PDA

View Full Version : ธรรมะจากหลวงปู่ :สมาธิ


กาลเวลา
11-05-2005, 11:08 AM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="95%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=LK>ธรรมะจากหลวงปู่
สมาธิ

</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellPadding=10 width="88%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=LK align=left colSpan=2 height=850>http://www.dhamma-isara.org/images/pra1.jpg

สมาธิ
พยายามสลัดความสับสนวุ่นวายออกจากตัวเองให้ได้ หยุดความรู้สึกนึกคิดทั้งปวง ใส่ความรู้สึกนึกคิด
ลงไปจับจ้อง จดจ่อ อยู่เพียงแต่ในกายของตน สำรวจตรวจตราดูว่า เรายังมีความสับสน วุ่นวายหรือรู้สึก
นึกคิดอื่นๆ ตกค้างอยู่หรือเปล่า ถ้ามี จงเพิกถอนมัน หรือหยุด หรือสลัดให้หลุด หรือไม่ต้องคิด ไม่ต้องเก็บ
นำมาเป็นอารมณ์ แล้วทำความรู้สึกผ่อนคลาย ภายในกายของตน โดยวิธีการค่อยๆ สูดลมหายใจเข้า
แล้วผ่อนออกมายาวๆ ด้วยความรู้สึกโปร่งเบาและสบาย เมื่ออริยาบทและประสาททั้งหลายภายในกาย
หยุดความขมึงทึง และเริ่มผ่อนคลาย ก็จับจ้องอยู่แต่โครงสร้างของร่างกาย นั่นคือโครงกระดูกทั้งปวง
เริ่มต้นตั้งแต่ กลางกระหม่อม แล้วเรื่อยลงมาจนถึงหน้าผาก โหนกคิ้ว ขอบตา จมูก โหนกแก้ม ริมฝีปาก
ซี่ฟัน ปลายคาง กราม หู กระโหลกซ้ายและขวา แล้วเรื่อยขึ้นไปอยู่ที่กลางกระหม่อม ถอยร่นลงมากระโหลก
ด้านหลัง ต้นคอ กระดูกข้อต่อของต้นคอ หัวไหล่ สันหลังจนกระทั่งถึงโครงสร้างของกระดูกทุกส่วนภายใน
ร่างกาย ทำความรู้สึกในการสำรวจเหมือนกับบุรุษผู้ตาบอด แล้วใช้มือคลำสิ่งของต่างๆ และรับรู้ได้ด้วย
จิตวิญญาณและความรู้สึก เมื่อจิตวิญญาณอารมณ์ ความรู้สึก ทุ่มเทให้กับกระบวนการสำรวจโครงสร้างใน
ร่างกาย ความสันติสุข พลังและความสงบ จะคงอยู่ในจิตวิญญาณและร่างกายของเรา จะไม่ปรากฏอารมณ์ใดๆ
เข้ามายุ่งเกี่ยว ทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย จะไม่มีความรู้สึกนึกคิดและสิ่งอื่นมาข้องแวะ มีแต่กระบวนการ
สำรวจโครงสร้างของร่างกายเท่านั้น เมื่อเราไม่สามารถจะตรวจสอบโครงสร้าง จนเป็นที่ประจักษ์แจ้งชัดได้
ด้วยวิธีการรู้สึก ก็ให้ใช้นิ้วมือข้างขวา ลูบคลำตั้งแต่ กลางศรีษะ ลงมาสู่จุดต่างๆ แล้วทำความรู้สึกไล่ตาม
อาการลูบคลำนั้นๆ ให้รับรู้ได้ด้วยการลูบคลำ จนมันเกิดภาพ มโนภาพทางใจ ทางอารมณ์ ทางจิตวิญญาณว่า
นี้คือกระโหลกศรีษะ นี่คือหน้าผาก นี่คือโหนกคิ้ว นี่คือกระบอก นี่คือโหนกแก้ม นี่คือกระดูกริมผีปาก และนี่คือ
ฟัน กราม หู จงอย่าคลำแค่ติดเนื้อ จงคลำเข้าไปลึกจนถึงกระดูก นั้นก็คือ อย่าสนใจแต่เนื้อและหนังที่อยู่ภายนอก
ให้รู้เห็นและสัมผัสได้จนถึงกระดูกภายใต้เนื้อและหนังให้ได้ ต้องสำรวจทุกส่วนของโครงสร้างของร่างกาย
จนเป็นที่ประจักษ์แจ้ง และชัดเจนแจ่มใส เมื่อเราทำได้ดังนี้ จึงถือ ว่าเป็นผู้ทรงไว้ซึ่งมหาสติ สมาธิ และองค์ฌาน
ผู้ที่สามารถทรงไว้ซึ่งมหาสติ สมาธิและองค์ฌาน ย่อมสามารถลุถึงปัญญาญานในการรู้แจ้ง เห็นจริง
ตามสภาวะนั้นๆ ย่อมเข้าถึงได้ซึ่งสันติสุข และความสงบอย่างยิ่ง
ความที่เราปล่อยให้ความรู้สึกจับจ้อง กับโครงสร้างในร่างกาย หลุดลอยออกไปสู่อารมณ์ภายนอก นั่น
เป็นการแสดงออก และบอกได้ทันทีว่า เรากำลังเป็นผู้แพ้ กำลังจะพ่ายแพ้ต่อมาร และซาตาน ที่จะคอยขัดขวาง
การปลดปล่อยจิตวิญญาณของเราให้อิสระ เราต้องมีกำลังใจที่เด็ดเดี่ยว ตัดสินใจอย่างเฉียบขาดและรวดเร็ว
ที่จะสลัดให้มันหลุดจากการเกาะกุมของความสับสน ยุ่งฟุ้งซ่านที่เป็นอำนาจของซาตานและมารร้าย แล้วรีบกลับ
เข้ามาสู่ภายในกายของตนให้รวดเร็วที่สุด
จิตวิญญาณที่รวมกับกาย เป็นจิตวิญญาณที่ปราศจากอารมณ์ จิตวิญญาณที่ปราศจากความรู้ สึกนึกคิด
จิตวิญญาณที่ปราศจากความปรุงแต่งทั้งปวง เป็นจิตวิญญาณที่มากไปด้วยความรู้ มีพลังมากไปด้วยประสิทธิภาพ
ผู้ที่มีกายรวมใจ ย่อมมีชัยชนะต่อทุกสิ่ง
การฝึกกายให้รวมกับใจ ไม่จำเป็นจะต้องรอเวลา ช่วงทำสมาธินั่งหลับตาเท่านั้น ทุกเวลาในอิริยาบท
ทั้งหลาย เราก็มีโอกาสจะดึงจิต กลับเข้ามาสู่กายได้ เมื่อรู้ว่ามันหลุดรอดออกไปแสวงหา กระเสือก กระสน
ดิ้นรน สับส่ายฟุ้งซ่าน วุ่นวาย เศร้าโศรก เสียใจ กลัดกลุ้ม อาลัยอาวรณ์ ทุกข์ทรมานเดือดร้อนและแล้งแค้น
เมื่อรู้ว่ามันออกไป จะมีภยันตรายเหล่านี้ เราต้องดึงจิตวิญญาณกลับเข้ามาสู่บ้าน สู่กาย บ้านก็คือกายของ
เรานั่นเอง แล้วก็รักษาระวังอย่าให้มันออกไปเปียกฝน อย่าให้มันออกไปลำบาก ตรากตรำ ต่อพายุที่โหมกระหน่ำ
รอบนอกตัวเรา ผู้ที่รักษาจิตดีแล้ว นั่นคือผู้ที่มีกายกับจิตรวมเป็นหนึ่ง ผู้ที่รักษาจิตดีแล้ว คือผู้ที่รักษาจิตเอาไว้ในกาย
ผู้ที่รักษาจิตดีแล้วคือผู้ที่ระแวด ระวังไม่ให้จิตออกจากกาย ผู้ที่รักษาจิตดีแล้วย่อมไม่นำจิตออกไปแปดเปื้อน
จนเกิดมลทิน ไปกระทบรับรู้ต่อมลภาวะทั้งหลาย พระศาสดาทรงตรัสว่า ผู้ที่รักษาระวังจิตดีแล้วย่อมนำสุขมาให้

*************************************
</TD></TR></TBODY></TABLE>http://www.dhamma-isara.org/dhamchap_12_1.html (http://www.dhamma-isara.org/dhamchap_12_1.html):emo_079: