ศากยบุตร
09-29-2005, 03:56 PM
http://www.onoi.org/onimages/kayubguy.gif
"ขยับกาย สบายชีวี วิถีพุทธ" คือ ศิลปะการบริหารกาย บริหารจิต เพื่อสร้างสติ สมาธิ และปัญญา ในหลัก มหาสติปัฏฐานสูตร
รังสรรค์โดย: พระสุวิทย์ ธีรธัมโม (หลวงปู่พุทธะอิสระ) แห่ง วัดอ้อน้อย(ธรรมอิสระ) จ.นครปฐม
ชื่อที่ใช้เรียกอีกอย่าง : "สมาธิพระโพธิสัตว์"
จำนวนท่าทั้งหมด : 84 ท่า
"ขยับกาย สบายชีวี วิถีพุทธ" เป็นการประยุกต์ 3 เรื่อง รวมกันเป็นหนึ่งเดียว อยู่ในหลักของมหาสติปัฏฐาน ว่าด้วยเรื่องของ "กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน" ได้แก่
1) อานาปานสติบรรพ คือ การมีสติระลึกรู้ลมหายใจ เข้า และ ออก ในพระสูตร "พระสุตตันตปิฎก" พระศาสดาทรงจำแนกไว้ถึง 16 ขั้นตอน ซึ่งมีทั้งในส่วนที่เป็น "สมถะ" และ "วิปัสสนา"
"สมถะ" ได้แก่ การทำให้จิตสงบ หรือเป็นสมาธิเบื้องต้น
"วิปัสสนา" ได้แก่ การเจริญปัญญา การรู้สภาพความเป็นจริง ที่ปรากฏในขณะที่ตั้งอยู่และก็ดับไป
2) สัมปชัญญะบรรพ คือ มีความรู้ตัวในอาการเคลื่อนไหว ยกแขน ลดแขน ยกขา ลดขา เดินหน้า ถอยหลัง เป็นต้น
3) อิริยาบถบรรพ คือ มีสติ รู้อาการ ยืน เดิน นั่ง นอน
หลวงปู่ฯ ได้นำ 3 เรื่องรวมมาเป็นหนึ่งเดียว จนกลายเป็นท่าออกกำลังกาย 84 ท่า ซึ่งฝึกทั้งกายและฝึกทั้งจิต จะสังเกตเห็นหลังจากทำไปแล้ว จะเริ่มรู้สึกว่ามี ลมร้อนปรากฏขึ้นรอบๆ กาย ไออุ่นปรากฏขึ้นที่ฝ่ามือ ออกที่รูขุมขน ที่จริงแล้วเป็นธรรมชาติที่ร่างกายเราระบายความร้อน แต่ที่ไม่รู้เพราะว่าจิตไม่ ละเอียดพอที่จะรับรู้ แต่ถ้าฝึกไประดับหนึ่ง สติเราชัดขึ้น ละเอียดขึ้น เราจะสามารถรับรู้ธรรมชาติแท้ที่ปรากฏอยู่ในกาย
เป็นการฝึกให้มีสติ รับรู้ในกายที่สามารถรับรู้ได้ในเบื้องต้น เป็นขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีทั้งส่วนที่เป็น "สมถะ" คือ การทำให้จิตสงบ หรือ เป็นสมาธิเบื้องต้น และส่วน "วิปัสสนา" คือ การรู้สภาพความเป็นจริงที่ปรากฏในขณะที่ตั้งอยู่ และดับไป ส่วนเวทนา จิต ธรรม เป็นการพัฒนาจิตที่ละเอียดขึ้นต่อไป
เพราะฉะนั้น การปฏิบัติ "ขยับกาย สบายชีวี วิถีพุทธ" นั้น มันก็คือเรื่องของการฝึก "มหาสติปัฏฐาน" นั่นแหละ เพราะหลังจากที่หลวงปู่ได้ ทดสอบ เมื่อมีโครงการประกวด "ขยับกาย สบายชีวี วิถีพุทธ" ในปี พ.ศ. 2546 ปกตินักเรียนกว่า 2,000 คน มาอยู่กันก็คือ นกกระจอกรังใหญ่ๆ ฝูงใหญ่ๆ แต่หลังจากที่มีการประกวดกันที่อาคารชินวัตร เด็กกว่า 2,000 คนมาอยู่รวมกัน เหมือนผู้ใหญ่ที่มี ภูมิความรู้ แล้ว
ทุกครั้งที่แสดงท่าทางขณะประกวด ทำให้เรารู้ถึงความอิ่ม ความนิ่ง ความสงบ เพราะความมีปัญญาของเด็กๆ แวว ตาเขาจะฉายออกมา เขาไม่รู้หรอกว่า "เขากำลังเจริญสติ" กำลังเจริญสมาธิและวิปัสสนา เพราะกระบวนการรับรู้ในท่าโยกซ้ายขวา ก้มหน้า เงยหน้า หายใจเข้า หายใจออกประกอบกับอิริยาบถ ก้มหน้าหายใจออก เงยหน้าหายใจเข้า มีสติรับรู้ ยกแขน หายใจเข้า ลด แขนหายใจออก มีสติรับรู้ คือ การฝึกอิริยาบถบรรพ สัมปชัญญบรรพ อานาปานสติบรรพ ใน "กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน" แล้วก็เหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย
การจะเอาเด็กตัวเล็กๆ มานั่งสมาธิ นั่งเฉยๆ หลวงปู่ได้คุยกับครูหลายสิบคน หลายร้อยคน หรือทุก ๆ โรงเรียน ก็เป็นที่ตอบตรงกันว่า เด็กรับไม่ได้ใน 2 ชั่วโมง หรือ 1 ชั่วโมง แต่หลังจากเอาการ "ขยับกาย สบายชีวี วิถีพุทธ" ไปสอนเด็ก เด็กสามารถฝึกได้จนครบ 11 ท่า ในท่านั่ง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง เขามีการเพลิดเพลินต่อกิจกรรมที่เขาทำ ไม่ว่าจะเด็กเล็กระดับใด หรือ โตปานใด เขาสนใจใฝ่ทำ เพราะเขามีประสบการณ์ในทุกท่วงท่า ในแต่ละท่าที่ฝึกจะมีอารมณ์ของมัน มีกระบวนการที่รับรู้พัฒนาจิตในระดับขั้นขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงขั้นรู้แจ้งชัดตามความเป็นจริง
การขยับกาย สบายชีวี วิถีพุทธ มีทั้งหมด 4 อิริยาบถ ประกอบไปด้วยอิริยาบถยืน เดิน นั่ง และนอน แต่ละอิริยาบถก็มีท่าแยกย่อยออกไป รวมทั้งหมด 84 ท่า ที่วิทยากรนำมาสอน คือ อิริยาบถนั่ง ซึ่งมีทั้งหมด 17 ท่า แต่ท่าต่อจากท่าที่ 11 จะยากขึ้นไปเรื่อยๆ ทำได้ลำบาก จึงเอาเพียงแค่ 11 ท่าที่ทำได้ง่าย ท่ายืนมี 30 ท่า ช่วยฝึกจิตแล้วก็ยังช่วยทำให้สุขภาพดี ลดไขมันส่วนเกิน เสริมสร้างสมรรถนะของกล้ามเนื้อ แล้วก็ยืดเส้นเอ็นที่ปวดเมื่อยขบทั้งหลายได้ และทำให้การขับถ่ายสะดวกด้วย
ส่วนคำถามที่ว่า ท่าขยับกาย สบายชีวี วิถีพุทธ มาจากไหน ก็มาจากมหาสติปัฏฐาน จากภูมิปัญญาตะวันออก โดยไม่ต้องตกเป็นทาสของตะวันตก และวัฒนธรรมพวกฝรั่ง จริงๆ แล้ว "แอโรบิค" ก็เป็นเรื่องดีในการออกกำลังกาย แต่บ้านเมืองของเขา หิมะตก มันหนาว เมืองเราอากาศร้อนแล้วคนที่อายุมากๆ จะไปเต้นก็ลำบาก ก็เลยมีตัวเลือกใหม่ เป็นตัวเลือกในทางวิถีพุทธที่มาใช้ประโยชน์ได้
ขยับกาย สบายชีวี วิถีพุทธ
http://www.onoi.org/kayubguy.htm (http://www.agalico.com/board/links.php?url=http://www.onoi.org/kayubguy.htm)
"ขยับกาย สบายชีวี วิถีพุทธ" คือ ศิลปะการบริหารกาย บริหารจิต เพื่อสร้างสติ สมาธิ และปัญญา ในหลัก มหาสติปัฏฐานสูตร
รังสรรค์โดย: พระสุวิทย์ ธีรธัมโม (หลวงปู่พุทธะอิสระ) แห่ง วัดอ้อน้อย(ธรรมอิสระ) จ.นครปฐม
ชื่อที่ใช้เรียกอีกอย่าง : "สมาธิพระโพธิสัตว์"
จำนวนท่าทั้งหมด : 84 ท่า
"ขยับกาย สบายชีวี วิถีพุทธ" เป็นการประยุกต์ 3 เรื่อง รวมกันเป็นหนึ่งเดียว อยู่ในหลักของมหาสติปัฏฐาน ว่าด้วยเรื่องของ "กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน" ได้แก่
1) อานาปานสติบรรพ คือ การมีสติระลึกรู้ลมหายใจ เข้า และ ออก ในพระสูตร "พระสุตตันตปิฎก" พระศาสดาทรงจำแนกไว้ถึง 16 ขั้นตอน ซึ่งมีทั้งในส่วนที่เป็น "สมถะ" และ "วิปัสสนา"
"สมถะ" ได้แก่ การทำให้จิตสงบ หรือเป็นสมาธิเบื้องต้น
"วิปัสสนา" ได้แก่ การเจริญปัญญา การรู้สภาพความเป็นจริง ที่ปรากฏในขณะที่ตั้งอยู่และก็ดับไป
2) สัมปชัญญะบรรพ คือ มีความรู้ตัวในอาการเคลื่อนไหว ยกแขน ลดแขน ยกขา ลดขา เดินหน้า ถอยหลัง เป็นต้น
3) อิริยาบถบรรพ คือ มีสติ รู้อาการ ยืน เดิน นั่ง นอน
หลวงปู่ฯ ได้นำ 3 เรื่องรวมมาเป็นหนึ่งเดียว จนกลายเป็นท่าออกกำลังกาย 84 ท่า ซึ่งฝึกทั้งกายและฝึกทั้งจิต จะสังเกตเห็นหลังจากทำไปแล้ว จะเริ่มรู้สึกว่ามี ลมร้อนปรากฏขึ้นรอบๆ กาย ไออุ่นปรากฏขึ้นที่ฝ่ามือ ออกที่รูขุมขน ที่จริงแล้วเป็นธรรมชาติที่ร่างกายเราระบายความร้อน แต่ที่ไม่รู้เพราะว่าจิตไม่ ละเอียดพอที่จะรับรู้ แต่ถ้าฝึกไประดับหนึ่ง สติเราชัดขึ้น ละเอียดขึ้น เราจะสามารถรับรู้ธรรมชาติแท้ที่ปรากฏอยู่ในกาย
เป็นการฝึกให้มีสติ รับรู้ในกายที่สามารถรับรู้ได้ในเบื้องต้น เป็นขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีทั้งส่วนที่เป็น "สมถะ" คือ การทำให้จิตสงบ หรือ เป็นสมาธิเบื้องต้น และส่วน "วิปัสสนา" คือ การรู้สภาพความเป็นจริงที่ปรากฏในขณะที่ตั้งอยู่ และดับไป ส่วนเวทนา จิต ธรรม เป็นการพัฒนาจิตที่ละเอียดขึ้นต่อไป
เพราะฉะนั้น การปฏิบัติ "ขยับกาย สบายชีวี วิถีพุทธ" นั้น มันก็คือเรื่องของการฝึก "มหาสติปัฏฐาน" นั่นแหละ เพราะหลังจากที่หลวงปู่ได้ ทดสอบ เมื่อมีโครงการประกวด "ขยับกาย สบายชีวี วิถีพุทธ" ในปี พ.ศ. 2546 ปกตินักเรียนกว่า 2,000 คน มาอยู่กันก็คือ นกกระจอกรังใหญ่ๆ ฝูงใหญ่ๆ แต่หลังจากที่มีการประกวดกันที่อาคารชินวัตร เด็กกว่า 2,000 คนมาอยู่รวมกัน เหมือนผู้ใหญ่ที่มี ภูมิความรู้ แล้ว
ทุกครั้งที่แสดงท่าทางขณะประกวด ทำให้เรารู้ถึงความอิ่ม ความนิ่ง ความสงบ เพราะความมีปัญญาของเด็กๆ แวว ตาเขาจะฉายออกมา เขาไม่รู้หรอกว่า "เขากำลังเจริญสติ" กำลังเจริญสมาธิและวิปัสสนา เพราะกระบวนการรับรู้ในท่าโยกซ้ายขวา ก้มหน้า เงยหน้า หายใจเข้า หายใจออกประกอบกับอิริยาบถ ก้มหน้าหายใจออก เงยหน้าหายใจเข้า มีสติรับรู้ ยกแขน หายใจเข้า ลด แขนหายใจออก มีสติรับรู้ คือ การฝึกอิริยาบถบรรพ สัมปชัญญบรรพ อานาปานสติบรรพ ใน "กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน" แล้วก็เหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย
การจะเอาเด็กตัวเล็กๆ มานั่งสมาธิ นั่งเฉยๆ หลวงปู่ได้คุยกับครูหลายสิบคน หลายร้อยคน หรือทุก ๆ โรงเรียน ก็เป็นที่ตอบตรงกันว่า เด็กรับไม่ได้ใน 2 ชั่วโมง หรือ 1 ชั่วโมง แต่หลังจากเอาการ "ขยับกาย สบายชีวี วิถีพุทธ" ไปสอนเด็ก เด็กสามารถฝึกได้จนครบ 11 ท่า ในท่านั่ง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง เขามีการเพลิดเพลินต่อกิจกรรมที่เขาทำ ไม่ว่าจะเด็กเล็กระดับใด หรือ โตปานใด เขาสนใจใฝ่ทำ เพราะเขามีประสบการณ์ในทุกท่วงท่า ในแต่ละท่าที่ฝึกจะมีอารมณ์ของมัน มีกระบวนการที่รับรู้พัฒนาจิตในระดับขั้นขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงขั้นรู้แจ้งชัดตามความเป็นจริง
การขยับกาย สบายชีวี วิถีพุทธ มีทั้งหมด 4 อิริยาบถ ประกอบไปด้วยอิริยาบถยืน เดิน นั่ง และนอน แต่ละอิริยาบถก็มีท่าแยกย่อยออกไป รวมทั้งหมด 84 ท่า ที่วิทยากรนำมาสอน คือ อิริยาบถนั่ง ซึ่งมีทั้งหมด 17 ท่า แต่ท่าต่อจากท่าที่ 11 จะยากขึ้นไปเรื่อยๆ ทำได้ลำบาก จึงเอาเพียงแค่ 11 ท่าที่ทำได้ง่าย ท่ายืนมี 30 ท่า ช่วยฝึกจิตแล้วก็ยังช่วยทำให้สุขภาพดี ลดไขมันส่วนเกิน เสริมสร้างสมรรถนะของกล้ามเนื้อ แล้วก็ยืดเส้นเอ็นที่ปวดเมื่อยขบทั้งหลายได้ และทำให้การขับถ่ายสะดวกด้วย
ส่วนคำถามที่ว่า ท่าขยับกาย สบายชีวี วิถีพุทธ มาจากไหน ก็มาจากมหาสติปัฏฐาน จากภูมิปัญญาตะวันออก โดยไม่ต้องตกเป็นทาสของตะวันตก และวัฒนธรรมพวกฝรั่ง จริงๆ แล้ว "แอโรบิค" ก็เป็นเรื่องดีในการออกกำลังกาย แต่บ้านเมืองของเขา หิมะตก มันหนาว เมืองเราอากาศร้อนแล้วคนที่อายุมากๆ จะไปเต้นก็ลำบาก ก็เลยมีตัวเลือกใหม่ เป็นตัวเลือกในทางวิถีพุทธที่มาใช้ประโยชน์ได้
ขยับกาย สบายชีวี วิถีพุทธ
http://www.onoi.org/kayubguy.htm (http://www.agalico.com/board/links.php?url=http://www.onoi.org/kayubguy.htm)