Kamen rider
10-10-2005, 03:27 PM
ผมได้รวบรวมไว้จากการศึกษาและพิจารณาคำสอนของ
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ธรรมะเป็นของ
ละเอียดอ่อนคนที่มีจิตใจบริสุทธิ์และเป็นผู้มีบุญ
จะสามารถเข้าถึงได้ ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้กัน
จะเป็นประโยชน์อย่างไรหรือไม่ก็แล้วแต่พิจารณาครับ
หลักในการเป็นผู้ให้ธรรมทานที่ดี
1.ให้ด้วยความเมตตาพูดออกมาตามความรู้สึกที่ดี จาก
ความจริงใจของเราเป็นหลัก ให้ดูจิตผู้ฟังจากคำพูดโต้ตอบ
ของเขาว่าเขามีความเข้าใจระดับไหน เขายังเป็นเด็กอยู่
เราเอาแกงเผ็ดไปให้บอกว่าอร่อยเขาคงรับไม่ได้ เขายัง
ไม่ได้เข้าใจอะไรมาก เราไปถึงก็บอกให้วิปัสสนาเลย
หรือสอนหัวข้อธรรมที่ยาก เช่น สำหรับผู้ที่เริ่มต้นไปบอกว่า
ผิดศีลตกนรก เขาจะเข้าใจยากจะให้เขาเชื่อยิ่งยาก ควรที่จะ
บอกว่าเรารักษาศีล ศีลจะรักษาเรา เช่นเราไม่ฆ่าเขา ญาติพี่น้อง
ผู้ตายก็จะไม่ตามฆ่าเรา เป็นการมองง่ายๆ แบบทางโลก เป็นต้น
2.ให้ดูว่าเขาขาดตรงไหนก็เติมตรงนั้น แต่อย่าได้บอกว่า
เขาขาดเป็นอันขาด เพราะถ้าพูดออกไปว่าเขาขาดเขา
ก็จะไม่ฟังแล้ว จิตคนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ให้พูดไปเลย
เขามีปัญญาเขาจะรู้ได้เอง
3. ไม่ว่าของเราดี มันจะแสดงว่าของเขาไม่ดี คนก็จะ
ไม่ฟังแล้ว ยิ่งว่าของเขาไม่ดี จะยิ่งไปกันใหญ่เลย
ของเราเป็นอย่างไรว่าไปเลย
4. ให้เข้าใจในความดีของเขา เข้าใจในความเชื่อของเขา
ที่ฝั่งลึกมานาน เข้าใจปัญญาในทางโลกของเขา
5. อย่าคิดว่าตนเองถูก ผู้ฟังคิดว่าผิดก็โต้แย้งได้
เปิดโอกาสให้เขาโต้แย้ง จะไม่เป็นการบังคับ
เพราะยิ่งบังคับคนจะยิ่งต่อต้าน และให้คิดเสมอว่าวันนี้
เขายังไม่ได้ วันข้างหน้าเขาจะได้เอง
6. อย่าได้หวังว่าเราพูดเพียงครั้งเดียว จะทำให้เขา
ซาบซึ้งได้ อย่าได้คาดหวัง ก็ให้ใช้ความอดทน ความพยายาม
เหมือนขุดบ่อน้ำลึกไป 4 เมตร ยังไม่พบตาน้ำ
มือก็แตก เหนื่อยก็เหนื่อ เลยเลิกล้ม แต่ความเป็นจริง
ขุดไปอีกนิดหนึ่งก็จะเจอตาน้ำแล้ว
7. อย่าไปพูดจุดด้อยของเขา จุดดีของเขาพูดได้
แต่ไม่ใช่ยอจนเกินความจริง ผู้ฟังจะมองออกว่าไม่จริงใจ
เราสอนอะไรก็จะไม่รับ
8. ผู้ฟังแล้วไม่รู้สึกทุกข์ ฟังแล้วสบายใจ เขาก็อยากจะฟัง
ทำให้เราก็มีโอกาสได้พูด เช่น มีแต่พูดตำหนิติเตียนสิ่งที่เขารัก
อย่างนี้ผู้ฟังจะเป็นทุกข์
9. เราต้องพูดด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นหลัก
ผู้ฟังจะรู้สึกชอบและเป็นมิตรกับเรา เมื่อชอบแล้วเราพูดอะไรก็จะฟัง
10. ให้เป็นผู้สอนที่ดี ไม่ใช่ผู้ว่าที่ดี เพราะถ้าไปว่าผู้ฟังจะขุ่นข้อง
หมองใจ พูดไปจะไม่ฟังแล้ว บางครั้งผู้พูดเป็นผู้มีอำนาจ เช่น
บิดามารดาว่าไปสอนไป แต่ลูกก็จะเถียงไม่เชื่อฟัง
11. ความคาดหวังของเราให้ตัดไป เพราะจะทำให้
เราจิตตกไม่รู้ตัว ของเราจะดีเพียงใด เขาไม่เชื่อก็ได้
เขาพูดโต้แย้งยังไงก็ได้ จิตเราต้องพร้อมรับ ถ้าเราขุ่นข้อง
หมองใจ แสดงว่าเราเอาตัวยังไม่รอดเลย เราต้องฝึกจิตใจ
ของเราไปด้วย
พระพุทธองค์เปรียบคนเหมือนบัว 4 เหล่า จะมีทั้ง
ผู้ที่สอนได้และสอนไม่ได้ เวลาเรามีค่า อย่าไปเสียเวลากับ
ผู้ที่สอนไม่ได้เลย ผู้ที่สอนได้รอเราอยู่อีกมากมาย
เราไม่มีญานยั้งรู้จิตใจคนให้พิจารณาให้ดีให้ดูข้อ 6
ประกอบด้วย ถ้าเขาไม่เชื่อเราอย่าได้คับข้องใจ ให้วางอุเบกขา
แม้จะเป็นคนใกล้ชิดก็ตาม คิดเสียว่าบุญเขายังไม่พอ
หรือยังมาไม่ถึง วันข้างหน้าเขาอาจได้เอง
ขอบคุณ คุณวรกร จากพันธ์ทิพย์ที่เอื้อเฟื้อ ข้อมูล ขออนุโมทนา สาธุด้วย ครับ
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ธรรมะเป็นของ
ละเอียดอ่อนคนที่มีจิตใจบริสุทธิ์และเป็นผู้มีบุญ
จะสามารถเข้าถึงได้ ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้กัน
จะเป็นประโยชน์อย่างไรหรือไม่ก็แล้วแต่พิจารณาครับ
หลักในการเป็นผู้ให้ธรรมทานที่ดี
1.ให้ด้วยความเมตตาพูดออกมาตามความรู้สึกที่ดี จาก
ความจริงใจของเราเป็นหลัก ให้ดูจิตผู้ฟังจากคำพูดโต้ตอบ
ของเขาว่าเขามีความเข้าใจระดับไหน เขายังเป็นเด็กอยู่
เราเอาแกงเผ็ดไปให้บอกว่าอร่อยเขาคงรับไม่ได้ เขายัง
ไม่ได้เข้าใจอะไรมาก เราไปถึงก็บอกให้วิปัสสนาเลย
หรือสอนหัวข้อธรรมที่ยาก เช่น สำหรับผู้ที่เริ่มต้นไปบอกว่า
ผิดศีลตกนรก เขาจะเข้าใจยากจะให้เขาเชื่อยิ่งยาก ควรที่จะ
บอกว่าเรารักษาศีล ศีลจะรักษาเรา เช่นเราไม่ฆ่าเขา ญาติพี่น้อง
ผู้ตายก็จะไม่ตามฆ่าเรา เป็นการมองง่ายๆ แบบทางโลก เป็นต้น
2.ให้ดูว่าเขาขาดตรงไหนก็เติมตรงนั้น แต่อย่าได้บอกว่า
เขาขาดเป็นอันขาด เพราะถ้าพูดออกไปว่าเขาขาดเขา
ก็จะไม่ฟังแล้ว จิตคนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ให้พูดไปเลย
เขามีปัญญาเขาจะรู้ได้เอง
3. ไม่ว่าของเราดี มันจะแสดงว่าของเขาไม่ดี คนก็จะ
ไม่ฟังแล้ว ยิ่งว่าของเขาไม่ดี จะยิ่งไปกันใหญ่เลย
ของเราเป็นอย่างไรว่าไปเลย
4. ให้เข้าใจในความดีของเขา เข้าใจในความเชื่อของเขา
ที่ฝั่งลึกมานาน เข้าใจปัญญาในทางโลกของเขา
5. อย่าคิดว่าตนเองถูก ผู้ฟังคิดว่าผิดก็โต้แย้งได้
เปิดโอกาสให้เขาโต้แย้ง จะไม่เป็นการบังคับ
เพราะยิ่งบังคับคนจะยิ่งต่อต้าน และให้คิดเสมอว่าวันนี้
เขายังไม่ได้ วันข้างหน้าเขาจะได้เอง
6. อย่าได้หวังว่าเราพูดเพียงครั้งเดียว จะทำให้เขา
ซาบซึ้งได้ อย่าได้คาดหวัง ก็ให้ใช้ความอดทน ความพยายาม
เหมือนขุดบ่อน้ำลึกไป 4 เมตร ยังไม่พบตาน้ำ
มือก็แตก เหนื่อยก็เหนื่อ เลยเลิกล้ม แต่ความเป็นจริง
ขุดไปอีกนิดหนึ่งก็จะเจอตาน้ำแล้ว
7. อย่าไปพูดจุดด้อยของเขา จุดดีของเขาพูดได้
แต่ไม่ใช่ยอจนเกินความจริง ผู้ฟังจะมองออกว่าไม่จริงใจ
เราสอนอะไรก็จะไม่รับ
8. ผู้ฟังแล้วไม่รู้สึกทุกข์ ฟังแล้วสบายใจ เขาก็อยากจะฟัง
ทำให้เราก็มีโอกาสได้พูด เช่น มีแต่พูดตำหนิติเตียนสิ่งที่เขารัก
อย่างนี้ผู้ฟังจะเป็นทุกข์
9. เราต้องพูดด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นหลัก
ผู้ฟังจะรู้สึกชอบและเป็นมิตรกับเรา เมื่อชอบแล้วเราพูดอะไรก็จะฟัง
10. ให้เป็นผู้สอนที่ดี ไม่ใช่ผู้ว่าที่ดี เพราะถ้าไปว่าผู้ฟังจะขุ่นข้อง
หมองใจ พูดไปจะไม่ฟังแล้ว บางครั้งผู้พูดเป็นผู้มีอำนาจ เช่น
บิดามารดาว่าไปสอนไป แต่ลูกก็จะเถียงไม่เชื่อฟัง
11. ความคาดหวังของเราให้ตัดไป เพราะจะทำให้
เราจิตตกไม่รู้ตัว ของเราจะดีเพียงใด เขาไม่เชื่อก็ได้
เขาพูดโต้แย้งยังไงก็ได้ จิตเราต้องพร้อมรับ ถ้าเราขุ่นข้อง
หมองใจ แสดงว่าเราเอาตัวยังไม่รอดเลย เราต้องฝึกจิตใจ
ของเราไปด้วย
พระพุทธองค์เปรียบคนเหมือนบัว 4 เหล่า จะมีทั้ง
ผู้ที่สอนได้และสอนไม่ได้ เวลาเรามีค่า อย่าไปเสียเวลากับ
ผู้ที่สอนไม่ได้เลย ผู้ที่สอนได้รอเราอยู่อีกมากมาย
เราไม่มีญานยั้งรู้จิตใจคนให้พิจารณาให้ดีให้ดูข้อ 6
ประกอบด้วย ถ้าเขาไม่เชื่อเราอย่าได้คับข้องใจ ให้วางอุเบกขา
แม้จะเป็นคนใกล้ชิดก็ตาม คิดเสียว่าบุญเขายังไม่พอ
หรือยังมาไม่ถึง วันข้างหน้าเขาอาจได้เอง
ขอบคุณ คุณวรกร จากพันธ์ทิพย์ที่เอื้อเฟื้อ ข้อมูล ขออนุโมทนา สาธุด้วย ครับ