กาลเวลา
10-14-2005, 01:11 PM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=arttext>สเต็กฮันเตอร์ สูตรเด็ด "ซอสกะเพรา":emo_117: :emo_117:
</TD><TD class=arttext vAlign=top align=right></TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE cellSpacing=2 cellPadding=0 width=250 align=left border=0><TBODY><TR><TD>http://content.kapook.com/content/uploads/01_14216.jpg</TD></TR></TBODY></TABLE><DD>สเต๊กไม่ใช่ของแพงเหมือนเมื่อก่อน เพราะตามตลาด ร้านอาหารข้างทาง มีร้านสเต๊กขายกันเกลื่อน ไม่ว่าจะเป็นสเต๊กเนื้อ หมู ไก่ ปลา นกกระจอกเทศ ส่วนราคาก็ไม่แพง จานละ 30-40 บาท มีเฟรนช์ฟรายส์ทอดให้นิดหน่อย ขนมปัง 1 แผ่น สลัดผักอีกเล็กน้อย
<DD>ที่สเต็กฮันเตอร์ ก็เป็นอีกร้านหนึ่ง ที่ขายสเต๊กในราคาโดนใจ เพราะมีราคาตั้งแต่ 70 กว่าบาท ไปจนถึงร้อยบาทต้นๆ แบบราคาร้อยกว่าบาทนั้น ไม่ใช่มีแค่สเต๊กอย่างเดียว แต่เป็นราคาของอาหารชุด ที่รวมทั้งสเต๊ก ซุป และยำ
<DD>จะว่าไปแล้ว เพิ่มเงินอีกนิดหน่อย เข้าไปกินที่สเต็กฮันเตอร์จะคุ้มค่ากว่าร้านสเต๊กข้างทาง เพราะเนื้อสเต๊กให้ชิ้นใหญ่ ผักสลัด เฟรนช์ฟรายส์ก็มากกว่า
<DD>จานที่แนะนำ เป็นชุดทะเลทอด ราคา 139 บาท มีซุปให้เลือก 2 อย่าง คือซุปผักหรือซุปข้าวโพด เลือกซุปผัก น้ำที่ได้ใสแจ๋วเหมือนตาตั๊กแตน รสกลมกล่อมพอดิบพอดี
<DD>ชุดทะเลทอดหรือซีฟู้ดสเต๊ก มีให้เลือก 6 เซ็ต ทั้งเซ็ตกุ้งทอดล้วน เซ็ตที่ 2 เป็นกุ้งทอด หอยเชลล์ทอด และปลาหมึกทอด เซ็ตที่ 3 เป็นกุ้งทอด ปลาหมึกทอด ปลาทอด เซ็ตที่ 4 เป็นกุ้งทอด ปลาย่าง เซ็ตที่ 5 เป็นปลาหมึกทอด ปลาย่าง เซ็ตที่ 6 เป็นหอยเชลล์ทอดและปลาย่าง ในจานของแต่ละเซ็ตมีสลัดมะกะโรนี และเฟรนช์ฟรายส์เป็นเครื่องเคียง บนตัวปลาราดซอสมะเขือเทศให้เรียบร้อยแล้ว สำหรับปลาที่ใช้ในร้านสเต็กฮันเตอร์ทั้งหมดเป็นปลานกแก้วหรือปลาสร้อยทะเล
<DD>อีกจานเป็น "เลมอนดีไลท์" มีให้เลือกระหว่าง ปลา หมู หรือไก่ เอามาย่างแล้วราดด้วยซอสมะนาว ราคา 99 บาท ซอสมะนาวที่นี่รสอมเปรี้ยวนิดๆ หวานหน่อยๆ คล้ายๆ กับราดมายองเนส แต่ซอสมะนาวเปรี้ยวกว่า และหอมกลิ่นมะนาว จานนี้มีเครื่องเคียงเป็นเส้นสปาเกตตีผัด มีผักลวกให้อย่าง แครอต ข้าวโพดอ่อน และหน่อไม้ฝรั่งที่เรียงมาเป็นท่อนยาวสวยงาม
<DD>ส่วนสเต๊กราคาย่อมเยา จานละ 79 บาท เป็นสเต๊กราดซอสกะเพรา ที่ใช้ใบกะเพรามามาทำเป็นซอสเผ็ดแล้วราดบนเนื้อสเต๊ก อร่อยแบบไทยๆ ส่วนอีกจานเป็นเผ็ดฝรั่งคือ สเต๊กราดซอสพริกไทยดำ ทั้งสองจานเป็นสเต๊กหมู
<DD>อีกจานที่เด่นคือ อินเดียน่าสเต็ก ที่ใช้น้ำจิ้มหมูสะเต๊ะกับแตงกวา มาราดเป็นซอส มีให้เลือกทั้ง สันคอหมูย่าง ไก่ย่าง เนื้อย่าง จานละ 119 บาท สำหรับการย่างเนื้อสเต๊กที่นี่เขาใช้วิธีการย่างบนเปลวไฟ และตั้งเวลาไว้ ดังนั้นอาหารทุกจานจึงมีคุณภาพเท่ากับหมด
<DD>หันมาที่เครื่องเคียงมีให้เลือก 3 อย่าง จานละ 29 บาท เท่ากัน คือ เฟรนช์ฟรายส์ ขนมปังกระเทียม และอินดี้เบรดหรือขนมปังหน้ามันกุ้งอาหารเรียกน้ำย่อยหรือ Appetizer ชิมแค่ซาโมซา ข้างในเป็นไส้ผัก ทอดได้กรอบ ไม่ชุ่มน้ำมัน ในเมนูยังมีอีกหลายจานที่น่ากิน เช่น ไก่พันแฮมและฮันเตอร์วิงซึ่งเป็นปีกไก่หมักแล้วเอามาทอด
<DD>ปิดท้ายด้วยขนม เป็นวาฟเฟิลฟริสส์ หรือวาฟเฟิลและไฮศกรีมสตรอว์เบอร์รี่ วาฟเฟิลหอมกรอบเนื้อแน่น ไม่ได้กินวาฟเฟิลอร่อยๆ อย่างนี้มานานแล้ว ที่น่าลองอีกชิ้นคือบราวนี่ แต่เสียดายที่วันนี้เขาไม่มี
<DD>สไตล์การตกแต่งของสเต็กฮันเตอร์ ทำให้นึกถึงร้านฟาสต์ฟู้ดสไตล์อเมริกัน ตกแต่งด้วยโทนส้ม แดง เหลือง อาหารออกเร็ว ไม่ต้องรอนาน บนโต๊ะมีซอสตั้งวางให้เรียบร้อย ไม่มีการหวงของ ทั้งซอสมะเขือเทศ ไปจนถึงซอสอิมพอร์ตอย่างลีแอนด์เพอร์รินซึ่งเป็นซอสไก่งวงหรือวู้สเตอร์ซอส ซอสตาบาสโกหรือศรีราชาฝรั่ง และซอสสเต๊กของไฮนซ์
<DD>สำหรับสเต็กฮันเตอร์ มีสาขาที่มาบุญครอง ชั้น 7, บิ๊กซีราชดำริ ชั้น 4, เทสโกโลตัส จรัญสนิทวงศ์ ชั้น 1, เมเจอร์รัชโยธิน ชั้น 2 และฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต ชั้น GF
ข้อมูลจาก
http://content.kapook.com/content/uploads/matichon.jpg
หนังสือพิมพ์มติชน (http://www.matichon.co.th/matichon)
</DD>
http://content.kapook.com/content/publish/article_31472.shtml:face_hung
</TD><TD class=arttext vAlign=top align=right></TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE cellSpacing=2 cellPadding=0 width=250 align=left border=0><TBODY><TR><TD>http://content.kapook.com/content/uploads/01_14216.jpg</TD></TR></TBODY></TABLE><DD>สเต๊กไม่ใช่ของแพงเหมือนเมื่อก่อน เพราะตามตลาด ร้านอาหารข้างทาง มีร้านสเต๊กขายกันเกลื่อน ไม่ว่าจะเป็นสเต๊กเนื้อ หมู ไก่ ปลา นกกระจอกเทศ ส่วนราคาก็ไม่แพง จานละ 30-40 บาท มีเฟรนช์ฟรายส์ทอดให้นิดหน่อย ขนมปัง 1 แผ่น สลัดผักอีกเล็กน้อย
<DD>ที่สเต็กฮันเตอร์ ก็เป็นอีกร้านหนึ่ง ที่ขายสเต๊กในราคาโดนใจ เพราะมีราคาตั้งแต่ 70 กว่าบาท ไปจนถึงร้อยบาทต้นๆ แบบราคาร้อยกว่าบาทนั้น ไม่ใช่มีแค่สเต๊กอย่างเดียว แต่เป็นราคาของอาหารชุด ที่รวมทั้งสเต๊ก ซุป และยำ
<DD>จะว่าไปแล้ว เพิ่มเงินอีกนิดหน่อย เข้าไปกินที่สเต็กฮันเตอร์จะคุ้มค่ากว่าร้านสเต๊กข้างทาง เพราะเนื้อสเต๊กให้ชิ้นใหญ่ ผักสลัด เฟรนช์ฟรายส์ก็มากกว่า
<DD>จานที่แนะนำ เป็นชุดทะเลทอด ราคา 139 บาท มีซุปให้เลือก 2 อย่าง คือซุปผักหรือซุปข้าวโพด เลือกซุปผัก น้ำที่ได้ใสแจ๋วเหมือนตาตั๊กแตน รสกลมกล่อมพอดิบพอดี
<DD>ชุดทะเลทอดหรือซีฟู้ดสเต๊ก มีให้เลือก 6 เซ็ต ทั้งเซ็ตกุ้งทอดล้วน เซ็ตที่ 2 เป็นกุ้งทอด หอยเชลล์ทอด และปลาหมึกทอด เซ็ตที่ 3 เป็นกุ้งทอด ปลาหมึกทอด ปลาทอด เซ็ตที่ 4 เป็นกุ้งทอด ปลาย่าง เซ็ตที่ 5 เป็นปลาหมึกทอด ปลาย่าง เซ็ตที่ 6 เป็นหอยเชลล์ทอดและปลาย่าง ในจานของแต่ละเซ็ตมีสลัดมะกะโรนี และเฟรนช์ฟรายส์เป็นเครื่องเคียง บนตัวปลาราดซอสมะเขือเทศให้เรียบร้อยแล้ว สำหรับปลาที่ใช้ในร้านสเต็กฮันเตอร์ทั้งหมดเป็นปลานกแก้วหรือปลาสร้อยทะเล
<DD>อีกจานเป็น "เลมอนดีไลท์" มีให้เลือกระหว่าง ปลา หมู หรือไก่ เอามาย่างแล้วราดด้วยซอสมะนาว ราคา 99 บาท ซอสมะนาวที่นี่รสอมเปรี้ยวนิดๆ หวานหน่อยๆ คล้ายๆ กับราดมายองเนส แต่ซอสมะนาวเปรี้ยวกว่า และหอมกลิ่นมะนาว จานนี้มีเครื่องเคียงเป็นเส้นสปาเกตตีผัด มีผักลวกให้อย่าง แครอต ข้าวโพดอ่อน และหน่อไม้ฝรั่งที่เรียงมาเป็นท่อนยาวสวยงาม
<DD>ส่วนสเต๊กราคาย่อมเยา จานละ 79 บาท เป็นสเต๊กราดซอสกะเพรา ที่ใช้ใบกะเพรามามาทำเป็นซอสเผ็ดแล้วราดบนเนื้อสเต๊ก อร่อยแบบไทยๆ ส่วนอีกจานเป็นเผ็ดฝรั่งคือ สเต๊กราดซอสพริกไทยดำ ทั้งสองจานเป็นสเต๊กหมู
<DD>อีกจานที่เด่นคือ อินเดียน่าสเต็ก ที่ใช้น้ำจิ้มหมูสะเต๊ะกับแตงกวา มาราดเป็นซอส มีให้เลือกทั้ง สันคอหมูย่าง ไก่ย่าง เนื้อย่าง จานละ 119 บาท สำหรับการย่างเนื้อสเต๊กที่นี่เขาใช้วิธีการย่างบนเปลวไฟ และตั้งเวลาไว้ ดังนั้นอาหารทุกจานจึงมีคุณภาพเท่ากับหมด
<DD>หันมาที่เครื่องเคียงมีให้เลือก 3 อย่าง จานละ 29 บาท เท่ากัน คือ เฟรนช์ฟรายส์ ขนมปังกระเทียม และอินดี้เบรดหรือขนมปังหน้ามันกุ้งอาหารเรียกน้ำย่อยหรือ Appetizer ชิมแค่ซาโมซา ข้างในเป็นไส้ผัก ทอดได้กรอบ ไม่ชุ่มน้ำมัน ในเมนูยังมีอีกหลายจานที่น่ากิน เช่น ไก่พันแฮมและฮันเตอร์วิงซึ่งเป็นปีกไก่หมักแล้วเอามาทอด
<DD>ปิดท้ายด้วยขนม เป็นวาฟเฟิลฟริสส์ หรือวาฟเฟิลและไฮศกรีมสตรอว์เบอร์รี่ วาฟเฟิลหอมกรอบเนื้อแน่น ไม่ได้กินวาฟเฟิลอร่อยๆ อย่างนี้มานานแล้ว ที่น่าลองอีกชิ้นคือบราวนี่ แต่เสียดายที่วันนี้เขาไม่มี
<DD>สไตล์การตกแต่งของสเต็กฮันเตอร์ ทำให้นึกถึงร้านฟาสต์ฟู้ดสไตล์อเมริกัน ตกแต่งด้วยโทนส้ม แดง เหลือง อาหารออกเร็ว ไม่ต้องรอนาน บนโต๊ะมีซอสตั้งวางให้เรียบร้อย ไม่มีการหวงของ ทั้งซอสมะเขือเทศ ไปจนถึงซอสอิมพอร์ตอย่างลีแอนด์เพอร์รินซึ่งเป็นซอสไก่งวงหรือวู้สเตอร์ซอส ซอสตาบาสโกหรือศรีราชาฝรั่ง และซอสสเต๊กของไฮนซ์
<DD>สำหรับสเต็กฮันเตอร์ มีสาขาที่มาบุญครอง ชั้น 7, บิ๊กซีราชดำริ ชั้น 4, เทสโกโลตัส จรัญสนิทวงศ์ ชั้น 1, เมเจอร์รัชโยธิน ชั้น 2 และฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต ชั้น GF
ข้อมูลจาก
http://content.kapook.com/content/uploads/matichon.jpg
หนังสือพิมพ์มติชน (http://www.matichon.co.th/matichon)
</DD>
http://content.kapook.com/content/publish/article_31472.shtml:face_hung