทว่าหากมิสมประสงค์มโนรสไซร้ย่อมเข้าไปยังธรรมสถาน ครั้นเมื่อเข้าไปถึงแล้วแม้นสรรเสริญกล่าวขานเมื่อจิตดับลงย่อมทรงไว้มิลืมเลือน.
:yociexp15:http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=mmk&month=07-2007&date=07&group=22&gblog=2 (http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=mmk&month=07-2007&date=07&group=22&gblog=2)