กาลเวลา
10-12-2005, 01:57 PM
<CENTER>http://content.kapook.com/hilight/pic3/8498-590_450.jpg</CENTER>"บ้านนกราชบุรี" ปลายทางของคนรักธรรมชาติ:emo_113: :emo_113:
ข้อมูลจาก
http://content.kapook.com/content/uploads/khaosod.jpg
หนังสือพิมพ์ข่าวสด (http://www.agalico.com/board/links.php?url=http://www.matichon.co.th/khaosod)
<DD><DD>"ที่นี่รีสอร์ตก็ไม่ใช่ โฮมสเตย์ก็ไม่ใช่"
<DD><DD> <DD>อาจารย์บัณฑิต ผดุงวิเชียร ศิลปินนักดูนกชื่อดัง กล่าวถึง "บ้านนกราชบุรี" ที่อาจารย์ได้ฤกษ์เปิดต้อนรับแขกแล้วตั้งแต่เดือนต.ค.นี้เป็นต้นไป หลังจากดำเนินการพัฒนาและตกแต่งพื้นที่ให้สถานที่แห่งนี้เป็นดังฝันที่วาดไว้อย่างค่อยเป็นเป็นไปมานานหลายปี
<DD> <DD>"เรียกว่าเป็นการเยี่ยมบ้านศิลปินดีกว่า เรามาพูดคุยเพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจสิ่งแวดล้อม และฝึกทักษะศิลปะ ผมสร้างที่นี่เพื่อเผื่อแผ่แก่คนรักธรรมชาติทุกคน"
<DD><DD> <DD>"บ้านนกราชบุรี" ตั้งอยู่ที่อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ระยะทางห่างจากกทม.ประมาณ 150 ก.ม. สามารถเดินทางได้สะดวก เพราะถนนลาดยางอย่างดีแทบเกยประตูบ้าน
<DD>ด้วยความเป็นพื้นที่ชายขอบของอุทยานเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน ขนาดยืนในบ้านนกยังมองเห็นแนวภูเขาของอุทยานไม่ห่างไปนัก สถานที่แห่งนี้จึงมาครบทั้งความสะดวกสบายในการเดินทาง และความชุกชุมของนกนานาชนิด ซึ่งหลายชนิดเป็นนกจากป่าอุทยานฯไทยประจันที่บินหากินไกลออกมาจากพื้นที่อุทยานมาถึงอาณาจักรบ้านนก ถือเป็นความพิเศษที่สามารถเห็นนกป่าได้ในบ้านคน
<DD><DD> <DD>ลำพังสถานที่ตั้งที่เอื้ออำนวยอย่างเดียวคงไม่พอ การจัดสภาพแวดล้อมในพื้นที่ 2 ไร่ ก็ต้องมีความเหมาะสมกับนกด้วย ถึงจะมีเสน่ห์ดึงดูดวิหคนกป่านกทุ่งทั้งหลายให้เข้ามาเยือน ซึ่งเรื่องนี้ อาจารย์บัณฑิต ผดุงวิเชียร ถือเป็นผู้ที่มีประสบการณ์สูงอยู่แล้วจาก"บ้านนก"แห่งแรก ย่านจรัญสนิทวงศ์ เมื่อนำประสบการณ์ความเชี่ยวชาญนั้นมาประยุกต์ใช้กับพื้นที่ชนบทเช่นนี้ ความสำเร็จในการดึงดูดนกของ"บ้านนกราชบุรี"จึงราวกับพระสังข์ทองร่ายมนต์
<DD><DD> <DD>ตอนที่ผมเหยียบเข้าสู่ "บ้านนกราชบุรี" ตามคำชวนของอาจารย์บัณฑิต เป็นเวลาเที่ยงแดดร้อนจ้า ในทางทฤษฎีนั้น เวลาเที่ยงคือช่วงที่นกส่วนใหญ่จะเกาะนอนกลางวัน แต่สำหรับ"บ้านนกราชบุรี"ไม่ใช่เช่นนั้น สิ่งที่ผมมองเห็นและได้ยินกลับเป็นเวลาเที่ยงที่นกสารพัดบินไปบินมาพลุกพล่าน ส่งเสียงร้องระงมอยู่ตลอดเวลา
<DD><DD> <DD>อาจารย์บัณฑิตเลือกทำเลอย่างชาญฉลาด มีลำห้วยสายเล็กไหลผ่ากลางพื้นที่ เมื่อกั้นฝายเล็กๆ ระดับน้ำก็สูงขึ้นจนเป็นที่อาศัยของฝูงปลาจากทั้งธรรมชาติและที่ปล่อยลงไปเพิ่มเติม ตรงที่น้ำแตกซ่าเป็นฝอยกระจายเมื่อไหลผ่านฝาย ก็มีพวกลูกปลาเล็กปลาน้อยมากระโดดแผล็วๆ แล้วก็กลายเป็นภัตตาคารของนกกินปลาไป นกกระเต็นน้อยธรรมดา (Common Kingfisher) ซึ่งอพยพหนีหนาวมาถึงแล้ว จับหัวตอรอจับปลากินสบายใจเฉิบ
<DD>
<DD> <DD>ขณะที่ต้นไม้ใบหญ้ารอบอาณาบริเวณ ได้รับการสรรหามาปลูกจนเขียวชอุ่ม มีทั้งไม้เรือนยอดที่มีผลเป็นอาหารโปรดอันดับ 1 ของพวกนกอย่างต้นตะขบ มีทั้งไม้ดอกที่พวกนกกินน้ำหวานอย่างนกกินปลีมาเวียนเข้าเวียนออกวันละไม่รู้ต่อกี่รอบ ยังไม่นับพวกหนอน แมลง ที่มาตามสิงสู่ตามต้นไม้ตามธรรมชาติ ในเมื่ออาจารย์บัณฑิตไม่ใช้ยาฆ่าแมลงใดๆในพื้นที่ ก็เป็นหลักประกันว่าสัตว์ที่เป็นอาหารนกพวกนี้ จะมีให้นกกินตลอดและปลอดภัยต่อสุขภาพของพวกมันอีกต่างหาก
<DD><DD> <DD>นอกจากอาหารตามธรรมชาติพวกนี้ อาจารย์บัณฑิตยังมีกระบะใส่อาหารล่อนกด้วย แม้แต่นกป่าอย่างนกเขียวก้านตองปีกสีฟ้า (Blue-winged Leafbird) ก็ยังไม่วายหลงรสชาติกล้วย มะละกอ ที่เสิร์ฟไว้รอท่า บินออกจากป่าไทยประจันมาลงกระบะผลไม้กับเขาด้วย
<DD><DD> <DD>เมื่อถามอาจารย์บัณฑิตเกี่ยวกับเคล็ดวิชาการจัดพื้นที่จนประสบความสำเร็จในด้านปริมาณนกขนาดนี้
<DD><DD> <DD>"ต้องจัดแหล่งปลอดภัยของนก ต้องมีต้นไม้ อ่างอาบน้ำ อาหารตามธรรมชาติ ให้กับนกแต่ละชนิดที่มีความต้องการแตกต่างกัน สำคัญที่สุด ต้องมีเมตตาธรรม" ศิลปินนักดูนกตอบ "แถวรอบๆนี้ เด็กๆยังถือหนังสะติ๊กยิงนกอยู่ทั่วไป ภายในบ้านนกก็เลยเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด"
<DD><DD> <DD>"การจะทำบ้านนกแบบนี้ เราอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับวงจรธรรมชาติ เห็นงูกินนกอย่าตีงู งูรู้มีนก นกรู้มีงู งูตัวเดียวไม่เคยคาบนก 2 ตัว ความโลภจึงเป็นสิ่งน่าอาย การที่งูกินนก เป็นเรื่องฉันกินเธอ เธอกินฉัน กินแบบขอบคุณกัน ขอเพียงเรามีเมตตาธรรม พร้อมทั้งเอื้อเฟื้ออาหารเท่านั้นเอง"
<DD> <DD>นอกจากต้นไม้ที่เป็นแหล่งอาศัยและหากินของพวกนกแล้ว อาจารย์บัณฑิตยังมีต้นไม้ที่เป็นแหล่งอาหารสำหรับเจ้าของบ้านด้วย ประกอบด้วยพืชสวนครัว 5 ชนิด ประกอบด้วย ผักบุ้ง มะเขือยาว มะเขือเทศ กระเจี๊ยบ ผักกวางตุ้ง เพื่อหมุนเวียนกินยังชีพ โดยมีมะเขือพวง มะเขือเปาะ มะระขี้นก ขึ้นตามธรรมชาติอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว
<DD><DD> <DD>อาจารย์บัณฑิตบอกว่า อนาคตก็ต้องกินปลาในลำห้วยที่โปรยอาหารเม็ดเลี้ยงไว้จนตัวโตเป็นฝูงใหญ่ด้วย เป็นการเบียดเบียนกันตามพอดี ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
<DD><DD> <DD>ที่จริงประโยชน์ชัดๆของ "บ้านนกราชบุรี" เห็นจะเป็นสถานที่แห่งบั้นปลายชีวิตของอาจารย์บัณฑิต ได้มากินนอนใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ มีนก มีอากาศดี ไม่มีมลพิษ มีเนินให้เดินออกกำลังกายบ้าง
<DD><DD>ขณะเดียวกัน เด็กรุ่นหลังหรือผู้สนใจธรรมชาติก็จะได้ประโยชน์ เพราะที่นี่จะกลายเป็นศูนย์กลางของคนคอเดียวกัน มาสนทนาแลกเปลี่ยนทัศนะกัน หรือมองอีกแง่หนึ่ง "บ้านนกราชบุรี"เป็นประตูให้ทุกคนสามารถเปิดเข้าไปถึงตัวและพูดคุยใกล้ชิดกับคนดังอย่างอาจารย์บัณฑิต จะว่าอย่างนี้ก็ได้
<DD> <DD>"คนที่มาเที่ยวจะมีที่พักสบายในสไตล์นักอนุรักษ์ คือต้องมาแบบเกรงใจคนอื่น เกรงใจธรรมชาติ จึงจะเข้าพักได้ บ้านนกราชบุรีมีไว้สำหรับทุกคนที่อยู่เกณฑ์ดังกล่าว" เจ้าของบ้านว่า
<DD></DD>
ผู้สนใจจะไปเป็นแขกของ "บ้านนกราชบุรี" ไม่ยากเลย ติดต่อกับอาจารย์บัณฑิตล่วงหน้าก่อน โดยเจ้าของบ้านจะไปใช้ชีวิตตามลำพัง และรอรับทุกคนที่นั่นช่วงต้นเดือนของทุกเดือน ไปจนถึงประมาณวันที่ 20 ที่เหลืออีก 10 วันปลายเดือน จะกลับมาอยู่กรุงเทพฯ หรือปิดต้อนรับแขกชั่วคราว
ผู้มาเยือนที่จองกำหนดการไว้แล้ว จะต้องเดินทางมาเองให้ถึงที่ จากนั้นจะได้รับที่พักแบบนอนรวมเป็นเวลา 1 คืน พร้อมเครื่องนอน อาหารอีก 3 มื้อ ซึ่งค่าบริการแสนถูกแค่ 250 บาทต่อคนเท่านั้น รับจำนวนจำกัดแค่รถตู้คันเดียวเท่านั้น มากกว่านั้นก็ไม่รับ
<DD>นอกจากนี้ นานๆครั้ง อาจารย์บัณฑิตจะจัดคอร์สสอนวาดภาพด้วย ค่าใช้จ่ายจะแพงกว่ามานอนมาดูนกและมาคุยกันธรรมดา <DD><DD> <DD> <DD>สนใจจะไปเยือนบ้านนกก็แค่โทร.ติดต่ออาจารย์บัณฑิตโดยตรง 0-1907-8903 หรือที่คุณปุ๊ก ลูกสาวอาจารย์บัณฑิต 0-1900-6841 ส่วนถ้าอยากเรียนวาดรูป กรุณาตรวจกำหนดการได้จากเว็บไซต์ของอาจารย์เอง www.bhart-desigh.com (http://www.agalico.com/board/links.php?url=http://www.bhart-desigh.com) หรือสอบถามกับคุณปุ๊กก็ได้เช่นกัน
<DD><DD><DD>อาจารย์บัณฑิตย้ำว่า ผู้สนใจมาเที่ยว ห้ามคิดว่าจ่ายเงินแล้ว แล้วก็จะให้เจ้าของบ้านตามรับใช้ เพราะอาจารย์บัณฑิตจะไม่มีวันทำตามระบบนั้นอย่างเด็ดขาด
<DD>เพราะที่นี่ก็อย่างที่บอก รีสอร์ตก็ไม่ใช่ โฮมสเตย์ก็ไม่ใช่อีกนั่นแหละ!
http://content.kapook.com/hilight/travel/8498.html (http://www.agalico.com/board/links.php?url=http://content.kapook.com/hilight/travel/8498.html):emo_004:
</DD>
ข้อมูลจาก
http://content.kapook.com/content/uploads/khaosod.jpg
หนังสือพิมพ์ข่าวสด (http://www.agalico.com/board/links.php?url=http://www.matichon.co.th/khaosod)
<DD><DD>"ที่นี่รีสอร์ตก็ไม่ใช่ โฮมสเตย์ก็ไม่ใช่"
<DD><DD> <DD>อาจารย์บัณฑิต ผดุงวิเชียร ศิลปินนักดูนกชื่อดัง กล่าวถึง "บ้านนกราชบุรี" ที่อาจารย์ได้ฤกษ์เปิดต้อนรับแขกแล้วตั้งแต่เดือนต.ค.นี้เป็นต้นไป หลังจากดำเนินการพัฒนาและตกแต่งพื้นที่ให้สถานที่แห่งนี้เป็นดังฝันที่วาดไว้อย่างค่อยเป็นเป็นไปมานานหลายปี
<DD> <DD>"เรียกว่าเป็นการเยี่ยมบ้านศิลปินดีกว่า เรามาพูดคุยเพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจสิ่งแวดล้อม และฝึกทักษะศิลปะ ผมสร้างที่นี่เพื่อเผื่อแผ่แก่คนรักธรรมชาติทุกคน"
<DD><DD> <DD>"บ้านนกราชบุรี" ตั้งอยู่ที่อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ระยะทางห่างจากกทม.ประมาณ 150 ก.ม. สามารถเดินทางได้สะดวก เพราะถนนลาดยางอย่างดีแทบเกยประตูบ้าน
<DD>ด้วยความเป็นพื้นที่ชายขอบของอุทยานเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน ขนาดยืนในบ้านนกยังมองเห็นแนวภูเขาของอุทยานไม่ห่างไปนัก สถานที่แห่งนี้จึงมาครบทั้งความสะดวกสบายในการเดินทาง และความชุกชุมของนกนานาชนิด ซึ่งหลายชนิดเป็นนกจากป่าอุทยานฯไทยประจันที่บินหากินไกลออกมาจากพื้นที่อุทยานมาถึงอาณาจักรบ้านนก ถือเป็นความพิเศษที่สามารถเห็นนกป่าได้ในบ้านคน
<DD><DD> <DD>ลำพังสถานที่ตั้งที่เอื้ออำนวยอย่างเดียวคงไม่พอ การจัดสภาพแวดล้อมในพื้นที่ 2 ไร่ ก็ต้องมีความเหมาะสมกับนกด้วย ถึงจะมีเสน่ห์ดึงดูดวิหคนกป่านกทุ่งทั้งหลายให้เข้ามาเยือน ซึ่งเรื่องนี้ อาจารย์บัณฑิต ผดุงวิเชียร ถือเป็นผู้ที่มีประสบการณ์สูงอยู่แล้วจาก"บ้านนก"แห่งแรก ย่านจรัญสนิทวงศ์ เมื่อนำประสบการณ์ความเชี่ยวชาญนั้นมาประยุกต์ใช้กับพื้นที่ชนบทเช่นนี้ ความสำเร็จในการดึงดูดนกของ"บ้านนกราชบุรี"จึงราวกับพระสังข์ทองร่ายมนต์
<DD><DD> <DD>ตอนที่ผมเหยียบเข้าสู่ "บ้านนกราชบุรี" ตามคำชวนของอาจารย์บัณฑิต เป็นเวลาเที่ยงแดดร้อนจ้า ในทางทฤษฎีนั้น เวลาเที่ยงคือช่วงที่นกส่วนใหญ่จะเกาะนอนกลางวัน แต่สำหรับ"บ้านนกราชบุรี"ไม่ใช่เช่นนั้น สิ่งที่ผมมองเห็นและได้ยินกลับเป็นเวลาเที่ยงที่นกสารพัดบินไปบินมาพลุกพล่าน ส่งเสียงร้องระงมอยู่ตลอดเวลา
<DD><DD> <DD>อาจารย์บัณฑิตเลือกทำเลอย่างชาญฉลาด มีลำห้วยสายเล็กไหลผ่ากลางพื้นที่ เมื่อกั้นฝายเล็กๆ ระดับน้ำก็สูงขึ้นจนเป็นที่อาศัยของฝูงปลาจากทั้งธรรมชาติและที่ปล่อยลงไปเพิ่มเติม ตรงที่น้ำแตกซ่าเป็นฝอยกระจายเมื่อไหลผ่านฝาย ก็มีพวกลูกปลาเล็กปลาน้อยมากระโดดแผล็วๆ แล้วก็กลายเป็นภัตตาคารของนกกินปลาไป นกกระเต็นน้อยธรรมดา (Common Kingfisher) ซึ่งอพยพหนีหนาวมาถึงแล้ว จับหัวตอรอจับปลากินสบายใจเฉิบ
<DD>
<DD> <DD>ขณะที่ต้นไม้ใบหญ้ารอบอาณาบริเวณ ได้รับการสรรหามาปลูกจนเขียวชอุ่ม มีทั้งไม้เรือนยอดที่มีผลเป็นอาหารโปรดอันดับ 1 ของพวกนกอย่างต้นตะขบ มีทั้งไม้ดอกที่พวกนกกินน้ำหวานอย่างนกกินปลีมาเวียนเข้าเวียนออกวันละไม่รู้ต่อกี่รอบ ยังไม่นับพวกหนอน แมลง ที่มาตามสิงสู่ตามต้นไม้ตามธรรมชาติ ในเมื่ออาจารย์บัณฑิตไม่ใช้ยาฆ่าแมลงใดๆในพื้นที่ ก็เป็นหลักประกันว่าสัตว์ที่เป็นอาหารนกพวกนี้ จะมีให้นกกินตลอดและปลอดภัยต่อสุขภาพของพวกมันอีกต่างหาก
<DD><DD> <DD>นอกจากอาหารตามธรรมชาติพวกนี้ อาจารย์บัณฑิตยังมีกระบะใส่อาหารล่อนกด้วย แม้แต่นกป่าอย่างนกเขียวก้านตองปีกสีฟ้า (Blue-winged Leafbird) ก็ยังไม่วายหลงรสชาติกล้วย มะละกอ ที่เสิร์ฟไว้รอท่า บินออกจากป่าไทยประจันมาลงกระบะผลไม้กับเขาด้วย
<DD><DD> <DD>เมื่อถามอาจารย์บัณฑิตเกี่ยวกับเคล็ดวิชาการจัดพื้นที่จนประสบความสำเร็จในด้านปริมาณนกขนาดนี้
<DD><DD> <DD>"ต้องจัดแหล่งปลอดภัยของนก ต้องมีต้นไม้ อ่างอาบน้ำ อาหารตามธรรมชาติ ให้กับนกแต่ละชนิดที่มีความต้องการแตกต่างกัน สำคัญที่สุด ต้องมีเมตตาธรรม" ศิลปินนักดูนกตอบ "แถวรอบๆนี้ เด็กๆยังถือหนังสะติ๊กยิงนกอยู่ทั่วไป ภายในบ้านนกก็เลยเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด"
<DD><DD> <DD>"การจะทำบ้านนกแบบนี้ เราอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับวงจรธรรมชาติ เห็นงูกินนกอย่าตีงู งูรู้มีนก นกรู้มีงู งูตัวเดียวไม่เคยคาบนก 2 ตัว ความโลภจึงเป็นสิ่งน่าอาย การที่งูกินนก เป็นเรื่องฉันกินเธอ เธอกินฉัน กินแบบขอบคุณกัน ขอเพียงเรามีเมตตาธรรม พร้อมทั้งเอื้อเฟื้ออาหารเท่านั้นเอง"
<DD> <DD>นอกจากต้นไม้ที่เป็นแหล่งอาศัยและหากินของพวกนกแล้ว อาจารย์บัณฑิตยังมีต้นไม้ที่เป็นแหล่งอาหารสำหรับเจ้าของบ้านด้วย ประกอบด้วยพืชสวนครัว 5 ชนิด ประกอบด้วย ผักบุ้ง มะเขือยาว มะเขือเทศ กระเจี๊ยบ ผักกวางตุ้ง เพื่อหมุนเวียนกินยังชีพ โดยมีมะเขือพวง มะเขือเปาะ มะระขี้นก ขึ้นตามธรรมชาติอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว
<DD><DD> <DD>อาจารย์บัณฑิตบอกว่า อนาคตก็ต้องกินปลาในลำห้วยที่โปรยอาหารเม็ดเลี้ยงไว้จนตัวโตเป็นฝูงใหญ่ด้วย เป็นการเบียดเบียนกันตามพอดี ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
<DD><DD> <DD>ที่จริงประโยชน์ชัดๆของ "บ้านนกราชบุรี" เห็นจะเป็นสถานที่แห่งบั้นปลายชีวิตของอาจารย์บัณฑิต ได้มากินนอนใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ มีนก มีอากาศดี ไม่มีมลพิษ มีเนินให้เดินออกกำลังกายบ้าง
<DD><DD>ขณะเดียวกัน เด็กรุ่นหลังหรือผู้สนใจธรรมชาติก็จะได้ประโยชน์ เพราะที่นี่จะกลายเป็นศูนย์กลางของคนคอเดียวกัน มาสนทนาแลกเปลี่ยนทัศนะกัน หรือมองอีกแง่หนึ่ง "บ้านนกราชบุรี"เป็นประตูให้ทุกคนสามารถเปิดเข้าไปถึงตัวและพูดคุยใกล้ชิดกับคนดังอย่างอาจารย์บัณฑิต จะว่าอย่างนี้ก็ได้
<DD> <DD>"คนที่มาเที่ยวจะมีที่พักสบายในสไตล์นักอนุรักษ์ คือต้องมาแบบเกรงใจคนอื่น เกรงใจธรรมชาติ จึงจะเข้าพักได้ บ้านนกราชบุรีมีไว้สำหรับทุกคนที่อยู่เกณฑ์ดังกล่าว" เจ้าของบ้านว่า
<DD></DD>
ผู้สนใจจะไปเป็นแขกของ "บ้านนกราชบุรี" ไม่ยากเลย ติดต่อกับอาจารย์บัณฑิตล่วงหน้าก่อน โดยเจ้าของบ้านจะไปใช้ชีวิตตามลำพัง และรอรับทุกคนที่นั่นช่วงต้นเดือนของทุกเดือน ไปจนถึงประมาณวันที่ 20 ที่เหลืออีก 10 วันปลายเดือน จะกลับมาอยู่กรุงเทพฯ หรือปิดต้อนรับแขกชั่วคราว
ผู้มาเยือนที่จองกำหนดการไว้แล้ว จะต้องเดินทางมาเองให้ถึงที่ จากนั้นจะได้รับที่พักแบบนอนรวมเป็นเวลา 1 คืน พร้อมเครื่องนอน อาหารอีก 3 มื้อ ซึ่งค่าบริการแสนถูกแค่ 250 บาทต่อคนเท่านั้น รับจำนวนจำกัดแค่รถตู้คันเดียวเท่านั้น มากกว่านั้นก็ไม่รับ
<DD>นอกจากนี้ นานๆครั้ง อาจารย์บัณฑิตจะจัดคอร์สสอนวาดภาพด้วย ค่าใช้จ่ายจะแพงกว่ามานอนมาดูนกและมาคุยกันธรรมดา <DD><DD> <DD> <DD>สนใจจะไปเยือนบ้านนกก็แค่โทร.ติดต่ออาจารย์บัณฑิตโดยตรง 0-1907-8903 หรือที่คุณปุ๊ก ลูกสาวอาจารย์บัณฑิต 0-1900-6841 ส่วนถ้าอยากเรียนวาดรูป กรุณาตรวจกำหนดการได้จากเว็บไซต์ของอาจารย์เอง www.bhart-desigh.com (http://www.agalico.com/board/links.php?url=http://www.bhart-desigh.com) หรือสอบถามกับคุณปุ๊กก็ได้เช่นกัน
<DD><DD><DD>อาจารย์บัณฑิตย้ำว่า ผู้สนใจมาเที่ยว ห้ามคิดว่าจ่ายเงินแล้ว แล้วก็จะให้เจ้าของบ้านตามรับใช้ เพราะอาจารย์บัณฑิตจะไม่มีวันทำตามระบบนั้นอย่างเด็ดขาด
<DD>เพราะที่นี่ก็อย่างที่บอก รีสอร์ตก็ไม่ใช่ โฮมสเตย์ก็ไม่ใช่อีกนั่นแหละ!
http://content.kapook.com/hilight/travel/8498.html (http://www.agalico.com/board/links.php?url=http://content.kapook.com/hilight/travel/8498.html):emo_004:
</DD>