มดเอ๊ก
11-20-2007, 11:42 AM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD align=middle><TABLE cellSpacing=2 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR align=middle><TD>http://www.konmeungbua.com/images/konmeungbua_history.gif</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center height=47>ประวัติของ " คนเมืองบัว "
ผู้ค้นพบรอยพระพุทธบาท และ พระพุทธหัตถ์ ที่ใหม่ล่าสุด
ด้วยหลักวิชา " มโนมยิทธิ "
ที่ท่าน หลวงพ่อพระราชพรหมยาน ได้ถ่ายทอดแก่ศิษย์ทั้งหลาย
จนมาถึงผู้ศรัทธาหลวงพ่อ ฯ " คนเมืองบัว "
</TD></TR><TR><TD vAlign=top height=47><TABLE width="100%" border=0><TBODY><TR><TD width="37%">http://www.konmeungbua.com/bw_icon.gif ปฏิปทาในการเปิด
WEB Konmuengbua (http://www.konmeungbua.com/konmeungbua.php#a)</TD><TD width="31%">http://www.konmeungbua.com/bw_icon.gif ปฏิปทา "คนเมืองบัว" (http://www.konmeungbua.com/konmeungbua.php#b)</TD><TD width="32%">http://www.konmeungbua.com/bw_icon.gif ประวัติ "คนเมืองบัว" (http://www.konmeungbua.com/konmeungbua.php#c)</TD></TR><TR><TD width="37%"></TD><TD width="31%"></TD><TD width="32%"></TD></TR></TBODY></TABLE>ปฏิปทาในธรรมทานที่เปิด Web Konmuengbua เพื่อตอบปัญหาต่างๆ โดยธรรม
คนเมืองบัว ขอถือว่าวันนี้วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2545 เป็นฤกษ์ที่ดี ในการเปิด " Webboard " เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ใน ข้อธรรมครองเรือนแก่กัน ยินดีต้อนรับ ทุกท่านที่มาเยี่ยมชม Webb...ของเรา เราเป็นเพียงสื่อกลางในการ นำเสนอแก่ท่านที่สนใจ ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ให้แก่ท่านพอสมควร และเพื่อเป็นอุบายธรรมเล็กๆน้อยๆ หรือเข้าสุ่กลเม็ดเคร็ดลับ ในการเตรียมกำลังใจในการเข้าสู่ " มหาวิทยาลัยชีวิต " ในทุกย่างก้าวของเรา ล้วนแต่มีปัญหาทั้งสิ้น และปัญหาต่างล้วนแต่มาจาก กิเลสที่บุคคลนั้นๆรอบข้างตัวเรา เป็นผู้ปรุงแต่ขึ้น เพื่อตน ถ้าเราก็มีกิเลส เขาก็มีกิเลส อะไรจะเกิดก็ให้นึกย้อนหลังดูก็แล้วกัน กว่าผลแห่งความดีมาส่งผล ก็เล่นเอาชีวิตต้องชอกช้ำไปหลายประการ โบราณอาจารย์ท่านกล่าวไว้น่าฝัง....มนุษย์เกิดมาพร้อมด้วยกรรมที่เป็น " กุศล " และ กรรมที่เป็น " อกุศล " ตามมาส่งผล .....
เมื่อเป็นเช่นนี้เราควรที่จะเป็นผู้มี สติสัมปชัณญะสมบูรณ์ ในปัจจุบันอารมณ์เพื่อไม่ให้จิตปรุงแต่ง อกุศลจิต และอกุศลกรรม เพิ่มขึ้นมาอีก นั้นคือปัญหาใหม่ที่สามารถ จะมารวมกับปัญหาเก่าในอดีตชาติขึ้นมาได้ ขั้นตอนในการแก้ไขจะมีความยุ่งยากซับซ้อน มากขึ้น ธรรมะที่พระพุทธองค์ ได้แนะนำไว้ทั้ง หมด 84000 หัวข้อ เป็นการบอกที่แยบคราย และเที่ยงตรงยิ่งนัก ทำให้ผู้ปฏิบัติตาม ได้มีความสุขตามอัตภาพของตน แล้วแต่บารมีธรรมของตน เพียงแต่ท่าน มีการให้ทาน มีการรักษาศีล ๕ มีการปฏิบัติสมาธิเล็กน้อย มีความเห็นตรงกับพระพุทธเจ้า ว่าทุกสิ่งในโลกนี้มีความธรรมชาติเป็นของตน เราควรยอมรับในความเป็น ธรรมชาตินั้น ว่ามีความเกิดในเบื้องต้น เปลี่ยนแปลงในท่ามกลาง และในที่สุดก็เสื่อมสลายไป
เราควรมาคุยกันเพื่อประคับประคองกันให้ได้รู้ธรรมเบื้องต้นนี่เอง จะได้มีโอกาสเป็นมนุษย์ที่มีความสุขใจ " แบบความสุขที่ไม่เจือด้วยอามิส " กับเขาบ้าง
ปฏิปทา " คนเมืองบัว "
ยังคงมีความตั้งใจอย่างเดิม
" จะเป็น กระโถน ให้ท่านได้ถุยถ่ม
จะเป็น น้ำเพียงหยาดหยด ให้ท่านได้แก้ กระหาย
จะเป็น แผ่นดินเพียงน้อยนิด ให้ท่านได้เหยียบ ชั่วขณะประคองกาย
เรามุ่งหมายเพียงเห็นท่าน นั้นได้ดี "
แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมานั้น ตอนที่เป็นแผ่นดินให้เหยียบย่ำนี้ชิ ต้องระวังหน่อย เพราะบางท่านเห็นผืนดิน เล็กไปหน่อย เลยเหยียบตรงที่ศรีษะเลยก็มี 55555 ก็ได้เป็นข้อธรรมดีไปอีกแบบหนึ่งครับ
ประวัติ "คนเมืองบัว"
ชื่อ นาย เดชพูลศักดิ์ จารุพันธ์พานิช ชื่อเล่น ไก่
ที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 1/19 หมู่ 11 ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี 12140 โทรศัพท์ 0-2598-1408 โทรศัพท์มือถือ 08-6944-0209
สถานที่เกิด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
เกิดวันที่ 11 ตุลาคม 2501
บิดาชื่อ นาย เกียฮวด แซ่เอี๊ยว มารดาชื่อ นาง เฮงจู แซ่เอี๊ยว
การศึกษา มัธยมศึกษาปีที่ ๕ แผนกวิทยาศาสตร์ จากโรงเรียนปทุมวิไล อ.เมือง จ.ปทุมธานี
อาชีพ ผลิตดอกไม้ประดิษฐ์เพื่อการส่งออก ของ "กลุ่มดอกไม้ประดิษฐ์ด้วยกระดาษสา" อ.ลาดหลุมแก้ว
ที่ปรึกษาพิเศษ อบรม ธรรมปฎิบัติกับชีวิตประจำวัน ...ฯลฯ
1. บริษัท ซี พี แลมบ์ จำกัด (ลาดกระบัง) นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง กรุงเทพฯ
2. บริษัท SL อินฟอร์เมชั่น จำกัด (IBM) กัวลาลำเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
3. กลุ่มปฏิบัติธรรม "ผู้ศรัทธาหลวงพ่อพระราชพรหมยาน อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา
4. วิทยากรประจำ Web Site " แหลมเข้ามาข้าจะตอบ "
5. ให้คำแนะนำ ปรึกษาในแนวทางการปฏิบัติธรรมแด่ผู้สนใจทั่วไป
เหตุที่ใช้นามปากกาว่า " คนเมืองบัว " ก็เพราะเกิดที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี โตที่ อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา และใหญ่(อ้วน) ที่ จ.ปทุมธานี
ปณิทานที่ตั้งไว้เป็นผู้บำเพ็ญบุญอยู่ในเขตของไตรสรณคม โดยมีคติอยู่ว่า
" จะเป็นกระโถนให้ท่านได้ถุยถ่ม
จะเป็นนำเพียงหยาดหยดให้ท่านได้แก้กระหาย
จะเป็นเพียงแผ่นดินผืนน้อยนิดให้ท่านได้ประครองกาย
ความมุ่งหมายเพื่อให้ท่านเป็นคนดี "
งานทั้งหมดคิดว่าเป็นงานสาธารณประโยชน์จะทำเท่าที่มีกำลังจะทำได้ตามจังหวะเวลาอันเหมาะสม และในสถานที่อันสมควร
ประสบการณ์ปฏิบัติธรรม เนื่องด้วยเป็นผู้ที่ยังครองเรือนอยู่
การใช้ข้อธรรมที่ศึกษามาใช้กับชีวิตประจำวันนั้นยังไม่ประสบความสำเร็จนัก จน
อายุย่างเข้า 24 ปี ช่วงประมาณวันที่ 13 เมษายน 2525 ได้พบญาติรุ่นพี่ ชื่อ
คุณบุบผา ธัญญวิกัย ได้คุยกันถึงเรื่องพระอริยเจ้า ที่ควรทำกุศลด้วย
คุณพี่ได้แนะนำถึง หลวงพ่อฤาษี ฯ ที่บ้านซอยสายลม หรือที่วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
จนกระทั่งถึงเสาร์แรกของ เดือนกรกฎาคม 2525 จึงได้มีโอกาสไปนมัสการท่าน
พร้อมกับถวายสังฆทานด้วย รู้สึกประทับใจ และเป็นสุขใจอย่างยิ่ง พอวัน
อาทิตย์แรกของเดือนกันยายน 2525 ได้ฝึกกรรมฐาน มโนมยิทธิ ที่บ้านซอยสายลม
ต้นเดือนพฤษศจิกายน 2525 วันแรกฝึกได้ เลย
แต่เหมือนตาบอดคลำทางในสภาวะจิตเป็นทิพย์ระดับต้นๆ จากนั้นจึงซื้อเทปฝึกญาณ 8 และเที่ยวไตรภูมิ แนะนำครูฝึกมโนมยิทธิ หนังสือคู่มือพระกรรมฐานเพื่อจะได้ฝึกเองที่บ้าน
เพราะทราบว่าตนเองเป็นผู้มีโอกาศน้อย กำลังทรัพย์น้อย เช่นนี้ถือว่าดีที่สุดในขณะนั้นแล้ว ขณะใดที่เจริญวิปัสนาญาณแล้วไม่มั่นใจ ตั้งใจตามหลวงพ่อฯ ไป
จากบ้านตอนถวายสังฆทาน ก็มองท่าน ท่านก็ตอบ ว่าใช่ ! เท่านี้ก็เป็นปลื้มแล้ว
ในขณะที่อยู่ที่บ้านซอยสายลม เมื่อหลวงพ่อท่านสอนข้อธรรมต่างๆ
ผมจะตั้งใจนำไปปฏิบัติเลยตั้งแต่ วันนั้นจนถึงเดือนถัดไป ในระหว่างเดือนนั้น
ผมจะนำข้อธรรมมาพิจารณาใน 3 ลักษณะ คือ
1. ในเชิงวิปัสนาญาณ ทั่วไป ในไตรลักษณ์ พุทธศาสตร์
2.ในเชิงวิปัสนาญาณ กับ จิตวิทยาสมัยใหม่
3.ในเชิงวิปัสนาญาณ กับ วิทยาศาสตร์ เปรียบเทียบ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ฯลฯ
ทำไมถึงต้องทำให้ยุ่งยากอย่างนั้น ก็เพราะว่ายังเป็นคนหยาบอยู่
จึงสงสัยอยู่บ่อยๆในหลายๆเรื่องจึงต้องวินิจฉัยให้ถึง ที่สุดดังที่กล่าวมา
เดือนพฤษภาคม 2527 ความเลวเข้าสิงใจ คิดว่าหลวงพ่อคงไม่เก่งจริงมั้ง
ทำไมไม่ดังเหมือนสายพระป่า หรือพรอาจารย์ที่ในหนังสือพระเครื่องต่างๆ
แค่คิดยังไม่พอ ยังไม่ไปทำบุญสังฆทานที่บ้านซอยสายลมอีกต่างหาก
และเที่ยวตระเวนหาพระ อาจารย์ที่ดังๆ ตามที่ลงในหนังสือตามท้องตลาดนั้นๆ 3
เดือนผ่านไป ปรากฏว่ามาสรุปดูแล้วข้อธรรมที่หลวงพ่อแนะนำนั้น เข้าใจง่าย
มีประเด็นหลัก ประเด็นรอง แยบคายทุก สาขาในกรรมฐาน 40 พอเดือนที่ 4
จึงไปบ้านสายลมเพื่อขอขมาท่าน พอผมยื่นสังฆทานถวาย
ได้ยินเสียงท่านเอ่ยจากปากถามว่า เข้าใจแล้วใช่ไหม ? ผมเพียงตอบเบาๆว่าครับ
ก้มศรีษะเคารพ ตั้งแต่วันนั้นมาไม่สงสัยในทุกอย่างที่ท่านกระทำ และเฝ้าจดจำความ
ดีที่ท่านกระทำ ถ้าไม่เกินวิสัยก็จะทำตาม ตามรอยได้ถูกทางในอนาคต
เพื่อเป็นสาธารณะประโยชน์ มีครั้งหนึ่งปัญญาเกิดมืดบอดอีก
ต้องการให้ท่านเทศน์สรุปอริยะสัจ 4 ให้ฟังกับหูอีกสักครั้งหนึ่ง
หลังจากนั้นอีกหลายวัน ได้ไปทำสังฆทานที่บ้านสายลม พอผมจะก้าวเข้าประตูบ้าน
ก็ได้ยินเสียงตามสายจากหลวงพ่อเริ่มเทศน์เรื่อง อริยะสัจ 4 เป็นที่น่า
อัศจรรย์ใจแก่ผมเป็นยิ่งนัก เกิดความเข้าใจขึ้นมากครับ ต้นปี 2528
ผมมีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะเข้าไปเป็นศิษย์ใกล้ชิด
จึงวางแผนสร้างความคุ้นเคยก่อนโดยให้หลวงพ่อเห็น หน้าบ่อยๆ
ในเดือนถัดมาระหว่างเข้าแถวถวายสังฆทาน เห็นช่องว่างแถวที่ 2 ขวามือ
ผมประมาณกาลว่าเมื่อถวายสังฆทานแล้ว จะนั่งในตำแหน่งนั้น
ระหว่างคู้เข้าลงจะนั่งอยู่แล้วเชียว ได้ยินหลวงพ่อท่านพูดว่า
ไอ้คนที่พอจะเข้าใจอะไรแล้วนะ ไปนั่งข้างนอกเถิด เปลืองเนื้อที่ ผมจึงชะงัก
เห็นท่านมองมาที่ผม และผมก็มองไปทั่วห้องรับแขก
ก็มีผมอยู่คนเดียวที่กำลังจะนั่ง เลยละอายใจไม่นั่ง ไป นั่งอีกห้องหนึ่ง
ครั้งนี้ถือว่าไม่สำเร็จ แต่พออีกเดือนถัดมา ผมทำเหมือนเดิมแต่เป็นแถวที่ 5
ขวามือ ผลออกมาเหมือนเดิม จึงขอขมาท่าน แล้วไม่ทำเช่นนั้นอีก
แต่ความคิดก็ยังมิได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น
กลับวางแผนจะไปฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงพี่องค์ใดองค์หนึ่งที่วัดท่าซุงให้ได้
โดยอาศัยช่วงเวลาที่หลวงพ่อมากรุงเทพฯ (บ้านสายลม)
คราวนี้นั่งรถเมล์ไปวัดท่าซุงเลย พอรถเมล์จอดหน้าวิหารพระจุฬามณี ฯ
แผนมีอยู่ว่าจะไปกราบขอบารมีพระวิสุทธิเทพ ให้สำเร็จประโยชน์นี้ด้วยเถิด
แต่ผลกลับเป็นว่า พอขณะเดินข้ามถนนอยู่ (กำลังจะถึง อีกฝั่งพอดี)
มีเสียงหลวงพ่อลอยมาในอากาศ จึงสงบรับฟัง ในทิพยโสตหลวงพ่อให้สติว่า "
งานของฉันข้างนอกวัดมีมาก เธอจะช่วย รึไม่ ? งานในวัดมีคนทำแล้วทุกแห่ง ! "
ผมตอบ " ผมยินดีน้อมรับครับ " เกิดภาพนิมิต
เห็นเป็นคนนับหมื่นยืนรอบข้างตัวผม
เสียงนิมิต " คนเหล่านี้แหล่ะที่มาหาหาฉันตั้งแต่ปี 2519 เป็นต้นมา
ที่เธอจะต้องช่วยสงเคราะห์ ในเรื่องธรรมครองเรือน ฯลฯ
ถึงเวลานั้นเขาจะมีปัญหากันมาก เพราะอารมณ์จิตไม่ผ่าน
(คือไม่สามารถทรงอารมณ์กรรมฐานจนฝ่าวิบากกรรมได้) มีมาก " ผมตอบ "
ถ้าเช่นนี้ผมคงถูกตำหนิ ติเตียน อาจรวมถึงโดนด่าให้เสียหายจากผู้ที่ไม่เข้าใจนะครับ
เสียงนิมิต " ถูกต้องที่สุดลูก แล้วลูกจะทำหรือไม่ " ผมตอบ "
ทำครับเพื่อเป็นกตัญญูแก่หลวงพ่อครับ
ที่มานี่ก็หวังที่จะช่วยงานใกล้ชิดหลวงพ่ออยู่แล้วครับ เสียงนิมิต "
ปิดทองหลังพระนะ " ผมตอบ " เข้าใจครับ จากนิมิตนั้นแล้ว
จึงกราบพระวิสุทธิเทพที่วิหารพระจุฬามณี อธิษฐานสัมทับอีกครั้งด้วยความเคารพ
แล้วขึ้นรถเมล์กลับบ้านเลย ไม่ได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงพี่องค์ใดเลย
แต่นั้นมาเมื่อมีโอกาศสงเคราะห์ข้อธรรมแก่ผู้ใด
ก็ทำทุกรูปแบบเพื่อให้บุคคลนั้นเข้าใจในองค์หลวงพ่อ ธรรมของหลวงพ่อ
ตามแต่ปฏิปทาที่บุคคลนั้นควรทำ ในช่วงเวลานั้นๆ การประคับประคองกำลังใจ
ส่วนใหญ่เป็นประเภทนักศึกษาทางไกล ทรัพย์ก็มีไม่มาก เวลาก็น้อย ปัญหา มีมาก
แต่ใจรักในการปฏิบัติธรรม และมีความศรัทธาในหลวงพ่อด้วย
แล้วก็จริงอย่างหลวงพ่อท่านกล่าว คือ ถูกด่าตลอดเหมือนกัน ทุกเรื่อง
แต่ก็มิได้หวั่นอะไร เพราะรู้มาก่อนอยู่แล้ว มีความสุขใจ ยินดีที่ได้อยู่ใกล้
พุทธนิมิต และสังฆนิมิตของหลวงพ่อฤาษีทุกวัน ทุกเวลาที่ระลึกถึงจึงซึ้งใจมาก
ถึงเป็นคนห่างไกลวัดแต่ก็ใกล้ท่าน เมื่อใดคิดเลว ท่านมาให้สติทันที
ให้ข้อธรรมเตือนสติ ผมถึงหยุดความ คิดอกุศลได้ นับจากวันที่ได้อธิษฐานมา
ก็สามารถช่วยสงเคราะห์คนต่างๆ ในกรรมฐานพื้นฐานได้ไม่ตำกว่า 500 ราย
จากนั้นสังฆนิมิตของหลวงพ่อ ให้แนวความคิดในการครองเรือนแก่ผม ล่วงหน้าถึง 10 ปี และแผนการดำเนินชีวิตแยกย่อย รายปี ราย 3 ปี แล้วแต่โอกาศ
บอกถึงแหล่งทุนดำเนินการ แนวทางธุรกิจที่ควรจะทำ จังหวะเวลาที่เหมาะสม
แรงกดดันต่างๆที่จะเกิดขึ้น ตัวช่วย และอุปสรรคประเภทต่างๆ
หนี้ที่เกิดขึ้นในระหว่างที่การดำเนินการยังไม่ถึงจุดหมาย ฯลฯ . ผมเชื่อมั่น
และมุ่งมั่นทำตาม ทุกลำดับ ทุกขั้นตอน ถึงในระยะที่บันทึกประวัติโดยสังเขปนี้
ยังไม่รุ่งเรืองในทางโลกก็จริง แต่ผมมีความเชื่อมั่น และมั่นใจมาตลอดว่า
จะสำเร็จตามนั้น เพราะว่าสังฆนิมิตของหลวงพ่อไม่เคยผิดพลาดเลยสักครั้งเดียว (
ความผิดพลาดที่มีเกิดขึ้นล้วนมาจากตัวผมเอง ) ด้วยเป็นคนที่มีภาระทางโลกมาก
เวลาจะไปใกล้ชิดครูบาอาจารย์ก็น้อย จึงอาศัยหนังสือที่ท่านได้ถ่ายทอดไว้
มาศึกษาประคับประครองใจ แต่ก็ยังขาดผลยืนยันเป็นรูปธรรม จะไปถามก็ไม่มีโอกาศ
ที่เหมาะ จนถึงวาระอันสมควรที่ทำให้เกิดความศรัทธาอย่างยิ่งขึ้น คือ
เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2529 ได้ไปเดินดงค์แบบนักท่องเที่ยว
ที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ได้พบพระบาตรใหญ่ กล่าวคือทุกเช้า
จะพระมารับบินฑบาตร มาจากทิศเหนือของบ้านพักกุหลาบขาว แต่วันที่พบพระบาตรใหญ่
ท่านเดินมาทางทิศใต้ของบ้านพัก มารอรับ บาตร บาตรที่ท่านอุ้มอยู่ก็เห็นเป็นปกติ
แต่พอท่านเปิดฝาบาตรออก ก็พบว่าภายในบาตรมีขนาดใหญ่กว่าขนาดภายนอกถึง 2 เท่า
เลย รู้สึกเป็นปลื้มอยู่ผู้เดียว เมื่อกลับมาบ้านได้ 3
เดือนแล้วจึงนึกขึ้นได้ว่า เคยอธิษฐานไว้ในเดือนตุลาคม 2528
ว่าถ้าเป็นบุญวาสนาก็ขอ ให้ได้ทำบุญกับหลวงพ่อฤาษีลิงเล็กสักครั้งเถิด
ในคราวเดียวกันที่ไปเที่ยวป่าปิดภูกระดึง ได้เดินข้ามลำธารเพ็ญพบใหม่
มีต้นไม้ต้นหนึ่งล้มขวางลำธารอยู่ เมื่อทุกคนในคณะที่มาด้วยกันข้ามไปหมดแล้ว
ผมเห็นว่าทัศนียภาพดีจึงตั้งขาตั้งกล้องเพื่อจะถ่ายภาพอัตโนมัติ
หน้ากล้องติดฟิลเตอร์ตัดแสงสะท้อน และฉายแฟรชด้วย
ผมไปตั้งท่าเหมือนเดินกลางต้นไม้ที่ทอดสะพานนั้น จิตก็พลันคิดไปว่าถ้า
เกิดลืนล้มตกลงไปจะทำอย่างไร เดินกันมาตั้งชั่วโมงเศษแล้ว
แต่ก็คิดให้กำลังใจตัวเองว่า " จะไปกลัวอะไร เราก็ศิษย์มีครูเหมือนกัน "
เท่านั้นใจก็ตัดกังวล ซึ่งระหว่างนั้นกล้องก็ได้บันทึกภาพพอดี
พอกลับมาที่บ้านล้างรูปมาดูปรากฏว่าในรูปมีฉัพพรรณรังสีครุมตัวอยู่
จึงเป็นที่ปีติอย่างยิ่งว่า พระท่านคุ้มครองเป็นอย่างนี้นี่เอง
ความเชื่อมั่นในหลวงพ่อจึงมีมากขึ้น และตั้งใจมากขึ้นที่จะประคับประครอง
จิตใจให้ทรงตัวให้ถึงที่สุดให้ได้ โดยไม่หวั่นไหว
กระผมมีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งที่จะสนองพระคุณท่าน โดยในวันที่ 31 สิงหาคม 2535 ได้อธิษฐานที่จะทำงานสาธารณะประโยชน์สานต่องานตามแนวทางที่หลวงพ่อท่านได้ทำไว้ โดยอธิษฐานว่า "ถ้าถึงวาระที่ความคล่องตัวทางการเงินมีบังเกิดขึ้นเมื่อใด จะจัดตั้งกองทุนสงเคราะห์คนยากจนในถิ่นทุรกันดาร โดยถวายกุศลแก่พระรัตนตรัย และหลวงพ่อฤาษีฯ " จากนั้น วันที่ 30 ตุลาคม 2535 หลวงพ่อได้ทิ้งสังขารเข้าสู่พระนิพพาน จึงเกิดสิ่งเตือนใจคนเมืองบัวว่า ตอนนี้ไม่มีท่านอยู่กับ เราแล้ว ปฏิปทาของเราจะเสื่อมคลายลงไปหรือไม่ แต่ก่อนเคยดันทุรังอยากเป็นคนใกล้ชิด
หรือมีความคิดอยู่เบื่องหลังว่าพอตั้งกองทุนขึ้นมาก็ดังเอง ได้ใกล้ชิดท่านเอง ตอนนี้ ท่านไม่อยู่แล้ว จะทองหลังพระ ๆท่านก็ไม่รอดูเสียอีก แล้วจะทำหรือไม่ ? ( เป็นความคิดที่เกิดขึ้นเมื่อขณะที่ได้ทราบข่าว หลวงพ่อท่านละ สังขาร ) จึงทำใจสบายๆ ไปกราบท่านที่พระนิพพาน แล้วอธิษฐานในปณิทานเดิมย้ำอีกครั้ง จิตเป็นสุขมาก มีตัวอย่างประสบการณ์ที่คนเมืองบัว อาจจะมายืนยันการปฏิบัติ แบบผู้ที่มีโอกาศน้อย เป็นนักศึกษานอกโรงเรียน เช่น
1. เมื่อเวลา 6.15 น. ขณะนำคณะปฏิบัติธรรม มาที่ผาสุดแผ่นดิน ในอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ หลวงพ่อได้แสดงสังฆนิมิต ลอยลงมาจากอากาศ และพาไปที่หน้าผาที่เป็นก้อนหินใหญ่ และชี้ให้เห็น รอยพระพุทธบาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ขนาด1 เท่าครึ่งของคนปกติ ผมได้เขียนประวัติและบันทึกขนาดไว้เรียบร้อยแล้ว
และมีอีกรอยหนึ่งเป็นพระพุทธบาทข้างซ้าย ซึ่งจะอยู่บนยอดเขาฝั่งตรงข้าม ระยะห่างประมาณ 10-20 กิโลเมตร ที่เขต อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี ตอนนี้รอเวลาและทุนในการ ค้นหา
2. ที่วัดๆหนึ่งในจังหวัดสระบุรี หลวงพ่อฤาษีฯได้สังฆนิมิตพาไปพบรอยพระพุทธหัตถ์ ( ข้างขวา)ประทับอยู่ที่ผนังถ้ำฝั่งขวามือ ขนาด 1 เท่าครึ่งของคนปกติ
3. ที่หลังบ้านของผู้ศรัทธาผู้หนึ่งที่ จ.พังงา พบฝ่ามือ ( ขวา ) ของท่านเทพ มีนามว่า " ท่านประสิทธินาคราช " ขนาดเท่าฝ่ามือของคนปกติ
4. เมื่อได้ไปนมัสการรอยพระพุทธบาทที่วัดเกาะแก้วพิศดาร จ.ภูเก็ต (รอยใหญ่ริมทะเล ) สังฆนิมิตของหลวงพ่อฤาษีฯ ได้พาไปที่ก้อนหินริมทางเดินขวามือ เพื่อให้พบรอยพระพุทธบาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน (ข้างขวา ) ขนาด 1 เท่าครึ่งของคนปกติ และบริเวณหมู่หินริมหาด พบรอยพระหัตถ์อีก 2 รอย เป็นที่ปิติของคนเมืองบัวเป็นอย่างมากว่า หลวงพ่อไม่เคยทิ้งพวกเราเลย เมื่อใดขัดข้องในธรรมะ ข้อปฏิบัติ ท่านจะมาแนะนำ ตักเตือนในทันที จากนั้นคนเมืองบัวได้กำหนดให้วันที่ 31 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันไหว้ครูประจำปี บุญกุศลใดที่คนเมืองบัวได้ทำไว้ดีแล้ว ขอบูชาคุณหลวงพ่อฤาษีฯ
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
ผู้ค้นพบรอยพระพุทธบาท และ พระพุทธหัตถ์ ที่ใหม่ล่าสุด
ด้วยหลักวิชา " มโนมยิทธิ "
ที่ท่าน หลวงพ่อพระราชพรหมยาน ได้ถ่ายทอดแก่ศิษย์ทั้งหลาย
จนมาถึงผู้ศรัทธาหลวงพ่อ ฯ " คนเมืองบัว "
</TD></TR><TR><TD vAlign=top height=47><TABLE width="100%" border=0><TBODY><TR><TD width="37%">http://www.konmeungbua.com/bw_icon.gif ปฏิปทาในการเปิด
WEB Konmuengbua (http://www.konmeungbua.com/konmeungbua.php#a)</TD><TD width="31%">http://www.konmeungbua.com/bw_icon.gif ปฏิปทา "คนเมืองบัว" (http://www.konmeungbua.com/konmeungbua.php#b)</TD><TD width="32%">http://www.konmeungbua.com/bw_icon.gif ประวัติ "คนเมืองบัว" (http://www.konmeungbua.com/konmeungbua.php#c)</TD></TR><TR><TD width="37%"></TD><TD width="31%"></TD><TD width="32%"></TD></TR></TBODY></TABLE>ปฏิปทาในธรรมทานที่เปิด Web Konmuengbua เพื่อตอบปัญหาต่างๆ โดยธรรม
คนเมืองบัว ขอถือว่าวันนี้วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2545 เป็นฤกษ์ที่ดี ในการเปิด " Webboard " เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ใน ข้อธรรมครองเรือนแก่กัน ยินดีต้อนรับ ทุกท่านที่มาเยี่ยมชม Webb...ของเรา เราเป็นเพียงสื่อกลางในการ นำเสนอแก่ท่านที่สนใจ ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ให้แก่ท่านพอสมควร และเพื่อเป็นอุบายธรรมเล็กๆน้อยๆ หรือเข้าสุ่กลเม็ดเคร็ดลับ ในการเตรียมกำลังใจในการเข้าสู่ " มหาวิทยาลัยชีวิต " ในทุกย่างก้าวของเรา ล้วนแต่มีปัญหาทั้งสิ้น และปัญหาต่างล้วนแต่มาจาก กิเลสที่บุคคลนั้นๆรอบข้างตัวเรา เป็นผู้ปรุงแต่ขึ้น เพื่อตน ถ้าเราก็มีกิเลส เขาก็มีกิเลส อะไรจะเกิดก็ให้นึกย้อนหลังดูก็แล้วกัน กว่าผลแห่งความดีมาส่งผล ก็เล่นเอาชีวิตต้องชอกช้ำไปหลายประการ โบราณอาจารย์ท่านกล่าวไว้น่าฝัง....มนุษย์เกิดมาพร้อมด้วยกรรมที่เป็น " กุศล " และ กรรมที่เป็น " อกุศล " ตามมาส่งผล .....
เมื่อเป็นเช่นนี้เราควรที่จะเป็นผู้มี สติสัมปชัณญะสมบูรณ์ ในปัจจุบันอารมณ์เพื่อไม่ให้จิตปรุงแต่ง อกุศลจิต และอกุศลกรรม เพิ่มขึ้นมาอีก นั้นคือปัญหาใหม่ที่สามารถ จะมารวมกับปัญหาเก่าในอดีตชาติขึ้นมาได้ ขั้นตอนในการแก้ไขจะมีความยุ่งยากซับซ้อน มากขึ้น ธรรมะที่พระพุทธองค์ ได้แนะนำไว้ทั้ง หมด 84000 หัวข้อ เป็นการบอกที่แยบคราย และเที่ยงตรงยิ่งนัก ทำให้ผู้ปฏิบัติตาม ได้มีความสุขตามอัตภาพของตน แล้วแต่บารมีธรรมของตน เพียงแต่ท่าน มีการให้ทาน มีการรักษาศีล ๕ มีการปฏิบัติสมาธิเล็กน้อย มีความเห็นตรงกับพระพุทธเจ้า ว่าทุกสิ่งในโลกนี้มีความธรรมชาติเป็นของตน เราควรยอมรับในความเป็น ธรรมชาตินั้น ว่ามีความเกิดในเบื้องต้น เปลี่ยนแปลงในท่ามกลาง และในที่สุดก็เสื่อมสลายไป
เราควรมาคุยกันเพื่อประคับประคองกันให้ได้รู้ธรรมเบื้องต้นนี่เอง จะได้มีโอกาสเป็นมนุษย์ที่มีความสุขใจ " แบบความสุขที่ไม่เจือด้วยอามิส " กับเขาบ้าง
ปฏิปทา " คนเมืองบัว "
ยังคงมีความตั้งใจอย่างเดิม
" จะเป็น กระโถน ให้ท่านได้ถุยถ่ม
จะเป็น น้ำเพียงหยาดหยด ให้ท่านได้แก้ กระหาย
จะเป็น แผ่นดินเพียงน้อยนิด ให้ท่านได้เหยียบ ชั่วขณะประคองกาย
เรามุ่งหมายเพียงเห็นท่าน นั้นได้ดี "
แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมานั้น ตอนที่เป็นแผ่นดินให้เหยียบย่ำนี้ชิ ต้องระวังหน่อย เพราะบางท่านเห็นผืนดิน เล็กไปหน่อย เลยเหยียบตรงที่ศรีษะเลยก็มี 55555 ก็ได้เป็นข้อธรรมดีไปอีกแบบหนึ่งครับ
ประวัติ "คนเมืองบัว"
ชื่อ นาย เดชพูลศักดิ์ จารุพันธ์พานิช ชื่อเล่น ไก่
ที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 1/19 หมู่ 11 ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี 12140 โทรศัพท์ 0-2598-1408 โทรศัพท์มือถือ 08-6944-0209
สถานที่เกิด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
เกิดวันที่ 11 ตุลาคม 2501
บิดาชื่อ นาย เกียฮวด แซ่เอี๊ยว มารดาชื่อ นาง เฮงจู แซ่เอี๊ยว
การศึกษา มัธยมศึกษาปีที่ ๕ แผนกวิทยาศาสตร์ จากโรงเรียนปทุมวิไล อ.เมือง จ.ปทุมธานี
อาชีพ ผลิตดอกไม้ประดิษฐ์เพื่อการส่งออก ของ "กลุ่มดอกไม้ประดิษฐ์ด้วยกระดาษสา" อ.ลาดหลุมแก้ว
ที่ปรึกษาพิเศษ อบรม ธรรมปฎิบัติกับชีวิตประจำวัน ...ฯลฯ
1. บริษัท ซี พี แลมบ์ จำกัด (ลาดกระบัง) นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง กรุงเทพฯ
2. บริษัท SL อินฟอร์เมชั่น จำกัด (IBM) กัวลาลำเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
3. กลุ่มปฏิบัติธรรม "ผู้ศรัทธาหลวงพ่อพระราชพรหมยาน อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา
4. วิทยากรประจำ Web Site " แหลมเข้ามาข้าจะตอบ "
5. ให้คำแนะนำ ปรึกษาในแนวทางการปฏิบัติธรรมแด่ผู้สนใจทั่วไป
เหตุที่ใช้นามปากกาว่า " คนเมืองบัว " ก็เพราะเกิดที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี โตที่ อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา และใหญ่(อ้วน) ที่ จ.ปทุมธานี
ปณิทานที่ตั้งไว้เป็นผู้บำเพ็ญบุญอยู่ในเขตของไตรสรณคม โดยมีคติอยู่ว่า
" จะเป็นกระโถนให้ท่านได้ถุยถ่ม
จะเป็นนำเพียงหยาดหยดให้ท่านได้แก้กระหาย
จะเป็นเพียงแผ่นดินผืนน้อยนิดให้ท่านได้ประครองกาย
ความมุ่งหมายเพื่อให้ท่านเป็นคนดี "
งานทั้งหมดคิดว่าเป็นงานสาธารณประโยชน์จะทำเท่าที่มีกำลังจะทำได้ตามจังหวะเวลาอันเหมาะสม และในสถานที่อันสมควร
ประสบการณ์ปฏิบัติธรรม เนื่องด้วยเป็นผู้ที่ยังครองเรือนอยู่
การใช้ข้อธรรมที่ศึกษามาใช้กับชีวิตประจำวันนั้นยังไม่ประสบความสำเร็จนัก จน
อายุย่างเข้า 24 ปี ช่วงประมาณวันที่ 13 เมษายน 2525 ได้พบญาติรุ่นพี่ ชื่อ
คุณบุบผา ธัญญวิกัย ได้คุยกันถึงเรื่องพระอริยเจ้า ที่ควรทำกุศลด้วย
คุณพี่ได้แนะนำถึง หลวงพ่อฤาษี ฯ ที่บ้านซอยสายลม หรือที่วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
จนกระทั่งถึงเสาร์แรกของ เดือนกรกฎาคม 2525 จึงได้มีโอกาสไปนมัสการท่าน
พร้อมกับถวายสังฆทานด้วย รู้สึกประทับใจ และเป็นสุขใจอย่างยิ่ง พอวัน
อาทิตย์แรกของเดือนกันยายน 2525 ได้ฝึกกรรมฐาน มโนมยิทธิ ที่บ้านซอยสายลม
ต้นเดือนพฤษศจิกายน 2525 วันแรกฝึกได้ เลย
แต่เหมือนตาบอดคลำทางในสภาวะจิตเป็นทิพย์ระดับต้นๆ จากนั้นจึงซื้อเทปฝึกญาณ 8 และเที่ยวไตรภูมิ แนะนำครูฝึกมโนมยิทธิ หนังสือคู่มือพระกรรมฐานเพื่อจะได้ฝึกเองที่บ้าน
เพราะทราบว่าตนเองเป็นผู้มีโอกาศน้อย กำลังทรัพย์น้อย เช่นนี้ถือว่าดีที่สุดในขณะนั้นแล้ว ขณะใดที่เจริญวิปัสนาญาณแล้วไม่มั่นใจ ตั้งใจตามหลวงพ่อฯ ไป
จากบ้านตอนถวายสังฆทาน ก็มองท่าน ท่านก็ตอบ ว่าใช่ ! เท่านี้ก็เป็นปลื้มแล้ว
ในขณะที่อยู่ที่บ้านซอยสายลม เมื่อหลวงพ่อท่านสอนข้อธรรมต่างๆ
ผมจะตั้งใจนำไปปฏิบัติเลยตั้งแต่ วันนั้นจนถึงเดือนถัดไป ในระหว่างเดือนนั้น
ผมจะนำข้อธรรมมาพิจารณาใน 3 ลักษณะ คือ
1. ในเชิงวิปัสนาญาณ ทั่วไป ในไตรลักษณ์ พุทธศาสตร์
2.ในเชิงวิปัสนาญาณ กับ จิตวิทยาสมัยใหม่
3.ในเชิงวิปัสนาญาณ กับ วิทยาศาสตร์ เปรียบเทียบ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ฯลฯ
ทำไมถึงต้องทำให้ยุ่งยากอย่างนั้น ก็เพราะว่ายังเป็นคนหยาบอยู่
จึงสงสัยอยู่บ่อยๆในหลายๆเรื่องจึงต้องวินิจฉัยให้ถึง ที่สุดดังที่กล่าวมา
เดือนพฤษภาคม 2527 ความเลวเข้าสิงใจ คิดว่าหลวงพ่อคงไม่เก่งจริงมั้ง
ทำไมไม่ดังเหมือนสายพระป่า หรือพรอาจารย์ที่ในหนังสือพระเครื่องต่างๆ
แค่คิดยังไม่พอ ยังไม่ไปทำบุญสังฆทานที่บ้านซอยสายลมอีกต่างหาก
และเที่ยวตระเวนหาพระ อาจารย์ที่ดังๆ ตามที่ลงในหนังสือตามท้องตลาดนั้นๆ 3
เดือนผ่านไป ปรากฏว่ามาสรุปดูแล้วข้อธรรมที่หลวงพ่อแนะนำนั้น เข้าใจง่าย
มีประเด็นหลัก ประเด็นรอง แยบคายทุก สาขาในกรรมฐาน 40 พอเดือนที่ 4
จึงไปบ้านสายลมเพื่อขอขมาท่าน พอผมยื่นสังฆทานถวาย
ได้ยินเสียงท่านเอ่ยจากปากถามว่า เข้าใจแล้วใช่ไหม ? ผมเพียงตอบเบาๆว่าครับ
ก้มศรีษะเคารพ ตั้งแต่วันนั้นมาไม่สงสัยในทุกอย่างที่ท่านกระทำ และเฝ้าจดจำความ
ดีที่ท่านกระทำ ถ้าไม่เกินวิสัยก็จะทำตาม ตามรอยได้ถูกทางในอนาคต
เพื่อเป็นสาธารณะประโยชน์ มีครั้งหนึ่งปัญญาเกิดมืดบอดอีก
ต้องการให้ท่านเทศน์สรุปอริยะสัจ 4 ให้ฟังกับหูอีกสักครั้งหนึ่ง
หลังจากนั้นอีกหลายวัน ได้ไปทำสังฆทานที่บ้านสายลม พอผมจะก้าวเข้าประตูบ้าน
ก็ได้ยินเสียงตามสายจากหลวงพ่อเริ่มเทศน์เรื่อง อริยะสัจ 4 เป็นที่น่า
อัศจรรย์ใจแก่ผมเป็นยิ่งนัก เกิดความเข้าใจขึ้นมากครับ ต้นปี 2528
ผมมีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะเข้าไปเป็นศิษย์ใกล้ชิด
จึงวางแผนสร้างความคุ้นเคยก่อนโดยให้หลวงพ่อเห็น หน้าบ่อยๆ
ในเดือนถัดมาระหว่างเข้าแถวถวายสังฆทาน เห็นช่องว่างแถวที่ 2 ขวามือ
ผมประมาณกาลว่าเมื่อถวายสังฆทานแล้ว จะนั่งในตำแหน่งนั้น
ระหว่างคู้เข้าลงจะนั่งอยู่แล้วเชียว ได้ยินหลวงพ่อท่านพูดว่า
ไอ้คนที่พอจะเข้าใจอะไรแล้วนะ ไปนั่งข้างนอกเถิด เปลืองเนื้อที่ ผมจึงชะงัก
เห็นท่านมองมาที่ผม และผมก็มองไปทั่วห้องรับแขก
ก็มีผมอยู่คนเดียวที่กำลังจะนั่ง เลยละอายใจไม่นั่ง ไป นั่งอีกห้องหนึ่ง
ครั้งนี้ถือว่าไม่สำเร็จ แต่พออีกเดือนถัดมา ผมทำเหมือนเดิมแต่เป็นแถวที่ 5
ขวามือ ผลออกมาเหมือนเดิม จึงขอขมาท่าน แล้วไม่ทำเช่นนั้นอีก
แต่ความคิดก็ยังมิได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น
กลับวางแผนจะไปฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงพี่องค์ใดองค์หนึ่งที่วัดท่าซุงให้ได้
โดยอาศัยช่วงเวลาที่หลวงพ่อมากรุงเทพฯ (บ้านสายลม)
คราวนี้นั่งรถเมล์ไปวัดท่าซุงเลย พอรถเมล์จอดหน้าวิหารพระจุฬามณี ฯ
แผนมีอยู่ว่าจะไปกราบขอบารมีพระวิสุทธิเทพ ให้สำเร็จประโยชน์นี้ด้วยเถิด
แต่ผลกลับเป็นว่า พอขณะเดินข้ามถนนอยู่ (กำลังจะถึง อีกฝั่งพอดี)
มีเสียงหลวงพ่อลอยมาในอากาศ จึงสงบรับฟัง ในทิพยโสตหลวงพ่อให้สติว่า "
งานของฉันข้างนอกวัดมีมาก เธอจะช่วย รึไม่ ? งานในวัดมีคนทำแล้วทุกแห่ง ! "
ผมตอบ " ผมยินดีน้อมรับครับ " เกิดภาพนิมิต
เห็นเป็นคนนับหมื่นยืนรอบข้างตัวผม
เสียงนิมิต " คนเหล่านี้แหล่ะที่มาหาหาฉันตั้งแต่ปี 2519 เป็นต้นมา
ที่เธอจะต้องช่วยสงเคราะห์ ในเรื่องธรรมครองเรือน ฯลฯ
ถึงเวลานั้นเขาจะมีปัญหากันมาก เพราะอารมณ์จิตไม่ผ่าน
(คือไม่สามารถทรงอารมณ์กรรมฐานจนฝ่าวิบากกรรมได้) มีมาก " ผมตอบ "
ถ้าเช่นนี้ผมคงถูกตำหนิ ติเตียน อาจรวมถึงโดนด่าให้เสียหายจากผู้ที่ไม่เข้าใจนะครับ
เสียงนิมิต " ถูกต้องที่สุดลูก แล้วลูกจะทำหรือไม่ " ผมตอบ "
ทำครับเพื่อเป็นกตัญญูแก่หลวงพ่อครับ
ที่มานี่ก็หวังที่จะช่วยงานใกล้ชิดหลวงพ่ออยู่แล้วครับ เสียงนิมิต "
ปิดทองหลังพระนะ " ผมตอบ " เข้าใจครับ จากนิมิตนั้นแล้ว
จึงกราบพระวิสุทธิเทพที่วิหารพระจุฬามณี อธิษฐานสัมทับอีกครั้งด้วยความเคารพ
แล้วขึ้นรถเมล์กลับบ้านเลย ไม่ได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงพี่องค์ใดเลย
แต่นั้นมาเมื่อมีโอกาศสงเคราะห์ข้อธรรมแก่ผู้ใด
ก็ทำทุกรูปแบบเพื่อให้บุคคลนั้นเข้าใจในองค์หลวงพ่อ ธรรมของหลวงพ่อ
ตามแต่ปฏิปทาที่บุคคลนั้นควรทำ ในช่วงเวลานั้นๆ การประคับประคองกำลังใจ
ส่วนใหญ่เป็นประเภทนักศึกษาทางไกล ทรัพย์ก็มีไม่มาก เวลาก็น้อย ปัญหา มีมาก
แต่ใจรักในการปฏิบัติธรรม และมีความศรัทธาในหลวงพ่อด้วย
แล้วก็จริงอย่างหลวงพ่อท่านกล่าว คือ ถูกด่าตลอดเหมือนกัน ทุกเรื่อง
แต่ก็มิได้หวั่นอะไร เพราะรู้มาก่อนอยู่แล้ว มีความสุขใจ ยินดีที่ได้อยู่ใกล้
พุทธนิมิต และสังฆนิมิตของหลวงพ่อฤาษีทุกวัน ทุกเวลาที่ระลึกถึงจึงซึ้งใจมาก
ถึงเป็นคนห่างไกลวัดแต่ก็ใกล้ท่าน เมื่อใดคิดเลว ท่านมาให้สติทันที
ให้ข้อธรรมเตือนสติ ผมถึงหยุดความ คิดอกุศลได้ นับจากวันที่ได้อธิษฐานมา
ก็สามารถช่วยสงเคราะห์คนต่างๆ ในกรรมฐานพื้นฐานได้ไม่ตำกว่า 500 ราย
จากนั้นสังฆนิมิตของหลวงพ่อ ให้แนวความคิดในการครองเรือนแก่ผม ล่วงหน้าถึง 10 ปี และแผนการดำเนินชีวิตแยกย่อย รายปี ราย 3 ปี แล้วแต่โอกาศ
บอกถึงแหล่งทุนดำเนินการ แนวทางธุรกิจที่ควรจะทำ จังหวะเวลาที่เหมาะสม
แรงกดดันต่างๆที่จะเกิดขึ้น ตัวช่วย และอุปสรรคประเภทต่างๆ
หนี้ที่เกิดขึ้นในระหว่างที่การดำเนินการยังไม่ถึงจุดหมาย ฯลฯ . ผมเชื่อมั่น
และมุ่งมั่นทำตาม ทุกลำดับ ทุกขั้นตอน ถึงในระยะที่บันทึกประวัติโดยสังเขปนี้
ยังไม่รุ่งเรืองในทางโลกก็จริง แต่ผมมีความเชื่อมั่น และมั่นใจมาตลอดว่า
จะสำเร็จตามนั้น เพราะว่าสังฆนิมิตของหลวงพ่อไม่เคยผิดพลาดเลยสักครั้งเดียว (
ความผิดพลาดที่มีเกิดขึ้นล้วนมาจากตัวผมเอง ) ด้วยเป็นคนที่มีภาระทางโลกมาก
เวลาจะไปใกล้ชิดครูบาอาจารย์ก็น้อย จึงอาศัยหนังสือที่ท่านได้ถ่ายทอดไว้
มาศึกษาประคับประครองใจ แต่ก็ยังขาดผลยืนยันเป็นรูปธรรม จะไปถามก็ไม่มีโอกาศ
ที่เหมาะ จนถึงวาระอันสมควรที่ทำให้เกิดความศรัทธาอย่างยิ่งขึ้น คือ
เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2529 ได้ไปเดินดงค์แบบนักท่องเที่ยว
ที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ได้พบพระบาตรใหญ่ กล่าวคือทุกเช้า
จะพระมารับบินฑบาตร มาจากทิศเหนือของบ้านพักกุหลาบขาว แต่วันที่พบพระบาตรใหญ่
ท่านเดินมาทางทิศใต้ของบ้านพัก มารอรับ บาตร บาตรที่ท่านอุ้มอยู่ก็เห็นเป็นปกติ
แต่พอท่านเปิดฝาบาตรออก ก็พบว่าภายในบาตรมีขนาดใหญ่กว่าขนาดภายนอกถึง 2 เท่า
เลย รู้สึกเป็นปลื้มอยู่ผู้เดียว เมื่อกลับมาบ้านได้ 3
เดือนแล้วจึงนึกขึ้นได้ว่า เคยอธิษฐานไว้ในเดือนตุลาคม 2528
ว่าถ้าเป็นบุญวาสนาก็ขอ ให้ได้ทำบุญกับหลวงพ่อฤาษีลิงเล็กสักครั้งเถิด
ในคราวเดียวกันที่ไปเที่ยวป่าปิดภูกระดึง ได้เดินข้ามลำธารเพ็ญพบใหม่
มีต้นไม้ต้นหนึ่งล้มขวางลำธารอยู่ เมื่อทุกคนในคณะที่มาด้วยกันข้ามไปหมดแล้ว
ผมเห็นว่าทัศนียภาพดีจึงตั้งขาตั้งกล้องเพื่อจะถ่ายภาพอัตโนมัติ
หน้ากล้องติดฟิลเตอร์ตัดแสงสะท้อน และฉายแฟรชด้วย
ผมไปตั้งท่าเหมือนเดินกลางต้นไม้ที่ทอดสะพานนั้น จิตก็พลันคิดไปว่าถ้า
เกิดลืนล้มตกลงไปจะทำอย่างไร เดินกันมาตั้งชั่วโมงเศษแล้ว
แต่ก็คิดให้กำลังใจตัวเองว่า " จะไปกลัวอะไร เราก็ศิษย์มีครูเหมือนกัน "
เท่านั้นใจก็ตัดกังวล ซึ่งระหว่างนั้นกล้องก็ได้บันทึกภาพพอดี
พอกลับมาที่บ้านล้างรูปมาดูปรากฏว่าในรูปมีฉัพพรรณรังสีครุมตัวอยู่
จึงเป็นที่ปีติอย่างยิ่งว่า พระท่านคุ้มครองเป็นอย่างนี้นี่เอง
ความเชื่อมั่นในหลวงพ่อจึงมีมากขึ้น และตั้งใจมากขึ้นที่จะประคับประครอง
จิตใจให้ทรงตัวให้ถึงที่สุดให้ได้ โดยไม่หวั่นไหว
กระผมมีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งที่จะสนองพระคุณท่าน โดยในวันที่ 31 สิงหาคม 2535 ได้อธิษฐานที่จะทำงานสาธารณะประโยชน์สานต่องานตามแนวทางที่หลวงพ่อท่านได้ทำไว้ โดยอธิษฐานว่า "ถ้าถึงวาระที่ความคล่องตัวทางการเงินมีบังเกิดขึ้นเมื่อใด จะจัดตั้งกองทุนสงเคราะห์คนยากจนในถิ่นทุรกันดาร โดยถวายกุศลแก่พระรัตนตรัย และหลวงพ่อฤาษีฯ " จากนั้น วันที่ 30 ตุลาคม 2535 หลวงพ่อได้ทิ้งสังขารเข้าสู่พระนิพพาน จึงเกิดสิ่งเตือนใจคนเมืองบัวว่า ตอนนี้ไม่มีท่านอยู่กับ เราแล้ว ปฏิปทาของเราจะเสื่อมคลายลงไปหรือไม่ แต่ก่อนเคยดันทุรังอยากเป็นคนใกล้ชิด
หรือมีความคิดอยู่เบื่องหลังว่าพอตั้งกองทุนขึ้นมาก็ดังเอง ได้ใกล้ชิดท่านเอง ตอนนี้ ท่านไม่อยู่แล้ว จะทองหลังพระ ๆท่านก็ไม่รอดูเสียอีก แล้วจะทำหรือไม่ ? ( เป็นความคิดที่เกิดขึ้นเมื่อขณะที่ได้ทราบข่าว หลวงพ่อท่านละ สังขาร ) จึงทำใจสบายๆ ไปกราบท่านที่พระนิพพาน แล้วอธิษฐานในปณิทานเดิมย้ำอีกครั้ง จิตเป็นสุขมาก มีตัวอย่างประสบการณ์ที่คนเมืองบัว อาจจะมายืนยันการปฏิบัติ แบบผู้ที่มีโอกาศน้อย เป็นนักศึกษานอกโรงเรียน เช่น
1. เมื่อเวลา 6.15 น. ขณะนำคณะปฏิบัติธรรม มาที่ผาสุดแผ่นดิน ในอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ หลวงพ่อได้แสดงสังฆนิมิต ลอยลงมาจากอากาศ และพาไปที่หน้าผาที่เป็นก้อนหินใหญ่ และชี้ให้เห็น รอยพระพุทธบาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ขนาด1 เท่าครึ่งของคนปกติ ผมได้เขียนประวัติและบันทึกขนาดไว้เรียบร้อยแล้ว
และมีอีกรอยหนึ่งเป็นพระพุทธบาทข้างซ้าย ซึ่งจะอยู่บนยอดเขาฝั่งตรงข้าม ระยะห่างประมาณ 10-20 กิโลเมตร ที่เขต อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี ตอนนี้รอเวลาและทุนในการ ค้นหา
2. ที่วัดๆหนึ่งในจังหวัดสระบุรี หลวงพ่อฤาษีฯได้สังฆนิมิตพาไปพบรอยพระพุทธหัตถ์ ( ข้างขวา)ประทับอยู่ที่ผนังถ้ำฝั่งขวามือ ขนาด 1 เท่าครึ่งของคนปกติ
3. ที่หลังบ้านของผู้ศรัทธาผู้หนึ่งที่ จ.พังงา พบฝ่ามือ ( ขวา ) ของท่านเทพ มีนามว่า " ท่านประสิทธินาคราช " ขนาดเท่าฝ่ามือของคนปกติ
4. เมื่อได้ไปนมัสการรอยพระพุทธบาทที่วัดเกาะแก้วพิศดาร จ.ภูเก็ต (รอยใหญ่ริมทะเล ) สังฆนิมิตของหลวงพ่อฤาษีฯ ได้พาไปที่ก้อนหินริมทางเดินขวามือ เพื่อให้พบรอยพระพุทธบาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน (ข้างขวา ) ขนาด 1 เท่าครึ่งของคนปกติ และบริเวณหมู่หินริมหาด พบรอยพระหัตถ์อีก 2 รอย เป็นที่ปิติของคนเมืองบัวเป็นอย่างมากว่า หลวงพ่อไม่เคยทิ้งพวกเราเลย เมื่อใดขัดข้องในธรรมะ ข้อปฏิบัติ ท่านจะมาแนะนำ ตักเตือนในทันที จากนั้นคนเมืองบัวได้กำหนดให้วันที่ 31 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันไหว้ครูประจำปี บุญกุศลใดที่คนเมืองบัวได้ทำไว้ดีแล้ว ขอบูชาคุณหลวงพ่อฤาษีฯ
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>