PDA

View Full Version : "ผู้หญิงขึ้นคาน"! เป็นเพราะกรรมอะไร?


ขาจร
11-21-2007, 11:37 AM
--------------------------------------------------------------------------------

ขึ้นคานเป็นเพราะกรรมอะไร?

(คำถาม-คำตอบประจำเดือนพฤษภาคม 2550)






ดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์



คำถาม 3:อาจารย์ค่ะ คนไม่มีแฟน อยู่จนขึ้นคานก็ถือเป็นกรรมด้วยหรือค่ะ? อาจารย์มีคำแนะนำสำ หรับผู้หญิงที่อยู่เป็นโสดตลอดชีวิตอย่างไรค่ะ? (กาญจนา/ กทม)

คำตอบ: มีคำกล่าวว่า ‘อยู่คนเดียว เปลี่ยวกาย แสนสบายแต่ไม่สนุก อยู่สองครองสุข แสนสนุกแต่ไม่สบาย’ หมายความว่ามีคู่หรืออยู่คนเดียวสนุกกันคนละแบบ ว่ากันว่าการแต่งงานนั้น คนในอยากออกคนนอกอยากเข้า ผู้หญิงบางคนบ่นว่า ‘แต่งไปแล้วอยู่อย่างทาสของสามี รับใช้สามีทุกอย่าง’ ฝ่ายสามีก็มีบ่นให้ผมฟังว่า ‘แต่งไปแล้วจะรู้ว่านรกมีจริง’ ก็ต้องขึ้นกับว่าแต่งกับใคร คนที่เรารักชอบพอนั้นเป็นอย่างไร

ถ้าได้คู่ดี มีศีลธรรมใกล้กัน คิดคล้ายกัน มีอุดมการณ์ อยู่กันจนแก่เฒ่าเป็นชีวิตที่มีความสุขมากในวงฆราวาสวิสัย แต่ที่เห็นๆ อยู่ขณะนี้ สถิติหย่าร้างกันมีเพิ่มมากขึ้น ไม่แน่ว่าการได้แต่งงานจะเป็นความสุขหรือทุกข์ เพราะทุกวันนี้ มักจะสุขตอนต้นแล้วลงเอยเป็นโศกนาฎกรรมคือหย่าร้างกันซึ่งมีมากขึ้นทุกวัน

ในความเป็นจริง คนเราเกิดมาตัวคนเดียว ยามไปก็จะไปตัวคนเดียว พ่อแม่พี่น้องที่คลานตามกันมาก็มาตามกรรม สามีและภรรยาก็มาตามกรรม กล่าวคือพบกันและอยู่ด้วยกันชั่วคราวเท่านั้น ถึงยามจากก็จะจากไปตามกรรมของแต่ละคนเมื่อถึงเวลา และกรรมเท่านั้นที่จะบงการชีวิตเขาต่อไปว่าจะไปเกิดในภพภูมิที่ดีหรือเลว กรรมเท่านั้นที่จะกำหนดว่าต่อไปเขาจะได้เจอใคร อยู่กับใครอีก พระพุทธเจ้ายังเคยตรัสทำนองว่าสัตว์โลกล้วนแต่เคยเกิดเป็นพ่อ,เป็นแม่, เป็นพี่, เป็นน้อง, เป็นภรรยาสามีกันทั้งนั้น คู่แต่งงานที่ประเสริฐตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าก็คือ ต้องส่งเสริมหรือให้สติกันในการปฏิบัติธรรมยิ่งๆ ขึ้น รักกันชอบกันก็ต้องตักเตือนกัน คอยเป็น ‘เบรก’ ให้กันและกัน เพราะจิตมนุษย์เต็มไปด้วยความอยากที่ไม่จำกัดปริมาณ ถ้าไม่มีเบรก ไม่มีวินัยก็จะมัวเมาได้ทุกเมื่อ

ถ้าการครองชีวิตคู่ไม่ได้ทำให้ภรรยาหรือสามีมีคุณธรรมดีขึ้น กลับต้องเลวร้ายลง กล่าวคือต้องไปอยู่ในสถานการณ์หวานอมขมกลืน ทะเลาะกันประจำ การมีคู่แบบนี้สู้อยู่คนเดียวไม่ได้หรอกครับ เมืองไทยมีพระสงฆ์กว่าสามแสนรูป หลายท่านไม่ยอมสึก ท่านก็คิดอย่างนี้แหละครับ คือชอบชีวิตอยู่คนเดียว จะได้พัฒนากุศลธรรมได้สะดวกขึ้น

แต่ถ้ามีสามีหรือภรรยาแล้ว ชีวิตที่เคยห่างเหินธรรม มาเข้าใจธรรมมากขึ้น คู่สมรสนำพาให้เข้าถึงธรรม มีธรรมที่ตัวเองรู้ถ่ายทอดไปยังลูกหลานที่เกิดมาให้มีคุณธรรมตาม การแต่งงานแบบนี้ประเสริฐ เพราะจะทำให้คู่สมรส มีชีวิตสุขในบั้นปลายคือมีชีวิตที่สงบ พ่อแม่หลายคนคงรู้สึกเหนื่อยที่จะต้องเสียเวลาไปกับการอบรมลูกให้เป็นคนดี แต่ถ้าลูกดีตามตั้งใจ ความดีนั้นจะส่งผลให้พ่อแม่นั้นมีชีวิตที่สงบและความสุขในบั้นปลาย เพราะลูกๆ ก็จะพากันกตัญญูมารับใช้ดูแลพ่อแม่ไม่ได้ขาด

จะบอกว่า ‘ขึ้นคาน’ เป็นผลกรรมเก่าหรือปล่าว ? คำตอบก็คือใช่ แต่จะเป็นผลกรรมดีหรือชั่วก็ขึ้นกับสถานการณ์แต่ละคนอีกที ถ้าผู้หญิงคนนั้น จิตใจไม่ออกห่างโลกียสุข ปรารถนาโลกียสุขตลอดแต่ไม่มีคู่ให้มีสุขได้ นี้ชื่อว่าเป็นผลกรรมชั่วในอดีตเพราะไม่ได้ดั่งหวัง พระไตรปิฎก อธิบายเหตุผลที่ทำให้ผู้หญิงลำบากอยู่หลายกรณี เช่น สังยุตตนิกาย (18/471/299) พระพุทธเจ้าตรัสว่า มาตุคาม (หญิงสาว) จะตายไปแล้วตกนรก ครั้นตกนรกแล้ว มาเกิดเป็นมนุษย์ เศษวิบากจะทำให้ลำบาก หวังสิ่งใดก็ไม่ได้ดั่งใจปรารถนา เพราะมีพฤติกรรม 5 อย่าง

1.อสัทโธ ไม่มีศรัทธาในพระรัตนตรัย ไม่เชื่อกฎแห่งกรรม
2.อหิริโก ไม่มียางอายสมแก่ที่เป็นสตรี
3.อโนตตัปปี ไม่กลัวผลบาปที่ทำ กล้าท้าทายกรรมชั่ว ไม่กลัวบาป
4.อุปนาหี มักผูกโกรธหรืออาฆาตพยาบาท ไม่เจริญเมตตาพรหมวิหาร
5.ทุปปัญโญ ไม่ศึกษาว่าสิ่งไรดี-ชั่ว สิ่งไรบุญ-บาป จนแยกไม่ออกว่าอะไรดี อะไรชั่ว

ผู้หญิงที่ไร้ยางอาย ชอบถ่ายรูปเปลื้องผ้า แก้ผ้าถ่ายรูป อ้างว่าเป็นศิลปะเพราะถูกอิทธิพลตะวันตกล้างสมองก็เข้าข่ายไม่มีหิริและโอตตัปปะ ชาตินี้ดูเขาจะเป็นสุข แต่ถ้าชาติหน้าจะเป็นอย่างไร เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

แต่ถ้าผู้หญิงคนนั้น มีจิตใจออกห่างจากโลกียสุข โน้มเอียงไปทางธรรมะมาก การที่เธอไม่มีคู่ก็อาจเพราะเธอหาคนมีคุณธรรมใกล้เคียงไม่ได้ ถ้าแต่งงานไป จะทำให้ธรรมะที่เธออบรมมาแย่ลงกว่าเดิม ดังนั้น เธอจึงยินดีประพฤติธรรมยิ่งขึ้น ผู้หญิงประเภทนี้ อาจบวชเป็นชี อาจรักษาศีล ๘ อาจฟังเทศน์ฟังธรรมประจำ ถ้าใครมีอุปนิสัยโน้มเอียงไปทางอย่างนี้แสดงว่ากุศลธรรมชักพาให้เธอหลีกห่างชีวิตคู่ ซึ่งควรต้องดีใจจึงจะถูก เพราะชีวิตจะได้อบรมจิตยิ่งๆ ขึ้น.

http://www.bodhinanda.com/webboard.php?id=5&wpid=0030

Kamen rider
11-27-2007, 09:56 AM
ถาม – กรรมอะไรทำให้เป็นผู้หญิงตัวสูงแล้วหาคู่ยากคะ?

อันนี้เป็นลักษณะจำเพาะของแต่ละคนมากกว่านะครับ เพราะข้อเท็จจริงคือ ‘ตัวสูง’ ไม่ใช่จะ ‘หาคู่ยาก’ เสมอไป ผมเคยรู้จักกับลูกครึ่งหน้าตาดีคนหนึ่ง สูง ๑๗๕ แต่ก็มีแฟนตั้งแต่วัยรุ่น แล้วก็มีเรื่อยๆไม่เคยขาดสาย เลิกกับคนหนึ่งก็มีคนใหม่เกือบทันที ตอนนี้ก็แต่งงานมีลูกเรียบร้อย ไม่เดือดร้อนอะไรกับสรีระของตนแต่อย่างใด

แล้วลองมองไปอีกทางหนึ่ง ดูแหม่มทั้งหลายจะเห็นว่ามีส่วนสูงเฉลี่ยเกินกว่าหญิงไทยมาก แต่พวกเขาก็ไม่เดือดเนื้อร้อนใจ เพราะชายในประเทศเดียวกันสูงกว่าเขาเยอะแยะ นี่เป็นข้อเท็จจริงที่ทำให้เห็นว่าถ้าตัวสูงถูกที่ถูกทาง เกิดในพงศ์พันธุ์ที่เหมาะสม ก็หาใช่เรื่องผิดแปลกแต่อย่างใดไม่

อีกข้อสังเกตคือผู้ชายหลายคนไม่ได้แคร์เรื่องส่วนสูงสักเท่าใด กายของตนจะเตี้ยกว่าหญิงก็ช่าง ในเมื่อมีอีกหลายคุณสมบัติที่สูงกว่า หมายความว่าถ้าปมเขื่องอันเกิดจากฐานะร่ำรวย หรือเกิดจากผลงานอันยิ่งใหญ่ หรือเกิดจากอิทธิพลอันกว้างไกล เกินรูปร่างหน้าตาไปมากๆ เขาก็จะไม่สนใจส่วนต่างระหว่างร่างกายของเขากับคนรักเลย เว้นแต่ส่วนต่างดังกล่าวเข้าขั้นเน้นให้เกิดปมด้อยรุนแรง เกินกว่าที่ปมเขื่องจะรับมือไหว เช่นยืนคู่คุณเธอแล้วเหมือนเต่ากับยีราฟ อันนั้นค่อยน่าให้เกิดอาการรับไม่ได้ขึ้นมา

สรุปคือการหาคู่ยากนี่จะไปโทษส่วนสูงอย่างเดียวคงไม่ถูกนัก คุณต้องหาตัวการที่ใช่อย่างจังๆให้เจอ อย่างที่กล่าวแล้วว่าเป็นเรื่องเฉพาะตัวของแต่ละคน

ขอยกเอาตัวอย่างที่มีภาวะสอดคล้องกันระหว่างกรรมในอดีตกับอัตภาพปัจจุบัน คืออดีตทำกรรมมาอย่างที่สมควรจะมีร่างสูงเด่น แล้วก็ยังประกอบกรรมแบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เธอตัวสูง เรียนสูง ความสามารถสูง ความตั้งใจสูง ทุกอย่างสูงไปหมด จนกระทั่งหาชายที่ ‘สูง’ เท่ากันไม่ง่าย แม้มีคนมาชอบเยอะ ก็เหลือตัวเลือกที่เข้ากันจริงๆน้อยมาก

เมื่อเล็งให้เห็นนิสัยเด่นๆ ก็จะพบว่าเธอเป็นคนใฝ่ดี ใจบุญ นั่นเป็นภาคขาว แล้วก็ทำให้มีผิวขาว แต่อีกทางหนึ่งคือเชื่อมั่นในตัวเองสูง มีความทะเยอะทะยาน อยากเป็นที่หนึ่ง ชอบเอาชนะ และก็มีเหตุผลที่ดีพอจะยืนกรานได้ว่าตนเองเป็นฝ่ายถูก นั่นเป็นภาคสีเทา คือถ้ามองให้ดีก็เป็นคนกระตือรือร้น มุ่งมั่นเอาความสำเร็จ แต่ถ้ามองให้ร้ายก็คือเป็นพวกก้าวร้าว ชอบขู่บังคับฝืนใจคน

ลักษณะเด่นที่อยากเป็นหมายเลขหนึ่งในทุกเรื่อง และชอบเอาชนะกันด้วยเหตุผล ไม่ใช่เอะอะจะเอาชนะคะคานกันด้วยอารมณ์เยี่ยงหญิงทั่วไป สะท้อนให้เห็นพฤติของจิตว่าเหมือนผู้ชาย นอกจากนี้ยังริเริ่มการบุญอย่างชาย มีโครงสร้างความคิดเป็นระเบียบอย่างชาย แม้จะรวนเรเจ้าอารมณ์อยู่บ้างก็นับว่าน้อยกว่าความอยากมีเหตุมีผล

จริงๆหากเกิดเป็นชายเสียก็สิ้นเรื่อง แต่นี่จิตกลับยอกย้อน อดีตชาติติดใจความเป็นหญิง อธิษฐานเอาสวยเอางามอย่างหญิง ผลที่งอกเงยอย่างชัดเจนในชาติปัจจุบันคือมีรูปงาม แล้วก็มักจะไปอยู่ในที่ที่มีแต่ตัวเองสูงเด่น เหลียวไปรอบตัวหาใครผงาดขึ้นมาเทียบยาก

ผู้หญิงจะรู้สึกเป็นผู้หญิง ก็ต่อเมื่ออยู่กับผู้ชายสักคนที่แมนมากๆจนทำให้รู้สึกชัดว่าฝั่งนั้นชาย ฝ่ายนี้หญิง สัญชาตญาณทางเพศบอกมนุษย์เราว่าชายควรสูงกว่าหญิง เมื่อเริ่มต้นด้วยการที่หญิงสูงกว่า หรือไล่เลี่ยพอฟัดพอเหวี่ยงกันมาก อารมณ์ประมาณอยากได้เป็นแฟนก็เกิดยาก แล้วถ้าบวกกับที่ความสามารถเหนือกว่า คิดอ่านได้ทะลุกว่า เถียงเก่งกว่า มันก็ยิ่งไปกันใหญ่ โดยมากเขาก็แอบมองอยู่ห่างๆกัน

ถ้าหากเคยชมชอบริเริ่มการบุญ หว่านล้อมชักชวนให้คนอื่นมาเข้าทางบุญ เคยเป็น ‘ผู้นำบุญ’ ที่ประสบความสำเร็จมาก่อน ก็มักจะเป็นตัวของตัวเอง ตามใครยาก และหากมาเจอแฟนที่ยังไม่ค่อยมีอัธยาศัยในทางบุญแก่กล้านัก ก็มักทุรนทุราย จะพยายามเปลี่ยนแปลงเขาแบบหักด้ามพร้าด้วยเข่า เอาเหตุผลเด็ดๆไปบีบจนเขาหน้าเหลือง หลายครั้งอาจเหมือนผู้ร้ายหรือคนเลวไปเลยเมื่อไม่ยอมตามมาดีๆ

พอคบสนิทกันด้วยอาการเยี่ยงนี้ก็คาดเดาไม่ยาก ในที่สุดต้องเกิดปากเสียงด้วยระดับศรัทธาที่ล้ำเหลื่อมกันนั่นเอง ตอนแรกๆแฟนอาจพิสมัยใบหน้าจดจ้องเอาชนะอย่างน่ารักเหมือนเด็กซนของคุณ แต่นานไปพอคุณเริ่มหมดความเกรงใจ ขี้เกียจทำท่าน่ารักเย้าแหย่ให้เขาหลงใหล เขาก็อาจคอตกละเหี่ยใจกับใบหน้าจ้องเอาชนะอย่างจะกินเลือดกินเนื้อของคุณแทน

ผู้ชายทุกคนอยากเป็นพระเอกของคนรัก แต่เมื่อคนรักจะมาแย่งตำแหน่งพระเอก เบียดเขาไปเป็นพระรอง ความภูมิใจในความเป็นชายก็ต้องหดหายเป็นธรรมดา เมื่อนางเอกหายไป เหลือแต่พระเอกเพศหญิงกับพระรองเพศชาย ภาวะคู่รักก็ต้องแหว่งวิ่นแหงๆอยู่แล้ว

ประมวลแล้ว กรณีนี้กรรมวิบากบอกกับเราว่าถ้าสั่งสมกำลังบุญไว้มากพอ เมื่ออยากเด่นก็จะได้เด่น แต่ในที่สุดก็เจอแต่คนด้อยกว่า ไม่เว้นกระทั่งคนรัก หากชอบเอาชนะและยอมใครไม่เป็น ในที่สุดก็จะแพ้ความเป็นที่หนึ่งที่น่าหงอยเหงาของตัวเองจนได้ โดยเฉพาะขณะกำลังครองอัตภาพหญิง

ใจคุณมีมโนภาพเกี่ยวกับตัวเองอย่างไร ต่อไปก็ครองร่างอย่างนั้น เมื่อเข้าใจเช่นนี้ หากอยากแก้ก็แก้ที่กรรม โดยพิจารณาว่ากรรมใดเกินพอดี ย่อมให้ผลไม่พอดี อะไรไม่พอดีก็ลดลงเสีย ถ้าชอบเอาชนะแล้วรู้สึกถึงความก้าวร้าว ก็ลดความก้าวร้าวด้วยการชนะใจตัวเอง ไม่แสดงความโกรธให้เขาขยาด ไม่แสดงสีหน้าคู่แข่งให้เขาเห็น กับทั้งไม่ดึงดันพร่ำเพรื่อแม้รู้สึกว่าตนเองเป็นฝ่ายถูก เขายังไม่อยากก็อย่าเพิ่งไปยื้อยุดฉุดกระชากให้ระคาย แค่ฝึกคิด ฝึกพูด ฝึกทำแบบเอาใจเขามาใส่ใจเราอย่างนี้ ก็ถือเป็นกรรมที่ก่อมโนภาพตัวตนใหม่ อ่อนโยนลง ตัวเล็กลง มีความเป็นหญิงมากขึ้น

กับใครอื่นที่ไม่ใช่แฟนก็เช่นกันครับ ขณะคิด ขณะพูด ขณะทำอะไร สำรวจมโนภาพในใจตนเองว่ายังรู้สึกว่าเป็นอะไรสูงเด่นเกินศีรษะชาวบ้านหรือเปล่า ถ้าใจยังติดอาการทะยานขึ้นสู่ความเป็นหนึ่ง แถมยังหวงภาวะสตรีแห่งตนอยู่เหมือนเดิม เกิดใหม่ก็กลายเป็นหญิงเด่นที่มีแต่คนด้อยกว่าอยู่รอบข้างร่ำไปนั่นเอง

:yociexp15:http://dungtrin.com/prepare/archieve/prepare101.htm