วชิรปัญญา
06-15-2007, 12:23 PM
<TABLE width=560><TBODY><TR><TD>ปาฏิหาริย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ...ติช นัท ฮันห์
</TD></TR><TR><TD> http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/36/4036/images/3.jpg
สรุปบรรยายธรรมและเนื้อหาจาก
งานภาวนา สู่ศานติสมานฉันท์ 23-27 พค. 2550
โดย พรรัตน์ วชิราชัย
สำนักข่าวบางบ๊วย
ปาฏิหาริย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ
เรามักจะคิดมากเกินไปตลอดเวลา และส่วนใหญ่มักไม่เป็นประโยชน์นัก ความคิดของเราเต็มไปด้วยความกลัว หงุดหงิด ความโกรธ เมื่อถึงเวลาที่เราต้องนอน เราไม่สามารถหลับได้ และเรามักหันไปพึ่งยานอนหลับ ความลับที่พระพุทธองค์หยิบยื่นให้เรา คือ สติ การกลับมาอยู่กับลมหายใจ และหยุดคิดเกี่ยวกับอดีตหรือนาคต
การกลับมาตามลมหายใจ เป็นการรวมใจและกายให้เป็นหนึ่งเดียวกันในปัจจุบันขณะ การดำรงอยู่ในปัจจุบันขณะทำให้เราสามารถสัมผัส ปาฏิหาริย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ เพราะชีวิตคือปัจจุบัน การมีสติอยู่เสมอจะทำให้เธอรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในปัจจุบัน หากเธอคิดมากเกินไปเสมอ เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน เธอจะไม่มีความสามารถที่จะสัมผัสความงดงาม สดชื่นจากพระอาทิตย์และธรรมชาติได้
เราไม่จำเป็นต้องตายเสียก่อนจึงจะก้าวสู่อาณาจักรของพระพุทธเจ้าได้ หากแต่อยู่กับปัจจุบันอย่างเต็มที่เราจะสามารถสัมผัสกับดินแดนสุขาวดีหรือสรวงสวรรค์ได้ พระพุทธเจ้าอยู่ตรงนั้นเสมอ 24 ชั่วโมง ดินแดนสุขาวดีหรือสรวงสวรรค์อยู่ตรงนั้นเสมอ 24 ชั่วโมง
ความสุขคือการตรัสรู้ เราไม่มีหนทางแห่งการตรัสรู้ แต่การตรัสรู้คือหนทาง วิถีแห่งการตรัสรู้เริ่มแรกคือ การมีสติอยู่เสมอ ไม่ว่าเธอกำลังเดิน นั่ง หรือดื่มชา โปรดรู้ไว้ว่าการตรัสรู้ที่ยิ่งใหญ่มาจากการตรัสรู้เล็กๆ น้อยๆ ในปัจจุบันขณะ
เราชินที่จะวิ่งอยู่เสมอ เราวิ่งเพราะเรามีความกลัว และเมื่อเราวิ่ง เราไม่สามารถจะดูแลตัวเราและคนที่เรารักได้ เราวิ่งเหมือนดั่งเช่นองคุลีมาร ที่วิ่งตามพระพุทธองค์ พระพุทธองค์ตรัสถามองคุลีมารว่า เราหยุดแล้ว ท่านต่างหากที่ไม่หยุด
การมาปฏิบัติภาวนาเช่นนี้ก็เพื่อเรียนรู้ที่จะหยุด
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/36/4036/images/t_09_resize.jpg
ภาวนากับก้อนกรวด
ที่หมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส มีเด็กหลายคน จากหลายประเทศมาร่วมฝึกปฏิบัติด้วย
วิธีที่พระอาจารย์ติช นัท ฮันห์สอนการภาวนากับเด็กๆ คือ ภาวนากับก้อนกรวด เป็นวิธีการง่ายๆ ที่มีความสุข เริ่มจากเราควรมีถุงเล็กๆ สำหรับเก็บก้อนกรวด 4 ก้อน เมื่อเราต้องการทำสมาธิภาวนา ให้หยิบถุงนี้ขึ้นมา และนั่งล้อมกันเป็นวงกลม เด็กคนหนึ่งเป็นผู้เชิญระฆัง 3 ครั้ง เพื่อเชื้อเชิญให้เรากลับมาสู่บ้านที่แท้จริง
เมื่อเริ่มภาวนา เราหยิบก้อนกรวดก้อนแรก ขึ้นมา ประสานไว้บนมือ พร้อมให้ก้อนกรวดก้อนนี้เป็นตัวแทนของ ดอกไม้ หายใจเข้า ฉันเป็นดั่งดอกไม้ หายใจออก ฉันสดชื่น (ดอกไม้/สดชื่น) การภาวนาเช่นนี้เป็นการฟื้นฟูความสดชื่น แจ่มใส ความเป็นดอกไม้ในตัวเรา
มนุษย์เองก็เป็นดอกไม้เช่นกัน เราเป็นดอกไม้แห่งมนุษยชาติ เด็กๆ ก็คือดอกไม้ พวกเขามีความสดชื่นอยู่เสมอ เราควรภาวนากับดอกไม้อยู่เสมอ เพราะมันจะช่วยรักษาความสดชื่นให้กับเรา และเราจะมีความสามารถหยิบยื่นดอกไม้ให้คนรอบข้างได้
หลังจากภาวนาก้อนกรวดก้อนแรกเสร็จ เราวางก้อนกรวดก้อนนี้ลง พร้อมหยิบก้อนกรวดก้อนที่สองขึ้น โดยให้มันเป็นตัวแทนของ ภูเขา คือความมั่นคงในตัวเรา
หายใจเข้า ฉันเป็นดั่งขุนเขา หายใจออก ฉันมั่นคง (ขุนเขา/มั่นคง)
หากเราปราศจากความมั่นคงหนักแน่นแล้ว เราก็ไม่สามารถที่จะมีความสุขได้ เพราะเมื่อเราเป็นคนอ่อนไหว เราก็ไม่สามารถเป็นที่พึ่งให้ใครได้ รวมถึงตัวเราเองด้วย ฉะนั้นการภาวนาในเรื่องนี้จึงสำคัญมาก
สำหรับก้อนกรวดก้อนที่ 3 คือตัวแทนของ น้ำใส เราจะภาวนาว่า หายใจเข้า ฉันเป็นดั่งน้ำใส หายใจออกฉันสะท้อนสิ่งต่างๆ ดั่งที่มันเป็น (น้ำนิ่ง/สะท้อน)
เมื่อเราโกรธ อิจฉาหรืออยู่ในภาวะอารมณ์ที่รุนแรง เราไม่สามารถที่จะมองสิ่งต่างๆ ได้อย่างชัดเจน เราอาจมีความคิดเห็นที่ผิดและมีอคติต่อสิ่งนั้น การภาวนาเช่นนี้ช่วยบ่มเพาะความนิ่ง ใส ชัดเจน ไม่บิดเบือน ให้แก่ตัวเรา
ก้อนกรวดก้อนสุดท้าย เป็นตัวแทนของ ความว่าง หายใจเข้า ฉันเป็นดังความว่าง หายใจออก ฉันเป็นอิสระ (ความว่าง/อิสระ) ความว่างในที่นี้ หมายถึง พื้นที่ว่างในหัวใจและพื้นที่ว่างรายล้อมเรา เมื่อเรารู้สึกเป็นอิสระ เราจะมีพื้นที่มากมายแบ่งปันให้ผู้อื่น เราจะพร้อมที่จะให้พื้นที่กับผู้อื่น โดยเฉพาะบุคคลที่เรารัก
หลายครั้งความรักของเรามักเป็นกรงขัง ฉะนั้นเมื่อเรารักใครสักคน เราต้องคอยดูอยู่เสมอว่า เราได้ให้ที่ว่างแก่เขามากพอหรือไม่ อย่าทำให้ความรักของเธอกลายเป็นกรงขัง
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/36/4036/images/t_13_resize.JPG
เมล็ดพันธุ์ในตัวเรา
ในจิตใจของเรามีความซับซ้อน ซึ่งแบ่งได้คร่าวๆ เป็น 2 ชั้นคือ จิตสำนึก และ จิตใต้สำนึก จิตสำนึกเป็นดั่งห้องรับแขก จิตใต้สำนึกเป็นดั่งใต้ถุนบ้าน ภายในใต้ถุนบ้านหรือจิตใต้สำนึกมีเมล็ดพันธุ์ของอารมณ์มากมายทั้งในแง่ดีและไม่ดี เติบโตผ่านประสบการณ์ การเลี้ยงดู และส่งทอดผ่านบรรพบุรุษ
อารมณ์นั้นเกิดจากการประกอบของจิต หรือ จิตสังขาร จิตใต้สำนึกจะจดจำสิ่งที่เกิดบนจิตสำนึกได้ เราควรฝึกสติอยู่เสมอเพื่อที่เมล็ดพันธุ์แห่งสติเข้มแข็ง เมื่ออารมณ์ในแง่ลบเกิดขึ้น เราก็จะเชื้อเชิญให้เมล็ดพันธุ์แห่งสติขึ้นมาโอบอุ้ม เสมือนแม่ที่อุ้มลูก
คนที่ไม่เคยฝึกปฏิบัติย่อมไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร และพยายามที่จะกั้นเมล็ดพันธุ์ที่ไม่พึงพอใจให้ขึ้นมาจากจิตใต้สำนึก โดยทำสิ่งต่างๆ เช่น หาหนังสือพิมพ์มาอ่าน ฟังแพลง ดูโทรทัศน์หรือขับรถไปข้างนอก การบริโภคสิ่งต่างๆ ด้วยความไม่มีสติเช่นนี้ เรารดน้ำเมล็ดพันธุ์แห่งความอยาก ความโกรธ ความรุนแรง การบริโภคเช่นนี้ยิ่งทำให้จิตใจของเราแย่ขึ้นไปอีก
การทำเช่นนี้เป็นการปิดวงจรของจิต ทำให้เกิดความเศร้าซึม โรคจิต หรือ โรคทางกาย สาเหตุที่เราป่วยกาย ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากเราไม่รู้จักวิธีการดูแลจิตใจของเรานี่เอง
ลมหายใจช่วยให้เราสามารถทำให้เราตระหนักรู้ และเอาความปิดกั้นนั้นออก เมื่อเราเกิดอารมณ์เหล่านั้น เราก็สามารถเชื้อเชิญลมหายใจแห่งสติมาโอบอุ้มความรู้สึกเหล่านั้น เมื่อความโกรธได้อาบน้ำแห่งสติ สภาพแห่งจิตใจของเราจะดีขึ้น
พระอาจารย์ติช นัท ฮันห์แนะนำให้เราฝึกกปฏิบัติ เพื่อเป็นการดูแลจิตใต้สำนึกของเราดังต่อไปนี้
1.บริโภคอย่างมีสติ หลีกเลี่ยงการรดน้ำเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ดี
2.สร้างพลังแห่งสติให้เข้มแข็ง
3.ไม่เก็บกดอารมณ์ของเรา
4.อนุญาตให้อารมณ์ของเราขึ้นมา พร้อมโอบรับด้วยเมล็ดพันธุ์ แห่งสติ
5.รดน้ำเมล็ดพันธุ์ที่ดีๆ เช่น การฟังบรรยายธรรม บริโภคและสัมผัสสิ่งที่ดีงาม
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/36/4036/images/t_12_resize.JPG
ประสานรอยร้าว ความกลัวและความรุนแรงในภาคใต้
พระอาจารย์ติช นัท ฮันห์ ได้เสนอแนวทางแก้ปัญหาความรุนแรงในสามจังหวัดภาคใต้ของไทยให้ทุกฝ่ายมาร่วมนั่งพูดจากันอย่างสันติ เพื่อบรรเทาความขัดแย้งและระแวงสงสัยในกันและกัน โดยให้กลุ่มดังกล่าวมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความกลัว ความระแวงสงสัย ความเจ็บปวดต่างๆ พร้อมทั้งต้อง ฟังอย่างลึกซึ้ง
ท่านแนะนำให้ รัฐบาลไทยเชิญผู้มีปัญญาในสังคมทั้งหมด ผู้แทนและเชื้อเชิญทุกฝ่ายในความขัดแย้งนี้มา ฟังกันอย่างลึกซึ้ง ด้วยความเมตตากรุณา เพื่อให้รู้ว่าอีกฝ่ายหนึ่งมีความโกรธแค้นชิงชังและสงสัยคลางแคลงเพราะอะไร แลกเปลี่ยนข้อมูลให้ทุกฝ่ายมีความเข้าใจกัน
จากการฟังเช่นนี้เอง เราจะตระหนักว่า เราเองก็ได้ทำอะไรผิดพลาดเช่นกัน เราควรใช้โอกาสนี้ในการขอโทษและสัญญาว่าจะไม่ทำเช่นนั้นอีก เพื่อสมานไมตรีที่ดีต่อกัน
เริ่มต้นใหม่ในความสัมพันธ์
วิธีเริ่มต้นใหม่ในความสัมพันธ์ หรือ Beginning Anew คือ วิธีการดูแลรักษา และสมานความสัมพันธ์ที่ขัดแย้ง ไม่เข้าใจกัน
การเริ่มต้นใหม่ในความสัมพันธ์ คือ วิถีทางในการดูแลความรู้สึกของกันและกัน ด้วยการมองและรับฟังกันและกันอย่างลึกซึ้ง ด้วยสายตาแห่งสติและความรัก
การเริ่มต้นใหม่ เริ่มต้นด้วยการหว่านวาจาแห่งรัก รดน้ำดอกไม้แห่งการชื่นชมจากใจจริง บอกเล่าความทุกข์ในใจ แบ่งปันความเจ็บปวดและขอความช่วยเหลือจากเพื่อน การกระทำเช่นนี้ก่อให้เกิดความเข้าใจและการช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง
เราจะร่วมเรียนรู้วิธีการ ขั้นตอน การเริ่มต้นใหม่ ในความสัมพันธ์ในครอบครัว หมู่เพื่อน ในที่ทำงาน หรือแม้แต่ตัวเราเอง
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/36/4036/images/t_15_resize.jpg
วิธีจัดการความโกรธ
เมื่อเราโกรธใครคนหนึ่งสิ่งที่พระอาจารย์ติช นัท ฮันห์ได้แนะนำคือการกลับมาตามลมหายใจ เชื้อเชิญพลังแห่งสติขึ้นมาโอบอุ้มแห่งความโกรธ เมื่อเราสงบขึ้น ขอให้เราพยายามสื่อสารกับคนที่เราโกรธด้วยข้อความที่เต็มไปด้วยสันติ พระอาจารย์ติช นัท ฮันห์ได้แนะนำสามประโยคหลักในการประสานความรู้สึกและความสัมพันธ์ดังต่อไปนี้
1.ที่รักฉันกำลังโกรธ ฉันอยากให้เธอรู้
2.ฉันพยายามอย่างดีที่สุดแล้ว
3.กรุณาช่วยฉันด้วย และกรุณาอย่าทำอย่างนี้อีก
การทำเช่นนี้เป็นการบอกให้คนทั้งคู่ ทั้งผู้ที่โกรธและทำให้โกรธได้มองอย่างลึกซึ้งในตัวเองและอีกฝ่าย ทั้งสองฝ่ายจะมองอย่างลึกซึ้งว่าได้ทำอะไรกับอีกฝ่ายและพยายามปรับปรุงพฤติกรรม การสื่อสารเช่นนี้ทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น เราควรบ่มเพาะวาจาแห่งรักและฟังกันอย่างลึกซึ้งเพื่อดูแลความสัมพันธ์ต่อไป
ข้อฝึกอบรมสติ ๕ ประการ
ข้อฝึกอบรมสติ ๕ ประการ หรือ ศีล ๕ ประการที่เรารู้จักกันดี ท่านติช นัท ฮันห์ได้นำศีล ๕ มาตีความใหม่ ให้มีเนื้อหาร่วมสมัย เข้ากับสภาวการณ์สังคมปัจจุบัน โดยมีมิติที่กว้าง ลึก ตระหนักรู้และเอาใจใส่ในทุกกระทำของชีวิต
ไม่ว่าจะเป็นข้อฝึกอบรมสติข้อ ๑ ที่ไม่เพียงแต่ห้ามการทำลายชีวิต แต่ยังหมายถึงการปกป้องชีวิตและธรรมชาติ
ข้อ ๒ ซึ่งคือการไม่ลักทรัพย์ ท่านได้หมายรวมไปถึงการตระหนักรู้ถึงความอยุติธรรมทางสังคมและจิตใจที่พร้อมจะแบ่งปัน
ข้อ ๓ ไม่ประพฤติผิดในกาม ที่เน้นย้ำความซื่อสัตย์และเคารพในพันธะสัญญาของคู่สมรส การไม่ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก
ข้อ ๔ คือการตั้งมั่นที่จะพูดความจริง ไม่พูดเท็จ และยังรวมถึงการบ่มเพาะนิสัยการพูดถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความมั่นใจ ความสุข และความหวัง
สำหรับข้อสุดท้ายที่เป็นข้อห้ามการดื่มสุราและอบายมุข ท่านได้ขยายหมุดหมายไปถึงการละเว้น การบริโภค ทุกประเภทที่ไม่ถนอมร่างกายและจิตวิญญาณ ท่าน ติช นัท ฮันห์ ยังหมายถึง การผลิตและบริโภคข้อมูล ข่าวสาร หรือสื่อบางประเภททีทำร้าย ทำลายจิตสำนึกที่ดีด้วย
ข้อฝึกอบรมสติ ๕ ประการจึงไม่ใช้ ข้อห้าม แต่คือการตระหนักรู้และเอาใจใส่ต่อการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง
พุทธศาสนาสมสมัย
เราควรจะทำให้พุทธศาสนาให้ใหม่อยู่เสมอ ค้นคว้าวิธีการใหม่ๆ ในการนำเสนอพุทธศาสนา เพื่อให้เข้ากับสมัยใหม่ กับคนรุ่นใหม่ เราควรจะอธิบายคำสอนที่ง่ายและเป็นรูปธรรม
คนรุ่นใหม่ ไม่เข้าวัดอีกแล้ว เพราะเราไม่ได้ทำพุทธศาสนาให้ใหม่ เราต้องทำให้พุทธศาสนาให้น่าสนใจ และมองให้ลึกซึ้งในคำสอนของพุทธองค์
การปฏิบัติควรนำมาซึ่งความสมานฉันท์ สงบ สันติ และความสุข พระพุทธเจ้ากล่าวว่าพระธรรมนั้นมีความงามในขั้นต้น ขั้นกลาง และขั้นปลาย เราต้องใช้ความพยายามที่จะใช้ปัญญาไหวพริบ ความคิดสร้างสรรค์เพื่อทำให้พระธรรมเป็นสิ่งที่เข้าใจง่ายโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่
มองอย่างลึกซึ้ง : ไร้การเกิด ไร้การตาย
เมื่อเรามองอย่างลึกซึ้งในสรรพสิ่ง จะพบว่าไม่มีการเกิด หรือการดับ แต่เป็นการสืบเนื่อง ดั่งเช่นเมฆ เมื่อมองอย่างลึกซึ้ง เราอาจถามว่า ก้อนเมฆมาจากไหน และจะไปไหนเมื่อตายแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างเราและก้อนเมฆคืออะไร?
ก้อนเมฆได้เกิดมาก่อนจะเป็นก้อนเมฆ เคยเป็น ฝน หิมะ ตอนนี้กลายเป็นน้ำชาในมือเรา และกำลังกลายเป็นคำพูดบรรยายธรรม ฉะนั้นการเกิด การตายนั้นหามีไม่ แต่เป็นการสืบเนื่องของชีวิต
เช่นเดียวกับตัวเราเอง ก่อนที่เราจะเกิด เราอยู่ในครรภ์ของมารดามาก่อน เราอาจบอกว่าเราเกิดเมื่อปฏิสนธิ แต่เราอาจถามว่าเราอยู่มาก่อนนั้นหรือเปล่า? ถ้ามองให้ลึกซึ้งเราดำรงอยู่ก่อนหน้านั้น ครึ่งหนึ่งอยู่ในพ่อ ครึ่งหนึ่งอยู่ในแม่ ฉะนั้นในขณะที่เราเกิด คือ ช่วงขณะแห่งการสืบเนื่อง
ความคิดว่ามีการเกิด การตาย เป็นความจริงจากการสมมุติความจริงขึ้น แต่หากเรามองอย่างลึกซึ้งเราจะเห็นความจริงสูงสุด คือ ธรรมชาติของการไร้การเกิดและการตาย หรือ นิพพาน
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/36/4036/images/t_16_resize.jpg
:yociexp59:http://www.oknation.net/blog/print.php?id=49660
</TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR><TR><TD> http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/36/4036/images/3.jpg
สรุปบรรยายธรรมและเนื้อหาจาก
งานภาวนา สู่ศานติสมานฉันท์ 23-27 พค. 2550
โดย พรรัตน์ วชิราชัย
สำนักข่าวบางบ๊วย
ปาฏิหาริย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ
เรามักจะคิดมากเกินไปตลอดเวลา และส่วนใหญ่มักไม่เป็นประโยชน์นัก ความคิดของเราเต็มไปด้วยความกลัว หงุดหงิด ความโกรธ เมื่อถึงเวลาที่เราต้องนอน เราไม่สามารถหลับได้ และเรามักหันไปพึ่งยานอนหลับ ความลับที่พระพุทธองค์หยิบยื่นให้เรา คือ สติ การกลับมาอยู่กับลมหายใจ และหยุดคิดเกี่ยวกับอดีตหรือนาคต
การกลับมาตามลมหายใจ เป็นการรวมใจและกายให้เป็นหนึ่งเดียวกันในปัจจุบันขณะ การดำรงอยู่ในปัจจุบันขณะทำให้เราสามารถสัมผัส ปาฏิหาริย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ เพราะชีวิตคือปัจจุบัน การมีสติอยู่เสมอจะทำให้เธอรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในปัจจุบัน หากเธอคิดมากเกินไปเสมอ เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน เธอจะไม่มีความสามารถที่จะสัมผัสความงดงาม สดชื่นจากพระอาทิตย์และธรรมชาติได้
เราไม่จำเป็นต้องตายเสียก่อนจึงจะก้าวสู่อาณาจักรของพระพุทธเจ้าได้ หากแต่อยู่กับปัจจุบันอย่างเต็มที่เราจะสามารถสัมผัสกับดินแดนสุขาวดีหรือสรวงสวรรค์ได้ พระพุทธเจ้าอยู่ตรงนั้นเสมอ 24 ชั่วโมง ดินแดนสุขาวดีหรือสรวงสวรรค์อยู่ตรงนั้นเสมอ 24 ชั่วโมง
ความสุขคือการตรัสรู้ เราไม่มีหนทางแห่งการตรัสรู้ แต่การตรัสรู้คือหนทาง วิถีแห่งการตรัสรู้เริ่มแรกคือ การมีสติอยู่เสมอ ไม่ว่าเธอกำลังเดิน นั่ง หรือดื่มชา โปรดรู้ไว้ว่าการตรัสรู้ที่ยิ่งใหญ่มาจากการตรัสรู้เล็กๆ น้อยๆ ในปัจจุบันขณะ
เราชินที่จะวิ่งอยู่เสมอ เราวิ่งเพราะเรามีความกลัว และเมื่อเราวิ่ง เราไม่สามารถจะดูแลตัวเราและคนที่เรารักได้ เราวิ่งเหมือนดั่งเช่นองคุลีมาร ที่วิ่งตามพระพุทธองค์ พระพุทธองค์ตรัสถามองคุลีมารว่า เราหยุดแล้ว ท่านต่างหากที่ไม่หยุด
การมาปฏิบัติภาวนาเช่นนี้ก็เพื่อเรียนรู้ที่จะหยุด
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/36/4036/images/t_09_resize.jpg
ภาวนากับก้อนกรวด
ที่หมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส มีเด็กหลายคน จากหลายประเทศมาร่วมฝึกปฏิบัติด้วย
วิธีที่พระอาจารย์ติช นัท ฮันห์สอนการภาวนากับเด็กๆ คือ ภาวนากับก้อนกรวด เป็นวิธีการง่ายๆ ที่มีความสุข เริ่มจากเราควรมีถุงเล็กๆ สำหรับเก็บก้อนกรวด 4 ก้อน เมื่อเราต้องการทำสมาธิภาวนา ให้หยิบถุงนี้ขึ้นมา และนั่งล้อมกันเป็นวงกลม เด็กคนหนึ่งเป็นผู้เชิญระฆัง 3 ครั้ง เพื่อเชื้อเชิญให้เรากลับมาสู่บ้านที่แท้จริง
เมื่อเริ่มภาวนา เราหยิบก้อนกรวดก้อนแรก ขึ้นมา ประสานไว้บนมือ พร้อมให้ก้อนกรวดก้อนนี้เป็นตัวแทนของ ดอกไม้ หายใจเข้า ฉันเป็นดั่งดอกไม้ หายใจออก ฉันสดชื่น (ดอกไม้/สดชื่น) การภาวนาเช่นนี้เป็นการฟื้นฟูความสดชื่น แจ่มใส ความเป็นดอกไม้ในตัวเรา
มนุษย์เองก็เป็นดอกไม้เช่นกัน เราเป็นดอกไม้แห่งมนุษยชาติ เด็กๆ ก็คือดอกไม้ พวกเขามีความสดชื่นอยู่เสมอ เราควรภาวนากับดอกไม้อยู่เสมอ เพราะมันจะช่วยรักษาความสดชื่นให้กับเรา และเราจะมีความสามารถหยิบยื่นดอกไม้ให้คนรอบข้างได้
หลังจากภาวนาก้อนกรวดก้อนแรกเสร็จ เราวางก้อนกรวดก้อนนี้ลง พร้อมหยิบก้อนกรวดก้อนที่สองขึ้น โดยให้มันเป็นตัวแทนของ ภูเขา คือความมั่นคงในตัวเรา
หายใจเข้า ฉันเป็นดั่งขุนเขา หายใจออก ฉันมั่นคง (ขุนเขา/มั่นคง)
หากเราปราศจากความมั่นคงหนักแน่นแล้ว เราก็ไม่สามารถที่จะมีความสุขได้ เพราะเมื่อเราเป็นคนอ่อนไหว เราก็ไม่สามารถเป็นที่พึ่งให้ใครได้ รวมถึงตัวเราเองด้วย ฉะนั้นการภาวนาในเรื่องนี้จึงสำคัญมาก
สำหรับก้อนกรวดก้อนที่ 3 คือตัวแทนของ น้ำใส เราจะภาวนาว่า หายใจเข้า ฉันเป็นดั่งน้ำใส หายใจออกฉันสะท้อนสิ่งต่างๆ ดั่งที่มันเป็น (น้ำนิ่ง/สะท้อน)
เมื่อเราโกรธ อิจฉาหรืออยู่ในภาวะอารมณ์ที่รุนแรง เราไม่สามารถที่จะมองสิ่งต่างๆ ได้อย่างชัดเจน เราอาจมีความคิดเห็นที่ผิดและมีอคติต่อสิ่งนั้น การภาวนาเช่นนี้ช่วยบ่มเพาะความนิ่ง ใส ชัดเจน ไม่บิดเบือน ให้แก่ตัวเรา
ก้อนกรวดก้อนสุดท้าย เป็นตัวแทนของ ความว่าง หายใจเข้า ฉันเป็นดังความว่าง หายใจออก ฉันเป็นอิสระ (ความว่าง/อิสระ) ความว่างในที่นี้ หมายถึง พื้นที่ว่างในหัวใจและพื้นที่ว่างรายล้อมเรา เมื่อเรารู้สึกเป็นอิสระ เราจะมีพื้นที่มากมายแบ่งปันให้ผู้อื่น เราจะพร้อมที่จะให้พื้นที่กับผู้อื่น โดยเฉพาะบุคคลที่เรารัก
หลายครั้งความรักของเรามักเป็นกรงขัง ฉะนั้นเมื่อเรารักใครสักคน เราต้องคอยดูอยู่เสมอว่า เราได้ให้ที่ว่างแก่เขามากพอหรือไม่ อย่าทำให้ความรักของเธอกลายเป็นกรงขัง
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/36/4036/images/t_13_resize.JPG
เมล็ดพันธุ์ในตัวเรา
ในจิตใจของเรามีความซับซ้อน ซึ่งแบ่งได้คร่าวๆ เป็น 2 ชั้นคือ จิตสำนึก และ จิตใต้สำนึก จิตสำนึกเป็นดั่งห้องรับแขก จิตใต้สำนึกเป็นดั่งใต้ถุนบ้าน ภายในใต้ถุนบ้านหรือจิตใต้สำนึกมีเมล็ดพันธุ์ของอารมณ์มากมายทั้งในแง่ดีและไม่ดี เติบโตผ่านประสบการณ์ การเลี้ยงดู และส่งทอดผ่านบรรพบุรุษ
อารมณ์นั้นเกิดจากการประกอบของจิต หรือ จิตสังขาร จิตใต้สำนึกจะจดจำสิ่งที่เกิดบนจิตสำนึกได้ เราควรฝึกสติอยู่เสมอเพื่อที่เมล็ดพันธุ์แห่งสติเข้มแข็ง เมื่ออารมณ์ในแง่ลบเกิดขึ้น เราก็จะเชื้อเชิญให้เมล็ดพันธุ์แห่งสติขึ้นมาโอบอุ้ม เสมือนแม่ที่อุ้มลูก
คนที่ไม่เคยฝึกปฏิบัติย่อมไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร และพยายามที่จะกั้นเมล็ดพันธุ์ที่ไม่พึงพอใจให้ขึ้นมาจากจิตใต้สำนึก โดยทำสิ่งต่างๆ เช่น หาหนังสือพิมพ์มาอ่าน ฟังแพลง ดูโทรทัศน์หรือขับรถไปข้างนอก การบริโภคสิ่งต่างๆ ด้วยความไม่มีสติเช่นนี้ เรารดน้ำเมล็ดพันธุ์แห่งความอยาก ความโกรธ ความรุนแรง การบริโภคเช่นนี้ยิ่งทำให้จิตใจของเราแย่ขึ้นไปอีก
การทำเช่นนี้เป็นการปิดวงจรของจิต ทำให้เกิดความเศร้าซึม โรคจิต หรือ โรคทางกาย สาเหตุที่เราป่วยกาย ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากเราไม่รู้จักวิธีการดูแลจิตใจของเรานี่เอง
ลมหายใจช่วยให้เราสามารถทำให้เราตระหนักรู้ และเอาความปิดกั้นนั้นออก เมื่อเราเกิดอารมณ์เหล่านั้น เราก็สามารถเชื้อเชิญลมหายใจแห่งสติมาโอบอุ้มความรู้สึกเหล่านั้น เมื่อความโกรธได้อาบน้ำแห่งสติ สภาพแห่งจิตใจของเราจะดีขึ้น
พระอาจารย์ติช นัท ฮันห์แนะนำให้เราฝึกกปฏิบัติ เพื่อเป็นการดูแลจิตใต้สำนึกของเราดังต่อไปนี้
1.บริโภคอย่างมีสติ หลีกเลี่ยงการรดน้ำเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ดี
2.สร้างพลังแห่งสติให้เข้มแข็ง
3.ไม่เก็บกดอารมณ์ของเรา
4.อนุญาตให้อารมณ์ของเราขึ้นมา พร้อมโอบรับด้วยเมล็ดพันธุ์ แห่งสติ
5.รดน้ำเมล็ดพันธุ์ที่ดีๆ เช่น การฟังบรรยายธรรม บริโภคและสัมผัสสิ่งที่ดีงาม
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/36/4036/images/t_12_resize.JPG
ประสานรอยร้าว ความกลัวและความรุนแรงในภาคใต้
พระอาจารย์ติช นัท ฮันห์ ได้เสนอแนวทางแก้ปัญหาความรุนแรงในสามจังหวัดภาคใต้ของไทยให้ทุกฝ่ายมาร่วมนั่งพูดจากันอย่างสันติ เพื่อบรรเทาความขัดแย้งและระแวงสงสัยในกันและกัน โดยให้กลุ่มดังกล่าวมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความกลัว ความระแวงสงสัย ความเจ็บปวดต่างๆ พร้อมทั้งต้อง ฟังอย่างลึกซึ้ง
ท่านแนะนำให้ รัฐบาลไทยเชิญผู้มีปัญญาในสังคมทั้งหมด ผู้แทนและเชื้อเชิญทุกฝ่ายในความขัดแย้งนี้มา ฟังกันอย่างลึกซึ้ง ด้วยความเมตตากรุณา เพื่อให้รู้ว่าอีกฝ่ายหนึ่งมีความโกรธแค้นชิงชังและสงสัยคลางแคลงเพราะอะไร แลกเปลี่ยนข้อมูลให้ทุกฝ่ายมีความเข้าใจกัน
จากการฟังเช่นนี้เอง เราจะตระหนักว่า เราเองก็ได้ทำอะไรผิดพลาดเช่นกัน เราควรใช้โอกาสนี้ในการขอโทษและสัญญาว่าจะไม่ทำเช่นนั้นอีก เพื่อสมานไมตรีที่ดีต่อกัน
เริ่มต้นใหม่ในความสัมพันธ์
วิธีเริ่มต้นใหม่ในความสัมพันธ์ หรือ Beginning Anew คือ วิธีการดูแลรักษา และสมานความสัมพันธ์ที่ขัดแย้ง ไม่เข้าใจกัน
การเริ่มต้นใหม่ในความสัมพันธ์ คือ วิถีทางในการดูแลความรู้สึกของกันและกัน ด้วยการมองและรับฟังกันและกันอย่างลึกซึ้ง ด้วยสายตาแห่งสติและความรัก
การเริ่มต้นใหม่ เริ่มต้นด้วยการหว่านวาจาแห่งรัก รดน้ำดอกไม้แห่งการชื่นชมจากใจจริง บอกเล่าความทุกข์ในใจ แบ่งปันความเจ็บปวดและขอความช่วยเหลือจากเพื่อน การกระทำเช่นนี้ก่อให้เกิดความเข้าใจและการช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง
เราจะร่วมเรียนรู้วิธีการ ขั้นตอน การเริ่มต้นใหม่ ในความสัมพันธ์ในครอบครัว หมู่เพื่อน ในที่ทำงาน หรือแม้แต่ตัวเราเอง
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/36/4036/images/t_15_resize.jpg
วิธีจัดการความโกรธ
เมื่อเราโกรธใครคนหนึ่งสิ่งที่พระอาจารย์ติช นัท ฮันห์ได้แนะนำคือการกลับมาตามลมหายใจ เชื้อเชิญพลังแห่งสติขึ้นมาโอบอุ้มแห่งความโกรธ เมื่อเราสงบขึ้น ขอให้เราพยายามสื่อสารกับคนที่เราโกรธด้วยข้อความที่เต็มไปด้วยสันติ พระอาจารย์ติช นัท ฮันห์ได้แนะนำสามประโยคหลักในการประสานความรู้สึกและความสัมพันธ์ดังต่อไปนี้
1.ที่รักฉันกำลังโกรธ ฉันอยากให้เธอรู้
2.ฉันพยายามอย่างดีที่สุดแล้ว
3.กรุณาช่วยฉันด้วย และกรุณาอย่าทำอย่างนี้อีก
การทำเช่นนี้เป็นการบอกให้คนทั้งคู่ ทั้งผู้ที่โกรธและทำให้โกรธได้มองอย่างลึกซึ้งในตัวเองและอีกฝ่าย ทั้งสองฝ่ายจะมองอย่างลึกซึ้งว่าได้ทำอะไรกับอีกฝ่ายและพยายามปรับปรุงพฤติกรรม การสื่อสารเช่นนี้ทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น เราควรบ่มเพาะวาจาแห่งรักและฟังกันอย่างลึกซึ้งเพื่อดูแลความสัมพันธ์ต่อไป
ข้อฝึกอบรมสติ ๕ ประการ
ข้อฝึกอบรมสติ ๕ ประการ หรือ ศีล ๕ ประการที่เรารู้จักกันดี ท่านติช นัท ฮันห์ได้นำศีล ๕ มาตีความใหม่ ให้มีเนื้อหาร่วมสมัย เข้ากับสภาวการณ์สังคมปัจจุบัน โดยมีมิติที่กว้าง ลึก ตระหนักรู้และเอาใจใส่ในทุกกระทำของชีวิต
ไม่ว่าจะเป็นข้อฝึกอบรมสติข้อ ๑ ที่ไม่เพียงแต่ห้ามการทำลายชีวิต แต่ยังหมายถึงการปกป้องชีวิตและธรรมชาติ
ข้อ ๒ ซึ่งคือการไม่ลักทรัพย์ ท่านได้หมายรวมไปถึงการตระหนักรู้ถึงความอยุติธรรมทางสังคมและจิตใจที่พร้อมจะแบ่งปัน
ข้อ ๓ ไม่ประพฤติผิดในกาม ที่เน้นย้ำความซื่อสัตย์และเคารพในพันธะสัญญาของคู่สมรส การไม่ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก
ข้อ ๔ คือการตั้งมั่นที่จะพูดความจริง ไม่พูดเท็จ และยังรวมถึงการบ่มเพาะนิสัยการพูดถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความมั่นใจ ความสุข และความหวัง
สำหรับข้อสุดท้ายที่เป็นข้อห้ามการดื่มสุราและอบายมุข ท่านได้ขยายหมุดหมายไปถึงการละเว้น การบริโภค ทุกประเภทที่ไม่ถนอมร่างกายและจิตวิญญาณ ท่าน ติช นัท ฮันห์ ยังหมายถึง การผลิตและบริโภคข้อมูล ข่าวสาร หรือสื่อบางประเภททีทำร้าย ทำลายจิตสำนึกที่ดีด้วย
ข้อฝึกอบรมสติ ๕ ประการจึงไม่ใช้ ข้อห้าม แต่คือการตระหนักรู้และเอาใจใส่ต่อการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง
พุทธศาสนาสมสมัย
เราควรจะทำให้พุทธศาสนาให้ใหม่อยู่เสมอ ค้นคว้าวิธีการใหม่ๆ ในการนำเสนอพุทธศาสนา เพื่อให้เข้ากับสมัยใหม่ กับคนรุ่นใหม่ เราควรจะอธิบายคำสอนที่ง่ายและเป็นรูปธรรม
คนรุ่นใหม่ ไม่เข้าวัดอีกแล้ว เพราะเราไม่ได้ทำพุทธศาสนาให้ใหม่ เราต้องทำให้พุทธศาสนาให้น่าสนใจ และมองให้ลึกซึ้งในคำสอนของพุทธองค์
การปฏิบัติควรนำมาซึ่งความสมานฉันท์ สงบ สันติ และความสุข พระพุทธเจ้ากล่าวว่าพระธรรมนั้นมีความงามในขั้นต้น ขั้นกลาง และขั้นปลาย เราต้องใช้ความพยายามที่จะใช้ปัญญาไหวพริบ ความคิดสร้างสรรค์เพื่อทำให้พระธรรมเป็นสิ่งที่เข้าใจง่ายโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่
มองอย่างลึกซึ้ง : ไร้การเกิด ไร้การตาย
เมื่อเรามองอย่างลึกซึ้งในสรรพสิ่ง จะพบว่าไม่มีการเกิด หรือการดับ แต่เป็นการสืบเนื่อง ดั่งเช่นเมฆ เมื่อมองอย่างลึกซึ้ง เราอาจถามว่า ก้อนเมฆมาจากไหน และจะไปไหนเมื่อตายแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างเราและก้อนเมฆคืออะไร?
ก้อนเมฆได้เกิดมาก่อนจะเป็นก้อนเมฆ เคยเป็น ฝน หิมะ ตอนนี้กลายเป็นน้ำชาในมือเรา และกำลังกลายเป็นคำพูดบรรยายธรรม ฉะนั้นการเกิด การตายนั้นหามีไม่ แต่เป็นการสืบเนื่องของชีวิต
เช่นเดียวกับตัวเราเอง ก่อนที่เราจะเกิด เราอยู่ในครรภ์ของมารดามาก่อน เราอาจบอกว่าเราเกิดเมื่อปฏิสนธิ แต่เราอาจถามว่าเราอยู่มาก่อนนั้นหรือเปล่า? ถ้ามองให้ลึกซึ้งเราดำรงอยู่ก่อนหน้านั้น ครึ่งหนึ่งอยู่ในพ่อ ครึ่งหนึ่งอยู่ในแม่ ฉะนั้นในขณะที่เราเกิด คือ ช่วงขณะแห่งการสืบเนื่อง
ความคิดว่ามีการเกิด การตาย เป็นความจริงจากการสมมุติความจริงขึ้น แต่หากเรามองอย่างลึกซึ้งเราจะเห็นความจริงสูงสุด คือ ธรรมชาติของการไร้การเกิดและการตาย หรือ นิพพาน
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/36/4036/images/t_16_resize.jpg
:yociexp59:http://www.oknation.net/blog/print.php?id=49660
</TD></TR></TBODY></TABLE>