View Full Version : ธรรมคีตา นานาชาติ
Kamen rider
11-06-2005, 09:02 PM
ดอกไม้ หรือ ผีเสื้อ
.................
พูดถึงผีเสื้อ นอกจากจะนึกถึง"ความฝันของผีเสื้อ"ของจวงจื้อ
ซึ่งทำให้เกิดประโยค"ชีวิตคล้ายดั่งความฝัน"อันลื่อลั่นแล้ว
เรายังนึกถึงบทกวีของเรียวกัน(อาจารย์เซน)บทหนึ่ง
ถ้าจำไม่ผิด ชื่อ "หยดน้ำค้างบนใบบัว"
จำเค้ามาแปลท่อนสั้น ๆ ได้ดังนี้
........
ดอกไม้ไม่ได้เชื้อเชิญผีเสื้อ
อีกทั้งผีเสื้อก็ไม่ได้ถวิลหาดอกไม้
เมื่อเหตุปัจจัยพร้อม
ดอกไม้บาน ผีเสื้อปรากฏ
การณ์จึงเป็นไปเช่นนั้น
...........
http://www.semsikkha.org/nboard/picupreply/8049.jpg
รูปปีกผีเสื้อใบไม้แห้ง ทำไว้เมื่อ เมษายน ๔๗
Kamen rider
11-06-2005, 09:03 PM
ทิศทั้ง ๔
..................
ทิศตะวันออก
ณ ที่ซึ่งตะวันฉายแสง
จิตวิญญาณแห่งดวงอาทิตย์
นำความอบอุ่นและแสงสว่างมาสู่
ตะวันออก
คือจุดเริ่มต้น
คือแสงสว่างนำปัญญา
คือพลังอำนาจแห่งความรู้ทั้งปวง
ทิศใต้
ณ จุดที่สูงที่สุดของดวงตะวัน
ที่ซึ่งลมร้อนพัดผ่าน
ทิศใต้
คือดวงวิญญาณของแผ่นดิน
คือพลังของชีวิต
เป็นตัวแทนสันติภาพ
การฟื้นฟู และการเกิดใหม่
ทิศตะวันตก
จิตวิญญาณแห่งสายน้ำ
ณ ที่ซึ่งความมืดย่างกรายมา
ตะวันตก จึงคือพลังแห่งการปรับเปลี่ยน
เป็นทิศแห่งความฝัน
เป็นเวลาแห่งการเพ่งพินิจ
เป็นทิศแห่งความลึกลับ
เป็นสัญญลักษณ์ของการชำระล้าง
เป็นพลังแห่งความกล้าหาญ และอำนาจจิต
ทิศเหนือ
วิญญาณแห่งสายลมลมหนาว
ที่พัดมาทางทิศเหนือ
นำพลังและอำนาจแห่งปัญญาญาณ
เป็นเวลาแห่งการครุ่นคำนึง
ไตร่ตรองสะท้อนกลับ
เราเริ่มต้น ณ จุดไหนของทิศตะวันออก
ณ จุดใดในยามเช้า
และ ณ มุมไหนในวัยเยาว์
..........
http://www.southwest-furniture-store.com/Photos/navajo-sand-paintings/large/Big-Whirling-Log.jpg
คีตาของชาวอินเดียน
สมพร พึ่งอุดม แปล ๒๕๔๔
Kamen rider
11-06-2005, 09:05 PM
ฝันแรก
..............
สงัดค่ำนิทรายาม
สุบินไปในความฝัน
ปรารถนาเข้าใจทุกสิ่งสรรพ
ใดก่อกำเนิดภพ
ใดประกอบจักรวาล
ทว่าข้ามิอาจ
มิสามารถเข้าใจได้
จับจักรวาลแยกเป็นส่วนก็มิได้
แม้นจะเข้าใจเอกภวก็มิอาจ
ผิดหวังสิ้นดี
อรุณปลุกข้าตื่น
เทพดาไม่เป็นใจ
แสงตะวันหยามข้า
สู่อมตะแห่งซากนิรันดร์
The First dream of Sor Juana
สมพร พึ่งอุดม แปล
๒๓ มกราคม ๒๕๔๖
http://www.azc.uam.mx/cbi/metalurgia/Image/sor%20juana.jpg
Sor Juana Inés de la Cruz de Asbaje y Ramírez (1651-1695)
.....................................
Kamen rider
11-06-2005, 09:07 PM
บทเพลงแห่งความเป็นเช่นนั้นเอง
........
ความเบิกบาน
มิใช่ภาวะที่เกิดขึ้นได้โดยพยายาม
ทั้งเจตนาให้เกิดก็ไม่ได้เช่นกัน
จิตที่เบิกบาน เป็นไป เพราะเป็นไป
เป็นไป เพราะไร้แรงผลัก
เป็นไป เพราะจิตเปิดสู่ความเป็นเช่นนั้นเอง
อย่าได้ฝืน อย่าได้ดึง อย่าพยายาม
ไม่มีอะไรต้องทำ ไม่มีอะไรไม่ต้องทำ
สิ่งซึ่งปรากฏขึ้นในทุกขณะจิต
ไร้ความสำคัญโดยสิ้นเชิง
ไร้ความจริงใด ๆ ทั้งสิ้น
ใยเล่าจักต้องใส่ใจหาความหมาย
ใยไปติดยึดกับสิ่งเหล่านั้น
ใยต้องไปตัดสินเขา ตัดสินเรา
จงทำตัวสบาย ๆ
มองดูปรากฏการณ์อย่างเป็นเช่นนั้น
บัดเดี๋ยวก็โผขึ้นสู่เบื้องบน
บัดเดี๋ยวกลับยุบลงเบื้องล่าง
ขึ้นแล้วก็ลง เหมือนรอบคลื่น
ไม่พยายามจัดการให้ได้ดังใจ
ไม่พยายามเปลี่ยนการณ์ที่ปรากฏ
เพียงเฝ้าสังเกตความลี้ลับ
อัศจรรย์ใจไปกับการก่อเกิด
มหัศจรรย์ใจไปกับการดับสูญ
รอบแล้วรอบเล่า
ก่อเกิดแล้วดับสูญ
เพราะเราพยายามแสวงหาความสุข
เหตุฉะนี้ เราจึงไม่เคยพานพบ
เปรียบดั่งสายรุ้งเจิดจำรัส
เอื้อมมือคว้า แต่ไม่เคยได้สัมผัส
เหมือนเจ้าหมาน้อย วิ่งวนไล่งับหางตัวเอง
แม้ว่าสันติและเบิกบาน
จะมิได้ดำรงให้เห็นเช่นรูปธรรม
ทว่า สันติและเบิกบาน
ดำรงอยู่ และดำเนินไป
เคียงคู่ขณะแห่งชีวิตเสมอ
อย่าได้หลงประสบการณ์
ดี-เลว บุญ-บาป คุณ-โทษ
เหล่านั้นเปรียบดั่งอากาศที่ไม่เคยไม่ผันผวน
เหล่านั้นเปรียบดั่งรุ้งล่องหน ทอดงามอยู่ปลายฟ้า
ปรารถนาไขว่คว้าสิ่งคว้าไม่ได้
เหนื่อยล้าตัวตนไปใย
เปิดใจและผ่อนคลายเสียแต่บัดนี้
ความว่างพลันปรากฏ
จงเปิดประตูไว้ เชื้อเชิญ และอำนวยสะดวก
จงผ่อนคลายกับความว่างอันไพศาล
จงสำราญกับธรรมชาติแห่งเสรี
ไม่ถามหาอนาคต
ไม่รีบรุดสู่ป่าอลหม่าน
จงมองดูเจ้าช้างใหญ่ผู้ตื่นแล้ว
ช้างใหญ่ผู้ตื่น แต่ผ่อนพัก
จงสงบอย่างตื่น
พำนักสบาย ๆ อยู่ในหทัยสถาน
ไม่มีอะไรต้องทำ
ไม่มีอะไรไม่ต้องทำ
ไม่มีอะไรต้องฝืน
ไม่มีอะไรต้องปรารถนา
อา..ช่างน่าพิศวง
อะไร อะไร ก็เคลื่อนไปอย่างนั้นเอง
สรรพสิ่งล้วนเป็นเองเช่นนั้น
http://www.dhagpo-kundreul.org/photos/gendun/gendun40.jpg
"เสรี และ เรียบง่าย บทเพลงแห่งความเป็นเช่นนั้นเอง"
ลามะ เก็นดุน รินโปเช
สมพร พึ่งอุดม แปล
๒๕๔๖
Kamen rider
11-06-2005, 09:08 PM
ผลไม้แห่งสันติ
........
ผลไม้แห่งความเงียบ คือ ภาวนา
ผลไม้แห่งภาวนา คือ ศรัทธา
ผลไม้แห่งศรัทธา คือ ความรัก
ผลไม้แห่งความรัก คือ เกื้อกูล
ผลไม้แห่งความเกื้อกูล คือ สันติ
http://www.motherteresa.li/images/mother%20teresa%20rome%201985-web_small.jpg
บทภาวนาจาก แม่ชีเทเรซ่า
สมพร พึ่งดุม แปล
๒๕๔๕
Kamen rider
11-06-2005, 09:09 PM
ปิติ ๗
วันนี้แปล"ปิติ ๗" ของท่านจัลวา โกตซังปะ ซึ่งเป็นลามะทิเบตที่มีชีวิตอยู่ในช่วง พ.ศ.๑๗๓๒-๑๘๐๑ มาให้อ่าน
..........
ขอบูชาคุรุ ผู้เป็นรัตนะอันประเสริฐ
๑.
เมื่อความคิดเกิด ผู้รับรู้เกิด จิตฉันเขวไป
ฉันจะไม่ปิดประตูอายตนะ
ไม่ภาวนาเพื่อหลีกเร้น
จะโจนไปกลางแก่น
ความคิดก็เหมือนก้อนเมฆ**
ยามใดที่ความคิดปรากฏขึ้น
ฉันจะใช้การรับรู้นั้น เหสู่ปิติ
๒.
เมื่อฉันถูกเพลิงกิเลสเผาไหม้
ฉันจะไม่พยายามดับเปลว เพื่อลวงว่ามันไม่ร้อน
เหมือนพยายามแปรโลหะให้กลายเป็นทอง
เบื้องหลังกำนัลในเพลิงกิเลส
คือพรพิสุทธิ์ ที่ไม่ด่างพร้อย**
ยามใดที่เพลิงกิเลสลุกโหมขึ้นมา
ฉันจะใช้ความร้อนนั้น เป็นพลังเหสู่ปิติ
๓.
เมื่อฉันถูกครอบงำด้วยอกุศลจิต
ฉันจะไม่ขับไล่เขาด้วยมนตร์คาถา
สิ่งที่ฉันจะทำคือไล่กวดอัตตาตัวเอง
แปรปรับสู่สัมมาทิฐิ
เมื่อวิบากเกิด ฉันจะใช้อุปสรรคนั้น
เป็นหนทางหักเหสู่ปิติ
๔.
เมื่อถึงเวลารับทุกข์ในกรรมที่ฉันก่อ
ฉันจะไม่เกลือกกลิ้งกับเวทนาจนชวนสังเวช
ฉันจะวางกองหนักนั้น เพื่อเดินทางตามหมาย**
ฉันจะประคองตัวด้วยกรุณา เพื่อทุกข์ของผู้อื่น
เมื่อผลกรรมตามทัน
ฉันจะใช้ผลกรรมนั้น เป็นทางเหสู่ปิติ
๕.
ยามใดที่ร่างกายพ่ายต่อโรคา
ยาไม่ได้บรรเทาถึงรากเหตุ
ฉันจะขจัดความคลุมเครือ เพื่อค้นหาต้นเหตุที่แท้ **
และใช้ความป่วยไข้บำรุงปัญญา
เมื่อความเจ็บป่วยดาหน้ามาหา
ฉันจะใช้ทุกข์นั้น เป็นทางเหสู่ปิติ
๖.
เมื่อถึงกาลต้องละร่าง ละความผูกพันอันเป็นมายา
ไม่ต้องกังวล ห่วงใย หรือเศร้าไป
ฉันจะชำระและควบคุมตนสู่ความตาย
เหมือนทารกกลับคืนสู่อ้อมอกมารดาแห่งแสงกระจ่าง
เมื่อจิตละร่าง คือช่วงเวลาแห่งความปิติ
๗.
เมื่อสรรพสิ่งไม่เป็นไปตามหมาย
ความไม่พอใจพุ่งเข้ามาใส่
ฉันจะไม่พยายามก่อความเปลี่ยนแปลงใด
นี่คือโอกาสที่จะได้ย้อนมองดูการฝึกตน
ยิ่งไม่ชอบเท่าไร ยิ่งอึดอัดขัดขวางเท่าไร
ยิ่งได้เห็นหนทางการฝึกฝน
เหตุปัจจัยอันไม่พึงประสงค์ทั้งหลาย
ล้วนคือเสียงเพลงนำสู่ปิติ
........
"ปิติ ๗" บทเพลงของท่านกยัลวา โกตซังปะ
สมพร พึ่งอุดม แปล
๕ สิงหาคม ๒๕๔๖
** ก้อนเมฆ : คำสอนของทิเบต มักเปรียบความไม่คงที่ ความไม่แน่นอน ความไม่มีอยู่จริง เหมือนกับ ก้อนเมฆ สายรุ้ง แสงจันทร์ ความฝัน และเสียงก้องสะท้อน ฯลฯ
**ไม่ด่างพร้อย : คือจิตเดิมแท้
**เดินทางตามหมาย : เจตนาที่จะเดินไปในทางธรรม สู่พระนิพพาน
** คติทิเบตเชื่อว่าความเจ็บป่วยมีมูลเหตุมาจากโรคทางจิตวิญญาณ การรักษาด้วยยาเป็นเพียงการบรรเทาชั่วคราว ถ้าต้องการถอนรากของความเจ็บป่วยทั้งหลาย ต้องใช้ธรรมะรักษาจิตวิญญาณ
Namo Ratna Guru
1.When thoughts that there is something, perceived and a perceiver,Lure my mind away and distract,I dont close my senses gateways to meditate without themBut plunge straight into their essential point.Theyre like clouds in the sky; theres this shimmer where they fly.Thoughts that rise, for me sheer delight!
2.When kleshas get me going, and their heat has got me burning,I try no antidote to set them right.Like an alchemistic potion turning metal into gold,What lies in kleshas power to bestowIs bliss without contagion, completely undefiled.Kleshas coming up, sheer delight!
3.When Im plagued by god-like forces or demonic interference,I do not drive them out with rites and spells.The thing to chase away is egoistic thinking,Built up on the idea of a self.This will turn the ranks of Maras into your own special forces.When obstacles arise, sheer delight!
4.When samsara with its anguish has me writhing in its torments,Instead of wallowing in misery,I take the greater burden down the greater path to travelAnd let compassion set me upTo take upon myself the sufferings of others.When karmic consequences bloom, delight!
5.When my body has succumbed to the attacks of painful illness,I do not count on medical relief,But take that very illness as a path and by its powerRemove the obscurations blocking me,And use it to encourage the qualities worthwhile.When illness rears its head, sheer delight!
6.When its time to leave this body, this illusionary tangle,Dont cause yourself anxiety and grief.The thing that you should train in and clear up for yourself isTheres no such thing as dying to be done.Its just clear light, the mother, and child clear light uniting,When mind forsakes the body, sheer delight!
7.When the whole things just not working, everythings lined up against you,Dont try to find some way to change it all.Here the point to make in your practice is reverse the way you see it.Dont try to make it stop or to improve.Adverse conditions happen; when they do its so delightful.They make a little song of sheer delight !
Seven Delights : Gyalwa Götsangpa
Kamen rider
11-06-2005, 09:10 PM
มนตราของเผ่าซู
...........
วันนี้แปลมนตราของพี่น้องอินเดียนเผ่าซูมาให้อ่าน
เป็นธรรมะ จากธรรมชาติ
..........
พ่อ และ ท้องฟ้า
สดับฟังข้า
ข้าจึงแกร่ง
แม่ และ แผ่นดิน
สดับฟังข้า
ข้าจึงมั่นคง
ดวงวิญญาณจากทิศตะวันออก
นำปัญญามาสู่ข้า
ดวงวิญญาณจากทิศใต้
ถางทางให้ข้าย่ำ
ดวงวิญญาณจากทิศเหนือ
ชำระข้าด้วยสายลมบริสุทธิ์
ดวงวิญญาณจากทิศตะวันตก
ปลุกข้าให้ตื่นพร้อม
หนทางยังอีกยาวไกล
..............
มนตราของอินเดียนเผ่าซู
สมพร พึ่งอุดม แปล
ธ.ค. ๒๕๔๕
................
# (http://mild-dharma.blogspot.com/2005/03/blog-post_111137073301087729.html) posted by Kroosom @ 9:03 AM (http://www.blogger.com/post-edit.g?blogID=11501521&postID=111137073301087729&quickEdit=true)
ไมตรีโพธิสัตว์
http://www.semsikkha.org/nboard/picupreply/321.jpg
รูปนี้ วาดเมื่อปีกลาย วาดจากรูปปั้นพระศรีอริยเมตไตร หรือไมตรีโพธิสัตว
(เมตตา เมตตี ไมตรี มิตตา มิตร รากเดียวกัน)
Kamen rider
11-06-2005, 09:12 PM
ซาโตริคีตา
........
คนว่าง ๆ คนหนึ่ง
เดินไปบนมรรคาแห่งเต๋า
ไม่สนใจปรัชญา ไม่แสวงหาสัจจะ
ไม่ปิดฝัน ไม่กั้นสิ่งอัศจรรย์ใจ
ความไม่รู้ทั้งหลาย แท้จริงคือพุทธะ
มายากายที่ว่างเปล่านั้นเล่า คือกายแท้แห่งธรรมะ
เมื่อธรรมกายาตื่น เมื่อนั้นทุกสิ่งปราศนาการสิ้น
อีกธรรมชาติเดิมแท้ของเราก็ปริสุทฺธิ์
กายจิตสัมพัทธ์ ล้วนก่อ แล้วจาก
ดั่งเมฆหมอกบนฟ้า ที่เคลื่อนว่าง
รัก โลภ โกรธ หลง ปรากฏแล้วลับหาย
เหมือนฟองขาว บนม้วนคลื่นสมุทร
มาแล้วไป ไปแล้วมา
ตระหนักรู้แจ้งเมื่อใด
เมื่อนั้นสิ่งแยกกั้นกาย-จิต ย่อมสิ้นสูญ
ทางแห่งทุกข์ จักมลายพลัน
หากถ้อยความนี้โป้ปด หรือลวงโลก
โปรดจงพรากลิ้นฉันไป เสียเดี๋ยวนี้
....(ยังมีต่อ)
บทนี้ชื่อว่า "บทเพลงแห่งความรู้แจ้ง" หรือ "บทเพลงซาโตริฉับพลัน"
แต่งโดย กวีและอาจารย์ในพุทธศาสนานิกายฌาน (เซนในภาษาจีน) สมัยราชวงศ์ถัง ชื่อ หยงเจีย ซวนจู้
สมพร พึ่งอุดม แปล ๙ ก.พ.๔๗
Kamen rider
11-06-2005, 09:13 PM
ธรรมชาติสามัญ : ธรรมชาติเดิมแท้
....................
ธรรมชาติสามัญ กับ ธรรมชาติเดิมแท้ ของสรรพสิ่ง
สัมพันธ์กันเหมือน น้ำ กับ ความเปียก
เหมือน เปลือกหอยสังข์สีขาว กับ ความขาว
เหมือน เปลวไฟ กับ ความร้อน
เหมือน การสร้าง กับ ความเสื่อม
น้ำและความเปียกชื้นนั้น
มีชื่อและสภาวะต่างกัน
แต่ทั้งน้ำและความเปียก
ไม่สามารถแยกออกจากกันได้
ความต่างของ ชื่อ และ สภาวะ คือ ธรรมชาติสามัญ
แต่ความเป็นหนึ่งเดียวกัน คือ ธรรมชาติเดิมแท้
วัตถุ กับ ความว่าง ก็เช่นกัน
หากวัตถุธาตุมีธรรมชาติที่แตกต่างจากความว่างแล้วไซร้
วัตถุย่อมคงความเป็นนิจจตาไม่เสื่อมสลาย
แต่เพราะธรรมชาติเดิมแท้ของวัตถุและความว่างนั้นเหมือนกัน
แม้จะขานเรียกคนละชื่อ หรือถูกมองว่าเป็นสองสิ่งแยกกัน
แต่ วัตถุ และ ความว่าง เป็นสองของความเป็นหนึ่ง
ซึ่งไม่สามารถแยกขาดจากกันและกันได้
..............
ตอนหนึ่งจาก หทัยสูตร : ธรรมเทศนาของ ท่านเกเช โซนาม รินเช็น
สมพร พึ่งอุดม (ครูส้ม) แปล
พ.ย. ๒๕๔๖
Kamen rider
11-06-2005, 09:14 PM
"พ้นปฏิบัติ" : มิลาเรปะ
.........
จิตแต่ละขณะ ล้วนว่างเปล่า
เมื่อใดที่ปราศจากผู้เฝ้าสังเกต
การเห็นที่แท้ จึงถูกตระหนัก
สำหรับการฝึกในกระแสแห่งแสงกระจ่าง
ไม่มีขั้น ไม่มีตอนให้ค้นพบ
ยืนหยัดในวิริยะแห่งการฝึก
ตราบกระทั่งไร้ผู้ฝึก และไร้การฝึก
ในภูมิแห่งแสงกระจ่างไสว
ที่ซึ่ง นาม และ รูป รวมกันเป็นหนึ่ง
ข้ามองไม่เห็นเหตุ ไม่เห็นปัจจัย
ทั้งหมดคือ ความว่าง
เมื่อผู้แสดง และการแสดงยุติ
การณ์ทั้งหมด จักกลายเป็นความถูกต้อง
ข้อจำกัดทางความคิดทั้งหลายได้มลายไปในพระธรรมธาตุ
โลกธรรมทั้ง ๘ ไม่สามารถพัดทั้ง ความหวัง และ ความกลัว มาสู่
เมื่อไม่มีคำสอน และไม่มีผู้เจริญตามคำสอน
วินัยจึงเกิดขึ้นอย่างแท้จริง
ด้วยตระหนักรู้ว่าจิตตนนั้น คือ ธรรมกายา
เป็นกายแท้แห่งพุทธะ
ตั้งปณิธานแน่วแน่ ที่จะยังประโยชน์แก่สรรพสัตว์
เมื่อข้อควรปฏิบัติ และผู้ปฏิบัติไม่ปรากฏแล้ว
ธรรมะจึงบริสุทธิ์อย่างแท้จริง
.............
ธรรมคีตา หรือ ลำนำสอนธรรม ของ มิลาเรปะ
สมพร พึ่งอุดม แปล
เชียงราย ๒๕๔๖
http://www.vitradeint.com/pics/sta/milarepa.jpg
*มิลาเรปะ (Milarepa) เป็นโยคีที่สำคัญในพุทธศาสนาสายวัชรยานของธิเบตมีชีวิตอยู่ในช่วง ศตวรรษที่ ๑๐
Kamen rider
11-06-2005, 09:15 PM
"คนขี้คร้าน" : เรียวกัน
.........
ขี้คร้านเกินกว่าจะทะยานอยาก
ปล่อยให้โลกดูแลตัวมันเองดีกว่า
ฉันมีข้าวสารยังชีพไปสิบวัน
ทั้งยังมีมัดฟืนก่อไฟอุ่นอีกด้วย
ใยต้องมาถกกันให้เสียเวลา
ว่าอะไรคือ รู้ลวง อะไรคือ รู้แจ้ง
ฟังซิ..
เสียงน้ำฝนกลางดึกกระทบหลังคาบ้าน
ฉันนั่งเหยียดเท้าทั้งสองออกไป
แสนสบาย
............
"คนขี้คร้าน" ของ เรียวกัน
สมพร พึ่งอุดม แปล
๒๔ พ.ย.๔๕
http://www.awakeningtothedream.com/newsletter/img/nl010/ryokan-1.jpg
เรียวกัน (Ryokan) อาจารย์เซน ชาวญี่ปุ่น มีชีวิตอยู่ในช่วง ค.ศ. ๑๗๕๘-๑๘๓๑
</SPAN>
ลืมบอกไปว่า ผมเอามาจาก บล๊อก ครูส้ม ครับ
http://mild-dharma.blogspot.com/
วงล้อ
11-10-2005, 01:02 PM
น่านุ่งลมห่มฟ้า มหาสมุทร
ครู่หนึ่งร้อยปีมนุษย์ เปล่าไร้
โลงคือสิ่งช่วยวิมุติ แม่นมั่น ขวัญเอย
โลกวุ่นสวรรค์ทิ้งไว้ ป่าช้าจักรวาลฯ
เอาฟ้าดินต่างบ้าน ชานเรือน
ดาวร่วงรุ้งแสงเดือน ต่างไต้
หมอกเมฆร่วงเหมยเหมือน ผ้าห่ม
หุ้มห่อปัญญาไว้ กล่อมฟ้านิทราขวัญฯ
สมบัติบ้าทั่วฟ้า สกลโลก
ทิ้งปล่อยโอยทานโชค ป่าช้า
วิญญาณสั่งซากโศก สุสานซ่อน ลับแล
ลืมตื่นเกิดชาติหน้า หน่ายสิ้นสังหารฯ
ช้าก่อนสูรย์ส่องฟ้า นาฬิกา
ทองบ่ใช่เวลา เพ่งหล้า
ทาสมนุษย์อย่าเป็นสา- รพัดถ่อย นิ่งเทอญ
ถึงแก่นสัจจธรรมกล้า แจ่มจ้าวิจารณญาณฯ
ให้อิทธิบาทแก่กล้า กายสิทธิ์
ใจเปล่งปลั่งบุญญฤทธิ์ ร่วงรุ้ง
พุทธธรรมแจ่มดวงจิตร ใสสว่าง
วางจักรวาลใต้อุ้ง ฝ่าเท้าสุญญตาฯ
พุทธารมณ์ชั่วช้าง สะบัดหู
งูแลบลิ้นตรองดู ค่าล้ำ
ทำบุญเบ่งอดสู ผยองหยิ่ง
อวดข่มผู้อื่นช้ำ เน่าซ้ำวิญญาณ
อังคาร กัลยาณพงศ์
.................................................
มดเอ๊ก
08-25-2006, 02:47 PM
http://www.lannaworld.com/cgi/lannaboard/pict/ID_12989_3.jpg
The Alchemy of Love
by Rumi
ท่านโคจรมาจากต่างภพ
จากโพ้นทะเลดาว
จากเวิ้งอวกาศ
พ้นบริสุทธิ์
งามเหนือจินตนาการ
ผู้นำเนื้อแท้แห่งรักมาสู่
ผู้ใดสัมผัสท่าน ย่อมสัมผัสความแปรเปลี่ยน
โลกียวิสัย แลทุกข์โศก
อันตรธานสิ้นเมื่อท่านปรากฏ
สันติและเบิกบานกันถ้วนทั่ว
ตลอดชาวนาแลราชา
ไพร่ฟ้าแลผู้ปกครอง
ความเมตตาอันน่าพิศวงของท่าน
แปรอกุศลเป็นกุศล
แปรบาปเป็นบุญ
ท่านคือนายแห่งเวทย์
ผู้จุดไฟเมตตา
บทพื้นพิภพ แลนภากาศ
ในมนัส แลวิญญาณ
ตลอดสรรพชีวิต
ด้วยรักแห่งท่าน
สิ่งคู่รวมเป็นหนึ่ง
สิ่งแยกรวมเป็นหนึ่ง
โลกียกรรมพลันศักดิ์สิทธิ์
By Jalal ad-Din Mohammad Balkhi (Rumi)
edited by Deepak Chopra
แปลไทยโดย สมพร พึ่งอุดม
๓๑ สิงหาคม ๔๖ <!--Signature-->
มดเอ๊ก
08-26-2006, 12:09 PM
http://www.clas.ufl.edu/users/jmurphy/JPT3500file/JPT3500.imagefile.4/Artfile.14th/Portrait.ikkyu.jpg
โศลกบทแรก
หยุดอยู่ชั่วขณะหนึ่ง
เพื่อเฉลิมฉลองการหยั่งรู้
จากโลกแห่งกิเลสตัณหา
กลับสู่โลกแห่งกิเลสตัณหา
ถ้าฝนจะตก ก็ใหมันตกไป
ถ้าลมจะพัด ก็ให้มันพัดไป
โศลกบทที่สอง
โจรไม่เคยจู่โจมบ้านคนยากจน
ความมั่งคั่งของคนคนหนึง
ไม่ใช่ความมั่งคั่งของทั้งประเทศ
ฉันเชื่อว่า ความหายนะมีมูลเหตุมาจากโชคลาภ
โศลกบทที่สาม
สิบวันในวัดแห่งนี้
ฉันรู้สึกละอายใจที่ยังคงมีชีวิตอยู่
เป็นเวลาหลายปีที่ฉันได้ศึกษาเซน และ ปฏิบัติหนทางนี้
ถึงกระนั้นตอนนี้ก็มีปัญหาหนัก
แน่นนอนว่าพุทธสัจจ์ดูจะหายไปจริงๆ
ในที่ของมัน พญามารผงาดสูงถึงร้อยฟุต !
โศลกบทที่สี่
การละโมบ ต่อความหรูหราฟุ่มเฟือยเพื่อข้าวและเงิน
บ่อนทำลายพระราชวัง พระจักรพรรดิ์
มันไม่ใช่สิ่งดีที่ฉัน จะทำแม้เพียงแต่คิดเกี่ยวกับผู้หญิงสวย ๆ
ในขณะที่ทั้งประเทศญี่ปุ่น อยู่ในสภาวะน่าสลดใจที่สุด
ข้าแผ่นดินผู้นี้มีหัวใจแตกสลาย
จาก เมฆบ้า อิ๊กคิว จักรพรรดิ์คนนอกรีต
มดเอ๊ก
08-26-2006, 12:13 PM
http://www.chinaholidays.com.au/upload/images/medium_images/huangshan-3-p.26.jpg
ฝ่าเมฆจึงเห็นธรรม
มองเขาเทียนไถซานจากดอยเทียนเหล่า
เทียนไถซาน อยู่นอก ดอยยอดอื่น
เสียดยอด ทะมื่นนภา ฟ้าหนาว
ครึ่งเห็น ครึ่งมิเห็น เป็นบางคราว
โตใหญ่ใน เมฆขาว คลุมบังตา
ภิกษุหลิงชี
ราชวงค์ถัง
มดเอ๊ก
08-26-2006, 12:15 PM
http://www.pachesham.co.uk/binnie/images/medimage32.jpg
ยอดสุดของพันดอย
ยอดสุดของพันดอย......... กระท่อมน้อยหนึ่งเคหา
ครึ่งห้องภิกษุชรา............ อีกครึ่งห้องเมฆาครอง
ดึกแล้วเมฆคลาเคลื่อน......ลอยเลื่อนตามลมฝนล่อง
เมฆยังไม่นิ่งกอง.............สงบสุขเท่าหลวงตา
ภิกษุจื้อจือ อาจารย์เซ็น ยุคราชวงค์ซ่ง
มดเอ๊ก
08-26-2006, 12:44 PM
http://www.dharmacrafts.com/Merchant2/graphics/00000001/st239-216.jpg
เถรวาทปักหลักมั่นคง มหายานแผ่กว้างไพศาล ประหนึ่งปีก ของนก พุทธรรมจะเจริญได้ เพราะ สองปีกช่วยกันขยับ เถรวาท ปักหลักมั่นคง ตรงที่ พระวินัย เหมือนครั้งพุทธกาลเป็นเสาหลักค้ำอยู่ เสมือนจุดศูนย์กลาง มหายานปรับตาม ชนชาติ วัฒนธรรมเลยเผยแผร่ได้ไกล คนได้ รับรสพระธรรมบ้าง ประดุจ รัศมีธรรม ศูนย์กลางปักหลักมั่นคง ส่วนรัศมีก็แผ่กระจายกว้างไกล
ขอกระหึ่มเภรีธรรม ขอช่วยจัดทุกข์ของสรรพสัตว์
ขอหลักธรรมจงสถิตอยู่ นานนับล้านกัลป์
สีหนาทบรรลือ
rainbow
08-26-2006, 02:00 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4601&stc=1&d=1156571555
สาธุค่ะ
คิดอย่างนั้นเหมือนกัน
นิกายสุขาวดี แม้หลักการโดยทั่วไปจะเน้นสวด อมิตตพุทธ
แต่คนที่เรียนคัมภีร์และปฏิบัติจริงแล้ว
บทเรียนแตกต่างกับของเถรวาทไม่มากนัก
แล้วคนที่ปฏิบัติบัติเข้ามาลึกๆแล้ว
เห็นเขามาสนใจในแนวของท่านพุทธทาส
มดเอ๊ก
08-26-2006, 04:06 PM
ว่าจะลงการเปรียบเทียบ นิกายสุขาวดี กับเซน ดีทั้งคู่
ความเหมือน ใน ความต่าง จุดเชื่อมโยง เซนสุขาวดี พี่น้องกัน
เสริมกันก็มี ทะเลาะก็มี ฉบับ อาจารย์เสถียรโพธินันทะ
เขียนไว้น่าอ่าน เปิด ขมอง มองแคบ ทิศเดียว ตีกันตาย
มองเค้าบ้าง เราบ้าง มองโดยรอบ รอมชอม แสวงจุดร่วม
สงวนจุดต่าง โลกนี้คงวิไลเยอะ
มดเอ๊ก
08-26-2006, 04:36 PM
http://thummada.com/php_upload3/3-8-1.jpg
สุขาวดีห่างไกลจากโลกถึงแสนโกฐพุทธเกษตร แต่แท้ก็อยู่ในจิตขณะหนึ่ง
ของเรานั่นเอง หาใช่ห่างไกลแตกต่างที่ใหนได้ พระอมิตาภะก็คือจิตตธาตุ
ของเรา จิตตธาตุของเราเล่าก็คือพระอมิตตาภะ แต่เพราะสุขาวดีและพระ
พุทธเจ้าอมิตาภะในจิตของเราถูกอวิชากำบัง เราจึงไม่ได้อุบัติในสุขาวดี
หรือรู้แจ้งว่าจริงแท้ แจ้งภาวะของตนเอง คือ ภาวะเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า
อมิตาภะนั่นเอง
มดเอ๊ก
08-26-2006, 04:39 PM
http://thummada.com/php_upload3/6-8-1.jpg
เราสืบทอดอายุพุทธศาสนา 5,000 ปี
"เรือพระโพธิสัตว์"ขจัดทุกข์ ให้พบสุขปรีดิ์เปรมเกษมศรี เชิญขึ้นเรือธรรมพิศุทธิ์"พุทธกวี" สุขาวดีจุดหมาย ณ ปลายทาง.....หรือจะไปฝั่งโน้นไหม?จะไปส่ง ให้ท่านลงตามถนัดไม่ขัดขวาง มิกำหนดงดงามไปตามทาง กุศลสร้างตามชอบประกอบมา หากยังคิดติดกามติดความสุข ชอบเคล้าคลุกหลงเล่ห์เสน่หา สวรรค์พรหมชมชื่นยังตื่นตา เราจะพาท่านไปส่งตรงต้องการ......ช่วยพัฒนาจิตมนุษย์สุดวิเศษ ตัดกิเลสตัณหาฆ่าประหาร เจริญสติสมาธิพาปัญญาญาณ สู่นิพพานบรมสุขทุกๆคน.......
จากเว็บพุทธกวี
www.buddhapoem.com (http://www.buddhapoem.com)
มดเอ๊ก
08-26-2006, 04:58 PM
http://www.khonnaruk.com/images/phra/nut_hn01.jpg
ทุกครั้งที่อาตมาสัมผัสดอกไม้
อาตมาก็ได้สัมผัสดวงอาทิตย์
โดยมืออาตมาไม่ไหม้เกรียม
เมื่อสัมผัสดอกไม้
อาตมาก็ได้สัมผัสเมฆ
โดยไม่ต้องบินไปบนท้องฟ้า
เมื่อสัมผัสดอกไม้
อาตมาก็ได้สัมผัสกับจิตสำนึกของอาตมาเอง
สัมผัสกับจิตสำนึกของเธอและได้สัมผัสโลก
ซึ่งคือดาวพระเคราะห์ดวงนี้ไปพร้อมๆ กัน
นี่คืออาณาจักรแห่งอวตัมสกะ
สิ่งอัศจรรย์เกิดขึ้นได้
เพราะการประจักษ์แจ้งถึงธรรมชาติของการอิงอาศัยกัน
จาก หนังสือ ปลูกรัก ของ ท่าน ติช นัท ฮันห์
ผลงานทั้งหมดของท่านนน ตามลิ้ง
http://www.agalico.com/board/editpost.php?do=editpost&p=22705
^rin^
08-26-2006, 05:04 PM
โอ้โห...เปรียบเทียบแต่ละอันดีจังเนาะ เพิ่งอ่านเต๊มๆ ก้อวันนี้ค่ะ..ชอบอ่ะ คำสอน..
มดเอ๊ก
08-26-2006, 05:04 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4461&d=1155804887
สาธุครับ เอามาฝากเช่นกัน ปัจจุบันประเสริฐสุด ของท่าน ติช นัท ฮัน
http://asia.pg.photos.yahoo.com/ph/nongdum_y/album?.dir=f1b2&.src=ph&store=&prodid=&.done=http%3a//asia.pg.photos.yahoo.com/ph/nongdum_y/my_photos (http://asia.pg.photos.yahoo.com/ph/nongdum_y/album?.dir=f1b2&.src=ph&store=&prodid=&.done=http%3a//asia.pg.photos.yahoo.com/ph/nongdum_y/my_photos)
แถม ศิษย์โง่ไปเรียนเซน
http://zen.nongdum.com/ (http://zen.nongdum.com/)
มดเอ๊ก
08-26-2006, 05:07 PM
โอ้โห...เปรียบเทียบแต่ละอันดีจังเนาะ เพิ่งอ่านเต๊มๆ ก้อวันนี้ค่ะ..ชอบอ่ะ คำสอน..
:SMLX_093: อย่าชม บ้าพลังอยู่ เด๋ว 100 อันดีมะ รินหรือใครมีอะไร ช่วยลง
หน่อย อยากกก อ่านนนน แบ่งกันอ่าน
มดเอ๊ก
08-26-2006, 05:13 PM
http://www.ovnis.org.ar/Shambhala-1983.jpg
โอม ! ท่านผู้ปราศจากจุดเริ่มต้นและไร้จุดจบ
ผู้ครอบครองความรุ่งรุ่งโรจน์ของพยัคฆ์ ราชสีห์ ครุฑ และ มังกร
ผู้ครองครองความเชื่อมั่นอันเปี่ยมล้นเกินถ้อยคำ
ข้าขอกราบประณต ณ เบื้องบาทแห่งองค์จักรพรรดิริกเดน
จากกระจกเงาอันยิ่งใหญ่แห่งจักรวาล
ซึ่งปราศจากจุดเริ่มต้นและไร้จุดจบ
สังคมมนุษย์ก็อุบัติขึ้นมา
ในครั้งนั้น การหลุดพ้นและความสับสนก็อุบัติขึ้นด้วย
เมื่อมีความกลัวและความสับสนสงสัย
เกิดขึ้นกับความเชื่อมั่นซึ่งเป็นอิสระแต่ปฐมกาล
ผู้คนอันขาดเขลาจำนวนมากก็อุบัติขึ้น
เมื่อความเชื่อมั่นซึ่งเป็นอิสระแต่ปฐมกาล
ได้รับการยอมรับและดำเนินตาม
นักรบจำนวนมากก็อุบัติขึ้น
ผู้คนอันขลาดเขลามากมายเหล่านั้น
พากันซ่อนตัวอยู่ตามถ้ำเถื่อนพงไพร
ฆ่าพี่น้องและกัดกินเนื้อกันเอง
ต่างประพฤติเยี่ยงอย่างสัตว์
ต่างกระตุ้นเร้าความป่าเถื่อนในกันและกัน
ต่างมีชีวิตอยู่เยี่ยงนี้
เขาหล่อเลี้ยงและสุมไฟแห่งความเกลียดชังไว้
เขากวนสายน้ำแห่งราคะให้ขุ่นข้นตลอดเวลา
เขาเกลือกกลิ้งอยู่ในโคลนตมแห่งความเกลียดคร้าน
ยุคสมัยแห่งความอดอยากและโรคระบาดก็อุบัติขึ้น
สำหรับผู้ที่อุทิศตนแด่ความเชื่อมั่นแห่งปฐมกาล
เหล่านักรบมากมายเหล่านั้น
บ้างก็ขึ้นสู่ที่สูงบนภูเขา
และสร้างปราสาทแก้วผลึกอันงดงามขึ้นที่นั่น
บ้างก็ไปสู่ดินแดนแห่งทะเลสาบและเกาะแก่งอันงดงาม
และสถาปนาเวียงวังอันน่ารื่นรมย์ขึ้น
บ้างก็ลงสู่ที่ราบลุ่ม
การเกษตรเพาะปลูกข้าวเจ้า ข้าวบารืเลย์และข้าวสาลี
ต่างอยู่ร่วมกันโดยไม่ทะเลาะเบาะแว้ง
มีแต่ความรักใคร่และเอื้อเฟื้อแบ่งปัน
โดยไม่ต้องมีใครมากระตุ้นเตือน
ผ่านความลี้ลับสุดหยั่งถึงซึ่งการดำรงอยู่ด้วยตนเอง
เขาต่างอุทิศตนต่อจักรพรรดิริกเดน .
จาก ซัมบาลา : หนทางอันศักดิ์สิทธิ์ของนักรบ (http://forum.serithai.net/index.php?topic=4296.msg59391#msg59391)
http://www.agalico.com/board/editpost.php?do=editpost&p=22705
มดเอ๊ก
08-26-2006, 05:16 PM
http://www.mindfulnesscenter.org/images/happy-dream.jpg
จิตซึ่งเต็มไปด้วยความหาดหวั่นนั้น
จักต้องประคองใส่ไว้ในเปลแห่งความเมตตา
และให้ดูดดื่มน้ำนมอันรุ่งโรจน์ลึกซึ้ง
แห่งความสิ้นสงสัยอันเป็นอมตะ
ให้อยู่ในร่มเงาเย็นฉ่ำแห่งความไม่หวาดหวั่น
พัดวีด้วยพัดแห่งความเบิกบานและความสุข
เมื่อดวงจิตนั้นเติบใหญ่ขึ้น
พร้อม ๆ กับสำแดงออกมาซึ่งปรากฎการณ์ต่าง ๆ
จงนำมันไปสู่สถานแห่งการพึ่งพิงตัวเอง
เมื่อมันเติบโตขึ้นอีก
เพื่อจะเกื้อหนุนให้เกิดความเชื่อมั่นแต่ปฐมกาล
จงนำไปสู่สนามยิงธนูของนักรบ
และเมื่อมันยิ่งเติบใหญ่ขึ้น
เพื่อที่จะปลุกธรรมชาติดั้งเดิมให้ตื่นขึ้น
จงพามันไปสัมผัสสังคมมนุษย์
ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด่วยความงามและศักดิ์ศรี
เมื่อนั้นดวงจิตซึ่งเต็มไปด้วยความกลัว
จึงอาจกลับกลายมาเป็นดวงจิตของนักรบ
และความมั่นใจอันหนุ่มแน่นเป็นอมตะนั้น
จึงอาจแผ่ออกกว้างสู่ห้วงมหรรณพอันไร้จุดเริ่มต้นและไร้จุดสิ้นสุด
ณ จุดนี้เองที่ดวงจิตนั้นจะแลเห็นดวงอาทิตย์อุทัยอันยิ่งใหญ่
ภาค ๒ ความศักดิ์สิทธิ์ : โลกของนักรบ
http://www.agalico.com/board/editpost.php?do=editpost&p=22705
มดเอ๊ก
08-26-2006, 05:20 PM
http://www.arjiagegeen.com/Zonkoba.jpg
คุรุกับศิษย์ ในคัมภีร์ลัมริน(ประทีปสู่การรู้แจ้ง)
" ... คนธิเบตเคยกล่าวไว้ว่า แม้ในวันหนึ่งหนอนตัวเล็ก ๆ
ก็สามารถบรรลุธรรม แล้วเหตุใดมนุษย์อย่างเรา
ถึงยังคิดว่าความก้าวหน้าทางธรรมยังไกลเกินเอื้อม ... "
ครูและศิษย์
ลูกรัก...ครูที่ดีไม่ต้องการศิษย์
ควรจะเป็นศิษย์ที่ดีต่างหากที่ต้องการครู
ควรจะมีการทดสอบกำลังใจและความอดทน
เพียรพยายามดูกันหน่อย ก่อนจะเรียนรู้
ลูกรัก...เมื่อครูที่ดีมีศิษย์แล้ว
ทุกอย่างจะต้องเป็นเส้นตรง
จะคดโค้งเปรอะเปื้อนบิดเบือนไม่ได้
ควรจะขยำขยี้ทุกกรรมวิธีจนกว่าสิษย์จะได้ดี
ลูกรัก...ศิษย์ที่ดีจงสำนึกไว้เถอะว่า
ระเบียบปฏิบัติอันเคร่งครัด เข้มงวด
หยุมหยิม หยุกหยิก เล็กน้อยนั้น
มันสามารถปลุกเร้าให้ท่านตื่นอยู่เสมอ
หากปฏิบัติด้วยใจ
โอวาทของหลวงปู่พุทธอิสระ
จาก ในอ้อมโอบหิมาลัย อุ่นไอธรรม
http://www.agalico.com/board/editpost.php?do=editpost&p=22705
มดเอ๊ก
08-26-2006, 05:25 PM
ดังมีเรื่องเล่าจากธิเบตของพ่อค้าชาวธิเบตคนหนึ่งชื่อว่า นอร์มู ซางโป ที่ประสบความล้มเหลวในธุรกิจของเขาจนสิ้นเนื้อประดาตัว เขารู้สึกหดหู่และสิ้นหวัง อย่างมาก ถึงกลับล้มตัวนอนหมด เรี่ยวแรงอยู่บนพื้น ขณะนั้นเองเขาสังเกตุเห็นมดตัวหนึ่งมันกำลังพยายามปีนขึ้นไปบนยอดหญ้า พอมันปีนขึ้นไปได้ถึงครึ่งหนึ่งมันก็ ตกลงมา แต่มัน ก็ยังคงเพียรพยายามครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งเขานับได้ถึงครั้งที่ 80 ที่มันปีนขึ้นไปบนยอดหญ้าได้สำเร็จ นอร์มู ซางโป จึงได้ตระหนัก ว่าคงมีแต่การเพียรพยายามที่ต่อเนื่องอย่างหนักเท่านั้นที่จะนำไปสู่ความสำเร็จได้ ในที่สุดเขาก็กลายเป็นนักธุรกิจ ที่มีชื่อเสียงและร่ำรวย คนหนึ่งของธิเบต ด้วยแรงบันดาลใจจากมดเล็ก ๆ ตัวหนึ่งเท่านั้นเอง
จาก ในอ้อมโอบหิมาลัย อุ่นไอธรรม
http://www.agalico.com/board/editpost.php?do=editpost&p=22705
มดเอ๊ก
08-26-2006, 05:31 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4508&stc=1&d=1156405954
" ดุจดังผืนแผ่นดินที่เต็มไปด้วยกรวดหิน และขวากหนามยากยิ่งจะ
ก้าวเดินไป แต่เราจะไปหนังสัตว์จำนวนมากให้เพียงพอได้อย่างไร เพื่อห่อหุ้มผิวโลกทั้งมวล แต่การ
ใส่รองเท้าพื้นทำด้วยหนัง ก็มีผลเท่ากับห่อหุ้มผิวโลกทั้งมวลด้วยหนังเช่นกัน ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้
ที่เราจะไปห้ามเหตุการณ์ภายนอกของสรรพสิ่งทั้งปวง แต่หากเราสามารถห้ามจิตของเราเองได้แล้ว
เราจะต้องไปห้ามเหตุภายนอกทำไม "
"
จาก โพธิสัตตวจรรยาวตาร โดย อาจารย์ ศานติเทวะ
http://www.agalico.com/board/showthread.php?t=6810
มดเอ๊ก
08-26-2006, 05:34 PM
http://faylicity.com/book/book1/image/don2.jpg
ซานโช่ฅนดี เจ้าจงขึ้นหลังฬาเถิด แลขี่ฬาตามข้ามา ด้วยว่าพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งย่อมไม่ทรงทอดทิ้งเราดอก ยิ่งจำเพาะเมื่อเราถวายตัวเป็นข้ารับใช้พระองค์ พระองค์ยังมิเคยทอดทิ้งแม้แมลงวันในอากาศ หนอนในพื้นดิน ลูกอ๊อดในธารน้ำ ด้วยทรงเปี่ยมพระเมตตาธิคุณหาที่สุดมิได้ ทรงประทานแสงแดดแก่มนุษย์ทุกผู้ ทั้งดีทั้งเลวเสมอหน้า ทรงบันดาลน้ำฝนชุ่มฉ่ำเย็นแก่ผู้ทรงธรรมแลผู้เลวทรามดุจเดียวกัน
จาก ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน
http://faylicity.com/book/book1/quixote.html
มดเอ๊ก
08-26-2006, 05:39 PM
http://www.altamiracave.com/stone_gallery/fotos2/RocaBlancaPeru.jpg
เมื่อมีความงาม ความน่าเกลียดย่อมตามมา
เมื่อมีความถูกต้อง ความผิดพลาดย่อมเกิดมี
ความรู้แจ้งกับความไม่รู้เป็นของคู่กัน
มายากับการรู้เท่าทันมายาไม่อาจแยกออกจากกัน
นี่คือสัจธรรมที่มีมานาน
จงอย่าได้คิดว่าสัจธรรมนี้เพิ่งมีคนค้นพบ
"
ฉันต้องการสิ่งนี้ ฉันอยากได้สิ่งนั้น"
การกล่าวเช่นนี้หาใช่อะไรไม่
หากแต่คือความโง่เขลา
ฉันจะบอกความลับอย่างหนึ่งให้
"
สรรพสิ่งล้วนไม่เที่ยงแท้แน่นอน"
เรียวกัน
จาก รวมบทกวีไฮกุ
http://www.agalico.com/board/editpost.php?do=editpost&p=22705
rainbow
08-27-2006, 01:14 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4604&stc=1&d=1156654933
สายเบ็ดพันฟุตทิ้งดิ่งลง
น้ำกระเพื่อมแรกขยับหมื่นวงตาม
กลางดึกน้ำเย็นปลาไม่กินเหยื่อ
เรือว่างเปล่าบรรทุกแสงจันทร์กลับ
ผู้ที่ปฏิบัติในแนวอานาปาณสติจะมองเห็นบทกลอนนี้เป็นภาพพจน์
สายเบ็ดคือลมหายใจ
น้ำกระเพื่อมคือจิตกระเพื่อม
กลางดึกเงียบสงบอากาศเย็น กิเลสไม่หลงวนเข้ามา
จิตที่ว่างเปล่าก็เกิดแสงสว่างขึ้นมา
rainbow
08-28-2006, 01:20 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4622&stc=1&d=1156742324
เดินทางไปวัดโบราณแต่หัวรุ่ง<?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" /><o:p></o:p>
แสงแรกสาดส่องไปทั่วพนาสณฑ์<o:p></o:p>
<o:p> </o:p>
หนทางนี้ไปสู่ที่เงียบสงบ<o:p></o:p>
กุฏิพระอยู่ท่ามกลางหมู่แมกไม้<o:p></o:p>
<o:p> </o:p>
ป่าเป็นที่อยู่อันเกษมของเหล่านกกา<o:p></o:p>
เงาในน้ำว่างเปล่าจากจิตคน<o:p></o:p>
<o:p> </o:p>
เงียบสงบปราศจากสรรพสิ่งใดๆ<o:p></o:p>
มีแต่เสียงระฆังดังแว่วแผ่วมา<o:p></o:p>
rainbow
08-28-2006, 01:23 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4623&stc=1&d=1156742324
มดเอ๊ก
08-31-2006, 01:13 PM
http://www.zen13221.zen.co.uk/highseas.jpg
"ใกล้ฝั่งโน้น คลื่นประดังประเดโหม
แล่นเรือไป ไร้ฝั่งฟากกลางมหาสมุทรชีวิต
รู้ธรรมแล้ว จึงรำร่าย ณ ที่โล่ง"
เขมานันทะ
วันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2491 (ค.ศ. 1948)
พุทธบูรณารำลึก 100 ปี ชาตกาล สืบสานปณิธานพุทธทาส (ตอนที่ 18)
http://www.agalico.com/board/showthread.php?p=23028#post23028
มดเอ๊ก
08-31-2006, 02:30 PM
<HR width="100%" color=#000030 SIZE=1>
http://www.thummada.com/php_upload/lishan01.jpg
สิ่งต่างๆอุบัติขึ้นด้วยการเปรียบเทียบ
เมื่อคนในโลกรู้จักความสวยว่าสวย
ความน่าเกลียดก็อุบัติขึ้น
เมื่อคนในโลกรู้จักความดีว่าดี
ความชั่วก็อุบัติขึ้น
มีกับไม่มีเกิดขึ้นด้วยการรับรู้
ยากกับง่ายเกิดขึ้นด้วยความรู้สึก
ยาวกับสั้นเกิดขึ้นด้วยการเปรียบเทียบ
สูงกับต่ำเกิดขึ้นด้วยการเทียบเคียง
เสียงดนตรีกับเสียงสามัญเกิดขึ้นด้วยการรับฟัง
หน้ากับหลังเกิดขึ้นด้วยการนึกคิด
ดังนั้นปราชญ์ย่อม
กระทำด้วยการไม่กระทำ
เทศนาด้วยการไม่เอ่ยวาจา
การงานทั้งหลายก็สำเร็จลุล่วงลง
ท่านให้ชีวิตแก่สรรพสิ่ง
แต่มิได้ถือตัวว่าเป็นเจ้าของ
ประกอบกิจยิ่งใหญ่
แค่มิได้ประกาศให้โลกรู้
เหตุที่ท่านไม่ปรารถนาในเกียรติคุณ
เกียรติคุณของท่านจึงดำรงอยู่ไม่สูญสลาย
วิถีแห่งเต๋า พจนา จันทรสันติ
จาก
http://www.thummada.com/cgi-bin/iB3/ikonboard.cgi?s=44f718a42a70ffff;act=ST;f=4;t=178
มดเอ๊ก
08-31-2006, 02:35 PM
เต๋า : ใช่และไม่ใช่
http://thummada.com/php_upload/comet001.jpg
เต๋าไม่ใช่สิ่งต่อไปนี้
- ไม่ใช่วัตถุ
- ไม่ใช่เสียงหรือความสั่นสะเทือนอื่นใด
- ไม่ใช่สิ่งที่จะแยกออกเป็นส่วนๆได้
- ไม่ใช่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้
- ไม่ใช่สิ่งที่จะลดหรือเพิ่มได้
- ไม่ใช่สิ่งที่มีส่วนประกอบอื่นหรือส่วนเสริมแต่ง
เต๋า คือสิ่งต่อไปนี้
- เต๋าคือสิ่งหนึ่งเดียว เต๋า คือ เอกภาพ
- เต๋ากำหนดทุกสิ่งทุกอย่าง
- เต๋ามาก่อนทุกสิ่งทุกอย่าง
- เต๋าคือกฎของทุกสิ่งทุกอย่าง
คำที่ชัดเจนที่สุดและช่วยได้มากที่สุดที่ข้าพเจ้าทราบที่จะใช้แทนคำว่าเต๋า ก็คือคำว่า อย่างไร ทั้งนี้เพราะว่าเต๋า คือหลักการที่ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไป
โปรดอย่าลืมว่าขณะที่เต๋าไม่มีรูปร่างหรือคุณสมบัตินั้น เต๋าก็มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ทุกเวลา และมีอยู่ตลอดกาล
ขอให้นึกถึงความไม่สิ้นสุดสี่ระดับดังนี้
มนุษย์ไม่สิ้นสุดในแง่หนึ่ง
โลกไม่สิ้นสุด
จักรวาลไม่สิ้นสุด
เต๋าไม่สิ้นสุด
แม้ทั้งสี่สิ่งนี้อาจจะไม่สิ้นสุดในแง่หนึ่ง สามสิ่งแรกก็มีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมได้
มนุษย์ต้องอาศัยโลก
โลกต้องอาศัยจักรวาล
จักรวาลต้องอาศัยเต๋า
แต่เต๋ามืได้อาศัยสิ่งใดเลย
@@@@@@
จากเต๋าที่เล่าแจ้ง บุญมาก พรหมพ้วย เรียบเรียง
rainbow
08-31-2006, 04:16 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4655&stc=1&d=1157011707
เม็ดข้าวของประสกเพียงหนึ่งเม็ด
ยิ่งใหญ่ดั่งขุนเขาพระสุเมรุ
<?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" /><o:p></o:p>
ชาตินี้หากไม่บรรลุธรรม
ขอชดใช้ด้วยห่มขนและมีเขาคืน<o:p></o:p>
^rin^
09-01-2006, 12:57 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4688&stc=1&d=1157126667
จงตริตรึกถึงสิ่งนี้ ว่าการประจักษ์แจ้งในอนิจจังนั้นเป็น
เพียงสิ่งเดียวที่เราอาจยึดถือ หรืออาจเป็นสมบัติสิ่งสุดท้าย
ของเราก็เป็นได้ มันเป็นเหมือนกับฟากฟ้าและผืนแผ่นดิน
ไม่ว่าสิ่งต่าง ๆ รอบตัวจะแปรเปลี่ยนหรือเสื่อมสลายผุพังไป
เช่นไร แต่ฟากฟ้าและผืนแผ่นดินยังคงอยู่
สมมติว่าเราต้องเผชิญกับปัญหาอันหนักหน่วงทางจิตใจ
ซึ่งทำให้ชีวิตของเราแหว่งวิ่นไปสิ้น สามีหรือภรรยาของเรา
อาจทิ้งเราไปโดยไม่บอกกล่าว ทว่าผืนแผ่นดินยังคงอยู่
กระนั้นก็ตาม แม้แต่ผืนแผ่นดินเองก็ยังสั่นไหวอยู่เป็นครั้ง
คราว เพื่อเตือนใจเราว่าเราไม่อาจยึดถือสิ่งใดเลยว่าแท้เที่ยง
- จากหนังสือ เพ่งพินิจเรื่องชีวิตและความตาย โดย โซเกียล รินโปเช -
^rin^
09-01-2006, 01:04 PM
http://tn3-1.deviantart.com/fs11/300W/i/2006/243/2/6/Zen_by_szefi.jpg
อันที่จริง วิถีชีวิตแบบเซน มันธรรมดา ๆ
ธรรมดาเสียจนเราไม่เข้าใจ
เพราะเราได้สร้างอะไรต่อมิอะไร
เพื่อประดับประดาตัวเองจนเต็มไปหมด
จนลืมไปว่า
ความธรรมดาของธรรมชาติของเรานั้น
เป็นอย่างไร
เราทำตัวเองให้วุ่นวาย
เราทำคนอื่นให้หัวหมุน
เราทำให้โลกวกวน
วันนี้ขอให้กลับมาเป็นตัวเรา
มนุษย์ธรรมดา ๆ คนหนึ่ง
และพยายามมองหา
ความธรรมดาของเราห้จงได้......
- จาก บันทึกคำสอนเรื่องเซน ของ รินไซ(ลินชิ) ศิษย์ โอบากุ (ฮวงโป) -
^rin^
09-01-2006, 01:12 PM
http://tn3-2.deviantart.com/fs11/300W/i/2006/243/6/5/Clouds___Sun_by_ConnorCailo_Alliance.jpg
อดีตผ่านพ้นไปแล้ว อย่าพยายามไปรื้อฟื้น
ปัจจุบันไม่ได้หยุดอยู่ อย่าพยายามไปสัมผัสมัน
จากขณะหนึ่งไปยังอีกขณะหนึ่ง
อนาคตยังมาไม่ถึง อย่าไปกังวลถึง
อะไรที่มากระทบตา ปล่อยให้มันเป็นไป
ไม่มีบัญญัติใด ๆ ที่ต้องคอยรักษา
ไม่มีมลทินใดที่ต้องทำความสะอาด
ด้วยจิตว่างแทรกซึมสู่ทุกสิ่ง
ธรรมะหาได้มีชีวิต
เมื่อท่านสามารถเป็นเช่นนี้ได้
ท่านก็เข้าถึงการบรรลุธรรมสูงสุด
อาหารและเครื่องนุ่งห่มค้ำจุนร่างกาย และชีวิต
ฉันขอแนะนำให้ท่านเรียนรู้ ที่จะเป็นอย่างที่เป็น
เมื่อถึงเวลา ฉันจะย้ายอาศรม แล้วจากไป
และไม่มีอะไรเหลือทิ้งไว้เบื้องหลัง
- เมฆบ้า-ผังอวิ้น : คฤหัสถ์เซน -
^rin^
09-01-2006, 01:18 PM
http://tn3-2.deviantart.com/fs11/300W/i/2006/243/f/a/This_Shared_Heaven_by_Ladyofspira.jpg
เหมือนดั่งความฝัน
เหมือนดั่งเงา
เหมือนเกลียวคลื่น
เหมือนภาพมายา
เหมือนประกายสายฟ้า
- วัชรสูตร -
^rin^
09-01-2006, 01:24 PM
http://tn3-2.deviantart.com/fs11/300W/i/2006/243/3/9/Spare_Time_by_bitsoup.jpg
"พระพุทธธรรมมีเอกรสเดียว คือ รสแห่งวิมุติความรอดพ้นจากปวงทุกข์
แต่ชนิดของรสมี ๒ ชนิด คือ ชนิดแรกเพื่อตนเอง ชนิดที่สองเพื่อตัวเอง
และสรรพสัตว์ด้วย"
- คุรุนาคารชุน -
เขียนถวายหลวงพ่อหย่วนขณะพำนักอยู่ในเมืองฉางอัน
ไฝ่ฝันสักดอนพิงพัก จัดไร่ไตรมรรค
กลุ้มกลัดอัตคัดปัจจัย
แดนเหนือเผือสิ้นเยื่อใย วัดตงหลินได้-
แต่รำลึกถึงอาจารย์
เงินทองหมดพร้อมฟืนถ่าน ไฝ่สูงมุ่งมาน
ตามวัยสังขารโรยรา
ย่างคำลมเย็นโชยมา อนิจจังอนิจจา
ยินเสียงจักจั่นเติมตรม
- เมิ่งเฮ่าหราน -
^rin^
09-01-2006, 01:36 PM
http://tn3-2.deviantart.com/fs11/300W/i/2006/243/8/b/Kofuku_ji_pagoda_by_Jukev.jpg
ไม่มีตัวตนและไม่มีบุคคล
แล้วจะมีญาติพี่น้องและคนแปลกหน้าได้อย่างไรกัน
ฉันขอร้อง เลิกเสียจากการบรรยาย
เป็นการดีกว่าที่จะแสวงหาความโดยตรง
ธรรมชาติของวัชรปัญญานั้น
ขจัดได้แม้แต่ฝุ่นเพียงธุลีเดียว
จาก "ข้าพเจ้าได้สดับมาดังนี้ "
ถึง " นี่คือสิ่งที่ข้าพเจ้าเชื่อ "
ทั้งหมดเป็นเพียงบรรดาชื่ออันไร้แก่สาร
- เมฆบ้า-ผังอวิ้น : คฤหัสถ์เซน-
^rin^
09-01-2006, 03:24 PM
http://www.kingtutshop.com/freeinfopic/Lotus-3.gif
เชี่ยวชาญในวิถีแห่งพุทธ ฉันกลับเดินทางที่ไร้ทาง
โดยไม่ทิ้งกิจธุระของคนธรรมดาสามัญ
เหตุปัจจัยกับนามรูปทุกอย่าง เป็นดุจดังดอกไม้ในท้องฟ้า
ไร้รูปไร้นาม ฉันละทิ้งการเกิดและการตาย
เมื่อจิตเป็นอย่างที่เป็น สถานการณ์ก็เป็นอย่างที่เป็นด้วยเช่นกัน
ไม่ใส่ใจกับสิ่งที่มีอยู่
และไม่ยึดติดกับสิ่งที่มีอยู่
ท่านก็ไม่ได้เป็นทั้งนักบุญหรือว่าปราชญ์
เป็นเพียงแค่คนธรรมดา ๆ คนหนึ่ง
ที่กระทำการงานของตน ง่าย ง่าย อะไรเช่นนั้น
- เมฆบ้า-ผังอวิ้น : คฤหัสถ์เซน -
มดเอ๊ก
09-01-2006, 05:14 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4668&stc=1&d=1157102078
คัมภีร์ไร้อักษร
ช่างบริสุทธิ์และสดชื่น
ดอกไม้ประดับด้วยหยาดน้ำค้าง
ช่างไพเราะเสนาะใส
บทเพลงของหมู่วิหก
เมฆขาวสงบ
ธารน้ำส่องประกายสีคราม
ใครเลยที่อาจขีดเขียน
ด้วยถ้อยคำที่แท้ อันปราศจากอักษร
ขุนเขาสูงพระหง่าน แมกไม้เขียวขจี
หุบเหวล้ำลึก ลำน้ำสะอาดใส
สายลมบางเบา ดวงจันทร์สวยล้ำ
อย่างสงบงัน ข้าพเข้าอ่าน
ถ่อยคำที่แท้ซึ่งไร้อักษร
- เซนไค ชิบายามะ (หนังสือ ดอกไม้ไม่จำนรรจ์) -
มดเอ๊ก
09-01-2006, 05:23 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4670&d=1157102035
คือความงามของสรรพสิ่ง
ไม่สมบูรณ์แบบ
ไม่คงทนถาวร
และไม่เสร็จสมบูรณ์
คือความงามของวัตถุสิ่งของ
ที่สงบเสงี่ยมและอ่อนน้อม
คือความงามของวัตถุสิ่งของ
ที่ไม่ยึดติดในคติแบบแผน
จาก หนังสือ วะบิ-ซะบิ สำหรับ นักออกแบบ กวี นักปรัชญา
มดเอ๊ก
09-01-2006, 05:33 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4669&d=1157102035
"โลกนี้มิอยู่ด้วยมณีเดียวนา ทรายและสิ่งอื่นมีส่วนสร้าง
ปวงธาตุ ต่ำ กลาง ดี ดุลยภาพ ภาคจักรพาลมิร้างเพราะน้ำแรงใหน
ภพนี้มิใช่หล้าหงส์ทองเดียว กาก็เจ้าของครองชีพด้วย
เมาสมบัติจองหองหินชาติ น้ำมิตรแล้งโลกม้วยหมดสิ้นสุขศานต์"
-อังคาร กัลยาณพงศ์-
มดเอ๊ก
09-01-2006, 05:45 PM
ใครใคร่รู้ถึงความงามของตำหนิ
วะบิ - ซะบิ คืออะไร
ผมไม่รู้ และคาดว่าจะไม่มีวันรู้
เหมือนถามว่าเซนคืออะไร เต๋าคืออะไร
หรือถามว่าชีวิตคืออะไร ความงามคืออะไร
ความอัปลักษณ์คืออะไร
เหล่านี้ล้วนไม่มีคำตอบตรง ๆ เพียงหนึ่งหรือสอง
ใครตอบได้ก็บ้าแล้ว (ดังนั้นผมจึงอยากบ้า)
ไม่รู้ว่าคืออะไร แต่ผมเคยเห็น เคยรู้สึก หลายครั้ง
เช่นครั้งอยู่ที่โตเกียว
-ปราบดาหยุ่น-
http://www.matichon.co.th/newsphoto/youth/you30070947p1.jpg
มดเอ๊ก
09-01-2006, 06:53 PM
http://www.chaobaan.com/arhan/picture/mj02.gif
ถั่วงอกฝันอยากจะเป็นดอกบัว
เจียมตัวว่ายังเป็นถั่ว
แต่ก็หน้าบางพอที่จะไม่รอให้ความพิสุทธิ์แท้มาเคาะประตูเพรียกหา
อยากจะเป็นถั่วพ้นเปลือก
โดยไม่ลืมดิน น้ำ แสงแดด และก้อนเมฆ ที่เกื้อกูลต่อการงอกนั้น
- ถั่วงอกโปรดักชั่น ไม่จำกัดฝัน -
มดเอ๊ก
09-01-2006, 06:57 PM
http://www.jplnet.com/art/sky/tree.jpg
ณ บัดนี้
จงขุดดินที่หอมกรุ่นขึ้นมาสักกำมือหนึ่งเถิด
ท่านอาจจะพบเมล็ดพืชเมล็ดหนึ่ง
หรือแมลงตัวเล็ก ๆ
สักตัวหนึ่งในดินกำนั้น
ถ้าหากมือของท่านใหญ่พอ
อีกทั้งมีความอดทนมากพอ
เมล็ดพืชก็จะกลายเป็นป่าที่เขียวขจี
แมลงตัวเล็ก ๆ
ก็จะกลายเป็นทูตสวรรค์ฝูงหนึ่ง
อย่าลืมก็แล้วกันว่า
กาลเวลานั่นเองที่ทำให้
เมล็ดพืชกลายเป็นป่า
กาลเวลานั่นเองที่ทำให้
แมลงตัวเล็ก ๆ กลายเป็นทูตสวรรค์
ทั้งหมดนี้เริ่มต้นจากเดี๋ยวนี้
ไม่ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน
เดี๋ยวนี้ ก็ยังคงสำคัญที่สุด
คาลิล ยิบราน
มดเอ๊ก
09-01-2006, 07:06 PM
http://www.midnightuniv.org/midnight2545/images/000ZZy00008.jpg
หลังจากยุคของความเสื่อม
ก็มาถึงจุดแห่งการเปลี่ยนแปลง
แสงอันทรงพลังที่ถูกบดบัง
กลับสว่างขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
มีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้น
แต่ไม่ได้เป็นไปด้วยกำลังบังคับ
หากเป็นขบวนการตามธรรมชาติ
ที่เกิดขึ้นเอง
ด้วยเหตุนี้ การเปลี่ยนแปลงสิ่งเก่าๆ จึงง่าย
สิ่งเก่าถูกละทิ้งไป
สิ่งใหม่ได้รับการเชื้อเชิญเข้ามา
ทั้งสองอย่างนี้เป็นไปตามจังหวะที่เหมาะสม
จึงไม่ก่อให้เกิดโทษแต่ประการใด
- จาก คัมภีร์ อนิจลักษณะ -
มดเอ๊ก
09-01-2006, 07:29 PM
<TABLE height=21 cellSpacing=0 cellPadding=3 width="100%" border=0><TBODY><TR class=headingsub vAlign=center><TD vAlign=top borderColor=#ff9900 width=360>
http://www.sathira-dhammasathan.org/contentimage/jitprapussorn/aopen.jpg
</TD></TR></TBODY></TABLE>
คนที่กำลังล้มแล้วถูกคนซ้ำเติม ถ้าคนนั้นไม่แข็งแรงพอ มันก็จะลุกยาก แต่ถ้าเผื่อว่า คนที่ล้มแล้วได้มือของ คนที่ยื่นออก ไปเพื่อช่วยยืนขึ้น ถึงแม้แรงมันจะอ่อน แต่ว่ามันมีการฉุดขึ้น มันทำให้เกิด การพยุงตัว แล้วมีกำลังพอที่จะก้าว ก้าวแรกอาจจะกะโผลก กะเผลก แต่ต่อไป จะก้าวได้ มั่นคงขึ้น
แม่ชี ศันสนีย์ เสถียรสุต
^rin^
09-01-2006, 07:36 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4691&stc=1&d=1157156464
ปัทมปาณี
ดอกไม้ในห้วงฟ้า
ดอกไม้ในหล้าโลก
บัวบานดังกลีบเนตรพระพุทธองค์
บัวบานในใจคน
ด้วยพระหัตถ์ทรงปัทมะงามชดช้อย
พระโพธิสัตว์ยังกำเนิดแก่จักรวาลศิลป์
ดวงดาวพราวสะพรั่งกลางทุ่งฟ้า
จันทรายิ้มชื่นรื่นลอย
ลำหยกแห่งต้นมะพร้าว
ทอดยาวพาดฟ้าเพลาดึก
จิตของฉันอันท่องไปในความว่างล้ำลึก
พบความเป็นเช่นนั้นระหว่างทางคืนสู่เหย้า
ฉันเขียนบทกวีนี้หลังจากไปชมถ้ำอชันตาในอินเดียเมื่อปี ๒๕๑๙
- เรียกฉันด้วยนามอันแท้จริง รวมบทกวีของ ติช นัท ฮันห์ -
^rin^
09-01-2006, 07:43 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4692&stc=1&d=1157156591
ราตรีอยู่ที่นี่แล้ว
ลมฝนแว่วบอกข่าว
ว่าย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิ
แต่ข้านอนเดียวดาย
ความฝันมากมายยังไม่เป็นจริง
กลีบดอกไม้ปลิวค้าง
คล้ายดั่งเข้าใจความฝันและความหวังของข้า
กลีบบางปล่อยตัวช้า ๆ สู่พื้นหญ้า
อย่างเงียบงัน
เบิกทางให้กว้างขึ้น
ผมสีไม้เลอค่า
บัดนี้ถวายแทนธูปหอมบูชา
ความงามได้กลายเป็นนิรันดร์
การประจักษ์ความไม่เที่ยงช่างวิเศษยิ่งนัก !
เพราะสรรพสิ่งเหมือนดังฝัน
จิตแท้จึงถูกกำหนดให้นำทาง
หลังสดับเสียงกระแสน้ำขึ้น
สองเท้าจึงก้าวมุ่งสู่อสังขตธรรม
เมื่อเช้า สายลมร่ำเพลงสวดบนไหล่เขาคิชฌกูฏ
จิตไม่ติดข้องอันใดอีกต่อไป
บัดนี้บทเพลงกล่าวถึงอนุศาสน์อันเปี่ยมรัก
กลิ่นหอมของคำสอนนั้นคือแก่นแห่งสัจธรรม
ในอดีตที่ล่วงเลย เธอเคยใช้น้ำ โบเก็ต
ชำระล้างผม
แล้วปล่อยให้แห้งในลมรำเพยหอมของยามบ่าย
ทว่าเช้านี้ สิ่งที่เธอรับใส่เกล้าคือน้ำหวานแห่งโพธิ
เพื่อจิตที่รู้แจ้งจักปรากฏขึ้นทั่วหน้า
ยี่สิบห้าปี
ที่สองมือเธอ
เอื้อเฟื้อเผื่อรักไม่เว้นวัน
การุณยธรรมไม่เคยหยุดงอกงามในหัวใจเธอ
เช้านี้ เธอปลงผมแล้ว
มรรควิถีพลันเปิดกว้าง
ความทุกข์และมายา แม้เหลือประมาณ
ล้วนสิ้นสุด
หัวใจสามารถสัมผัสทั่วทั้งสิบทิศ
- เรียกฉันด้วยนามอันแท้จริง รวมบทกวีของ ติช นัท ฮันห์ -
^rin^
09-01-2006, 07:48 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4693&stc=1&d=1157157084
มรดกแท้แห่งเรา
จักรวาลดารดาษด้วยยอดมณี
เช้านี้ ฉันอยากกอบมากำนัลเธอสักฟายมือหนึ่ง
ชีวิตเธอทุกขณะคืออัญมณี
จำรัสรัศมี รวมไว้ซึ่งผืนฟ้าผืนดิน
น้ำ และเมฆ
อยากให้เธอหายใจอย่างอ่อนโยน
เพื่อปาฏิหารย์จักปรากฏ
ฉับพลันเธอจะยินเสียงนกร้อง
ทิวสนพร้องเพลงสวด
เธอจะเห็นดอกไม้บาน
ครามฟ้า
เมฆขาว
เห็นยิ้มและปิยลักษณ์
ของผู้เป็นที่รักแห่งเธอ
เธอผู้มั่งคั่งที่สุดในโลก
ผู้เที่ยววุ่นวายขอเพื่อยังชีพ
หยุดเป้นเด็กอดอยากเสียที
จงกลับมารับมรดกของเธอ
เราควรยินดีในสุขของเรา
และกำนัลสุขนั้นแด่ทุกผู้คน
บริจาคชั่วขณะนี้
ปล่อยกระแสความหม่นทุกข์ให้ผ่านไป
โอบชีวิตไว้ให้เต็มกอด
นี่คือคำร้องของเพลงที่เขียนขึ้นระหว่างพักสงบใจในหมู่บ้านพลัมประจำ ฤดูหนาว
ปี ๒๕๓๓ โดยได้แรงบันดาลใจจากนิทานอุปมาเรื่อง ลูกชายผู้อดอยาก ใน สัทธรรม-
-ปุณฑริกสูตร รวมทั้งแนวคิดเรื่องความเอื้ออารีมีใจกว้างใน วัชรสูตร
- จาก เรียกฉันด้วยนามอันแท้จริง รวมบทกวีของ ติช นัท ฮันห์ -
^rin^
09-01-2006, 07:52 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4694&stc=1&d=1157157425
ในป่า
ชุมชนต้นไม้
นับพันพัน
มีมนุษย์หนึ่งเดียวอยู่ท่ามกลาง
กิ่งใบกำลังไกวแกว่ง
แล้วลำธารน้อยก็กู่เรียก
และดวงตาเปิดสู่ฟากฟ้าแห่งมหาจิต
รอยยิ้มแลเห็นได้
บนทุกทุกใบ
ป่าอยู่ที่นี่
เพราะเมืองอยู่ข้างล่าง
แต่จิตได้ไปกับมวลแมกไม้
และสวมชุดใหม่สีเขียวแล้ว
สายแดดคือใบไม้
ใบไม้คิอสายแดด
สายแดดไม่แผกผิดใบไม้
ใบไม้ไม่ต่างจากสายแดด
รูปและเสียงอื่นอื่นทั้งหมด
ก็ล้วนธรรมชาติเดียวกัน
- จาก เรียกฉันด้วยนามอันแท้จริง รวมบทกวีของ ติช นัท ฮันห์ -
^rin^
09-01-2006, 07:59 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4677&stc=1&d=1157112188
จันทร์ในใจ
ฟ้าฉลองยามตะวันลับอย่างตื่นเต้น
เจ้านกที่มีสีเวิ้งฟ้าวาวสะท้อนในแววตา
โดดไปตามกิ่งไม้
และใบอันสรรค์จากแก้วผลึก
เมื่อตื่นขึ้นจากนิทรารมณ์ยาวนาน
ฉันพบอรุณเรืองอยู่ภายใน
จันทร์สงบสะท้อนดวงอยู่ในห้วงบึงแห่งใจ
ผีเสื้อโบยบินจากบ้านเกิด
ใบเทียโถสีม่วง
ประกาศความสุกงอมของฤดูใบไม้ร่วง
ฝูงนกขับขานตามแมกไม้
เมฆานภากาศสงบเย็น
เช้านี้เปี่ยมสันติ
พิราบสยายปีก
ต้อนรับด้วยใจจริง
ฝูงนกต้อนรับหยาดแสงแห่งยามเช้า
สนามหญ้าอาบเรืองด้วยสีทอง
สิบปีแล้วสินะ
ที่เจ้าผีเสื้อเร่ร่อนจากบ้านเกิด
- เรียกฉันด้วยนามอันแท้จริง รวมบทกวีของ ติช นัท ฮันห์ -
^rin^
09-01-2006, 08:03 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4695&stc=1&d=1157157705
คนดี
ป่าสนหับบานประตูคู่
ศรสกาววาววับแล่นจากคันธนู
พุ่งขึ้นผ่าฟ้า
ระเบิดดวงอาทิตย์
ดอกส้มล่วงหล่น
พรมจนทั่วลาน
เงาสะท้อนวาบไหว
เขียนที่ ปารีส ๒๕๑o
- เรียกฉันด้วยนามอันแท้จริง รวมบทกวีของ ติช นัท ฮันห์ -
^rin^
09-01-2006, 08:13 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4680&stc=1&d=1157113051
หายใจ
หายใจเข้า
ฉันเห็นตนเองดังดอกไม้
ฉันคือความสดชื่น
หายใจออก
นัยน์ตาฉันกลายเป็นดอกไม้
โปรดมองฉัน
ฉันกำลังมอง
ด้วยดวงตาแห่งรัก
หายใจเข้า
ฉันคือขุนเขา
ไม่ไหวติง
นิ่ง
มีชีวิต
กระปรี้กระเปร่า
หายใจออก
ฉันรู้สึกมั่นคง
คลื่นอารมณ์
ไม่อาจโถมซัด
หายใจเข้า
ฉันคือน้ำนิ่ง
สะท้อนเงาฟ้า
อย่างซื่อสัตย์
ดูสิ ฉันมีเพ็ญแข
อยู่ในใจ
คือจันทร์แจ่มชื่นแห่งพระโพธิสัตว์
หายใจออก
ฉันให้การสะท้อนภาพอย่างสมบูรณ์
จากจิตกระจกเงาของฉัน
หายใจเข้าฉันกลายเป็นอวกาศ
ปราศจากขอบเขต
ไม่เหลือแผนการณ์อันใด
ไม่มีกระเป๋าเดินทาง
หายใจออก
ฉันคือจันทร
ท่องไปในนภากาศแห่งความว่างสุดว่าง
ฉันคืออิสรภาพ
- เรียกฉันด้วยนามอันแท้จริง รวมบทกวีของ ติช นัท ฮันห์ -
^rin^
09-01-2006, 08:18 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4681&stc=1&d=1157113340
๑๑๑๑เพิร์ลสตรีท ( บทกวีนอกรีต )
ในบรรยากาศอันสดกระจ่าง
มีจุดแต้มปรากฏขึ้น
กิเลสย้อมจุดแต้มนั้นจนเป็นสีแดงสด
ไล่เฉดสีลงมาเป็นชมพูหน่วงหนัก
ช่างงดงามยิ่งที่ได้อยู่ในอรูปภพ
เมื่อคุณสูญสลายไป จุดแต้มก็มลายไปด้วย
เมื่อคุณเปิดออก ความเว้นว่างอันแจ่มกระจ่างก็เปิดขึ้น
ขอเราจงหลอมละลายไปในกามภพ
อันเป็นที่หวั่นเกรงของเหล่านักเทววิทยาและผู้ร่างกฏ
เด็ด เด็ด เด็ดดอมดอกไม้ป่า
มันหาใช่ความกระสันรัญจวนไม่
หากเป็นเพียงท่วงท่าอันเรียบง่าย
เพื่อที่จะตระหนักถึงสายลมภูเขาอันสดชื่น
ซึ่งรวยรินเอาความไร้เดียงสาของดอกไม้ป่า
มาเถิด มา เหล่าผู้เคร่งศีลธรรม เชิญมาร่วมกับเรา
ความสดชื่นนั้นหาใช่ภาระหรือสิ่งคุกคามไม่
หากเป็นอาการแห่งความรักอันดูดดื่ม
ซึ่งเมืองทั้งเมืองอาจหอมละลาย
ไปในความรักของดอกไม้ป่า
ปราศจากภาระหน้าที่ ไม่มีการอุทิศหรือกับดัก
โลกเปี่ยมไปด้วยความไว้วางใจและความเปิดกว้าง
ขอเราจงได้เฉลิมฉลองในความปีติเย็นฉ่ำ
ในสีฟ้าเทอร์คอยส์
ในหยาดน้ำค้างยามเช้า
และเสียงหัวร่ออันอบอุ่น
บ้านอันฉ่ำชื่นนั้น
ภาพแห่งความรักช่างดีงามและแจ่มกระจ่าง
- มหาบูรพาสูรย์ ปรีชาญาณชัมบาลา บท จุดแต้มในฟ้ากว้าง โดย เชอเกียม ตรุงปะ -
^rin^
09-01-2006, 08:23 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4682&stc=1&d=1157113595
๑
หะแรกก็ผลุดพลั่งและไหลหลั่งซอกซอนไป
นี้ใช่สายธารหรือไม่ ?
มันผุดขึ้นทางตะวันออกและลับหายทางตะวันตก
นี้ใช่ดวงจันทร์หรือไม่ ?
๒
ไม่เคยอัสดง
นี้ใช่มหาบูรพสูรย์หรือไฉน ?
ไม่ว่ามันจะเคยมีอยู่หรือไม่
นี่คืออาณาจักรชัมบาลา
๓.
รักที่เป็นอิสระจากความลังเลสงสัย
และความปรารถนาที่เป็นอิสระจากความเกียจคร้าน
อาจบรรสานตะวันออกกับตะวันตกเข้าด้วยกัน
เมื่อนั้น เหนือและใต้ย่อมอุบัติขึ้น
ท่านผุดขึ้นมาดุจดังราชันแห่งหล้าโลก
ท่านอาจบรรสานฟ้าดินเข้าด้วยกัน
๔
เมื่อปราศจากความกลัว ท่านย่อมก่อกำเนิดความกลัวขึ้น
เมื่อยอมรับความกลัว ย่อมไม่กลัวสิ่งใดอีก
เมื่อท่านพิจารณาตนเองยามที่ตกอยู่ในความกลัว
ท่านก็ได้บทขยี้เชื้อพันธุ์แห่งความกลัว
* บทกวีไม่มีชื่อสี่บทนี้เขียนขึ้นในวันเดียวกับที่ท่านได้บรรยายเรื่อง "การไร้ข้อตำหนิ"
- มหาบูรพาสูรย์ ปรีชาญาณชัมบาลา บท การไร้ข้อตำหนิ โดย เชอเกียม ตรุงปะ -
^rin^
09-01-2006, 08:25 PM
http://imagecache2.allposters.com/images/adc/10098820B.jpg
ชีวิตที่หมักกล่อม
เด็กๆ วิ่งเล่นเท้าเปล่า
ผู้เฒ่าถือไม้เท้าสูดดมอากาศสดชื่น
ฤดูใบไม้ผลิแสนดี - พวกเราล้วนเบ่งบาน
กาลเวลาของร่มกันฝน
โคลนเลนในหนทางให้ม้าย่ำ
ดอกเบญจมาศและดอกพีอานีสสดสวยงดงาม
ฤดูร้อนคืองานฉลองอันเกริกไกร
ตกจากเบื้องบนลงมาบนศรีษะข้า
นั่นเป็นเพียงผลแอปเปิล
ช่วงเวลาอันอุดมสมบูรณ์
เราถูกจู่โจมด้วยพายุแห่งธัญญาหาร
บ้านเรือนเป็นสิ่งล้ำค่า
โลกสีขาวหนาวเหน็บ
เสียงจากเกล็ดน้ำแข็งประสานท่วงทำนอง
จักรพรรดิหวนกลับคืนสู่ราชฐาน
- มหาบูรพาสูรย์ ปรีชาญาณชัมบาลา บท ราชันแห่งฤดูกาลทั้งสี่ โดย เชอเกียม ตรุงปะ -
^rin^
09-01-2006, 08:29 PM
http://tn3-2.deviantart.com/fs11/300W/i/2006/244/1/d/Insomnia_Part_Five_by_Lady_E.jpg
ข้าแต่คุรุรินโปเช ผู้มีพระภาค
ท่านคือนิรมาณกายแห่งความกรุณา
และพระพรของพระพุทธเจ้าทั้งหลายทั้งปวง
ท่านคือผู้ปกป้องคุ้มครองสรรพสัตว์
ด้วยกาย ใจ วิญญาณ และทุกสิ่งที่ข้าพเจ้าครอบครองนี้
ขอถวายแด่ท่านทั้งสิ้น โดยไม่รั้งรอ
ตั้งแต่กาลบัดนี้สืบไปกระทั่งบรรลุสัมโพธิญาณ
ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข ดีหรือร้าย ขึ้นสูงหรือตกต่ำ
ข้าพเจ้าล้วนหวังพึ่งพิงท่านทั้งสิ้น
ข้าแต่องค์ปัทมสมภพผู้รู้ซึ้งกระจ่างในตัวข้าพเจ้า
โปรดดลใจและชี้นำ
เพื่อข้าพเจ้าจะได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกับท่าน.
- เพ่งพินิจเรื่องชีวิตและความตาย โดย โชเกียล รินโปเช -
เทพขอทาน
09-01-2006, 08:30 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4685&stc=1&d=1157251459
ฝุ่นเหลืองหมื่นปี บนถนนเมืองฉางอาน
ศิลาจารึกหักกร่อนในสุสานหมางซาง
ลมประจิมกวาดพัดท่าข้ามอูเจียง
ตะวันทอดแสงสนธยาสู่ต้นไม้ในเมืองหานตาน
คนแก่แล้วก็อย่างนี้
คนแก่แล้วก็อย่างนี้
เหล่าวีรบุรุษต้องปวดใจ
-บทกวีนิรนาม สมัยราชวงค์หยวน-
^rin^
09-01-2006, 08:31 PM
http://tn3-2.deviantart.com/fs11/300W/i/2006/244/9/7/Banquo__s_death_by_TheTriangle.jpg
มนุษย์ใช้ชีวิตทั้งชีวิตเพื่อ เตรียมตัว เตรียมตัว และเตรียมตัว ...
เพียงเพื่อที่จะเผชิญกับชีวิตหน้าอย่างไม่ทันได้เตรียมเนื้อเตรียมตัว
- ธักปะ เก็ลเซ็น -
เทพขอทาน
09-01-2006, 08:32 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4715&stc=1&d=1157353814
บทกวี ชื่อ ทำนองสิงเซียงจื่อ
เรือน้อยเรียวเบาราวใบไม้
พายคู่ดูดั่งห่านฟ้าผวาปีก
ฟ้าน้ำสดใส
ฉายเงาบนผิวเรียบสงบ
ปลาแหวกพริ้วพร่าภาพเงา
กระยางจับเจ่าบนฝั่งหมอกคลุม
เรือลิ่วละล่องผ่านท้องธารทราย
ธารเหมยขาบพรายหนาวเย็น
ธารเดือนเพ็ญกระจ่างพร่างพราย
ซ้อนซับซับซ้อนดั่งภาพเขียน
เลี้ยวลดลดเลี้ยวดั่งฉากกั้น
ยามฉะนี้หนอ
ดอยเหยียนหลิงโบราณอยู่กับความว่าง
ราชะอมาตย์ทั้งหลายล้วนล่วงไปดุจความฝัน
เหลือเพียงนามเปล่าดาย
คงทนอยู่คือเทือกภูผา
หมู่เมฆาประดับเขา
แลอาทิตย์อาบดอย
-ซูตงเปอ -
^rin^
09-01-2006, 08:34 PM
http://tn3-2.deviantart.com/fs11/300W/i/2006/244/c/2/once_i_was_a_rose_by_Ghost_Dogg.jpg
จงยึดในคำสั่งสอนของอาจารย์ มิใช่รูปลักษณ์
จงยึดในความหมาย มิใช่ในถ้อยคำ
จงยึดในความหมายอันแท้จริง มิใช่ในการอนุมาณ
จงยึดในดวงจิตแห่งปรีชาญาณ มิใช่ในจิตใจอันสามัญของตน
-นิรนาม -
เทพขอทาน
09-01-2006, 08:35 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4683&stc=1&d=1157250892
แมวเอ๋ยแมวเหมียว
รูปร่างปราดเปรียวเป็นนักหนา
ร้องเรียกเหมียวๆ เดี๋ยวก็มา
เคล้าแข้งเคล้าขาน่าเอ็นดู
- บทดอกสร้อย สัญชาติไทย -
เอาลิงภาพมาให้
http://www.photo.net/photodb/member-photos?include=all&user_id=1155458
^rin^
09-01-2006, 08:36 PM
http://tn3-2.deviantart.com/fs11/300W/i/2006/244/7/b/Gas_Giant_Attempted_by_Gnatty.jpg
ขอให้ผู้ที่ยังมิได้ก่อเกิดโพธิจิตขึ้น
จงได้ก่อเกิด
และผู้ใดที่ได้ก่อเกิดแล้ว
ขอโพธิจิตนั้นอย่าได้ถดถอย
แต่จงเพิ่มพูนกล้าแข็งยิ่ง ๆ ขึ้นเทอญ
- นิรนาม -
^rin^
09-01-2006, 08:39 PM
http://ic3.deviantart.com/fs11/i/2006/244/2/0/Generic_leaf_by_RoWatch.jpg
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4772&stc=1&d=1157502631
ธรรมชาติอันเป็นแก่แท้ของดวงจิต
ไม่มีถ้อยคำใดอาจจะอธิบายได้
ไม่มีตัวอย่างใดอาจชี้ชัดได้
วัฏสงสารไม่อาจทำให้มันแปดเปื้อน
นิรวาณไม่อาจทำให้มันสูงส่ง
มันไม่เคยเกิด
มันไม่เคยตาย
มันไม่เคยถูกปลดปล่อย
มันไม่เคยมัวหมอง
มันไม่เคยดำรงอยู่
มันปราศจากขอบเขต
มันไม่เคยอยู่ภายใต้ข้อกำหนดใด ๆ
- ดูจม รินโปเช . -
^rin^
09-01-2006, 08:40 PM
http://imagecache2.allposters.com/images/BEN/AB0084.jpg
จงจดจำไว้ถึงบทเรียนจากนางวัวเฒ่า
มันพึงพอใจที่จะนอนอยู่ในโรงนา
เธอจะกิน นอน และถ่าย
นั่นเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
สิ่งที่นอกเหนือไปกว่านั้น
ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเธอ
จงทำในสิ่งที่เธอจะต้องทำ
และเก็บงำตัวเองไว้ภายใน
- พะทรุล รินโปเช -
(จากมุทรา , เชอเกียม ตรุงปะ, ชัมบาลา ๑๙๒๗)
เทพขอทาน
09-01-2006, 08:46 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=3211&d=1144691649
ย่าบอกว่า ถ้าเราใช้จิตใจไปในทางโลภโมโหโทสันหรือเลวทราม
ถ้าเราชอบทำร้ายผู้อื่นอยู่เสมอ และมัวแต่คิดหาผลประโยชน์ทางวัตถุ
... จิตวิญญาณของเราจะหดเล็กลงเหลือขนาดเท่า ฮิคกอรี่นัท
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
ย่าบอกว่า เรารู้ได้ไม่ยากว่าใครเป็นคนตาย
... เมื่อเขามองผู้หญิง เขาไม่เห็นอะไรนอกจากคิดสกปรก
... เมื่อมองต้นไม้ เขาไม่เห็นอะไรนอกจากไม้ซุงและผลกำไร มิใช่ความงาม
ย่าบอกว่าพวกนี้แหละคือคนตายที่ยังเดินอยู่ทั่วๆ ไป
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
ย่าว่าจิตวิญญาณเปรียบเหมือนกล้ามเนื้อ
... ถ้าเรายิ่งใช้มัน มันก็จะใหญ่ขึ้น แข็งแรงขึ้น
ย่าบอกว่าทางเดียวที่จะเป็นอย่างนี้ได้
ก็โดยใช้จิตวิญญาณในการทำความเข้าใจ
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
ย่าว่าโดยธรรมชาติแล้ว ความเข้าใจกับความรักเป็นสิ่งเดียวกัน
.. ผมจึงเข้าใจว่า ผมจะต้องเริ่มพยายามเข้าใจทุกคนอย่างจริงจัง
เพราะแน่นอนว่าผมไม่อยากให้จิตวิญญาณเหลือเท่าลูกฮิคกอรี่นัท
:SLP_125:
ลิตเติ้ลทรี - วรรณกรรมเยาวชนเผ่าเชโรกี
http://www.agalico.com/board/showthread.php?t=4514
^rin^
09-01-2006, 11:12 PM
http://www.thaitambon.com/thailand/Uthaithani/610101/0511985614/Monk-3A.jpg
จงตระหนักว่าสรรพสิ่งเป็นเหมือนดั่ง
ภาพลวงตา เหมือนวิมานเมฆ
เหมือนความฝัน เหมือนเงามายา
ปราศจากแก่นสาร ทว่ามีสิ่งให้อาจแลเห็นได้
จงตระหนักว่าสรรพสิ่งเป็นเหมือนดั่ง
ดวงจันทราในฟากฟ้ากระจ่าง
สะท้อนเงากระเพื่อมไหวอยู่ในทะเลสาบใส
ทว่าที่จริงแล้วดวงจันทร์หาได้เคลื่อนไหวไม่
จงตระหนักว่าสรรพสิ่งเป็นเหมือนดั่ง
เสียงอุโฆษซึ่งก่อเกิด
จากบทเพลง กระแสเสียง และการคร่ำครวญหวนไห้
กระนั้นก็ดี ในเสียงอุโฆษนั้นก็หามีท่วงทำนองอยู่ไม่
จงตระหนักว่าสรรพสิ่งเป็นเหมือนดั่ง
นักมายากลผู้นิรมิต
ม้า วัว เกวียน และสิ่งอื่นขึ้นมา
ทว่าก็หามีสิ่งใดเป็นจริงไม่
- พุทธวัจนะ -
^rin^
09-01-2006, 11:17 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4687&stc=1&d=1157124072
ธรรมชาติแห่งสรรพสิ่งคือมายาและอนิจจัง
ผู้มีจิตใจแบ่งแยกย่อมถือเอาทุกข์เป็นสุข
เปรียบดั่งคนผู้ที่เลียน้ำผึ้งจากคมมีดโกน
ช่างน่าเวทนาในผู้ที่ยึดมั่นอยู่ในโลกธรรม
จงย้อนเพ่งสู่ภายใน มิตรรักทั้งหลาย
- โญะซุล เคน รินโปเช -
^rin^
09-01-2006, 11:20 PM
http://tn3-2.deviantart.com/fs11/300W/i/2006/244/b/8/Perfume_by_whyworry.png
ด้วยเหตุที่สรรพสิ่งเป็นเพียงมายา
สมบูรณ์ในตนเองดังที่มันเป็น
หาได้เกี่ยวข้องกับเรื่องดี - เลว
ยอมรับหรือปฏิเสธใด ๆ ไม่
เธอจึงอาจหัวร่อได้สนั่นหวั่นไหว
- ลงเชนปะ -
^rin^
09-02-2006, 09:47 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4696&stc=1&d=1157161856
ในบรรดารอยเท้าทั้งหมด
ถือว่ารอยเท้าช้างยิ่งใหญ่ที่สุด
ในบรรดาการฝึกสติทั้งหมด
มรณานุสตินับว่ายิ่งใหญ่ที่สุด
- พระพุทธองค์-
^rin^
09-02-2006, 09:53 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4697&stc=1&d=1157162253
ในบทโศลกของมหาภารตะ มหากาพย์อันยิ่งใหญ่แห่งอินเดีย
มีผู้ถามท้าวยุธิษฐิระว่า "บรรดาสิ่งต่าง ๆ ทั้งหลายในชีวิตนั้น
สิ่งใดน่าพิศวงที่สุด ? " พระองค์ทรงตอบว่า "นั่นคือ ผู้ที่แลเห็น
คนรอบข้างล้มหายตายจากไปสิ้น โดยไม่คิดว่าตนจะต้องตาย
เช่นกัน"
- จากหนังสือ มรณกรรมที่งดงาม-
^rin^
09-02-2006, 09:58 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4698&stc=1&d=1157162587
เมื่อความตายมาเยือนที่สุด
ท่านจะต้อนรับมันดุจดังเพื่อนเก่า ด้วยความตระหนักรู้ว่า
แท้ที่จริงแล้ว ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ในโลกนี้
ล้วนแปรปรวนเหมือนความฝัน
- ดิลโก เคียนเซ รินโปเช -
^rin^
09-03-2006, 12:39 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4709&stc=1&d=1157215393
ข้ามาสู่โลกด้วยมือเปล่า
ข้าจากไปด้วยเท้าเปล่า
ข้ามา แล้วก็ไป
ทั้งสองสิ่งที่เกิดขึ้นนี้
คือตัวผูกมัด
- โคซัน อิชิเกียว -
พระเซนในศตวรรษที่ ๑๔
^rin^
09-03-2006, 12:42 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4710&stc=1&d=1157215608
ก่อนที่เราจะได้ทันล่วงรู้ ชีวิตก็สิ้นสุด ถึงเวลาต้องตายแล้ว
ถ้าเราขาดพื้นฐานในการปฏิบัติที่มั่นคง
เราก็จะตายท่ามกลางความกลัวและความทุกข์ทรมาณ
อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
- คาลู รินโปเช -
^rin^
09-03-2006, 12:44 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4711&stc=1&d=1157215748
ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังป่วยหนัก
จงเผชิญกับความเจ็บป่วยนั้นอย่างตรงไปตรงมา ดั่งผู้ฝึกเซนที่ดี
เจ้าอาจจะไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วใครกันที่กำลังเป็นทุกข์
แต่จงตั้งคำถามกับตัวเองว่า อะไรคือแก่นแท้ของจิตดวงนี้ ?
คิดเพียงแค่นี้
แล้วเจ้าจักไม่ต้องการอะไรอื่น ไม่ปรารถนาสิ่งใด
วาระสุดท้ายของเจ้าไม่มีวันสิ้นสุด
จะเป็นเสมือนเกล็ดหิมะที่ละลายในอากาศบริสุทธิ์
- ปรมาจารย์บัสซุยกล่าวกับศิษย์ผู้หนึ่งที่กำลังจะตายจากไป -
^rin^
09-03-2006, 12:52 AM
http://www.bloggang.com/data/happyday/picture/1132151529.jpg
ดาบและภู่กันถ่วงอยู่ระหว่างความสมบูรณ์พร้อม
และการอิงอาศัยกัน
ความกล้าหาญที่ซื่อสัตย์และพลังอันสูงส่งของท่าน
ทะลุทะลวงถึงสวรรค์
ความฝัน ๕๓ ปี
ปกคลุมด้วยกลิ่นหอมบริสุทธิ์ของดอกบัว
ที่เบ่งบานอยู่ท่ามกลางเปลวไฟคุโชน
- ปรมาจารย์เซน ยามาโอคะ เทสชู -
^rin^
09-03-2006, 12:54 AM
http://i47.photobucket.com/albums/f151/chamai_vong/Project1.jpg
ข้ายกคันฉ่องชีวิตขึ้นส่องหน้า
๖o ปีกับความผันผวน
ข้าทุบเงาสะท้อนแตกเป็นเสี่ยง ๆ
โลกก็ยังเป็นเช่นเดิม
ทุกสิ่งทุกอย่างคงอยู่ในที่ทางของมัน
- ไทเก็น โซฟุ -
พระเซนในศตวรรษที่ ๑๖
^rin^
09-03-2006, 01:06 AM
http://i77.photobucket.com/albums/j75/chompoo751/sky1.jpg
ถึงแม้ความตายจะถาโถมใส่เจ้าในวันนี้ ดุจดั่งสายฟ้าฟาด
แต่เจ้าก็ต้องพร้อมที่จะตายโดยไม่เศร้าเสียใจ
ไม่ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกทิ้งอยู่เบื้องหลังแม้แต่น้อย
จงจดจำทรรศนะที่แท้จริงไว้
เจ้าควรจะจากชีวิตนี้ไป เฉกเช่นอินทรีที่เหินสู่ท้องฟ้าสีคราม
- ดิลโก เคียลเซ รินโปเช -
มดเอ๊ก
09-04-2006, 08:35 PM
http://www.smartdcamp.com/images/interpersonal%20ex/gandhi%2001.jpghttp://www.hsro.or.th/NewStyle/images/info-dec9-16-pic8.jpg
เล่นการเมือง.........โดยไม่มีหลักการ
หาความสุขสำราญ...โดยไม่ยั้งคิด
ร่ำรวยเป็นอกนิษฐ์.....โดยไม่ต้องทำงาน
มีความรู้มหาศาล....แต่ความประพฤติไม่ดี
ค้าขายโดย......ไม่มีหลักศีลหลักธรรม
วิทยาศาสตร์เลิศล้ำ...แต่ไม่มีธรรมแห่งมนุษย์
บูชาสูงสุด....แต่ไม่มีความเสียสละ
-มหาตมะ คานธี-
จาก
http://pioneer.netserv.chula.ac.th/~boonnart/index.html (http://pioneer.netserv.chula.ac.th/~boonnart/index.html)
rainbow
09-05-2006, 01:26 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4724&stc=1&d=1157433655
ใจคนเหมือนดังจิตรกร<?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" /><o:p></o:p>
สามารถวาดเรื่องราวต่างๆในโลกได้<o:p></o:p>
อีกขันธ์ห้าร่วมด้วยช่วยปรุงแต่ง<o:p></o:p>
สรรพสิ่งล้วนก่อเกิดขึ้นมาจากที่ใจ<o:p></o:p>
^rin^
09-06-2006, 12:06 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4727&stc=1&d=1157472580
ไฮกุ
หนทางอันคับแคบมุ่งสู่สุสาน
เจ้าอาวาสรุ่นแล้วรุ่นเล่า
ดอกชาร่วงหล่น
- มิซู ซูซูคิ -
^rin^
09-06-2006, 12:14 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4728&stc=1&d=1157473117
จงเนาพำนักอยู่ในศานติสุข
เจ้าจิตใจอันเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า
ซึ่งถูกกระหน่ำด้วยแรงกรรมและความคิดวิปลาส
ดุจดังคลื่นคลั่งที่ถาโถมไม่หยุดยั้ง
ในห้วงสมุทรอันไพศาลแห่งสังสารวัฏ
จงเนาพำนักอยู่ศานติสุข
- โญะซุล เคน รินโปเช -
^rin^
09-06-2006, 12:17 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4729&stc=1&d=1157473277
ว่าด้วยโพธิจิต
หฤทัยกรุณาแห่งดวงจิตตรัสรู้
มันคิอน้ำอมฤต
ซึ่งช่วยปัดเป่ามรณภัย
มันคือทิพยสมบัติ
ซึ่งช่วยขจัดความยากจนข้นแค้นในโลก
มันคิอโอสถทิพย์
ที่ช่วยบำบัดโรคร้ายทั้งมวล
มันคือร่มโพธิ์ที่ให้ร่มเงาพำนักแก่สรรพสัตว์
ซึ่งร่อนเร่เหนือยล้าอยู่ในวัฏสงสาร
มันคือสะพานแห่งเสรีภาพ
ซึ่งทอดข้ามห้วงแห่งการเวียนว่ายตายเกิด
มันคือดวงจันทร์แจ่มกระจ่างแห่งดวงจิต
ซึ่งขับไล่เงาร้ายแห่งความคิด
มันคือดวงอาทิตย์เจิดจ้า
ซึ่งทำลายเมฆหมอกแห่งอวิชาของโลก
- คุรุศานติเทวะ -
^rin^
09-06-2006, 12:21 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4730&stc=1&d=1157473484
แม้ว่าญาณทัศนะของข้า
จะกว้างไหญ่ไพศาลดุจฟากฟ้า
แต่การกระทำของข้า
และการเคารพต่อบาปบุญคุณโทษ
กลับละเอียดเยี่ยงผงแป้ง
- องค์ปัทมสัมภวะ -
^rin^
09-06-2006, 12:25 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4731&stc=1&d=1157473726
" เพียงแค่พระอาทิตย์ขึ้น
ก็มีเหตุผลมากพอที่จะกล่าวคำขอบคุณแล้ว
ขอให้พวกเราได้มองดูความงามภายในตนเองและผู้อื่น
เมื่อเราพบกัน
ขอให้มองในดวงตาของกันและกัน
พูดถึงแต่เรื่องที่ดีที่สุดของตนเองและผู้อื่น
จงรู้ไว้ว่าเราล้วนอยู่ในครรลองของชีวิตเช่นเดียวกัน "
- เสียงเพรียกจากบรรพชน ปัญญาญาณแห่งชนเผ่าเชโรกี -
^rin^
09-06-2006, 12:29 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4732&stc=1&d=1157473934
"ฉันจะรับความทุกข์โศก และความเจ็บปวดไว้ในร่างกายของฉัน เพื่อสวัสดิภาพ
ของสรรพชีวิตทั้งมวล ฉันจะยอมพลี เพื่อให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย ได้ที่พึ่งจะพูดแต่
คำสัตย์จริง ไว้วางใจได้ และไม่กลับคำ ฉันจะไม่ทอดทิ้งพวกเขาเหล่านั้น"
- ปณิธานพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ จาก ศึกษาสมุทวจย -
^rin^
09-06-2006, 12:34 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4734&stc=1&d=1157474330
" ขอให้ความทุกข์ทรมาณทั้งหมดที่มีอยู่ในหมื่นโลกธาตุ
จงมารวมอยู่ในตัวของเราแต่เพียงผู้เดียว
ขอให้กุศลผลบุญทั้งปวง
ซึ่งพระโพธิสัตว์ทั้งหลายได้สั่งสมมาแล้ว
จงได้ปกปักรักษาหมู่สัตว์ทั้งหมด
ตลอดกาลนานเทอญ ......."
- ปณิธานพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ จาก คัมภีร์โพธิสัตตวจรรยาวตาร -
^rin^
09-06-2006, 12:39 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4735&stc=1&d=1157474586
ดอกไม้ไม่จำเป็นต้องมีอะไรอีก เพื่อที่จะเกื้อกูล
ขอให้เป็นเพียงดอกไม้ก็เพียงพอแล้ว สำหรับ
มนุษย์คนหนึ่ง ถ้าเขาผู้นั้นเป็นมนุษย์ที่แท้จริงได้
นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้โลกทั้งโลกสดชื่นรื่นเริง
เพราะฉะนั้น ขอให้เธอฝึกการหายใจ เข้า - ออก
และฟื้นความเป็นดอกไม้ของเธอคืนมา
- ศานติในเรือนใจ ติช นัท ฮันห์ เขียน -
^rin^
09-06-2006, 12:51 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4737&stc=1&d=1157475347
ภาพพจน์ของโลกในฐานะองคาพยพที่มีชีวิต และเป็น
มารดาแห่งสรรพสิ่ง ถูกใช้ในฐานะเป็นข้อห้ามทาง
วัฒนธรรมที่จำกัดการกระทำของมนุษย์ เราไม่สามารถ
เข่นฆ่ามารดาด้วยการขุดเอาไส้พุงของท่านเพื่อเสาะหา
ทองคำ หรือทำให้ร่างกายของท่านต้องพิการ ...
ตราบเท่าที่โลกได้รับการพิจารณาในฐานะเป็นสิ่งมีชีวิต
มีความรู้สึก การกระทำในทางทำลายล้าง และเป็นปฏิปักษ์
ต่อโลกย่อมถือได้ว่า เป็นพฤติกรรมที่ฝืนหลักเกณฑ์ทาง
จริยธรรม
- คาโรลิน เมอร์ช้านท์ นักนิเวศวิทยา-
^rin^
09-06-2006, 12:57 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4739&stc=1&d=1157475684
ท่านต้องสอนให้ลูกหลานของท่านรู้ว่า แผ่นดินที่เขาเหยียบอยู่ คือเถ้าถ่านของ
บรรพบุรุษของเรา เพื่อที่เขาจะได้เคารพแผ่นดินนี้ บอกลูกหลานของท่านว่าโลกนี้
อุดมสมบูรณ์ไปด้วยชีวิต อันเป็นญาติพี่น้องของพวกเรา สั่งสอนลูกหลานของท่าน
เช่นเดียวกับที่เราสอนลูกหลานของเราเสมอมาว่าโลกนี้คือแม่ของเรา ความวิบัติใด ๆ
ที่เกิดขึ้นกับโลกก็จะเกิดขึ้นกับเราด้วย หากมนุษย์ถ่มน้ำลายรดแผ่นดิน ก็เท่ากับ
มนุษย์ถ่มน้ำลายรดตัวเอง เรารู้สึกดีว่าโลกนี้ไม่ได้เป็นของมนุษย์ แต่มนุษย์เป็น
ส่วนหนึ่งของโลกนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างมีส่วนผูกพันต่อกัน ความวิบัติที่เกิดขึ้นกับโลกนี้
จะเกิดขึ้นกับมนุษย์เช่นกัน มนุษย์มิได้เป็นผู้สร้างเส้นใยแห่งมวลชีวิต แต่มนุษย์เป็น
เพียงเส้นใยเส้นหนึ่งเท่านั้นหากเขาทำลายสายใยเหล่านี้ เขาก็ทำลายตัวเอง
- Bonds Between Man and and Earth สุนทรพจน์ ของหัวหน้าอินเดียนแดง
ในมลรัฐวอชิงตัน กล่าวเมื่อปี ค.ศ. 1845 เป็นการตอบข้อเรียกร้องจากประธานา
ธิบดีสหรัฐ ที่ได้ขอซื้อดินแดนจากเผ่าอินเดียนแดง(ถอดความโดย พิสิษฐ์ ณ พัทลุง) -
^rin^
09-06-2006, 03:15 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4740&stc=1&d=1157483946
ข้าอยู่ที่นี่ด้วยความประสงค์ของดวงวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ และโดยความปรารถนาของ
ดวงวิญญาณ ข้าคือหัวหน้าคนหนึ่ง หัวใจของข้าอ่อนหวาน ข้าก็รู้ว่ามันอ่อนหวาน
เพราะไม่ว่าสิ่งใดก็ตามที่ผ่านมาไกล้ข้ามันจะแลบลิ้นมาที่ข้าเสมอ และแล้วพวกท่าน
ก็ได้มาที่นี่เพื่อพูดกับเรา และท่านกล่าวว่า ท่านไม่รู้ว่าข้าเป็นใคร ข้าต้องการบอกท่าน
ว่า ถ้าดวงวิญญาณอันยิ่งใหญ่เลือกใครก็ตามให้เป็นหัวหน้าแห่งดินแดนนี้ มันผู้นั้น
คือตัวข้าเอง
- ซิตติ้งบลู ผู้ยิ่งใหญ่ อินเดียนแดงเผ่าซูส์ -
^rin^
09-06-2006, 03:21 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4741&stc=1&d=1157484307
ข้าเบื่อการต่อสู้แล้ว หัวหน้าหลายคนของเผ่าเราถูกฆ่า ข้าเองก็ต้องการมีเวลาดูแลลูก ๆ
ข้าและตามหาพวกเขาเท่าที่จะหาพบได้ หรือบางทีอาจพบพวกลูก ๆ ท่ามกลางซากศพ
จงฟังข้าท่านหัวหน้าคนขาว ข้าเหนื่อยล้าแล้ว หัวใจข้าเจ็บปวดและโศกเศร้า นับแต่นี้ที่
ดวงตะวันฉายแสงอยู่ ข้าจะไม่สู้อีกต่อไป ........
เราทุกคนเกิดมาจากท้องของผู้หญิง แม้ว่าเราจะไม่เหมือนกันหลายอย่างแต่เราไม่สามารถ
ถูกสร้างขึ้นใหม่อีก ท่านเป็นดังที่ถูกสร้างมา เราเองก็เป็นอย่างที่ดวงวิญญาณอันยิ่งใหญ่
สร้างมาและท่านไม่สามารถเปลี่ยนเราได้ แล้วทำไมลูก ๆ ของพ่อแม่คนหนึ่งจึงต้องทะเลาะ
กันด้วย ทำไมลูกคนหนึ่งต้องโกงอีกคนหนึ่ง ข้าไม่เชื่อดวงวิญญาณอันยิ่งใหญ่จะมอบสิทธิ์
ให้คนประเภทหนึ่งบอกกับคนอีกประเภทหนึ่งว่าต้องทำอะไร ......
- โจเซฟ วีรบุรุษนักโทษสงคราม ชนเผ่า เนส์ แปร์เซส์ -
^rin^
09-06-2006, 03:24 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4742&stc=1&d=1157484519
"การเดินบนพื้นโลกเป็นเรื่องปาฏิหาริย์" คำกล่าวนี้อาจารย์เซนหลินชิเป็นผู้กล่าว ปาฏิหาริย์
ไม่ใช่การเดินไปบนอากาศที่บางเบา หรือเดินบนผิวน้ำ หากแต่เป็นการเดินบนพื้นโลก โลกเรา
นี้สวยสดงดงามยิ่ง เราเองก็สวยสดงดงามเช่นกัน เราสามารถปล่อยให้ตัวเราเดินอย่างมีสติ
สัมผัสกับพื้นโลก ซึ่งเป็นแม่ที่มหัศจรรย์ของเราในแต่ละย่างก้าว เราไม่จำเป็นจะต้องไปอวยพร
ให้เพื่อนของเราว่า "ศานติจงมีแต่เธอ" ศานตินั้นมีอยู่นตัวของเขาแล้ว เราเพียงแต่ต้องช่วยให้
เขาบ่มเพาะนิสัยในการสัมผัสกับศานติในแต่ละขณะเท่านั้น
- ศานติในเรือนใจ ท่าน ติช นัท ฮันห์ เขียน -
^rin^
09-06-2006, 03:28 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4743&stc=1&d=1157484751
เพื่อเข้าใจความลี้ลับ
จงสังเกตุจิตใจ
ระงับความกลัว จิตจะใสกระจ่าง
จงขับขานบทเพลงแห่งอุเบกขา
ตื่นขึ้นในความสงบเย็น
ยืนยันเสียงและสิ่งที่เธอเลือก
ดึงดูดความฝันที่ทรงพลัง
โลกสว่างไสว
สันติภาพเรืองรอง
- เสียงเพรียกแห่งบรรพชน ปัญญาญาณแห่งชนเผ่าเชโรกี -
^rin^
09-06-2006, 03:31 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4744&stc=1&d=1157484921
โอ น้ำอันศักดิ์สิทธิ์ ข้ามายังฝั่งของท่านอีกครั้งหนึ่ง
ข้าเห็นสายธารแห่งปัญญาเลื่อนไหลไม่สิ้นสุด
โอ น้ำอันศักดิ์สิทธิ์ ข้าเข้าสู่ท่าน โปรดชำระล้างให้ข้า
ชำระความคิดอันหนักอึ้งที่ถ่วงข้าให้ไกลจากทะเลแห่งความสงบเย็น
โอ ผู้สร้าง ตาของเราเริ่มแจ่มใส
แสงอันศักดิ์สิทธิ์แห่งปัญญาฉายโชนในหัวใจเรา
ขอให้เราได้แลเห็น ขอให้เราได้เป็น
สิ่งซึ่งเราเป็นอยู่
ขอให้ชีวะทั้งหลายจงตระหนักถึงความปรองดองและเอกภาพ
- เสียงเพรียกแห่งบรรพชน ปัญญาญาณแห่งชนเผ่าเชโรกี -
^rin^
09-06-2006, 03:34 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4745&stc=1&d=1157485106
ฉะนั้น ในฐานะประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกผู้บริสุทธิ์
และเป็นที่รักยิ่งของพระองค์ จงสวมความสงสาร
ความกรุณา ความอ่อนโยน ความถ่อมสุภาพ
และความอดทน จงอดทนอดกลั้นต่อกันและกัน
และไม่ว่าท่านมีเรื่องขุ่นข้องหมองใจประการใดต่อกัน
ก็จงยกโทษให้กันเหมือนที่องค์พระผู้เป็นเจ้า
ได้ยกโทษให้อ่าน
- จากหนังสือ พลังแห่งชีวิต -
^rin^
09-06-2006, 03:38 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4746&stc=1&d=1157485342
พระเยโฮวาห์ตรัสว่า "คนฉลาด อย่าโอ้อวดสติปัญญาของตน
คนแข็งแรง อย่าโอ้อวดพละกำลังของตน
คนรวยก็อย่าโอ้อวดทรัพย์สมบัติของตน
แต่ให้ผู้อวดจงอวดเรื่องนี้ คือที่เขามีความเข้าใจ
และรู้จักเรา รู้ว่าเราเป็นพระเยโฮวาห์ผู้ผดุงความเมตตากรุณา
ความยุติธรรมและความชอบธรรมในโลกนี้
เพราะเราปีติยินดีในสิ่งเหล่านี้ " พระเยโฮวาห์ประกาศดังนั้น
- จากหนังสือ พลังแห่งชีวิต -
^rin^
09-06-2006, 03:39 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4747&stc=1&d=1157485434
จงให้ดวงตาของเจ้ามองตรงไปข้างหน้า
จดจ่อแน่วแน่ไม่หันเห จงทำทางที่ราบเรียบ
สำหรับเท้าของเจ้า และดำเนินแต่ในทางที่มั่นคง
อย่าหันเหไปทางขวาหรือทางซ้าย
จงยั้งเท้าของเจ้าไว้จากความชั่วร้าย
- จากหนังสือ พลังแห่งชีวิต -
^rin^
09-06-2006, 03:41 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4748&stc=1&d=1157485546
ถ้าหากดวงจิตของคุณว่าง มันก็พร้อมสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง
มันจะเปิดออกไปสู่ทุกสิ่ง ในจิตใจของคนไร้เดียงสาเต็มไปด้วย
ความเป็นไปได้ต่าง ๆ มากมาย แต่ในจิตใจของคนรู้มากกลับ
เต็มไปด้วยความจำกัดคับแคบ .
- ซูซูกิ โรชิ -
^rin^
09-06-2006, 03:43 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4749&stc=1&d=1157485644
ความกรุณาคือสิ่งใด มันมิใช่เพียงแค่ความเวทนาสงสารผู้ตกทุกข์
ได้ยาก มิใช่แค่ความอบอุ่นของหัวใจที่มอบให้ผู้ที่อยู่เบื้องหน้า ทั้ง
มิใช่แค่การตระหนักอย่างแจ่มชัดในความทุกข์และความจำเป็น
ของเขา หากมันยังหมายถึงความตั้งใจอันแน่วแน่ที่จะกระทำทุก
วิถีทางเพื่อช่วยไถ่ถอนความทุกข์ทั้งมวลของเขาเหล่านั้น .
- โชเกียล รินโปเช -
^rin^
09-06-2006, 03:45 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4750&stc=1&d=1157485755
ถ้าหากเราเกี่ยวโยงอยู่กับทุกสิ่งทุกอย่างและกับทุกผู้คน ความคิด
คำพูด และการกระทำของเราแม้ที่เล็กน้อยไร้ความสลักสำคัญที่สุด
ก็ย่อมส่งผลแผ่กระเพื่อมออกไปตลอดทั่วทั้งจักรวาล
เมื่อโยนก้อนกรวดลงในสระ มันจะกระเพื่อมไหวเป็นระลอกแผ่
ออกไปตลอดทั่วทั้งพื้นผิว ระลอกเหล่านั้นจะกลืนรวมเข้าด้วยกัน
และก่อเกิดระลอกใหม่อีก สรรพสิ่งล้วนเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันอยู่
อย่างสลับซับซ้อน เราจะตระหนักแกใจว่าเราต้องรับผิดชอบต่อ
ทุกสิ่งที่เราทำ พูด และคิด รับผิดชอบต่อตัวเอง ต่อทุกคนทุกสิ่ง
และต่อจักรวาลทั้งหมด
- โชเกียล รินโปเช -
^rin^
09-06-2006, 03:46 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4751&stc=1&d=1157485844
ระวังอย่าไปยุ่งเกี่ยวจัดการกับจิต ยามเมื่อคุณทำสมาธิ อย่า
พยายามเข้าไปควบคุมบังคับ หรือบีบคั้นให้จิตสงบ ไม่จำเป็น
ต้องเคร่งขรึมสำรวมจนเกินไปหรือรู้สึกว่ากำลังกระทำสิ่งอัน
พิเศษสุดอยู่ จงปล่อยวางแม้แต่ความคิดที่ว่าคุณกำลังทำสมาธิ
ปล่อยให้ร่างกายเป็นอยู่ดังที่มันเป็น และให้ลมหายใจเป็นไป
ตามธรรมชาติ
จินตนาการว่าตนเป็นดุจฟากฟ้ากว้างใหญ่ไพศาล โอบกอด
ทั้งห้วงจักรวาลไว้
- โชเกียล รินโปเช -
^rin^
09-06-2006, 03:48 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4752&stc=1&d=1157485962
ใครผู้ครอบครองความเบิกบานไว้
ย่อมทำให้ปีกแห่งชีวิตแหว่งวิ่น
ทว่า ใครจุมพิตความเบิกบานขณะที่มันโบยบิน
ย่อมมีชีวิตอยู่ในอรุโณทัยแห่งนิรันดรภาพ .
- วิลเลียม เบลค -
^rin^
09-06-2006, 07:40 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4753&stc=1&d=1157499871
ด้วยความหวาดหวั่นในมรณภัย
ข้าจึงไปสู่ขุนเขา
เฝ้าเพียรกระทำสมาธิ
เพ่งดูความไม่เที่ยงแท้แห่งมรณกาล
เข้ายึดปราการแห่งธรรมชาติของดวงจิต
อันเป็นอมตะไม่สิ้นสุด
มาบัดนี้ความหวาดหวั่นในมรณภัยทั้งมวลได้สิ้นสุดลง ..
- มิราเลปะ -
^rin^
09-06-2006, 07:41 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4754&stc=1&d=1157499964
สงบงันลึกซึ้ง เป็นอิสระจากความซับซ้อนใดๆ
เจิดจรัสประภัสสร
อยู่เหนือจิตใจแบ่งแยก
นี่คือความลุ่มลึกแห่งดวงจิตของพระผู้ผ่านพ้น
ในจิตนี้หามีสิ่งใดให้ตัดทอนออกไม่
ทั้งไม่มีสิ่งใดที่ต้องเพิ่มเติม
เต็มเปี่ยมบริสุทธิ์
เป็นธรรมชาติดุจดังที่เป็นอยู่
- โญะซุล เคน รินโปเช -
^rin^
09-06-2006, 07:44 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4755&stc=1&d=1157500118
ด้วยดวงจิตที่เลื่อนลอย ไม่รู้ว่าความตายจะมีมาถึง
จึงประกอบกิจอันไร้สาระต่าง ๆ
การกลับมามือเปล่าคือความสับสนอย่างยิ่ง
จำต้องประจักษ์ถึงพระธรรมคำสอน
เหตุไฉนจึงไม่ดำเนินตามมรรคาแห่งปัญญาเสียในบัดนี้
จากโอษฐ์ของผู้รู้แจ้งได้กล่าวถ้อยคำ
"ถ้าหากเจ้ามิได้เก็บงำคำสอนของอาจารย์ไว้ในดวงใจ
ไหนเลยเจ้าจะไม่กลายเป็นคนหลอกตัวเองเล่า " .
- คัมภีร์มรณศาสตร์ -
^rin^
09-06-2006, 07:46 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4756&stc=1&d=1157500215
จากดอกบัวแห่งศรัทธาซึ่งบานอยู่ ณ กลางใจข้า
จงผุดขึ้นมา โอ คุรุผู้การุณย์ ผู้เป็นสรณะ
ข้าแปดเปื้อนอยู่ด้วยวิบากกรรมและอารมณ์อันผันผวน
โปรดปกป้องคุ้มครองข้าจากหายนะ
จงประดับอยู่ ณ กลางกระหม่อม
ดุจจินดามณี ณ มลฑลแห่งมหาปีติ
โปรดปลุกเร้าสติสัมปชัญญะทั้งมวลของข้าขึ้น
ข้าขอภาวนา
- จิกเม ลิงปะ -
^rin^
09-06-2006, 07:47 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4757&stc=1&d=1157500305
สรรพสัตว์อันมีมากมายสุดประมาณ
ดุจดังห้วงจักรวาล
ขอให้เขาเหล่านั้นได้บรรลุถึง
ธรรมชาติแห่งดวงจิตโดยไม่ยากเย็น
และขอให้ทุกชีวิตในภูมิทั้งหก
ซึ่งอาจเคยเป็นบิดาหรือมารดาของข้าพเจ้า
ในชาติหนึ่งชาติใดที่ล่วงแล้วมาก็ดี
ขอให้เขาเหล่านั้นได้บรรลุถึง
ตถาคตครรภ์อันบริสุทธิ์บริบูรณ์ด้วยเทอญ .
^rin^
09-06-2006, 07:50 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4758&stc=1&d=1157500478
ชีวิตของเรานี้ไม่เที่ยงแท้แน่นอน
เป็นดุจดังเมฆหมอกในฤดูสารท
การได้เฝ้าดูการเกิดและการตายของส่ำสัตว์
เป็นเสมือนดั่งได้ชมนาฏลีลา
ชั่วชีวิตหนึ่งช่างแสนสั้น
วูบวับดั่งประกายสายฟ้า
รวดเร็วผันผ่าน
ดุจดังสายธารเชี่ยวบนภูสูง .
- พุทธวัจนะ -
^rin^
09-06-2006, 07:52 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4759&stc=1&d=1157500611
หากพญาคชสารแห่งดวงจิตนี้
ได้ถูกพันธนาการทั่วร่างด้วยเชือกแห่งสติ
ความหวาดกลัวย่อมสิ้นสูญ
และความสุขอย่างล้นเหลือจักก่อเกิด
บรรดาศัตรูตัวร้ายแห่งอารมณ์ทั้งปวง
บรรดา เสือ สิงห์ ช้าง หมี และอสรพิษ
บรรดานิรยบาล เหล่าปีศาจและภูตร้าย
เหล่านี้ล้วนอาจล่ามตรึงไว้ด้วยการฝึกจิต
และโดยการฝึกจิตนี้เท่านั้น
ที่ทั้งหมดเหล่านี้อาจถูกพิชิตลง
เพราะจากดวงจิตนี้เอง
ที่ก่อกำเนิดความกลัวและความทุกข์ถมทับทวี .
- ศานติเทวะ -
^rin^
09-06-2006, 07:54 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4760&stc=1&d=1157500722
ในฟากฟ้ายามค่ำที่ปราศจากราคีเมฆ
จันทร์เพ็ญแจ่มกระจ่าง
ดาวประกายพรึกกำลังจะปรากฏขึ้น
ใบหน้าขององค์ปัทมะสัมภวะผู้การุณย์
ดึงดูดข้าเข้าไป ฉายฉานการต้อนรับอันอ่อนโยน
ปีติในความตายของข้าเปี่ยมล้นยิ่งกว่า
ความเบิกบานยินดีของนายวานิช
ผู้มีโชคจากการไปค้าขายโพ้นทะเล
หรือความรื่นเริงยินดีขององค์อัมรินทร์
ผู้มีชัยเหนือเหล่าอสูรในการรบ
หรือความปีติยินดีของพรต
ผู้ดิ่งลึกอยู่ภวังค์สมาธิ
ดุจดังนักเดินทาง
ผู้ออกเดินทางไปในหนทางอีกครั้ง เมื่อเวลามาถึง
ข้าจะไม่รั้งรออยู่ในโลกนี้อีกต่อไป
แต่จะออกเดินทาง เพื่อไปพำนักอยู่ใน
มหาปีติแห่งอมตภาพ .
^rin^
09-06-2006, 07:57 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4761&stc=1&d=1157500840
สรรพชีวิตทั้งมวลล้วนมีชีวิตอยู่ ตกตายไป
และจุติขึ้นใหม่นับครั้งไม่ถ้วน ครั้งแล้วครั้งเล่า
ที่เขาได้สัมผัสถึงแสงอันสุกใสเจิดจ้าสุดประมาณ
แต่ด้วยเหตุที่เขาถูกบดบังอยู่ด้วยอวิชชาอันมืดดำ
จึงต้องพเนจรร่อนเร่ไปในวัฏสังสารอันไร้ขอบเขต
อย่างไม่สิ้นสุด
- คุรุปัทมสัมภวะ -
^rin^
09-06-2006, 07:59 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4762&stc=1&d=1157501046
เราจะต้องรักดุจดังที่พระองค์รัก
จะต้องเกื้อกูลดุจดังที่พระองค์ทรงเกื้อกูล
ให้ดุจดังที่พระองค์ให้
รับใช้ดุจดังที่พระองค์ทรงรับใช้
ช่วยเหลือดุจดังที่พระองค์ทรงช่วยเหลือ
อยู่ร่วมกับพระองค์ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
สัมผัสกับพระองค์ผ่านผู้ตกทุกข์ได้ยาก .
- แม่ชี เทเรซ่า -
^rin^
09-06-2006, 08:01 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4763&stc=1&d=1157501164
ยามเมื่อเธอแข็งแรงมีสุขภาพดี
เธอจะไม่คิดถึงความเจ็บป่วยที่จะมีมา
แต่มันจะมาถึงอย่างรวดเร็วรุนแรง
ดุจดังสายฟ้าฟาด
ยามเมื่อหมกมุ่นอยู่ในทางโลก
เธอจะไม่คิดถึงความตายที่จะมีมา
แต่มันจะมาถึงรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด
ผ่าลงบนหัวจนแยกร้าว .
- มิลาเรปะ -
^rin^
09-06-2006, 08:03 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4764&stc=1&d=1157501252
ยังมีสิ่งใดจะต้องกล่าวขานอีก
เด็กน้อยนั้นกระทำการเพื่อตนเอง
แต่พระโพธิสัตว์กระทำการเพื่อผู้อื่น
จงมองให้เห็นความแตกต่างที่ดำรงอยู่
ถ้าหากข้าไม่ยอมมอบความสุข
เพื่อแลกกับความทุกข์ของผู้อื่น
ก็จะไม่มีวันบรรลุถึงพุทธิภาวะ
และจะหาความสุขแท้จริงใด ๆ ได้ไม่
แม้ในท่ามกลางสังสารวัฏ.
- ศานติเทวะ -
^rin^
09-06-2006, 08:05 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4765&stc=1&d=1157501366
โพธิจิตานุภาพ
ถูกมนต์สะกดอยู่ด้วยสัญญาอันหลากหลาย
ดุจดังเงามายาของดวงจันทร์ที่สะท้อนนบนผิวน้ำ
สรรพสัตว์ล้วนร่อนเร่พเนจรไป
ในวัฏสงสารอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เพื่อที่สัตว์เหล่านั้น
จักได้พบศานติ เนาในประภัสสร
แห่งธรรมชาติที่แท้ของดวงจิตไพศาล
ข้าขอแผ่ความเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา
แห่งดวงจิตตรัสรู้ อันเป็นดวงหทัยแห่งโพธิจิต
- จิกเม ลิงปะ -
^rin^
09-06-2006, 08:06 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4766&stc=1&d=1157501449
การเกิดของคนคือกำเนิดของของความทุกข์ ยิ่งมนุษย์มีชีวิตอยู่ยาวนานเพียงใด
ก็ยิ่งโง่งมขึ้นเพียงนั้น ด้วยเหตุแห่งความกระวนกระวายใจที่จะหลีกหนีจากความตาย
อันไม่อาจหลบเลี่ยงได้ ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ช่างขมขื่นเพียงใดที่เขาต้องมีชีวิตอยู่
เพื่อสิ่งที่ไม่อาจเอื้อมไปถึง ความกระหายที่จะมีชีวิตอยู่ในอนาคตทำให้เขาไม่สามารถ
ที่จะดำรงอยู่ในปัจจุบันได้
- จวงจื้อ -
^rin^
09-06-2006, 08:08 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4767&stc=1&d=1157501556
โอ ความรัก ความรักอันบริสุทธิ์ลึกล้ำ
จงสถิตอยู่ที่นี่ในบัดนี้
จงสถิตอยู่ในทุกสิ่ง
ทั้งหล้าโลกจักสลายกลายกลืนไป
ในรัศมีอันเจิดจ้าพิสุทธิ์ของท่าน
ใบไมอันบอบบางจักลุกโชน
ส่องแสงโชติช่วงยิ่งกว่าดวงดาวเจิดจรัส
โปรดให้ข้าได้เป็นผู้รับใช้ของท่าน
ให้ข้าได้เป็นลมหายใจ เป็นแก่นแท้ของท่าน
- ญะลาลุดดิน รูมี -
^rin^
09-06-2006, 08:10 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4768&stc=1&d=1157501662
บทกวีอินเดียนแดง รอยตะวัน
ตะวันเลื่อน เคลื่อนข้าม ขอบฟ้ากว้าง
แสงสว่าง อบอุ่นดัง พลังกล้า
ให้มนุษย์ ไม่โดดเดี่ยว เปลี่ยวชีวา
สุริยา...... อย่ารู้ดับ......ชั่วกัปป์กัลป์
- อโทนิ (ช็อคทอ) -
^rin^
09-06-2006, 08:12 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4769&stc=1&d=1157501790
ลำนำเผ่าโมฮ็อค
ข้าแต่เทพผู้สร้าง สิ่งสรรพต่างพันธุ์พืชผล
มวลมนุษย์กำเนิดชน บันดาลดลด้วยเมตตา
ประสบแต่สุขี เพื่อนำชี้ลูกหลานข้า
ครรลองครองชีวา สู่ชราปัจฉิมวัย
ผองข้าประชามิตร ให้มีจิตพิสุทธิ์ใส
รู้รักและห่วงใย ขอเทพไซร้ได้การุณ
ให้หญ้าเขียวขจี หอมมาลีกำจายกรุ่น
ไม้ผลิแดดละมุน เช่นเคยคุ้นฤดูกาล
เพื่อเหล่าคนประจักษ์ ร่วมสมัครรวมประสาน
เทพผู้อภิบาล โปรดประทานผองข้าเทอญ
- กวีนิรนาม -
^rin^
09-06-2006, 08:16 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4770&stc=1&d=1157501966
การเจริญสมาธิโดยใช้คริสตัล
ควอทซ์คริสตัล ส่งเสียงใสกระจ่าง
ทุกมิติมาบรรจบ แกนหมุนไปโดยรอบ
สิ่งมีชีวิต ความคิดอันกอปรด้วยสติ
ขับขานบทเพลงคริสตัล
เร็วกว่าความเร็วแสง
ของเหลวไหลเคลื่อนไป ปรากฏดุจดั่งความนิ่ง
ซิลิกาไดออกไซด์ รวมอยู่ในรูปลักษณ์ทุกแบบแผน
คริสตัลขยายเพิ่มพูน
บทเพลงแห่งความเป็นเช่นนั้น
คริสตัลเป็นสิ่งมีชีวิต
เป็นมิตรในวัฏฏะแห่งชีวิต
ที่ขับขานเพลงอันศักดิ์สิทธิ์เสมอ
ให้เธอเห็นวิถีทางในการเปลี่ยนแปลงตนเอง
แสงเดือนเต็มดวง แสงจันทร์ข้างขึ้น
เวลาแห่งการอุทิศตน
เกลียวแสงเต้นระยิบ
แสงจันทร์ข้างขึ้น แสงเดือนเต็มดวง
อุทิศหินและเพลงอันศักดิ์สิทธิ์ให้
อุทิศเป้าหมายในชีวิตให้
เพื่อจิตใจจะได้สะอาดบริสุทธิ์
ได้ยินใหม
เสียงชีพจรของโลก ?
หายใจเข้า หายใจออก
ฝันถึงสันติสุข
ฮา ฮา ฮา
โฮ โฮ โฮ
(ซ้ำสี่ครั้ง)
เต้น เต้น เต้น
คริสตัลขับขานบทเพลง
ยามค่ำคืนนี้
จงขอบคุณ ขอบคุณ
สำหรับของขวัญแห่งชีวิต
ฮา ฮา ฮา
โฮ โฮ โฮ
(ซ้ำสามครั้ง)
เต้น เต้นเป็นเกลียวอันศักดิ์สิทธิ์
ร้องเพลงอันศักดิ์สิทธิ์ในค่ำคืนนี้
พลังเคลื่อนมาจากทิศเหนือ
สะท้อนให้เห็นปัญญาอันกระจ่างที่อยู่ภายใน
หน้าด้านยาวของผลึกคริสตัล
อยู่ในแนวเดียวกันกับทิศเหนือ
ณ ที่นั้นย่อมเห็นโฉมหน้าของเธอ
ก่อนนี้ ก่อนนี้ และตลอดไป
โฮ !
- เสียงเพรียกจากบรรพชน ปัญญาญาณชนเผ่าเชโรกี -
^rin^
09-06-2006, 08:20 AM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4771&stc=1&d=1157502240
การฝึกสมาธิด้วยรัตนะทั้งสามเพื่อจิตอันผ่องแผ้ว
(การฝึกสมาธินี้มีที่มาจากคำสอนดั้งเดิมสำหรับเด็ก)
มาเถิดมา มาสู่อีกฟากฝั่งหนึ่ง
ไร้ซึ่งมายา ค่อย ๆ เคลื่อนเรือแคนูแห่งแสงออกไป
เข้าสู่กระแสแห่งดวงจิตบริสุทธิ์ยิ่ง
ก้าวขึ้นสู่ฝั่งน้ำอย่างคล่องแคล่ว
ก้าวเคียงคู่ไปกับฝูงปลาที่แหวกว่าย
ขณะที่แสงแห่งวันอันสดใส
เต้นระริกบนผิวน้ำ
เรือเกยหาด
เธอก้าวอย่างมั่นคงลงสู่กระแสธาร
ธารน้ำไหลสู่มหาสมุทร
ลึกลงไปในห้องแห่งความรู้ของเธอ
เดินทางไปในธารน้ำนั้น
ขณะที่มันคลอเคลียรอบเท้าเธอ
ให้มองภาพสะท้อนของวัน
ดูสิ่งซึ่งเธอทำได้ดีที่สุด
ขอให้เรายืนยันในสิ่งซึ่งเราพินิจ
ว่าจะกระทำความดียิ่ง ๆ ขึ้น
แนวฝั่งค่อย ๆ คลี่คลาย
ขยายออกเป็นท้องทะเลแห่งห่วงหุบ
ห้วงหุบที่หนึ่ง
บรรจุสมบัติคือเจตนาดีอันบรรลุผล
อะไรเล่าคือโฉมหน้าของเธอ
ก่อนที่เธอจะมาเกิด ?
แลให้เห็นความลี้ลับที่อยู่เบื้องหลังรูป
แสวงหารัตนะแห่งเหตุดี
ความคิดที่จะปฏิบัติชอบ
ดำดิ่งลงในกระแสจิตอันโอภาส
หินสีเหลืองปลดปล่อยแสง
เรียกร้องให้เธอหยั่งรู้ถึงสิ่งถูก
เก็บเอาโทปาซศักดิ์สิทธิ์
อันเป็นพลังเกื้อหนุนให้จิตบริสุทธิ์
การหาสมบัติยังคงล่วงลึกไปอีก
เธอถูกชักจูงไปสู่ห้วงหุบที่สอง
ชุ่มสบายในน้ำ
เคลื่อนไปเหมือนแสงสว่างบนลำแสง
รำลึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาอย่างเบิกบาน
ถึงสถานที่ที่เธอถักทอความฝัน
แสงเรืองรองแห่งปัญญาเรียกหาเธอ
มายังคูหาอันกระจ่างด้วยแสงสีกุหลาบ
เก็บทับทิมอันมีค่า เป็นมณีแห่งปัญญา
ความเมตตาไหลหลั่งท่วมท้น
ติดตามแสงอันลี้ลับ
ที่เรียกเธอไปยังใจกลางกระแสธาร
ห้วงหุบที่สาม ความเรืองรองมหัศจรรย์ของเจตจำนง
ส่องประกายสุกสว่างแห่งจิตพิสุทธิ์ออกมา
เจตนาชอบไหลหลั่งมาเป็นการกระทำที่บรรลุผล
กลมกลืนเสมอ ทำให้เกิดแสงสว่าง
เก็บรับเอาความสว่างไสวของเพชร
รัตนทั้งสามที่ควรนำติดตัวไป
ควรกล่าวถึงและควรอุทิศให้
ได้แก่ สัจจะ ประชาคม และธรรมะ
ย้ำว่าเธออยู่บนมรรคาอันงดงาม
มาเถิดมา มาสู่อีกฟากฝั่งหนึ่ง
มายาถูกขจัดออกไป
สิ่งมีค่าคือแสงเรืองรอง
มาเถิด มารวมกันที่ริมฝั่ง
ลงเรือแห่งแสงสว่าง
เพื่อฝ่าข้ามท้องทะเลแห่งความสับสน
- เสียงเพรียกจากบรรพชน ปัญญาญาณชนเผ่าเชโรกี -
^rin^
09-06-2006, 01:48 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4791&stc=1&d=1157521632
บทเพลงผู้ฝันหิน
เพลงจันทร์
วันคา ทัน ฮัน เฮ ยา อู เว โล
วันคา ทัน ฮัน เฮ ยา อู เว โล
มีทา โฮโซคา โทพา วัน ลา คา นัน เว
มาจากเบื้องบนพลางกล่าว
มาจากเบื้องบนพลางกล่าว
เจ้าจะได้เห็นหมู่บ้านทั้งสี่ของข้า
เฮ ยา อู เว โล ฮัน เย วี คิน
เฮ ยา อู เว โล อี ยา เย โย
นี่คือสิ่งที่ดวงจันทร์กล่าว
ขณะที่ท่านลงมา
เพลงอาทิตย์
วันคา ทัน ฮัน เฮ ยา อู เว โล
วันคา ทัน ฮัน เฮ ยา อู เว โล
มีทา เว โชฮัน โทพา วัน ลา คา นัน เว
มาจากเบื้องบนพลางกล่าว
มาจากเบื้องบนพลางกล่าว
เจ้าจะได้เห็นการกระทำทั้งสี่ของข้า
เฮ ยา อู เว โล อันเพวี คิน เฮ ยา
เฮ ยา อู เว โล อี เย เย โย
นี่คือสิ่งที่ดวงอาทิตย์กล่าว
ขณะที่ท่านลงมา
- อินเดียนแดงเผ่าซู(เผ่าลาโกต้า) -
^rin^
09-06-2006, 01:51 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4792&stc=1&d=1157521826
ชาวเผ่าซู สวดบูชา
ราวย่างเงียบเชียบก้าวกระต่ายป่า
คืออรุณเบิกฟ้าเวียนมาถึง
ชายผิวแดงบูชาสวดรำพึง
ขอเทพเป็นที่พึ่งทุกวันวาร
"ก่อนพิพากษ์ผู้ใดเพื่อไกล้ชิด
ขอความคิดเขาใส่ใจข้าประสาน
เพื่อร่วมรู้วีภีทบได้พบพาน
เข้าใจการณ์ไม่กล่าวโทษลงทันฑ์เกิน"
- เพ็กกี้ วินเซอร์ การ์เน็ท -
^rin^
09-06-2006, 01:53 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4793&stc=1&d=1157521954
แม่น้ำยามบ่ายและวิญญาณของโลก
ต้นไม้ริมสายธาร
ถนนเลียบแม่น้ำ
ฟ้าคราม
ใบไม้สีน้ำเงิน
อารามสูงลิบลิ่ว
วิญญาณแห่งวิหารสูง
หลับไหล
ในยามบ่ายวันอาทิตย์
อันสงบนี้
จากที่ไกลไกล
เพียงแผ่วแผ่ว
ฉันแว่วยิน
วิญญาณของโลก
เดียวดาย
ขณะงานเลี้ยงของหมู่ดาว
กำลังสนุกสุดเหวี่ยง
ฉันเขียนบทกวีนี้ในปารีสเมื่อปี พ. ศ. ๒๕๑o หลังจากเดินเลียบแม่น้ำเซนคนเดียว
ในยามบ่ายวันอาทิตย์
- เรียกฉันด้วยนามอันแท้จริง รวมบทกวีของ ติช นัท ฮันห์ -
^rin^
09-06-2006, 01:54 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4794&stc=1&d=1157522041
มายาแปรเปลี่ยน
เปลิอกตาหนักของขอบฟ้า
ทิวผาอิงซบ
หาความผ่อนพักจากหมอนพระธรณี
ณ ยามพลบค่ำ
ดอกไม้ใบหญ้าจรุงกลิ่นนิทรารมณ์
มายาเปลี่ยนม่านใหม่
พระพายชูมือขึ้น
เทียนหยก
วับวาวอยู่ในธารฟ้าสีเงิน
เวิ้งทวารแห่งไหล่เขา
วางกรอบให้ดาวตก
เขียนคำศักดิ์สิทธิ์สว่างวาม
หมื่นชีวิตควั่งคว้าง
วนเวียนมายาแห่งความฝัน
ขณะกาลราตรีนี้
เผยแสดง
ความเป็นจริงแห่งโลก
เขียนในกระท่อมที่ฟงวานส์ เมื่อปี พ. ศ. ๒๕๑๘
-เรียกฉันด้วยนามอันแท้จริง รวมบทกวีของ ติช นัท ฮันห์-
^rin^
09-06-2006, 01:56 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4795&stc=1&d=1157522144
" ตราบเท่าที่อากาศยังคงอยู่
และตราบเท่าที่สรรพสัตว์ยังคงอยู่
ตราบนั้น ขอให้ข้า คงอยู่
เพื่อขจัดปัดเป่าความทุกข์โศกในโลก
ขอความเจ็บปวดของสรรพสัตว์ที่ยังชีวิต
จงเกิดขึ้นกับข้า
และด้วยบารมีของพระโพธิสัตต์สงฆ์
ขอให้สรรพสัตว์ทั้งปวงจงพบแต่ความสุข
ขอให้พระธรรมคำสอน โอสถขนานเดียวที่จะเยียวยาความทุกข์
และเป็นรากฐานแห่งความเบิกบานทั้งหลาย
จงได้รับการทำนุบำรุง และเคารพบูชา
คงอยู่ในกาลอันยาวนาน "
- โพธิสัตตวจรรยาวตาร โดย อาจารย์ ศานติเทวะ -
ขอน้อมคารวะต่อพระเมตตาบารมีของพระโพธิสัตต์ทุกๆ พระองค์
^rin^
09-06-2006, 01:59 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4796&stc=1&d=1157522302
ทำใจให้เบา กายจะหนักดังภูผา ทำใจให้หนา กายจะเบาดังปุยนุ่น
- หลวงปู่พุทธะอิสระ -
^rin^
09-06-2006, 02:02 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4797&stc=1&d=1157522508
ลูกหลานของหลวงปู่จะมีความเห็นแก่ตัวไม่ได้มีทิฐิถือตัวถือตน มียศมีศักดิ์
หยิ่งยโสไม่ได้ เพราะถ้ายังมีสิ่งเหล่านั้นอยู่ เขาจะเข้าถึงสัจธรรม คุณธรรม
ศีลธรรมและจริยธรรมไม่ได้ คนคับแคบ เย่อหยิ่ง จองหอง ยโส รอวันตาย
อย่างเดียว กลิ่นอายและรสชาติถ้อยคำของผู้มีความจริงใจ จะผิดกับกลิ่น
อายของผู้ไม่จริงใจ มีแต่มารยา วิชาการ ผิดกันราวกับฟ้าและเหว ขอเพียง
พวกท่านมีความจริงใจ มีความเป็นธรรมชาติ ท่านจะได้เป็นพระโธิสัตว์
เป็นลูกหลานของชาวศากยะ ดูอย่างพระพุทธเจ้าเป็นที่รักของเทวดาพรหม
มาร เปรต และอสุรกาย ทรงยิ่งใหญ่ในหัวใจของทุกคนและของตัวเอง ดังนั้น
จงให้เขาก่อนแล้วจะได้รับ
- หลวงปู่พุทธะอิสระ -
^rin^
09-08-2006, 12:54 AM
http://dhammathai.org/kaveedhamma/data/imagefiles/883.jpg
" ธรรมชาติ"
-----------
ปรากฏการณ์ ธรรมชาติ ท่านอาจเห็น
บางครั้งเล่น พิกล จนวิปริต
เป็นที่อัศจรรย์ใจเกินใครคิด
คาดเดาผิดคิดว่าอาเพศภัย
ส่วนธรรมะพุทธองค์ท่านทรงตรัส
จะอุบัติ ภาพเด่น ให้เห็นได้
ก็ต่อเมื่อ เห็นธรรม จิตนำไช
จึงจะได้ ชื่อว่า ตาเห็นพระองค์
^rin^
09-08-2006, 12:54 AM
http://dhammathai.org/kaveedhamma/data/imagefiles/R883-1.jpg
" ธรรมชาติ ธรรมสัจจะ"
-----------------------------
ขันธ์ 5 อย่ายึดติด ทำชีวิต ให้สดใส
นิวรณ์ 5 อย่าข้องใจ ตัดให้ได้ ไร้กังวล
พละ 5 อย่าหลบหนี สร้างชีวี มีเหตุผล
ศีล 5 อย่าวกวน รีบสร้างตน ให้พ้นภัย
- ฆ่าสัตว์ ตัดชีวิต เมตตานิด ชีวิตใหม่
- ลักทรัพย์ จับเอาไป จงคิดใหม่ คือให้ทาน
- ประพฤติผิด ในกามด้วย สวยไม่สวย ให้สงสาร
- พูดปด คดใจพาล ขอไหว้วาน ให้พูดจริง
- ดื่มเหล้า เผาตับไหม้ ขออย่าได้ ไปสุงสิง
- 5 ข้อ ขออ้างอิง ล้วนเป็นสิ่ง ที่ดีเอย
มดเอ๊ก
09-11-2006, 04:30 PM
กล่อมเวไนย
หยิบจันทร์มาสองดวง ส่งให้สรวงประดับฟ้า
ปรายโปรยดวงดารา กล่นเกลื่อนกล้านภาลัย
กอบแสงสุริยา ละเลทาพนาไพร
บรรเจิดเพริดพิไล ประดับไว้ให้ธรณี
ขอมุกสีทันดร ขอพรพระปิ่นโมฬี
ประดับศอยอดชีวี ประดับศรียอดชีวัน
แต่งตัวให้เด็กน้อย เอารู้งมาร้อยสายสร้อยเสี้ยวจันทร์
ขอดนตรีที่องค์คนธรรพ์ เล่นเพลงสวรรค์กลอมให้เจ้านอน
เฮ เฮ เฮ ดอ้ละเห่ โอ้ละเห่
เฮ เฮ เฮ ดอ้ละเห่ โอ้ละเห่
หลับเถิดหนา หลับเถิดหนา
อย่าตื่นขึ้นมา อย่าอาวรณ์
หลับสู่ฟันอันนิรันดร
อย่าตื่นนอน ฝันจะจรสลายไป
เฮ เฮ เฮ ดอ้ละเห่ โอ้ละเห่
เฮ เฮ เฮ ดอ้ละเห่ โอ้ละเห่ พิเศษ สังข์สุวรรณ
บทเพลง ประกอบภาพยนตร์ เรื่อง "มือปืน"
http://www.thespiritualsanctuary.org/Inspiration/motherchildsleeping.jpg
จาก
http://forum.serithai.net/index.php?topic=6834.0
มดเอ๊ก
09-11-2006, 04:46 PM
http://thummada.com/php_upload3/9-11-1.gif
อันว่าทุรชน
ถึงจะให้ยศถาบรรดาศักดิ์สูงเพียงไร
ย่อมคงลงไปสู่สันดานปรกติสันดานเดิมของมัน
ไม่ผิดกับหางสุนัขซึ่งถึงจะเข้าเครื่องดัด
ซัดน้ำมันชะโลมสักเท่าไร
มันก็ไม่หายงอ
หิโตปเทศ
จาก
http://forum.serithai.net/index.php?topic=6768.msg96581#msg96581
^rin^
09-11-2006, 07:54 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4937&stc=1&d=1157975563
ฤดูใบไม้ผลิกรายมาอย่างช้า ๆ เงียบงัน
ปล่อยฤดูหนาวผันผ่านอย่างสงบ
บ่ายนี้ ภูเขาฉายสีความอาลัย
ดอกไม้สงครามทำลายล้าง
บ้างขาวบ้างม่วงร่วงโปรยกลีบ
ฝากรอยความตายความพลัดพราก
มากมายไม่อาจนับ
บาดแผลค่อย ๆ เผยลึกใจฉัน
รอยแผลนั้นคือสีเลือด
ธรรมชาติของมันคือความพลัดพราก
ความงามของฤดูใบไม้ผลิมาขวางกั้นฉันไว้
แล้วฉันจะป่ายปีนภูเขาได้อย่างไรกัน
ฉันเจ็บปวดทรมาณ วิญญาณก็เหน็บหนาว
หัวใจร้าวหวั่นไหว ดุจสายพิณบาง
พลิ้วบรรเลงกลางราตรีลมแรง
ฤดูใบไม้ผลิมาถึงแล้วนี่ไง
แต่ที่ได้ยินคือเสียงร่ำไห้
โศกเศร้าอาลัยไม่ผิดเพี้ยน
แว่วเวียนมากับเสียงวิหกร้อง
เพรียกบอกความรักและความเศร้าในใจฉัน
ไฉนเล่า จักรวาลไม่ใยดี
จนเดียวนี้ก็ยังอยู่เดียวดาย
เส้นทางหลายสายทอดสู่บ้านเรา
ทางเหล่านั้นพูดกับแนอย่าง เงียบ เงียบ
ฉันเรียกหาความสมบูรณ์สูงสุด
ฤดูใบไม้ผลิกายมา แผ่ไปสิบทิศา
แต่อนิจจาบทเพลงฤดูสันต์
นั้นเป็นเพียงลำนำการจากจร
- จาก หนังสือปลูกรัก ของ ท่าน ติช นัท ฮันห์ -
^rin^
09-11-2006, 07:56 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4938&stc=1&d=1157975752
ขอให้ฉันเต็มไปด้วยความเมตตา
ขอให้ฉันสบายดี
ขอให้ฉันมีความสงบและผ่อนคลาย
ขอให้ฉันมีความสุข
- โจเซฟ โกลด์ไสตน์ -
^rin^
09-11-2006, 07:58 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4940&stc=1&d=1157975893
ชีวิตมนุษย์เรานั้น
เปรียบเสมือนการถักทอ
ที่จะสิ้นสุดลงก็ต่อเมื่อ
เราได้ถักทอเส้นใยจนเต็มผืน
- พระพุทธองค์ -
^rin^
09-11-2006, 08:00 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4941&stc=1&d=1157975982
ไม่มีสถานที่ใดที่ความตายมิอาจย่างกรายไปถึง
ไม่ว่าจะเป็นในห้วงนภากาศ ในมหาสมุทร
หรือแม้แต่ในยามที่อยู่ท่ามกลางขุนเขา
- พระพุทธองค์ -
ครึ่งหนึ่งของชีวิตให้ไปกับการหลับ
สิบปีหมดไปกับวัยเยาว์
ยี่สิบปีสูญสิ้นไปกับวัยชรา
ส่วนอีกยี่สิบปีที่เหลือใช้ไปกับความทุกข์ทรมาณ
การพร่ำบ่น ความว้าวุ่นใจ
และโรคภัยไข้เจ็บอีกนับไม่ถ้วน
- พระพุทธองค์ -
^rin^
09-11-2006, 08:03 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4942&stc=1&d=1157976174
ชีวิตของเราอิงแอบอยู่ระหว่างมูลเหตุแห่งความตาย
ดุจดังตะเกียงท่ามกลางกระแสลมแรง
- จากคัมภีร์ รัตนมาลา ของ นาคารชุน -
^rin^
09-11-2006, 08:05 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4943&stc=1&d=1157976326
ขอให้บุญกุศลจากการปฏิบัตินี้
จงช่วยให้ข้าได้บรรลุธรรมโดยพลัน
เสมอเหมือนพระอวโลกิเตศวร
เพื่อช่วยสรรพสัตว์ทั้งหลายให้ได้บรรลุธรรม
เช่นเดียวกันเทอญ โอม มณี ปัทเม หุม
- จากหนังสือ ชั่วขณะสุดท้ายแห่งชีวิต โดย ทาไลลามะ -
^rin^
09-11-2006, 08:07 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4944&stc=1&d=1157976435
เราได้ก่อกรรมทำเข็ญมากมายไว้กับมิตรสหายและศัตรู
โดยหารู้ไม่ว่าตนเองต้องละทิ้งทุกสิ่งและจากไป
- พระพุทธองค์ -
^rin^
09-11-2006, 08:11 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4945&stc=1&d=1157976625
จงแลดูสรรพสิ่งที่ประกอบกันขึ้นจากเหตุปัจจัย
ว่าเป็นเหมือนดวงดาวที่ระยิบระยับ
เป็นดุจภาพลวงจากความผิดปกติของนัยน์ตา
ดั่งแสงวูบไหว จากตะเกียงเนย ดั่งภาพมายา
ดั่งหยาดน้ำค้าง ฟองอากาศ ความฝัน อสนีบาต และเมฆหมอก
- บทสวด วัชรเฉทิกสูตร -
^rin^
09-11-2006, 08:14 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4946&stc=1&d=1157976804
เมื่อเข้าใจถึงความยากลำบากของการได้เกิด
มาในร่างกายมนุษย์นี้ ก็ไม่มีทางอยู่นิ่งเฉย
เมื่อได้แลเห็นคุณค่าอันยิ่งใหญ่ของมัน
การปล่อยเวลาให้สูญเปล่าย่อมเป็นเหตุแห่งความวิปโยค
เมื่อได้ลองเพ่งพิจารณาความตาย
ก็จะเตรียมพร้อมไปสู่ชาติหน้า
เมื่อได้ใคร่ครวญถึงการกระทำและผลของมัน
ก็จะอยู่ห่างไกลจากอกุศลมูล
หากทำได้ดังว่า บาทฐานทั้งสี่ย่อมมั่นคง
ง่ายต่อการเจริญกุศลกรรมอื่น ๆ
- ปราชญ์เมธีชาวธิเบต -
^rin^
09-11-2006, 08:16 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4947&stc=1&d=1157976917
แม้เราจะเกาะกุมไว้แน่น แต่ก็มิอาจอยู่ต่อได้
มีประโยชน์อันใด
ที่จะหวาดกลัวและตื่นตระหนก
ในสิ่งที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลง
- พระพุทธองค์ -
^rin^
09-11-2006, 08:18 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4948&stc=1&d=1157977072
บางคนตายตั้งแต่อยู่ในครรภ์
บางคนก็ตายตอนคลอด
บางคนก็ในเวลาที่คลานได้
บางคนก็เมื่อเดินได้
บางคนยามชรา
บางคนเมื่อโต
จากไปทีละคน
เหมือนผลไม้ที่ร่วงหล่นสู่พื้นดิน
- พระผู้มีพระภาคเจ้า -
^rin^
09-11-2006, 08:21 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4949&stc=1&d=1157977205
ชีวิตนี้ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว
ดุจดั่งรอยขีดของกิ่งไม้บนผืนน้ำ
- พระพุทธองค์ -
^rin^
09-11-2006, 08:22 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4950&stc=1&d=1157977309
ถึงแม้เป็นการยากที่เราจะทำใจยอมรับการเกิดขึ้นโดยอิงอาศัยกัน
ของเหตุและปัจจัยในขอบเขตที่ว่าสรรพสิ่งไม่ได้ดำรงอยู่ด้วยตัวเอง
แต่ก็คงจะดีไม่น้อย ถ้าหากเราเชื่อมั่นในความคิด
ที่ว่านั่นเป็นวิถีแห่งมาธยมิก
- คุรุซองขะปะ -
^rin^
09-11-2006, 08:24 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4951&stc=1&d=1157977413
ในการวิเคราะห์ค้นหาความจริงเรื่องการดำรงอยู่ด้วยตัวเอง
ถึงแม้จะยังไม่พบข้อลบล้างในเรื่องดังกล่าว
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะปฏิเสธรากฐานของสิ่งที่กำลังค้นหา
สืบมาภายหลังเราจึงพบเพียงนามบัญญัติหลงเหลืออยู่เท่านั้น
- กุงถัง กอนช็อค เทนเปย์ ดรอนเมย์ โยคีปราชญ์ชาวธิเบต -
^rin^
09-11-2006, 08:26 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4952&stc=1&d=1157977532
เพียงแค่ปฏิเสธการดำดังอยู่จริง ของ "ฉัน"
ที่ปรากฏขึ้นตามกายและจิตเท่านั้น
น้อมนำความไม่มีนี้มาเพ่งพิจารณา
ด้วยภาพที่ชัด อย่าให้เสื่อมถอย
- ปันเชนลามะ -
^rin^
09-11-2006, 08:27 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4953&stc=1&d=1157977627
จงตระหนักว่าร่างกายนี้ไม่เที่ยงเหมือนดั่งคนโทดิน
จงรู้ว่าปรากฏการณ์ไม่ได้ดำรงอยู่ด้วยตัวเอง ดุจมายาภาพ
การทำลายศาสตราวุธ ที่ฉาบพิษร้ายแห่งความยึดมั่นถือมั่น
อันเย้ายวนประหนึ่งบุปผชาติ
จะช่วยให้ เราผ่านพ้นแม้กระทั่งภาพแห่งความตาย
- พระพุทธองค์ -
^rin^
09-11-2006, 08:29 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4954&stc=1&d=1157977742
ผู้ที่ยอมรับว่า " ฉันจะต้องตาย " โดยไม่พรั่นพรึง
ฤา จะหวาดหวั่นต่อนิมิตแห่งความดับสูญ
- พระตถาคตเจ้า -
^rin^
09-11-2006, 08:31 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4955&stc=1&d=1157977836
ไม่ว่าเราจะมีทรัพย์ ศฤงคารอะไร
ในยามที่ต้องล่วงลับสู่ชีวิตใหม่
ก็ย่อมจากไปอย่างเดียวดาย ไร้ซึ่งคู่ครองและลูก ๆ
ปราศจากเสื้อผ้า และมิตรสหาย
ดุจดั่งผู้พ่ายแพ้ต่อศัตรูในทะเลทราย
ถ้าเราไม่เหลือแม้แต่ชื่อแล้ว
ยังมีสิ่งใดให้ห่วงหาอีกเล่า
- พระตถาคตเจ้า -
^rin^
09-11-2006, 08:32 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4956&stc=1&d=1157977918
ชีวิตของมนุษย์ผ่านพ้นไป
อย่างไม่มีวันหวนคืน
ดุจดั่งกระแสน้ำตกอันเชี่ยวกราก
ที่ไม่อาจไหลทวนกลับ
- พระพุทธองค์ -
^rin^
09-11-2006, 08:34 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4957&stc=1&d=1157978016
อาจารย์เซงไกร่ายไว้ว่า
เพียงเพราะ พวกเราทั้งหลาย
อยู่ท่ามกลางความดี และชั่ว
โอ้ สายลมอ่อนยามค่ำอันเยือกเย็น !
- ปลายภู่กันของเซงไก zengai the zenmaster -
^rin^
09-11-2006, 08:35 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4958&stc=1&d=1157978112
ที่ประชุมเฉพาะพระพักตร์ของพระพุทธะ
ว่ากันว่ามีจำนวน 80 พัน
ขงจื้อก็มีศานุศิษย์เช่นกัน
มีมากกว่า 3 พันคน
ฉันนั่งอยู่บนก้อนหิน ที่ห่อหุ้มด้วยเถาไม้เลื้อย
มองดูก้อนเมฆผ่านไป เป็นครั้งคราว
- ปลายภู่กันของเซงไก zengai the zenmaster -
^rin^
09-11-2006, 08:39 PM
http://www.agalico.com/board/attachment.php?attachmentid=4959&stc=1&d=1157978325
" ชั่วขณะแห่งความสงสัยในจิตของเจ้า คือความเป็นอยู่
ของเจ้าถูกกำจัดโดยโลก (วัตถุ,สิ่งแวดล้อม) ชั่วขณะแห่ง
ความอยากในดวงใจของเจ้าคือ การที่เจ้าจมดิ่งลงไปใน
ห้วงน้ำลึก ชั่วขณะแห่งความโกรธในดวงใจของเจ้า คือ
ก